คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[ตีพิมพ์แล้ว] Us & Infinity ˋ [Winchester X Ingfah]

ตอนที่ 5 : Us ˋ : CH.4 - Love can touch us one time and last for a life time


     อัพเดท 13 ม.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: fernniz, england, europe, usa, america, drama, hot, silviar, slyvester, winchester, love, hurts, novel, bad, romance
ผู้แต่ง : FernniZ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ FernniZ
My.iD: https://my.dek-d.com/fernniz
< Review/Vote > Rating : 100% [ 10 mem(s) ]
This month views : 24 Overall : 86,593
2,237 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 728 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[ตีพิมพ์แล้ว] Us & Infinity ˋ [Winchester X Ingfah] ตอนที่ 5 : Us ˋ : CH.4 - Love can touch us one time and last for a life time , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4497 , โพส : 28 , Rating : 100% / 11 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


พิมพ์ครั้งที่ 2!

หมายเหตุ :

การเปิดจองนิยายเรื่องนี้เป็นการเปิดจองรอบที่สอง (พิมพ์ครั้งที่ 2) ซึ่งจะมีเนื้อหาเหมือนพิมพ์ครั้งแรกและครั้งที่สองทุกประการ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในลิงค์ด้านล่างนะคะ

CLICK :

https://docs.google.com/forms/d/1Bb3QZ8xmFsIhOry6vq8ubPBrOfVC4iNttDpgHJZ0710/viewform

 


หมายเหตุ :

กรุณาอ่านให้เข้าใจ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่เฟิร์นแต่งจบไปแล้วตั้งแต่เมื่อสามที่แล้ว และไม่เคยส่งให้สนพ.ใดๆ พิจารณา เนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงการนำเนื้อเรื่องเดิมมารีไรท์ ขัดเกลาสำนวนให้สละสลวยขึ้น แต่พล็อตทั้งหมดคงเดิม มาอัพใหม่ตามเสียงเรียกร้องเท่านั้น และเฟิร์นจะลงเนื้อเรื่องจนจบและจะให้เวลาอ่านหลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือนแล้วจะลบบางส่วนออกจากเว็บค่ะ แจ้งให้ทราบโดยทั่วกันนะคะ

 

  



               




 

4

Love can touch us one time and last for a life time

รักอาจสัมผัสเราเพียงครั้งเดียวและคงอยู่ชั่วนิรันดร์

 

วินเชสเตอร์ให้ฉันอยู่คอยรับใช้เขาจริงๆ ทำตัวเหมือนพระราชาสั่งนู่นสั่งนี่

 

ฉันน่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้แฝงอะไรเลยเรื่องที่เขาอยากให้ฉันอยู่ต่อ ไม่น่าไปหลงรอยยิ้มกับคำพูดนั้นเลยวินเชสเตอร์กับเพื่อนของเขาลุ้นบอลอยู่บนพื้นหน้าเวที ส่วนฉันใช้เวลาตลอดช่วงหัวค่ำแอบมองเขาอยู่ด้านหลังโต๊ะ เท้าคางทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับตัวเองคนเดียว

 

ง่วงแล้วนะ ไม่รู้เมื่อไหร่วินเชสเตอร์จะยอมไปส่งฉันที่บ้านแล้วเขาก็ดื่มไปด้วย จะขับรถได้ยังไง หวังว่าจะไม่ต้องขึ้นแท็กซี่กลับหรอกนะ

 

เบื่อเหรอ

 

ใครบางคนวางขวดโคล่าสองขวดบนโต๊ะที่ฉันเท้าคางอยู่ ฟลินน์นั่นเอง เขาเป็นคนเดียวที่ดูเห็นอกเห็นใจฉันมากที่สุดในกลุ่ม ฟลินน์มักจะยิ้มให้ในเวลาที่เราเจอหน้ากัน ในขณะที่คนอื่นแทบไม่มองหน้าฉันเลย

 

นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันยิ้มหวาน ที่จริงฉันควรจะคิดว่ามันดีแค่ไหนที่ได้มานั่งมองวินเชสเตอร์อยู่ใกล้ๆ เขาอย่างนี้ เมื่อก่อนฉันต้องอดทนรอจนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่จะได้บินกลับไปอเมริกา ดังนั้นฉันจึงไม่มีปัญหาเลยกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นี้ ฉันคิดในแง่ดีพร้อมความหวังที่ว่าอีกหน่อยมันก็จะดีขึ้นอีก ฟลินน์ยิ้มตอบ เขาเลื่อนโคล่าอีกขวดให้ หืม

 

เธอไม่ชอบดื่มเหล้าใช่มั้ยล่ะ ฉันเห็นเธอไม่แตะอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า เลยเอานี่มาให้

 

อ้อ ฉันรับมันมา ฟลินน์ดีกับฉันเสมอเลยแฮะ ขอบคุณนะ

 

ฉันเขยิบที่ให้เมื่อเขานั่งลงข้างกัน เพิ่งสังเกตว่าฟลินน์เป็นผู้ชายที่มีนัยน์ตาสีอำพัน มันทรงเสน่ห์ในยามที่มีแสงไฟสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น เขายังมีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มแบบเอเชีย แต่โครงหน้าและรูปร่างของฟลินน์ไปทางตะวันตกโดยสิ้นเชิง ฉันเหลือบมองใบหน้ายามที่เขาดื่มโคล่า ฟลินน์ย่นคิ้วพลางยิ้มหน่อยๆ ตอนที่หันมาเห็นว่าฉันแอบมองเขาอยู่ อืมนี่ถ้าเป็นวินเชสเตอร์เขาคงบ่นฉันเป็นวรรคเป็นเวรแน่เลยที่มองหน้าเขาน่ะ

 

หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ เขาถามติดตลก ฉันรีบส่ายหน้า

 

ฉันแค่สงสัยน่ะเอ่อ นายเป็นลูกครึ่งอะไรเหรอ ครึ่งคนครึ่งเทพบุตรแหง! ฉันอยากจะใช้คำว่า ฉันเกือบจะนอกใจวินเชสเตอร์ แต่ฉันจะใช้คำนั้นได้ยังไงในเมื่อเรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เฮ้อ!

 

ฉันอยู่อังกฤษ เป็นลูกครึ่งออสเตรเลียล่ะมั้งเขายิงฟัน

 

ฉันมุ่ยหน้า ก็แหม ก็อย่างวินเชสเตอร์ยังมีเชื้อสายอเมริกาเลยไง ฉันเองก็เหมือนกัน

 

ก็นั่นสินะ ร่างสูงหัวเราะ เขามีลักยิ้มด้วยล่ะ ฉันเป็นลูกครึ่งอังกฤษ แม่ฉันเป็นคนไทย ท่านมาจากเชียงใหม่

 

อ๋อ ฉันครางอย่างรับรู้ เขาก็แอบดูเหมือนคนเหนืออยู่นะ

 

แล้วเธอล่ะ มาจากเมืองไหนของอเมริกา

 

แอลเอ แคลิฟอร์เนีย ฉันบอกอย่างสับสน แต่จริงๆ ก็ไม่ถือว่าฉันมาจากที่นั่นหรอกนะ พ่อฉันต่างหากที่มาจากที่นั่น พ่อเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย แต่แม่ฉันเป็นคนไทยแท้ แล้วฉันก็ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ที่ไทย

 

แล้วเธอไปรู้จักวินเชสเตอร์ได้ไง

 

ก็ครอบครัวของเรารู้จักกันไง พ่อฉันเป็นมือกลองวงของพ่อวินเชสเตอร์

อ่ะฮ้าอย่างนี้นี่เอง ฟลินน์พยักหน้าหงึกหงัก นี่ยืนยันว่าวินเชสเตอร์ไม่เคยเล่าเรื่องราวอะไรของฉันให้เพื่อนของเขาฟังเลยสินะ ฉันรู้สึกผิดหวังหน่อยๆ แต่แหงล่ะเขาชอบพี่สาวของฉัน ไม่ใช่ฉัน งั้นเธอก็เป็นน้องสาวของอิงฝันวง Knocking you down น่ะสิ ฟลินน์ดูเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาตกใจหน่อยๆ ตอนที่ฉันพยักหน้า เฮ้ย ถึงว่าสิ ฉันก็นึกอยู่ตั้งนานว่าเธอหน้าเหมือนใครกันน้า

 

นั่นไม่ดีเลยฉันไม่อยากหน้าเหมือนพี่แล้วสิ

 

ก็นะ…” ฉันยิ้มเจื่อนๆ แล้วเมื่อหันไปมองวินเชสเตอร์อีกครั้ง ฉันก็พบว่าเขากำลังมองฉันอยู่ก่อนแล้วแม้วินเชสเตอร์จะหันกลับไปในไม่กี่วินาทีต่อมา แต่แค่เพียงเท่านั้นมันก็เขย่าหัวใจฉันอย่างบ้าคลั่ง บ้าน่าวินเชสเตอร์น่ะเหรอแอบมองฉัน เขาคงหันมาเพราะได้ยินชื่อตัวเองมากกว่า

 

นี่ อาทิตย์หน้าพวกฉันจะไปเล่นคอนเสิร์ตที่ลีดส์ อยากมาด้วยกันมั้ย

 

หืม? คำถามของฟลินน์เรียกความสนใจของฉันกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขายิ้มในขณะที่ฉันขมวดคิ้ว คอนเสิร์ตของ Us & Infinity ที่ลีดส์เหรอ? พูดจริงหรือเปล่าเนี่ย

 

จะโกหกไปเพื่ออะไรล่ะ ฟลินน์ขมวดคิ้ว

 

แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมนายถึงมาชวนฉันล่ะ แบบว่าฉันงงๆ นิดหน่อยอ่ะ ฉันกับฟลินน์เคยคุยกันแค่ไม่กี่ครั้ง เรารู้จักกันแค่ผิวเผินเอง แต่เอ๊ะคิดอีกทีก็ดีเหมือนกันนะ เพราะว่าวินเชสเตอร์ก็จะไปอยู่ที่นั่นด้วยนี่นา

 

นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอ เขาหัวเราะ ฉันส่ายหัวดุ๊กดิ๊กเอ่อ นี่ฉันไม่รู้จริงนะ มันตลกตรงไหนกันล่ะ หรือว่าเขาจะรู้ว่าฉันชอบวินเชสเตอร์เลยอยากจะช่วยฉัน เฮ้ย ไม่ใช่หรอกมั้ง แต่แต่ฉันก็แอบมองวินเชสเตอร์ออกบ่อย ตายแล้ว ฉันสับสนนะเนี่ย!

 

ฉันไม่รู้จริงๆ นะ

 

ฮ่ะๆ เอาเป็นว่า…” ฟลินน์เลิกหัวเราะ เขากระแอมไอแทน ยังไงเราก็เป็นคนไทยเหมือนกัน เรียนที่เดียวกันแล้วก็รู้จักกันแล้วใช่มั้ยล่ะฉันอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้ แบบว่าสนิทน่ะ ฉันคิดว่าเธอน่ารักดี

 

จะจริงเหรอ ฉันยกมือขึ้นเกาหัว ฟลินน์ยิ้มร่า คำพูดแบบนั้นมันน่าเขินนิดหน่อยนะ นายอยากเป็นเพื่อนกับคนอย่างฉันเนี่ยนะ

 

พอฉันพูดออกไปอย่างนั้นฟลินน์ก็ระเบิดหัวเราะออกมาเลย อ้าว อะไรกันเล่า

 

ฮ่ะๆ โทษทีๆ ฉันแค่คิดว่าเอ้อ ช่างมันเถอะ ก็ประมาณนั้นแหละ เขายิ้มอีก เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาคนมองต้องยิ้มตามไปด้วย เอาเป็นว่าฉันจะให้บัตรคอนเสิร์ตกับเธอไว้สองใบ ชวนเพื่อนมาด้วยคนหนึ่งละกัน เธอจะได้ไม่เหงา เราจะค้างคืนกันที่บ้านญาติฉัน พวกปารีสก็จะอยู่ที่นั่นด้วยนะ

 

ว้าว เจ๋งไปเลย ขอบคุณค่ะ ฉันตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้แทบไม่อยู่ตอนที่รับบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตมาจากฟลินน์ กำลังคิดอยู่ว่าจะชวนอิงกริดไปด้วยกัน มันต้องสนุกแน่ได้โอกาสอยู่ใกล้ชิดกับวินเชสเตอร์ขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว ดีจัง!

 

 

 

 

 

 

ฉันไม่ได้บอกวินเชสเตอร์เรื่องที่ฟลินน์ชวนฉันไปดูคอนเสิร์ตที่ลีดส์ (ขืนบอกเขาอาจจะอารมณ์เสียใส่ แล้วฉันก็คงไม่ได้ไปแน่) แต่นั่งอารมณ์ดีอยู่คนเดียวตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงวินาทีนี้ วินเชสเตอร์หาว่าฉันเพี้ยน เพราะฉันยิ้มตลอดทางที่เขาขับรถไปส่งบ้าน แต่ฉันไม่สนหรอก เช้าวันนี้ฉันรีบเอาบัตรคอนเสิร์ตให้อิงกริดแต่เช้า

 

แต่เธอกลับดูไม่ดีใจเท่าไหร่ รอยยิ้มของเธอหุบลงตอนที่มองมัน

 

ทำไมเหรอ อย่าบอกนะว่าเธอไม่ชอบวงนี้ ฉันตีโพยตีพายเอาไว้ก่อน ไม่จริงใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปกับใครกันล่ะ อิงกริดเป็นเพื่อนคนเดียวของฉันนะ ฉันไม่ชอบคุยกับพวกคนอินเดียที่เรียนด้วยกัน บางคนมีกลิ่นตัวเหม็นสาป แล้วชาวอังกฤษแท้ๆ หลายคนก็ไม่คบหาสมาคมกับคนเอเชียอย่างฉันหรือต้องบอกว่าฉันไม่กล้าไปคุยกับพวกเธอด้วย

 

แต่จะยังไงก็แล้วแต่ ถ้าอิงกริดไม่ไปล่ะฉันจะทำไงดี โอ๊ย เหมือนฝันสลายมาตรงหน้า ฉันไม่ได้คิดเอาไว้เลย

 

อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันชอบสิ ชอบมากเลยแหละ เธอรีบพูด งั้นทำไมกันล่ะ

 

แต่?

 

จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก เธอปฏิเสธ แค่ฉันเคยรู้จักกับฟลินน์ แต่เราไม่ได้คุยกันหลายเดือนแล้วเท่านั้นเอง

 

หืม พวกเธอเป็นเพื่อนกันหรอกเหรอ

 

ฮ่ะๆก็ใช่อยู่หรอกนะ อิงกริดหัวเราะฝืดๆ แต่ฉันกับเขาแบบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือจะพูดไงดีล่ะ ไม่เชิงทะเลาะกันหรอกนะ แต่ก็ไม่ได้สนิทกันอีกแล้วล่ะ

 

อ่า…” เธอลำบากใจงั้นสินะ แย่จังแฮะ น่าเสียดายหน่อยๆ แต่ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงไปบังคับเธอไม่ได้หรอก งั้นไม่เป็นไรหรอก ถ้าเธอลำบากใจงั้นฉันชวนคนอื่นไปก็ได้ ฉันบอกเสียงสดใสทว่าใบหน้ากลับหม่นหมอง โธ่ฉันมีเพื่อนคนอื่นที่ไหนเล่า

 

เอ่อ ไม่รู้สินะ จริงๆ มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องไปคุยกับฟลินน์นี่นา เมื่อกี้เธอบอกว่าแฟนของพวกเขาก็จะอยู่ที่นั่นด้วยใช่มั้ย

 

หืม งั้นเธอจะไปเหรอ ฉันเด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรงตัวตรง ไม่ได้จะพูดให้ความหวังกันหรือเพียงแค่เพราะรู้สึกผิดนะ! อิงกริดใช้ความคิดอย่างยับยั้งช่างใจ แล้วในที่สุดเธอก็พยักหน้า

 

เธออุตส่าห์มาชวนกันทั้งทีนี่นา แล้วมันก็ไม่น่าจะมีอะไรหรอก เรื่องมันนานแล้วด้วย

 

โหย เธอน่ารักที่สุดเลย!” ฉันกระโดดไปกอดอิงกริดทันที เธอหัวเราะลั่น

 

ใจเย็น ที่รัก เธอเป็นเพื่อนของฉันนี่นา

 

น่ารักเนอะ อิงกริดไม่เคยดูถูกคนเอเชียเลยแม้เธอจะมีเชื้อสายอังกฤษแท้ๆ ฉันเคยได้ยินมาว่าชาวอังกฤษชอบเหยียดสีผิว พวกเขามองว่าตัวเองอยู่สูงกว่าเรา แต่มันไม่ใช่กับทุกคนเสมอไป เราหัวเราะคิกคัก ฉันได้เพื่อนแท้ในยอร์กแล้ว

 

ขอโทษค่ะ ขอนั่งด้วยคนนะ โต๊ะตรงนั้นเต็มหมดแล้ว

 

หญิงสาวคนหนึ่งปรากฎกายขึ้นที่โต๊ะ เธอคือเมเรดิธ เลดฟอร์ด คนที่ฉันพยายามเลียนแบบวิธีการทำตัวเฉิดฉายให้เป็นที่สะดุดตาคนอย่างมีมาดมาตลอดหนึ่งเดือน ฉันแทบเป็นลมเพราะออร่าอันเปล่งประกายนั่น ฉันกับอิงกริดหันมองหน้ากันแล้วก็มองเธออีกครั้ง เมเรดิธเอียงคอ เธอมีรอยยิ้มอย่างน่ารัก พอเราพยักหน้าเธอก็กล่าวขอบคุณเสียงใส

 

ขอบคุณค่ะ ฉันชื่อเมเรดิธนะ พวกเธอชื่ออะไรกันบ้างเหรอ

 

ตายแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะหยิ่ง แบบว่าเป็นพวกไฮโซเสียอีก! ผิดคาดอย่างแรงเลยนะเนี่ย

 

เอ่อฉันอิงกริด และนี่มีอา เธอเป็นคนไทยเชื้อสายอเมริกัน อิงกริดว่า เธอดูงงๆ เหมือนฉัน แต่นั่นนับเป็นเรื่องดีที่เมเรดิธถ่อมตนอย่างไม่น่าเชื่อ เธอคิดได้ยังไงน่ะว่าพวกเราจะไม่รู้จักเธอ

 

คนไทยเหรอ เยี่ยมไปเลย ฉันเคยไปถ่ายแบบที่ไทยด้วย ทะเลที่นั่นเหมือนสวรรค์เลยนะ

 

อ้ออืม ขอบคุณค่ะ ฉันยังคงอึ้งอยู่เลยไม่รู้จะตอบอะไรดี

 

อ๊ะ หมายถึง ฉันเป็นนางแบบแต่ก็ไม่ได้ดังอะไรหรอก เธอบอกอย่างระวัง คงจะกลัวว่าพวกเราจะมองว่าเธออวด ฉันหันมองหน้าอิงกริดให้เธอช่วยยืนยันว่า ไม่ดัง จริงเหรอ อิงกริดส่ายหัวเป็นพลันวัน โอ้

 

ไม่จริงหรอก เธอดังจะตาย ใครก็รู้จักเธอ จริงๆ นะ อิงกริดแย้ง

 

ฮ่ะๆ ไม่หรอก ฉันก็เป็นแค่คนธรรมดานี่แหละ ฉันมาเรียนหนังสือเหมือนพวกเธอเห็นมั้ยล่ะ

 

ว้าว บอกตามตรงฉันไม่ได้คิดจริงๆ นะเนี่ยว่านิสัยที่แท้จริงของเมเรดิธจะน่ารักขนาดนี้ ความเข้าใจติดลบที่ว่าเธอจะต้องหยิ่งผยองในทีแรกมลายหายไปกับสายลม ฉันกับอิงกริดรู้สึกแย่หน่อยๆ ที่ตัดสินใครแต่เพียงภาพลักษณ์ภายนอก

 

แต่ว่าดีจังเลยนะเป็นนางแบบ เธอต้องได้เจอคนดังเยอะแน่ๆ เลย ฉันพึมพำได้เจอวินเชสเตอร์อะไรอย่างนี้ไง

 

ไม่เท่าไหร่หรอกจ้ะ ตอนนี้ฉันก็พักงานอยู่ด้วย ไม่ค่อยได้เจอใครกับเขาหรอก ยังไม่รู้เลยว่าเรียนจบแล้วกลับไปเป็นนางแบบอีกจะรุ่งมั้ย เธอหัวเราะ ฉันคิดว่าเมเรดิธน่าเอ็นดูที่สุดเลย อ๊ะ นั่นบัตรคอนเสิร์ตของ Us & Infinity นี่นา พวกเธอก็จะไปเหมือนกันเหรอ

 

เอ๋ หรือว่าเธอก็จะไปที่นั่นด้วย

 

ใช่แล้ว บังเอิญจัง! ฉันเป็นแฟนคลับของพวกเขามาสักพักแล้วล่ะ วงอะไรก็ไม่รู้ ขนาดเป็นแค่วงใต้ดินนะเนี่ย แต่มากความสามารถแถมยังทรงสเน่ห์สุดๆ ไปเลย!” เธอร้องด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ฉันแทบจะกรี๊ด เราหัวอกเดียวกันเลย!

 

ใช่มั้ยล่ะ!” ฉันได้แนวร่วมแล้วล่ะ อิงกริดมองเราแล้วก็หัวเราะ

 

ฉันรู้สึกว่าเรื่องดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าการไปลีดส์ครั้งนี้อาจสนุกกว่าที่คิดก็ได้





 








 

[ Winchester’s Secret ]

 

ผมหงุดหงิดทันทีที่เห็นหน้าอิงฟ้าและฟลินน์แทบกระอักเลือดเมื่อรู้ว่า เพื่อน ที่มากับเธอคืออิงกริด

 

เรานัดเจอกันที่อพาร์ตเม้นต์ของผมในเวลาแปดโมงเช้า พวกเราจะขับรถไปสองคัน วอร์ริคขับคันหนึ่งโดยเอาสการ์เล็ตต์หวานใจของเขาไปด้วย วาเลนเซียและปารีสก็ไปกับมัน  ฟลินน์และมาร์เซลล์จะมากับผม เราตกลงกันว่ามาร์เซลล์จะเป็นคนขับ ส่วนเอเวอลีนนั้นติดธุระเลยจะตามไปทีหลัง

 

ฟลินน์เคยเกริ่นว่าจะมีอีกสองคนมากับเรา แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นอิงฟ้า และเห็นได้ชัดว่าฟลินน์ไม่รู้ด้วยว่าอีกคนก็คืออิงกริด

 

ยัยเด็กบ้านี่ทำอะไรโง่ๆ อีกแล้ว

 

แกมีอะไรจะพูดมั้ยเพื่อนรัก ผมกอดอกถามเพื่อนตัวเองที่อึ้งไปพักใหญ่ตอนเห็นใบหน้าของแฟนเก่า ใช่ อิงกริดเป็นแฟนเก่าของฟลินน์ที่เคยคบกันนานกว่าหนึ่งปี ก่อนจะมาเลิกรากันไปในช่วงฤดูใบไม่ร่วงที่ผ่านมา แต่ผมเดาว่าอิงกริดคงรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมาเจอกับฟลินน์ เพราะเธอมีท่าทีราวกับไม่คิดอะไรเลยมาตั้งแต่แรกแต่มันก็แค่มีท่าที ราวกับ

 

เอ่อฉันชวนอิงฟ้า แล้วบอกให้เธอชวนเพื่อนมาได้คนนึง สาบานว่าไม่รู้มาก่อนว่าจะเป็นอิงกริด

 

เยี่ยมผมลูบใบหน้าตัวเองแรงๆ ทันใดนั้นก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที

 

ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองหงุดหงิดเรื่องอะไรมากกว่ากันระหว่างที่เพื่อนทำอะไรโดยไม่บอก

 

หรือเรื่องที่อิงฟ้าบอกชอบผมแต่ตอบตกลงนัดกับฟลินน์

 

ผมไม่ได้รู้สึกหึงหรืออะไรอย่างนั้นหรอกนะ จะเรียกว่าไงดีล่ะหวงก้างล่ะมั้ง ผมควรโมโหหรือเปล่าเพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนเธอยังทำเหมือนชอบผมจะเป็นจะตาย ตอนนี้กระโดดไปหาเพื่อนผมแทนเสียแล้ว และนั่นมันก็ชัดเจนกว่าเป็นการเดตเห็นๆ ฟลินน์ไม่ชวนผู้หญิงเที่ยวพร่ำเพรื่อ

 

เฮอะหรือว่าไอ้ที่บอกว่าชอบผมมาตั้งแต่เด็กอะไรนั่นเป็นเรื่องโกหก

 

ช่างแม่งสิ จะทำอะไรก็เรื่องของเธอนี่

 

ชักขี้เกียจไปแล้วว่ะ ผมพึมพำ อิงฟ้าแอบมองผมอยู่ก่อนแล้วตอนที่ผมหันไปมองเธอ นั่นยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาใหญ่จะเอายังไงของเธอกันแน่ นัดกับฟลินน์ยังจะส่งสายตาให้ผมอีกหรือไง ผู้หญิงอย่างยัยนี่นี่นะ

 

ช่วยไม่ได้ ยังไงก็คงต้องออกเดินทางก่อน สายแล้วนะเว้ย มาร์เซลล์เตือน

 

เออ เอาไงก็เอาเหอะ มันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ เพราะคนที่น่าจะรู้สึกแย่กว่าผมยังมีอยู่ไอ้ฟลินน์ไงล่ะ ผมตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ไม่รู้จะให้กำลังใจหรือสมน้ำหน้ามันดี ไปขึ้นรถเหอะ แกก็นั่งหน้าข้างมาร์เซลล์มันไป ฉันนั่งหลังให้เอง

 

ผมเสนอ ฟลินน์จะได้ไม่ต้องนั่งใกล้กับอิงกริด แต่แหงล่ะผมเลยต้องไปนั่งกับอิงฟ้าแทน

 

อิงกริดน่าจะรู้เรื่องที่อิงฟ้าชอบผมด้วย เพราะเธอผลักอิงฟ้าเข้ามานั่งกลางทันทีที่เห็นว่าผมเลือกนั่งริม อะไรของพวกนี้วะ แล้วตกลงยัยนี่อยากเดตกับไอ้ฟลินน์หรือใกล้ชิดกับผมกันแน่ เธอกะปั่นหัวผมเล่นเรอะ!

 

โธ่เว้ยผมก็ไม่เข้าใจนักหรอกนะว่าทำไมถึงหงุดหงิดนักเวลาที่เห็นหน้ายัยนี่ และผมต้องยอมรับว่ามันมีความไม่ชอบใจเล็กๆ แฝงมาด้วยทุกครั้งที่เห็นเธอคุยกับฟลินน์ เรื่องบ้าๆ นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนที่เธอมาทำอาหารที่บ้านป้าของผม

 

มันช่วยไม่ได้ก็อิงฟ้าดันเหมือน

 

เหมือนกับพี่สาวของเธอมากเกินไป

 

อ่าสวัสดี

 

นั่นเป็นคำทักทายซ้ำซากเดิมๆ ที่อิงฟ้าใช้กับผมเสมอเมื่อเราเจอหน้ากัน ถ้าเธอไม่รู้จักคำพูดอื่นก็คงจะกลัวผมจนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี อ้อ เธอมักจะก้มหน้างุดๆ ใส่ผมด้วย ไม่รู้ว่าคุยกับรองเท้าหรือไง

 

กลัวก็กลัวแต่ไล่ก็ไม่ไปนะ

 

เออ ผมตอบห้วนๆ เสียบเฮดโฟนเข้าหู เปิดเพลงดังจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้างพลางมองออกไปนอกหน้าต่างและไม่สนใจเธออีก มันออกจะหยาบคาย ผมรู้ แต่ช่วยไม่ได้ ผมไม่มีอารมณ์จะคุยกับเธอสักเท่าไหร่

 

แต่รู้มั้ยแทนที่การที่ผมไม่เคยแคร์เธอเลยจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ท้อแท้จนล้มเลิกความคิด

 

เปล่าเลยเธอไม่ไปไหน ไม่แคร์อะไร

 

ราวกับว่าขอแค่ผมพูดกับเธอ จะแค่คำเดียวสั้นๆ ว่า เออ อย่างไร้มารยาท แต่อิงฟ้าก็ดีใจเสียมากมาย เธอยิ้มไม่หยุดไปตลอดทาง

 

ผมว่าเธอเหมือนคนบ้า

 

แต่ผมก็ว่าที่จริงมันก็ออกจะน่ารักดี

 

และผมก็คิดว่าบางทีตัวเองก็แอบเสียสติพอกันที่คิดอย่างนั้น

 

เอาล่ะ มันก็ประหม่าเหมือนกันนะที่ต้องถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้น แต่จะให้หันไปดุเธอตอนนี้ก็มีแต่ผมเนี่ยแหละที่จะถูกเพื่อนด่ากลับมา เชื่อเถอะ พวกมันจะต้องหาว่าผมจะเอาอะไรนักหนา และนั่นมันก็จะน่ารำคาญเอาเรื่อง

 

เพราะงั้น ผมแกล้งหลับดีกว่า

 

แต่เฮ้ไหงเธอหลับก่อนผมล่ะ แล้วยังเอนศีรษะมาพิงกันด้วยนะ แกล้งหรือว่ายังไง

 

ผมขมวดคิ้วจนเป็นปม พยายามจะมองว่าเจ้าของใบหน้าใสราวกับเด็กที่กำลังพิงไหล่ผมอยู่นั้นหลับจริงหรือมันเป็นเพียงแผนแบบเด็กๆ ที่แค่อยากจะพิงผมของเธอ แต่เด็กคนนี้ดูท่าว่าจะเป็นเด็กจริงๆ เธอสะลึมสะลือเหมือนคนง่วงจัด แล้วตอนที่รถเบรกก็ทำให้เธอรู้สึกตัวขึ้นมา

 

ขะขอโทษ

 

อิงฟ้ากล่าว มีสีหน้าเหมือนอายจัด ดูท่าว่าใบหน้าแดงๆ นั่นคงเฟคไม่ได้หรอก ผมถอนหายใจแล้วหันกลับไปสนใจนอกหน้าต่างตามเติม แต่ไม่ถึงนาทีต่อมามันก็ลงอีหรอบเดิมอีก เธอมาพิงผมอีกแล้วคราวนี้หลับตาพริ้มเลย

 

กลางคืนไม่หลับไม่นอนหรือว่ายังไง นี่เธออายุยี่สิบสองแน่เหรอ ขึ้นรถแล้วหลับได้ขนาดนี้มันเด็กแล้วล่ะ

 

เอ่อ ขอโทษนะจ๊ะวินเชสเตอร์ มีอาเค้าคงเพลียมากน่ะ เห็นเมื่อเช้าบ่นๆ ว่านอนไม่ค่อยหลับ อิงกริดบอกอย่างเกรงใจพลางค่อยๆ ดึงอิงฟ้ากลับไปซบไหล่ของเธอแทนอ๋อเหรอ

 

เอาเถอะผมกะว่าจะไม่สนใจเธออีกแล้ว อีกประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็จะถึงที่หมาย ในเมื่ออิงฟ้าหลับไปแล้วผมเลยเลิกคิดจะแกล้งหลับ แต่เปลี่ยนมานั่งเล่นเกมในไอโฟนแก้เบื่อไปแทน

 

สักสิบนาทีต่อมาศีรษะของคนตัวเล็กก็เบนมาหาผมอีกเป็นรอบที่สาม

 

เออ ดี ผมทิ้งไอโฟนลงบนตัก ยกมืออีกข้างลูบหลังคอพลางมองใบหน้านั้นอย่างเหนื่อยใจ อิงกริดคงจะกลัวว่าผมจะโกรธ เธอรีบกุลีกุจอจะมาเอาเพื่อนตัวเองกลับไปอีก แต่ผมขัดขึ้นมาก่อน

 

ช่างเหอะ ปล่อยให้เธอนอนไปอย่างนี้ก็ได้ ผมมีน้ำเสียงเบื่อหน่าย เพราะรู้สึกตงิดๆ ว่าต่อให้เธอไปพิงอิงกริดอีกมันก็เท่านั้นแหละ อิงฟ้าจะกลับมาพิงผมอยู่ดี แล้วผมก็ชักจะรำคาญมันแล้วล่ะ

 

อ้อ โอเค อิงกริดยิ้ม บอกได้เลยว่าถึงลีดส์เมื่อไหร่สองคนนี้ก็จะเอาไปคุยกันแหงๆ เออจะอะไรก็ช่าง

 

ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องมาพบเจอเด็กแบบนี้ด้วยน้าเป็นครั้งแรกผมที่ได้มองสำรวจใบหน้าอิงฟ้าชัดๆ อายุเธอไม่เด็กเท่าไหร่ แต่ผมว่าเธอเหมือนเด็กเพราะวุฒิภาวะต่ำกว่าผมที่ถูกเลี้ยงในอเมริกา บวกกับหน้าตาบ้องแบ๊วดูใสซื่อบริสุทธ์ซะเหลือเกินกับนิสัยดื้อดึงแบบนี้ดื้อดึงกับเรื่องโง่ๆ ผมเดาว่าเธอมีเพื่อนคนเดียวในเกาะอังกฤษก็คืออิงกริด ผมไม่ค่อยเห็นอิงฟ้าเดินกับคนอื่น หรือบางทีเธออาจจะเป็นเพื่อนกับพวกเด็กเนิร์ดสวมแว่นตาหนาเตอะและสเว็ตเตอร์สุดเชยที่คุณยายถักให้ เออก็เป็นไปได้

 

อิงฟ้าไม่ใช่คนสวย แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ผมไม่แปลกใจถ้าฟลินน์จะสนใจเธอ

 

ก็สเปกมันเลยนี่ ผู้หญิงใสๆ แบบเดียวกับอิงกริด

 

อีกครั้งที่ผมถอนหายใจ ถ้าการอยู่กับผมมันจะทำให้อิงฟ้ามีแต่ต้องร้องไห้ การอยู่กับเธอก็คงจะทำให้ผมมีแต่ต้องถอนหายใจผมประคองศีรษะอิงฟ้าให้พิงไหล่ตัวเองดีๆ ก่อนที่เธอจะได้หน้าทิ่มใส่ตักผมแทน

 

และผมรู้ผมรู้ว่าฟลินน์มองการกระทำนั้นของเรามาได้สักพักหนึ่งแล้ว

 

แต่จะให้ผมทำอะไรวะ ผมมองเพื่อนตัวเองอย่างจะถามว่า มันช่วยได้หรือไง? ได้ยินฟลินน์พ่นลมหายใจ ก่อนที่จะละสายตาไปมองทางอื่นแทน

 

ถ้ามันมาโมโหผม ผมจะซัดหน้ามันให้เห็นๆ อยู่ว่าอิงฟ้ามาพิงผมเอง

 

แล้วก็ช่วยไม่ได้ถ้าคนที่เธอแอบชอบจะไม่ใช่ฟลินน์ และแม้ผมจะไม่เคยพูดว่าผมรู้ว่าอิงฟ้าชอบผม แต่มันก็ไม่เคยพูดมาตรงๆ ว่าอยากจีบอิงฟ้าไม่ใช่หรือไงนั่นไม่ใช่ปัญหาของผมเลย

 

 

 

 

 

Leeds City Centre

 

ไม่นานเราก็มาอยู่ในตัวเมืองลีดส์ บ้านญาติของฟลินน์ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองและจะต้องขับรถต่อออกไปอีกประมาณยี่สิบนาที แต่เพราะมันเที่ยงแล้ว เราจึงตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันกันที่นี่ ผมบิดคอไปมาแก้เมื่อย อิงฟ้าไม่มาวอแวกับผมตั้งแต่เราลงจากรถ เดาว่าเพราะผมเป็นคนปลุกเธอและอิงฟ้าเพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอนอนพิงผมตลอดทางมันเลยคงจะทำให้เธอรู้สึกอายล่ะมั้ง

 

ก็ดีตลกดี

 

เราเลือกร้านง่ายๆ อย่าง McDonald’s เป็นที่ทานอาหารกลางวันในวันนี้ มันสะดวกและไม่แพงจนเกินไป ทุกครั้งที่เข้าร้านนี้มักจะทำให้ผมนึกถึงช่วงแรกๆ ที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่และติดเรียก McDonald’s ว่า Micky D’s ตอนนั้นไม่มีใครเข้าใจสักคนว่าผมหมายถึง McDonald’s เพราะ Micky D’s เป็นแสลงที่เราใช้กันจนติดปากในอเมริกา ผมอธิบายกับเพื่อนไปอย่างนั้น พวกมันก็หัวเราะและเรียกตามผมบ้าง (พวกมันวอน) แต่อย่าถามว่าทำไมต้อง Micky D’s ผมไม่อาจตรัสรู้ได้ขนาดนั้น ก็เหมือนที่ชาวออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์เรียกมันว่า Macces และชาวเยอรมันที่เรียกว่า Mecces…ผมไม่รู้ว่าทำไม McDonald’s ร้านเดียวจึงมีชื่อเรียกทั่วโลกมั่วไปหมดแบบนี้คนไทยเรายังเรียกแค่ แมค เฉยๆ เลยจริงมั้ย

 

แต่อิงฟ้าก็ไม่พ้นมีปัญหาอีกแล้ว

 

มีผมกับเธอต่อแถวซื้ออาหารกันอยู่สองคน เนื่องจากฟลินน์ไปจองโต๊ะ อิงกริดนั้นหายไปเข้าห้องน้ำ ส่วนมาร์เซลล์ที่ไม่หิวก็ขอตัวไปโทรศัพท์หาเอเวอลีน แต่ดูเหมือนว่าพนักงานจะพูดอะไรบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ

 

เอ่อ ช่วยพูดอีกครั้งได้มั้ยคะ?

 

กรุณา…#&@%)!+”

 

อื้อหื้อมันก็สมควรจะไม่เข้าใจอยู่หรอกสำหรับคนที่ไม่คุ้นกับสำเนียงสก็อตแลนด์อย่างเธอ จะว่าสงสารก็สงสารจะว่าขำก็ขำ อิงฟ้าเป็นคนไทยเชื้อสายอเมริกันที่มีสำเนียงเกือบจะเหมือนคนแคลิฟอร์เนียร้อยเปอร์เซนต์ มันเป็นสำเนียงที่จัดว่าฟังง่ายที่สุดในโลก แค่เราอยู่ในย่าน Yorkshire ที่ว่าสำเนียงฟังยากพอแล้ว แต่มันคงไม่ยากเท่าสำเนียงสก็อตแลนด์ที่จัดให้อยู่ในอันดับที่เกือบจะฟังยากที่สุดของโลก

 

ฮะ? เธอร้อง สีหน้าดูงุนงงและจับใจความไม่ค่อยได้เท่าไหร่

 

ให้มันได้อย่างนี้สิน่า

 

เขาบอกว่าให้คอยสักพัก เฟรนช์ฟรายยังทอดไม่เสร็จ จะเอาไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ…” ผมขยับเข้าไปช่วยเธอจนได้ ยัยเด็กบ๊องเอ๊ย “…ซื่อบื้อ

 

ง่ะโหย ก็ฉันได้ยินแต่อะไรชิปส์ๆ กับโต๊ะนี่ เขาพูดเร็วจะตาย

 

มีเชื้อสายอเมริกันซะเปล่า โง่ชะมัดเลยเธอนี่ ผมกดหลอดออกมาแล้วใช้มันจิ้มหน้าผากร่างบาง อิงฟ้าลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ เธอคงอายผมแย่แล้ววันนี้แหงล่ะ ทำแต่เรื่องน่าอายทั้งนั้นเลย

 

คำก็โง่ สองคำก็โง่ เฮอะ…”

 

อิงฟ้าบ่นอุบอิบแต่ผมไม่สนใจเธอ ผมหันไปสั่งอาหารให้ตัวเองกับฟลินน์บ้าง ส่วนอิงฟ้าก็นำอาหารของเธอกับที่สั่งเผื่ออิงกริดไปที่โต๊ะ เราไม่ได้สนทนาอะไรมากบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศยังคงอึดอัดเพราะฟลินน์ยังทำตัวไม่ถูกเรื่องอิงกริด ผมเกลียดเรื่องดราม่าเลยตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียว และมาร์เซลล์ก็ยังไม่กลับมาสักที มันกินมือถือแทนอาหารกลางวันไปแล้วมั้ง คนเดียวที่ดูจะร่าเริงจึงมีแต่อิงฟ้า (ที่คงจะไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย) และอิงกริดที่แสร้งทำเป็นอารมณ์ดี

 

หลังออกจาก McDonald’s อิงกริดคงอึดอัดจนทนไม่ไหว จึงชวนอิงฟ้าไปเดินเที่ยวในเมืองด้วยกันโดยอ้างว่าเธอยังไม่เคยมาลีดส์คงจะมีสถานที่ที่อยากไปเยอะและจะตามพวกเราไปเจอกันที่คอนเสิร์ตเอง พวกผมก็ยังไงก็ได้ สุดท้ายเลยมีเหลือแค่ผม ฟลินน์และมาร์เซลล์มุ่งหน้าไปที่พัก

 

แต่สักชั่วโมงต่อมาตอนที่เราออกมาสถานที่จัดคอนเสิร์ตเพื่อเตรียมความพร้อมและซ้อมดนตรีก่อนแสดงจริงในคืนนี้ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาหาผม

 

และมันจากอิงกริด

 

บอกฉันทีว่ามันคงไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นนะ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ มีลางสังหรณ์แปลกๆ แฮะ

 

[มีอาหายไปไหนก็ไม่รู้! วินเชสเตอร์ โอ๊ย ฉันแค่แยกไปดูหนังสือแปปเดียวเอง มือถือเธอคงแบตหมด ฉันโทรไม่ติดเลย จะทำยังไงดี]

 

เวร…” ผมสบถ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแรงๆ เฮ้อ! เธอลองดูแถวนั้นดีๆ แล้วหรือยัง ยัยนั่นจะหายไปไหนได้ ไม่ใช่เด็กนะ

 

[ฉันดูดีแล้วนะ วิ่งหาไปทั่วทุกที่แล้วแต่ก็ไม่เจอ นายมาช่วยฉันหน่อยได้มั้ย ฉันไม่กล้าโทรหาฟลินน์ ขอร้องแหละถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอต้องแย่แน่ๆ]

 

ให้ตายสิวะ!” สาบานว่าถ้าเจอกันเมื่อไหร่ผมจะจับเธอตีก้นซะ จริงๆ เลย! เออๆ เข้าใจแล้ว จะไปเดี๋ยวนี้

 

 

 

 

 


Next :
 

“…!”

ฉันตกใจจนแทบช็อค แต่เรี่ยวแรงไม่มีมากพอที่จะผลักออก มันหายไปหมดราวกับในยามที่วินเชสเตอร์ป้อนฮอตโกแลตให้ เขาสูบเอาเรี่ยวแรงของฉันไปเป็นการแลกเปลี่ยน ฉันรู้สึกได้ถึงฮอตช็อกโกแลตบางส่วนที่ไหลหกรดมาเปื้อนถึงละคอ และสำลักน้อยๆ ตอนที่เขาถอนริมฝีปากออกไป มันมีรสชาติขมปนหวานด้วยรสกาแฟที่วินเชสเตอร์ดื่มก่อนหน้านั้น

 

 

 




Lana Del Rey – Blue Jeans


 




 

FernniZ’s 2nd Talk : 21.01.13

            การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนให้ความรู้เฟิร์นมาเยอะมากจริงๆ นะ

            ไม่ใช่แค่ความรู้เรื่องวัฒนธรรมที่ได้จากประเทศที่ไป แต่ยังได้จากหลายๆ ประเทศอีกด้วย เพราะว่ามีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากหลายประเทศ AFS สอนให้โลกสามัคคีกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้งแค่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS เราก็เป็นเพื่อนกันได้แล้ว แม้ว่าในความเป็นจริงมันอาจเป็นไปไม่ได้เลย (เพราะบางคนเนิร์ดมาก กับบางคนปาร์ตี้จ๋า ยังสนิทกันได้เพราะ AFS) และสำเนียงสก็อตแลนด์ฟังยากจริงๆ นะ ยืนยัน! เฟิร์นเคยมีครูสอน Social มาจากประเทศนี้ พูดทีแบบฮะ อะไรนะ? ตลอดเลย

ตัวอย่างหนึ่งของความรู้เล็กๆ ที่เฟิร์นได้มาคือชื่อร้าน McDonald’s ในแต่ละประเทศ ตอนนั้นเฟิร์นคุยกับมาร์ติน (ใครเคยอ่าน Geheimnis Paar จะรู้ดีว่าเขาเป็นใครค่ะ) เขาบอกเฟิร์นว่าไปกิน Mecces มา เฟิร์นก็ว่ากินอะไรของมันวะ เมนูไหน ไม่เคยได้ยิน นึกว่าเป็นอาหารเยอรมันที่เฟิร์นไม่รู้จักชื่อ ที่ไหนได้มันคือชื่อร้าน McDonald’s แหม่! ส่วนคนอเมริกันดันเรียกมันว่า Micky D’s เฉยเลย และชาวออสซี่กับนิวซีแลนด์เรียกคล้ายๆ เยอรมัน แต่สะกดต่างกันเป็น Macces…อย่าถามเลยว่าทำไม เฟิร์นก็ไม่เข้าใจ ฮ่าๆ ก็เหมือนอย่างที่วินเชสเตอร์บอกแหละค่ะ คนไทยส่วนใหญ่ยังเรียกว่า Mc เฉยๆ เลย จริงมั้ย? (:

พีเอส ; หวังว่ารีดเดอร์จะได้ความรู้เล็กๆ ไม่ใช่ว่ารำคาญนะคะ ฮ่าๆ



 

FernniZ’s 1st Talk : 19.01.13

ครึ่งหลังมาฟินกันกับ Winchester’s Secret ค่ะ! (:

รีดเดอร์จินตนาการกันไว้ว่าคาแร็กเตอร์ของเมเรดิธเป็นคนยังไงคะ? แลดูเรื่องนี้ไม่ค่อยมีตัวอิจฉาเนอะ แค่เรื่องของวินเชสเตอร์กับอิงฟ้าอย่างเดียวก็ดราม่าแย่แล้ว ฮ่าๆ แต่อ่านไปเรื่อยๆ อาจจะมีใครเข้ามาอีก หรืออะไรเกิดขึ้นมาก็ได้ ไม่ขอสปอยล์อย่างเดิม โดยส่วนตัวแล้วเฟิร์นชอบเวลาวินเชสเตอร์เป็นคนบรรยายมากเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะเวลาอิงฟ้าเป็นคนบรรยาย แลดูวินเชสเตอร์เข้าใจยาก ชอบทำให้เราคิดไปว่าเขาเป็นคนอย่างนู้นอย่างนี้ตลอดเวลา เวลาที่เขาบรรยายเองก็เลยได้รู้หมดเลยว่าเขาคิดยังไงล่ะมั้ง เป็นอีกหนึ่งพระเอกที่ช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้ ผีเข้าผีออกยิ่งกว่าดาเร็นเสียอีกนะ จะบอกให้!

 







Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[ตีพิมพ์แล้ว] Us & Infinity ˋ [Winchester X Ingfah] ตอนที่ 5 : Us ˋ : CH.4 - Love can touch us one time and last for a life time , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4497 , โพส : 28 , Rating : 100% / 11 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 28 : ความคิดเห็นที่ 2133
นั้นไงอิงฟ้าเป็นไข้จนสลบไปเลย
PS.  Do not play with the feelings of others :|
Name : ` Memories ★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ` Memories ★ [ IP : 171.7.132.27 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2557 / 11:46
# 27 : ความคิดเห็นที่ 1975
อิงฟ้าหายไปไหน =_=;
หนุกมากค่าาาาา
Name : Thetwinkle < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Thetwinkle [ IP : 27.55.7.1 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2556 / 13:39
# 26 : ความคิดเห็นที่ 1542
ฟลินน์ชอบอิงฟ้า และฟลินน์ก็มีซัมติงกับอิงกริด
เรื่องนี้ปมเยอะจริงๆ -.- สนุกมว๊ากกกกกก
PS.  ชีวิตจริงคนที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ "นางเอก" เสมอไป! เพราะถ้า "พระเอก" ไม่สนใจก็เป็นได้ แค่ "ตัวประกอบ"!! ;))
Name : Pat'TQ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pat'TQ [ IP : 171.101.142.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2556 / 11:42
# 25 : ความคิดเห็นที่ 1066
 
WINCHESTER x INGFAH <3
 
; อิงกริดสวยจัง
อิงฟ้าพาป่วนอีกแล้ว 555

PS.  เปลี่ยนจาก Juliet เป็น `Key'n_Juliette~ นะเจ้าค่ะ <3
Name : `Key'n_Juliette~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ `Key'n_Juliette~ [ IP : 124.122.35.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มีนาคม 2556 / 20:15
# 24 : ความคิดเห็นที่ 878
จบง่ะ แค่ป้อนก้ฮอตเฟว่อแล้ววินขาาาา -//////////-
Name : lynn-qua < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lynn-qua [ IP : 182.52.204.51 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มีนาคม 2556 / 03:15
# 23 : ความคิดเห็นที่ 746
ได้ความรุ้จ้าาา

หลังจากเราอ่านมาสี่ห้าตอน

ก็ค่อนข้างจะแน่ใจว่า คุนเฟิร์นเขียนสนุกจริง! พิสูจน์แล้ว 55

ไม่วือหวา กำลังโอเคเลย

ทำให้คนอ่าน 'ติด' ได้ไม่ยากก

ปล.น้องอิงฟ้าสุ้เค้านะลูกกก คริคริ
Name : Tdz [ IP : 122.155.42.187 ]

วันที่: 15 มีนาคม 2556 / 01:14
# 22 : ความคิดเห็นที่ 479
อั้ยยะ น่ารักอ่ะ
ไม่ได้น่ารำคาญนะเราว่า แบบได้ความรู้มา
เพิ่มแบบไม่ต้องเครียดเฉย 555 สู้ๆคร๊าบบบบ
Name : dh99 [ IP : 101.109.49.184 ]

วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:15
# 21 : ความคิดเห็นที่ 405
แหมวิน ทำตัวเป็นเจ้าของจังนะ ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะฮึ
Name : Q' snookk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Q' snookk [ IP : 171.97.191.28 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:03
# 20 : ความคิดเห็นที่ 170
อิงฟ้าหายไปไหน? แล้วสปอยนั่นมัน... ><
PS.  전부 거짓말.
Name : Queen < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Queen [ IP : 180.180.57.144 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มกราคม 2556 / 19:08
# 19 : ความคิดเห็นที่ 169
อิงฟ้าหายไปไหนนะ -O-"
Name : MINIMELO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MINIMELO [ IP : 115.87.30.168 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มกราคม 2556 / 12:35
# 18 : ความคิดเห็นที่ 163
เธอก่อปัญหาให้วินเชสเตอร์อีกแล้วนะอิงฟ้า5555 โดนวินเชสเตอร์โวยแน่!
Name : s.pp [ IP : 125.25.141.153 ]

วันที่: 22 มกราคม 2556 / 19:56
# 17 : ความคิดเห็นที่ 162
อิงกริดกับฟลินน์จะกลับคบกันไหมอ่ะ
Name : s-saphi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ s-saphi [ IP : 110.77.238.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มกราคม 2556 / 19:48
# 16 : ความคิดเห็นที่ 161
ได้ความรู้ดีค่ะ 555 >< สองคนนี้น่านักมากกก ชอบคู่อิงกริดกะฟลินน์อ่าาา ทำไมเลิกกันล่ะคะ รีบอัพนะคะๆๆๆ
PS.   ฟาเรลล่า มนตราแห่งอาณาจักร http://writer.dek-d.com/fate14498/writer/view.php?id=693168
Name : fate heria ^o^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fate heria ^o^ [ IP : 171.96.49.187 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มกราคม 2556 / 20:56
# 15 : ความคิดเห็นที่ 157
> < อิงฟ้า ก่อเรื่องอีกแล้ว 
PS.  
Name : " คร้าบผม " < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ " คร้าบผม " [ IP : 1.0.134.229 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มกราคม 2556 / 19:46
# 14 : ความคิดเห็นที่ 156
วินเชสเตอร์
PS.  คนบางคนผ่านมา แค่ให้ "จำ" แค่นี้ก็ดีมากแล้ว
Name : “Prik_H○m“☺ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ “Prik_H○m“☺ [ IP : 182.52.199.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มกราคม 2556 / 18:37
# 13 : ความคิดเห็นที่ 155
มีคำผิดจ้า บรรทัดสุดท้ายที่วินเชสเตอร์พูด "...จับตีกัน--->ตีก้นรึปล่าวเอ่ย?"
ชอบๆๆ เวลาเป็นวินเชสเตอร์ซีเครต มันเข้าใจง่ายดี ดูไปเหมือนผู้ชายคนนี้เข้าใจไม่ยากเนอะ แต่อิงฟ้าก็ไม่เคยเข้าใจวินเชสเตอร์เลย นางเอกของตระกูลนี้เหมือนกันหมดจริงๆ ผู้ชายตระกูลสตอนโลนก็มักจะรำคาญตลอดแต่สุดท้ายก็ไปไหนไม่พ้น ฮ่าๆๆ 
Name : yaisom-o < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yaisom-o [ IP : 27.55.156.25 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มกราคม 2556 / 17:52
# 12 : ความคิดเห็นที่ 154
อยากให้วินเซสเตอร์เริ่มชอบนางเอกและก็หึงเธอกับฟลิน นะ
PS.  
Name : ys bluepink < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ys bluepink [ IP : 110.49.249.160 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มกราคม 2556 / 00:27
# 11 : ความคิดเห็นที่ 153
วินเชสเตอร์ =)
Name : JG.smile < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JG.smile [ IP : 223.204.165.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มกราคม 2556 / 19:48
# 10 : ความคิดเห็นที่ 152
ฟลินน์กับอิงกริดเคยคบกันแหงงง
รออีกห้าสิบเปอร์ที่เหลือนะคะ
PS.  전부 거짓말.
Name : Queen < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Queen [ IP : 182.52.15.173 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มกราคม 2556 / 12:53
# 9 : ความคิดเห็นที่ 151
ฟลินน์แอบชอบนางเอกอยู่รึเปล่า
Name : s-saphi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ s-saphi [ IP : 110.77.238.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มกราคม 2556 / 01:04
# 8 : ความคิดเห็นที่ 149
เริ่มเกิดอาการจิ้นฟินแหลก
ฟลินน์กับอิงกริด เชียร์มากๆๆๆๆ
ส่วนวินเชสเตอร์กับอิงฟ้านั่นแน่อยู่แล้ว
แต่เมเรดิธน่ารักจัง
เป็นแบบนี้ไปตลอดจะดีมากๆเลย ><
รีบอัพนะคะ
PS.   ฟาเรลล่า มนตราแห่งอาณาจักร http://writer.dek-d.com/fate14498/writer/view.php?id=693168
Name : fate heria ^o^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fate heria ^o^ [ IP : 124.122.136.174 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มกราคม 2556 / 20:32
# 7 : ความคิดเห็นที่ 148
เมเรดิธสวยมากอ่ะ!
PS.  I want to study in Australia
Name : Timmiee.♣ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Timmiee.♣ [ IP : 223.205.17.150 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มกราคม 2556 / 20:20
# 6 : ความคิดเห็นที่ 147
ฟลินน์นายกำลังคิดอะไรอยู่หนะ55555555 อิงกิดเป็นคนที่เคยคุยๆอยู่กับฟลินน์ใช่ไม๊o.o
Name : Bippo [ IP : 101.108.227.244 ]

วันที่: 19 มกราคม 2556 / 20:09
# 5 : ความคิดเห็นที่ 146
เย้ จะรอตอนต่อไปนะคะ อิอิ
PS.  "Advice is like snow; The softer it falls the longer it dwells upon, and the deeper it sinks into, the mind." - - Samuel Taylor Coleridge - -
Name : Bananasplitzz@~KHJ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bananasplitzz@~KHJ [ IP : 183.89.68.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มกราคม 2556 / 19:53
# 4 : ความคิดเห็นที่ 145
อัพเร็วๆๆๆ อยากอ่านมากกก!
PS.  สำหรับเรา...กฏน่ะไม่ได้มีไว้ให้ทำตาม...แต่มันมีไว้ให้แหก! >O< (ปล.ใครมีปัญาเชิญมาเคลียร์ที่มายไอดีเรา และโปรดด่าโดยล็อกอินไอดีของตัวเองนะจ๊ะ :)
Name : ซากุระ ไอโกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซากุระ ไอโกะ [ IP : 223.205.60.206 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มกราคม 2556 / 18:53
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android