ตอนที่ 6 : CH.5 - It’s complicated but I like every second of it [เปิดจองเรื่องนี้ ได้หนังสือก่อนลงจบ!]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61





5

It’s complicated but I like every second of it

มันบอกยาก แต่ฉันก็ชอบทุกวินาทีของมัน

 

 

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มันเหมือนความสัมพันธ์ของฉันกับออสตินจะพัฒนาขึ้น แต่มันก็ยังไม่ชัดเจนถึงขนาดที่ฉันจะกล้าพูดว่า มากกว่าเพื่อน ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เราแค่สนิทกันมากขึ้น แฮงค์เอาท์กันสองคนได้แต่ก็ไม่เคยล้ำเส้นที่มากกว่าเพื่อนนั้นออกมาสักที

 

และถึงเราจะคุยกันถูกคอมาก ถึงจะเคยคุยโทรศัพท์กันเป็นชั่วโมง

 

แต่ออสตินก็ไม่เคยโทรมาเลย หมายถึงนอกจากโทรมาตามให้ฉันมาเรียนตอนที่ฉันตื่นสาย หรือโทรถามว่าอยู่ไหน จะกินมื้อกลางวันกับเขาไหมอะไรอย่างนั้นนะ แต่มันไม่มีโมเมนท์แบบที่เราโทรคุยกันก่อนนอนโดยไม่ต้องมีธุระหรือสาระอะไรอย่างตอนนั้น

 

เขาทำให้ฉันไม่กล้าจะสุ่มสี่สุ่มห้าเดินหน้าไปไม่ดูตาม้าตาเรือ

 

เพราะถ้าเกิดออสตินไม่คิดอะไรจริงๆ มันคงจะเปลี่ยนเราไปเลย

 

ดังนั้นแพลนของฉันในตอนนี้คือหมั่นเพียรมานั่งคาเฟ่ที่เขาทำงานบ่อยๆ แฮ่ก็นะ ค่อยเป็นค่อยไปแต่ก็ต้องขยันทำคะแนนยังไงล่ะ

 

“เค้กฟักทองกับฮอตช็อกโกแลตของเธอ” ออสตินเลื่อนถาดมาให้ฉันที่ยืนรออยู่หน้าเคานเตอร์รอเครื่องดื่ม ฉันยิ้มร่าไม่ใช่แค่เพราะว่าเขาเป็นคนทำเครื่องดื่มให้ แต่เพราะว่าเค้กกับเครื่องดื่มที่ร้านนี้อร่อยจริงๆ โดยเฉพาะเมนูพิเศษสำหรับฤดูใบไม้ร่วงนี่น่ะ

 

โอเค สิ่งที่ฉันต้องแลกเวลามาทำคะแนนก็คือน้ำหนักที่น่าจะเพิ่มขึ้นมาแล้วนี่แหละ

 

“ขอบคุณค่ะ” ฉันดีใจเป็นเด็กๆ ออสตินได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ

 

แต่เอิ่มทำไมดีนมานั่งอยู่บนโต๊ะที่ฉันจองไว้แบบนั้นล่ะ

 

ไอ้ดีนนนน มาจากไหนของเขาเนี่ย!

 

“นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ” ฉันร้อง คือเฟร์ยากับดีนก็รู้แล้วว่าออสตินทำงานที่นี่และฉันก็มาที่นี่เป็นครั้งคราว แต่จู่ๆ ก็โผล่มาเซอร์ไพรส์อย่างนี้เลยเรอะ

 

“มาแย่งเธอกินเค้กอ่ะ” ว่าแล้วก็แย่งส้อมฉันไปแล้วทำท่าจะตักเค้กเข้าปาก ฉันตีมือคนไร้มารยาท ดีนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เอ่อ เขาจัดได้ว่าหล่อเลยนะ แต่พอทำแบบนั้นมันทำให้เขาดูติงต๊องมาก “ก็เห็นเธอบอกจะมานี่ ฉันมีเรื่องจะปรึกษาก็เลยแวะมาน่ะเซ่!” ว่าแล้วก็หันไปโบกมือให้ออสติน

 

“เรื่องปรึกษางั้นเหรอ” ฉันแย่งส้อมคืนมาแล้วตักเค้กเข้าปากตัวเอง ดีนร้อง เฮ้ เบาๆ “อย่างนายมีเรื่องเครียดอะไรให้ต้องปรึกษาด้วยเหรอ”

 

“เดี๋ยวเหอะเอสเม่ ฉันเป็นคนป่ะ” บอกฉุนๆ เสร็จก็แย่งส้อมฉันไปอีก อ๊ะ ฉันไม่ทันจะด่าเขาก็แย่งกินเค้กของฉันซะแล้ว

 

“ดีน!

 

“อีกอย่างนะ เรื่องมันก็เกี่ยวกับเฟร์ยา เพราะงั้นเธอต้องเหยียบให้มิดเลยรู้เปล่า”

 

อุ๊ย ฉันหยุดทุกการกระทำของตัวเองทันที

 

อย่าบอกนะว่าดีนจะมาสารภาพว่าเขาแอบชอบเฟร์ยาเหมือนกัน!

 

“เรื่องเรื่องอะไรเหรอ”

 

“คืองี้” ดีนเริ่มอธิบายพลางชี้ส้อมมาทางฉันที่กำลังตั้งใจฟังสุดฤทธิ์ “เธอก็รู้ใช่มั้ยว่าเดือนหน้าวันเกิดเฟร์ยา”

 

“อ่าฮะ” ฉันรู้เพราะเป็นเพื่อนกับเธอในเฟสบุค

 

เอ้อ ขอฉันชี้แจงเรื่องโซเชียลมีเดียของตัวเองหน่อย แน่นอนว่าฉันมีเฟสบุค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมอะไรตามประสาที่คนทั่วไปอายุเดียวกับฉันมีกัน เฟสบุคของฉันตั้งค่าเป็นส่วนตัวและไม่เคยรับแอดอะไรใครที่ไม่รู้จักอยู่แล้ว ส่วนทวิตเตอร์ก็มีไว้แค่เข้าไปส่องข่าวคราวอะไรเท่านั้น ฉันแทบจะไม่รีทวีตหรืออัพอะไรเลย มันมีคนฟอลอยู่แค่พันเดียว

 

ช่องทางที่ฉันใช้บ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นอินสตาแกรมที่ฉันดันไม่ตั้ง private ไว้ตั้งแต่ทีแรกเพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาสนใจอะไรมากมาย ฉันแทบจะไม่ไปออกงานที่ไหน ไม่เคยอยูในแสงสีเสียงตั้งแต่เด็ก แต่พอมีข่าวอะไรเกี่ยวกับราชวงศ์แล้วเรามีส่วนร่วมด้วยและสื่อจับภาพฉันกับพี่ๆ ได้ มันก็ตู้มคนแห่ระดมฟอลกันเข้ามา บางทีฉันก็ไม่ตระหนักว่าโลกรักราชวงศ์อังกฤษกันมากแค่ไหน

 

ตอนนี้มันมีคนฟอลเป็นแสน ในจำนวนนั้นเป็นคนดังมากมาย และฉันก็อธิบายเวลาที่เพื่อนใหม่ฟอลฉันครั้งแรกว่ามันเป็นอิทธิพลจากครอบครัว ซึ่งพวกเขาก็เชื่อโดยไม่ได้ไปหาข้อมูลต่อ (เพราะทุกคนเรียนรู้แล้วว่าครอบครัวฉันมีฐานะและเดาเอาเองว่าฉันคลุกคลีกับคนในวงการเพราะพ่อแม่ที่ก็มีชื่อเสียงซึ่งมันก็เป็นความจริง)

 

ต้องขอบคุณแค่ไหนแล้วน่ะที่ฉันไม่มีวิกิพีเดียส่วนตัว (เพราะพี่ๆ บางคนของฉันมี!)

 

แต่ฉันก็กะว่าถ้ามีคนรู้เข้าจริงๆ ก็จะอธิบายไปโดยไม่ปิดบังนะแต่ตอนนี้ที่พวกเขายังไม่รู้ ก็ปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไปก่อนดีกว่า

 

ว่าแต่กลับเข้าเรื่องก่อนสิ

 

“ที่ฉันจะถามก็คือเธอพอมีไอเดียของขวัญวันเกิดให้เฟร์ยาบ้างมั้ย เพราะฉันให้ยัยนั่นทั้งของขวัญวันเกิดและคริสต์มาสมาเป็นสิบปีจนหมดมุกแล้วว่ะ”

 

โธ่เอ๊ย ไอ้เราก็นึกว่าจะมีเรื่องอะไรให้กรี๊ด

 

“แล้วนายมาถามฉันที่เพิ่งรู้จักเฟร์ยาได้แค่เดือนเดียวนี่นะ” ฉันถามกลับ “ที่สำคัญกว่านั้นนะ หยุดขโมยเค้กของฉันสักที ถ้าอยากกินก็ไปซื้อเองสิ!” ฉันดึงส้อมกลับมาอีก ดีนส่งเสียงจิ๊จ๊ะ

 

“แต่พวกเธออยู่ด้วยกันบ่อยนี่นา ยัยนั่นไม่บ่นว่าอยากได้อะไรบ้างเหรอ ช่วยให้ไอเดียกันบ้างดิ”

 

สิ่งที่เฟร์ยาอยากได้ที่สุดก็น่าจะนั่งอยู่ตรงหน้าฉันเนี่ย ตาทึ่มเอ๊ย

 

“นายนี่จริงๆ เลยนะ” ฉันตักเค้กเข้าปากและเป็นฝ่ายใช้ส้อมชี้หน้าเขาบ้าง “เครียดขนาดนี้ ถามจริงว่าแอบชอบเฟร์ยาอยู่หรือเปล่า”

 

ดีนหรี่ตาลงมองฉันเลย เขามีสีหน้าเรียบเฉยสุดๆ “ตลกป่ะ อย่าล้อเล่นดิเอสเม่”

 

“อ้าว ฉันจะไปรู้เหรอ เห็นสนิทกันขนาดนั้นนี่นา” อีกอย่างฉันก็แค่อยากจะช่วยเฟร์ยา

 

“งั้นก็รู้ไว้เลยว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น เราก็แค่โตมาด้วยกันและครอบครัวรู้จักกันเท่านั้น ถ้าฉันจะคิดอะไรกับเฟร์ยาฉันไม่คิดไปนานแล้วเรอะ”

 

อูยชัดเจนเลย

 

เห็นดีนหงุดหงิดหน่อยๆ อย่างนี้ชักรู้ผิดแฮะ ฉันต้องไม่ใช่คนแรกที่สงสัยแหงเลย เพราะเขาดูรำคาญที่จะตอบนะโคตรไม่เป็นผลดีกับเฟร์ยาสุดๆ

 

“ขอโทษๆ ก็แค่ถามดู”

 

“เฮอะ ถ้าสนใจฉันก็พูดมาตรงๆ ดิ ไม่เห็นต้องหลอกถามเลย” ว่าแล้วเขาก็ยกมือขึ้นเสยผมเก๊กหล่อ

 

เอ่อ หลอกถามนะใช่ แต่ไม่ใช่เพราะสนใจเขา

 

“คือเราอยู่ในคาเฟ่ที่ฉันตั้งใจมาเพราะใครบางคนที่ทำงานอยู่ที่นี่นะ” ฉันย้ำให้ดีนคิด เขาเบ้หน้า

 

“แหงล่ะ ฉันจะไปสู้ไอ้เนิร์ดนั่นได้ยังไง จะยังไงก็แล้วแต่ เธอจะช่วยฉันมั้ยเนี่ย”

 

“แหม เป็นการขอความช่วยเหลือที่น่าช่วยอะไรอย่างนี้”

 

“เอสเม่ครับ ได้โปรดช่วยกระผมด้วยครับ กระผมจนปัญญาแล้วจริงๆ”

 

ฉันหลุดหัวเราะ มองสีหน้าขอร้องของดีน โถๆ เชื่อแล้วว่าจนปัญญา

 

“เอาล่ะๆ ฉันจะลองหลอกถามเฟร์ยาให้ก็แล้วกัน”

 

“เยส! ขอบใจมาก ฉันไปล่ะถ้างั้น” หมดเรื่องแล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นทันที ฉันมึนงงไปหมด มาไวไปไวชะมัดหมอนี่ “เจอกันพรุ่งนี้ที่ปาร์ตี้นะเอสเม่ ฉันจะต้องเป็นคิงของงานให้ได้ ฮ่าๆ”

 

ปัญญาอ่อนจริงๆ

 

ฉันส่ายหัวมองดีนโบกมือลาแล้วออกจากร้านไป เขาเพิ่งจะหมายถึงปาร์ตี้วันฮาโลวีนนั่นแหละ เราจัดกันในวันเสาร์ที่เป็นวันที่ 30 แทนวันฮาโลวีนจริงๆ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ จะได้สนุกกันให้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีเรียนในวันรุ่งขึ้น แล้วเฟร์ยากับดีนก็เป็นตัวตั้งตัวตีว่าเราจะประกวด Best costumes กันด้วย โดยจะมีคิงและควีนของงานอย่างละคน พวกเขาหาของขวัญกันมาเอง ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น มีหน้าที่อย่างเดียวคือเอื้ออำนวยสถานที่ อาหารและเครื่องดื่ม

 

เอาเถอะ

 

ฉันกินขนมเค้กของตัวเองต่อพลางอ่านหนังสือไปด้วย ออสตินก็ยังทำงานของเขาอยู่ตรงนั้น มันเป็นอะไรที่ปกติไปแล้วล่ะ

 

หมายถึง ก็เกือบจะปกติเหมือนทุกครั้งจนผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งตรงข้ามฉันนี่แหละ

 

เอ่อ

 

“สวัสดีครับ” เขาทักด้วยรอยยิ้มเหมือนว่าเขาไม่ได้เพิ่งนั่งลงบนโต๊ะของคนแปลกหน้างั้นแหละ ฉันทักกลับแบบงงๆ

 

“สวัสดีค่ะ”

 

“หวังว่าคงจะไม่เป็นไรนะถ้าผมจะนั่งคุยกับคุณสักพัก คือผมเป็นลูกค้าประจำที่นี่และก็สังเกตคุณแทบทุกครั้งเลย

 

“โอ้” ฉันพอจะรู้แล้วล่ะว่ามันจะไปทางไหน พ่อหนุ่มอเมริกันใจเร็วทั้งหลาย

 

“ผมเดวิดนะ” เขาเริ่มด้วยการแนะนำตัวเองก่อน ฉันจับมือกับเขาอย่างช่วยไม่ได้ “คุณชื่ออะไรเหรอ

 

“เอสเม่ค่ะ”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับเอสเม่ ขอโทษทีนะที่จู่ๆ ก็เข้ามาแบบนี้ แต่ผมคิดว่าคุณน่ารักมากเลยและก็อยากจะรู้จักน่ะ” เดวิดไม่อ้อมค้อมเลย ฉันเหลือบมองออสตินนิดหน่อยและเห็นว่าเขาก็มองมาทางนี้พอดี ฉันขยับตัวอยู่ในที่นั่งตัวเองมันก็ยังคงง่ายกับผู้ชายอื่นมากกว่าคนที่ฉันชอบจริงๆ อยู่ดีนั่นแหละ

 

“คือฉันดีใจนะที่คุณพูดแบบนั้น แต่

 

“ว้าว คุณเป็นคนอังกฤษเหรอเนี่ย”

 

จะมีสักคนไหมนะที่ไม่พูดประโยคนั้นฉันยิ้มแห้งๆ “ค่ะ แต่ที่ฉันจะบอกก็คือฉันมีแฟนแล้วน่ะต้องขอโทษด้วยจริงๆ”

 

ฉันอ้างไปมั่วๆ อีกแล้ว แต่จากการใช้ชีวิตที่นี่ตลอดหนึ่งเดือน ฉันก็เรียนรู้แล้วล่ะว่าจะต้องรับมือกับอะไรอย่างนี้ยังไงบ้าง นี่ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกๆ ที่เข้าหาฉัน ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาติดใจอะไรฉันตรงไหนอ้อ และเจฟฟรีย์ก็ยังส่งข้อความมาเรื่อยๆ อยู่เลย

 

“โอ้ งั้นเหรอครับ” เขาหน้าเจื่อนไปนิดหน่อย “แต่ก็นะถ้าคนน่ารักอย่างคุณไม่มีแฟนมันก็คงจะแปลกน่าดู ขอโทษด้วยนะครับ”

 

ฉันพยักหน้ารับ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตื๊อและยอมลุกกลับไปนั่งที่เดิมแต่โดยดี

 

แต่ฉันไม่มีแฟนนี่มันไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย เฮอะ

 

ฉันก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ (สลับกับแอบมองออสตินทุกครั้งที่มีโอกาส) แล้วครู่หนึ่งหลังจากที่ฉันกินเค้กเสร็จก็เป็นเขานั่นแหละที่เดินมาเก็บจานให้

 

“เธอนี่เสน่ห์แรงใช่ย่อยเหมือนกันแฮะ”

 

ฉันลอบยิ้มอยู่หลังหนังสือ ก่อนจะลดมันลงแล้วแสร้งทำเป็นส่ายหัว “นายนี่ก็ช่างสังเกตจังแฮะ”

 

“มันเห็นเอง ช่วยไม่ได้นี่” ออสตินยักไหล่ เขาปากแข็งหรือยังไงกันแน่นะ

 

“ทำเหมือนว่าผู้หญิงหลายคนที่มาที่นี่ไม่เคยแจกเบอร์ให้นายเลยงั้นแหละ” ฉันแกล้งพูด แต่ร่างสูงก็ยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขายิ้มมุมปากขณะเช็ดโต๊ะไปด้วย เฮอะ “ว่าแต่นายจะแต่งตัวเป็นอะไรพรุ่งนี้ ฉันรอดูอยู่นะ”

 

“ฉันจะแต่งเป็นคนที่เจ๋งที่สุดในโลกน่ะ” ออสตินว่า ฉันรอให้เขาพูดต่อ “ออสติน โลว์เธอร์”

 

ฉันนี่หมดแรงเลย ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

 

“อะไรล่ะ ก็พูดความจริงนี่ ฮ่าๆ” ยังมีหน้ามาขำอีก ฉันมีสีหน้าเบื่อหน่าย “อีกชั่วโมงฉันเลิกงาน อยากให้ไปช่วยตกแต่งสถานที่อะไรมั้ย”

 

ฉันหูตาโตขึ้นมาทันที นั่นออสตินอาสาขึ้นมาเองจริงๆ เหรอ!

 

ฉันว่าจะตกแต่งกับลีอาห์และพี่ๆ คนรับใช้พรุ่งนี้สายๆ แต่แพลนทุกอย่างพับได้เพื่อออสตินเลย!

 

“อันที่จริง ถ้านายมาช่วยก็จะดีมากเลย” ฉันแทบจะกลั้นน้ำเสียงดีใจเอาไว้ไม่มิด ออสตินใจดีอาสามาเองขนาดนี้จะปฏิเสธได้ยังไง โอ๊ยได้อยู่ด้วยกันในคืนวันศุกร์ด้วยอ่ะ ดีจัง!

 

“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็รอหน่อยละกัน”

 

“จ้ะ ขอบคุณมากนะ” โอ๊ยตาย ฉันดีใจมาก จะทำไงดี! ฉันพยายามทำเป็นชิลแล้วอ่านหนังสือต่อ แต่สิ่งเดียวที่ฉันอยากจะทำในตอนนี้คือเอาหนังสือปิดหน้าและกรี๊ดออกมาซะ เรื่องนี้ต้องรู้ถึงหูเฟร์ยา!

 


 

 





PRE-ORDER [มีโปรส่งฟรี!!]

**** กรุณาอ่านทุกข้อ ****




  

1. นี่เป็นนิยายเรื่องแรกที่เฟิร์นตัดสินใจเปิดให้จองตั้งแต่ยังลงในเว็บ “ไม่จบ” ซึ่งมีหลายเสียงชอบเรื่องนี้ม๊ากกกกจนเรียกร้องอยากให้เปิดขายตั้งแต่ตอนที่ลงไปได้แค่ 2-3 ตอน (ปลื้มใจมั่ก! )

 

2. เปิดจองตั้งแต่วันนี้ – 6 ม.ค. 2019 ย้ำ! คนที่ซื้อแบบรูปเล่มจะได้หนังสือ *ก่อนนิยายจบในเว็บ* (ในเว็บจะอัพไปได้ประมาณครึ่งเรื่องพอดี) และอีบุคก็จะลงในช่วงเดียวกับที่หนังสือถึงมือทุกคน ซึ่งคาดว่าจะประมาณกลางเดือนม.ค. หรือภายในอาทิตย์ที่สาม ไม่เกินนี้แน่นอน

 

3. PROMOTION : Early Birds สั่งและชำระเงินภายใน 3 วัน (สิ้นสุด 23.59 น. วันที่ 14) รับสิทธิ์ส่งฟรี! (ลงทะเบียน – สามารถเลือกได้ตอนกดสั่งค่ะ) ถือว่าเป็นของขวัญตอบแทนกันเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงปีใหม่เนอะ :)

 

4. เล่มนี้ต้องขอขายแพงกว่าเล่มอื่น ขอตั้งราคาอยู่ที่ 399 บาท  เพราะ! มันยาวกว่าเล่มอื่นมากก! ล่อไป 380 หน้าแล้วว (หลังแก้เสร็จจะบวก/ลบไม่เกิน 10 หน้า) นอกจากนั้นยิ่งถ้ามียอดสั่งพิมพ์น้อย ราคาต่อเล่มก็จะแพงขึ้นอีกด้วย และเฟิร์นขอนั่งยืน-นอนยืน-ตีลังกายืน…ว่าที่ผ่านมาเฟิร์นขายนิยายราคาถูกแล้วจริงๆ (ในบรรดาหนังสือทำมือทั้งหมดนะ) แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ จุดนี้หวังว่าจะเข้าใจกัน TT อย่าลืมนะว่านี่ก็ตรากตรำเขียนมาเป็นเดือนๆ และใช้แรงกายแรงใจกับความคิดสร้างสรรค์มากมาย ดังนั้นกรุณาเห็นใจจจจ

 

5. ส่วนนิยายในเว็บ เฟิร์นจะลงต่อจนจบ (และทิ้งไว้ให้อ่านสักพักก่อนจะลบออก) เข้าใจว่าบางคนก็ไม่มีกำลังทรัพย์จริงๆ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย ได้อ่านกันแน่นอนค่า

 

6. สุดท้ายนี้…สิ่งเดียวที่เฟิร์นขอสำหรับคนที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะซื้อ ก็คือ “หนึ่งคอมเมนท์” หลังอ่านจบ อยากได้คอมเมนท์เดียวจริงๆ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าคิดยังไง รักอะไรในนิยายเรื่องนี้กันบ้าง จะยาวเป็นพารากราฟเลยก็ได้ ชอบ ฮ่าๆ :) อ้อ! ได้หนังสือก่อนเพื่อนแล้วอย่าสปอยล์กันนะจ๊ะ แฮ่ รักนะ!

 

ปล. ปกสวยม๊ายยย ทำเองเลยนะ หุหุ

 

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พอเราเฝ้ารอก็ดูเหมือนว่าเวลาหนึ่งชั่วโมงมันจะเดินไปช้าเหลือเกินแต่ในที่สุดออสตินก็เลิกงานจนได้ ฉันบอกให้ชาร์ลส์มารับก่อนแล้ว และเราก็มายืนอยู่ในเพนต์เฮาส์จนได้ ออสตินมองไปรอบกายอย่างตกตะลึง

 

“พอฉันคิดว่าเธอคงจะไม่เซอร์ไพรส์อะไรฉันอีกแล้ว แต่เธอก็ทำอีกจนได้นะถ้าได้ตื่นมาเห็นวิวอย่างนี้ทุกวันฉันคงไม่อยากออกไปไหนเลยแหงๆ”

 

“มันก็แค่บ้านน่ะ” ฉันบอกเสียงเบา มันไม่ใช่เงินของฉันด้วยซ้ำ

 

“ไม่ เอสเม่” ออสตินเว้น เขายิ้ม “มันดูเป็นบ้านในฝันต่างหาก ถ้ามีสวนด้วยก็คงจะโคตรเพอร์เฟกต์เลย”

 

เขาจะย้ายเข้ามาก็ได้นะถ้าอย่างนั้น

 

เหะ เหะ

 

“ฉันก็คิดอย่างนั้น” ฉันเดินนำไปนั่ง และแอนน์ก็เดินมาพอดี “นายอยากดื่มอะไรมั้ย”

 

“น้ำเปล่าก็ได้ ขอบคุณครับ”

 

“งั้นฉันก็ขอน้ำเปล่าด้วย ขอบคุณค่ะแอนน์” ฉันบอกกับเธอก่อนจะตบๆ พื้นที่ว่างบนโซฟา “นั่งก่อนสิ ทำตัวตามสบายได้เลยนะ”

 

“ก็อยากจะทำตัวตามสบายอยู่นะ แต่ฉันเกร็งๆ ยังไงไม่รู้แฮะ ฉันไม่เคยไปบ้านที่มีคนรับใช้มาก่อนเลย”

 

“อันที่จริงพวกเขาเป็นเหมือนครอบครัวน่ะ ทุกคนอยู่กับบ้านฉันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว”

 

“หืม?

 

“อ๊ะ” ฉันชะงัก ตระหนักว่าประโยคนั้นมันน่าจะฟังดูแปลกแค่ไหนสำหรับออสติน “คือครอบครัวฉันเป็นครอบครัวเก่าแก่นิดหน่อย แต่ที่ฉันจะบอกก็คืออย่าทำตัวแปลกๆ กับฉันแค่เพราะเรื่องพวกนี้เลย”

 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้นนะ” เขารีบอธิบาย แต่ฉันไม่ได้โกรธหรอก

 

“ฉันเข้าใจน่า ออสติน” ฉันบอกอย่างไม่คิดอะไร แล้วก็เป็นตอนนั้นเองที่ลีอาห์เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เธอชะงักเมื่อเห็นว่าฉันนั่งอยู่กับใคร “พอดีเลย” ฉันลุกขึ้นไปดึงแขนพี่สาว ออสตินลุกขึ้นยืนอย่างให้เกียรติ “จะแนะนำให้รู้จักนะ นี่ออสติน โลว์เธอร์ ส่วนออสติน นี่ลีอาห์ เธอเป็นเหมือนพี่สาวของฉันน่ะ”

 

“สวัสดีครับ”

 

“สวัสดีจ้ะ” ลีอาห์ทักกลับ จับมือกับเขาอย่างยินดี ก่อนที่จะหันมาส่งสายตามีเลศนัยกับฉัน หุหุ

 

“ออสตินมาช่วยตกแต่งห้องนี้สำหรับปาร์ตี้วันพรุ่งนี้น่ะ”

 

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” เธอมีรอยยิ้มใจดี “ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายนะจ๊ะ ฉันขอตัวไปชงชาก่อน”

 

“ครับ ขอบคุณมากครับ”

 

ลีอาห์แสนจะยินดี เธอลอบหยิกแก้มฉันเบาๆ ตอนที่เดินออกไป พอออสตินกลับเมื่อไหร่เราคงมีเรื่องให้คุยกันอีกแหงเมื่อลีอาห์เดินหายไปแล้วออสตินก็เอ่ยขึ้น

 

“ที่นี่อยู่กันกี่คนเหรอ”

 

“รวมฉันก็แปดน่ะ แต่ถ้ามันขึ้นอยู่กับฉัน ฉันคงมาอยู่คนเดียวด้วยซ้ำ และไม่ใช่ในเพนต์เฮาส์แบบนี้หรอกนะ” ฉันย่นจมูก “แต่ที่บ้านส่งทุกคนตามมาดูแลฉันด้วย เชื่อมั้ยว่าเรามีแม่ครัวสองคนทั้งๆ ที่วันนึงฉันกินอาหารที่บ้านแค่มื้อหรือสองมื้อเท่านั้น” ฉันยักไหล่ “ฉันหวังว่าครอบครัวฉันจะไม่ทำให้นายกลัวซะก่อนหรอกนะ”

 

“กลัวเหรอ” ออสตินมีน้ำเสียงประหลาดใจ “ฉันไม่รู้จักครอบครัวเธอที่อังกฤษหรอกนะ แต่ทุกคนที่นี่ดูใจดีจะตาย”

 

“แต่นายก็ยังจะกลัวทำแจกันแตกแล้วฉันจะเรียกค่าเสียหายใช่มั้ย” ฉันแกล้ง

 

“เอาล่ะ ฉันจะกังวลจริงๆ ก็เพราะอย่างนี้”

 

ฉันหัวเราะใหญ่ “อย่าเลย ถ้าเราทำอะไรแตก ฉันจะบอกว่าแมวทำก็แล้วกัน”

 

“เพราะเหตุผลนั้นมันน่าเชื่อจริงๆ” ออสตินประชด ฉันหัวเราะคิกคัก

 

“อย่ากังวลไปเลยน่า บอกแล้วไงให้ทำตัวตามสบาย” ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปลากถุงช็อปปิงขนาดมหึมาบรรจุของตกแต่งสำหรับปาร์ตี้ฮาโลวีนที่วันก่อนไปเลือกซื้อกับลีอาห์ออกมาจากซอกข้างตู้โชว์ที่ฉันเอาไปแอบไว้ ออสตินเบิกตากว้าง ฉันยิ้มยิงฟัน “คิดว่าถึงเช้าจะตกแต่งเสร็จมั้ย”

 

“เธอจะล่อฉันให้ค้างที่นี่ด้วยไอ้นั่นเหรอฮึ”

 

ก็อยากจะล่อด้วยอย่างอื่นนะที่จริงเอ่อ ฉันไม่ได้คิดอะไรนะ ไม่ได้คิดเลยจริงๆ

 

“ก็ห้องนี้มันใหญ่นี่นา ฉันกลัวเราจะมีของตกแต่งไม่พอ อีกอย่างมีเยอะก็ดีกว่าขาด” ฉันเริ่มของประดับออกจากถุง มันมีป้ายแฮปปี้ฮาโลวีน ทั้งใยแมงมุมสังเคราะห์ หุ่นผีที่ บ้านผีสิงจำลอง หม้อแม่มด แมลงปลอม อวัยวะปลอม นู่นนี่นั่นปลอม ทั้งหมดกองพะเนินกันอยู่บนพื้น “แล้วนายก็ไม่ต้องช่วยจนเสร็จหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันทำต่อกับพวกพี่ๆ ก็ได้”

 

“เธอไปเหมามาหมดทั้งร้านเลยหรือเปล่าเนี่ย

 

“อยากอยู่นะ” ฉันชูนิ้วข้างหนึ่งขึ้น ออสตินมีสีหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ “ฮ่าๆ ฉันชอบโฮสต์ปาร์ตี้นี่นา ถ้าเราเนรมิตห้องนี่ให้เป็นธีมบ้านผีสิงพรุ่งนี้ทุกคนคงจะสนุกน่าดู อีกอย่างมันก็เก็บไว้ใช้ได้ตั้งหลายปี”

 

“เอาล่ะๆ ไหนมาดูซิ”

 

ออสตินถลกแขนเสื้อจัมเปอร์ของเขาขึ้น เขาเท่น่าดูเลยตอนที่ทำอย่างนั้นฉันนั่งลงบนพื้นตามร่างสูง เราเริ่มลงมือแยกประเภทของตกแต่งก่อนเพื่อที่จะได้รู้ว่าควรจะติดอะไรเป็นอันดับแรก

 

“ฉันว่าเราควรติดใยแมงมุมนี่ก่อนนะ” ฉันดึงใยแมงมุมสังเคราะห์ที่ซื้อมาออกจากถุง มันมาในรูปแบบที่คล้ายกับสำลีและสามารถดึงให้ยืดออกได้ แค่ก้อนเดียวก็ครอบคลุมพื้นที่ได้เยอะแล้ว “เอาไปพันตรงไหนดี

 

“บนแท่นเหนือเตาผิงกับตามเฟอร์นิเจอร์ก็น่าจะใช้ได้นะ ไหนมาดูซิ” ออสตินเดินมาช่วยฉันยืดใยแมงมุมออก แล้วมันก็ขยายยาวได้ใหญ่กว่าที่เราคิดซะอีก ทันใดนั้นฉันก็มีไอเดียดีๆ

 

“นายว่าเราจะเอาไปติดบนแชนเดอเลียได้มั้ย”

 

ออสตินเงยหน้ามองแชนเดอเลียเหนือหัวที่สูงเลยเขาไปอีกหลายเมตร ขนาดว่าออสตินน่าจะสูงสักร้อยแปดสิบกว่าได้แล้วนะ “นั่นมันสูงมากนะเอสเม่ ฉันเอื้อมไม่ถึงแน่ถ้าไม่มีบันได”

 

“ฉันก็ไม่รู้แฮะว่าเรามีหรือเปล่า” ฉันลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด “ขอไปถามแอนน์ก่อนแล้วกัน”

 

ฉันเดินเข้าไปในครัวเพราะเธอหายเข้าไปทางนั้นหลังจากที่เอาน้ำมาให้เรา และฉันก็เจอเธอพร้อมกับพี่ๆ คนอื่นๆ ข้างในนั้น รวมไปถึงลีอาห์และชาร์ลส์ด้วย

 

“พอดีเลย เอสเม่จะถามว่าบ้านเรามีบันไดมั้ยคะ” ฉันว่า ทุกคนมีสีหน้างุนงง “คือเราอยากเอาอะไรขึ้นไปติดบนแชนเดอเลียนิดหน่อยน่ะ”

 

“นั่นมันสูงมากนะครับ ให้ผมปีนให้จะดีกว่ามั้ย”

 

“ไม่เป็นไรค่ะชาร์ลส์ ขอบคุณนะ แต่ว่าขอแค่บันไดก็พอแล้วน่ะ”

 

“ถ้างั้นผมจะไปหาดูนะครับ” ว่าแล้วเขาก็ขอตัวออกไป

 

“ไม่มีอะไรให้พวกเราช่วยจริงๆ น่ะเหรอ” ลีอาห์ถาม แต่ฉันส่ายหัว

 

“ไม่มีค่ะ หมายถึงตอนนี้นะ” ฉันอมยิ้ม แล้วลีอาห์ก็รู้ว่ามันเป็นเพราะฉันอยากอยู่กับออสตินตามลำพัง อันที่จริง พี่ๆ ทุกคนที่ลอบยิ้มกันอยู่นั่นแหละ “ขอร้องล่ะทุกคน แอนน์ พอลลี ป้ามาเจอรีหยุดเลยนะคะ ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น เอสเม่ไปก่อนล่ะ!

 

ฉันรีบแจ้นออกมาก่อนที่ทุกคนจะได้เอ่ยปากอะไร แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังตามมาอยู่ดี ทุกคนนี่เอ็นดูฉันเกินไปจริงๆ ฉันส่ายหัวอยู่กับตัวเอง และทันใดนั้น

 

Boo!

 

แมงมุมตัวยักษ์ก็กระโจนเข้ามาใส่ฉัน!

 

ฉันหมายถึงออสตินที่ถือแมงมุมเวรนั่นอยู่ต่างหาก! ฉันหวีดร้องเสียงหลง คนขี้แกล้งขำใหญ่ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเพิ่งจะหลบอยู่ตรงนั้นและพุ่งออกมาหลอกให้ฉันกลัวจริงๆ

 

“ออสติน!!

 

“ฮ่าๆๆ ดูหน้าเธอสิ”

 

ฉันถลึงตาใส่ ผลักแขนคนตัวสูงอย่างโกรธๆ ให้ตายเถอะแกล้งกันได้ลงคอ

 

แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นล่ะ

 

“เอสเม่ เกิดอะไรขึ้น!/คุณหนู เป็นอะไรหรือเปล่าคะ!

 

ทุกคนก็ได้แห่กันออกมาจากในครัวไง ออสตินรีบซ่อนไอ้แมงมุมยักษ์ไว้ข้างหลัง (เขาบังมันไม่มิดด้วยซ้ำ!) ฉันอยากจะบ้าตายซะให้ได้

 

“ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันรีบพูด ก่อนจะเหลือบตามองต้นเหตุที่ยิ้มแห้งๆ อยู่ “คนบ้ามันแกล้งน่ะ”

 

“แฮ่ๆ โทษทีครับ”

 

ฉันมองคาดโทษพ่อตัวดีก่อนจะพยักหน้าให้ทุกคนกลับเข้าไปในครัว เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้วฉันก็กอดอกมองออสตินที่ยิ้มแฉ่งให้ เขาชูแมงมุมยักษ์ตัวเดิมขึ้น

 

“คิดว่าจะเอาไอ้นี่ไปแขวนบนแชนเดอเลียได้มั้ย”

 

“นายน่าจะเอามันติดหัวตัวเองไว้เลยนะ” ฉันพยายามจะแย่งมันมา แต่แน่นอนล่ะ ออสตินสูงขนาดนี้ฉันจะไปทำอะไรได้ แถมเขายังหัวเราะไม่เลิกอีกนะ

 

“ฮ่าๆ ไม่เอาน่า อย่าโกรธสิ”

 

“ไม่โกรธ แต่ระวังโดนเอาคืนแล้วกัน” ฉันขู่ ซึ่งออสตินก็ดูไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขายังหัวเราะชอบใจอยู่ได้ทั้งรอยยิ้มนั้นและอ้อมแขนของเขาที่เข้ามาโอบฉันเดินกลับไปที่เดิมอย่างเอาใจนั่นมันทำให้ฉันใจอ่อนไปหมด

 

บ้าจัง

 

ชาร์ลส์เอาบันไดมาให้หลังจากนั้น ความสูงของมันบวกกับความสูงออสตินน่าจะทำให้เขาเอื้อมถึงแชนเดอเลียพอดี ส่วนฉันน่ะหมดสิทธิ์ก็เลยได้แต่ทำหน้าที่ช่วยถือของเพื่อส่งให้ออสตินตอนที่เขาปีนขึ้นไป ทันใดนั้นฉันก็เริ่มแกล้งเขาด้วยการเขย่าบันไดเบาๆ

 

Shit, อย่าเพิ่งแกล้งสิเอสเม่ มันสูงนะเนี่ย”

 

ฉันหัวเราะคิกคัก แต่ที่ออสตินพูดก็ถูก เรื่องมันคงออกมาไม่สวยแน่ถ้าออสตินตกลงมาแล้วเกิดอุบัติเหตุจริงๆ ช่วยไม่ได้ที่เพดานมันสูงขนาดนี้ยิ่งพอออสตินปีนขึ้นไปจนเอื้อมถึงแชนเดอเลียได้ มันก็ยิ่งสูงจนน่าหวั่นใจ

 

“ระวังนะ” ฉันเริ่มกลัวแทนแล้วล่ะ ช่วยจับบันไดไว้เพื่อให้มันสมดุลอีกแรง ออสตินเอื้อมมือมาขอเอาใยแมงมุมไปก่อน บันไดมันขยับอยู่บ้างตอนที่เขาพยายามจะพันมันรอบแชนเดอเลีย

 

“ไหนลองส่งแมงมุมนั่นมาซิ”

 

ฉันทำตาม แต่มันก็ตัวใหญ่มากและออสตินก็ดูจะลำบากนิดหน่อยเพราะเขาต้องใช้แรงชูมันไว้เหนือหัวและหาจุดที่จะให้มันเกาะอยู่บนนั้นได้โดยไม่ร่วงลงมา ไหนยังต้องระวังไม่ให้แชนเดอเลียเสียหายอีกล่ะ

 

“ออสติน ถ้าติดไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ”

 

“ได้สิ แต่ต้องหาอะไรมาถ่วงน้ำหนักข้างนี้หน่อย” เขากวาดสายตามองไปรอบกาย “ลองเอาหุ่นนั่นมาที”

 

ออสตินหมายถึงหุ่นผีที่ฉันซื้อมา ฉันปล่อยมือจากบันไดอย่างระวังและรีบไปหยิบมาส่งให้เขา มันดูดีมากตอนที่ออสตินแขวนหุ่นกับแชนเดอเลียอีกข้างเพื่อช่วยถ่วงน้ำหนัก เขาเช็กว่าทุกอย่างมั่นคงดีแล้วทำท่าจะปีนลงมา ทันใดนั้นก็แกล้งทำเป็นเขย่าบันได

 

“พระเจ้า อย่าเล่นสิ” ฉันรีบร้อง

 

“ฮ่าๆ ก็เธอดูกลัวขนาดนั้นนี่นา” ว่าแล้วยังไม่หยุดอีก ฉันไม่รู้ว่าออสตินไม่กลัวเลยได้ยังไง ฉันเรียกชื่อเขาอย่างดุๆ ร่างสูงเลยหยุดและปีนลงมาจนได้ “โห กลัวจริงเหรอเนี่ย”

 

“ไม่ต้องเลย ถ้าหล่นลงมาจริงๆ นายจะพูดไม่ออก” ฉันยกกำปั้นขึ้นต่อยแขนไอ้คนบ้าบิ่นแต่เขาก็รับเอาไว้ได้ทัน

 

“มือเธอเย็นไปหมดเลยแฮะ อย่าบอกนะว่าเพราะกลัวน่ะ”

 

“เงียบน่า” ฉันเดินหนี ไม่อยากจะยอมรับเพราะไม่อยากให้ออสตินรู้ว่าฉันเป็นบ้าเพราะเขาไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน หากแต่มือหนากลับรั้งมือข้างเดิมของฉันไว้อีก

 

“เฮ้อย่างอนสิ” น้ำเสียงของออสตินอ่อนโยนและฟังดูเหมือนคำขอร้องหน่อยๆ ฉันทำแก้มป่องเงยหน้ามองคนตัวสูง ทำไมเขายิ้มแบบนั้นล่ะ “ฉันก็แค่แกล้ง ขอโทษที่ทำให้กลัวนะ”

 

ให้ตายคำพูดนั้นมันไพเราะเป็นบ้าเลย

 

จะทำยังไงฉันถึงจะครอบครองความอ่อนโยนของเขาได้นะ

 

“อืม” ฉันตอบรับเบาๆ หลบสายตาที่ยากจะต้านทานของคนตรงหน้า ออสตินจึงปล่อยมือและลูบผมฉันแทน ก่อนจะหันไปหยิบของตกแต่งชิ้นอื่น ปล่อยให้ฉันยืนใจเต้นอยู่คนเดียว

 

บ้าจริง เขาคิดอะไรหรือไม่ได้คิดนะ

 

เราช่วยกันตกแต่งห้องนั่งเล่นจนดึกดื่น ทั้งเอาป้ายแฮปปี้ฮาโลวีนมาแขวนเหนือเตาผิงแล้วเอาค้างคาวปลอมมาติด เอาโมเดลบ้านผีสิงมาตั้ง แขวนหุ่นที่เหลือตรงนู้นตรงนี้และอะไรต่อมิอะไร พอฉันลองหรี่ไฟหลังจากที่ติดเสร็จ ห้องนั่งเล่นที่แสนโอ่อ่าก็กลายเป็นเหมือนห้องในปราสาทผีสิงไปเลย

 

“ชอบจัง!” ฉันกระโดดโลดเต้นไปมา พรุ่งนี้มันต้องสนุกมากแหง!

 

“ตีหนึ่งแล้วแฮะ” ออสตินมองนาฬิกาข้อมือของเขา อ๊ะ จริงด้วยหมดเวลาแล้วเหรอเนี่ย “ฉันกลับก่อนดีกว่า”

 

ไม่อยากให้กลับเลยแฮะแต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอกันนี่นะ

 

“นายอยากให้เรียกแท็กซี่ให้มั้ย หรือจะให้ชาร์ลส์

 

“ไม่เป็นไรครับ ฉันกลับเมโทรได้สบายมาก อย่าไปรบกวนชาร์ลส์เลย” ออสตินรีบพูด ฉันก็เลยยิ้ม

 

ร่างสูงหันไปหยิบเป้ และฉันก็เดินไปส่งเขาที่หน้าลิฟต์ ค่ำคืนนี้มันดีมากจนฉันหวังว่าจะได้ใช้เวลาแบบนี้อยู่กับเขานานอีกหน่อย สงสัยจริงๆ ว่าออสตินคิดอะไรอยู่บ้างนะเขาหวั่นไหวหรือเปล่า หรือเขาไม่กล้าเริ่ม หรือไม่ได้คิดอะไรเลยกันแน่

 

จะยังไงก็แล้วแต่ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

 

“ฉันจะเจอนายพรุ่งนี้นะถ้าอย่างนั้นขอบคุณมากนะที่มาช่วย”

 

“อืม แล้วเจอกัน” ร่างสูงมอบรอยยิ้ม เขาขยับเข้ามากอดลา “ฝันดีนะเอสเม่”

 

“ฝันดีออสติน ถึงบ้านแล้วบอกฉันด้วยนะ”

 

“ครับ” เขารับคำ ฉันยืนรออยู่กับเขาจนออสตินลงลิฟต์ไปแล้วก็แทบจะหุบยิ้มไม่ได้หลังจากนั้น

  

 

Next :

“เธอดูสวยมากเลยคืนนี้ รู้ตัวมั้ยนั่นเป็นประโยคที่ฉันไม่คาดคิดว่าออสตินจะเอ่ย เพราะเขาไม่เคยพูดอะไรให้ฉันรู้ว่าเขารู้สึกอะไรกับฉันเลยไม่เคยพูดอย่างจริงจัง มีแต่คำพูดล้อเล่นที่เดาใจยาก แต่ตอนนี้ออสตินพูดประโยคนั้นออกมาและไล้ปลายนิ้วไปตามใบหน้าฉัน สัมผัสของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะขาดใจเพราะฉันต้องการมันมากกว่านี้

ฉันกัดริมฝีปาก ต้านทานอะไรไม่อยู่จนต้องซบใบหน้าลงกับไหล่คนตรงหน้าแก้เขิน

 


 

FernniZ’s 2nd Talk : 12.12.18

          ออสตินชวนฟินขนาดนี้ต้องซื้อแล้ว! มาดูกันว่ารีดเดอร์จะอดใจไหวกันสักแค่ไหน ฮ่าๆๆๆ ขอบอกว่าใครที่อยากเห็นออสตินมุมสวีตๆ ตั้งแต่ตอนหน้าเราจะได้เห็นแน่นอน แล้วจะฟินนนนแบบไม่ให้พักหายใจกันเลยทีเดียว เตรียมหมอนมาจิกกันให้เต็มที่ได้เลย เพราะความน่ารักของสองคนนี้มันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น! เอาล่ะถ้าอยากฟินแบบรวดเดียวจบก็รีบไปจองนิยายซะสิ รออะไร แฮ่! อย่าลืมนะว่าหนังสือจะถึงมือตอนที่ในเว็บลงไปแค่ประมาณครึ่งเรื่อง อยากฟินก่อนใครก็ไปเล๊ยยยย โปร Early Bird ส่งฟรีรออยู่ถึงแค่วันศุกร์นี้เท่าน้านนนนน

          พีเอส ; เม้นท์เย๊อะเยอออออะ แล้วจะรีบมาอัพ!



FernniZ’s 1st Talk : 09.12.18

          ออสตินนี่เดาใจยากจังน้าหุหุ ครั้งหน้าที่เฟิร์นมาอัพนิยาย เราก็จะเปิดจองเรื่องนี้กันแล้ว! พร้อมกันม๊ายยยยย ขอรับประกัน นั่งยัน นอนยัน ยืนยัน ว่าหลังจากนี้ความน่ารักของออสตินจะมากขึ้นอีก (ใช่ ยังมากกว่านี้ได้!) ดังนั้นเตรียมใจละลายกันให้ดี :) และขอให้ทุกคนมีความสุขกับหยุดยาวนะคะ!

          เพลงตอนนี้น่ารักกุ๊กกิ๊กเข้ากับตอนมากๆ เพราะมีท่อนที่บอกว่า “To be young and in love in New York City.” (การที่ยังเด็กและตกหลุมรักในเมืองนิวยอร์ก) หลายคนอาจจะเคยได้ยินจากหนังเรื่อง To All The Boys I’ve Loved Before แต่ขอบอกว่า Lauv เนี่ยเพลงดีมากกกกกก แนะนำให้ไปฟัง ล่าสุดกำลังจะมาไทยด้วย (บัตร sold out เรียบร้อย เฟิร์นเองก็จะไป) เสียงนุ่ม ลื่นหูสุดๆ เมื่อก่อนเคยเล่นเปิดคอนเสิร์ตให้ Ed Sheeran ถ้าใครไปคอนเมื่อปีที่แล้ว ก็เขานี่แหละที่เล่นเปิด (คอน Ed ปีหน้านี่ก็จะไปแนะ แฮ่) เพลงที่แนะนำก็ตามนี้เลย : Paris in the rain, The other, Breath, Superhero ลองไปฟังดูรับรองว่าจะติด!

 

 

Lauv – I like me better

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #565 BAMBAM (@bamnatchaya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 12:50
    เค้าน่ารักกันจังเลยยยย
    #565
    0
  2. #509 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:39
    เนี้ยยยยอ่านมาถึงตอนนี้ก็ยังเดาอะไรออสตินไม่ออกเลย
    #509
    0
  3. #260 Fring Supravee (@frungfring) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 21:32
    ตอนนี้คือน่ารักมสก แถมเพลงคือชอบอีกเหมือนกันนน ชอบความล้อของพวกเมด เอ็นดูคุณหนูใหญ่เลย
    #260
    0
  4. #222 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 21:36
    น่ารักมากออสตินนนน
    #222
    0
  5. #205 ppwch_ (@ppwch_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 22:01
    น่ารักกกกก
    #205
    0
  6. #204 Bouquet Pemika (@ubotque) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:38
    nextคือแบบโอ้ย////// อยากอ่านออสตินtalkแล้ว คู่นี้น่ารักเกินไป
    #204
    0
  7. #203 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 01:59
    Next ก็คือออออ โอ้ยยยยจะคิดเข้าข้างเอสเม่แล้วนะ
    #203
    0
  8. #202 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:23
    รอไม่ไหวแล้วว น่ารักมากก ออสตินเป็นแบบนี้นี่ตายไปเลย แงง
    #202
    0
  9. #201 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 23:16
    ออสตินจะเริ่มเข้าหาบ้างรึยังน้าา
    #201
    0
  10. #200 ทีเอเอ็ม (@matzr) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 22:58
    ฟีลกู๊ดมากเลยยยยยย
    #200
    0
  11. #199 Aquamarine Oil (@raksina12) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 22:51
    อมกกก เขินแทนน
    #199
    0
  12. #198 My lovely (@nichapat88) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:25
    นี่ก็จะขาดใจตามเอสเม่แล้ววววว รออีบุ๊คนะคะ 😍😍😍
    #198
    0
  13. #197 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:14
    โอ้มายเวิดดดดดดด
    #197
    0
  14. #196 INMYHOPE (@phathicha_t) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 20:29
    ตอนถัดไปคือดีย์มากค่าา เขินแทนเอสเม่แล้ววววว
    #196
    0
  15. #195 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 20:19
    เอาแล้วออสตินนนน คิดไรกับสาวปะเนี่ยยยย โอ๊ยยยยยย>//////////<
    #195
    0
  16. #194 kikieluv (@kieluvkey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:46
    โอ้ยๆๆๆๆๆ next ก็คือแบบโอ้ยไม่ไหวแล้วนะ!!!!! อยากอ่านต่อๆๆๆๆ ฮือชอบมากนะคะ แล้วจะอ่านเป็นอีบุ๊คพร้อมกันมั้ยคะ หรือว่าจะขายเป็นเล่มก่อนหรอคะพี่เฟิร์น >_<
    #194
    0
  17. #193 K_Darin (@K_Darin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:28
    อ้ากกกกกกกกกกกกกก ออสติน ใจไม่ไหวแล้ว
    #193
    0
  18. #192 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 15:03

    อะไรคือการที่อยู่ดีๆออสตินก็อ่อยยยยย ยังไงกันคะพ่อหนุ่มอเมริกัน สรุปจะยังไงงงงง

    #192
    0
  19. #189 JenT A (@jennyyy_jap) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 07:14
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด (ใจเต้นยิ่งกว่านางเอกอีก) เขินอ่ะ
    #189
    0
  20. #188 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 03:24
    ในที่สุดความพยายามของนางเอกก็เป็นผลสักที5555
    #188
    0
  21. #187 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 03:17
    เป็นศพสีชมพูแล้วจ้าาาาา
    #187
    0
  22. #183 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 01:25
    เดาใจออสตินไม่ได้เลยยยย
    #183
    0
  23. #182 Orange_the kid (@sommainao) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 23:13
    รอ ออสตินนนนนนนนนน
    กรี๊ดดดดดดดดด~
    #182
    0
  24. #181 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 22:59
    กี้ดด ออสติ๊นนน
    #181
    0
  25. #180 Aquamarine Oil (@raksina12) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 22:38
    พาทนี้เพลงดีมากกกกกกออสตินก็ดีมากกก
    #180
    0