[นิยายแปล/BL] ทุกๆ คนคิดว่าผมชอบเขาครับ (end)

ตอนที่ 32 : Chapter 32 | ผมชอบเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,409 ครั้ง
    11 ต.ค. 62

 

 

 

Chapter 32

 

           

 

.

 

 

 

คนแรกที่ตอบสนองคือเหวินเหรินซวี่ เขาหัวเราะ ‘ฮะๆ’ แห้งๆ ก่อนจะบอกว่า “หิวจัง ฉันไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า

 

ไปด้วยสิ!!” หลิวอวี้เทียนรีบตามหลังเหวินเหรินซวี่ไปในทันที

 

เห็นแบบอย่างแล้ว คนอื่นๆ ก็พร้อมใจกันเบียดคนอื่นเพื่อออกไปข้างนอก พวกเขาพยายามเดินให้เบาที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เมื่อพวกเขาเดินผ่านเยี่ยโจวก็แอบเหลือบมองมานิดหน่อยด้วยหางตา

 

เยี่ยโจวสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะคว้าแขนโจวเหวินเต้าที่อยู่ด้านหลังมา เขายิ้ม “จะไปไหนหืมทำหน้าเหมือนเจอหายนะเลย

 

โจวเหวินเต้ามองเขาด้วยความหวาดกลัว เขาเห็นรอยยิ้มของเยี่ยโจวมานับครั้งไม่ถ้วน ทำไมครั้งนี้มันน่ากลัวได้ขนาดนี้?

 

แล้วก็พวกนาย” เยี่ยโจวเมินซางจิ้นและก้าวออกไปนอกประตู บอกกับกลุ่มคนที่รั้งๆ รอๆ อยู่ด้านนอกว่า “พวกนายทำห้องของเราเละเทะขนาดนี้ ไม่คิดจะเก็บกวาดเลย?”

 

ฝูงคนรวมพลัง กระดาษบนพื้นทุกจัดการจนสะอาดเรียบร้อย

 

เยี่ยโจวนั่งอยู่บนเก้าอี้ ถามเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น “เมื่อเช้าพวกนายกลับมาตอนกี่โมงน่ะ?”

 

หลิวอวี้เทียนมองสีหน้าของเยี่ยโจวอย่างรวดเร็ว เห็นว่าเขากลับมาทำท่าทีเหมือนปกติ ไม่ปล่อยแรงกดดันเหมือนตอนที่เพิ่งเข้าห้องมา เขารวบรวมความกล้าเพื่อตอบว่า “เกือบ 7 โมง…”

 

ทำไมฉันถึงไม่เห็นพวกนายตอนออกไปล่ะ?”

 

เสียงของเยี่ยโจวเป็นปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่พูด เหวินเหรินซวี่กับหลิวอวี้เทียนมองกันและกัน เริ่มสงสัยแล้วว่าเยี่ยโจวที่เห็นตะกี้อาจจะเป็นตัวปลอม “พวกเราออกไปหาอะไรกินแล้วก็กลับมา พวกนายน่าจะออกไปตอนนั้นมั้ง

 

ระหว่างที่พวกเขาคุยกันอยู่ ซางจิ้นก็ล้างหน้า เดินมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ก่อนจะใส่หูฟังก็เรียกหลิวอวี้เทียน “ฉันวางแอปเปิ้ลเมื่อวานไว้ใต้โต๊ะนายนะ

 

อ้อ ขอบใจนะ” หลิวอวี้เทียนพิจารณาซางจิ้นดู เห็นว่าเขายังคงดูเหมือนปกติกินข้าวเย็นแล้วก็เล่นเกมหลังจากที่กลับมาไม่มีอะไรแปลกไปเลย

 

พวกเขาคิดมากไปเองหรือเปล่านะ?

 

สมาชิกห้อง 405 อีกสองคนที่ยังคงลังเลไม่แน่ใจลอบสังเกตต่ออีกสักพัก เมื่อเห็นว่าเยี่ยโจวยังคงล้อเล่นกับพวกเขาเหมือนแต่ก่อน ซางจิ้นก็กิน ทบทวน เล่นเกมตามแบบฉบับของตัวเองเช่นเดิม มันปกติไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ทั้งสองถอนหายใจ รู้สึกโล่งอกขึ้นมาในที่สุด

 

หลิวอวี้เทียนเลื่อนส่อง BBS อยู่สักพักก่อนเข้านอน ทันทีที่รีเฟรช โพสต์ใหม่ก็เด้งขึ้นมา “ซางเยี่ยผิดปกติตรงไหนหรือเปล่า?? การสอบวันนี้ยากที่สุดตั้งแต่ฉันเข้ามหาลัยมาเลย!!”

 

หลิวอวี้เทียนรีบกดเข้าไปเช็คดูทันที

 

LZตั้งแต่ซางเยี่ยดังในม. นักศึกษาหลายๆ คนก็มาคุกเข่าบูชาตามๆ กัน คนโพสต์ก็ด้วย ก่อนการสอบแต่ละครั้ง ฉันต้องไปสวดขอกับซางเยี่ย บอกเลยว่าซางเยี่ยมีประสิทธิภาพมากจริงๆ พีชคณิตขั้นสูงที่ทำฉันงงจนจะเป็นบ้า ครั้งนี้มันราบรื่นไร้อุปสรรค อย่างไรก็ตาม ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะตกสถิติ ปกติฉันได้คะแนนดีมากต่อให้ไม่ทบทวน แต่ครั้งนี้ฉันได้แต่หวังว่าตัวเองจะไม่สอบตก!!

 

1Lหลายวันมานี้ฉันไม่มีสอบเลยไม่ได้ไปบูชา แต่ที่ไปเมื่อหลายวันก่อนมันก็ยังยอดเยี่ยมอยู่นะ

 

2Lคิดเหมือนกัน ยอดเยี่ยมมากๆ เจ้าของโพสต์สวดขอผิดท่าหรือเปล่า?

 

3Lฉันเอาแอปเปิ้ลสองลูกไปไหว้ขอเทพแห่งการสอบวันก่อนคริสต์มาสอีฟ การสอบผ่านไปด้วยดีมากๆ เลย

 

11Lตกใครบอกว่าซางเยี่ยเป็นเทพแห่งการสอบนะเทพแห่งการคร่ำครวญอ่ะสิก่อนหน้านี้วิชาลัทธิเหมาเบื้องต้นสอบแบบเปิดหนังสือตลอด เมื่อวานนี้ฉันเห็นซางเยี่ยผ่านหน้าเลยตามไปกราบไหว้กับคนอื่นๆ แล้วเป็นไงล่ะ ลิทธิเหมาแบบปิดหนังสือจ้า!!! ฉันอยากจะตายๆ ไปซะ!!!

 

13Lด้วยคน!! วิชาลัทธิเหมาปิดหนังสือจริงๆก่อนหน้านี้มันเป็นแบบเปิดหนังสือตลอดเลยป่ะ?? ตอนฉันได้ข้อสอบมาอยากจะคุกเข่าลงให้อาจารย์ดูเลยอ่ะ!

 

16Lเชี่ย ฉันไปบูชามาวันนี้ ย้อนกลับอดีตกลับไปได้ไหมสอบพรุ่งนี้เป็นวิชาที่ฉันไม่ถนัดสุดๆ เลย!

 

20Lฉันแค่อยากถามว่าทำไมวันนี้ข้อสอบมันผีขนาดนี้ ซางเยี่ยโดนใครสาปแช่งเหรอ?

 

25Lนั่นเทพแห่งการสอบนะ ใครจะกล้าสาปแช่งฮะ??

 

37Lผีมากเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

 

หลิวอวี้เทียนอ่านข้อความที่ผู้คนต่างสงสัยในตัวซางเยี่ยมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วทันใดนั้น แสงไฟศักดิ์สิทธิ์ก็สว่างวาบในหัว!

 

เขารู้สึกว่าบรรยากาศในห้องแปลกๆ ไป แต่บอกไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว!

 

ท่าทางของเยี่ยโจวต่อพวกเขาก็ปกติดี

 

ท่าทางของซางจิ้นต่อพวกเขาก็ปกติดีเช่นกัน

 

ทั้งสองมีท่าทางแบบที่พวกเขารู้จักดี แต่นั่นแหละ มันเป็นความผิดปกติที่สุด!

 

ต้องรู้ก่อนว่าตั้งแต่เยี่ยโจวกับซางจิ้นอาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้งสองก็ทำนิสัยที่ไม่ปกติบางอย่าง

 

ยกตัวอย่างก็เช่น เยี่ยโจวจะช่วยซางจิ้นจัดโต๊ะหรือซางจิ้นจะไม่อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวแต่จะไปเรียนและกินข้าวกับเยี่ยโจว

 

และตอนนี้ สองหนุ่มนั่นก็กลับมาทำตัวแบบเดิม จะบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรมันก็ไม่ใช่แล้ว!

 

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบูชาเทพแห่งการสอบไปก็ไร้ประโยชน์ เทพแห่งการสอบทั้งสองแตกหัก เขาคงจะมาอวยพรให้พวกนายสอบผ่านอ่ะ!

 

หลิวอวี้เทียนรู้สึกไม่วางใจ เขาล็อกอินเข้าแอคเคาท์ฟอรั่มของเขาและส่งข้อความออกไป

 

365L พุ่งทะยานในครั้งเดียวถ้าอยากปลอดภัย ช่วงนี้ทุกคนไม่ควรไปบูชาซางเยี่ยนะ!!!

 

คำบอกเล่าจากคนวงในดึงดูดความสนใจจากทุกคน หลิวอวี้เทียนไม่ใช่แค่เพิ่มขนาดตัวอักษร แต่เปลี่ยนให้มันเป็นสีแดง ทันที่ข้อความนี้ถูกส่งมา ทุกคนแตกตื่นในทันที

 

370Lเกิดอะไรขึ้นสหายรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเหรอ?

 

375Lฉันโดดไปแค่คลาสเดียวเองเกิดเรื่องร้ายแรงตอนนี้ได้ไงซางเยี่ยจะดีขึ้นเมื่อไหร่อ่ะ??

 

382Lเรื่องด่วน เรื่องด่วน เรื่องด่วนมันจะดีเมื่อไหร่อ่ะอะไรยังไง?? ฉันช่วยอะไรได้ไหม?

 

391Lซางเยี่ยพังหรืออะไรป่ะ?? ฉันจ่ายให้เอง ซ่อมมันก่อนฉันสอบก็พอ!

 

หลิวอวี้เทียนปิดเว็บทิ้งและไม่สนใจว่าคนอื่นจะคร่ำครวญยังไง เพื่อนในม. บนฟอรั่มกำลังเคร่งเครียดและเขานี่แหละที่เครียดกว่า เขาเป็นคนที่อาศัยอยู่กับสองคนนั้นนะ!

 

น่าเศร้าที่คลาสทั้งหมดจบลงแล้ว เท้าของเยี่ยโจวก็หายดีมานานแล้ว ไม่มีเหตุผลให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันและแก้ปัญหาการทะเลาะกันในครั้งนี้ของพวกเขา

 

เยี่ยโจวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้และหันมองไปด้านหลัง ไม่ค่อยชินหลังจากที่เปลี่ยนเก้าอี้กลับไปเป็นตัวเดิม

 

ใช่แล้ว เก้าอี้ตัวเดิม

 

หลังจากคริสต์มาสวันนั้น อารมณ์ของเยี่ยโจวเวลามองซางจิ้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับซางจิ้นทำให้เขาอารมณ์เสีย เก้าอี้ล้อเลื่อนที่ซางจิ้นให้นี่ยิ่งกว่างูพิษ เพราะอยู่ในช่วงโมโหมันเลยถูกเตะไปไว้มุมหนึ่งของห้อง

 

และเมื่อซางจิ้นเห็นการกระทำนี้ เขาไม่แม้แต่จะขยับคิ้ว ทำเหมือนเขาเป็นคนไร้ตัวตน สำหรับเยี่ยโจวมันก็เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ จากนั้นเขาเลยเมินหมอนั่นไปซะ

 

นิสัยเป็นเรื่องที่แย่จริงๆ บางครั้งเพราะเขาทำจนติดเป็นนิสัย เยี่ยโจวเกือบจะลุกไปจัดโต๊ะรกๆ ของซางจิ้นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่เขาก็ต้องอดกลั้นเอาไว้

 

เยี่ยโจวไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องทำสงครามเย็น ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากผ่านไปหลายวันความโกรธส่วนใหญ่ของเขาก็เกือบจะหายไปหมดแล้ว

 

แต่เขาก็ไม่สามารถลดทิฐิของตัวเองลงเพื่อจะไปสงบศึกกับซางจิ้น มันรู้สึกเหมือนมีหนามในใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาคิดจะเข้าใกล้ซางจิ้น หนามแหลมนั้นจะเตือนให้เขาอยู่ห่างออกมา

 

ซางจิ้นรักษาความสงบได้มากกว่าเขาอีกทานข้าวคนเดียว ไปห้องสมุดคนเดียว เล่นเกมในหอคนเดียว ทำทุกอย่างอย่างเป็นระบบ เหมือนการเปลี่ยนไปของเยี่ยโจวไม่มีผลอะไรกับเขา

 

เยี่ยโจวระบายความโกรธ บางทีซางจิ้นอาจจะชอบชีวิตก่อนหน้ามากกว่า

 

วันถัดมาหลังจากการสอบ เยี่ยโจวจัดเก็บข้าวของและเจอกับจานสิง เขาปั่นจักรยานไปข้างๆ จานสิง “เฮ้!”

 

โจว?” จานสิงปั่นช้าลง “ทำไมถึงอยู่คนเดียว ซางจิ้นล่ะ?”

 

เยี่ยโจวเมินคำถามของเขา “คุยหน่อยได้ไหม?”

 

จานสิงรักษาความเร็วไว้ให้ปั่นจักรยานข้างๆ เยี่ยโจวได้ “มีอะไรเหรอ?”

 

เรื่องห้อง…” เยี่ยโจวพูดอย่างโหดร้าย “เปลี่ยนกลับเถอะ

 

เอี๊ยด!!!

 

จานสิงแทบจะฟาดมือลงไปกับเบรก เสียงล้อเบียดกับพื้นถนนยาวหนักหน่วง

 

เยี่ยโจวเหยียบเท้าลงไปที่พื้น หันกลับมาและพูดอีกครั้ง “เปลี่ยนห้องกันเถอะ

 

พวกนายสองคนไม่ได้แย่ขนาดนั้นใช่ไหม!!” จานสิงพูดบางอย่างที่ทำให้ตกตะลึง “ก็แค่มีเซ็กส์ไม่ลงรอยกันป่ะเรื่องแบบนี้ลองอีกสักสองครั้งก็โอเคแล้วไหม ต้องแยกกันอยู่เลยหรือไงฮะ?”

 

สำหรับเรื่องมีเซ็กส์ไม่ลงรอย ชายหนุ่มทุกคนในคลาสยกเว้นเยี่ยโจวกับซางจิ้นรวมหัวกันออกความคิดเห็นว่าเป็นไปได้มากที่สุดหลังจากอดหลับอดนอนปรึกษากันมาหลายวัน เพราะไม่มีวิธีแก้ปัญหาดีๆ ปากเปราะๆ ของจานสิงเลยหลุดพูดออกมาจนหมด

 

สีหน้าของเยี่ยโจวงุนงงเป็นอย่างมาก “ใครบอกนายว่าเราไม่ลงรอยตอนมีเซ็กส์??”

 

จานสิงสับสนกว่า “ก็ถ้ามันดี พวกนายจะแยกกันอยู่ทำไมอ่ะ?”

 

เยี่ยโจวเกือบจะหายใจไม่ออก ไอ้พวกนี้ในหัวมีแต่เรื่อง GV หรือไงสอบผ่านข้อสอบม. A เข้ามาได้ไงวะเนี่ย!! [ GV: gay adult video ]

 

ใครบอกว่าฉันนอนกับซางจิ้น พวกเราไม่ได้มีอะไรเลย อย่าส่งต่อข่าวลือมั่วๆ จะได้ไหม!”

 

แล้วทำไมนายคิดจะเปลี่ยนห้องล่ะ?”

 

ฉัน” เยี่ยโจวเห็นสีหน้าพร้อมฟังของจานสิงก็ได้แต่กลัว ถึงเขาจะกำจัดข่าวลือแรกไป แต่ก็ไม่รู้ว่าข่าวลือที่สองจะส่งผลยังไงกับเพื่อนในคลาส เยี่ยโจวโบกมือ กลับไปปั่นจักรยานของเขาต่อ “ช่างเถอะ ทำเป็นว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน

 

คืนนั้นเอง ในโพสต์ที่ทุกๆ คนติดตามอย่างใกล้ชิด ไอดีที่คุ้นเคยก็ส่งข้อความอีกอันมา

 

678L พุ่งทะยานในครั้งเดียวท่านเทพทั้งสองทะเลาะกัน มันก็เลย

 

689Lฉันกลัวแล้วนะ!!! เพิ่งทบทวนเสร็จแล้วมารับรู้ข่าวสลดแบบนี้!

 

692Lพวกเขาทะเลาะกันตั้งแต่ตอนไหน?? ไม่ใช่ว่าวันคริสต์มาสอีฟวันนั้นใช่ไหม??

 

702Lแค่ทะเลาะพลังยังมากขนาดนี้ ถ้าวันหนึ่งท่านทั้งสองแยกทางกัน

 

709L: เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย!! พูดอะไรดีๆ หน่อยได้ป่ะ!! ผู้นำลัทธิซางเยี่ยทั้งสองของฉันจะต้องรักกันเป็นร้อยๆ ปีเข้าใจป่ะ!!

 

711Lพังตึกได้ก็พังไป ยังไงก็ไม่มีทางพังซางเยี่ยได้อย่างแน่นอน!

 

713Lหัวจะแตก เลือดจะไหล ทั้งใจมอบให้ซางเยี่ย ไม่คิดร้าย!!

 

720Lหัวจะแตก เลือดจะไหล ทั้งใจมอบให้ซางเยี่ย ไม่คิดร้าย!!

 

721Lหัวจะแตก เลือดจะไหล ทั้งใจมอบให้ซางเยี่ย ไม่คิดร้าย!!

 

ทั้งโพสต์ถูกการประกาศเจตนารมณ์นี้ยึดครองทันที

 

วันต่อมา เมื่อเย่โยวไปยังห้องสมุด เขารู้สึกเหมือนมีคนมองตลอดเวลา แต่พอมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร

 

ความรู้สึกแปลกๆ นี้ตามติดเขาจนไปถึงโรงอาหาร

 

ที่ชั้นสองของโรงอาหาร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคดีหรือโชคร้าย เขาดันหันไปเจอซางจิ้นที่ร้านอาหารข้างๆ พอดี

 

ไม่เหมือนวันก่อนหน้า ตอนนี้เขาพยายามหลีกเลี่ยงซางจิ้นให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้นอกเหนือจากเวลาที่อยู่ในห้อง เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะเมินอีกฝ่ายได้  ฉะนั้นเขาเลยพยายามไม่มองเห็นไม่คิดถึงอีกฝ่ายแทน

 

ตอนกลางวันมีคนเยอะกว่ามาก เยี่ยโจวถือถาดอาหารของเขา เห็นว่ามีที่ว่างเลยกะจะเดินไปตรงนั้น ความตั้งใจของเขาพังลงเมื่อคนที่อยู่ด้านหลังวิ่งมาจากไหนสักที่เพื่อเข้าไปจับจองที่นั่งก่อน

 

เยี่ยโจวเปลี่ยนทิศทาง เป็นอีกครั้งที่เขายังไม่ทันได้เดินไป ใครบางคนก็แย่งที่นั่งก่อน

 

สหาย ถ้าฉันจำไม่ผิด ตะกี้นายนั่งกินอยู่ที่โต๊ะตรงโน้นไม่ใช่เหรอ?

 

กินข้าวไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วถือถาดเปลี่ยนที่นั่ง นายว่างเกินไปหน่อยหรือเปล่า?

 

เพราะเขาไม่รู้จักคนพวกนี้ เยี่ยโจวเลยพูดอะไรมากไม่ได้ เขาสะกดกลั้นความโกรธไว้และมองหาที่นั่งต่อ

 

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นซ้ำๆ หลายครั้ง ในที่สุดเยี่ยโจวก็ได้ที่นั่งสักที เสียงรอบข้างเริ่มเบาลง

 

ปัง!

 

เยี่ยโจววางถาดลงไปกับโต๊ะอย่างแรงก่อนจะดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลง

 

วันนี้มันวันบ้าวันบออะไรกันหาที่นั่งทียังกะสู้กันในสงคราม เยี่ยโจวเปิดฝาขวดน้ำแล้วจิบนิดหน่อย ยังไม่ทันได้กลืนเขาก็เห็นว่าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือ… ซางจิ้น

 

พรืด แค่กๆ…” เขาแทบจะพ่นน้ำออกมาทางจมูก

 

ซางจิ้นกินข้าวไปอย่างสงบเหมือนไม่รับรู้ว่าคนตรงหน้าไอประดุจเป็นวัณโรค พอกินข้าวเสร็จก็หยิบถาดอาหารเดินหายไปทันที

 

สักพักเยี่ยโจวก็กลับมาเป็นปกติ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจออะไรแบบนี้ เขายังจำได้ว่าหลังจากเปิดเรียนช่วงแรกๆ ทั้งคลาสเข้าใจผิดว่าเขาชอบซางจิ้น เขาเครียดจนแทบเสียสติ แต่ในตอนนี้ เขารู้แล้วว่าสายตาพวกนั้นหมายความว่าไง เขาสามารถเผชิญมันอย่างสงบ ไม่ตอบสนองกับสายตาพวกนั้น

 

ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เด็กคลาสการเงิน แต่เป็นใครก็ตามที่ติดตามซางเยี่ยใน BBS พวกเขามั่นใจว่าซางกับเย่สองคนนี้ไม่ใช่แค่ทะเลาะกันธรรมดา ปัญหามันต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ๆ

 

ในบรรดาหนุ่มๆ ส่วนใหญ่ถ้าพวกเขามีเรื่องกันก็จะตัดสินด้วยกำปั้น แต่สองคนนี้ นอกจากจะขี้เกียจขยับกำปั้นไม่พอแล้ว พวกเขายังไม่ขยับปากอีกด้วย

 

ไม่แปลกเลยว่าทำไมซางเยี่ยถึงเสีย “พลังศักดิ์สิทธิ์” ไป จะอย่างไรถ้าคนสองคนนี้แตกหัก สิ่งแรกที่จะจบสิ้นก่อนก็คือซางเยี่ยนี่แหละ

 

เยี่ยโจวไม่ได้กลับไปที่หอพักในตอนบ่ายและไม่ได้ไปที่ห้องสมุด เขาหาห้องเรียนว่างๆ สักห้องและนั่งอาบแดดตรงริมหน้าต่าง

 

จนมามองวันที่ถึงรู้ว่าวันนี้เป็นวันปีใหม่ ปีใหม่สากลมาถึงแล้ว วันตรุษจีนก็คงอีกไม่นานนัก

 

ในวันตรุษจีน วันที่ครอบครัวจะมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน พี่ชายของเขาน่าจะกลับมาเช่นกัน

 

เขาหนีวันหยุดที่สิบเอ็ดได้ แต่เขาหนีวันตรุษจีนไม่ได้

 

ทั้งหมดทั้งมวลในตระกูลเย่ คนที่เยี่ยโจวปฏิบัติตัวด้วยไม่ถูกที่สุดคือพี่ชายของเขา เยี่ยเหิง

 

เมื่อพูดถึงชีวิตวัยเด็ก การมีพี่ชายแสนดีเป็นอะไรที่น่าภาคภูมิใจมาก ตอนแรกเยี่ยโจวนับถือเยี่ยเหิงและมองเขาเป็นเป้าหมายตลอด แต่ต่อมา เมื่อเขาได้ยินพ่อแม่เปรียบเทียบเขากับเยี่ยเหิงบ่อยๆ เข้า ความนับถือก็ค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นความอิจฉาอย่างช้าๆ มีครั้งหนึ่งเขาถึงขั้นคิดไปว่าถ้าเยี่ยเหิงไม่อยู่สักคน พ่อกับแม่อาจจะเห็นค่าเขา เห็นว่าเขายอดเยี่ยมมากพอแล้ว

 

ตัวเขาที่คิดอะไรแบบนี้ได้มันน่ารังเกียจจริงๆ พี่ชายของเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

 

บางทีเยี่ยเหิงอาจจะรู้ว่าเขาคิดอะไร หลังจากที่ไปเรียนมหา'ลัยเยี่ยเหิงก็ไม่ค่อยกลับบ้าน หลังจากที่เริ่มทำงานเขาก็กลับมาแค่ตอนตรุษจีน เขาอ้างว่ามีเรื่องด่วนเมื่อวันหยุดที่สิบเอ็ดของปีนี้ เยี่ยโจวไม่กล้าถาม ไม่แม้แต่จะกล้าเจอเขาด้วยซ้ำ

 

วันชาติ (เป็นช่วงวันหยุดยาวของจีนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ส่วนใหญ่หยุดประมาณ 1 อาทิตย์ รู้จักกันอีกชื่อว่าวันหยุดที่สิบเอ็ด เพราะเป็นวันหยุดครั้งที่สิบเอ็ดของปี ]

 

เยี่ยโจวส่ายหัวไปมา พยายามจะรวบรวมความคิดที่แตกกระจายของตัวเองลงที่หนังสือ ในตอนนี้การสอบเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แทนที่จะมามัวกังวลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาควรท่องหนังสืออีกหน่อยดีกว่า

 

เปิดกระดาษพลิกไปพลิกมาไม่เท่าไหร่ เขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรตกใส่หัว

 

เยี่ยโจวรีบสะบัดหัว จากนั้นลูกอมเม็ดหนึ่งก็ตกลงมา

 

มันคือห่อลูกอมสีชมพูหวานที่มีรูปสตรอเบอร์รี่อยู่ตรงกลาง

 

***

 

เยี่ยโจวหยิบลูกอมขึ้นมาและหันหน้าไปมอง ซางจิ้นนั่งอยู่ที่โต๊ะ ถือถุงลูกอมสตรอเบอร์รี่ห่อใหญ่ที่เพิ่งแกะ

 

ซางจิ้นแกะห่อลูกอมออก โยนมันเข้าปากแล้วถามออกมา “คิดอะไรอยู่หันไปหันมาอยู่นั่น

 

เยี่ยโจวส่งเสียงฮึในลำคอ ทำเป็นตั้งใจอ่านหนังสือต่อ

 

ซางจิ้นลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งข้างๆ เยี่ยโจว เขาเอามือเท้าคางมองอีกฝั่ง “ยังโกรธอยู่เหรอ?”

 

เยี่ยโจวหายโกรธมานานแล้ว ไม่ได้อยากทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับซางจิ้นต่อไปแบบนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม พอเขาเห็นว่าซางจิ้นเป็นฝ่ายสงบศึกก่อนก็อดพูดขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผลไม่ได้ “ฉันมีสิทธิ์โกรธเหรอที่นายพูดก็ถูกแล้วนี่ ฉันจะต้องทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อบรรลุเป้าหมาย เจอเรื่องยากลำบากมากมายแต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง สุดท้ายฉันก็ต้องพึ่งความกรุณาของคนอื่นอีก

 

ประโยคนี้เหมือนเป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจของเยี่ยโจว เหมือนทุกอย่างที่เขาพยายามมาตลอดเป็นแค่เรื่องล้อเล่นในสายตาของคนอื่น

 

ขอโทษนะ วันนั้นฉันผิดเอง” เคี้ยวๆ ไปไม่กี่ครั้ง ซางจิ้นก็กลืนลูกอมลงคอ “วันนี้ฉันจะมาบอกบางอย่างกับนายเป็นพิเศษ ที่หนึ่งน่ะเป็นของฉัน ฉันจะไม่ยกให้คนอื่นเด็ดขาด ถ้านายอยากได้มันก็พยายามใช้ความสามารถที่มีมาแย่งไปนะ

 

ยังต้องพูดอีกเหรอ!!” เยี่ยโจวพูดอย่างภาคภูมิใจ “บอกเลยนะ ครั้งนี้ฉันตั้งใจอ่านกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาอีก

 

บังเอิญจัง ฉันก็ด้วย

 

ผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดบรรยากาศกดดันรอบตัวเยี่ยโจวกับซางจิ้นก็ได้หายไปจริงๆ

           

เห็นว่าซางจิ้นรู้สึกผิดจริงๆ ความโกรธของเยี่ยโจวก็ลดตาม ในที่สุดไฟโมโหก็ดับลง เขายกโทษให้อีกฝ่ายแต่ก็ยังไม่พอใจอยู่ “ครั้งหน้าถ้านายรู้ว่าตัวเองผิดก็รีบมาขอโทษนะ อย่าคิดว่าลากยาวไปแล้วเรื่องจะจบลงง่ายๆ ล่ะ

 

ซางจิ้นยิ้มอ่อน “นายน่าจะทำตัวอวดดีให้น้อยลงกว่านี้เวลาที่ฉันยอมลงให้นะ

 

เยี่ยโจวเปลี่ยนเรื่องในทันที “นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ในห้อง?”

 

ตอนนี้หานายในมหาลัยได้ง่ายมาก” ซางจิ้นหยิบมือถือออกมาและเลื่อนหาโพสต์ในฟอรั่มที่กำลังเป็นที่นิยมให้เขาดู

 

ซางเยี่ยผิดปกติตรงไหนหรือเปล่า?” เยี่ยโจวคว้ามือถือตรงหน้ามาเลื่อนดู “บ้าอะไรวะเนี่ย?”

 

ซางจิ้นแกะลูกอมอีกเม็ด “ดูเองเลย

 

เยี่ยโจวอ่านโพสต์ จากตอนแรกที่กังวลก็ประหลาดใจ จากนั้นก็สับสน สุดท้ายเขาก็ไม่รู้ว่าควรทำสีหน้ายังไง โดยเฉพาะหลังจากที่เห็นการประกาศเจตนารมณ์ของเหล่า “ผู้ศรัทธา

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมสายตาเพื่อนๆ รอบๆ ถึงดูแปลกประหลาดขนาดนั้น แถมพวกเขายังพยายามผลักเขาให้ไปอยู่กับซางจิ้นอีก สาเหตุก็เพื่อให้พวกเขารีบคืนดีกัน สามล้อน้อยจะได้ฟื้นคืนพลังของ “เทพแห่งการสอบ

 

ทำไมฉันถึงไม่รู้ว่าตัวเองมีพลังนี้นะ” หลังจากที่เลื่อนดูเป็นร้อยๆ รีพลายแล้วยังไม่พบวิธีที่ซางจิ้นหาเขาเจอ เยี่ยโจวก็คืนโทรศัพท์ให้กลับซางจิ้นพร้อมกับบอกว่า “ไม่ดูแล้ว!

 

ซางจิ้นเหลือบมองนิดหน่อยก่อนจะเลื่อนจนไปเจอข้อความของเขาเอง

 

1023L ไม่ระบุชื่อ: มีใครเห็นเยี่ยโจวไหมซางจิ้นเหมือนกำลังตามหาเยี่ยโจวอยู่

 

1042L: รายงาน! ตอนที่เดินออกมาจากโรงอาหาร ฉันเห็นเยี่ยโจวปั่นจักรยานไปทางสนามกีฬา

 

1049L: เขาไม่ได้ไปที่สนามกีฬานะ ตอนที่ฉันออกมาจากสนามกีฬา เขากำลังมุ่งหน้าไปทางซุปเปอร์มาร์เก็ตของม. อ่ะ

 

1058L: ฉันนั่งอยู่ในห้องสมุด เขาไม่ได้แวะนะ ปั่นไปต่ออีก

 

1064L: จอดที่ตึกเหวินซือจ้า หยิบกระเป๋าแล้วเดินเข้าตึกเหวินซือไปเลย

 

ตอนแรกฉันว่าจะเดินหาทีละห้อง แต่พอฉันเดินมาตรงทางเข้าก็มีคนบอกฉันว่านายอยู่ในห้อง 304

 

เยี่ยโจวใช้มือกุมหัวแล้วร้องคร่ำครวญ “ฉันไม่ค่อยมาหลบอยู่ในคลาสหาที่เงียบๆ แบบนี้ ไม่คิดว่าทุกที่ที่ฉันไปจะมีคนเห็นหมดเลย

 

ซางจิ้นวางลูกอมไว้บนโต๊ะและหยิบหนังสือเรียนออกมาจากกระเป๋า “โอเค มาทบทวนกัน

 

อ่าฮะ” เยี่ยโจวถือลูกอมสตรอเบอร์รี่ไว้ในมืออยู่สักพัก จากนั้นความคิดหนึ่งก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาในหัว

 

ข่าวที่ว่าเยี่ยโจวกับซางจิ้นคืนดีกันแล้วแพร่กระจายไปทั้งมหาลัยภายในไม่ถึงชั่วโมง เพื่อนร่วมมหาลัยทุกคนอยากจะจุดประทัดฉลองจริงๆ

 

วันต่อมา เหล่านักศึกษาพร้อมกับความกล้าฮึกเหิมเริ่มเดิมมาด้านหน้าสามล้อน้อยอีกครั้งเพื่อทำการบูชา หลังการสอบพวกเขาก็บอกฟีดแบคมาในโพสต์

 

1652Lซางเยี่ยกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ทุกคนบูชาเทพแห่งการสอบได้มากเท่าที่ต้องการ!

 

1663L: ฉันหวังว่าเทพแห่งการสอบผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองจะไม่ทะเลาะกันอีกนะ ฉันเรียนไม่จบแน่ๆ ถ้าสัปดาห์การสอบอาถรรพ์กลับมาอีกครั้ง!!

 

1670L: วันนี้การสอบผ่านไปได้ราบรื่นมาก!! ขอบคุณสวรรค์ที่ซางกับเย่คืนดีกันก่อนฉันสอบ!

 

1678L: อย่าให้ต้องพูดเลย! หัวจะแตก เลือดจะไหล ทั้งใจมอบให้ซางเยี่ย ไม่คิดร้าย!!

 

เหวินเหรินซวี่พูดเล่นขึ้นมา “พวกนายสองคนอย่าทะเลาะกันอีกนะ นี่เป็นความเป็นความตายของชีวิตใครหลายๆ คนเลยนะ!

 

เยี่ยโจวกรอกตา พูดไม่ออกกับมหาลัยแสนงมงายนี้

 

การสอบที่ลากยาวกว่าสองอาทิตย์ในที่สุดก็จบลง

 

เยี่ยโจวผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย เขาไม่ได้เกือบจะเคี้ยวหนังสือกินเหมือนเมื่อหลายวันก่อน แต่เขาแวะไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อขนมมาให้รางวัลตัวเอง

 

เมื่อเดินผ่านโซนที่ขายผลไม้ เยี่ยโจวก็เห็นเลม่อนสีเหลืองสดใส หลังจากชั่งอยู่พักหนึ่งเขาก็หยิบมาสองลูก

 

โจวเหวินเต้าถามอย่างใคร่รู้ “เลม่อนเปรี้ยวจะตาย นายจะซื้อไปทำไม?”

 

เยี่ยโจวหัวเราะ “กินไง

 

โจวเหวินเต้าขมวดคิ้วเหมือนได้ชิมรสเปรี้ยวๆ ของเลม่อนเข้าไปแล้ว “ถ้านายมีความสุขอ่ะนะ

 

เยี่ยโจวไม่ได้พูดอะไร เขาเดินไปโซนลูกอมและหยิบลูกอมสตรอเบอร์รี่ที่ซางจิ้นชอบกินมาแล้วก็เดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์

 

พอกลับมาที่หอก็เห็นว่ามีแค่ซางจิ้นอยู่คนเดียว

 

เยี่ยโจววางขนมที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะก่อนจะออกปากถาม “คนอื่นล่ะ?”

 

ซางจิ้นตอบโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง “ไม่รู้สิ พวกเขาออกไปนานแล้ว

 

เยี่ยโจวหัวเราะ ‘ฮี่ฮี่’ อย่างน่ากลัว เขาหยิบเลม่อนออกมาจากกระเป๋าและวางมันที่ด้านหน้าของซางจิ้นในทันที

 

ซางจิ้นก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวและจ้องมองเขานิ่งๆ โดยที่ไม่ต้องพูดเขาก็สามารถสื่อออกมาได้อย่างชัดเจนว่า: นายเมาอะไรมาเหรอ?

 

รับไปซะ

 

ไม่อยากได้

 

เยี่ยโจวพ่นลมออกมาทางจมูก เอาเลม่อนกับมีดปอกผลไม้มาล้างใต้ก๊อกน้ำ ไม่ว่าความต้องการของซางจิ้นจะเป็นอย่างไร เขาก็ตัดเลม่อนออกมาบางๆ และผลักมันมาที่ปากของอีกฝ่าย

 

ซางจิ้นถอยหลังไปอีกสองเซนติเมตรและเน้นอีกครั้ง “ฉันบอกว่าฉันไม่อยากได้

 

ไม่สำคัญว่านายจะอยากได้หรือเปล่า!” เยี่ยโจวยังไม่ทันได้เริ่ม ซางจิ้นก็รีบหลบ เขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และไปยืนอยู่ที่จุดๆ หนึ่ง เยี่ยโจวตามติดอย่างไม่ลดละ ไม่ยอมปล่อยเขาไป เขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะป้อนเลม่อนเข้าปากซางจิ้นได้

 

ซางจิ้นจนมุมที่มุมหนึ่งของห้อง เขาชักจะลำบากใจ ในสถานการณ์แบบนี้เขาสามารถทำหน้าเรียบเย็นเพื่อไล่อีกฝ่ายออกไปได้เพราะมันกระอักกระอ่วน แต่เพราะเขาทำเยี่ยโจวโกรธเมื่อหลายวันก่อน ซางจิ้นเลยปล่อยให้เยี่ยโจวเล่นตามใจ เผชิญหน้ากับท่าคาเบะด้งของเยี่ยโจว ซางจิ้นได้แต่ยืนกอดอก ถอนหายใจออกมาเบาๆ ครั้งหนึ่ง ตอนที่ตั้งใจว่าจะพูดบางอย่างนั้น

 

[ คาเบะด้ง: ใช้มือยันกำแพงคร่อมอีกผ่ายเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปไหน ]

 

แกร๊ก

 

ประตูห้องถูกเปิดออกมา

 

หลิวอวี้เทียนและเหวินเหรินซวี่ชะงักค้างให้กับสถานการณ์น่าตกใจภายในห้อง

 

ยกโทษให้พวกเราด้วย!!!

 

ฉากแบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยจนเยี่ยโจวไม่คิดจะยื่นมือออกไปทำมือ ‘เอ่อร์คัง’ อีกครั้ง เทียบกับโดนเข้าใจผิดมามีเซ็กส์ไม่ลงรอย คาเบะด้งเป็นอะไรที่เด็กๆ ไปเลย เขาขยับต่อทันทีที่ประตูปิด “กัดเร็วๆ เลย

 

 

[ มือเอ่อร์คัง ]

 

นายคิดจะทำอะไรเนี่ยหืม?” ซางจิ้นหยิบเลม่อนในมือของเขามาด้วยสีหน้า ‘นายไม่พูด ฉันไม่กิน

 

เรื่องแบบนี้มันพูดไม่ได้หรอกนะ นายต้องลองมันก่อน!” นี่เป็นวิธีที่เยี่ยโจวคิดได้ตอนที่ซางจิ้นให้ลูกอมเขา

 

ซางจิ้นขอโทษเขาแล้ว แต่เขายังติดคำขอโทษกับซางจิ้นอยู่

 

ในวันนั้นเขาก็ทำตัวไม่ดีเหมือนกัน เขามองในมุมของตัวเองแล้วต่อว่าชีวิตของซางจิ้นทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย

 

ไม่แคร์ว่าคนอื่นจะพูดว่าเขาไปบังคับความคิดหรือยุ่งเรื่องชาวบ้าน เขาแค่อยากให้ซางจิ้นออกมาจากกรอบและเรียนรู้สุขทุกข์ของชีวิต เขาไม่ควร— เพราะกลัวที่จะเจ็บปวด— ต่อสู้โดยที่ไม่คิดต้องการอะไร

 

ชีวิตที่ไม่มีเป้าหมายมันจะต่างอะไรจากปลาเค็มล่ะฮะ!

 

เยี่ยโจวมองเขาอย่างคาดหวัง ค่อยๆ สอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและร้องว่า “ไวๆ เลย กัดสักคำสิ

 

ซางจิ้นมองเลม่อนในมือด้วยความรังเกียจ ไม่ต้องลองก็รู้สึกถึงความเปรี้ยวที่ลอยออกมา สุดท้ายเขาก็ค่อยๆ กัดเข้าไปหนึ่งคำ

 

ความเปรี้ยวแผ่ซ่านไปทั้งปากในทันที ฟันของซางจิ้นปวดอยู่แล้วจากการกินแอปเปิ้ลช่วงนี้ ใครจะรู้ว่าผีบ้าอะไรเข้าสิงเยี่ยโจว จู่ๆ ก็มาบังคับให้ซางจิ้นกินเลม่อนแบบนี้

 

เหมือนยังไม่พอใจ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ซางจิ้นรู้สึกเปรี้ยวจนไม่อยากพูดอะไร เยี่ยโจวกลับยังคงสาธยายใกล้ๆ หู “รสชาติเป็นไงเปรี้ยวป่ะ?”

 

ซางจิ้นใกล้จะหมดความอดทน หันมาจ้องอีกคนนิ่งๆ “เงียบซะ

 

มันดูเปรี้ยวมากเลยนะ” เยี่ยโจวหยิบลูกอมในมือมาแกะ ก่อนที่ซางจิ้นจะได้ทำอะไร เขาก็ยัดมันเข้าไปในปากอีกฝ่าย

 

ความหวานของลูกอมสตรอเบอร์รี่ค่อยๆ แพร่กระจายในปาก กลบความเปรี้ยวจนแสบลิ้นของเลม่อนอย่างช้าๆ

 

ซางจิ้นกินลูกอมสตรอเบอร์รี่มาก็หลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนหวานเท่ากับวันนี้

 

นายซื้อยี่ห้อไหน?”

 

อันที่ปกตินายชอบกินอ่ะ” เยี่ยโจวกลัวเขาไม่เชื่อเลยโชว์ห่อให้ดูด้วย เขาระบายยิ้มลึกลับออกมา “ไม่คิดว่ามันอร่อยเป็นพิเศษเหรอ?”

 

ซางจิ้นไม่ได้ตอบอะไรซึ่งหมายความว่าเขาเห็นด้วยกับประโยคนั้น

 

เยี่ยโจวก้าวไปนั่งในเก้าอี้ของเขา “ตอนที่เราเรียนอยู่ประถม พวกเราทุกคนจะชอบพูดคติพจน์อันหนึ่งที่จะคอยเตือนใจเรา ตอนนั้นนายได้ยินวลีไหนมากที่สุด?”

 

นายช่วยอย่าคิดอะไรโดดไปโดดมาแบบนั้นได้ไหม?”

 

เยี่ยโจวไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรจากเขาและพูดต่อด้วยตัวเอง “ที่ฉันได้ยินมากที่สุดในตอนนั้นคือ ‘การลับคมที่ดีจะช่วยสร้างความแหลมคมให้กับดาบ ความหนาวเหน็บจะช่วยสร้างกลิ่นหอมให้กับดอกเหมย’ หรือ ‘ถ้าไม่ผ่านความหนาวเหน็บ ดอกเหมยจะเผยกลิ่นหอมได้อย่างไร’ สำหรับความหมายของสองประโยคนี้ ฉันว่านายคงไม่ต้องให้ฉันอธิบายนะ

 

นายพยายามจะป้อนซุปไก่ให้ฉัน?”

 

[ 鸡汤 เป็นภาษา (คำ ประโยค บทความ) ที่เต็มไปด้วยแง่คิดและสร้างความประทับใจ เขาบอกว่า “คนเรานั้นนอกจากร่างกายมีความรู้สึกหิวกระหาย จิตใจเราก็ต้องการการบำรุงเหมือนกัน” เป็นที่มาของหนังสือ Chicken soup for the soul (แปลตรงตัว ซุปไก่สำหรับจิตวิญญาณ ฉบับแปลไทยใช้ชื่อ พลังแห่งชีวิต)]

 

นายน่ารำคาญจริง ให้ฉันพูดให้จบก่อนสิ!” เยี่ยโจวแผดเสียงด่า “ที่นายบอกว่าฉันเจอเรื่องมากมายแต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง ฉันยอมรับ…”

 

ซางจิ้นขมวดคิ้ว “ฉันคิดว่าเราจบเรื่องนี้ไปแล้วนะ

 

แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันไม่เห็นด้วย” เยี่ยโจวขัดเขา “หลายๆ คนอาจจะคิดว่าฉันน่าสงสาร แต่ฉันไม่คิดงั้นนะ ฉันรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมแต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะสงสารตัวเอง แรงกดดันกับอุปสรรคต่างๆ คือแรงผลักดันให้ฉันก้าวไปข้างหน้า ผ่านประสบการณ์พวกนี้มาได้ ความดีใจหลังทำได้สำเร็จมันผิดกันจริงๆ ชีวิตนายดีมาก นายอาจจะคิดว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องเจอเรื่องลำบากผิดหวังอะไร แต่ถ้าไม่มีพวกมันนายจะเจอกับความสุขเรื่องใหญ่ๆ ได้ยังไงก็เหมือนกับลูกอมสตรอเบอร์รี่ที่นายกินตะกี้อ่ะ นายต้องเจอความเปรี้ยวก่อนถึงจะรู้ว่าความหวานมันมีค่าขนาดไหน

 

ตอนที่พูด ดวงตาของเยี่ยโจวเป็นประกายระยับ

 

ซางจิ้นก้มหัวลงเพื่อหลบสายตาของเยี่ยโจว สิ่งที่เยี่ยโจวมีเป็นสิ่งที่เขาขาดมากที่สุด

 

เขาว่ากันว่าฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ ถึงมันจะน่าเบื่อไปหน่อยแต่มันเป็นงั้นจริงๆ นะ” เยี่ยโจวตบบ่าของซางจิ้นแรงๆ “พวกเรายังเด็กมาก พายุก็เพิ่งมาถึง ถ้าพวกเราคิดจะไปที่จุดสูงสุด ตราบใดที่พวกเรายังไม่ล้มลงเพราะลมฝน พวกเราจะไม่พ่ายแพ้เด็ดขาด

 

ซางจิ้นหัวเราะ เขายิ้มด้วยรอยยิ้มที่เยี่ยโจวไม่เคยเห็นมาก่อน เยี่ยโจวอาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เขาจะต้องเป็นคนที่มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะยอมแพ้ต่อเรื่องยากลำบากอย่างแน่นอน ต่อให้พ่อแม่ของเขาเมินเฉยมาหลายปี เขาจะค่อยๆ เดินไปในที่ๆ ไม่มีคนรู้อย่างเงียบๆ ก่อนจะรวบรวมพลังและรอวันตัดสินวันสุดท้าย ซางจิ้นเข้าใจในที่สุดว่าทำไมเยี่ยโจวถึงโมโหมากในวันนั้น ถึงเขาจะไม่เคยได้อันดับแรก แต่เขาก็ภูมิใจกับสิ่งที่เขาได้รับมาโดยตลอด

 

ใช้คำว่าพวกเรานี่ นอกจากนายแล้วอีกคนใคร?” ซางจิ้นจับมือแล้วดึงเอาเลม่อนในมืออีกฝั่งออกมาและยัดมันเข้าไปในปากของเยี่ยโจว “อยากให้นายลองลิ้มรสความหวานของลูกอมสตรอเบอร์รี่เหมือนกัน

 

เชี่ย เชี่ย เชี่ย เชี่ย!!!” เยี่ยโจวคายเลม่อนในปากอย่างรวดเร็ว “ฉันเกลียดอะไรเปรี้ยวๆ ที่สุดเลย

 

มีเวลามาใส่ใจเรื่องไร้สาระแบบนี้ ทำไมไม่รีบไปอ่านหนังสือทบทวนฮะ” ซางจิ้นหยิบหนังสือเรียนออกมาและวางมันลงบนโต๊ะ “นายเป็นคนเดียวที่ขอให้ฉันตั้งใจ ตอนท้ายก็อย่าแพ้หนักเกินไปละกัน

 

ฉันต้องกลัวนายด้วยเหรอ?”

 

ทั้งสองทบทวนตลอดทั้งบ่าย พอใกล้ๆ ห้าโมงเย็น เสียงพูดคุยเบาๆ ก็ดังขึ้นมาที่หน้าประตูห้อง

 

ตอนแรกเยี่ยโจวคิดว่าเป็นหลิวอวี้เทียนกับเหวินเหรินซวี่ที่กลับมาเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก วุ่นวายอยู่กับการอ่านหนังสือของตัวเอง แต่เสียงนั้นกลับดังอยู่ราวสามนาทีแล้วก็ไม่มีใครเข้ามาสักที เยี่ยโจวคิดว่ามันแปลกนิดหน่อย เขาขยับเก้าอี้ล้อเลื่อนของตัวเองไปข้างหลังจนชนกับหลังเก้าอี้ของซางจิ้น ก่อนจะเอนตัวแนบและถามเสียงเบา “นายได้ยินเสียงอะไรไหม?”

 

ได้ยิน อย่าใส่ใจเลย เดี๋ยวพวกเขาอยากเข้าพวกเขาก็เข้ามาเอง

 

ไม่ใช่ว่ามีคนแกล้งอะไรเราใช่ไหม?” เขาไม่ได้ยินเสียงบิดลูกกุญแจหรืออะไรเลย เยี่ยโจวยืนขึ้นและเดินไปที่ประตู เพราะไม่กล้าเปิดประตูในทีเดียว เขาเลยค่อยๆ เปิดประตูอย่างช้าๆ

 

ซางจิ้นนิ่งสงบประดุจเขาไท่ซาน ไม่ถูกรบกวนเลยแม้แต่น้อย “นายคิดมากไปหรือเปล่า?”

 

เยี่ยโจวจับลูกบิดประตูไว้ ช่างเถอะ เขาทำตัวให้สงบจิตสงบใจไม่ได้จริงๆ

 

เขาเปิดประตูห้อง หลิวอวี้เทียนกับโจวเหวินเต้าที่ยืนแนบกับประตูแทบจะล้มใส่เยี่ยโจว เยี่ยโจวหลบออกมาก่อนจะถามว่า “พวกนายทำอะไรน่ะ?”

 

ที่ทางเข้า ข้างๆ หลิวอวี้เทียนกับโจวเหวินเต้ายังมีเหวินเหรินซวี่กับสวีหยางจวิ้นด้วย พอเห็นเยี่ยโจวเดินออกมา พวกเขาก็ซ่อนมือไว้ด้านหลัง พยายามหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนทั้งๆ ที่สายตาก็เมียงมองประตูอีกด้านอยู่ตลอด

 

เยี่ยโจวมองตามสายตาของพวกเขาไปแล้วก็พบกับตะขอเกี่ยวกลางประตูกับป้ายขนาด 25 เซนติเมตรที่ถูกห้อยลงมา

 

ปิด” เยี่ยโจวอ่านคำที่อยู่ด้านหน้าแล้วก็พลิกดูด้านหลัง “เปิด พวกนายทำอะไรอยู่ตรงนี้กันอยากจะขายอะไรเหรอ?”

 

สองรูมเมตปัจจุบันกับสองรูมเมตอดีตยืนเบียดเสียดกันที่ด้านหน้าทำกริยา ‘นายผลักฉัน ฉันผลักนาย’ ‘ฉันผลักนาย นายผลักฉัน’ ไปมาแต่ก็ไม่มีใครยอมพูดอะไร

 

เยี่ยโจวชี้ไปที่ป้ายและถามอีกครั้ง “เป็นใบ้?”

 

หลิวอวี้เทียนโดนเพื่อนอีกสามคนผลักออกมา เขากระแอมเบาๆ พยายามประจบ “นี่เป็นเพราะเราใส่ใจนายกับซางจิ้น… ก็ความสัมพันธ์พิเศษของนายกับซางจิ้นอ่ะ ในอนาคตถ้านายสองคนอยู่ในหอ… กันก็เปลี่ยนป้ายเป็นฝั่งปิดซะ พอเราเห็นมันจะได้… นายก็รู้นี่! พอเสร็จแล้วก็พลิกกลับเป็นเปิดแล้วเราก็จะกลับมาเอง

 

มันไม่ค่อยสะดวกคุยกันเรื่องของพวกนายในห้อง พวกเราพยายามทำให้มันสะดวกที่สุดแล้ว” โจวเหวินเต้ายืนโดดเด่นประกาศตัวเรียกร้องเครดิต “ไอเดียฉันเอง

 

ไอเดียดี” เยี่ยโจวฉีกยิ้มอย่างไร้ความจริงใจ ใช้นิ้วกระแทกเข้ากลางหน้าผากของโจวเหวินเต้าแรงๆ “พวกนายทุกคนหมกมุ่นแต่เรื่องอะไรหาคิดเรื่องที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเรอะพูดมากี่ครั้งแล้วเนี่ย ฉันกับซางจิ้นไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ทำไมไม่เชื่อล่ะฮะ?”

 

โอเคๆๆ ไม่มีอะไรๆ” เหวินเหรินซวี่ตอบแบบขอไปทีจากนั้นก็ยิ้ม “งั้นก็เสร็จแล้วเราเข้าไปได้ยัง?”

 

เยี่ยโจวกุมขมับ มีเพื่อนที่ไม่เข้าใจภาษามนุษย์มันเหนื่อยหน่ายหัวใจจริงๆ!!

 

ซางจิ้นรอให้พวกเขาเข้ามา จากนั้นก็เดินไปที่ประตู เขามองมันแล้วพลิกป้ายไปมา “โอเค งั้นหลังจากนี้พวกนายก็ไม่ต้องกลับมาตอนกลางคืนนะ ใครจะมาทำอะไรกันกลางวันแสกๆ?”

 

หลิวอวี้เทียนเริ่มกังวล “เฮ้ เฮ้… มันออกจะ…”

 

ซางจิ้นพูดอย่างซื่อตรง “ก็ตามที่นายบอก พยายามทำให้เราสะดวกไม่ใช่เหรอ?”

 

หลิวอวี้เทียนกับเหวินเหรินซวี่: “……”

 

วันถัดมา ซางจิ้นรอให้หลิวอวี้เทียนกับเหวินเหรินซวี่ออกไปข้างนอก จากนั้นเขาก็ตรงไปที่ประตูอย่างตั้งใจเพื่อพลิกแผ่นป้ายเป็นปิด

 

นายทำอะไรเนี่ย!” เยี่ยโจวเดินมา พยายามเปลี่ยนกลับ “เดี๋ยวทุกคนก็เข้าใจผิดว่าเรามีอะไรกันหรอก

 

แต่ซางจิ้นหัวเราะโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เขาเปลี่ยนป้ายกลับเป็นปิดอีกครั้ง

 

ไม่ถึงสิบนาที เยี่ยโจวก็เหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก ไม่ใช่แค่นั้น เสียงซุบซิบยังมาจากด้านหน้าประตู ระดับเสียงไม่ได้ดังแต่เพราะในห้องมันเงียบมาก เยี่ยโจวกับซางจิ้นเลยรู้สึกได้

 

สองหนุ่มมองหน้ากัน เยี่ยโจวเดินไปและผลักประตูให้เปิดออกอย่างรวดเร็ว

 

กลุ่มคนหน้าตาคุ้นๆ ล้มระเนระนาดอยู่ที่ปลายเท้าเขา

 

เหอะๆๆ… โจว พวกเราแค่ผ่านมา… ผ่านมาเฉยๆ จ้ะ…”

 

เยี่ยโจวร้องดังเฮอะออกมาหนึ่งคำก่อนจะดึงป้ายออกมา เขาใช้แรงจำนวนหนึ่งจับปลายสองข้าง ป้ายอะเคริลิคที่เพิ่งติดมาได้ไม่ถึง 24 ชม. ก็ถูกดึงออกไปโยนทิ้งลงถังขยะ

 

เยี่ยโจวปัดมือไปมา เอาฝุ่นออกมาจากมือ “พรุ่งนี้สอบแล้วนะ ระวังฉันสาปส่งให้พวกนายสอบตกรัวๆ ก็แล้วกัน

 

หลังจากผ่านสัปดาห์สอบอาถรรพ์ที่เยี่ยโจวกับซางจิ้นทะเลาะกันมาได้แล้ว ใครจะกล้ามาดูถูกพลังของเทพแห่งการสอบ พวกเขาแทบจะวิ่งหนีตายออกไปจากตรงนี้ด้วยกลัวโดนความไม่พอใจของเยี่ยโจวเกาะติด

 

ต้องพาไอ้คนพวกนี้ไปรักษาจริงๆ นะ

 

 

 

.

 

 

 

ตอนแรกเราลืมๆ ไปบ้างละว่าสรุปง้อๆ กันยังไง

 

ตอนแปลก็รู้สึกแบบมันไม่ใช่ความผิดซางจิ้นคนเดียวนะ ทำไมน้องโจวฉันดุจังเลย แต่พอไล่แปลๆ มาเจอเลม่อนกับสตรอบะรี่เราก็แบบ แงงงง น้องงงงง น้องขาาา น้องงงงง

 

ถ้าใครมีเรื่องลำบาก ท้อแท้อะไร เราก็ขอให้สู้ๆ นะ! ขอน้องโจวสถิตกับทั่น //-//

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.409K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,417 ความคิดเห็น

  1. #5396 PiyaaRr (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 11:05
    ใจน้วยไปกะน้องเลย
    #5,396
    0
  2. #5361 Mota27 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 20:32
    ชอบความร่วมมือกันนี้55555
    #5,361
    0
  3. #5189 Fueled me (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 14:47
    น่ารักอะ เข้าใจเลยว่าเขาเติบโตมาไม่เหมือนกัน ความคิดความอ่านจะไปตรงกันทุกครั้งได้ยังไง แต่ดีใจที่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังเข้าใจกันได้ดีเหมือนเดิม สุดยอดเลยอะ คู่สร้างคู่สมสุดๆ!!!
    #5,189
    0
  4. #5150 knunkim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 11:33
    ทั้งมหาลัยนี่มันจริงๆเล้ย.. ปล.แต่ถ้ามีแบบซางเยี่ยเราก็จะไปบูชาเหมือนกันนะคะ
    #5,150
    0
  5. #4988 miyuukiMF (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 20:32

    สรุปทั้งเรื่องไม่มีใครเต็มสักคน กระทั่งตัวประกอบที่เป็นนศ.ในม. >w<;;

    #4,988
    0
  6. #4884 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 01:03
    ตอนป้อนเลม่อนกันน่ารักมากๆๆๆๆ
    #4,884
    0
  7. #4760 lavender1802 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:01
    ประสาทแดกกันทั้งนั้น
    #4,760
    0
  8. #4715 cozynotserious (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:34
    น้องโจววววววววว ฮื่อน่ารักๆๆไๆ
    #4,715
    0
  9. #4700 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:34
    สรุปทั้งมออ่ะได้เข้าลัทธิซางเยี่ยเรียบร้อยแถมสองคนนั้นก็ดันศักดิ์สิทธิ์อย่างจริงจังมาก
    #4,700
    0
  10. #4491 somwonhyuk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 18:01

    ชอบอ่านแปลจีน ชอบสุภาษิตอะไรงี้ // ขำผองเพื่อน5555

    #4,491
    0
  11. #4091 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 01:10
    คำว่าผู้บ่าวมาง้อแล้วผุดขึ้นมาในหัวเลยค่ะ555555 วิธีเปรียบเทียบของอาโจวเจ๋งมากๆๆๆ คิดดีมากๆ แต่ดันไม่อยากกินเองซะงัิน555555 แปลดีมากเลยค่า ชอบบบบ ทำไมเพิ่งมาเจอกันนะ
    #4,091
    1
    • #4091-1 Fionie(จากตอนที่ 32)
      22 ธันวาคม 2562 / 01:44
      ดีใจที่ชอบนะคะะ!
      #4091-1
  12. #3962 mssss (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 19:26
    ใส่ใจที่หนึ่ง
    #3,962
    0
  13. #3380 Aonan Woraporn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 00:40
    ง้อกันน่ารักจุงเบย
    #3,380
    0
  14. #3372 fighting writeee♡ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 17:12
    น่ารักจริงๆเลย ไม่คิดว่าซางจิ้งจะยอมลงให้ก่อนด้วย!
    #3,372
    0
  15. #3304 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 01:46
    น่ารักมากๆโอ้ย เป็นคู่ที่น่ารัก ประคับประคองกันไปนะคะ
    #3,304
    0
  16. #3108 Crema' (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 21:28
    น้องแบบน่ารักมากกกกก คือตกหลุมรักเย่โจวได้ไม่ยากเลยจริงๆ
    #3,108
    0
  17. #2614 Maylyunho (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 08:03
    น้องน่ารัก ชอบน้องที่ไม่ทำตัวเแงท้อถอยแต่กลับเป็นแรงผลักดัน และการจอโทษ การง้อของน้องก็น่ารักจริงๆ
    #2,614
    0
  18. #2488 Taetaemnae (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 14:36
    อรุ่มมมม
    #2,488
    0
  19. #2422 Ruruka Buta (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 16:43
    หูยยย พระเอกยอมลงให้ก่อนอะ น่ารักจริงคู่นี้
    #2,422
    0
  20. #2105 palm4588 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 18:45
    คู่สร้างคู่สม ชอบความคิดของเย่โจวมาก
    #2,105
    0
  21. #2028 ShamanWcat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 15:27
    พวกนายดีมากอ่ะ อาเย่นี่ง้อแบบมีชั้นเชิงมาก55 ชอบนายจัง

    เพื่อนพวกนายคือป่วงมาก พวกบ้านี่5555
    #2,028
    0
  22. #1644 navinavy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 14:01
    ฮืออน่ารักกก
    #1,644
    0
  23. #1497 neooooo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:16
    ชอบในด้านทัศนคติของเย่โจวมากเลย เจออะไรมาตั้งมากมาย แต่คือความคิดดีมาก คิดบวกดีจัง ;-; ชอบวิธีง้อ มันจะต้องพิธีรีตองหน่อย 5555555
    #1,497
    0
  24. #1302 KhimSF7 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 13:37
    ฮื่อออออ ง้อแล้วววว น่ารักมาก ดีใจมากที่ซางจิ้นมาง้อก่อน ไม่คุยกันตั้งนานคนอ่านก็อึดอัดไปหมด น้องก็น่ารักมากๆ ง้อได้น่ารักที่สุด ความคิดก็น่านับถือ แต่เพื่อนๆนี่ก็น่าปวดหัวทุกตอน 5555 สักวันคงโดนสาปเข้าจริงๆ
    #1,302
    0
  25. #1177 soul_in_my_life (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 00:57
    ขอเข้าร่วมลัทธิซางเย่ /ยกมือ/
    #1,177
    0