ตอนที่ 3 : CH.2 - It’s a delicate thing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    24 พ.ย. 61

d




2

It’s a delicate thing

มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

 

 

“นายเคยไปแบ็คแพ็คที่เอเชียหกเดือน!” ฉันกรีดร้องให้กับความจริงอันน่าทึ่งที่เพิ่งค้นพบของออสติน ก็บอกแล้วว่าเขาซ่อนเรื่องราวน่าสนใจไว้หลังแว่น ผู้ชายคนนี้หยุดพักหลังเรียนจบมัธยมปลายและไปเที่ยวมาตลอดครึ่งปี “พระเจ้า นั่นมันสุดยอดไปเลย”

 

“ไม่หรอก คนอื่นก็ทำกันเยอะแยะ”

 

อืม ก็จริงนะ มีหลายคนที่ใช้เวลาหนึ่งปีหลังเรียนจบมัธยมหยุดพักก่อนจะเรียนมหาวิทยาลัย บ้างก็ไปเที่ยว บ้างก็ไปค้นหาตัวเอง ฉันว่าผู้คนที่ทำอย่างนั้นเป็นกลุ่มคนที่โคตรน่าสนใจ พวกเขามักจะกลับมาพร้อมแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมกับเรื่องเล่าของประสบการณ์ที่จะสามารถนำไปเล่าต่อได้อีกทั้งชีวิต เวลาไม่กี่เดือนที่ต้องพึ่งพาตัวเองทำให้คนเหล่านี้เป็นผู้ใหญ่และจะเป็นคนที่มีประสิทธิภาพ

 

ไม่ใช่ทุกคนนะที่จะทิ้งทุกอย่างและออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเองไปในระยะเวลานานขนาดนั้นและไม่มีใครที่กลับมาโดยไม่เปลี่ยนไปเลยหลังไปเผชิญโลกกว้างมา

 

“เดาว่านายคงได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยล่ะสิ”

 

“อื้ม มันเป็นประสบการณ์ที่ฉันไม่มีวันลืมเลย เรื่องแย่ๆ ก็มีนะ อันที่จริงถ้ามันดีทั้งทริปก็คงจะน่าเบื่อ แต่เพราะมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นด้วยฉันก็เลยมีอะไรให้กลับมาเล่า” ออสตินหัวเราะเบาๆ ฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามเขามองโลกในแง่ดีจัง

 

“เรื่องแย่ๆ อย่างเช่นอะไรเหรอ”

 

“อืมอย่างช่วงปลายทริปที่ฉันกับเอลเลียตมาเที่ยวด้วยกัน เราเลือกบาหลีเป็นที่สุดท้ายและจองที่พักดีๆ ใน Airbnb กะว่าจะพักผ่อนให้สบายที่สุดหลังนอนแต่โฮสเทลกับโรงแรมถูกๆ มาหลายเดือนน่ะนะ เราจองทุกอย่าง จ่ายเงินเสร็จแล้ว แต่พอไปถึงก็ปรากฏว่าที่นั่นเป็นบ้านใครไม่รู้ที่เจ้าของไม่ได้ปล่อยให้เช่า ทีแรกเราก็คิดว่ามันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแต่สรุปก็คือเราโดนหลอก แอคเคานท์นั้นใน Airbnb เป็นของปลอม”

 

“ไม่นะ” ฉันยกมือขึ้นปิดปาก “แล้วพวกนายทำยังไงต่อ”

 

“เครียดไปเลยน่ะสิ แต่โชคดีที่เจ้าของบ้านใจดีให้ที่พักเราฟรีๆ และเราก็ได้เงินคืนหลังจากนั้นหรือสรุปก็คือเราได้นอนบาหลีแบบไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย ไอ้ที่โมโหกันแทบตายในทีแรกก็เลยกลายเป็นเรื่องตลก”

 

ฉันก็เลยหัวเราะออกมาจริงๆ “ก็นับว่าเป็นโชคร้ายที่กลายเป็นโชคดีอยู่นะ อ๊ะ แต่ถ้านายหายไปครึ่งปีอย่างนั้น ก็แปลว่าเรียนมหาลัยช้าไปปีนึงล่ะสิ”

 

“อือฮึ ฉันอายุยี่สิบแล้ว” ออสตินยักไหล่ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ “แต่ไม่เคยคิดว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องเสียเวลาเลยนะ พอกลับมาแล้วฉันก็มาทำงานอยู่สี่-ห้าเดือน เก็บเงินเอาไว้ไปเที่ยวใหม่ตอนปิดเทอมน่ะ” เขาบอกขำๆ

 

“นายเก่งจัง ฉันไม่เคยทำงานอะไรเลย” ฉันบอกเสียงเบา คิดแล้วมันฟังดูไม่เอาไหนชะมัด

 

“ไม่ใช่เรื่องผิดนี่ เรายังอายุน้อยอยู่เลย ถ้าเธอไม่ได้เดือดร้อนอะไรก็ไม่เห็นต้องทำ

 

ฉันอมยิ้มมองหน้าออสตินยิ่งคุยก็ยิ่งถูกใจ ผู้ชายคนนี้น่ารักจริงๆ แฮะ “นายต้องคิดว่าฉันเป็นลูกคุณหนูแหง”

 

“ฉันไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเธอเป็นคุณหนู” คราวนี้เขาหัวเราะออกมาจริงๆ ฉันบู้ปาก “เมื่อเช้าเธอมีคนขับรถมาส่งนี่”

 

“แหม ก็อยากจะนั่งรถใต้ดินอยู่หรอก แต่ที่บ้านฉันน่ะจู้จี้”

 

“ไม่หรอก เธอโชคดีแล้ว” ออสตินยิ้มและดื่มเบียร์ของเขา แล้วในระหว่างที่อะไรๆ มันดูจะโรแมนติกขึ้นและกำลังไปได้สวย เฟร์ยาก็พุ่งเข้ามาจับแขนฉัน

 

“อยู่นี่เอง! จำได้มั้ยที่เธอท้าเราไว้เมื่อตอนบ่าย ลองดื่มค็อกเทลสูตรที่ดีนทำเองหน่อยจะได้รู้กันว่าใครดื่มหนักกว่าใคร”

 

“อะไรเนี่ยเฟร์ยา” ฉันยื่นหน้าไปดมค็อกเทลสีส้มจี๊ดในมือเธอ ดีนยืนยิ้มแบบไม่น่าไว้วางใจอยู่ข้างๆ เอลเลียตก็เดินเข้ามาสมทบด้วยนัยน์ตานึกสนุก “ผสมอะไรไปบ้างน่ะ”

 

“ถ้าบอกก็ไม่ใช่สูตรพิเศษน่ะเซ่ ลองดูๆ”

 

ฉันขมวดคิ้วแต่ก็ยอมรับแก้วค็อกเทลมาจากเฟร์ยา ออสตินส่ายหัวเหมือนจะบอกว่า อย่าดีกว่านะ บอกตามตรงฉันก็ไม่ค่อยไว้ใจดีนหรอก แต่เรื่องอะไรจะยอมให้ชาวอเมริกันพวกนี้มาสบประมาทกันเล่า

 

ฉันจิบเข้าไปอึกหนึ่งแล้วก็แทบจะสำลลัก ดีนกับเฟร์ยาหัวเราะลั่น

 

Oh, God, what the bloody hell is that!?” ฉันไอค่อกแค่ก ใส่เหล้าอะไรไปแรงเป็นบ้า! เอลเลียตขำก๊าก แต่ฉันเดาว่าเขาขำการสบถแบบอังกฤษสุดๆ ของฉัน

 

It’s bloody Dean, love, don’t ever trust him.” (ไอ้เวรดีนน่ะสิ ที่รัก อย่าได้ไว้ใจมันเชียว) เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ปลอบฉันแบบอังกฤษโคตรๆ พอกัน ในขณะที่ออสตินจิบเบียร์นิ่งๆ แทนการพูดว่า ฉันบอกเธอแล้ว

 

“นายทำเหล้าหกไปเหรอ ไม่เห็นอร่อยเลย ชงค็อกเทลเป็นแน่หรือเปล่าเนี่ย”

 

“เดี๋ยวเหอะ นี่ของดีเชียวนะ เธอชงได้เก่งกว่าฉันหรือไง” ดีนท้า

 

ฉันชะงัก เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง หมอนี่ไม่รู้ซะแล้วว่าฉันเคยเรียนอะไรมาบ้าง “แล้วใครบอกว่าฉันชงไม่เป็น”

 

ทีนี้ทุกคนรอบกาย (แน่นอนว่ายกเว้นออสติน) ก็ถึงกับร้องโห่แซวขึ้นมาทันที ดีนหรี่ตาลงมองอย่างต้องการท้าทาย พนันได้เลยว่าค็อกเทลของเขาก็แค่ผสมเหล้าไปมั่วๆ เหอะ ไม่เป็นศิลปะเอาซะเลย

 

“ก็ได้ แม่คนเก่ง ไหนลองมาทำแข่งกันหน่อยซิ” ดีนมีท่าทีฮึกเหิม แต่เขาก็แค่แกล้งเล่นเพราะเจ้าตัวยังยื่นกำปั้นมาชนกับกำปั้นของฉัน ฉันเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินไปหน้าบาร์ ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์เป่าปากกันใหญ่

 

ฉันผายมือให้ดีนที่เดินตามมา “ว่าไง อยากดื่มอะไรล่ะ”

 

“ถามอย่างกับชงได้ทุกอย่าง!

 

ฉันยักคิ้ว “ก็ลองสั่งมาสิ ตราบใดที่มีส่วนผสมอยู่บนบาร์นี้ฉันจะลองโชว์ให้ดูว่าค็อกเทลจริงๆ น่ะเขาทำยังไงกัน”

 

ดีนถึงกับต้องเม้มริมฝีปาก เขาถอยทัพออกไปขอความช่วยเหลือเฟร์ยากับกูเกิลในไอโฟนตัวเองราวกับเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาว่าจะเอาชนะฉันได้ เอลเลียตกับคนอื่นๆ ถึงกับระเบิดหัวเราะ ส่วนออสตินก็ยังยืนมองอยู่จากด้านหลังสุดของคนที่มุงกันเข้ามา

 

อย่างน้อยเขาก็ยังสนใจอยู่บ้างล่ะน้า

 

“ในฐานะที่เราอยู่นิวยอร์ก ไหนชงแมนฮัตตันให้ทีซิ”

 

Manhattan it is…” (แมนฮัตตันสินะ) ฉันกวาดสายตามองเหล้ากับสปิริตและวัตถุดิบต่างๆ บนโต๊ะ “ได้เลยดีน ได้เลย”

 

พอเห็นฉันมีท่าทีมั่นใจอย่างนั้นดีนก็รู้ตัวแล้วว่าเขาต้องแพ้ แต่ก็ยังทำเป็นเข้มยืนกอดอกดูอยู่ ฉันหยิบแก้วสำหรับผสมค็อกเทลมาใบหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบไรย์วิสกี้ ทันใดนั้นดีนก็ชี้แล้วพูดเสียงดัง

 

“ฮ่า! แค่ส่วนผสมแรกเธอก็หยิบผิดแล้ว ในสูตรนี่ไม่ใช่ไรย์วิสกี้สักหน่อย!

 

ฉันมองหน้าคนบ้าแล้วก็ส่ายหัว “ดีนดีนนายนี่ไม่ดื่มค็อกเทลจริงๆ สินะ”

 

“หมายความว่าไง ฉันดื่มบ้างหรอกแค่ไม่บ่อย พวกผู้หญิงชอบดื่มมากกว่านี่นา” เขายังคงเถียงอยู่ ซึ่งก็ไม่ผิด ค็อกเทลกับไวน์เป็นเครื่องดื่มที่ผู้หญิงโปรดปราน ผู้ชายอย่างเขาคงชอบเบียร์ จินโทนิคหรือว็อดก้าอะไรอย่างนั้น

 

“เดาว่าในสูตรที่นายดูอยู่ใช้เบอร์เบิน” ฉันใช้จิกเกอร์ตวงไรย์วิสกี้ใส่แก้วโดยไม่ฟังเสียงคนอยากเอาชนะ “จริงอยู่ที่หลายคนใช้เบอร์เบินเป็นส่วนผสมแทนไรย์วิสกี้ แต่ตามประวัติศาสตร์จริงๆ แล้วแมนฮัตตันถูกคิดค้นขึ้นโดยการใช้ไรย์วิสกี้ นอกจากนั้นมันยังช่วยให้รสชาติของเครื่องดื่มดีขึ้นอีกด้วยเพราะวิสกี้ตัวนี้ทำจากข้าวไรย์ห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เบอร์เบินทำจากข้าวโพดห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ เพราะงั้น” ฉันเว้นตอนที่ตวงเสร็จและเงยหน้ามองดีนที่อ้าปากค้าง หมายถึงดีนและทุกคนที่ล้อมวงอยู่ “รสชาติของเบอร์เบินจะหวานกว่า ส่วนไรย์วิสกี้จะให้รสชาติที่เผ็ดกว่านิดหน่อย”

 

 

เขาพูดไม่ออกสินะ ดูหน้าก็รู้แล้ว ฉันยิ้ม

 

“นอกจากไรย์วิสกี้ นายก็ต้องผสมเวอร์มุธ ¾ ออนซ์” ฉันเล่าและลงมือทำไปด้วย “และส่วนผสมสุดท้ายคือเครื่องเทศรสขม แองกอสทูราบิทเทอร์ ใช้แค่นิดเดียวเท่านั้น” ฉันวางขวดลง หันไปตักน้ำแข็งมาใส่แก้ว “ทีนี้ นี่เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมเป็นแอลกอฮอล์ทั้งหมด นายไม่จำเป็นต้องใส่มันในเชคเกอร์มันก็รวมตัวกันง่ายอยู่แล้ว แค่คนสักยี่สิบวินาทีก็พอ” ฉันว่าพลางทำทุกอย่างอย่างคล่องแคล่ว พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเราจัดงานเลี้ยงกันกี่ร้อยครั้งตลอดชีวิตสิบเก้าปีของฉัน และก็ไม่รู้หรอกว่าฉันแอบไปให้บาร์เทนเดอร์สอนจนเซียนเวลาที่เบื่อปาร์ตี้ฉันคนจนส่วนผสมเข้ากันและหยิบแก้วค็อกเทลใบใหม่มารินแต่เครื่องดื่มลงไปโดยปราศจากน้ำแข็ง ก่อนจะตกแต่งด้วยเชอร์รีเป็นอันเสร็จสิ้น “…and there you go, your Manhattan!” (และนี่ไงล่ะ แมตฮัตตันของนาย)

 

ทุกคนตรงหน้าฉันต่างเงียบไปอึดใจหนึ่งราวกับยังทึ่งไม่หาย ก่อนที่ดีนจะยื่นมือมารับทั้งๆ ที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ฉัน เขาเปิดริมฝีปากช้าๆ

 

“เธอ” ฉันนึกว่าดีนต้องหาเรื่องอะไรมาแกล้งฉันอีกแน่ๆ แต่แล้วเขาก็ระเบิดหัวเราะเสียงดัง “Fucking shit! เธอนี่มันโคตรเจ๋งเลย!! ร่างสูงลากฉันเข้าสู่อ้อมกอด หัวเราะไม่หยุด ทำเอาฉันต้องหลุดหัวเราะไปด้วย

 

“ให้ตายสินายนี่มันก็แค่เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแค่สามอย่างเอง”

 

“ฉันรู้! แค่กะจะแกล้งเธอเฉยๆ แต่ใครจะไปรู้วะว่าเธอจะรู้ที่มาที่ไปของมันแถมยังความแตกต่างเรื่องเบอร์เบินกับเวอร์มุธนั่นอีกล่ะ Shit! เธอนี่มันสุดยอดชะมัด!

 

“พระเจ้า นายบ้าไปแล้วนะดีน” ฉันด่าแต่ก็หยุดหัวเราะไม่ได้ ทุกคนต่างก็พากันหัวเราะเอิกอ้ากไปหมด เฟร์ยาเองก็ยังชอบใจเอามากๆ และกระทั่งออสตินยังชูนิ้วโป้งมาให้

 

“ดูเหมือนว่าเธอจะเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์จริงๆ แฮะ” เฟร์ยาปรบมือให้ เธอมีน้ำเสียงตื่นเต้น (ถ้าแค่นี้เธอยังเซอร์ไพรส์ ลองคิดดูสิว่ามันจะเป็นยังไงถ้าเธอรู้ว่าฉันเป็นใคร) “คงชงอย่างอื่นได้อีกสินะ ช่วยชงอะไรที่เข้ากับฉันให้หน่อยได้มั้ย นะๆ”

 

“ฉันกลายเป็นบาร์เทนเดอร์ไปแล้วเหรอเนี่ย” ฉันทำตาโต เพื่อนสาวหัวเราะคิกคัก แต่โอเคฉันยิ่งกว่ายินดีซะอีก “ก็ได้ฉันจะเลือกชงค็อกเทลที่คิดว่าเหมาะกับทุกคนให้ก็แล้วกัน แต่ถ้าได้อะไรที่ไม่ชอบก็ห้ามบ่นกันนะ”

 

Yes!!

 

เท่านั้นแหละทุกคนก็ดีใจกันยกใหญ่ไม่รู้ว่าแค่เพราะมีคนอาสามาชงเหล้าให้ฟรีๆ หรือเปล่า

 

แต่มันก็สนุกนะ ฮ่ะๆ

 

ฉันชงดรายมาร์ตินีให้เฟร์ยา ซึ่งเธอก็ดีใจกระโดดโลดเต้นออกไป (ฉันคิดว่าเพื่อนทุกคนถ้าไม่เมาเหล้าก็คงเสพอะไรกันมาสักอย่างถึงได้ดี๊ด๊ากันขนาดนี้) และชงอะไรอีกหลายอย่างให้เพื่อนที่ต่อคิวเข้ามา พวกเขาชวนคุยตอนที่ฉันทำค็อกเทล แล้วฉันก็คิดเกมขึ้นมาได้

 

“เอางี้ไหม แทนที่ฉันจะทำฟรีๆ พวกเธอทำอะไรแลกเหล้าดีกว่า” ฉันยิ้มอย่างมีเลศนัย ทุกคนเบิกตากว้าง คนที่ชื่อแพทริกที่อยู่ตรงหน้าฉันถาม

 

“อย่างเช่น?

 

“ฉันจะให้ Dare คนละหนึ่งข้อ ทำตามที่ฉันสั่งแล้วฉันจะชงเหล้าให้ดีมั้ย”

 

ทุกคนมองหน้ากันพักหนึ่ง เสียงเพลงยังคงดังอยู่ แวบหนึ่งฉันคิดว่าพวกเขาจะเซ็งสุดๆ แล้วเลิกมาต่อคิวกันไป แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของเฟร์ยากับดีนจะบ้ากว่าที่ฉันคิด

 

“กรี๊ด! น่าสนุกจัง เอาสิๆ!” ใครบางคนคึกคักใหญ่ ทุกคนเลยพยักหน้าเห็นด้วย โอ้ให้ตาย ฮ่าๆๆ

 

“เฮ้ๆๆ” แพทริกท้วงขึ้น เขาทำท่าเหมือนจะไม่เอาด้วยในทีแรก แต่แล้วเขาก็ยกมือขึ้นเสยผม โน้มตัวลงมาใกล้ฉันและถามด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจทำให้ฟังดูเท่ว่า “แล้วถ้าฉันอยากได้เบอร์บาร์เทนดี้ต้องทำยังไง”

 

Oh, fucking hell…” ฉันหลุดหัวเราะ เพื่อนก็ส่งเสียงวีดวิ้วกันเชียว “ถ้าจะพูดกันตามตรงนะ ฉันจำเบอร์อเมริกันของตัวเองไม่ได้” ฉันแสร้งตีหน้าซื่อ “เอางี้ทำไมนายไม่ไปที่ริมระเบียงและหอนเหมือนมนุษย์หมาป่าสักสามสิบวินาทีสิ”

 

Shit! เอาจริงเหรอ”

 

“จริงยิ่งกว่าจริง” ฉันกอดอกยิ้ม รอดูว่าแพทริกจะทำยังไง เขาพ่นลมหายใจฟึดฟัดก่อนจะวิ่งไปที่ริมระเบียงและเริ่มต้นสวมบทเป็นมนุษย์ป่าจริงๆ มีเพื่อนๆ วิ่งตามเขาไปด้วย (บ้างก็ตามไปอัดคลิป) ฉันลงไปนั่งกุมหัวด้วยความอับอายแทนเพราะคาดไม่ถึง ส่วนคนอื่นๆ กุมท้องกันหัวเราะท้องคดท้องแข็ง

 

พระเจ้าฉันมาลงเอยกับกลุ่มที่สุดเหวี่ยงขนาดนี้ได้ยังไงในวันแรกของการเปิดเทอม

 

โชคดีเป็นบ้า!

 

“ไงล่ะ! ทีนี้จะให้เบอร์ฉันได้รึยัง” แพทริกหอบแฮ่กๆ วิ่งกลับมาหาฉันด้วยประโยคนั้น เขาก็น่ารักอยู่หรอกนะ แต่

 

“ฉันไม่ได้พูดสักคำว่าทำแล้วจะให้เบอร์นาย” ฉันชูแก้วลองไอแลนด์ที่ชงมาเพื่อเขาโดยเฉพาะให้ “ลองไอแลนด์ที่ผสมโค้กนี่เข้ากับคนซ่าๆ อย่างนายดีนะ”

 

Oh, come on, Esmé!” (ไม่เอาน่า เอสเม่!)

 

ฉันขยิบตาให้คนที่ดูผิดหวังสุดๆ ยัดค็อกเทลใส่มือเขา “นายต้องพยายามมากกว่านั้นถ้าอยากจะได้เบอร์ฉัน”

 

“เอ๊อ ก็ได้ ฉันจะดื่มนี่ให้หมดแล้วกลับมาขอเบอร์เธอใหม่!

 

โอ้โห พยายามน่าดู “นายก็จะได้ Dare ข้อใหม่หรือไม่ก็เมาซะก่อนนะ”

 

“ก็ให้มันรู้กันไปซี่!

 

“จ้าๆ” ฉันหัวเราะ แพทริกยื่นหน้ามาจูบแก้มก่อนที่ฉันจะทันตั้งตัว อ๊ะแหม มือไวจัง ฉันรีบหันไปมองออสตินหลังแพทริกเดินออกไปเพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด หมายถึงถ้าจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมาฉันก็หวังว่าเขาจะเข้ามาขอให้ฉันทำค็อกเทลที่เหมาะกับเขาให้บ้าง

 

แต่ออสตินไม่ได้มองทางนี้อยู่ด้วยซ้ำ เขากำลังคุยกับกลุ่มเพื่อนผู้ชาย

 

เอาเถอะ

 

ฉันทำค็อกเทลและแจก Dare ให้เพื่อนอีกหลายคน ตั้งแต่ให้เดินไปชั้นล่างแล้วขอน้ำตาลมาหนึ่งถ้วย โทรไปหาคนที่ชอบ ทำเป็นจู๋จี๋กับต้นไม้ ให้วิ่งไปรอบๆ และตะโกนว่า ฉันเป็นเหา และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายแต่พวกเขาก็ยังคงมาต่อคิวให้ฉันทำค็อกเทลให้เหมือนว่าจริงๆ แล้วอยากเล่น Dare มากกว่าดื่มด้วยซ้ำ

 

สักพักใหญ่ๆ ถัดมาที่ทุกอย่างเริ่มจะเงียบลง เอลเลียตก็เดินเข้ามาพร้อมกับสาวผมบลอนด์อีกคน ฉันคงคิดว่าเธอเป็นญาติกับเขาถ้าเธอไม่ได้เกาะแกะเขาอยู่ ฉันอดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

“อยากจะเล่น Dare เหรอ เอลเลียต” เพราะฉันคิดว่าเขากำลังจะทำอะไรที่สกปรกกว่ากับเธอคนนั้น เอลเลียตหัวเราะเบาๆ ดึงแขนออกจากการเกาะกุมของเธอและเท้ามือลงบนบาร์

 

“อยากได้เครื่องดื่มครับ เอสเม่”

 

“นายก็ต้องเล่นเพื่อแลกกับเครื่องดื่ม” ฉันกอดอกยิ้มๆ เอลเลียตเลียริมฝีปาก หันไปมองออสตินที่ยืนอยู่อีกมุมก่อนจะหันกลับมาบอกยิ้มๆ

 

“ทำไมเราไม่สลับกันล่ะ เธอเล่น Dare บ้างดีมั้ย”

 

“หืม แล้วฉันจะได้อะไรล่ะ”

 

“เบอร์ไอ้ออสติน”

 

“เอลเลียต เดี๋ยว” ฉันเบิกตากว้าง เขาว่ายังไงนะ

 

“ขอร้อง คิดว่าฉันไม่เห็นที่เธอมองเพื่อนสนิทฉันเหรอ” เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์มีรอยยิ้มกว้าง ฉันกัดริมฝีปากแน่น ไม่นะฉันไม่ได้มองออสตินบ่อยขนาดนั้นสักหน่อย

 

เอ่อ หรืออาจจะบ่อย ก็ฉันหวังว่าเขาจะเข้ามาบ้างนี่

 

แต่แต่ฉันไม่ได้คิดว่าจะมีใครสังเกต ทุกคนออกจะสนุกกับการเล่น เต้น ดื่มขนาดนั้น

 

Bloody hell, ได้โปรดอย่าบอกเขานะ” ฉันรีบขอร้อง รู้ว่าปฏิเสธไปก็ไม่มีประโยชน์ เอลเลียตโคลงหัวไปมา

 

“เพราะงั้นฉันถึงได้ให้โอกาสเธอไปบอกมันเองไม่ใช่รึไง”

 

 

“ว่าไง ไม่อยากได้เบอร์ออสตินเหรอ” ร่างสูงผิวปากก่อนล้วงสองมือในกระเป๋ายีนส์ เขาดูเป็นคนอังกฤษที่กวนสุดๆ ขึ้นมาทันที หัวใจฉันเต้นระรัวด้วยความกังวลและตื่นเต้น ทันใดนั้นเอลเลียตก็ปลุกระดมความกล้าฉันด้วยการพูดต่อ “มันยังไม่มีแฟนนะ”

 

“จริงเหรอ” ฉันหูตาโตขึ้นมาทันที

 

“แต่อาจจะมี” ว่าพลางพยักเพยิดหน้าไปทางเพื่อนตัวเอง มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับเขา “ถ้าเธอช้าน่ะนะ”

 

“แต่แต่ทำไมนายถึงมาเข้าข้างฉัน”

 

Why the bloody hell do you think!?” (แล้วเธอคิดว่าเพราะบ้าอะไรล่ะ!) เขาถาม และฉันก็บางอ้อเพราะรูปแบบประโยคที่โคตรอังกฤษจากการใช้คำว่า ‘bloody’ ของเขา เอ้อเพราะเขาเห็นว่าฉันเป็นคนอังกฤษเหมือนกันสินะ ต้องขอบคุณไหมนะ “อีกอย่างฉันก็คิดว่าเธอน่ารักดี แถมยังออกจะเป็นคนสนุกขนาดนี้”

 

“นายจะทำให้แฟนนายหึงแล้วนะ” ฉันหมายถึงผู้หญิงที่ยืนรอเขาอยู่ข้างหลัง เอลเลียตบอกพลางหัวเราะ

 

“เธอไม่ใช่แฟนฉัน” เขากระซิบ อ่าฮะวันไนท์สแตนด์แหง

 

“แล้วฉันต้องทำอะไร” ไอ้ Dare ที่เขาบอกว่าให้ทำแลกกับเบอร์ของออสตินน่ะ

 

เอลเลียตกัดริมฝีปาก ไม่ว่าจะเพราะอะไรฉันก็บอกได้ว่าเขาพึงพอใจไม่น้อย ร่างสูงยื่นหน้ามากระซิบ

 

“ไปจูบมันสิ”

 

 

“เดินเข้าไปจูบมันและไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”

 

 

 

 






ฉันตั้งสติอยู่หลายวินาทีกับเงื่อนไขที่ว่าของเอลเลียต ฉันต้องเดินไปจูบเขาเพื่อที่จะได้เบอร์นี่นะโอ้ตาย

 

“จะบ้าเหรอ! ถ้าหาก

 

“เอสเม่ มันเป็นปาร์ตี้นะ จูบเสร็จเธอก็บอกไปสิว่าฉันแกล้งเธอหรืออะไรก็ว่าไป ไอ้ออสตินอาจจะบ้าเรียน แต่มันไม่ได้เป็นนักบุญรู้มั้ย”

 

“หมายความว่าไง” ฉันทำตาโต

 

“หมายความว่ามันไม่ได้เนิร์ดอย่างที่เธอคิด” เอลเลียตรินว็อดก้าส่งให้ฉันช็อตหนึ่งราวกับให้ดื่มเรียกความกล้า ฉันกะพริบตาปริบๆ มองหน้าเขาสลับกับออสตินที่ดูจะใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนั้นมากทุกที ไม่ว่าจะเพราะเหล้าหรืออะไรก็ตาม เขาไม่ได้ยิ้มกว้างขนาดนั้นตอนคุยกับฉันเมื่อกี้ด้วยซ้ำทันใดนั้นบางอย่างจากภาพนั้นก็เข้าสิงร่างฉัน ฉันคว้าแก้วช็อตมาจากเอลเลียต ดื่มว็อดก้าลงคอรวดเดียวหมดและรับรู้ได้ถึงความร้อนที่ไหลผ่านช่องคอลงไปที่อก ฉันสบตากับเอลเลียตอีกครั้งก่อนที่จะจ้ำอ้าวไปหาออสติน

 

และก่อนที่จิตใต้สำนึกกับความอายที่ไหลลงกระเพาะไปพร้อมว้อดกล้าจะกลับเข้าสู่ร่างฉันก็ดึงแขนออสตินมาหา ถอดแว่นของเขาออกและเขย่งเท้าขึ้นประกบริมฝีปากจูบเขาก่อนแล้ว

 

…!

 

มีเสียงกรี๊ด เสียงผิวปากและโห่แซวดังขึ้นทั่วบริเวณ แต่ฉันหลับตาแน่นและไม่ยอมลืมตาขึ้นคืนนี้ฉันสั่งให้เพื่อนไปทำอะไรบ้าๆ ตั้งเยอะ จะเป็นอะไรไปถ้าฉันจะทำอะไรให้ขายขี้หน้าตัวเองบ้าง ทุกคนที่นี่รู้จักฉันยังไม่ครบวัน สิ่งที่น่าอายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นก็คงจะแค่ถ้าหากออสตินผลักฉันออก

 

ซึ่งเขาไม่ได้ทำ

 

ฉันคิดเข้าข้างตัวเองว่าออสตินอยากฉวยโอกาสในตอนที่มันหล่นลงมาตรงหน้า หรือไม่เขาก็อาจจะแค่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่ฉันประคองใบหน้านั้นไว้และจูบริมฝีปากนั้นช้าๆ แบบไม่ได้ประสีประสาอะไรมาก ออกจะค่อนไปทางประหม่าในความรู้สึกของฉัน มันดำเนินไปไม่เพียงกี่วินาทีก่อนที่ฉันจะรู้สึกได้ถึงการตอบสนองจากออสตินเขากดริมฝีปากลงมาเบาๆ มันเหนือความคาดหมายของฉัน และทันใดนั้นจูบที่บ้าบิ่นของฉันก็แปรเปลี่ยนเป็นจูบที่สร้างความรู้สึกที่มากกว่าแค่ความตื่นเต้น มันอ่อนโยน น่าลิ้มลองและในขณะเดียวกันก็น่าสับสน และมันก็ทำให้หูฉันอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงของคนรอบกายไปเลย

 

ตอนที่เราผละออกจากกันและฉันลืมตาขึ้นสบกับนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยโดยไม่ได้มองผ่านแว่นเป็นครั้งแรก ฉันก็เห็นความแปลกใจแบบเดียวกันในดวงตาของออสติน ไม่ใช่จากการที่จู่ๆ ฉันก็พุ่งมาจูบเขา และไม่ใช่จากการที่จู่ๆ เขาก็จูบตอบ

 

แต่แปลกใจที่มันดีขนาดนี้ แม้จะกระทั่งในสถานการณ์เช่นนี้

 

แต่ก็ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นหรอก ที่เสียงโห่แซวอันกึกก้องของทุกคนดังกลับเข้าสู่โสตประสาทของฉันอีกครั้ง ฉันยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก รีบถอยห่างจากคนตัวสูงและมองไปทางเอลเลียตที่โบกมือมาให้พร้อมรอยยิ้มแป้นอย่างพึงพอใจสุดๆ

 

แล้วออสตินก็เข้าใจโดยที่ฉันไม่ต้องอธิบาย เขาถอนหายใจแรงพลางพึมพำ

 

Fucking Elliot…” (ไอ้บ้าเอลเลียต)

 

“เอ่อ ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ!

 

“เฮ้ เดี๋ยว เอส…!

 

แต่ฉันไม่ฟังเสียงของออสติน รีบแจ้นออกมาทั้งอย่างนั้น อายฝูงชนน่ะไม่เท่าไหร่หรอก คืนนี้เรามีเรื่องน่าอับอายของทุกคนให้เอาไปเมาท์ได้อีกทั้งชาติ แต่อายออสตินนี่สิ ไม่ๆไอ้ความกล้าบ้านั่นมันหายไปไหนแล้ว! ฉันหวังว่าออสตินจะไม่คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายหรืออะไรอย่างนั้นหรอกนะ

 

แต่มันก็แค่จูบ และและเขาก็จูบตอบ

 

ฉันกลับเข้ามาในห้องของเฟร์ยา ขังตัวเองในห้องน้ำเพื่อที่จะตระหนักได้ว่าฉันยังถือแว่นตาของออสตินอยู่

 

Fuck…” ฉันมองมันแล้วก็ต้องสบถ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแรงๆ โธ่เอ๊ยเอสเม่ฉันกำลังคิดจะหลบหน้าเขาทั้งคืนแท้ๆ แบบนี้ก็ต้องเอาไปคืนน่ะสิ

 

ฝากใครไปคืนได้ไหมนะ

 

ฉันคิดหลังสงบสติอารมณ์อยู่ในนั้นประมาณห้านาทีได้ ไม่สนใจแล้วว่าจะได้เบอร์ออสตินหรือไม่ได้ เพราะยังไงซะฉันก็อับอายเกินกว่าที่จะโทรไปหาเขาอยู่ดี เฮ้อเธอทำอะไรลงไปเนี่ยเอสเม่

 

ฉันยอมเปิดประตูออกจากห้องน้ำจนได้แล้วก็แทบอยากจะมุดกลับเข้าไปใหม่เมื่อพบว่าใครยืนรออยู่ข้างนอก

 

“ไง” ออสตินทัก เออออสตินไง

 

ฉันกลืนน้ำลายลงคอ เพิ่งได้เห็นออสตินตอนที่ไม่ใส่แว่นแบบชัดๆ ครั้งแรก และให้ตายเถอะพระเจ้าฉันเมาหรือยังไงกันแน่ ทำไมเขาถึงดูฮอตได้ขนาดนี้ ฉันนึกอยากจะยกมือขึ้นเสยปรอยผมที่ตกลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่โคตรทำให้เขาดูซุกซนสุดๆ นั่นเหลือเกิน

 

ทำไงดี

 

“อ่าแว่นนาย” ฉันสลัดความคิดบ้าๆ ทิ้งไปแล้วรีบคืนแว่นให้ออสติน ก่อนจะเกาแก้มตัวเองแก้เก้อ “คือเมื่อกี้

 

ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ ออสตินเลิกคิ้วข้างหนึ่ง เขายังไม่ได้สวมแว่น แค่เกี่ยวมันไว้กับคอเสื้อเท่านั้น ออสตินเริ่มจะดูเหมือนเพื่อนสนิทของเขาขึ้นมาแล้วแหละตอนที่ล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างนั้น ถึงเขาจะทำเป็นก้มหน้ามองพื้นแล้วหัวเราะเหมือนว่าเขาเขินก็เถอะ แต่ฉันดูออกว่าออสตินกำลังแกล้งเพราะเขาเงยหน้ามาพูดว่า

 

“ที่เธอจูบฉันนะเหรอ?

 

Oh, shut up!” ฉันยกสองมือขึ้นปิดหน้า ฮือ อายนะ “ขอโทษก็เพื่อนนายนั่นแหละ”

 

“ฉันรู้ ไอ้เอลเลียตมีนิสัยชอบจับคู่ให้ฉันอย่างนั้นแหละ” เขาว่าพลางถอนหายใจ ง่ะ งี้ก็แปลว่าฉันไม่ใช่คนแรกที่บ้าเชื่อคำยุของเอลเลียตน่ะสิ โธ่เอ๊ย ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษตรงไหนเลย

 

แต่อ๊ะ

 

“ถ้าจะพูดให้ยุติธรรมนายก็จูบฉันเหมือนกัน”

 

I did?” (จริงเหรอ?) เขามีสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ฉันอ้าปากค้างเออ เชื่อก็ได้ว่าไม่เนิร์ด! ยิ่งพอไม่ใส่แว่นแบบนั้นยิ่งดูโคตรจะเหมือนคนที่เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงเลย นี่ฉันเข้าใจผิดเหรอ มันยังไงกันเนี่ย

 

“โอ๊ย ตาบ้า ฉันไปแล้วดีกว่า!

 

พอเขินจนทนไม่ไหวฉันก็แจ้นหนีกลับเข้าไปในปาร์ตี้ ออสตินไม่ได้เรียกไว้แต่ฉันหันกลับไปเห็นเขามองตามและส่ายหัวใส่ เฮอะเขาสนใจฉันมากขึ้นบ้างไหมเนี่ย ดีไม่ดีก็คงมองฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่ชอบเล่นสนุกคนหนึ่งที่เพื่อนเขาส่งมาหาเท่านั้น

 

อะไรก็ช่าง อายชะมัดเลย ดูที่ทุกคนส่งเสียงแซวตอนเห็นฉันกลับมาสิ

 

ฉันยกสองมือขึ้นอุดหู แจ้นไปหาเอลเลียตที่จู๋จี๋อยู่กับสาวคนเดิม ฉันไม่ยอมขายหน้าโดยไม่ได้เบอร์ออสตินหรอก!

 

“ฉันทำตามที่นายบอกแล้ว เอาเบอร์เขามาเลย”

 

“ฮ่าๆๆ ได้สิ” เอลเลียตล้วงไอโฟนของตัวเองขึ้นมา ฉันว่าสาวข้างกายเขาออกจะหมั่นไส้ฉันจริงๆ แล้วล่ะ ฉันเมมเบอร์ออสตินในเครื่องของตัวเอง แล้วแน่นอนว่าเอลเลียตก็มีคอมเมนท์กับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น “ฉันไม่ได้นึกว่าเธอจะทำจริงๆ แต่จะบอกให้ว่าเมื่อกี้แม่งโคตรฉากเด็ดเลยรู้ไหม”

 

“หุบปากน่า ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดบ้าอะไรอยู่” ฉันยกสองมือขึ้นกุมหัว ครางฮือ แต่เอลเลียตก็ยังหัวเราะและลูบหลังฉันไปมา “เพราะนายคนเดียวเลย”

 

“เฮ้ เธอต้องขอบคุณฉันถึงจะถูกนะ ไอ้ออสตินน่ะเป็นประเภทไม่เข้าหาใครก่อนทั้งๆ ที่มีคนอยากจะคุยกับมันตั้งมากมาย” เขายักไหล่ “แถมมันยังทำมาเป็นอ้างว่าถ้าจะมีแฟนเมื่อไหร่เดี๋ยวก็มีเอง เฮอะ ไม่สนใจจะหามันจะไปมีได้ยังไงจริงมะ ฉันงี้ต้องคอยช่วยมันทุกที”

 

“แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผล ไม่งั้นเขาคงไม่โสดอยู่อย่างนี้”

 

“อ้าว ก็ดีแล้วไม่ใช่เรอะ ไม่งั้นมันจะเหลือมาถึงเธอหรือไง”

 

ฉันจิ๊ปาก แต่อ๊ะนี่สรุปว่าฉันกลายเป็นเพื่อนกับเอลเลียตไปแล้วเรอะ เอ่อช่างเถอะ เขาเป็นคนอังกฤษ นิสัยดี และที่สำคัญอยู่ข้างฉันนี่นา

 

“ขอบใจก็แล้วกัน” ฉันบอกเบาๆ

 

“ยินดีเสมอ” เขายิ้มก่อนจะหันกลับไปหาสาวของตัวเองที่เริ่มไล้มือไปตามร่างของเขา ฉันขี้เกียจจะไปขัดอีกก็เลยเดินออกมาหาเฟร์ยา

 

แต่แน่นอนเธอกรี๊ดใส่ฉัน

 

“พระเจ้า เอสเม่! เมื่อกี้มันอะไรกัน!!

 

“ก็แค่ Dare น่ะ อย่าเสียงดังนักสิ” ฉันร้อง แต่เฟร์ยาก็ยังคงตื่นเต้นกับทุกเรื่องอย่างที่เธอเป็นมาตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้จักกัน

 

“แค่นั้นจริงๆ น่ะเหรอ มันดูจะมีอะไรมากกว่านั้นน้า

 

“โอ๊ย ขอร้อง เลิกพูดได้มั้ย ฉันอายจะแย่อยู่แล้ว” ยิ่งพอหมุนตัวหนีเฟร์ยาแล้วหันไปเห็นออสตินที่มองมาทางนี้ฉันก็ยิ่งแทบเป็นบ้า

 

โอเค ฉันกลับไปประจำที่บาร์และทำเครื่องดื่มดับอายให้ตัวเองสักหน่อยดีกว่า

 

แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นทั้งคืนฉันรับบทเป็นบาร์เทนดี้ แต่ออสตินก็ดื่มแค่เบียร์และไม่ได้เดินเข้ามาหา สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปหลังจากจูบนั้นคือการที่ครั้งนี้ฉันเริ่มจับได้ว่าออสตินมองฉันอยู่บ้างเวลาที่ฉันแอบมองเขา ความจริงข้อนั้นทำท้องไส้ฉันปั่นป่วนกว่าแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปหลายเท่า

 

ให้ตาย หรือว่าเอลเลียตจะช่วยฉันได้จริงๆ นะ

 

ออสตินนี่ดูจะไม่เข้ามาคุยกับฉันก่อนจริงๆ ซะด้วยสิสำหรับผู้หญิงบางคนมันคงทำให้เขาโดนหักคะแนนไม่น้อยเลยล่ะที่ไม่เป็นฝ่ายเริ่ม แต่ความจริงก็คือ ผู้ชายทุกคนไม่ได้เก่งเรื่องจีบผู้หญิงและผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้าหาผู้หญิงก่อนก็คือพวกเจ้าชู้มือโปร (แบบเอลเลียต) ดังนั้นฉันไม่มีปัญหาเรื่องที่ตัวเองอาจจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มหรอก

 

ฉันยอมเริ่มก่อน ดีกว่าเสียโอกาสไม่รู้จักเขาเพราะเอาแต่ถือว่าออสตินควรจะเป็นฝ่ายเริ่ม

 

แล้วมันก็ออกจะน่ารักดี การที่เขาแอบมองฉันแบบนั้นถ้านั่นไม่เป็นการคิดเข้าข้างตัวเองน่ะนะ

 

ปาร์ตี้จบลงในตอนตีสอง เพราะเฟร์ยาตัดสินใจว่าถ้าเราไม่เลิกตอนนี้ เราคงไม่เลิกไปอีกจนเช้าและพากันโดดเรียนกันทั้งแก๊งแน่

 

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะจ๊ะ” เฟร์ยาจูบแก้มฉันทีหนึ่ง ส่วนดีนก็กอดฉันแน่น

 

“เจอกัน แม่สาวผู้เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์”

 

“นายเมาแล้วล่ะดีน” ฉันหลุดหัวเราะ เขาทำหน้างอได้โคตรน่ารัก

 

“งั้นไปนอนละก็ได้” ว่าแล้วก็เดินโซเซไปทิ้งตัวลงบนโซฟาของเฟร์ยา ถ้าให้เดาฉันว่าเขาคงค้างที่นี่เป็นว่าเล่นแหง ฉันมองตามเฟร์ยาที่ถอนหายใจแล้วเดินไปหยิบผ้าห่มมาโยนให้ดีน

 

พวกเขาเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ เหรอน่ารักจัง

 

จะยังไงก็เถอะ ฉันลงมาข้างล่างพร้อมเพื่อนอีกหลายคน ซึ่งรวมไปถึงเอลเลียต (กับสาวที่เขากำลังจะพากลับไปนอนด้วย) และแน่นอนออสติน

 

“กลับก่อนนะเอสเม่” เอลเลียตว่าอย่างนั้นพลางโบกมือลา เขาหันไปยักคิ้วให้ออสตินที่เพิ่งเดินตามออกมาโดยไม่ลืมที่จะส่งสายตามีเลศนัยมาให้เราทั้งสองคน เอ่อ

 

“ไสหัวไปซะไป” ออสตินเบ้หน้า มองเหมือนว่าให้เอลเลียตไปสนุกกับแม่สาวของเขาก่อนเถอะ เธอคนนั้นหัวเราะคิกคัก พวกเขาโบกแท็กซี่คันที่ผ่านมาและจากไปพร้อมกันเหมือนเพื่อนอีกหลายคนที่ก็ทยอยเดินไปทางสถานีรถไฟใต้ดิน หรือไม่ก็โบกแท็กซี่กันไปหมดแล้ว

 

เหลือแต่ฉันกับออสติน

 

“เอ่อนายไม่กลับเหรอ”

 

“แล้วปล่อยให้เธอยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวน่ะเหรอ?

 

ฉันเม้มริมฝีปาก มองใบหน้าด้านข้างของออสตินเมื่อเขาขยับมายืนข้างๆ ความอายที่ฉันมีมาทั้งคืนมันเบาบางลงไปแล้ว และความรู้สึกดีก็เข้ามาแทรกมากขึ้นทุกทีที่ได้ยินคำพูดอ่อนโยนอย่างนั้นของเขา

 

“จะกลับบ้านยังไงน่ะเอสเม่ อยากให้เดินไปส่งที่เมโทรมั้ย”

 

ฉันอมยิ้มให้กับความใจดีของออสติน นี่ถ้าไม่ได้โทรบอกชาร์ลส์ไปแล้วฉันคงยอมกลับเมโทรเพื่อให้ได้ใช้เวลาอยู่กับเขาอีกหน่อยไปแล้ว

 

“มีคนขับรถมารับน่ะ”

 

ออสตินขมวดคิ้ว มองนาฬิกาข้อมือของเขา “ตีสองครึ่งนี่น่ะเหรอ ที่บ้านเธอเข้มงวดมากหรือยังไงกัน”

 

ฉันหัวเราะ “พี่สาวฉันค่อนข้างเป็นห่วงน่ะ ฉันบอกเธอแล้วว่ากลับแท็กซี่ได้แต่เธอชอบคิดว่านี่ไม่ใช่เมืองของเรา และอะไรๆ มันก็น่ากลัว ฉันอุตส่าห์บอกเธอแล้วนะว่าเธอดูหนังฮอลลีวู้ดมากไปและเรื่องพวกนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ในชีวิตจริง”

 

คราวนี้เป็นออสตินบ้างที่ระเบิดหัวเราะ ฉันเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วก็แทบจะละสายตาไม่ได้

 

“อันที่จริงเธออาจจะพูดถูกนะ นิวยอร์กมีสถิติการเกิดอาชญากรรมสูงถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ แต่เมืองใหญ่ทุกเมืองก็แบบนี้ ฉันอยู่ที่นี่มายี่สิบปียังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย”

 

“ฉันก็คิดอย่างนั้น ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใหญ่ของโลกก็มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นได้หมดแหละถ้าเราโชคร้าย”

 

ออสตินสบตากับฉันและเงียบไปวินาทีหนึ่ง ก่อนที่เขาจะบอก “ฉันจะอยู่รอเป็นเพื่อนเธอก่อนก็แล้วกัน”

 

และฉันก็ไม่ปฏิเสธให้โง่ “ขอบคุณนะแล้วนายจะกลับยังไงเหรอ”

 

“ก็ต้องนั่งเมโทร แล้วก็เดินอีกสิบนาที”

 

“ให้ฉันไปส่งไหม” ฉันเสนอ

 

“อย่าเลย ลำบากเปล่าๆ”

 

“นายอาจจะโดนขโมยดักชิงทรัพย์อยู่ระหว่างที่เดินกลับก็ได้นะ” ฉันแกล้งทำตาโต ออสตินหัวเราะอีกเพราะเขารู้ว่าฉันล้อเล่น แต่อันที่จริงก็น่าเป็นห่วงอยู่นะ “อืมให้ฉันไปส่งแล้วกัน”

 

“เธอนี่ดื้อเหมือนกันแฮะ ตลกนะรู้มั้ย เพราะมันอย่างกับว่าเธอเป็นน้องสาวไอ้เอลเลียตไม่มีผิด”

 

“แถมชื่อยังออกเสียงคล้ายๆ กันอีก” ฉันว่า เราเลยหัวเราะให้กัน

 

ออสตินส่ายหัวยิ้มๆ ตอนที่เสียงหัวเราะเงียบลง มันเป็นอีกครั้งของค่ำคืนนั้นที่เขาสบตากับฉัน และครั้งนี้มันตราตรึงกว่าทุกทีมีบางอย่างในสายตานี้ที่ดึงความสนใจฉันตั้งแต่แรกเห็น ฉันไม่ได้คิดว่าจะถูกใจเขาขนาดนี้ตอนที่ไปนั่งข้างเขาในคาบแรก คิดแค่ว่าถ้าได้เป็นเพื่อนก็คงดี

 

บอกตามตรงว่าตอนนี้มันไม่ดีเลยถ้าฉันจะเป็นแค่เพื่อนกับเขา

 

เพราะฉันโคตรอยากเป็นมากกว่านั้นเลย

 

“เธอไม่ใช่น้องสาวไอ้เอลเลียตหรอก” ออสตินส่ายหัว รอยยิ้มยังคงไม่หายไปจากริมฝีปากของเขา “แต่เอาจริงๆ นะ” เขาเว้น นัยน์ตาสีฟ้าลากมาสบตากับฉัน “เธอเป็นใครกันแน่”

 

ฉันไม่รู้ว่าออสตินหมายถึงอะไร เขาอาจจะแปลกใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ หรือจะอะไรก็ตามแต่ฉันรู้ว่าฉันต้องตอบเขาว่ายังไง

 

“เอสเม่ไง” ฉันเว้น “เอสเม่ สเปนเซอร์ที่ดีใจที่เกือบจะชนกับนายเมื่อเช้านี้”

 

ร่างสูงหลุดหัวเราะ เขามีรอยยิ้มหวาน “ยินดีที่ได้รู้จักเอสเม่ สเปนเซอร์”

 

 

 

 



FernniZ’s 2nd Talk : 24.11.18

          เอ้ากรี๊ดมาจ้า กรี๊ดมาเลยยยย โฮ่ๆ เชื่อว่าจบตอนนี้รีดเดอร์จะต้องคลั่งพ่อหนุ่ม (แอบ) เนิร์ดอย่างแน่นอนเลย เจออย่างนี้เข้าไปจะอดใจไหวยังไงล่ะจริงไหมมมม! ไม่มีอะไรจะทอล์กมากค่ะวันนี้ แค่จะบอกว่าแต่งเรื่องนี้ใกล้จบมากแล้วนะคะ เห็นหลายคอมเมนท์บอกว่าถ้าเรื่องนี้มีขายก็อยากจะซื้อซะตอนนี้เลย เอาจริงๆ เฟิร์นเคยคิดอยากจะทดลองอยู่เหมือนกัน ทดลองวางขายนิยายที่แต่งจบแล้วแต่ยังลงไม่จบในเว็บน่ะ มันมีข้อดีก็คือรีดเดอร์อาจจะแห่มาซื้อเยอะมากเพราะอยากรู้ตอนต่อไปจากที่อ่านในเว็บ แต่ข้อเสียก็คือหลังจากซื้อไปแล้วยอดคนอ่านรวมไปถึงยอดเมนท์ในเว็บก็คงจะลดลงฮวบเหมือนกัน (เพราะซื้ออ่านจบแล้วก็คงไม่มีใครมารออ่าน รอเมนท์ในเว็บต่ออีก) ดังนั้นเฟิร์นยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะลองดีมั้ย เพราะส่วนตัวก็ชอบอัพทีละนิดเรียกเสียงกรีดร้องของรีดเดอร์เหมือนกัน ฮ่าๆ

          คิดยังไงกันคะ ลองเสนอมาได้นะ เฟิร์นจะได้เก็บไว้พิจารณาค่า




FernniZ’s 1st Talk : 21.11.18

          เอาไงดีเอสเม่จะทำหรือไม่ทำ จูบหรือไม่จูบ และถ้าจูบแล้วออสตินจะมีปฏิกิริยาแบบไหน หุหุฝากไว้ให้คิดกันเล่นๆ (ตอบมาในเมนท์ก็ได้) คือจะบอกว่ารีดเดอร์หลงออสตินกันเกินเบอร์มากกกก อัพได้ตอนเดียวแต่คอมเมนท์คือทะลุยิ่งกว่าเรื่องอื่น ชอบอ่ะ ฮ่าๆ ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดเลยนะคะ เพราะเฟิร์นอยากจะบอกว่าออสตินยังมีอะไรให้หลงอีกเยอะมากกกก ป่านนี้คงจินตนาการกันแย่แล้วว่าตอนหนุ่ม (แอบ) เนิร์ดคนนี้ร้อนแรงจะเป็นยังไง และสองคนนี้เขาจะมาลงเอยกันแบบไหน บอกได้คำเดียวว่าต้องรออ่านนนนน!

          ปล. เอลเลียตน่ารักน่าหยิกสุดๆ เดี๋ยวจะมีเรื่องของเขาในเซ็ทนี้ด้วยนะ อย่าลืม!

 

 

Taylor Swift - Delicate


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #607 วนัน (@konwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:42

    ชชืีอนางเอกหรือ

    #607
    0
  2. #563 BAMBAM (@bamnatchaya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 03:14
    ขอกรี๊ดอัดหมอนดังๆ เขินแรงมากกกกก
    #563
    0
  3. #544 Kpris (@janfan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 02:36
    โอ๊ยยยไม่ไหว ใจเหลวไปหมดแล้ว ฮือออเขินน
    #544
    0
  4. #499 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:54
    ออสตินดูเป็นผชที่น่าค้นหามากๆๆๆๆๆๆ
    #499
    0
  5. #424 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 14:22
    ฟินค่ะะะ
    #424
    0
  6. #217 ` Memories ★ (@eayaomam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 00:40

    หูย ไม่ใช่อ่านหนังสือเยอะจนเคยอ่านเจอประวัติครอบครัวเอสเม่เปล่าเนี้ย

    #217
    0
  7. #184 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:22
    ฟินมาก
    #184
    0
  8. #153 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 18:46
    ดีมากๆๆๆดีที่สุดในโลกไปเลยยยย โคตรฟินน ไม่ไหวแล้ว
    #153
    0
  9. #141 Fring Supravee (@frungfring) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 18:52
    ฮือออ ชอบอิมเมจเอลเลียตมากอ่ะ หล่อมากก
    #141
    0
  10. #124 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 10:38
    ชอบมากเลยค่า
    #124
    0
  11. #122 Pingpt (@pingcloudy12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 07:33
    กรี๊ดดดด
    #122
    0
  12. #105 ppwch_ (@ppwch_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 16:26
    น่ารักจุงงง
    #105
    0
  13. #104 Ppppp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 23:11

    เปิดขายเลยเถอะ. อยากอ่านแล้วววว

    #104
    0
  14. #103 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 23:33
    ดีต่อใจมากกกกกกก โอ้ยยยย อยากอวยความน่ารักของตอนนี้สัก5กระดาษเอสี่ ฮาาาาา
    #103
    0
  15. #102 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 02:22
    ระดับนี้ไม่เนิร์ดแล้วหล่ะค่ะ เนิร์ดแตกแล้วจ้า555555 เราชอบอ่านทอล์กพี่เฟิร์นนะคะ ถือว่าได้ความรู้แล้วก็เป็นเสน่ห์อย่างนึงเลยแหละ เงินพร้อมหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ถ้าออกรูปเล่มหรืออีบุ๊คเราก็ซื้อ(อีกแล้ว)แน่ๆเลยค่ะ555555
    #102
    0
  16. #99 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 01:57
    ออสตินนนนน นี่สรุปใครรุกใครกันแน่เนี่ยยยย
    #99
    0
  17. #98 ทีเอเอ็ม (@matzr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 01:52
    เขินนนนนนนนน
    #98
    0
  18. #97 Sugarrrrr (@bestlovefluk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 01:33
    อยากจะเป็นเอสเม่ขึ้นมาเลยค่ะ ออสตินนนของเลาาา
    #97
    0
  19. #96 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 00:20
    น่ารักมากก ชอบบ ทุกวันนี้คือตื่นมาเพื่อรอนิยายเรื่องนี้ ชอบมากกจริงๆ
    #96
    0
  20. #95 Orange_the kid (@sommainao) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 23:28
    ตอนอ่านก็อยากให้ขายเลย แต่ก็ยังชอบกลิ่นอายความอ่านทีละนิด แล้วก็อ่านทอล์คง่ะ
    #95
    0
  21. #94 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 22:42
    โง้ยยยยย ชอบออสตินนน ชอบพระเอกแบบเน้ นางเอกก็น่ารัก>/////<
    #94
    0
  22. #93 bellthabell (@bellthabell) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 22:31
    ร้ายเงียบนะเนี่ยออสติน ร้ายเงียบมากกกกก
    #93
    0
  23. #92 maylodyza (@maylodylovely) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 22:30
    กี้ดดดด ไหนใครกล้าว่าออสตินเนิร์ดอีก บอกมา!!!
    #92
    0
  24. #91 nichaaaaaaaaaaaaa (@Luk_Luk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 22:28
    กรี๊ดดดดดดดดดด ร้ายกาจม้ากกกกกก!!!! อืมม ถ้าพูดตามจริง ถ้าลงไม่จบหนูก็คงแอบเสียใจละเสียดายแหง เพราะนี่ก็ไม่มีทรัพย์พอจะตามเก็บทุกเล่มง่าา แต่ก็นั้นละ สนับสนุนทุกทางเลือกพี่เสมอ สู้ๆค่าส
    #91
    0
  25. #90 INMYHOPE (@phathicha_t) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 21:38
    ไม่เนิร์ดเลยฮืออออออออ หลงแล้วค่าาา ขายเลยก็ได้ค่ะพร้อมซื้อเรื่องนี้เสมอ
    #90
    0