[ตีพิมพ์แล้ว] THE MOON TO MY NIGHT [Austin X Esme]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,341 Views

  • 609 Comments

  • 314 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    66

    Overall
    18,341

ตอนที่ 4 : CH.3 - My favourite part of the day is you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61




สำหรับทอล์กในตอนที่แล้วเรื่องเปิดขายนิยายเรื่องนี้ก่อนลงจบนะคะ เฟิร์นยืนยันว่าจะยังอัพนิยายเรื่องนี้จนจบเหมือนเดิมนะ ไม่ได้ว่าจะอัพแค่ครึ่งเรื่องแล้วให้ไปอ่านต่อในอีบุคเด้อ (เป็นอีบุคเนอะ เพราะยังไงหนังสือก็คงตีพิมพ์ไม่ทัน) เพราะงั้นวางใจได้เลย :) อย่างไรก็ตามเฟิร์นจะไม่เปิดวางขายในเร็วๆ นี้ อย่างน้อยก็จะขออัพไปก่อนสักครึ่งเรื่อง เพราะเฟิร์นยังชอบอัพไปทีละตอนและตามอ่านคอมเมนท์ของทุกคนอยู่

            อย่างที่เคยบอกไปว่าถ้าหากวางขายก่อนลงในเว็บจบ สิ่งที่ตามมาก็คือคนที่ซื้อแล้วก็คงจะไม่กลับมาตามอ่านในเว็บอีก (ซึ่งส่งผลให้ยอดคอมเมนท์ลดลงด้วย) ดังนั้นเฟิร์นจะยังอัพไปเรื่อยๆ ก่อน อีกสักพักถึงจะเปิดขาย เข้าใจกันเนอะ

            แต่ระหว่างที่รอก็สามารถไปซื้อเรื่องอื่นอ่านกันได้ มีพร้อมส่ง แฮ่

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc

 

 





3

My favourite part of the day is you

พาร์ทโปรดในแต่ละวันของฉันคือคุณ

 

 

“เอสเม่ว่ายังไงนะ” ลีอาห์ถามซ้ำทั้งๆ ที่ฉันก็แน่ใจว่าเธอได้ยินสิ่งที่ฉันบอกไปดี

 

“หาประวัติไงคะ แค่คนคนเดียว ฉันรู้ว่าเราทำได้อยู่แล้ว” ฉันอ้อน “ออสติน โลว์เธอร์น่ะ”

 

“ไม่ใช่ว่าทำได้หรือไม่ได้ คำถามก็คือจะทำไปทำไมคะ”

 

“ฉันบอกให้ทำก็ทำเถอะน่า” ฉันบ่ายเบี่ยงด้วยการหยิบน้ำส้มมาดื่ม ก็แบบต่อให้มีเบอร์ออสตินแล้วแต่ฉันก็ยังไม่กล้าโทรไปนี่ ฉันอยากจะรู้เรื่องของเขามากกว่านี้ เรื่องโดยรวมๆ น่ะ แล้ววิธีนี้มันก็เร็วกว่าฉันทำความรู้จักกับออสตินเอาเอง

 

เพราะหนึ่ง ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาและเรามีเรียนด้วยกันบางคลาส ออสตินไม่ทำอะไรเลยนอกจากเรียนในเวลาเรียน

 

สอง เวลาพักกลางวันก็มีเฟร์ยากับดีนอยู่ด้วย

 

และสาม ออสตินทำงานหลังเลิกเรียน

 

อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจเอาซะเลย ฉันว่าฉันต้องสร้างสถานการณ์เองบ้างแล้วล่ะ

 

“ก็ได้ค่ะ” ลีอาห์ยอมแพ้ฉันจนได้ “แล้ววันนี้จะกลับเย็นหรือเปล่า”

 

ฉันใช้ความคิด แทบจะทุกเย็นของอาทิตย์ที่แล้วฉันออกไปกับเฟร์ยาและดีนตลอด รวมไปถึงเมื่อวันเสาร์ทั้งวันด้วย แต่มันไม่ได้แพลนได้ตลอดเวลานี่นา “อืมไม่รู้สิ ฉันจะโทรบอกนะ”

 

ลีอาห์ถอนหายใจ “ฉันว่าเอสเม่เที่ยวเล่นบ่อยไปแล้วนะคะ”

 

“แล้วฉันก็ว่าพี่เหงาและต้องหาแฟนบ้างแล้วล่ะ” ฉันหัวเราะคิกคัก “จริงๆ นะ ฉันไม่รู้ว่าลีอาห์เอาชีวิตมาผูกติดกับฉันทำไม ทำไมไม่ออกไปหาเพื่อนหรือหาแฟนบ้างล่ะ พี่อายุยี่สิบหกแล้วนะ ฉันไม่อยู่บ้านก็เพราะฉันมีชีวิตของตัวเอง แต่พี่น่ะไม่มีเลยรู้มั้ย”

 

“แต่ฉันจะออกไปทำอะไรบ่อยๆ กันล่ะ

 

“ไม่รู้สิ ไปนั่งเขียนหนังสือที่ร้านกาแฟ หรือเดินเล่นที่เซ็นทรัลปาร์ค เข้าร่วมชมรมอะไรก็ได้ ไม่ต้องทำตัวว่างตลอดเวลาเพราะลีอาห์ก็เห็นว่าฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือเลย อ้อยกเว้นเรื่องออสติน” ฉันแก้ ก่อนจะขยิบตา “มาแข่งกันมั้ยว่าระหว่างฉันกับพี่ใครจะมีแฟนก่อนกัน”

 

“เดี๋ยวเถอะ แข่งอะไรกันล่ะ อย่าบอกนะว่าเด็กที่ชื่อออสตินนี่…!

 

“เขาน่ารัก แต่จีบย๊ากยาก” ฉันบอกแค่นั้นแล้วรีบแจ้นหนีกลับไปแต่งตัวเตรียมไปเรียน ไม่สนใจหรอกว่าใครจะรู้บ้าง พวกเขาเป็นครอบครัวนี่นา

 

อีกอย่างวันนี้ฉันก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะฉันจะได้นั่งข้างออสตินอีกแล้วยังไงล่ะ

 

ชอบความรู้สึกแบบนี้ชะมัด เหมือนมีแรงบันดาลใจไปเรียนไม่มีผิด

 

ฉันออกจากบ้านแต่เช้าและมาถึงมหาวิทยาลัยก่อนเวลาเริ่มเรียนยี่สิบกว่านาที แต่ทุกอย่างมันสดใสไปหมดเมื่อเราเฝ้ารอที่จะเจอใครบางคนอยู่ และฉันก็คิดว่าตัวเองคงจะเป็นคนแรกที่ไปถึงก่อน แต่โอ้มีคนที่มาถึงก่อนฉันและก่อนอาจารย์ด้วยซ้ำ

 

และฉันก็ไม่แปลกใจเลย เพราะคนคนนั้นคือออสติน

 

ที่แปลกใจน่ะ คือเขาฟุบหน้าหลับอยู่มากกว่า

 

“ออส” ฉันตั้งใจจะเรียกเขาในทีแรก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ อืมให้เขาหลับไปก่อนจะดีกว่านะ ฉันนั่งลงข้างคนตัวสูงอย่างเงียบเชียบ ออสตินใช้แขนตัวเองรองนอนและหันหน้ามาทางฉันพอดี แว่นของเขาวางอยู่บนโต๊ะอีกตัวข้างกายเขา วันนี้เรือนผมสีช็อกโกแลตไม่เป็นทรงเท่าไหร่นัก

 

น่ารักจัง

 

ฉันฟุบหน้าลงบ้างและหันใบหน้าไปทางเขา รู้สึกอยากให้เวลาเดินช้าลงอีกหน่อยเพราะมันคงจะยากมากที่จะได้เห็นภาพของออสตินในมุมแบบนี้อีก อืมถ้าฉันลูบผมเขา ออสตินจะตื่นไหมนะ

 

“จ้องกันแบบนั้นมันทำให้ฉันนอนไม่หลับนะ”

 

จู่ๆ ริมฝีปากสีธรรมชาติก็ขยับเอ่ยคำนั้น ฉันสะดุ้ง รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ตายแล้ว!

 

“นะนี่ตื่นอยู่เหรอ!

 

“ฉันไม่ได้หลับตั้งแต่แรกแล้ว” ออสตินลุกขึ้นบ้าง หัวเราะพลางยีเรือนผมของตัวเอง โอ้เวรเอ๊ยงี้เขาก็รู้สึกตัวมาตลอดเลยสิ ออสตินไม่คิดว่าฉันเป็นพวกโรคจิตไปแล้วรึเนี่ย! “แค่พักสายตาเฉยๆ”

 

“นายนี่” ฉันบ่นอุบอิบ รื้อแมคบุคออกมาจากกระเป๋าแก้เขิน ออสตินจะคิดอะไรก็ช่างเถอะ ฉันว่าคงจะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่ดูไม่ออกว่าฉันแอบสนใจออสติน เพราะเขาเองก็คงไม่คิดว่าผู้หญิงที่ไม่รู้สึกอะไรกับเขาจะมานอนจ้องหน้าเขาหรอก

 

“อรุณสวัสดิ์ เอสเม่” คนข้างกายทักด้วยคำนั้น ฉันชะงักและหันกลับไปพบกับรอยยิ้มของเขา

 

โอเคมาเรียนเช้ามันคุ้มจริงๆ นั่นแหละ

 

“อรุณสวัสดิ์” ฉันบอกแล้วรีบทำเป็นจัดสัมภาระของตัวเองต่อ บ้าจัง ออสตินทำยังไงให้เท้าคางยิ้มคุยกับฉันแล้วมีเสน่ห์ขนาดนั้นกันแน่ ฉันว่าฉันหลงผู้ชายคนนี้จริงๆ แล้วล่ะ ทำไมทุกอย่างที่เขาทำถึงได้โดนใจฉันไปหมด “สุดสัปดาห์ของนายเป็นไง”

 

“ก็ดี ฉันไม่ได้ทำอะไรมากหรอก แค่สอนพิเศษและอ่านหนังสือ”

 

“ทำไมฉันไม่แปลกใจเลยนะ” ฉันอมยิ้ม ถึงจะรู้จักกันมาแค่อาทิตย์เดียว แต่คำตอบนั้นมันฟังดูเป็นออสตินเป็นบ้า

 

“เธอจะบอกว่าชีวิตฉันน่าเบื่องั้นสิ”

 

“ถ้านายสนุกกับสิ่งที่นายทำมันก็คงจะเรียกว่าน่าเบื่อไม่ได้หรอก” แล้วฉันก็ไม่ใช่กลุ่มคนที่ร้องยี้เวลาเจอเด็กเรียน ไม่เห็นผิดที่จะชอบเรียนหนังสือหรืออ่านหนังสือนี่

 

“พูดอีกก็ถูกอีก แล้วเธอล่ะ ทำอะไรมาช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา”

 

คิดถึงแต่เขากับจูบนั้นและพยายามทำใจให้กล้าพอจะโทรไปหาเขาน่ะสิ

 

ทำไมเวลาคนเราตกหลุมรักช่วงแรกๆ มันถึงได้เพ้อได้ขนาดนี้นะ

 

“ก็ออกไปเที่ยวกับเฟร์ยาแล้วก็ดีนมาน่ะ พวกนั้นพาไปกินพิซซ่าที่อร่อยที่สุดในนิวยอร์กมา” คิดแล้วฉันก็ยังต้องหัวเราะอยู่ มันเหมือนบุญหล่นทับจริงๆ ที่ได้เพื่อนที่ถึงไหนถึงกันอย่างสองคนนั้น ชีวิตในนิวยอร์กของฉันไม่มีวันน่าเบื่อเลย “หมายถึง พวกเขาบอกว่ามันอร่อยที่สุดในนิวยอร์ก แต่ฉันยังไม่เคยกินที่อื่นก็เลยไม่รู้จะเอาอะไรมาเทียบ”

 

“จริงดิ ที่ไหนเหรอ”

 

“ร้าน Roberta’s น่ะ”

 

พอได้ยินคำตอบออสตินก็ย่นจมูกใส่แล้วส่ายหัว “Nah, ร้าน Joe’s อร่อยกว่าตั้งเยอะ”

 

Really?” ฉันเท้าคางมองหน้าออสติน “พวกนายสามคนเป็นชาวนิวยอร์กเกอร์แท้ๆ ทั้งนั้น ฉันจะเชื่อใครดีล่ะทีนี้”

 

“เชื่อตัวเองสิ” เจ้าของใบหน้าคมคายฉีกยิ้ม “ลองไปกินดูแล้วเธอจะติดใจ”

 

“นี่มันเป็นตอนที่นายต้องพูดว่า ฉันจะพาเธอไปกินเอง นะรู้ไหม” ฉันเฟลิร์ตดื้อๆ และแกล้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน เพราะในเมื่อออสตินไม่เดินหน้า ฉันก็จะเริ่มเองล่ะแล้วเขาก็ยังมาหัวเราะใส่แบบนั้นอีก

 

“เธอจะแกล้งหยอดมุกแบบนั้นกับผู้ชายไปทั่วไม่ได้นะเอสเม่”

 

“ฉัน

 

ฉันกำลังจะบอกว่าฉันเปล่าล้อเล่น ก็พอดีว่าอาจารย์ลูซี่เดินเข้ามาก่อน เธอทักเราทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

 

“อุ๊ย มาก่อนครูกันอีกเหรอจ๊ะเนี่ย อรุณสวัสดิ์จ้ะ”

 

“อรุณสวัสดิ์ฮะ” ออสตินทักตอบ ฉันค้อมศีรษะให้เธอ

 

แต่เดี๋ยวสินี่ออสตินคิดว่าฉันแค่แกล้งถามเล่นๆ จริงๆ น่ะเหรอ ฉันเรียบเรียงคำพูดในหัว พยายามจะคิดคำอธิบายที่เหมาะสม บางทีความขี้เล่นของฉันในปาร์ตี้คืนนั้นอาจทำให้เขาเข้าใจผิดไป

 

ไม่นะ

 

ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย

 

แต่แน่ล่ะ เมื่ออาจารย์อยู่ในห้องแล้วมันก็ยากที่จะคุยเรื่องนั้นต่อ แถมออสตินก็หยิบสมุดเลคเชอร์มาเปิดเตรียมตั้งใจเรียนเต็มที่ แล้วไม่กี่นาทีต่อมาเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ต่างก็เริ่มทยอยเข้ามา

 

เฮ้อยอดไปเลย

 

เฟร์ยากับดีนมาทันเวลาอย่างเฉียดฉิวในวันนี้ ทีนี้ฉันก็รู้แน่ชัดว่าตัวเองไม่มีทางได้โอกาสคุย (หรือเฟลิร์ต) กับออสตินอย่างเมื่อครู่อีกหลังจากนี้น่าเบื่อจัง

 

“เอาล่ะ อาทิตย์ที่แล้วอาจารย์บอกให้ทุกคนนึกถึงท็อปปิกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่จะช่วยให้เราสนทนากันได้ก่อนเริ่มเรียนใช่มั้ย ไหนวันนี้ใครอยากจะเริ่มจ๊ะ” อาจารย์ลูซี่มีวิธีการสอนที่น่าสนใจและคอยสร้างกิจกรรมเพื่อไม่ให้การเรียนประวัติศาสตร์น่าเบื่อ ฉันว่ามันดีไม่ใช่น้อยเลย

 

และแม้ใครบางคนในห้องจะยกมือขึ้นและถามแบบนี้

 

“ทำยังไงจะได้แต่งงานกับเจ้าชายจอร์จค่ะอาจารย์ หมายถึงแบบที่เมแกน มาร์เคิลแต่งงานกับเจ้าชายแฮร์รี่และกลายเป็นดัชเชสออฟเคมบริจด์”

 

และทั้งห้องเรียนขำครืน

 

อาจารย์ก็ยังยิ้มและตอบเธออย่างแสนจะใจดี

 

“ขอบคุณสำหรับคำถามจ้ะ เรื่องนี้อาจารย์คงตอบได้แต่เพียงว่าเธอต้องรอ” อาจารย์เน้นคำว่ารอมากเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้มันตลกมากขึ้นไปอีกและแน่นอน ตลกที่สุดสำหรับฉันที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้จนเกินไป “เพราะเจ้าชายจอร์จเพิ่งจะเข้าโรงเรียนได้ไม่กี่ปี นอกจากรออย่างมีความอดทนอย่างสูงแล้วก็คงจะต้องใช้โชคมหาศาลเลยล่ะ”

 

ฉันเอามือปิดปากตัวเองกลั้นหัวเราะ ให้ตาย

 

“มีใครมีคำถามที่มีสาระกว่านี้มั้ยจ๊ะ”

 

“ผมฮะ” ดีนยกมือขึ้น โอ้ฉันไม่แน่ใจนะว่าคำถามที่ออกจากริมฝีปากเขาจะมีสาระจริงๆ แต่เจ้าตัวเขามีท่าทีเคร่งขรึมน่าดู “ไหนๆ เราก็อยู่เรื่องราชวงศ์อังกฤษกัน ผมแค่อยากถามว่าอาจารย์คิดยังไงกับอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตเจ้าหญิงไดอาน่า แบบใครๆ ก็บอกว่ามันมีเงื่อนงำ”

 

ฉันหุบยิ้มก็เพราะคำถามนี้นั่นแหละ

 

“อืม เป็นคำถามที่ดีนะ” อาจารย์ตอบรับดีน ก่อนจะลากสายตามามองฉันราวกับเกรงใจที่จะพูดต่อ ความจริงก็คือฉันยังไม่ทันเกิดตอนที่มันเกิดขึ้น แต่มันเป็นสิ่งที่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวเราในหลายๆ ด้านจนทุกวันนี้

 

“จริงสิ เธอเป็นคนอังกฤษ เธอคิดว่าไง” เฟร์ยากระทุ้งแขนฉัน คือใจหนึ่งฉันก็อยากจะโกรธ แต่อีกใจฉันก็รู้ดีว่าเพื่อนไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่เลยว่ามันเป็นคำถามที่ไม่น่ายกมาถามแค่ไหน

 

“ไม่รู้สิ

 

“อะไรกัน เธอไม่สงสัยบ้างเหรอ”

 

“คือ” อาจารย์ลูซี่เอ่ยขึ้นก่อนที่ฉันจะคิดคำตอบดีๆ ออก ฉันบอกได้จากสีหน้าของเธอว่าเธอลำบากใจ หรือไม่ก็เกรงกลัวฉันเกินกว่าที่จะตอบสิ่งที่เธอคิดออกมา “จริงอยู่ว่าประเทศเราให้เสรีภาพในการคิดและแสดงความคิดเห็น แต่นี่มันเป็นประเด็นละเอียดอ่อน อาจารย์ว่าเราอย่าถกเถียงเรื่องที่จะไม่มีวันได้คำตอบกันเลยดีกว่า”

 

ทั้งห้องส่งเสียงโห่อย่างเซ็งๆ ส่วนฉันได้แต่เคาะแป้นพิมพ์แมคบุคอย่างไร้จุดหมาย

 

ให้ตาย

 

เราเริ่มต้นเรียนกันจริงๆ หลังจากนั้นไม่นาน ความกวนของดีนเรียกเสียงหัวเราะจากฉันได้และฉันก็อารมณ์ดีขึ้นในไม่ช้า เฟร์ยายังคงตบมุกอยู่กับเขา ส่วนออสตินก็ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจให้เรา มันกลับมาเป็นวันจันทร์ที่สวยงามวันจันทร์ที่ฉันยังคงหยอดมุกให้ออสตินไปเดตกับฉันไม่ได้

 

แล้วในช่วงพัก ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งแถวหลังก็เดินมาหาฉัน

 

“เฮ้เอสเม่”

 

“เฮ้” ฉันกะพริบตาปริบๆ เอ่อฉันรู้จักเขาเหรอ

 

“ฉันเจฟฟรีย์ เราเจอกันในปาร์ตี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เดาว่าเธอคงจะจำไม่ได้” ว่าแล้วเขาก็หัวเราะเบาๆ

 

เอ้อเขาเดาถูก

 

“ขอโทษนะ วันนั้นมันคนเยอะมากเลย ฉันจำไม่ได้จริงๆ”

 

“ฮ่าๆ เธอสั่งให้ฉันลงไปขอน้ำตาลจากคนที่อาศัยอยู่ชั้นล่างมาน่ะ จำได้มั้ย”

 

พอเขาว่าอย่างนั้นเฟร์ยาก็ขำก๊ากก่อนใครเพื่อน ตามด้วยดีน ในขณะที่ออสตินยังคงไม่แสดงอารมณ์อะไรมากตามประสาเขาฉันนึกย้อนกลับไป พอจำได้แล้วก็แทบจะระเบิดหัวเราะออกมา

 

“จริงด้วย! โทษทีๆ มีอะไรเหรอ”

 

“คือ” ร่างสูงเว้น ยกมือขึ้นเกาหัวด้วยท่าทีประหม่า ฉันยิ้มรอคำตอบ “แค่กำลังสงสัยน่ะว่าเธออาจจะอยากไปดื่มกาแฟกับฉันไหม เอ้อ หรือชาก็ได้ คนอังกฤษชอบชานี่เนอะ”

 

ฉันยังคงสับสนนิดหน่อย เขาชวนฉันไปดื่มชาเหรอ น่ารักดีนะฉันไม่ได้คิดนานเท่าไหร่ตอนที่ตอบ “ดื่มชาเหรอ ก็ฟังดูดีนะ”

 

“เยส! ถ้าอย่างนั้นเอาเบอร์ฉันไว้นะ” จู่ๆ เขาก็มีท่าทีดีใจมาก ฉันขำๆ แต่ก็ยอมยื่นมือถือให้เขาโทรเข้าเบอร์ตัวเอง พอหันไปมองเฟร์ยากับดีน รอยยิ้มของพวกเขาก็กว้างกว่าเดิม ฉันงงสุดๆ ก็เลยมองออสตินบ้าง แต่เขาก็กำลังมองฉันเหมือนไม่เข้าใจเช่นกัน

 

เอ่อทำไมกันล่ะ

 

What?” ฉันถามตอนที่เจฟฟรีย์เดินออกไปแล้ว “เป็นอะไรกัน”

 

“เปล่าจ้า เปล๊า” ทั้งเฟร์ยาและดีนตอบเสียงสูง โบกไม้โบกมือเหมือนไม่อยากยุ่งแต่รอยยิ้มยังคงมีเลศนัยสุดๆ ฮะเป็นอะไรกันเนี่ย ฉันมองออสตินอย่างขอความช่วยเหลือ แต่เขาก็ถอนหายใจใส่

 

เดี๋ยวสิ!

 

“ได้โปรดอย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้ตัวว่าเธอเพิ่งทำอะไรลงไป” ออสตินเบ้หน้า ฉันขมวดคิ้วแน่น

 

“ก็เพิ่งตอบตกลงไปดื่มชากับเจฟฟรีย์ไง” ทำไมอ่ะ ไม่ได้เหรอ

 

“ไม่ เอสเม่” เขาเท้าคางอีกแล้ว แต่รอบนี้ออสตินดูเซ็งจริงๆ “เธอเพิ่งตอบตกลงจะไปเดตกับหมอนั่น”

 

Wait, what!?” ฉันร้องเสียงสูง “เดตเหรอ! แต่เขาไม่ได้พูดสักคำว่ามันเป็นเดต! นี่ฉันนึกว่ากำลังจะได้เพื่อนเพิ่มนะเนี่ย!

 

“โอ้มายก้อดฉันลืมไปว่าเธอเป็นคนอังกฤษ!” เฟร์ยาหยุดยิ้มงี่เง่าจนได้ เธอมองไปข้างหลังแล้วลดเสียงเบาลงเหมือนไม่อยากให้เจฟฟรีย์ได้ยิน “เอสเม่ ที่รัก นั่นวิถีอเมริกัน เวลาที่เห็นใครแล้วถูกใจก็จะเข้ามาขอเบอร์หรือไม่ก็ชวนไปดื่ม ไปหาอะไรกิน ไม่สำคัญว่ารู้จักกันหรือยัง และถึงพวกเขาจะไม่พูดออกมาโต้งๆ แต่มันเป็นการขอเดตตกลงมั้ย”

 

What the hell?” เอาจริงดิ! “ทำไมพวกเธอใจเร็วกันขนาดนั้น”

 

เฟร์ยายักไหล่ ยิ้มแหยๆ ดีนก็ทำแบบเดียวกัน

 

“ฉันบอกเธอแล้ว” ออสตินว่า

 

ฉันรู้สึกได้ว่าใบหน้าร้อนผ่าวจากความอับอายทั้งที่ตอบตกลงไปโดยที่ไม่ได้รู้เรื่อง (และยังไม่รู้จะไปยกเลิกยังไงหลังจากนี้) และที่ตัวเองใสซื่อขนาดนี้

 

“แต่แค่เดินเข้ามาชวนไปดื่มชาก็เป็นเดตแล้วเหรอ”

 

“ก็เธอตกลงไปแล้วนี่”

 

ฉันทำแก้มป่อง ทันใดนั้นก็นึกถึงที่ฉันเฟลิร์ตใส่ออสตินเมื่อเช้า โอเคนี่เป็นโอกาสแก้ตัวของฉันแล้วล่ะ “งั้นถ้าฉันชวนนายไปดื่มชาก็คือชวนไปเดตเหรอ”

 

“หืม?” ออสตินเวลาตามไม่ทันนี่น่ารักอีกแล้วนะ

 

ฉันยื่นหน้าไปใกล้เขา กัดริมฝีปากก่อนจะพูดต่อ “งั้นไปดื่มชากัน”

 

เท่านั้นแหละออสตินก็เงียบไปหลายวินาทีราวกับตั้งตัวไม่ทันเหมือนตอนที่จู่ๆ ฉันก็พุ่งเข้าไปจูบเขาไม่มีผิด ฉันยิ้มตาหยีรอให้ผู้ชายที่โคตรน่ารักคนนี้ตอบ และก็เห็นชัดว่าความเขินค่อยๆ เล่นงานเขาเมื่อออสตินต้องเป็นฝ่ายหลบตาและหัวเราะเบาๆ

 

“เธอนี่มันบ๊องเป็นบ้า หยุดเลย”

 

ฉันทำหน้างอ ไหงงั้นล่ะ “ทำไมอ่ะ ไปกันเถอะ นะน้า”

 

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้ม แต่เขาก็ยังหันมาตอบอีกว่า “Nope.

 

ง่ะ เล่นตัว!

 

“ออสตินจ๋า” ฉันเขย่าแขนเขา

 

“ชู่วอาจารย์กลับเข้ามาในห้องแล้วนะ” ออสตินแกล้งอีกแล้ว! ฉันรู้ก็เพราะเขายังยิ้มอยู่ตอนที่วางมือลงบนมือของฉันที่เขย่าแขนเขา แม้มันจะในระยะสั้นๆ ไม่กี่วินาทีแต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ฉันขมวดคิ้วแน่น “อย่าดื้อสิ เอสเม่”

 

ก็ได้ฉันมุ่ยหน้า ไม่ดื้อก็ได้

 

ฉันกลับมานั่งดีๆ ไม่สนใจดวงตาลุกวาวของเฟร์ยา แค่อยากจะหาคำตอบให้ได้ว่าออสตินไม่อยากเดตกับฉันจริงๆ หรือแค่แกล้งกันเท่านั้น เพราะเขาก็ยังคงอมยิ้มอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาที่เหลือ

 

เฮอะเดี๋ยวก็เนิร์ด ถัดมาก็ไม่เนิร์ด แล้วตอนนี้ก็ยังจะมาเล่นตัวอีกเหรอ

 

ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก ให้มันรู้กันไปสิว่าเขาจะปฏิเสธฉันได้ลงคอ!

 


 

 






 

“เฮ้ นายจะอยู่กินมื้อกลางวันด้วยกันมั้ยออสติน” ดีนถามคำถามนั้นตอนที่เราเดินออกมาจากห้องเรียนด้วยกัน อุ๊ย เป็นคำถามที่ฉันอยากจะถามอยู่พอดีเลยออสตินใช้ความคิดวินาทีหนึ่ง

 

“อยู่ก็ได้ แต่เดี๋ยวฉันขอไปห้องน้ำก่อน”

 

“ฉันไปด้วยดิ” ดีนว่าก่อนจะตรงเข้าไปกอดคอออสติน (ฉันสาบานว่าดีนทำตัวสนิทสนมกับทุกคนเร็วมากๆ) พอพวกเขาเดินออกไปมันก็เปิดโอกาสให้เฟร์ยาได้หวีดเสียงแหลมใส่ฉันอย่างที่ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะทำ

 

“เมื่อกี้มันอะไรน่ะ! เธอขอออสตินเดตเหรอ”

 

ฉันมีสีหน้าเซ็ง “ก็อยากจะทำอย่างนั้น แต่เหมือนว่าออสตินคิดว่าฉันล้อเล่นอยู่ตลอด”

 

เฟร์ยาอ้างปากค้าง ฉันคิดว่าเธอต้องกรี๊ดแน่ๆ ที่ค้นพบความจริงว่าฉันไม่ได้แค่ไปจูบออสตินเล่นๆ ในคืนนั้น บางทีเธออาจไม่คิดว่าสเปกของฉันจะเป็นแบบนี้ หรือไม่ก็

 

“สอนฉันที!

 

เอ่อ นั่นไม่ใช่ปฏิกิริยาตอบรับที่ฉันหวังจากเธอแฮะ

 

“สอนอะไร?

 

“วิธีเฟลิร์ตกับผู้ชายน่ะ” เธอแทบจะกรีดร้องออกมา มือบางรีบดึงฉันหลบผู้คนตามทางเดินแล้วลดเสียงเบาลง “คือต่อให้ฉันจะสนิทกับคนนู้นคนนี้ไปทั่วก็เถอะ แต่ความจริงก็คือฉันห่วยแตกมากเรื่องจีบผู้ชาย แบบว่าให้คุยกับผู้ชายกี่คนฉันก็ทำได้ แต่พอเจอคนที่ชอบจริงๆ ฉันนี่คิดบ้าบอคอแตกอะไรเยอะไปหมด”

 

“เอ่อฉันก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะ เธอก็เห็นว่าออสตินยังคิดว่าฉันเล่นๆ อยู่เลย” ฉันยกมือขึ้นทั้งสองข้างอย่างจะบอกว่าให้เฟร์ยาใจเย็นก่อน “อีกอย่างใครกันคนที่เธอชอบ”

 

พอโดนถามตรงจุดเข้าไปเฟร์ยาก็เปลี่ยนท่าทีทันที จากที่เป็นสาวมั่น เสียงดังโหวกเหวกในปาร์ตี้เธอก็ดูเขินอายและเริ่มบิดไปบิดมา โอ้โหสรุปว่าฉันเป็นหญิงกล้ากว่าเฟร์ยาหรอกเหรอเนี่ย

 

ดูแค่นี้ฉันก็พอเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเธอถึงบอกว่าจีบใครไม่เป็น ถ้ากับฉันยังจะเขินขนาดนี้อ่ะนะ

 

“เอาล่ะๆ ให้ฉันเดาดีมั้ย” ฉันยิ้มกริ่ม ยกแขนขึ้นกอดอก เฟร์ยามองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวว่าเขาคนนั้นจะโผล่มา ใบหน้าของเธอยังแดงเถือกฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่ก็รู้ทันทีเลย “ดีนล่ะสิ”

 

Shit…” เธอยกมือขึ้นปิดใบหน้าตัวเอง ก่อนจะลดลงเปิดแค่ดวงตาอย่างอายๆ “มันชัดเจนมากเลยเหรอ”

 

“อาจจะไม่ชัดกับเขา เธอก็รู้ว่าพวกผู้ชายไม่เคยรู้อีโหน่อีเหน่อะไรหรอก แต่มันออกจะชัดเจนกับฉันนะ”

 

“โอ๊ยแย่เป็นบ้า ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นอย่างนี้เลยรู้มั้ย ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่แต่เรารู้จักกันตั้งแต่เด็ก พ่อแม่เราก็รู้จักกัน เดาว่ามันเป็นตอนที่ฉันเลิกกับแฟนเมื่อต้นปีแล้วหมอนั่นมาขลุกอยู่ด้วยบ่อยๆ ล่ะมั้ง

 

“งั้นเหรอ” ยากเลยล่ะทีนี้ ยากกว่าเรื่องของฉันกับออสตินหลายเท่า “เอาล่ะเฟร์ยา ฉันยังไม่แน่ใจนะว่าจะช่วยเธอได้ยังไง เพราะสถานการณ์มันคนละเรื่องกับฉันเลย” ฉันบอกเพื่อนอย่างพยายามใส่ใจมากที่สุด และก็มองข้ามไหล่เธอไปเห็นว่าพวกผู้ชายกำลังเดินกลับมา “เอางี้ ทำไมเสาร์นี้เธอไม่มาที่บ้านฉันและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังล่ะ เราจะได้ช่วยกันคิด ดีมั้ย”

 

“ดีจ้ะ! เธอน่ารักที่สุดเลย” ว่าแล้วเธอก็ดึงฉันไปกอด โถๆเฟร์ยาน้อย

 

“ฉันคิดว่านะ” ดีนเดินมาถึงก็พูดเลย “ถ้าให้ยัยนี่อยู่กับเธออีกหน่อยต้องกลายเป็นเลสเบี้ยนแหง เธอเอาแต่พูดไม่หยุดปากเลยน่ะว่า เอสเม่น่ารักจังๆอยู่อย่างเงี้ย”

 

แหมดีน เฟร์ยาคงจะเป็นเลสเบี้ยนหรอกนะในเมื่อผู้ชายที่เธอชอบก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

 

แต่แหงล่ะ ใครๆ ก็ว่าผู้ชายน่ะซื้อบื้อ แล้วมันก็ฟ้องอยู่เห็นๆ ว่าจริง

 

“ก็เอสเม่น่ารักจริงๆ นี่นา นายน่ะจะโดนเขี่ยตกจากตำแหน่งเพื่อนรักของฉันแล้วรู้ตัวหรือเปล่า” เฟร์ยาสะบัดผมและเชิดหน้าใส่  ดีนทำหน้ารังเกียจ

 

“เหมือนว่าฉันอยากจะเป็นนักงั้นแหละ”

 

อ๊ะ ถ้างั้นอยากเป็นอย่างอื่นหรือเปล่านะ

 

พอรู้ว่าเฟร์ยามีใจให้ดีนจริงๆ ฉันก็เริ่มจะจิ้นบ้างแล้วสิ

 

“ฉันไม่แย่งเพื่อนสนิทใครหรอกน่า” ฉันดึงแขนออกจากการเกาะกุมของเฟร์ยาและดันเธอไปคืนเขาแทน เฟร์ยาถลึงตาใส่ ส่วนดีนกระโดดหนีพวกเขาเพี้ยนกันจริงๆ

 

เราสี่คนแวะซื้อแซนวิชกับขนมนมเนยจากโรงอาหารแล้วไปนั่งกินที่เนินสนามหญ้า เฟร์ยาบอกว่าตรงนี้มุมดีที่สุดเพราะนอกจากอากาศจะดีมากแล้วเรายังสามารถเห็นวิวจากพวกนักศึกษาที่มาเล่นกีฬาในสนามแถวนั้นได้อีก มันเป็นเหมือนจุดยอดฮิตที่ใครๆ ก็แห่มา

 

“ฉันไปเข้าชมรมเทนนิสบ้างดีกว่า” จู่ๆ ดีนก็พูดขึ้นหลังเห็นผู้ชายคนหนึ่งสะพายกระเป๋าแร็กเก็ตเดินผ่านไป ปากเขาก็ยังเคี้ยวแซนวิช เฟร์ยาหรี่ตาลงมองเพื่อนสนิท

 

“ไปซ้อมได้เต็มที่สามวันนายก็โดดแล้ว”

 

“เฮ้ย มันไม่เหมือนตอนอยู่ทีมกรีฑาที่โรงเรียนนะเว้ย นั่นน่ะฉันต้องแบ่งเวลาไปจีบสาว รู้เปล่า”

 

“งั้นเดี๋ยวถ้านายติดสาว นายก็ออกจากชมรมอยู่ดี”

 

ดีนส่งเสียงจิ๊จ๊ะ ดูไม่ชอบใจนักที่เฟร์ยาดักคอ ฉันกำลังนึกภาพพวกเขาเป็นคู่รักกัน แต่บอกตามตรงว่ายังนึกไม่ค่อยออกเฟร์ยาก็ดูพยายามจะซ่อนความรู้สึกตัวเองสุดๆ ที่พูดเรื่อง สาว ที่ดีนอาจจะไปชอบเข้าในสักวันหนึ่ง

 

“เธอล่ะ เล่นกีฬาหรือดนตรีอะไรมั้ย” นั่นเป็นคำถามของออสติน

 

“ถ้าฉันบอกพวกนายจะต้องไม่เชื่อแหง” ฉันอมยิ้ม ทั้งสามคนหันมามองอย่างสงสัย “ฉันเคยเรียนฟันดาบ ว่ายน้ำ ไวโอลิน เปียโนและบัลเลต์”

 

Are you even human?” (เธอเป็นมนุษย์แน่เรอะ) ดีนแหกปากก่อนคนแรก

 

“ก็นะ” จะกี่ยุคกี่สมัยครอบครัวที่มีฐานะก็ยังคิดว่าการยัดเยียดความรู้ให้ลูกมากที่สุดก็ยังคงเป็นเรื่องดีอยู่ ซึ่งมันก็ดีจริง อย่าเข้าใจผิดฉันรู้ดีว่าตัวเองได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่นและฉันก็สนุกตอนที่เรียนมันจริงๆ

 

“แต่เรียนฟันดาบเนี่ยนะ” ออสตินขมวดคิ้วแน่น “ฉันนึกภาพเธอแบบนั้นไม่ออกแฮะ ถ้าบัลเลต์น่ะก็ว่าไปอย่าง”

 

“เฮ้ ฉันเก่งนะจะบอกให้”

 

“ฉันเชื่อ ไม่กล้าดูถูกเธอตั้งแต่เรื่องค็อกเทลแล้วล่ะรู้มั้ย ถ้าเธอบอกว่าพูดได้ห้าภาษาฉันก็คงจะเชื่อ”

 

“ก็ไม่ถึงห้านะ ฉันพูดได้สาม” ฉันบอกซื่อๆ พลางกัดแซนวิชของตัวเอง แต่เพื่อนทั้งสามคนก็อ้าปากค้างกันอยู่ดี เอ้า “อะไรเล่า ก็เราเรียนฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สองที่อังกฤษนี่”

 

“โอเค คงเหมือนเราเรียนสเปน” เฟร์ยาว่า “แต่อีกภาษาล่ะ”

 

“เวลช์” ฉันว่า

 

“ประเทศเวลส์ไม่ได้พูดอังกฤษเหรอ” เพื่อนมีหน้าตางุนงง

 

ฉันปัดมือที่เปื้อนเศษขนมปัง “คืองี้ เวลส์เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรและอยู่ติดกับอังกฤษก็จริง แต่พวกเขาก็มีภาษาของตัวเองอยู่ ฉันเรียนเพราะอยากเรียนน่ะ”

 

You’re not human.” (เธอไม่ใช่มนุษย์แหง) ดีนย้ำ “คนบ้าอะไรจะอยากเรียนทุกอย่าง”

 

ฉันชี้นิ้วโป้งไปที่ออสติน “นายว่าออสตินเหรอ”

 

“เฮ้ยยย ไม่ใช่โว้ย” เขาขำใหญ่ ออสตินกลอกตาไปมา “แต่เออ ก็ดีแล้ว เธอนี่มีความสามารถพิเศษซุกซ่อนอยู่เยอะแยะไปหมดเลยนะ”

 

“แต่ฉันก็มีเรื่องที่ไม่เก่งซุกซ่อนอยู่เยอะกว่า” ฉันบอกขำๆ ซึ่งก็ทำให้เพื่อนขำตาม อันที่จริงมันออกจะเหมือนการเรียนหว่านๆ ที่ฉันทำตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ฉันชอบเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ฉันอยากลองนู่น อยากทำนี่ แล้วก็โชคดีพอที่พ่อแม่สนับสนุนและมีกำลังจ่าย

 

มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาทักเฟร์ยากับดีนหลังจากนั้น (พวกเขารู้จักไปทั่วจริงๆ) ฉันก็เลยอดถามออสตินบ้างไม่ได้

 

“แล้วนายล่ะ เล่นกีฬาหรือดนตรีอะไรมั้ย”

 

“ไม่เจ๋งเท่าเธอหรอกนะ” เจ้าของใบหน้าคมคายว่า “แต่ฉันชอบไปต่อยมวยกับไอ้เอลเลียตน่ะ”

 

“จริงเหรอ! เท่จัง” ฉันนึกภาพออสตินตอนที่ใส่กางเกงมวยโดยปราศจากเสื้อ ตอนที่เขาสวมนวมและเหงื่อออกหลังเล่นกับเอลเลียตเสร็จ โอ้ตายเขาไปเล่นมวยที่ไหนกัน แอบตามไปดูได้ไหมนะ

 

ออสตินหัวเราะเขินๆ การที่เขายกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้ออย่างนั้นมันยิ่งทำให้เขาดูน่ารักมากขึ้นไปใหญ่

 

“แต่ถ้างั้นนายก็ใส่คอนแทคเลนส์ไปต่อยเหรอ หรือว่าแค่ถอดแว่นเอาเฉยๆ”

 

“ถอดเอาเฉยๆ น่ะ ฉันไม่ได้สายตาสั้นมากขนาดนั้น แค่มันลำบากเวลามาเรียนหนังสือแล้วมองอะไรไม่เห็น ยิ่งถ้าเป็นตอนกลางคืนนี่ยิ่งเบลอใหญ่เลย”

 

“แต่ใส่คอนแทคจะไม่สะดวกกว่าเหรอ”

 

คราวนี้ออสตินมีรอยยิ้มมุมปาก “ถ้าใส่คอนแทคฉันจะดูดีเกินไป ไม่อยากไปทำให้ผู้หญิงหลายคนเรียนไม่รู้เรื่องน่ะ”

 

ฉันร้องโหหหคนขี้เล่นระเบิดหัวเราะเลยในทีนี้ มีมุมแบบนี้ด้วยรึเนี่ย!

 

“นายนี่ก็ชอบทำให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อยเหมือนกันนะ ให้ตายเถอะ”

 

ออสตินยื่นหน้ามากระซิบ ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้ชิดกันทำให้ฉันหวนนึกถึงตอนที่ได้สัมผัสริมฝีปากเขาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

 

“ไม่เท่าตอนที่เธอขโมยจูบฉันหรอก สาบานเลย”

 

ฉันกัดริมฝีปากตัวเอง ต้องหลบตาเขาอย่างช่วยไม่ได้เลย บางทีฉันก็บอกไม่ได้เอาซะเลยจริงๆ นะว่าออสตินกำลังแกล้ง หรือเขาอยากเฟลิร์ต หรือแค่ล้อเล่น อะไรเป็นอะไรยังไงกันแน่แต่เชื่อเถอะว่าไอ้สิ่งที่ ระบุความสถานะไม่ได้ พวกนี้นี่แหละที่เป็นตัวให้ความหวังชั้นดีเลย

 

ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่มันเริ่มจากจุดนี้หรือเปล่านะ ที่เพิ่งรู้จักกัน เหมือนจะเป็นเพื่อน แต่ก็อยากเป็นมากกว่า และอีกใจก็ไม่กล้าอย่างนี้นะ

 

“ฉันคงต้องไม่ต้องย้ำอีกทีหรอกนะว่านายก็จูบฉันเหมือนกัน” ฉันกระซิบเสียงเบา

 

I did?” ออสตินตอบแบบเดิมอีกแล้ว รอยยิ้มแบบนั้นของเขานี่นะ

 

ให้ตายเถอะ อยู่ดีๆ มาปั่นหัวกันทำไมเนี่ย แล้วยังเล่นตัวอีกต่างหาก

 

“พระเจ้า อย่าแกล้งกันได้มั้ย” ฉันปิดใบหน้าตัวเองด้วยสองมือ

 

“ไม่แกล้งแล้วครับ ไม่แกล้งแล้ว” เขายกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนจะมองนาฬิกาข้อมือ ฉันเศร้าเล็กๆ เพราะรู้ว่าออสตินกำลังจะขอตัวไปที่อื่น “ฉันต้องไปแล้วล่ะ ต้องพายายไปหาหมอน่ะ”

 

โห มีโมเมนท์พายายไปหาหมอด้วย ออสตินจะน่ารักกว่านี้ได้อีกไหมนะ

 

“อ๊ะ เหรอ งั้นไว้เจอกันนะ” เฟร์ยาหันมายิ้มให้เมื่อร่างสูงลุกขึ้นยืน ดีนชนกำปั้นกับออสตินแทนการบอกลาแบบแมนๆ ของพวกเขาเช่นเคยก่อนที่เขาจะหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง

 

“แล้วเจอกันนะเอสเม่”

 

“อื้ม กลับดีๆ นะ” ฉันพยายามจะซ่อนรอยยิ้มงี่เง่าจากบทสนทนาลับๆ ของเราเมื่อครู่ แต่ก็อดไม่ได้เลยที่จะมองตามเมื่อเขาเดินจากไป

 

ไม่แฟร์เลยนะที่มาแกล้งทำให้ฉันใจเต้นอย่างนี้

 

ฉันคิดเอาเองได้ไหมนะว่ามันมีอะไรระหว่างเรา แต่เรายังกลัวที่จะเริ่มมันทั้งคู่

 

โธ่เอสเม่หลงเสน่ห์หนุ่มเนิร์ด (ไม่จริง) เข้าเต็มเปาเลยเรา

 

“เธอนี่ปิ๊งหมอนั่นจริงๆ สินะเนี่ย” ดีนพิจารณาใบหน้าของฉันพลางพยักหน้าหงึกหงักเหมือนหมอที่วินิจฉัยอาการคนไข้ แน่นอนฉันไม่ปฏิเสธเพราะมันออกจะเห็นชัดขนาดนี้

 

“ก็เขาน่ารักออกขนาดนั้น” ฉันยกเข่าตัวเองขึ้นมากอดและซบใบหน้าลงกับเข่าแก้เขิน เพื่อนทั้งสองคนเป่าปากแซวใหญ่ แต่ฉันไม่สนใจหรอก

 

“แต่มันก็เนิร์ดด้วยนะ มันอาจจะห่วยเรื่องอย่างว่ารู้ป่ะ”

 

เฟร์ยาผลักหัวดีนเลยทีเดียว ดี!

 

“นายไม่มีทางรู้หรอกน่า! อีกอย่าง ได้โปรดอย่าพูดเหมือนว่านายเซียนเรื่องบนเตียงอย่างนั้น”

 

“โธ่เธอมันจะรู้อะไร” ดีนยักคิ้ว ซึ่งยืนยันว่าเขามีประสบการณ์และเฟร์ยาก็คงจะรู้อยู่แล้วแน่ๆ แต่ก็นะมันไม่แปลกเพราะพวกเขาจะสนิทกันขนาดนี้ แค่มันอาจจะจุกน่าดูเพราะเฟร์ยาแอบชอบเขานี่นา

 

จะยังไงก็แล้วแต่ ฉันไม่สนหรอกว่าเรื่องไหนออสตินจะเป็นยังไง เพราะตอนนี้เขาได้ใจฉันไปเต็มๆ เลย

 

 

 

 



FernniZ’s 2nd Talk : 01.12.18 [สวัสดีเดือนธันวาคม เฟิร์นก็อปทอล์กมาจากในเพจเมื่อวานเนอะ!]

แต่งจบแล้วจ้าาา นิยายรักฟินๆ ที่ทุกคนหลงพระเอกสุดยอดตั้งแต่บทนำแถมยอดเมนท์แซงเรื่องเก่า (หัวเราะ) ขอกระซิบว่าเรื่องนี้ยาวมากกก คือเนื้อเรื่องของแต่ละตอนก็ยาวกว่าเรื่องอื่น แถมยังมีจำนวนตอนมากกว่าเรื่องหลังๆ ที่เฟิร์นแต่งด้วย ไม่สามารถแต่งให้สั้นได้จริงๆ ฮ่าๆ

อย่างไรก็ตาม เฟิร์นคงไม่ต้องหวังแล้วว่าทุกคนจะชอบ เพราะดูเหมือนจะตกหลุมรัก “ออสติน” จนถอนตัวไม่ขึ้นกันถ้วนหน้าแล้วจุดนี้ และเฟิร์นก็ดีใจมากๆ เพราะเฟิร์นเองก็ชอบเรื่องนี้มากกก กระซิบว่าในเรื่องนี้จะมีปูเรื่องของ “เอลเลียต” เพื่อนซี้ออสตินที่โผล่มาแป๊บเดียวก็เล่นเอาหลงเหมือนกัน ท้ายเรื่องจะมีตอนพิเศษนำเข้าเรื่องนั้นด้วย หุหุ

ยืนยันอีกครั้งว่าจะลงจนจบนะ ใครงบน้อยก็ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่ได้อ่านหลังเปิดขาย เฟิร์นไม่บังคับให้ซื้อแน่นอน (แต่คนที่จะซื้อก็ขอให้เตรียมเก็บเงินไว้ก่อน เพราะมันยาวมากกกก อาจจะต้องขายแพงนิดนึง)

สุดท้ายนี้ ขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้นิยายเรื่องนี้นะคะ เฟิร์นอ่านคอมเมนท์ทีไรยิ้มทุกทีเลย ถึงจะไม่ได้แต่งนิยายที่นางเอกหรือพระเอกเป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย แต่เลดี้เอสเม่นี่ก็ใกล้เคียงเลยนะ เป็นสาวสูงศักดิ์จอมซนที่หลงเสน่ห์หนุ่ม (แอบ) เนิร์ดเข้าเต็มเปา

มาลุ้นกันนะว่าเอสเม่จะจีบออสตินด้วยวิธีไหน และออสตินจะยังน่ารักกว่านี้ได้อีกหรือเปล่า และที่สำคัญ...มุมร้อนแรงของหนุ่มนิวยอร์กเกอร์คนนี้จะเป็นยังไงนะ หุหุ

 

 

FernniZ’s 1st Talk : 28.11.18

          เอ้อ เอาซี่ เจอนางเอกเราตื๊ออย่างนี้เข้าไปจะทำยังไงล่ะทีนี้มาอ่านนิยายที่นางเอกจีบก่อนบ้างเนอะ (หัวเราะ) ขอบคุณสำหรับความเห็นเรื่องขายนิยายในตอนที่แล้วนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเฟิร์นขอยืนยันว่าเฟิร์นจะยังอัพนิยายเรื่องนี้จนจบเหมือนเดิมนะ ไม่ได้ว่าจะอัพแค่ครึ่งเรื่องแล้วให้ไปอ่านต่อในอีบุคเด้อ (เป็นอีบุคเนอะ เพราะยังไงหนังสือก็คงตีพิมพ์ไม่ทัน) เพราะงั้นวางใจได้เลย :) เฟิร์นแต่งเรื่องนี้ใกล้จบมากแล้ว เหลือแค่ครึ่งตอน + บทส่งท้าย (และตอนพิเศษเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น) อย่างไรก็ตามเฟิร์นจะไม่เปิดวางขายในเร็วๆ นี้ อย่างน้อยก็จะขออัพไปก่อนสักครึ่งเรื่อง เพราะเฟิร์นยังชอบอัพไปทีละตอนและตามอ่านคอมเมนท์ของทุกคนอยู่

            อย่างที่เคยบอกไปว่าถ้าหากวางขายก่อนลงในเว็บจบ สิ่งที่ตามมาก็คือคนที่ซื้อแล้วก็คงจะไม่กลับมาตามอ่านในเว็บอีก (ซึ่งส่งผลให้ยอดคอมเมนท์ลดลงด้วย) ดังนั้นเฟิร์นจะยังอัพไปเรื่อยๆ ก่อน อีกสักพักถึงจะเปิดขาย เข้าใจกันเนอะ

            แต่ระหว่างที่รอก็สามารถไปซื้อเรื่องอื่นอ่านกันได้ มีพร้อมส่ง แฮ่

ซื้อนิยาย : https://goo.gl/JyqQoc  

ซื้อ E-Book : https://goo.gl/xX79cc

 

 Troye Sivan – Youth

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

44 ความคิดเห็น

  1. #608 วนัน (@konwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 13:31

    อออกจะดี

    #608
    0
  2. #564 BAMBAM (@bamnatchaya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 03:33
    แงงง เอสเม่น่ารักจังงงง
    #564
    0
  3. #545 Kpris (@janfan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 02:57
    จีบเค้าเองแล้วก็มาเขินเค้าเอง น่ารักก
    #545
    0
  4. #539 Alien-UFO (@ufo-patr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 01:03
    ทำไมเพิ่งมาเจอเรื่องนี้นะ ฮือ เขินจัง5555
    ปล พี่เฟิร์นอย่าลืมแก้เมแกน เป็นดัสเชสออฟซัสเซกนะคะ
    #539
    0
  5. #505 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:04
    อยากรู้แล้วว่าจริงๆออสตินนิสัยยังไงงง
    #505
    0
  6. #504 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:57
    วิถีเมกัน VS อังกฤษ LOL
    #504
    0
  7. #219 ` Memories ★ (@eayaomam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 02:00
    เนิร์ดไม่จริงงงงงนิหน่า ดูซิใครกันแน่ที่จะถูกเต๊าะ5555555
    #219
    0
  8. #191 My lovely (@nichapat88) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 04:37
    ชอบมาก ฟินมาก เขินมากกกก อร้ายยยย
    #191
    0
  9. #185 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:38
    ตายยยย สถานเดียวจ้าาา อะไรจะร้ายเงียบเบอร์นี้ ฮือออ เขิน
    #185
    0
  10. #169 Fring Supravee (@frungfring) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 15:20
    เอสเม่เฟิล์ตน่ารักมากเลยอ่าา
    #169
    0
  11. #159 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 14:05
    ออสตินน่ารักมากๆ
    #159
    0
  12. #156 you know (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 00:25

    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ ชอบที่เจ้แต่งอะไรได้แปลกใหม่ไปจากเดิมดี จะอุดหนุนแน่นอนค่า

    #156
    0
  13. #154 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 19:14
    เลิฟฟฟฟ ออสตินน่ารักสุดในโลก
    #154
    0
  14. #139 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 14:02
    ปกติเรากึ่งๆไม่ชอบเรื่องที่นางเอกจีบพระเอกก่อนนะคะ แต่เป็นข้อยกเว้นเสมอถ้านางเอกน่ารัก555555 เราเป็นพวกชอบให้ท้ายนางเอกค่ะ แบบเอสเม่ยิ่งแล้วใหญ่เลย ออสตินจะมาคิดว่าเอสเม่เฟิร์ตเล่นๆไม่ได้นะ!
    #139
    0
  15. #138 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 11:51
    น่ารักกกกกก
    #138
    0
  16. #137 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 10:23
    ออสตินน่ารักขึ้นทุกวันเลย!
    #137
    0
  17. #136 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 10:01
    น่ารักมากๆๆๆๆ
    #136
    0
  18. #135 Sugarrrrr (@bestlovefluk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 08:55
    น่ารักทั้งแก๊งเลย นอกจากต้องลุ้นเอสเม่กะบออสตินแล้ว ยังต้องลุ้นเฟรย่ากับดีนด้วย โอ้ยตายแล้ว 5555
    #135
    0
  19. #134 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 07:51

    ออสตินกับเอสเม่น่ารักอะโง้ยยยยยยยยยย><

    #134
    0
  20. #133 Bouquet Pemika (@ubotque) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 05:55
    พระเอกมีความกวนๆนิดๆ น่ารักกก&#9786;&#65039;
    #133
    0
  21. #132 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 03:52
    คือหลงทั้งพระเอก นางเอก อยากอ่านฉากกุ๊กกิ๊กๆแล้ววว
    #132
    0
  22. #131 Poohstrw (@Poohstrw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 01:18

    ชอบบบบ
    #131
    0
  23. #130 รีดเด้อออ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:46

    น่ารักไม่ไหวแล้วววว อยากให้อัพทุกวันเลยยยยย

    #130
    0
  24. #129 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:36
    กรี้ดด น่ารักจริงๆเลย อยากอ่านออสตินพาร์ทแล้วว5555555
    #129
    0
  25. #128 INMYHOPE (@phathicha_t) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 22:11
    น่ารักจริงๆเลยยยยย
    #128
    0