ตอนที่ 7 : CH.6 - I do not want to fall for you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 ธ.ค. 60




6

I do not want to fall for you

ฉันไม่อยากตกหลุมรักคุณ

 

 

ฉันหลบมานั่งอยู่ในมุมมืดของปาร์ตี้ ดึงเข่าตัวเองขึ้นมากอดและวางเบียร์กับเข่าก่อนจะวางคางบนขวดเบียร์อีกทีภาพร็อบบี้จูบกับโซฟียังติดตาฉันไม่หาย ฉันช็อกและผิดหวังกว่าที่ตัวเองจะคิดไว้มากนัก

 

เฮ้อ

 

ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ร็อบบี้ไม่ได้เดินมาคุยกับฉันอีก ถ้าไม่วุ่นวายกับเพื่อนของเขา ก็คงติดพันกับโซฟีอยู่ ฉันเป็นเหมือนพวกคนขี้แพ้ที่มานั่งกร่อยในงานเลี้ยงที่ไม่ใช่ที่ของตัวเอง

 

บางทีฉันควรกลับ

 

ฉันหยิบไอโฟนขึ้นมา พิจารณาว่าควรจะโทรหาโจเอลตอนนี้ดีไหม แต่มันเพิ่งจะสี่ทุ่มครึ่งเท่านั้น ฉันมาที่นี่ได้แค่ชั่วโมงกว่าๆ และถ้ากลับเร็วเกินไปเพื่อนก็จะพากันสงสัยว่าทำไม หรือเกิดอะไรขึ้น ฉันรู้ว่าฉันซ่อนมันกับเพื่อนสนิทไม่ได้ แต่ก็ไม่มีอารมณ์จะมาเล่าอะไรตอนนี้

 

สุดท้ายฉันก็เลยตัดสินใจยังไม่โทร รอก่อนอีกสักพักแล้วกัน

 

เฮ้ ผู้ชายคนหนึ่งในชุดเฟรดดี้เดินเข้ามาทัก เล็บปลอมของเขายาวเหมือนในหนังจนเขาแทบจะถือขวดเบียร์ไม่ได้ เธอเป็นตัวอะไร ซูเปอร์ฮีโร่สักตัวเหรอ

 

เขาทักแบบนั้นเพราะฉันเหลือแต่ผ้าคลุมแล้ว หมวกหล่นอยู่ข้างๆ โซฟาตอนนี้ ฉันไม่สนหรอกว่าเขาเป็นใคร แม่มดน่ะ แค่ขี้เกียจใส่หมวก

 

โอ้ อย่างนั้นเองหรอกเหรอ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนที่ว่างข้างกาย ฉันขยับตัวเล็กน้อย ลดขาลงจากโซฟา ปีเตอร์นะ เธอชื่ออะไร

 

เกรทาค่ะ

 

ยินดีที่ได้รู้จัก ว่าแต่เธอมานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้ล่ะ

 

เพราะฉันอยากอยู่คนเดียวน่ะสิ แต่ตอนนี้เขาทำลายมันไปแล้ว ฉันไม่ค่อยรู้จักใครน่ะ

 

ถ้างั้นตอนนี้เธอก็รู้จักแล้วนะ

 

ฉันยิ้มยิงฟัน มันน่าจะบอกเขาบ้างนะว่าฉันไม่ค่อยอยากจะสนทนากับเขาเท่าไหร่ แต่เปล่าเลย ปีเตอร์พูดต่อหน้าตาเฉย

 

เธอเรียนที่ RWTH หรือเปล่า

 

อื้ม มีคนนอกในปาร์ตี้นี้ด้วยเหรอ

 

โอ้ เธอไม่รู้อะไรซะแล้ว นั่นมันร็อบบี้ ชไตน์นะ

 

อ้อนั่นสินะ ร็อบบี้ผู้อยู่คนละสังคมกับฉัน

 

ฉันก็เรียนวิศวะที่นั่นเหมือนกัน เธอเรียนคณะอะไรเหรอ

 

ศิลปศาสตร์น่ะ

 

ว้าว สาวที่เรียนภาษานี่มักน่ารักจริงๆ แฮะ ปีเตอร์หยอดมุกเห่ยๆ ที่ฟังดูเป็นการเหมารวมสุดๆ มันเริ่มมาจากใครนะคำกล่าวนี้ อยากจะรู้จริง

 

ไม่ทั้งหมดหรอก…”

 

แต่เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ คำพูดนั้นมาพร้อมกับอ้อมแขนที่เหวี่ยงมาโอบด้านหลังบนโซฟาที่ฉันนั่ง ฉันไม่ได้มีประสบการณ์มาก แต่ใครๆ ก็รู้กันว่าผู้ชายมักเริ่มจากตรงนั้นเวลาที่พวกเขาอยากจะโอบเรา ฉันขยับตัวอีก

 

มันมืด นายก็แค่มองไม่ชัดน่ะ ฉันปฏิเสธสุดฤทธิ์ แต่เขาก็ดูไม่ถอยสักนิด

 

ฮ่าๆ มันมืดก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้ตาบอดนะสาวน้อย

 

ฉันจะไปเอาเบียร์หน่อย ฉันรีบลุกขึ้นทั้งๆ ที่เบียร์ในมือยังเหลืออยู่ครึ่งขวด หากแต่ฝ่ามือข้างนั้นกลับรั้งแขนของฉันเอาไว้

 

ฉันมีของที่ดีกว่าเบียร์นะ เธออยากจะดื่มไหมล่ะ

 

โอ้พระเจ้า ฉันไม่อยากรู้เลยว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ปีเตอร์เข้ามาใกล้มาก เขาทำให้ฉันตื่นกลัวจริงๆ แล้ว ริมฝีปากของเขาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

 

ปีเตอร์ ได้โปรดปล่อยฉัน ฉันอ้อนวอน แต่มันก็ไม่ได้ผล

 

ทำไมล่ะ เธอเบื่อไม่ใช่เหรอ ฉันจะช่วยให้หายเบื่อนี่ไงล่ะ

 

ฉันไม่…”

 

ฉันพยายามจะดันปีเตอร์ออกไป แต่วินาทีถัดมาตอนที่ฉันยังไม่ทันจะตั้งตัว จู่ๆ ริมฝีปากคู่นั้นก็ฉกฉวยเข้ามาปิดริมฝีปากฉันซะเฉยๆ! ฉันตกใจมาก ทำขวดเบียร์หล่นลงพื้น รีบผลักเขาออกตามสัญชาตญาณ หากแต่ปีเตอร์ก็ตัวใหญ่และเรี่ยวแรงเยอะเกินไป ฉันได้แต่ดิ้นและพยายามจะกรีดร้อง แต่ในมุมที่ปราศผู้คนของห้องที่ดังกระหึ่มไปด้วยเสียงเพลงนี้ มันก็ยากที่ใครจะมาสังเกต ยังไม่นับว่าพวกเขาอาจคิดว่าเราเป็นหนึ่งในคู่รักที่นัวเนียกันในปาร์ตี้อีก

 

พระเจ้า ฉันไม่อยากจะเชื่อว่านี่มันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง!

 

ฉันแทบจะเป็นบ้า ขยะแขยงกับจูบของคนแปลกหน้าและรสเหล้าที่คละคลุ้งมากับลมหายใจของเขา และหยาดน้ำตาก็หยดลงมาก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ฉันพยายามที่จะรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อผลักปีเตอร์ออกไป แล้วในที่สุดมันก็ได้ผล

 

สารเลว!!” ฉันคว้าอะไรก็ตามที่อยู่แถวนั้น ทั้งจานขนม หมอนอิง อะไรที่ฉันหยิบได้ปาใส่ปีเตอร์ทันที ไม่สนใจทั้งนั้นว่าใครจะแตกตื่นอะไรยังไง ทั้งร่างของฉันสั่นด้วยความกลัวและความโกรธ เขานึกว่าเขาจะฉวยโอกาสผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่นั่งอยู่คนเดียวในปาร์ตี้หรือไง!

 

เฮ้ย อะไรวะ!”

 

เฮ้ๆๆ เกิดอะไรขึ้น ร็อบบี้คือคนที่วิ่งเข้ามา แต่ฉันก็ยังไม่หยุดเขวี้ยงปาข้าวของใส่ปีเตอร์ที่เริ่มก่นด่าฉันเสียๆ หายๆ เขาทำท่าจะตรงเข้ามาหาเรื่อง แต่ร็อบบี้ก็ยืนขวางเอาไว้ก่อน “Shit! อะไรวะไอ้ปีเตอร์!”

 

แกก็ถามยัยนั่นสิ!”

 

ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ!” ฉันเกือบจะตรงเข้าไปตบหน้าเขาสักฉาด ถ้าหากร็อบบี้ไม่รีบคว้าตัวฉันเอาไว้ก่อน รอบกายแตกตื่นกันไปหมด แต่ก็ช่างหัวคนอื่นสิ ผู้ชายคนนี้มีสิทธิ์อะไรมาลวนลามฉันแบบนี้!

 

เกรทเดี๋ยว! เวรเอ๊ย นี่เธอร้องไห้เหรอเนี่ย เป็นอะไรกัน

 

เป็นอะไรเหรอ! จู่ๆ เพื่อนนายก็มาจูบฉัน นายคิดว่าฉันเป็นอะไรล่ะ!”

 

ฮะ!?” ร่างสูงร้อง รีบสำรวจใบหน้าและร่างกายฉันทันที ฉันโกรธจนแทบบ้า พยายามจะวิ่งหนีออกจากปาร์ตี้เฮงซวยนี่ หากแต่ร็อบบี้ก็ประคองใบหน้าฉันไว้ด้วยสองมือของเขาและดึงเข้ามากอดปลอบเสียก่อนเพียงเท่านั้นทั้งร่างของฉันก็นิ่งงัน มันสงบให้กับความอบอุ่นของอ้อมแขนที่ปลอบประโลมฉันในตอนที่ฉันแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ ฉันกำเสื้อคนตัวสูงไว้แน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ ชู่วๆเกรท ใจเย็น

 

ฉันฮึก

 

มานี่มา ฉันคิดว่าร็อบบี้จะพาฉันออกไปจากที่นี่ตอนที่เขาปล่อยฉันจากอ้อมกอด หากแต่ร่างสูงก็แค่เปลี่ยนมาจับมือฉันไว้ข้างหนึ่ง เขาเอาตัวเองไปเผชิญหน้ากับปีเตอร์แทน ก่อนจะทำสิ่งที่ทำให้คนที่มุงกันอยู่ต้องกลั้นหายใจด้วยความหวาดเสียวอย่างการผลักอกปีเตอร์เต็มแรง สมองกลับหรือไงฮะไอ้พีท ไปทำอย่างนั้นกับเกรทาทำไม

 

อะไรวะ ก็เธอนั่งอยู่คนเดียว ออกจะเชิญชวน…”

 

เฮ้! ผู้หญิงนั่งอยู่คนเดียวแกจะไปเหมาเอาเองว่าเขาเชิญชวนได้ยังไง ไปเลยมึง รีบออกไปจากที่นี่เลยก่อนที่ฉันจะถีบส่งแกออกไป

 

ล้อกันเล่นหรือเปล่าวะเนี่ย!”

 

ร็อบบี้ก็เลยตอบคำถามโง่เง่าของปีเตอร์ด้วยการผลักเขาไปชนผนังเต็มแรง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเย็นๆ หน้าฉันดูล้อเล่นรึไง…”

 

ฉันยังคงขวัญเสียอยู่ แต่ก็บอกตามตรงว่าอึ้งกับเหตุการณ์นั้นไม่ใช่น้อย ร็อบบี้เวลาเอาจริงดูราวกับเป็นคนละคนกับร็อบบี้ที่ฉันรู้จัก ปีเตอร์ดูไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อเพื่อนของร็อบบี้ต่างก็มายืนอยู่ข้างหลังเพื่อข่มขวัญกันขนาดนี้ ฉันเริ่มจะนึกว่านี่เป็นฉากในหนังและลืมสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นซะสนิท จนกระทั่งตอนที่ร็อบบี้หันมาดึงมือฉันอีกครั้ง

 

ร่างสูงพาฉันเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง พอตอนที่เขาเปิดไฟฉันถึงได้เห็นว่ามันเป็นห้องนอน แต่สิ่งที่ชัดเจนขึ้นมาไม่ได้มีแต่เพียงสถานที่เท่านั้นมันคือหยาดน้ำตาบนใบหน้าของฉัน และสีหน้าแห่งความรู้สึกผิดของร็อบบี้

 

ฉันขอโทษ พระเจ้า ฉันไม่น่าปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเลย เขาเอาแต่พูดคำนั้นซ้ำๆ ฉันงุนงงไปหมด แต่ก็พูดไม่ออกเมื่อฝ่ามือหนาประคองใบหน้าฉันไว้และค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้ ให้ตายเถอะเกรท ฉันขอโทษจริงๆ

 

มันไม่ใช่ความผิดของนาย…” ฉันส่ายหัว

 

เธอไม่เป็นไรนะ…”

 

ฉันเงียบไปอึดใจหนึ่ง เพราะความจริงก็คือฉันเป็นฉันโกรธ ฉันเสียใจและรู้สึกอับอายไปพร้อมๆ กัน ฉันก็แค่อยากจะมาเจอเขาในวันนี้ แต่มันดูเหมือนจะไม่ใช่วันของฉันเลย ทั้งเห็นเขาจูบกับคนอื่น ทั้งถูกคนแปลกหน้าขโมยจูบฉันก้มหน้าลงและก็รู้สึกอยากจะร้องไห้อีก

 

ฉันอยากกลับบ้านแล้ว ฉันกัดริมฝีปากเพื่อที่จะได้ไม่ร้องไห้ออกมาอีก และร็อบบี้รู้สึกผิดกว่าเดิมอีกคราวนี้

 

ฉันเข้าใจ แม่งเอ๊ย ฉันเสียใจจริงๆ ขอโทษนะ

 

ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ความผิดของนาย

 

แต่เธอเพิ่งจะถูกไอ้สวะนั่นมันจูบนะฉันเป็นคนชวนเธอมา และก็ไม่ได้อยู่กับเธอเลย มันต้องเป็นความผิดของฉันสิ…” คนตัวสูงถอนหายใจแรง ดึงฉันเข้าไปกอดปลอบอีกครั้ง แล้วความรู้สึกของการได้รับการปกป้องก็เริ่มจะทำให้ฉันหวังอะไรลมๆ แล้งๆฉันหลับตาลงในอ้อมกอดนั้น แต่ก็ผละออกในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

 

ขอบคุณมากนะ แต่ฉันไม่เป็นไรหรอก นายออกไปข้างนอกเถอะโซฟีจะเข้าใจผิดเอา

 

ร็อบบี้หลบตาฉันตอนที่ได้ยินชื่อนั้นฉันไม่เข้าใจมันนัก แต่จะไม่ทำตัวให้เป็นปัญหาหรอก

 

ฉันฝืนยิ้ม คุยกันอยู่เหรอ…”

 

อืมก็ประมาณนั้น เขายกมือขึ้นลูบหลังคอ คำนั้นมันเสียดแทงฉันน่าดู

 

แต่ฉันจะพูดอะไรได้ ดีใจด้วยนะ นายดูเหมาะสมกับเธอมากเลย

 

“…” แต่ร็อบบี้ไม่ตอบ เขาแค่สบตาฉันครู่หนึ่งเท่านั้น ฉันไม่รู้เลยว่ามีความคิดอะไรในหัวผู้ชายคนนี้ แต่มันมีบางอย่างที่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่พูดมันออกมาและเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องแทน เธอจะกลับบ้านยังไง

 

จะโทรให้โจเอลมารับน่ะ

 

“…”

 

อืมมันไม่เข้ากันสินะ ชื่อของโซฟี โจเอล และอะไรก็ตามที่อยู่ระหว่างฉันกับเขาที่สบตากันอยู่ตรงนี้ฉันหวังจริงๆ ว่าจะรู้ว่ามันคืออะไร เราอยู่ใกล้กันแค่นี้ แค่เอื้อมมือเหมือนที่ฉันวางมือบนแผงของเขาอย่างที่ฉันกำลังทำแต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ความกลัวจะทำให้ฉันเป็นฝ่ายที่ต้องหลบสายตาก่อน

 

ฉันควรกลับ…” ฉันลดฝ่ามือลง

 

ฉันจะรอให้โจเอลมารับเธอก่อนแล้วกันร็อบบี้เองก็ผละออกจากฉัน มันเป็นบทสนทนาที่ทำให้เราไม่กล้าสบตากัน ฉันไม่รู้จะเอาสายตาตัวเองไปไว้ตรงไหนเลยสำรวจไปรอบห้องแทนโอ้ มันต่างจากข้างนอกนั่นจังเลยนะ ฉันคิดว่าห้องของผู้ชายจะต้องมีของวางระเกะระกะ แต่ห้องนี้ดูสะอาดสะอ้านดี ฉันชอบที่โทนสีของมันเป็นสีขาว เทาและดำ มีกีตาร์ตัวหนึ่งตั้งอยู่มุมห้องข้างตู้โชว์ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม บนตู้นั้นมีทั้งหนังสือ แผ่นดีวีดี พืชประดับเล็กๆ และโมเดลรถ

 

นี่ห้องของใครเหรอ ฉันถามเพราะไม่รู้ว่าร็อบบี้มีรูมเมตไหม แต่เขาก็ยิ้ม

 

ของฉันเอง

 

อ้ามันบอกนิสัยของคนอยู่อาศัยได้หลายอย่างเลยนะ ร็อบบี้เป็นคนมีระเบียบไม่ใช่เล่นเลยล่ะ แต่จู่ๆ ฉันก็ค้นพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนกับเขาซะอย่างนั้น ฉันยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ สวยดีนะ…”

 

ขอบคุณครับ แต่เธอจะไม่โทรให้โจเอลมารับหน่อยเหรอ

 

เอ้อ ใช่ ฉันลืมไปว่าฉันยังไม่ได้โทร เอ๋ออีกแล้ว ฉันรีบหยิบมือถือมาต่อสายหาเข้าโดยมีร็อบบี้ยืนขำอยู่ข้างๆโธ่ ความผิดเขานั่นแหละที่ดึงความสนใจของฉันไป

 

ฉันคุยโทรศัพท์อยู่เพียงไม่ถึงนาทีเพราะโจเอลรับสายตั้งแต่กริ๊งแรก ร็อบบี้เว้นช่องว่างให้ฉันด้วยการไปหยิบกีตาร์มาดีดเล่นเบาๆ แทน แล้วมันก็ยากที่จะละสายตาจริงๆ เวลาที่เขาสวมชุดนั้นจับกีตาร์และดูทรงเสน่ห์ขนาดนี้

 

ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย

 

นั่นเป็นครั้งแรกเลย ที่ฉันอยากอยู่ที่นี่ต่อ

 

แต่ฉันไม่ได้พูดอะไร และร็อบบี้ก็ไม่ได้พูดเช่นกันเขาเล่นกีตาร์ของเขา แค่เล่นมัน ไม่ได้ร้อง แค่เล่นจริงๆ และฉันก็แค่ละสายตาจากเขาไม่ได้

 

ตอนที่ร่างสูงเงยหน้าขึ้น ฉันก็ยิ้มให้เขา เพราะจัง

 

ขอบคุณครับ เขาบอกก่อนวางมันลง เธอเล่นดนตรีบ้างไหม

 

เคยเรียนเปียโนตอนเด็กๆ แต่ก็ไม่ได้เล่นนานมากแล้วล่ะ ฉันว่า กีตาร์เล่นยากไหม

 

ตอนเริ่มต้นก็พอสมควรนะ ถ้าเธอจับคอร์ดไม่ได้และไม่ฝึกให้มันได้ เธอจะไม่มีวันเล่นเป็นเลยล่ะ แต่ถ้าเข้าใจแล้วมันก็ง่ายมาก ร็อบบี้หยิบกีตาร์ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าฉันสนใจ เขานั่งลงบนเตียงและฉันก็เดินเข้าไปหา ลองจับดูสิ

 

แบบนี้เหรอ ฉันรับมันมาอย่างเก้ๆ กังๆ นั่งหันหน้าเข้าหาร็อบบี้ ลองเลียนแบบท่าทางของเขา แต่มันก็ดูไม่ได้เรื่องเท่าไหร่

 

ถ้าเธอจับแบบนั้น คนจะรู้หมดนะว่าเธอเล่นไม่เป็น เขาหัวเราะเบาๆ หันหลังมานี่สิ ฉันจะบอกให้

 

ฉันทำตาม รู้สึกได้ถึงร็อบบี้ที่ขยับมาชิดกับแผ่นหลังของฉัน เขาเอื้อมมือมาจับคอกีตาร์ไว้ข้างหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวจับนิ้วของฉันให้วางให้ถูกตำแหน่ง ฝ่ามืออีกข้างดึงมือฉันมาตีคอร์ด มันใกล้มากจนฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดต้นคอฉันคิดว่ามือที่ทาบคอร์ดของฉันไม่มีเรี่ยวแรงเอาซะเลย

 

อันนี้คือบีไมเนอร์ ร็อบบี้ดูตั้งใจสอนซะเหลือเกิน ในขณะที่ฉันมือไม้อ่อนไปหมด มันเหมือนตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาก็ไม่ต่าง อันนี้ดี เขากดคอร์ดก่อนเพื่อให้ฉันกดตาม ส่วนนี่จี และนี่เอ แค่สี่คอร์ดนี้เธอก็เล่นได้หลายเพลงแล้ว

 

ผิดแล้วฉันเล่นไม่ได้สักเพลง เพราะฉันจำอะไรไม่ได้เลย

 

ฉันหันกลับไปหาร็อบบี้ มันไม่ได้ตั้งใจเลย แต่ปลายจมูกของฉันก็เกือบจะชนกับปลายจมูกของเขา ริมฝีปากของเราห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ฉันชะงักกึก และร่างสูงเองก็เช่นกันจู่ๆ มันก็ราวกับว่าฉันจะขยับกายไปไหนไม่ได้ซะอย่างนั้น ไม่เคยเข้าใจอะไรก็ตามที่เขาบรรยายกันในนิยายเลยจนกระทั่งในวินาทีนั้น ลมหายใจของร็อบบี้ร้อนผ่าว ฉันรู้สึกว่าตัวเองมึนเมากับความสวยงามของดวงตาคู่นั้นอย่างช่วยไม่ได้

 

พอตอนที่เสียงโทรศัพท์ดัง ฉันก็สะดุ้ง

 

โอ้พระเจ้าโจเอล

 

ฉันรีบผละออกจากร็อบบี้ ลุกขึ้นและคว้าโทรศัพท์มารับ มองร็อบบี้ที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงและเพิ่งจะวางกีตาร์ลงบนพื้นแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเมื่อกี้ฉันจะไปนั่งแนบชิดอิงแอบอะไรอยู่กับเขา และมันเกือบจะเกิดอะไรขึ้นไม่นะ บรรยากาศมันน่ากลัวจริงๆ

 

[เฮ้เกรท ฉันอยู่ข้างล่างแล้วนะ]

 

อะอื้ม ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้ ฉันบอกรัวเร็ว รีบวางสายและหยิบกระเป๋า ไม่รู้ว่าทำไม แต่ร็อบบี้ก็มีรอยยิ้มมองท่าทีเปิ่นๆ ของฉันอีกแล้ว

 

ฉันจะลงไปส่ง

 

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าพูดปฏิเสธ และก็ไม่กล้าตอบรับเพราะอะไรก็ตามที่เกือบจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนมันยังอยู่ในหัวของฉัน แต่ร็อบบี้รับมือกับมันได้ดีกว่าที่ฉันคิด เขาเปิดประตูห้องและโอบฉันออกมา

 

ร็อบ! หายไปไหนมา!” โซฟีนั่นเอง เธอไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลย ฉันเขยิบห่างจากร็อบบี้

 

มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ เกรทาจะกลับแล้ว ฉันจะลงไปส่งเธอก่อน เขาบอกแค่นั้น ไม่คิดจะอธิบายอะไรกับแฟนสาว (รึเปล่านะ) ของเขาเลย ฉันค้อมศีรษะให้เธอและรีบเดินออกมา ย้ำกับร็อบบี้ที่หน้าประตูอีกครั้ง

 

นายไม่ต้องลงไปก็ได้นะ เดี๋ยวโซฟีจะเข้าใจผิดจริงๆ นะ

 

บอกว่าจะลงไปส่งก็จะไปส่งสิ เขาเลิกคิ้ว ฉันปล่อยเธอห่างหูห่างตาแป๊บเดียวก็เกิดเรื่องเลย ไม่ให้ห่างแล้วล่ะคราวนี้

 

ฉันย่นคิ้ว เขาจะมาตามฉันตลอดไม่ได้หรอก แต่ร็อบบี้ก็โอบฉันออกมาอีกอยู่ดีคือมันก็ให้ความรู้สึกที่ดีนั่นแหละ แต่ฉันแค่ไม่ชอบแบบนี้ เพราะนอกจากเขาจะกำลังสร้างความหวังที่ฉันรู้ว่ามันจะไม่เป็นจริงแล้ว เขาก็จะทำให้ฉันมีปัญหากับโซฟีอีก

 

แต่คืนนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรแล้วล่ะ

 

โจเอลลงมายืนรออยู่ที่หน้ารถแล้วตอนที่เราลงมาถึง และเขาก็หันมาเห็นฉันกับร็อบบี้ ฉันมีความรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้อยากทักกันเท่าไหร่จึงหันมาลาร็อบบี้ก่อน

 

ส่งแค่ตรงนี้ก็ได้ ขอบคุณนะที่ช่วยฉัน

 

ก็ความผิดฉันนี่นา

 

บอกว่าไม่ใช่ไง ฉันขมวดคิ้ว ช่างมันเถอะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว นายกลับไปสนุกกับปาร์ตี้ข้างบนเถอะ ไหนจะโซฟีที่รอเขาอยู่อีกล่ะ

 

อืม ฝันดีนะเกรท

 

ฝันดีค่ะ ฉันเป็นฝ่ายที่สวมกอดร็อบบี้ก่อน แม้จะแค่ไม่กี่วินาทีสั้นๆ ฉันก็ยังรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นนี้ ที่ฉันเริ่มจะหวังว่ามันจะเป็นของฉัน แต่ไม่เลยฉันจะไม่เอาอีกแล้วหลังจากนี้ ฉันไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกแล้วเพราะฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย

 

มันเป็นอีกครั้งของค่ำคืนนี้ที่ร็อบบี้สบตากับฉัน และก็อีกครั้งที่ฉันหลบตา ฉันกำลังจะหันหลังเดินไปหาโจเอลอยู่แล้วตอนที่เขาโน้มใบหน้าลงมาหาและประทับจูบที่ข้างแก้มของฉัน ดูเผินๆ มันก็เป็นการกระทำที่เพื่อนเขาทำกัน แต่ความรู้สึกที่มันสร้างไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนควรรู้สึกต่อกัน มันมากกว่านั้น

 

อย่างน้อยสำหรับฉันมันก็มากกว่านั้นจริงๆ

 

และพระเจ้าฉันไม่อาจหยุดนึกถึงมันได้เลยตลอดทั้งค่ำคืนนั้น

  

 

 

 







ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าร็อบบี้จะเป็นคนอย่างนี้ ชาร์ลอตต์พูดมันซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ฉันเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แน่นอนว่าหมายถึงเรื่องที่เห็นร็อบบี้จูบกับโซฟี และเรื่องที่ฉันโดนผู้ชายสารเลวบังคับจูบ

 

เขาไม่ได้ทำอะไรผิด…” ฉันบอกเบาๆ เหมือนที่บอกเธอมาตั้งแต่เมื่อคืน เขาไม่เคยขอฉันเดต แปลว่าการที่เขาไปจูบกับใครก็ไม่ใช่เรื่องผิด และฉันก็รู้อยู่แล้วว่าร็อบบี้จะไม่มาอยู่กับฉันตลอดเวลาที่ปาร์ตี้นั่นชาร์ลอตต์ เพื่อนเธอก็ทำตัวเองเหมือนกัน

 

และนี่แหละเกรท กระทั่งตอนนี้เธอยังปกป้องเขาอยู่อีก

 

ฉันเปล่า…”

 

เธอทำอยู่ ไม่เห็นอย่างที่ฉันเห็นเหรอ ผู้ชายคนนั้นป้อผู้หญิงไปทั่วเห็นๆ คุยอยู่กับอีกคนแต่ก็มาเฟลิร์ตกับเธอ มักง่ายนี่นา

 

ฉันถอนหายใจ ไม่อยากจะเถียงชาร์ลอตต์อีกแล้ว มันอาจจะจริง หรือไม่จริงก็ได้ แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญหรอก อย่าห่วงเลย ฉันไม่อยากยุ่งกับเขาอีกแล้วล่ะ

 

ดี เพราะฉันจะโกรธแน่ถ้าเธอทำ เฮอะ รู้งี้เปิดโอกาสให้โจเอลคนเดียวแต่แรกก็ดีหรอก

 

เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน…”

 

หมายความว่ายังไงอีกล่ะ ชาร์ลอตต์เท้าเอว มือข้างหนึ่งถือตะหลิว เราคุยกันเป็นพักๆ ตอนที่เธอกำลังทำแพนเค้กอยู่ เธอดูเหมือนพร้อมจะฟาดฉันด้วยตะหลิวถ้าฉันพูดอะไรไม่เข้าท่าก็ไม่ต่าง

 

คือฉันก็คิดว่าโจเอลนิสัยดีและน่ารัก

 

แต่?”

 

แต่ฉันทำตัวไม่ค่อยถูกพอรู้ว่าเขาอาจจะคิดอะไรกับฉัน ไม่คิดว่านั่นมันผิดเหรอ ถ้าฉันคิดอะไรกับเขาบ้าง ฉันต้องหวั่นไหวและยินดีมากกว่านี้

 

เฮ้อ ฉันก็พอเข้าใจนะ หมายถึง ฉันก็ลองนึกดูว่าถ้าสมมติวันหนึ่งรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาตั้งนานจู่ๆ ก็มามีใจให้ฉัน ฉันก็คงไปไม่เป็นเหมือนกัน เธอหันกลับไปพลิกด้านแพนเค้ก เอาเถอะ ฉันแค่คิดว่าเขาดีพอจะดูแลเธอได้เท่านั้น แต่ถ้าเธออึดอัดใจฉันจะพูดอะไรได้ จะดูไปเรื่อยๆ หรือปฏิเสธก็แล้วแต่เธอเลย

 

ฉันจะปฏิเสธได้ก็ต่อเมื่อรู้แน่ชัดก่อนนะว่าเขาคิดอะไรจริง ฉันเท้าคางมองเพื่อน

 

โอ๊ย ขนาดนั้นไม่คิดก็แย่แล้วล่ะ อย่าลืมนะว่าถ้าเมื่อไหร่เขาขอเธอเดต เธอต้องล้างส้วมคนเดียวเดือนนึง

 

โอ้ยฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เธอยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีกเหรอ

 

พูดถึงเรื่องเดต รู้ไหมเมื่อคืนฟิลลิปป์บอกฉันว่าอะไร ฉันเปลี่ยนเรื่องเมื่อนึกขึ้นมาได้ ชาร์ลอตต์เลิกคิ้ว เขาเคยจีบโซฟีแต่เธอไม่รับรักล่ะ เห็นบอกว่าจีบยากมากและโซฟีน่าจะมีมาตราฐานสูง

 

จากที่เธอควงร็อบบี้อยู่ตอนนี้ เธอยังต้องถามด้วยเหรอ เพื่อนสนิทหัวเราะหึ แล้วจากที่เธอเล่า เรื่องเอาท์ฟิตของโซฟีกับเพื่อนเธอพวกนั้น เดาว่าคงร้ายกันไม่เบาเลยล่ะ เห็นลุคเหมือนเจ้าหญิงอย่างนั้น ใครจะไปรู้กันนะว่าพอปาร์ตี้แล้วจะกลายเป็นคนล่ะคน

 

นั่นสิแต่พวกเธอก็ยังดีกับฉันนะ หมายถึง ลาร่าน่ะแปลกๆ แต่โซฟีก็ยังน่ารักเหมือนเดิม

 

รอให้ยัยนั่นรู้ว่าร็อบบี้มายุ่งกับเธอก่อนสิ ชาร์ลอตต์เตือน

 

เอ่อ เขาก็ไม่ได้มายุ่งขนาดนั้น

 

เธอไว้ใจผู้หญิงเวลาที่หึงหวงไม่ได้หรอก

 

ก็อาจจะจริง ทางที่ดีฉันรักษาระยะห่างระหว่างตัวเองกับร็อบบี้เอาไว้คงจะดีที่สุดแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

สองสามวันที่ผ่านมาฉันทำอะไรไปเยอะมาก ทั้งเคลียร์งานที่มีกำหนดส่งในอาทิตย์หน้าจนเสร็จ อ่านบทละครซ้ำไปซ้ำมาทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้เริ่มท่องกันจริงจัง และหมดเวลาไปกับการอ่านหนังสือ ฉันทำทั้งหมดเพื่อให้ลืมเหตุการณ์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์

 

แต่วันนี้เป็นวันอังคาร ช่วยไม่ได้ที่ความทรงจำทั้งหมดมันจะย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อฉันเห็นร็อบบี้กับโซฟีที่ห้องชมรม

 

ทำไมจู่ๆ เธอถึงดูน่าหมั่นไส้นะ ชาร์ลอตต์กระซิบเพราะโซฟีควงแขนร็อบบี้ไม่ได้ห่าง ทุกคนในห้องต่างสะกิดกันและเริ่มซุบซิบ ทิมมีดวงตาที่แทบจะถลนออกมาจนเบ้า เขาร้อง

 

อะไรฟะ! สรุปว่าโซฟีเขมือบร็อบบี้ไปแล้วเรอะ!”

 

ก็น่าจะเป็นคำถามที่ทุกคนต่างกระซิบกระซาบกันอยู่ตอนนี้นะ

 

ฉันกระแอมไอ ก้มหน้าก้มตาอ่านบทต่อ ไม่อยากพูดหรือคิดอะไรทั้งนั้นแต่ฉันก็หยุดคำถามพวกนั้นที่ดังขึ้นมาในหัวไม่ได้เลย

 

นี่พวกเขาคบกันแล้วหรือเปล่านะ

 

ร็อบบี้ชอบโซฟีจริงๆ เหรอ

 

ความรู้สึกนั้นระหว่างเรามันไม่มีความหมายเลยจริงๆ ใช่ไหม

 

พระเจ้าฉันไม่มีสมาธิเลย ฉันหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อที่จะโฟกัส ตอนที่ลืมตาขึ้น ทั้งสองคนก็เพิ่งเดินมาถึงที่นั่งของพวกเขาที่อยู่ถัดจากฉันไปสองแถว ร็อบบี้ไม่ได้นั่งลงในทันที เขาหันมายิ้มให้บางๆ ฉันยิ้มตอบและก็ต้องก้มหน้าลงอย่างช่วยไม่ได้เลย

 

ทันใดนั้นฉันก็คิดว่าโซฟีสังเกตเห็นมัน เธอยังคงมีรอยยิ้มและดูเป็นโซฟีคนที่น่ารักอยู่ตอนที่ลุกขึ้นอีกครั้งและเดินเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าที่ดูเห็นอกเห็นใจ

 

เกรทา เธอทัก ฉันกะพริบตาปริบๆ ได้โปรดอย่าตบฉันนะ แต่ดวงตาเศร้าสร้อยของเธอคืออะไรกัน ร็อบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นให้ฉันฟังแล้ว เธอไม่เป็นไรใช่ไหม

 

ฉันยังตั้งตัวไม่ทันนัก หันมองหน้ากับชาร์ลอตต์และเห็นว่าโจเอลกับทิมก็กำลังขมวดคิ้ว อ่าฉันไม่ได้เล่าให้พวกผู้ชายฟังเพราะไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วง

 

อืม ไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณมากนะ

 

ที่จริงเธอน่าจะมาอยู่กับฉันนะตอนนั้น ไม่น่าไปอยู่คนเดียวเลย

 

อยู่กับเธอที่เอาแต่นัวเนียกับร็อบบี้น่ะเหรอ ไม่ดีกว่า ฉันไม่ระวังเองแหละ…”

 

อย่าเลย มันเป็นความผิดของปีเตอร์ต่างหาก ขนาดร็อบยังโกรธเลย เธอจับมือฉันอย่างให้กำลังใจ มันสั้นดีจังนะเวลาที่เธอเรียกชื่อร็อบบี้ แต่เดาว่าคนพิเศษก็มักเรียกชื่อเล่นกันอย่างนี้ อันที่จริงปาร์ตี้จะสนุกมากเลยนะถ้าไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น น่าเสียดายที่เธอกลับก่อน

 

ฉันหัวเราะแห้งๆสนุกของเธอกับฉันมันล่ะแบบเห็นๆ

 

เธอก็สนุกสิ เพราะเธอมีความสุขนี่นา

 

เฮ้อ ทำไมฉันพาลอย่างนี้นะ ก่อนหน้านี้ฉันชอบโซฟีจะตาย เป็นมิตรกับเธอหน่อยสิเกรท อืม ก็คงอย่างนั้น เธออยู่ถึงกี่โมงเหรอ

 

โอ้ เธออุทาน หัวเราะเบาๆ และจู่ๆ ก็ดูเขินๆ ฉันอยู่ยันช่วงสายอีกวันนั่นแหละ แต่ปาร์ตี้น่าจะเลิกอืม ร็อบจ๊ะ ปาร์ตี้ฮาโลวีนเราเลิกกี่โมงนะ

 

ร็อบบี้หันมาด้วยท่าทางงุนงง และฉันก็เริ่มเดาออกแล้วว่าอะไรมันเป็นอะไร

 

ไม่รู้สิ ตีห้ามั้ง

 

ก็คงประมาณนั้นแหละมั้ง เธอหันกลับมายิ้มตอบอย่างเป็นมิตร แต่ก็ยังดูเคอะเขินอยู่ และมันจะเพราะอะไรล่ะที่ปาร์ตี้เลิกตีห้าแต่เธออยู่ที่นั่นถึงช่วงสาย เดาจากท่าทางและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเธอสิ

 

โซฟีอยู่ค้างกับร็อบบี้ นั่นคือความหมายของมัน

 

พระเจ้า ฉันไปถามพวกเขาทำไมนะ

 

งั้นเหรอ ฉันมีรอยยิ้มโง่ๆ อีกแล้ว เพราะฉันมันโง่เหลือเกินที่ไปถามอะไรแบบนั้นกับคู่รักใหม่ปลามันที่คงจะแทบเอามือออกจากกันลำบาก ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นระหว่างพวกเขา ร็อบบี้ไม่สนใจฉันและอาจจะไม่มีวันสนใจ

 

ฉันมันบ้าจริงๆ

 

อ๊ะ อาจารย์มาแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะ

 

ฉันยังคงมีรอยยิ้มให้เธอ แต่ครั้งนี้มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความจริงใจอีกแล้ว เพราะมันยากจริงๆ ที่จะฝืนยิ้มให้โซฟีในตอนที่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับร็อบบี้แต่ความจริงก็คือโซฟีไม่ผิดอะไรเลย ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอมายุให้ฉันจีบร็อบบี้ทำไมนะในตอนที่เธอเองก็ดูชอบเขามากขนาดนี้

 

โอ้มายก้อด แม่นั่นเพิ่งยอมรับว่าเธอนอนกับร็อบบี้ใช่ไหม ทิมยกมือขึ้นกุมหัว ช็อกพอๆ กับชาร์ลอตต์ มีเพียงฉันที่เงียบไม่พูดไม่จา กับโจเอลที่ดูจะไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่นักเขาหันมามองฉันแทน แต่ฉันก็ยังก้มหน้าก้มตาอ่านบท

 

ไม่ต้องไปสนใจ เกรท ไม่ต้องไปสนใจ

 

เอาล่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ชมรมของเราในวันนี้นะจ๊ะ อาจารย์เบาเออร์กล่าวขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นจากบทที่กำลังอ่าน เสียงซุบซิบทั้งหลายเบาลง อย่างที่อาจารย์เกริ่นไปในครั้งที่แล้วว่าวันนี้เราจะต้องมาตกลงเรื่องพร็อบและคอสตูมที่จะซื้อกัน ข่าวดีก็คือมหาวิทยาลัยให้งบเราเยอะกว่าปีที่แล้ว แต่ข่าวร้ายก็คือเราจะต้องมาแบ่งหน้าที่คนที่จะรับผิดชอบไปซื้อกันล่ะ

 

มันเป็นเรื่องเบสิกที่ไม่ต่างอะไรจากปีที่แล้วนัก เรามีพร็อบประกอบฉากที่เก็บสะสมมาตั้งแต่ปีมะโว้ แต่แน่นอนว่ายังต้องการเพิ่มอีกพอสมควร อย่างน้อยๆ ก็ต้องซื้อพวกอาวุธมาให้เหล่ากองโจรทั้งหลาย และชุดสำหรับตัวละครหลักก็จะต้องซื้อใหม่ทั้งหมด เพราะมันคงจะตลกถ้าถ่ายรูปออกมาแล้วพระเอก-นางเอกแต่งชุดเหมือนเดิมทุกปี

 

อาจารย์เบาเออร์สรุปรายการของที่เราต้องซื้อซึ่งยาวเหยียด และคราวนี้ก็ถึงช่วงเวลาเกี่ยงกันล่ะ

 

ว่าไงจ๊ะ ใครจะพออาสาไปซื้อของได้บ้าง แบ่งๆ กันไปเหมือนเดิมนะจ๊ะ กลุ่มนึงไปหาซื้อพร็อบ อีกกลุ่มดูแลเรื่องเสื้อผ้า และอีกกลุ่มก็ของใช้จิปาถะ

 

แล้วแน่นอนเงียบ ทุกคนหลบสายตากันหมด

 

เฮ้อ มันก็อย่างนี้แหละน้า ชมรมเราคนไม่เยอะเท่าไหร่ นอกจากเล่นเองแล้วยังต้องเป็นฝ่ายคอสตูม แสงสีเสียงอะไรเองทั้งหมด มันลำบากและมักทำให้คนในชมรมมีปากเสียงกันบางครั้ง เพราะการอาสาไปซื้อของ ก็ไม่ได้หมายความว่าของที่ซื้อมาจะถูกใจทุกคน (ซื้อมาให้แล้วยังต้องโดนด่าอีก ว่างั้นเถอะ) แต่เมื่อการแสดงสิ้นสุดลงทุกอย่างก็ได้รับการให้อภัย

 

แต่ใครล่ะจะอยากรับภาระง่ายๆ

 

ถ้าไม่มีใครเสนอ อาจารย์จะจับฉลากนะจ๊ะอาจารย์เบาเออร์เริ่มขู่

 

มันขัดใจฉันเป็นบ้า เราต่างก็ไม่อยากทำกันทั้งนั้น แต่งานมันคงจะเดินหรอกถ้าเกี่ยงกันอย่างนี้ ฉันยกมือขึ้นในที่สุด หนูดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้ก็ได้ค่ะ

 

ฉันสาบานว่าเธอนี่ชอบหางานให้ตัวเองจริงๆ นะ ชาร์ลอตต์ส่ายหัว แต่เธอก็เป็นเพื่อนที่ดีพอจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องทำงานคนเดียว เธอยกมือขึ้นบ้าง ถ้าอย่างนั้นหนูจะช่วยเรื่องพร็อบค่ะ ขออย่างเดียว ขอแบ่งคนมาช่วยหนูหรือเกรทบ้างนะ เพราะเราคงทำแค่สองคนไม่ไหวจริงๆ

 

อ๊ะ งั้นผมช่วยชาร์ลอตต์เองครับ ทิมเสนอ เห็นไหมว่าเพื่อนฉันน่ารักนักแหละ

 

ผมช่วยได้นะ จู่ๆ ร็อบบี้ก็พูดขึ้นบ้าง โอ้ไม่เอาน่า ผมมีรถ จะช่วยขนของให้ก็ได้

 

ถ้าอย่างนั้นผมจะช่วยอีกแรง โจเอลเองก็เอาบ้าง เอ่อ นี่มันต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่

 

อุ๊ย ถ้างั้นหนูก็จะช่วยด้วยค่ะ

 

และนั่นเป็นเสียงของโซฟี

 

ฉันอยากจะโขกหัวตัวเองกับเก้าอี้ตัวหน้าแรงๆ ปีที่แล้วไม่เห็นโซฟีจะมีจิตอาสาอย่างนี้เลย ฉันกำลังคิดว่าเธออาจจะรีบยกมือเพราะร็อบบี้เสนอ และโจเอลก็ทำไปเพราะฉัน

 

ยอดเลยจ้ะ คนอื่นก็ช่วยเพื่อนด้วยนะจ๊ะ อย่าปล่อยให้พวกเขาทำกันอยู่แค่หกคน แบ่งเบาภาระกันไปงานจะได้เดินเร็วๆ

 

อาจารย์เบาเออร์ไม่ได้รู้เลยว่างานมันกำลังจะเดินช้ากว่าเก่าฉันกัดริมฝีปากแน่น สบตาร็อบบี้ที่หันมองกลับมา ใบหน้าของเขาที่มองโจเอลเรียบเฉย เหมือนใบหน้าของโซฟีที่มองฉันให้ตอนนี้ ขนาดทิมที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรก็น่าจะได้กลิ่นตุๆ ของเรื่องนี้

 

ใครก็ได้เอาฉันออกไปจากตรงนี้ที

  

 

 

Next :

เราเปลี่ยนออกมาอีกชุด ครั้งนี้เป็นเดรสแขนยาวสีชมพูอ่อนที่ดูหวานมากและออกจะเข้ากับบทอามาเลีย ฉันคือคนที่ออกจากห้องลองมาก่อน

ว้าว โจเอลร้องเบาๆ เขามีรอยยิ้มพึงพอใจ

ฉันเหลือบมองร็อบบี้เขาไม่ได้คอมเมนท์อะไรเลย แต่การกัดริมฝีปากกลั้นรอยยิ้มอย่างนั้นของเขามันก็บอกฉันแล้ว พระเจ้าฉันเขินกับท่าทางนั้นยิ่งกว่าคำพูดของโจเอลซะอีก ได้ยังไงกันนะ

แล้วอะไรไม่อะไรโซฟีก็ต้องเปิดม่านออกมาเห็นช็อตนั้นพอดีอีก

 

 

 

 

 



FernniZ’s 2nd Talk : 07.12.17

          วุ่นวายแน่ๆ เลยค่ะซิ้สสสส ฮี่ๆๆ ตอนหน้านี้จะเอายังไงดีน้าร็อบบี้ไม่ชัดเจนเพราะอะไรกันนะ โซฟีนี่ยังไงกันแน่ เดี๋ยวรู้ววววเลย อีกไม่นานเกินรอแน่ๆ ค่ะ สัญญา :) เรื่องมันจะเริ่มหลังตอนหน้าเป็นต้นไปนะ เตรียมตัวให้ดี! วันนี้ไม่มีอะไรจะทอล์กแล้วค่ะ เพิ่งกลับมาถึงบ้าน เหนื่อยมากๆ เลย ไว้เจอกันพรุ่งนี้กับเรื่องมาร์คัสเนอะ :)



FernniZ’s 1st Talk : 04.12.17

          พระเอกเราคิดอะไรอยู่ในใจน้าเดาใจยากจริงๆ (หัวเราะ) ความจริงก็คือตั้งใจแต่งมาแบบนี้ค่ะ :) เดี๋ยวจะบอกทีหลังว่าทำไม ฮ่าๆ รีดเดอร์ก็อินเรื่องนี้กันจนเอาไปคอมเมนท์ในเรื่องมาร์คัสกันเต็มเลยว่าร็อบบี้ไม่ชัดเจนกลับมาหามาร์กี้ดีกว่า ฮ่าๆๆ เอาน่า อยากให้อ่านไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ เนอะ! ส่วนเพลงของตอนนี้ก็ช่างเข้ากับเนื้อหาอะไรอย่างนี้นะ เกี่ยวกับความรักของคนสองคนที่มีฝ่ายหนึ่งไม่ชัดเจน พี่เอ็ดเขาก็เลยบอกประมาณว่าอย่ามาให้ความหวัง (อย่ามาเรียกฉันว่าที่รัก) ถ้าไม่ได้คิดอะไร ก่อนที่ฉันจะตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำไปมากกว่านี้อูย เจ็บจุง

            เจอกันเนอะ!

 

 

 Ed Sheeran – Dive


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

559 ความคิดเห็น

  1. #478 Sona1 (@bammie1a) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 14:57
    ร็อบแบบจะชอบเกรทก็เหมือนจะไม่จะเลือกโซฟีก็ไม่เชิง แอบหมั่นโซฟีตรงนางเกาะร็อบเป็นปลิงเลยเนี่ยยยย....
    #478
    0
  2. #408 bsunn (@bsunn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:32
    ชอบมากกกค่า ชอบการบรรยายช่วงที่ตึงๆหน่วงๆมาก อ่านแล้วแบบ อินนน เข้าใจนางเอกที่แบบ พอแล้ว ไม่รู้สึกเ้วยแล้วมากกก
    #408
    0
  3. #332 hh_990925 (@huda-pinkgirls) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 13:34
    งอนร็อบบี้แล่ววว
    #332
    0
  4. #302 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 22:03
    ฉันจะไม่รักนายอีกต่อไปร็อบบบบบบ
    #302
    0
  5. #274 La Siesta (@nootuatia) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 16:13
    หัวร้อนกับร็อบบี้มากๆๆๆๆๆ ตัดคะแนนค่ะ!
    #274
    0
  6. #175 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 21:29
    แอบงอนร็อบบี้มากๆนะแต่เห็นไรท์ว่ามางี้ก็ขอรอพิจารณาร็อบบี้ก่อนแล้วกันจะยังไม่ตัดสิน // รอความวุ่นวายต่อจากนี้เลยจ้า5555555
    #175
    0
  7. #174 SkYPeLoVeR (@skype-lover) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 21:12
    โซฟีนี่ร้ายแน่นอน อ่านปลเวนางร้ายมากกกกกก ร้ายเงียบสุดฟ เกรทาผู้แสนดี55555
    #174
    0
  8. #173 Koimanat (@manatsawan88) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 09:05
    ข้องใจเว้ยยยยย
    #173
    0
  9. #172 sepxtember (@diamond-blaze) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:21
    นี่งอนร็อบบี้แล้วก็เริ่มไม่ชอบโซฟี แต่ก็ไม่เชียร์โจเอล 5555555 เลิกยุ่งกับโซฟีเดี๋ยวเน้ กลับมาหาเกรทาเร็วววว
    #172
    0
  10. #171 lanon-kk (@kp-keaw) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:15
    ราฟมาจัดการน้องเธอที ร็อบบี้ถ้าเธอยังเป็นงี้ฉันจะเปลี่ยนเรื่อนะ ถึงชื่อเรื่องจะบอกว่าเธอพระเอกก็ตามนะย่ะ ชิๆๆ
    #171
    0
  11. #170 boboo18 (@boboo18) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 23:13
    ร๊อบบี้หลายใจ55555
    #170
    0
  12. #169 ABITOFSOM (@JS_jslove) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 23:10
    เปลี่ยนพระเอกเดี๋ยวนี้น้าาาา
    #169
    0
  13. #168 Neung111 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 23:07
    ร๊อบบี้เนี่ยพนันกับเพื่อนไว้อีกป่าว ดูมีซัมติง
    #168
    0
  14. #167 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:48
    ยัยร็อบบี้! ทำไมไม่ชัดเจนแบบนี้หาา ถ้าคบกับโซฟีก็เลิกอ่อยเกรทาสักที55555555 พาลสุดๆ อยากอ่านต่อแล้ว ยังคงสงสัยมากๆว่าร็อบบี้คิดอะไรอยู่น้า
    #167
    0
  15. #166 Marinechat (@Marinechat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:45
    จุดนี้เคืองร็อบมาก ตัดคะแนน!!!
    #166
    0
  16. #165 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:44
    ร๊อบบี้ดูชอบเกรทจริงๆนะ แต่อะไรไม่รู้แหละเรื่องโซฟีจะมาดีมาไม่ดี แค่ตอนนี้แอบหัวร้อนเบาๆ
    #165
    0
  17. #164 Snoopysnooker (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:37
    มันต้องวุ่นวายมากเเน่ ดูยังไงโซฟีก็ไม่น่าจะยอมง่าย โดยส่วนตัวเราไม่โทษโซฟีนะเพราะเอาจริงนางก็คุยกับร็อบอยู่ ถ้าเกิดมีผู้หญิงอื่นเข้ามายุ่งกับคนของเรา ยังไงเราก็ไม่โอเค เรื่องนี้ผู้ชายผิดเต็มประตูเลยที่ไม่ชัดเจนในการกระทำ
    #164
    0
  18. #163 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:34
    ร๊อบบี้ไม่กล้ากับความสัมพันธ์นี้หรือเปล่า แบบถ้าเดืนหน้ากลัวจะทำมันพัง ไม่รู้ หนูเดา 55555555555555555555 คิดแบบพระเอกชอบนางเอก 5555555555 แลดูโคตรวุ่นวายอ่ะความสัมพันธ์ในตอนนี้ โซฟีกับร๊อบนี้ยังไงหรือแต่แกล้งนางเอก นี้ก็คิดในทางพระเอกหลงนางเอกเวอร์อีกแล้ว 55555555555555 ไม่น่าใช่นิยายเจ้เฟิร์นไม่มีอะไรง่ายๆ!
    #163
    0
  19. #162 Papenny (@penni) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:33
    โจเอลจะได้บทเพื่อนที่น่าสงสารมั้ย ทำไมถึงดีแบบนี้นะ อยากรู้แล้วจริงๆค่ะว่ามันเป็นยังไงมายังไง ร็อบเพิ่มความยุ่งยากให้ชีวิตเกรทอีกแล้วนะะ จะเอายังไงยู้วววววว จากทีมร็อบที่กำลังคิดว่าจะเปลี่ยนไปให้กำลังใจโจเอลค่ะ55555555
    #162
    0
  20. #161 boboo18 (@boboo18) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 00:26
    ทีมโจเอล คึคึ
    #161
    0
  21. #160 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 15:05
    Complicated soodddd
    #160
    0
  22. #159 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 14:38
    ร็อบบี้นอกจากนายจะไม่ชัดเจนแล้วนายอาจทำให้โซฟีมีปัญหากับเกรทอีกนะ ยิ่งกลัวเกรทโดนแกล้งอยู่ด้วย แงงงเราจะเป็นทีมปกป้องนางเอกเอง!
    #159
    0
  23. #158 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 10:02
    ชัดเจนหน่อยร็อบ
    #158
    0
  24. #157 Nknpp_Sky (@smilenook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 03:01
    ใจนึงก็ชอบนะเรื่องที่มันหน่วงๆแบบนี้ แต่อีกใจก็แบบโอ่ยยย อยากรู้เหตุผลและเรื่องราวต่อแล้วว่าจะเป็นไง ฮืออออ อินเหใือนตัวเองเป็นเกรท5555
    #157
    0
  25. #156 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 00:07
    สงสารเกรทาฮือ ร็อบบี้คิดยังไงกันแน่น้า
    #156
    0