[ตีพิมพ์แล้ว] THE MOON TO MY NIGHT [Austin X Esme]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,335 Views

  • 609 Comments

  • 315 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    60

    Overall
    18,335

ตอนที่ 1 : CHARACTERS & INTRO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    11 พ.ย. 61


CHARACTERS

 


เลดี้ เอสเม่ สเปนเซอร์

 

ฉันมาอเมริกาเพื่อเรียนต่อและเพื่อใช้ชีวิตอิสระ

ครั้งนี้ฉันพยายามอย่างเต็มที่ที่จะซ่อนฐานะที่แท้จริงของตัวเอง

และใช้ชีวิตอย่างนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง

แต่ดูเหมือนว่าฉันจะไม่สามารถละสายตาจากหนุ่มเนิร์ดน่ารักคนนั้นได้เลย

ปัญหาก็คือ สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือหนังสือ (ฉันคิดว่านะ)

ก็นะฉันก็คงจะต้องทำให้เขาหันมาสนใจฉันแทนแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

ออสติน โลว์เธอร์

 

ผมเริ่มต้นวันแรกของชีวิตมหาวิทยาลัยด้วยการที่เกือบจะประสบอุบัติเหตุ

ไม่รู้ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้อยู่ทุกที่ที่ผมไป

และมันก็ควรจะทำให้ผมรำคาญนะ แต่มันกลับส่งผลตรงข้ามซะอย่างนั้น

ผมโคตรรำคาญที่ผมไม่สามารถสลัดใบหน้าเธอออกจากหัว

หรือลบรอยยิ้มของเธอออกจากหัวใจได้เลย

เราต่างกันเกินไป แต่ผมก็ยังตกหลุมรักเธออยู่ดี

 

 

 

 

 

ดีน เคอร์ซีย์

 

สิ่งที่ผมเฝ้ารอคอยที่สุดในชีวิตนักศึกษาคือปาร์ตี้และสาวๆ แค่นั้นพอ!

ล้อเล่นน่ะ ผมตั้งใจเรียนอยู่เหมือนกันนะจะบอกให้ เป็นครั้งเป็นคราวน่ะ

และผมอาจจะทำเป็นเล่นไปทั่วก็จริง แต่ผมก็จริงจังเป็นเหมือนกัน

แล้วผมก็มีความลับที่เพื่อนยังไม่รู้

เพราะมันมีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ค่อยจะแน่ใจสักเท่าไหร่อยู่

 

 

 

 

 

เฟร์ยา บราวน์

 

ฉันไม่ค่อยมีโชคเรื่องผู้ชายสักเท่าไหร่ ฉันเริ่มจะสงสัยเรื่องนั้นแล้วล่ะ

ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่หรือเกิดขึ้นได้อย่างไร

แต่จู่ๆ ฉันก็ตกหลุมรักคนที่ไม่ควรตกหลุมรักมากที่สุด

ฉันรู้ว่าฉันไม่มีหวัง จึงพยายามซ่อนความรู้สึกเอาไว้

แต่คุณก็รู้ แค่พูดน่ะมันง่ายกว่าทำ

 

 

 

 

 

เอลเลียต คามป์เบลล์

 

รู้มั้ย ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่หน้าตาก็ไม่ได้แย่หรืออะไรเลย

มันแค่เนิร์ดนิดหน่อยและไม่เคยเข้าหาผู้หญิงที่ไหนก่อน

ดังนั้นเมื่อผมรู้ว่าเธอคนนั้นแอบชอบมัน ผมก็เลยกระโดดเข้าไปช่วย

แต่แม่งเอ๊ย ใครจะไปรู้ว่าเพื่อนสนิทของเธอจะฮอตขนาดนั้น

ให้ตายเถอะ!

 

 

 

 

 

แอล เชอร์วู้ด

 

ชีวิตของฉันมันยุ่งเหยิงแต่ฉันก็แสนจะมีความสุขที่เพื่อนรักมีความสุข

เธอได้พบผู้ชายที่เธอชอบ และเขาก็ดูจะเป็นคนดีเอามากๆ

ฉันสนใจแค่นั้นแหละในทีแรก

หมายถึง จนกระทั่งฉันค้นพบว่าเพื่อนสนิทของเขาโคตรหล่อน่ะนะ

คือ เราก็ไม่ได้อยู่ประเทศเดียวกันหรอก

แต่เขาเป็นคนอังกฤษ เพราะฉะนั้นเขาก็คงจะกลับมาบ้านอยู่บ้าน ดังนั้น

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ :

 

ตระกูล สเปนเซอร์ ที่ถูกกล่าวถึงในนิยายเรื่องนี้คือตระกูลเก่าแก่ของประเทศอังกฤษที่สืบเชื้อสายจากชนชั้นสูงและราชวงศ์ซึ่งมีอยู่ในชีวิตจริง หากแต่เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงสิ่งที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น อาจมีการดัดแปลงบางอย่าง เช่น การสร้างตัวละคร เอสเม่ สเปนเซอร์ที่ไม่ได้มีในชีวิตจริงขึ้นมาให้เป็นน้องคนเล็กของตระกูล การแต่งให้พ่อแม่ของเธอยังคงคบกันอยู่ (ตัวจริงหย่าไปแล้ว) หรืออาจมีการพูดถึงกลุ่มคนที่มีอยู่ในชีวิตจริงอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ ของเอสเม่ที่จะถูกกล่าวถึงต่อไป (ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีตัวตนอยู่จริงๆ)

ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้ทราบว่าเจตนาของผู้เขียนคือเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะจ๊ะ ชี้แจงไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน :)

 

 

 

 

 

THE MOON TO MY NIGHT

 

 

 

I was born into a family that others could only dream of

People think I live a fancy life, wear only exquisite dresses

And sleep on a pile of cash

They like us and then they hate us

So, I decided not to please the world and live an ordinary student life

That’s when you came along,

Proving what the others say is completely wrong

Because no money can buy a heart like yours

You’re gently, kind and warm like a moonlight

Yet, you drive me insane, make me jealous and sad

But I love it, because you make me feel alive

And anything else doesn’t matter anymore

 

 

 

 

ฉันเกิดในครอบครัวที่คนอื่นได้แต่ฝันถึง

ผู้คนคิดว่าฉันมีชีวิตสุดแฟนซี สวมเฉพาะเดรสตัวงาม

และนอนบนกองเงินกองทอง

พวกเขาชอบเรา แต่แล้ววันถัดมาก็เกลียด

เพราะงั้นฉันจึงเลิกทำตามใจคนอื่นและใช้ชีวิตแบบนักศึกษาธรรมดาๆ

นั่นเป็นตอนที่คุณโผล่เข้ามา

กลายมาเป็นข้อพิสูจน์ว่าสิ่งที่คนอื่นพูดมันไม่จริงเอาเสียเลย

เพราะเงินแค่ไหนก็ซื้อหัวใจของคุณไม่ได้

คุณช่างอ่อนโยน จิตใจงามและอบอุ่นราวกับแสงจันทร์

แต่คุณทำให้ฉันแทบเป็นบ้า ขี้หึงและยังเศร้า

แต่ฉันรักมัน เพราะคุณทำให้ฉันมีชีวิตชีวา

และสิ่งอื่นนอกจากนี้ก็ไม่มีความหมายอีกเลย

 

 


 

INTRO

Once upon a time

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว


 

New York City, NY, United States

 

 

“เอากระเป๋าสตางค์มาหรือยังคะ”

 

“เอามาแล้วจ้ะ” ฉันตอบพลางเช็กเมกอัพและชุดที่สวมกับกระจกบานโตที่สูงท่วมหัวในห้องนั่งเล่น ฉันเลือกสวมเสื้อสีขาวเข้ารูปกับกระโปรงสีมัสตาร์ดและบู้ทหนังหุ้มข้อ เรือนผมยาวสีบลอนด์มีผ้าพันผมสีเดียวกับกระโปรงผูกอยู่ อากาศในนิวยอร์กยังอบอุ่นพอที่จะใส่สั้นได้แม้มันจะเดือนกันยายนแล้ว ถ้าเทียบกับอังกฤษที่ฉันจากมา สภาพอากาศที่นี่เป็นสวรรค์เห็นๆ

 

แสง สี เสียง อาหารนานาชนิดและผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเมืองนี้ไม่มีวันน่าเบื่อ

 

“แล้วแมคบุคล่ะ”

 

“อยู่ในกระเป๋าแล้ว”

 

“เครื่องเขียน?

 

“เหมือนกัน”

 

“แล้วอาหารกลางวัน

 

“โอ้ พระเจ้า ลีอาห์” ฉันเบิกตากว้าง เบรกลีอาห์ กรีน พี่เลี้ยงและเป็นเสมือนพี่สาวแท้ๆ ที่โตมาด้วยกัน ฉันรู้ว่าเธอรักฉันและเป็นห่วงแสนเป็นห่วงที่ฉันกำลังจะเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาในประเทศที่ไม่ใช่ของเรา แต่จริงๆ นะ “ฉันจะไม่พกอาหารกลางวันไปหรอกนะ ถ้าหากเธอจำไม่ได้ ฉันอายุสิบเก้าแล้วนะคะ”

 

ลีอาห์มีใบหน้าเศร้าเล็กๆ “แต่คุณหนูยังเด็กสำหรับฉันอยู่เลยนี่”

 

“ก็บอกว่าให้เรียกเอสเม่เฉยๆ ไง” ฉันบอกเสียงเข้ม “อีกอย่าง พี่ก็อายุมากกว่าฉันแค่เจ็ดปีเท่านั้น” แค่เธอรู้สึกเหมือนต้องดูแลฉันเพราะแม่ของเธอเคยทำมันมาก่อน ครอบครัวลีอาห์คอยรับใช้ครอบครัวของฉันมาตั้งแต่สมัยที่ฉันเองก็จำไม่ได้ และทั้งๆ ที่เธอจะไปมีชีวิตของตัวเองก็ได้ เธอได้เรียนหนังสือและเรียนจบแล้ว แต่สิ่งเดียวที่ลีอาห์ทำนอกจากเขียนหนังสือก็คือการอยู่ดูแลฉัน

 

ไม่มีใครบังคับเธอนะ แต่เธอทำมันเหมือนเธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

 

“แต่เอสเม่” เธอแก้เสียงเบา “ฉันอุตส่าห์สั่งให้เชฟจากภัตรตาคารทำอาหารโปรดให้เลยนะ”

 

“เลิกไปสั่งได้เลยนะ” ฉันร้อง “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอยากใช้ชีวิตธรรมดาๆ ตลอดชีวิตมหาวิทยาลัยที่นี่ เราไม่ได้อยู่อังกฤษแล้วนะ ไม่มีใครจับตามองเราที่นี่ หยุดทำอะไรเป็นพิธีการเถอะค่ะ”

 

“แต่ถ้าอย่างนั้นกลางวันนี้เอสเม่จะกินอะไร

 

ฉันถอนหายใจ “นิวยอร์กมีร้านอาหารทั้งหมดรวมกันเยอะมากจนต้องใช้เวลาห้าสิบปีถึงจะไปกินได้ครบทุกร้าน รู้ไหมฉันซื้อกินในโรงอาหารที่มหาวิทยาลัยก็ได้ ไม่เห็นยากเลย”

 

“แล้วถ้ามันไม่สะอาดล่ะคะ”

 

“คนอื่นเขาก็กินกันเป็นปกติ ฉันไม่ตายหรอกน่า” ฉันชักเริ่มรำคาญแล้วล่ะ ลีอาห์ก็รู้ว่าที่ผ่านมาฉันออกไปกินอาหารข้างทางมากี่ครั้งแล้ว เธอก็แค่เป็นห่วงเพราะต้องปล่อยฉันไปเผชิญโลกกว้างในประเทศใหม่คนเดียวและเกิดวิตกกังวลขึ้นมาจนทำอะไรไม่ถูกเท่านั้น

 

 

“ลีอาห์คะ ฉันโอเคจริงๆ” ฉันยืนยัน เธอจึงผ่อนลมหายใจอย่างจำยอม เธอเข้ามาช่วยจัดเรือนผมให้ก่อนจะไล่สายตาลงมองเมื่อเห็นว่าฉันพร้อมจะออกจากบ้านแล้ว ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกอ่อนไหวขึ้นมานิดหน่อย เพราะจู่ๆ ดวงตาของเธอก็รื้นไปด้วยน้ำตา “นี่ไม่เอาน่า จะร้องไห้ทำไมกัน”

 

“แหมก็เอสเม่โตเป็นสาวแล้วจริงๆ นี่นา ฉันรู้สึกภูมิใจเหมือนเห็นน้องสาวกำลังจะมีชีวิตของตัวเองยังไงก็ไม่รู้”

 

ฉันหลุดหัวเราะในขณะที่ลีอาห์ร้องไห้กระซิกๆ โถฉันสวมกอดเธอแน่น “ขอบคุณนะคะ พี่สาว”

 

แต่แน่ละคำนั้นยิ่งทำให้ลีอาห์น้ำตาแตกกว่าเก่า

 

เฮ้อ บางทีฉันก็สงสัยจริงๆ นะว่าเธอทนไม้ทนมือยัยตัวแสบอย่างฉันได้ยังไง เรามีกันห้าคนพี่น้องที่บ้าน ฉันเป็นน้องคนเล็กสุดที่พ่อแม่และพี่ๆ ตามใจที่สุด เราเป็นหนึ่งในครอบครัวชนชั้นสูงของอังกฤษที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์แบบที่เรียกว่าเป็นญาติกันก็คงจะได้ ทั้งโลกจับตามองตั้งแต่ที่เราคลานออกจากท้องแม่ แต่เรื่องของสังคมชั้นสูงไม่เคยเป็นอะไรที่ฉันสนใจ ฉันเบื่อหน่ายกับการเห็นพี่ทั้งสี่คนไปออกงานนู้นงานนี้ ฉันบอกพ่อแม่แบบนั้นตั้งแต่ยังเด็ก และก็โชคดีที่พ่อแม่ตามใจฉันมากพอที่จะไม่บังคับให้ฉันรับภาระใหญ่หลวงที่ฉันไม่ชอบ

 

พวกท่านเชื่อว่าการเลี้ยงลูกให้ห่างจากสื่อเป็นสิ่งที่จำเป็นหลังเกิดเรื่องอุบัติเหตุของเจ้าหญิงไดอาน่า และฉันก็แทบจะไม่ไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงสังคมที่ไหนตลอดชีวิตวัยรุ่นของฉัน

 

ฉันเป็นหญิงสูงศักดิ์ประเภทที่ชอบไปบาร์ถูกๆ กินอาหารในร้านตามข้างทางและรักการเที่ยวแบบผจญภัย พ่อกับแม่รู้ว่าเรื่องดีๆ จะไม่เกิดขึ้นแน่ถ้าบังคับให้ฉันเรียนสิ่งที่ฉันไม่ได้อยากเรียนในมหาวิทยาลัยที่ฉันไม่อยากเข้า ดังนั้นพวกเขาจึงปล่อยให้ฉันมานิวยอร์ก แน่นอนว่าในข้อแม้ว่าถ้าฉันเอาลีอาห์กับคนดูแลกลุ่มหนึ่ง (ที่รวมไปถึงบอดี้การ์ด แม่บ้าน แม่ครัว ฯลฯ) มาด้วย

 

คุณอยากเป็นเจ้าหญิงเหรอ คิดว่ามันเหมือนเจ้าหญิงดิสนีย์หรือไง?

 

ฉันเป็นแค่เลดี้ ยังนึกอยากเป็นคนธรรมดาเลย

 

“เลดี้เอสเม่ ไปกันเลยมั้ยครับ”

 

ชาร์ลส์ก็อีกคน” ฉันส่งเสียงจิจ๊ะ บอดี้การ์ด (และคนขับรถ) ส่วนตัวของฉันทำหน้าเหลอหลา “บอกว่าให้เรียกเอสเม่ อย่าเรียกเลดี้ได้มั้ยคะ เราอยู่อเมริกากันนะ”

 

“อ่าขอโทษครับ”

 

ฉันส่ายหัวแล้วขึ้นไปนั่งในรถ ที่จริงฉันอยากจะนั่งเมโทรไปเรียนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดที่ลีอาห์โวยวายเหมือนคนที่ดูหนังแอคชั่นฮอลลีวู้ดมากไปแล้วกลัวว่าจะมีคนมาเตะตีกันในรถไฟใต้ดินเหมือนในหนัง เธอบ่นว่ามันทั้งสกปรกและเหม็นฉี่ แถมยังอ้างว่าไม่ประสีประสาอย่างฉันอาจจะหลงและไปมหาวิทยาลัยสายในวันแรก

 

เอ้อ คอยดูแล้วกัน สักวันฉันต้องเซียนชีวิตสามัญชนให้ได้

 

แต่ให้ตายเถอะ การจราจรในนิวยอร์กนี่แย่จริงๆ

 

ฉันเท้าคางกับกระจกรถ มองออกไปข้างนอกแก้เซ็งพลางนึกว่าจะเริ่มออกมาสำรวจส่วนไหนของมหานครอันใหญ่หลวงนี้ก่อนดี ฉันอยากออกมาคนเดียว แบบที่ไม่ต้องมีใครมาคอยพะวักพะวน ถ้าหลงก็ให้มันหลงและหาทางกลับเจอด้วยตัวเองและเรียนรู้ทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

ฉันอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง

 

นิวยอร์กเป็นเมืองแห่งศิลปะและความหลากหลาย ฉันอยากรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมืองที่ไม่มีวันหลับใหลที่นี่ มันเป็นความฝันฉันมาตั้งแต่เด็กๆ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฉันอยากมาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ด้วย

 

รถยังคงติดอยู่แม้เราจะอยู่ห่างออกไปจากมหาวิทยาลัยแค่เพียงไม่กี่เมตร ฉันมองดูนาฬิกา มันยังไม่สายเท่าไหร่ แต่นี่มันเริ่มจะน่าเบื่อเกินกว่าจะนั่งอยู่เฉยๆ แล้ว

 

“ฉันจะลงเดินนะ” ฉันบอกชาร์ลส์ดื้อๆ และคว้ากระเป๋า

 

“อะไรนะครับ”

 

ฉันยิ้มแทนคำตอบก่อนจะผลักประตูเปิดออก และบางทีฉันอาจจะยังไม่รอบคอบพอที่จะใช้ชีวิตคนเดียวอย่างที่ลีอาห์บอก เพราะฉันรั้นอยากจะทำมันทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนแล้วตอนนี้ก็เปิดประตูออกไปโดยไม่ได้ดูตาม้าตาเรือว่ามีจักรยานคันหนึ่งพุ่งมาจากข้างหลัง

 

เสียงเบรกดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงอุทานของฉันและเจ้าของจักรยาน

 

มันหยุดห่างจากฉันไปไม่กี่เซ็นต์

 

Shit!

 

โอ้ตายแล้ว

 

ฉันยืนเอ๋อ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจในขณะที่ร่างสูงเจ้าของจักรยานดูหัวเสียสุดขีด เขาสบถก่อนจะมองหน้าฉันด้วยสายตาดุๆ เหมือนอยากถามว่า มีลูกตามั้ยคุณ!?’

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ!” ชาร์ลส์ร้องถาม ฉันตั้งสติได้ในวินาทีนั้น

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันรีบส่ายหัวเร็วๆ ให้ชาร์ลส์ ทันใดนั้นก็อยากจะตีหัวตัวเองสักที เอสเม่! เธอประมาทอย่างนี้ได้ยังไง เกือบจะทำทั้งตัวเองและชาวบ้านบาดเจ็บแล้วนะ! “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันดู”

 

“ไม่ต้องบอกก็เห็นแล้วล่ะ” เขาส่ายหัวพลางถอนหายใจแรงก่อนจะยกมือขึ้นดันแว่นที่หล่นลงมาจากสันจมูกนิดหน่อย มันเป็นวินาทีนั้นที่ฉันเพิ่งสังเกตว่าผู้ชายคนนี้ดูดีแค่ไหนแม้เขาจะมีท่าที่หัวเสียและซ่อนนัยน์ตาสีฟ้าสวยๆ ไว้หลังแว่นนั่นก็เถอะ มันยากที่จะไม่สังเกตร่างกายกำยำกับเรือนผมน่าสัมผัสและใบหน้าไร้ที่ตินั่น แม้เขาจะสวมแค่เสื้อยืดสีขาวล้วนกับยีนส์ธรรมดาๆ และผ้าใบ แต่บอกตามตรงว่าเขาไม่ต้องพยายามจะทำตัวให้เท่ก็ดูดีมากพออยู่แล้ว ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน บางทีอาจจะห่างกันแค่ไม่กี่ปี

 

ที่แน่ๆเขาหล่อชะมัด

 

“ขอโทษ

 

“ช่างเถอะ” พ่อคนหล่อถอนหายใจฟึดฟัด หัวใจฉันไม่เต้นช้าลงเลย แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่เพราะอาการตกใจอีกแล้ว นัยน์ตาสีฟ้าสบตากับฉันจนได้ในที่สุด เขาจ้องมองฉันอยู่วินาทีหนึ่งก่อนจะกล่าว “เธอไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

 

ฉันคิดว่าเขาต้องมองฉันเป็นลูกคนรวยจอมซุ่มซ่ามแน่ๆ และก็คิดอยากจะขอโทษเขาด้วยการเลี้ยงกาแฟสักแก้ว แต่ก็คิดอีกว่าเขาอาจจะไม่ยินดีเท่าไหร่ คิดนู่นคิดนี่จนกระทั่งรถข้างหลังเราเริ่มบีบแตรไล่เพราะเรามายืนขวางทางอยู่นานแล้ว

 

เขาหันกลับไปมอง เห็นได้ชัดว่าคงกำลังคิดว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเขาเลยก่อนจะขี่จักรยานออกไปโดยไม่ลา

 

เพราะอันที่จริงมันก็ไม่มีเหตุผลให้ลาคนที่เกือบทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุ

 

ฉันกระแทกประตูรถปิด รู้สึกเซ็งขณะเดินเข้ามายืนบนฟุตบาทและมองหลังของหนุ่มหล่อขี่จักรยานผ่านไป ให้ตาย เธอต้องเรียนรู้อีกเยอะนะเอสเม่

 

ทันใดนั้นฉันก็เห็นเขาเลี้ยวเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัย

 

Oh my word, เขาเป็นนักศึกษาที่ NYU ฉันน่าจะเดาได้ตั้งแต่เมื่อกี้นะ!

 

ฉันกระชับสายกระเป๋า รีบเดินตามไปเผื่อว่าจะได้ไปขอโทษขอโพยอีกครั้งและอาสาเลี้ยงกาแฟสักแก้วอย่างที่คิดไว้ เอ่อไม่ใช่เพราะเขาหล่อหรืออะไรหรอกนะ แต่ฉันไม่รู้จักใครเลยที่นี่และอยากผูกมิตรไว้ให้มากที่สุดต่างหาก ฉันไม่อยากให้เขาคิดว่าฉันเป็นสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็นจริงๆ แค่เพราะฉันอาจจะโก๊ะไปหน่อย

 

แต่เขาหายไปแล้วแฮะ รีบปั่นไปไหนกันนะ

 

ฉันเดินคอตกมาจนถึงหน้าคณะ ก่อนจะตาสว่างทันทีเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งยืนเรียงแถวราวกับรอต้อนรับใครอยู่ที่หน้าตึก

 

Shit!” ฉันสบถ รีบยกกระเป๋าขึ้นบังหน้าและเดินเร็วๆ อ้อมไปทางอื่น น่าจะรู้นะว่าพวกคนอเมริกันบางทีก็คลั่งราชวงศ์อังกฤษอย่างไม่มีเหตุผล แม้ฉันจะไม่ถือว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ซะทีเดียวก็เถอะ แต่ฉันรู้ว่าพวกเขามาต้อนรับฉัน บ้าจริง!

 

“เลดี้เอสเม่ สเปนเซอร์!

 

 




FernniZ’s Talk : 11.11.18

          ยินดีต้อนรับสู่นิยายเรื่องใหม่ ฮู้ววววว!

          เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ตอนที่เจ้าชายแฮร์รีแต่งงาน เฟิร์นเคยโพสถามรีดเดอร์ว่าอยากได้นิยายแบบที่พระเอกหรือนางเอกเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงกันบ้างไหม และทุกคนก็อยากได้มากกกก แต่ด้วยความที่เฟิร์นยังมีหลายเรื่องที่ยังไม่แน่ใจ (และไม่รู้) เกี่ยวกับราชวงศ์จึงยังไม่กล้าที่จะเขียน และการสร้างอะไรอย่างนี้ในจินตนาการขึ้นมามันก็ยากมากทีเดียวเชียวแหละ เฟิร์นจึงถือคติว่าเขียนสิ่งที่เรารู้ก่อนดีกว่าและแม้เลดี้เอสเม่จะไม่ใช่ราชวงศ์ แต่ขอบอกเลยว่าไม่ต่าง เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วในหมายเหตุข้างบนว่าตระกูลสเปนเซอร์นั่นมีอยู่จริง ที่สำคัญตระกูลนี้ยังมีอำนาจมากและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ด้วย ถ้าใครอยากรู้ก็ไปหาอ่านได้จากกูเกิล หรือไม่ก็อดใจอีกนิดแล้วเอสเม่จะบอกคุณเองว่าเธอเป็นใครมาจากไหน :)

          หวังว่าจะชอบนะคะ คาแร็กเตอร์ของเรื่องนี้ค่อนข้างต่างจากเรื่องอื่น นางเอกแก่นๆ กับพระเอกเงียบๆ จะเข้ากันได้แค่ไหนเดี๋ยวมาดูเลย ณ ปัจจุบันนี้เฟิร์นแต่งเรื่องนี้ไป ¾ ของเรื่องแล้ว จะมาทยอยอัพเรื่อยๆ ไม่เว้นนานแน่นอน (สลับกับอัพ Dirty Old Love Poem นะ)

            ขอแค่อย่างเดียวคือคอมเมนท์บอกกันหน่อยว่าทุกคนคิดยังไง เฟิร์นจะได้มีกำลังใจมาอัพเนอะ!

          อ้อ! นี่เป็นเซ็ทใหม่นะคะ Sun & Stars ถ้าใครเคยอ่านแพลนนิยายเรื่องใหม่ทั้ง 4 เรื่องของเฟิร์นที่เคยโพสไว้ในเพจ ทั้ง 4 เรื่องคืออยู่ในเซ็ทนี้คะ แต่ที่แพลนไว้แน่ๆ แล้วว่าใครจะเป็นพระเอก-นางเอกมีแค่ 2 เรื่อง คือเรื่องนี้กับอีกเรื่องที่เดี๋ยวจะปูทางไปจากเรื่องนี้อีกที โหะๆ ยังบอกไม่ได้นะว่าอีก เรื่องที่เหลือจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันไหม แต่รอดูไปเรื่อยๆ แล้วกันเนอะ

            อย่าลืมคอมเมนท์นะคะ รักนะ!



Lauv ft. Julia Michaels – There’s no way





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #561 BAMBAM (@bamnatchaya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 02:13
    เย่ ว่างมาอ่านนิยายแล้วววว เลดี้เอสเม่ของเราจะได้เลี้ยงกาแฟหนุ่มแว่นมั้ยเอ่ยยยย
    #561
    0
  2. #215 ` Memories ★ (@eayaomam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 00:01

    สอบไฟนอลเสร็จแล้ว เลยมีเวลาว่างอ่านนิยายพี่จริงๆจังๆซะที ติดตามนะคะ

    #215
    0
  3. #100 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 02:14
    กลับมาตามนิยายพี่เฟิร์นนนน ช่วงนี้เครียดๆขอหาอะไรย้อมใจหน่อย มาดามใจที่นี่ค่ะ55555 ยังไม่หยุดยุ่งแต่อินโทรมันทำให้ติดใจจริงๆค่ะ!
    #100
    0
  4. #80 nichaaaaaaaaaaaaa (@Luk_Luk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 19:48
    หวีดดดดดดด ชอบแนวนี้มากกกก รอติดตามนะะะ
    #80
    0
  5. #77 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 12:10
    I’m backkkkkk กรี๊ดดดดด หนูกลับมาแล้วนะเจ้ ฮืออออออออ คิดถึงนิยายเจ้มั่กๆ ช่วงที่หายไปก็คือไม่ได้อ่านเลย ไม่ได้เป็นนักอ่านเงาแต่อย่างใด ชีวิตวุ่นวายไปหมดดดดด นี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลามาอ่านมั้ยแต่อยากอ่าน 5555555555555 เอาตรงๆที่กลับมาทั้งๆที่ชีวิตยังวุ่นวายอยู่เพราะการสปอย์เรื่องนี้นี้แหละ!!! มีแต่คนกรี๊ดกร๊าด เลยมาอ่านอินโทร ฮือออ ละก็ติดหนืบเหมือนเดิมมม พล้อตเรื่องน่าอ่านมากกกกกก รออ่านนิยายเจ้เสมอน้าาา อิ้อิ้
    #77
    0
  6. #39 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 19:19
    รอค่า าาาา
    #39
    0
  7. #25 Sugarrrrr (@bestlovefluk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 10:47
    อยากอ่านเซ็ทนี้มากๆเลยค่าา รอนะคะ
    #25
    0
  8. #24 sirilakZaza (@sirilak22622) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:03
    อยากอ่านต่อแล้วววว
    #24
    0
  9. #23 Nana Noey (@nananoey) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 03:38
    รอค่าาาา
    #23
    0
  10. #22 maylodyza (@maylodylovely) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:10
    น่าอ่านมากเลยพี่เฟิร์น<3
    #22
    0
  11. #21 Fring Supravee (@frungfring) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 08:35
    ชอบการเลือกคำภาษาอังกฤษที่พี่เฟิร์นเลือกใช้จังเลยย ทำไมศัพท์สวยอะไรแบบนี้
    #21
    0
  12. #20 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 03:42
    โอ้ยชอบบบบ ชอบพระเอกเย็นชา เลดี้ตกหลุมรักเขาก่อนนะเนี่ย55555
    #20
    0
  13. #19 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 01:11
    แงงงงงงงงง เลดี้จะได้เลี้ยงกาแฟหนุ่มคนนั้นไหมน้าาาา
    #19
    0
  14. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 22:46

    อยากอ่านต่อแล้วค่ะะ ><// เลดี้ งื้อออ ชอบแนวนี้มากๆๆ แบบอยากหาแนวนี้อ่านนานแล้ววว ชอบความเป็นผู้ดีในนั้นน่ะค่ะ รออ่านเด้อออ
    #17
    0
  15. #16 plengggYumemi (@plengggYumemi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:16
    น่าสนใจมากค่าารอๆๆๆ
    #16
    0
  16. #15 jennisISEE (@jennyyy_jap) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:49
    แอบสงสารนางเอกนิดนึง 55555555 รับรู้ถึงความวุ่นวายจะตามมา
    #15
    0
  17. #14 Aquamarine Oil (@raksina12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:32
    รอค่าาาา
    #14
    0
  18. #13 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:32
    ชอบอิมเมจพระเอกกกกก รออ่านเลยค่าา
    #13
    0
  19. #12 jennisISEE (@jennyyy_jap) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 10:08
    กรี๊ดดดดดดด ตอนแรกกรี๊ดดีนไปแล้วในเฟสบุ้ค เเละพึ่งจะเห็นรูปพระเอกชัดๆ กรี๊ดดดด(อีกรอบ)แพทริคนี่เอง งุ้ยยย รอค่าาา:)
    #12
    0
  20. #11 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 02:11
    รอเลยค่าาาาาาา
    #11
    0
  21. #10 mayv9072 (@mayv9072) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 22:15
    ว้าว รอติดตามเลยค่ะ อ่านตัวละครแล้วยิ่งตื่นเต้น นางเอกชอบพระเอกก่อนด้วยฮี่ๆๆๆๆ
    #10
    0
  22. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:40
    กรี๊ดดดดด รอออออ
    #9
    0
  23. #7 mayv9072 (@mayv9072) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:06
    เปิดเรื่องใหม่แล้ววววว จะคอยติดตามนะคะ
    #7
    0
  24. #6 Iwluvhb (@aiwpwms) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:36
    รอค่าาาาา
    #6
    0
  25. #4 Tanya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 09:20

    รออออ ❤ อยากรู้ออสตินจะเนิร์ดจริงๆป่าวว

    #4
    0