[นิยายแปล/BL] ทุกๆ คนคิดว่าผมชอบเขาครับ (end)

ตอนที่ 6 : Chapter 6 | ผมชอบเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,996 ครั้ง
    19 ก.ย. 62

 

 

 

Chapter 6

 

 

 

.

 

 

 

หลังจากที่ชะงักไปชั่วครู่ เยี่ยโจวก็ยิ้มเยาะ “มีอะไรให้ฉันกลัวกัน?”

 

นั่นสิ ฉันว่ามันแปลกเหมือนกัน” น้ำเสียงของซางจิ้นเจือความงุนงง “มันก็แค่มีคนเข้าใจผิดว่านายชอบ…”

 

คำว่า ‘ฉัน’ ยังไม่ทันออกจากปาก เยี่ยโจวก็รีบเอื้อมมือมาปิดปากซางจิ้น “นายทำท่าเหมือนรอบๆ ไม่มีคนเลยเนอะ พวกเราอยู่บนรถไฟนะ!

 

ซางจิ้นกระพริบตา เขาถูกปิดปากอยู่เลยพูดไม่ได้ แต่ดวงตาของเขาบอกสิ่งที่เขาอยากจะพูดอย่างชัดเจนแล้วไง?

 

เยี่ยโจวย้อนคิด ซางจิ้นกลัวข่าวลือซะที่ไหนหมอนั่นรู้ดีถึงข่าวลือเรื่องสิ่งต่างๆ ที่เขาทำ เขาปล่อยมือและนั่งลงด้วยท่าทางไม่พอใจ เขาเหลือบมองซางจิ้นและกล่าวว่า “เฮ้ คติประจำใจนายคือ 'อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเรอะ?

 

คติประจำใจ?” ซางจิ้นหยิบแมกกาซีนที่เขาเพิ่งอ่านไปได้ครึ่งเดียวและพูดอย่างไม่ใส่ใจ “มีไว้ทำไมเหรอ?”

 

ท่าทางเหมือนจะสื่อว่า ‘ทุกสิ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ นี่’ แบบนี้มันช่าง… น่ารังเกียจจริงๆ!

 

ระหว่างที่เดินทาง เยี่ยโจวไม่เคยชอบการเล่นมือถือเลย ส่วนใหญ่เขาจะหลับ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาเอนตัวพิงกับเก้าอี้และค่อยๆ หลับอย่างเซื่องซึม

 

ซางจิ้นพลิกหน้าแมกกาซีน และโดยที่ไม่ได้คาดคิด หัวของคนข้างๆ เอนมาซบที่ไหล่ของเขา เขาหันหน้าไปมอง เส้นผมของอีกฝ่ายโดนแก้มของเขาเล็กน้อย การเคลื่อนไหวของเขาดูจะติดๆ ขัดๆ ไปหน่อย ก่อนที่เขาจะกลับไปสนใจแมกกาซีนในมืออีกครั้ง

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสเพื่อนในชั้นอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ น้ำหนักบนไหล่ไม่ได้เยอะมาก แต่เขารู้สึกถึงมันตลอดเวลา ความรู้สึกแบบนี้ เขาค่อนข้าง… ไม่คุ้นชิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบมัน

 

ซางจิ้นไม่ใช่คนที่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนเขาจะไม่นั่งตัวแข็งอยู่กับที่เพราะเจ้าน้ำหนักบนไหล่นี่ เยี่ยโจวหลับไปประมาณครึ่งชั่วโมง หน้ามุ่ยเล็กน้อยเพราะซางจิ้นขยับตัวไปมา เมื่อซางจิ้นจดจ่อกับเนื้อหาในแมกกาซีนมากเข้า ร่างกายของเขาก็ชินกับน้ำหนักบนไหล่ถึงขั้นที่พอเขาลุกขึ้น เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกใช้เป็นหมอนกว่าหนึ่งชั่วโมง

 

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากซางจิ้นลุกขึ้นยืนคือการที่ร่างกายของเยี่ยโจวค่อยๆ ไหลลง ซางจิ้นถึงนึกขึ้นได้ว่าเยี่ยโจวนั่งอยู่ข้างๆ พอรู้สึกตัวอีกที เขาก็ใช้ฝ่ามือรับศีรษะของเยี่ยโจวไปแล้ว

 

หลับเป็นตาย” ซางจิ้นพูดอะไรไม่ออก เขาประคองเยี่ยโจวและจับให้หัวของเขาพิงเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำที่อยู่ท้ายขบวน

 

ไม่ถึงสองนาทีหลังจากที่กลับมานั่งบนเก้าอี้ หัวของเยี่ยโจวก็ซบลงกับไหล่ของซางจิ้นอีกครั้ง

 

ซางจิ้นบอกกับตัวเอง “เขาตั้งใจหรือเปล่านะ?”

 

นิ้วของเยี่ยโจวขยับเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง

 

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เสียงประกาศแจ้งว่ารถไฟมาถึงสถานีแล้ว

 

โอ้หลับสบายดีจัง!” เยี่ยโจวบิดขี้เกียจ เหลือบมองซางจิ้นด้วยหางตา

 

ซางจิ้นเก็บแมกกาซีนและเตรียมตัวลุกออกไป ไม่ได้สนใจเยี่ยโจวเลยสักนิด

 

เยี่ยโจวรู้สึกอึดอัดที่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้าน เอาจริงๆ เขาก็ไม่ได้หลับสบายเท่าไหร่หรอก… ไหล่ของซางจิ้นแข็งทื่อ แถมเจ้าตัวยังขยับยุกยิกไปมาอีก

 

ความใจกว้าง’ ของอีกฝ่ายไม่มีผลอะไรกับเขา เยี่ยโจวอดทนต่อนิสัยเด็กๆ นี้ หลังจากที่รถไฟหยุดลง เขาคว้ากระเป๋าเดินทางและเดินตามฝูงคนไปยังทางออก

 

วิธีที่ดีที่สุดสำหรับซางจิ้นกับเขาคือการที่ต่างคนต่างไป จากนั้นก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาห่างออกจากกัน แต่เพราะเยี่ยโจวเป็นคนในพื้นที่ ส่วนซางจิ้นเป็นแค่นักท่องเที่ยว เขาเดินไปหาซางจิ้นและถามอย่างกังวล “ซางจิ้น มีคนจะมารับนายใช่ไหม?”

 

ซางจิ้นหยุดและมองด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม “อะไร หืม อยากไปส่งฉันเหรอ?”

 

ทันใดนั้น เยี่ยโจวก็รู้สึกว่าความเป็นมิตรของเขาถูกเหยียดหยาม โดยเฉพาะไอ้การที่อีกฝ่ายเน้นเสียงคำว่า ‘อยาก’ ชัดแจ๋ว เขาชี้นิ้วไปทางป้ายรถเมล์ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเอ่ย “โอเค ส่งนายที่รถเมล์

 

หลังจากที่พูดอะไรไม่อยู่สักพัก ซางจิ้นก็ยกมือขึ้นโบกให้เยี่ยโจว ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางออกทิศตะวันตกโดยที่ไม่หันหลังกลับมามอง

 

เยี่ยโจวใช้นิ้วถูจมูกตัวเองและฮัมเพลง เมื่อเขาเดินมาถึงป้ายรถเมล์ที่อยากจะขึ้น เขาก็หัวเราะไม่ออกอีก

 

แค่มองผ่านทางหน้าต่าง เขาก็รู้สึกถึงสถานการณ์ในรถเมล์ได้ทันที ยังไม่นับพื้นที่ข้างนอกที่ยังมีคนยืนรอเต็มไปหมด

 

เยี่ยโจวยืนอยู่ด้านหลังของกลุ่มคนและลังเลว่าจะแทรกตัวเข้าไปดีไหม แต่สุดท้ายกลุ่มสาวๆ ที่ลากกระเป๋าของพวกเธอมาทีหลังก็ดันเขาเข้าไป

 

รถเมล์ค่อยๆ ออกตัว เยี่ยโจวใช้ส่วนสูงของตัวเองให้เป็นประโยชน์ เขาใช้มือจับราวโหนไว้อย่างง่ายดาย หญิงสาวกลุ่มนั้นที่ตามเขาเข้ามาไม่ได้ตัวสูงมาก เอื้อมมือจับราวได้ค่อนข้างลำบาก หนึ่งในพวกเธอกระตุกชายเสื้อของเยี่ยโจว

 

เยี่ยโจวก้มหัวมองเธอ

 

หญิงสาวหน้าแดง ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยจากการดันตัวเองเข้ารถเมล์หรือเขินอายหลังจากที่เห็นเยี่ยโจว เธอกระซิบ “เขยิบเข้าไปข้างในอีกได้ไหมคะ?

 

เยี่ยโจวมองไปทางข้างในและพูดอย่างกระอักกระอ่วน “ยากครับ”      

 

งั้นยกเท้าหน่อยได้ไหมคะฉันยืนได้ไม่สะดวกเท่าไหร่

 

เยี่ยโจวไม่ค่อยมั่นใจว่าความเชื่อมโยงของการยกเท้ากับการยืนสะดวกอยู่ตรงไหน แต่เขาก็กระตือรือร้นที่จะยกเท้าของตัวเองขึ้น จากนั้น เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรวางเท้าลงที่ไหนดี

 

ยืนยกเท้าข้างเดียวนานจนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ขาเขาแทบจะเป็นอัมพาตก่อนจะลงจากรถเมล์

 

มองไอควันของรถเมล์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกห่างไป เยี่ยโจวก็เหมือน ‘เกิดใหม่หลังภัยพิบัติ’ หลังจากที่เห็นข้อมูลของรถเมล์ตรงป้ายประกาศ เยี่ยโจวถึงรู้ว่ามันเป็นรถคันสุดท้าย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงเยอะ เขาค่อยๆ เดินกลับด้วยขาที่เจ็บปวดอย่างปวกเปียกเข้าไปในชุมชน

 

กว่าเขาจะถึงบ้านมันก็สี่ทุ่มแล้ว ไม่มีแสงไฟลอดผ่านร่องประตู เยี่ยโจวหยิบกุญแจออกมาและเปิดประตู เหมือนที่คิดไว้ ทั้งบ้านว่างเปล่า เขาใช้นิ้วลูบชั้นวางรองเท้าเบาๆ มันมีฝุ่นเกาะเป็นชั้นๆ

 

เยี่ยโจวยักไหล่ เปลี่ยนรองเท้า พับแขนเสื้อและปัดถูมันสักหน่อยก่อนนอน

 

วันถัดมา เยี่ยโจวถูกปลุกจากเสียงปิดประตู

 

กลับมาแล้วเหรอครับแม่

 

คุณแม่เยี่ยกำลังถูพื้น เธอนิ่งงันเมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากห้องนอน “ทำไมลูกกลับมาบ้านล่ะ?”

 

เยี่ยโจวก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะกล่าวว่า “รูมเมทผมกลับบ้านทุกคนเลย อยู่ที่นู่นคนเดียวผมก็ไม่มีอะไรทำ…”

 

ไม่มีอะไรทำ?” คุณแม่เยี่ยเริ่มขึ้นเสียง “รูมเมทลูกกลับบ้านทุกคนก็แสดงว่าจะไม่มีตัวก่อกวนไงล่ะ สภาพแวดล้อมดีต่อการเรียนขนาดนี้ ลูกไม่ใช้วันหยุดยาวให้เป็นประโยชน์ แต่ดันมาเสียเวลากับการเดินทางนานๆ แบบนี้เนี่ยนะอยู่มหาลัยแล้วนะ คิดให้มากกว่านี้หน่อยได้ไหมอย่าบอกแม่นะว่าลูกลืมไปแล้วว่าอันดับคะแนนสอบตอนปีหนึ่งเป็นยังไงอยากเป็นที่สองอีกรอบเหรอรู้ไหมว่าไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆ ถ้าไม่ทำให้ได้อันดับที่ดีที่สุดก็ไร้ประโยชน์จะที่สองหรือที่โหล่ก็ไม่ต่างกันหรอก

 

มือของเยี่ยโจวที่ซ่อนไว้ด้านหลังกำแน่น คำพูดพวกนี้ ตั้งแต่เด็กๆ เขาไม่รู้ว่าเขาได้ยินมาแล้วกี่ครั้ง เขาคิดว่าตัวเองจะชิน แต่ทุกครั้งที่โดนพูดแบบนี้ใส่ ในใจเขาก็ไม่เคยสงบ เพื่อที่จะให้แม่ของเขารีบพูดและจบประเด็นนี้ เขาหายใจเข้าลึกๆ และโพล่งภายในครั้งเดียว “ผมยืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่านเวลาที่อยู่ที่นี่

 

ก็ดีที่ลูกยังคิดได้” คุณแม่เยี่ยหยุดพูดและบอกเสียงอ่อน “แม่บอกเพราะมันดีกับลูกเองนะ ดูพี่ชายของลูกสิ ตั้งแต่เด็ก มีครั้งไหนที่เขาไม่ได้ที่หนึ่งแม่ส่งพวกลูกเรียนเหมือนๆ กัน ทำไมลูกถึงไม่ทำให้ดีเท่ากับพี่ตอนสอบเข้ามหาลัย แม่ก็บอกให้ยื่นมหาลัยเดียวกับพี่ของลูก แต่ลูกก็เปลี่ยนใจ มหาลัย C ดีที่สุดในประเทศนี้แล้ว คะแนนของลูกก็ยื่นได้ ทำไมถึงไปมหาลัย A กันผ่านไปปีนึงแล้ว พอคิดถึงเรื่องนี้แม่ก็โมโหทุกที

 

เยี่ยโจวไม่อยากเถียงผู้เป็นแม่ เขาเปลี่ยนเรื่อง “แม่ไม่กลับมาบ้านหลายวันเลยเหรอครับ?”

 

เพิ่งรับงานสอนม. ปลายปี 3 มาน่ะ ที่โรงเรียนยุ่งมากเลย พ่อของลูกก็เหมือนกัน” คุณแม่เยี่ยหยิบไม้ถูพื้นแล้วเริ่มทำความสะอาดต่อ เหมือนกับเธอนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ เธอพูดอย่างรวดเร็ว “อีกไม่กี่วันพี่ชายลูกก็จะกลับมาแล้ว แม่จะทำความสะอาดบ้านหน่อย แล้วก็ช่วยเขาเอาผ้าห่มออกมา หายากจริงๆ ที่เขาจะกลับมา ถ้าลูกมีปัญหากับการเรียนอะไรตรงไหนก็ถามเขาได้เลย พวกลูกเป็นพี่น้องกันนะ ถ้าคนอื่นไม่รู้ เขาคงคิดว่าพวกลูกไม่รู้จักกัน

 

ให้ผมถูบ้านแล้วแม่…”

 

ประโยคยังไม่ทันจบ คุณแม่เยี่ยก็ขัดเขา “ลูกทำงานบ้านอะไรได้ล่ะแม่เลี้ยงลูกมา เคยขอให้ลูกทำอะไรด้วยเหรอแม่หาสิ่งดีๆ ให้ลูกมากมายจะได้ทำคะแนนเพิ่ม อย่าให้แม่เห็นว่าได้ที่อื่นนอกจากที่หนึ่งนะ ใช้เวลาตรงนี้ไปอ่านหนังสือเพิ่มไป

 

เยี่ยโจวไม่พยายามจะพูดอะไรอีกและปิดประตูทันที เขาถอนหายใจ นอนแผ่ลงบนเตียง เพราะหน้าต่างในห้องไม่ได้เปิดเป็นเวลานานเลยมีกลิ่นอับชื้นเล็กน้อย เมื่อเขาคิดเรื่องการนอนหลับในที่ที่ทั้งมืดทั้งอับแบบนี้ เขาก็รู้สึกคันขึ้นมาแล้ว ยิ่งกว่านั้น เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นห้องนี้ถูกปิดล็อกตลอด มันจะมีฝุ่นเยอะขนาดนี้บนโต๊ะได้อย่างไร

 

ห้องของเยี่ยโจวมีห้องน้ำ และของในห้องน้ำก็มีทุกอย่างที่เขาต้องการ เขาเอาผ้าขี้ริ้วไปชุบน้ำและเริ่มเช็ดในห้องนอน เขาทำความสะอาดอย่างช้าๆ หนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังจากที่เขาออกมาจากห้อง เขาก็เดินผ่านห้องข้างๆ และมองเข้าไปข้างใน มีเหรียญรางวัล ใบประกาศนียบัตร และโล่รางวัลมากมายบนชั้นหนังสือ คุณแม่เยี่ยกำลังถือผ้าขี้ริ้วและค่อยๆ เช็ดพวกมันจนเงาวับอย่างบรรจง เยี่ยโจวเลิกมอง เทน้ำใส่แก้วและกลับไปที่ห้องนอนอย่างรวดเร็ว

 

บนโต๊ะคือหนังสือที่เขายืมมาจากห้องสมุดตอนเช้าของเมื่อวานนี้ ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ตั้งใจอ่านไม่ได้เสียที เขาอดที่จะหยิบตั๋วขากลับออกมาจากกระเป๋าไม่ได้

 

ตั๋วของวันที่ 6 ไม่รู้ว่าพี่ชายจะกลับมาวันไหน ถ้าเขารู้ก่อนหน้านี้ เขาจะโพล่งถามออกไปเลย

 

เยี่ยโจววางตั๋วลง เปิดมือถือของเขา และหาตั๋วที่ยังเหลืออยู่

 

ยังเหลืออีกเยอะเลย

 

 

 

*

สงสารน้อง ;;-;;

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.996K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,416 ความคิดเห็น

  1. #5413 Noiryue (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 11:15

    ฉันเกลียดเเม่เเบบนี้ หล่อนไม่ควรเป็นเเม่คนด้วยซ้ำ ถ้าทัศนคติจิตใจยังไม่พร้อมเป็นผู้ให้ความรักเเละกำเนิดเขา ก็ไม่ควรเกิดมาตั้งเเต่เเรก มันทรมารเขาเปล่าๆ ( ฉันรู้ เพื่อนฉันผ่านมันมาเเล้ว)

    #5,413
    0
  2. #5408 Par_dao (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 13:50
    แม่จ๋า อย่าหาทำเด้อ ต่อให้ได้ที่โหล่แล้วมันยังไง
    #5,408
    0
  3. #5383 LUKKADE31 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 10:01
    พ่อแม่รังแกฉันที่แท้ทรู
    #5,383
    0
  4. #5355 Kanomeai01 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 01:08
    แม่ควรภูมืใจแล้วปะที่ลูกมีความสามารถพอเข้ามหาลัยอันดับหนึ่งได้อะ
    #5,355
    0
  5. #5348 Ineedtoreed (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 14:11
    แม่เถื่อนมาก ขอเรียกชื่อแม่ ขึ้นต้นด้วยคำว่า อี
    #5,348
    0
  6. #5235 AyohChutikran (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 00:33
    น้องอยู่ในครอบครัวที่ทัศนคติแย่นะ แบบ ไม่สนใจครสลูกน่ะ

    ไม่แปลกที่น้องจะเปนเดือดเปนร้อนกับอันดับและการจงเกลียดจงชังผู้อื่นแค่ความหมั่นไส้

    อ่านๆไปตามตรงเลยนายเอกเรื่องนี้คือปสด แบบฉากเฉิกไรจัดมาให้แบบ มันไม่เมคเซ้นเลย

    ไม่แปลกใจที่จะมีเรื่องเกี่ยวกับระบบอะไรพวกนี้เพื่อพังตัวบทละครแบบนี้เอ้อ

    ทำไมชั้นสายดาร์กจะวะ

    บทตัวเอกเรื่องนี้คือบทที่หาได้ทั่วไปในนิยายเกี่ยวกับระบบจริงๆ

    โชคชะตาที่กำหนดโดยนักเขียน ที่แม่งงไม่เมคเซ้นแต่ก้อดึงพระนางมาหากันได้
    #5,235
    0
  7. #5163 Fueled me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 08:36
    พ่อแม่ยึดติดกับอันดับจนมองข้ามความรู้สึกของลูกเลยหรอ
    #5,163
    0
  8. #5140 knunkim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 09:01
    จากบรรดานร.หลายร้อยหลายพันคนถ้าเป็นลูกเราแค่ติดหนึ่งในห้าสิบหรือหนึ่งในร้อยแค่นี้เราก็ดีใจจะตายแล้ว
    #5,140
    0
  9. #5065 Khun-Season (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 05:39
    เธอ น้องเก่งมากๆ เราเจอแบบนี้ประจำเลย มันน้อยใจอ่ะ แต่คือน้องเก่งจริงๆเราร้องไห้ตลอดถ้าแม่พูดเรื่องนี้ถึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องร้องไห้ก็เถอะ;-;
    #5,065
    0
  10. #5064 kazuya nikki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 23:55
    นุได้ที่สี่จากท้ายห้องคุณแม่ยังไม่ด่าขนาดนี้เลย ก่อนหน้านี้นุเคยได้ที่5จากต้นห้อง แม่ชมไปทั่วตลาดเลย ชีวิตนุขึ้นๆลงๆ5555555
    #5,064
    0
  11. #5033 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 00:35
    ที่สองกับที่โหล่ไม่ต่างกัน? //ผมที่ได้ที่โหล่ กี้ดดดด--55555
    #5,033
    0
  12. #5023 Peed33 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 09:18
    ตื่นจ้า ที่สองกับที่โหล่ไม่ได้ต่างกัน? แล้วถ้าลูกได้ที่โหล่ยังจะพูดแบบนี้อยู่ปะ?? จะบอกอะไรให้นะ พ่อแม่เป็นแบบนี้ไงลูกถึงไม่อยากอยู่ด้วย พอแก่ก็โทษลูกว่าไม่ยอมดูแล ขออ้วกใส่หน้าสักทีเถอะ ทำตัวหมาๆแบบนี้ใครเขาอยากจะดูแก๊ ไม่มีลูกอยู่ข้างๆสักคนตอนแก่แล้วจะรู้สึก
    #5,023
    0
  13. #4960 malin964 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 03:57
    คุณแม่ เฮ้!! //เคาะสติ ฮัลโหล ห้องไม่ได้มี2คนค่ะซิส
    #4,960
    1
  14. #4937 fenze11 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 19:45

    เอิ่บ..ที่สองกับที่โหล่ มันต่างกันมากนะ ตรรกะไรเนี่ย

    #4,937
    0
  15. #4858 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:32
    กดดันแทนน้องอะ ทำไมต้องขนาดนี้ด้วย
    #4,858
    0
  16. #4839 alittletigerp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 19:09
    คุณแม่อาการหนักมากกกกเกินไปมากกก ที่2กับที่โหล่จะเหมือนกันได้ไงนอกจากทั้งห้องจะมีอยู่แค่2คนอะ5555555
    #4,839
    0
  17. #4825 Lemonade.Candy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 03:09
    อูย น้องงง ไม่เป็นไรนะ ;__;//
    #4,825
    0
  18. #4803 keyga (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 13:59
    แม่เกินไป 😩
    #4,803
    0
  19. #4776 Night Blue Demon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 15:19
    ไรอะ ก็ที่พี่ชายมันได้ที่หนึ่งตลอดเพราะรุ่นนั้นพี่มันเก่งสุดไง แต่ที่เฮียเยี่ยได้ที่สองเพราะรุ่นเฮียมันมีคนที่เก่งกว่าปะ ได้ที่อื่นที่ไม่ใช่ที่หนึ่งก็เหมือนที่โหล่ โห บางคนพยายามแทบตายแต่ถ้ามันมีคนที่เก่งกว่ามากๆยังไงก็ชนะไม่ได้อะบอกเลย กดดันมากแบบนี้ จะบอกว่านอกจากที่หนึ่งที่เหลือโง่หมดเลย ไม่มีอนาคตหมดเลยหรอ หงุดหงิด!!!!!!
    #4,776
    0
  20. #4772 นิคกิล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 17:09
    เกลียดตรรกะแบบนี้มาก ทั้งโมโหและสงสาร
    #4,772
    0
  21. #4755 lavender1802 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:43
    จะที่สองหรือที่โหล่ก็ไม่ต่างกันหรอก —- เช้ดเค่ แม่โคตรประสาทแดก เป็นไรมากไหมเนี่ย เลี้ยงลูกอย่างนี้โคตรแย่อ่ะ ห่วยแตกสุด เก่งมากไปเรียนเองดิ ตอนตัวเองเรียนได้ที่หนึ่งตลอดเหรอ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว 😡????
    #4,755
    0
  22. #4687 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:54
    น้อนนนน่าสงสารอ่ะ
    #4,687
    0
  23. #4638 Khratiin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 08:48

    สงสารน้อง

    #4,638
    0
  24. #4634 sunsansun2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 23:45
    สงสารยัยลูก แม่กดดันน่าดูเลย
    #4,634
    0
  25. #4580 bowlchan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 17:27

    ที่ 2 นี่ เป็นบ้านเราคงดีใจจนแทบปิดซอยฉลอง... =__=;

    #4,580
    0