ตอนที่ 3 : CH.2 - Your smile lightens up the whole room

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 พ.ย. 60





2

Your smile lightens up the whole room

รอยยิ้มของคุณทำให้ทั้งห้องสดใส

 

 

เอาล่ะ ฟังนะ…Die Räuber คือนิยายโศกนาฏกรรมที่มีฉากเริ่มต้นดำเนินเรื่องในปราสาทของแม็กซิมิเลียน มัวร์ มันเริ่มเรื่องด้วยการที่ฟรานซ์ มัวร์ ลูกชายของเขาอ่านจดหมายที่ส่งมาจากเมืองไลป์ซิก…”

 

เธอจำได้กระทั่งว่ามันส่งมาจากไหนด้วยเรอะ ร็อบบี้ขัด

 

จำได้สิ ตั้งใจฟังหน่อย ฉันดุ ร็อบบี้บู้ปาก เราเดินเข้าเมืองไปด้วยและก็คุยกันไปด้วย ฉันทิ้งจักรยานไว้ที่มหาวิทยาลัยเพราะมันยากที่จะหาที่จอดจักรยานในเมือง อีกอย่างมหาวิทยาลัยของเราก็ออกจะตั้งอยู่กลางเมือง แบบที่มีตึกเรียนกระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมขนาดนี้ จดหมายนั้นมีเนื้อความที่แจ้งถึงการกระทำอันโหดร้ายของคาร์ล มัวร์ ลูกชายคนโตของเคานท์แม็กซิมิเลียนที่ไปฉุดหญิงสูงศักดิ์และฆ่าคู่หมั้นของเธอ ไหนจะมีหนี้ท่วมหัวและก่อตั้งกองโจรอีก มันเป็นจดหมายที่แจ้งว่าตำรวจกำลังต้องการตัวคาร์ล

 

แต่มันไม่ใช่ของจริงไม่ใช่เหรอ

 

ถูกต้อง ฉันอมยิ้ม อย่างน้อยร็อบบี้ก็พอจะรู้เรื่องราวบ้างจากการอ่านผ่านๆ ของเขานะ แม็กซิมิเลียนรู้สึกเสียใจมากกับการกระทำของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา คือจะเรียกว่ารักคาร์ลมากกว่าฟรานซ์ก็ได้น่ะนะ ทีนี้ฟรานซ์ก็ออกความเห็นว่าพวกเขาควรจะรักษาชื่อเสียงของตระกูลด้วยการขับไล่คาร์ลออกจากบ้าน แม็กซิมิเลียนเจ็บปวดมาก แต่ก็ยอมตกลงที่จะขับไล่คาร์ล และจะอภัยให้ก็ต่อเมื่อคาร์ลสำนึกผิดอย่างแท้จริงเท่านั้น

 

อือฮึ…” ร็อบบี้ครางรับ เขาโอบฉันอย่างระวังเพื่อให้มาเดินด้านในเมื่อมีคนขี่จักรยานผ่านฉันไปไม่กี่นิ้ว มันดูเป็นการกระทำตามสัญชาตญาณแต่ก็ทำให้ฉันอดใจเต้นแรงไม่ได้เลยเมื่อเขาเป็นฝ่ายออกมาเดินริมเอง

 

สัญชาตญาณการปกป้องของพวกผู้ชายนี่นะ

 

เอ่อ เล่าต่อดีกว่า

 

แม็กซิมิเลียนให้ฟรานซ์เป็นคนเขียนจดหมายถึงคาร์ลและออกจากห้องไป ฟรานซ์ก็ได้ใจที่แผนใส่ความพี่ชายตัวเองสำเร็จและตอนนี้สมบัติของพ่อก็จะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ส่วนทางคาร์ลที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ เมื่อได้รับจดหมายก็เข้าใจผิดและเสียใจที่โดนขับไล่ ในตอนนั้นชปีเกล หนึ่งในเพื่อนของคาร์ลก็ออกความเห็นว่าเขาอยากจะตั้งกองกำลังนอกกฎหมาย คาร์ลที่กำลังเสียใจอยู่คิดว่าเขาไม่สามารถกลับบ้านได้อีกแล้วจึงตกลง เพื่อนทั้งกลุ่มเลือกเขาเป็นหัวหน้า ซึ่งขัดกับความต้องการของชปีเกลที่อยากจะเป็นเอง

 

อืม แล้วยังไงต่อ

 

ฟรานซ์ที่ทำแผนสำเร็จก็พยายามจะโน้มน้าวอามาเลีย หญิงสาวที่คาร์ลรัก ว่าคาร์ลไม่รักเธออีกต่อไปแล้วและได้ปันใจไปให้ผู้หญิงคนอื่น แต่อามาเลียปฏิเสธที่จะเชื่อและไล่เขาออกจากห้อง ทีนี้ฟรานซ์ก็ไปนำแฮร์มันน์ คนรับใช้ที่สนิทเข้ามาในแผน เขาไม่สามารถปฏิเสธฟรานซ์ได้เพราะเขาเองก็ตกหลุมรักอามาเลียและฟรานซ์สัญญาว่าจะให้เขาแต่งงานกับเธอถ้าแฮร์มันน์ทำตามที่เขาสั่ง

 

ฉันสาบานว่าผู้หญิงนี่เป็นต้นเหตุของทุกสงครามจริงๆ นะ ทั้งทรอยเอย อะไรเอย

 

เอ้อก็ใช่

 

ผู้หญิงเป็นต้นเหตุ หรือตัณหาของผู้ชายก็ไม่รู้

 

อู้ว รู้สึกเหมือนโดนด่าแฮะ ร่างสูงกุมอกตัวเองเหมือนว่าคำพูดฉันมันแทงอกเขา แหม ก็จริงนี่

 

ยังไงก็ตาม ฟรานซ์ให้แฮร์มันน์ปลอมตัวเป็นคนแปลกหน้า เข้ามาในปราสาทและประกาศกับแม็กซิมิเลียนและอามาเลียว่าคาร์ลเสียชีวิตแล้ว โดยอ้างว่าคาร์ลโทษพ่อของเขาที่ทำให้เขาต้องเป็นเช่นนี้และบอกให้อามาเลียลืมเขาซะโดยการแต่งงานกับฟรานซ์ เธอรับไม่ได้และร้องห่มร้องไห้ออกจากห้องไป ส่วนแม็กซิมิเลียนก็ตรอมใจและเริ่มที่จะป่วยหนัก

 

ละครน้ำเน่าจริงๆ แฮะ

 

ก็มันละครเก่านี่นา…” มันก็อย่างนี้แหละ แถมบทที่เล่นยากที่สุดก็คือบทอามาเลีย เพราะเธอต้องเศร้าโศกเสียใจแทบทั้งเรื่องเลย ทีนี้ฝั่งคาร์ล จากที่ทีแรกมีความตั้งใจว่าจะเป็นกองกำลังนอกกฏหมายที่ช่วยเหลือชาวบ้าน ทุกอย่างก็เริ่มเหนือการควบคุมเมื่อลูกน้องของเขาเริ่มเข่นฆ่าเด็ก ผู้หญิงและคนแก่โดยไม่มีความรู้สึกผิดอะไรเลย พวกเขาสูญเสียคนจากการสู้รบ และนักบวชคนหนึ่งก็มาที่แคมป์และกล่าวว่าพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษถ้าหากยอมมอบตัวคาร์ลให้ทหาร แต่พวกโจรก็ไม่ยอมทรยศหัวหน้าของพวกเขา ทุกคนก็เลยยังสู้รับกันต่อไป

 

อันที่จริงเรื่องมันคงจบนานแล้วนะถ้าคาร์ลยอมมอบตัวไปซะ ร็อบบี้หรี่ตาลง

 

ถ้าจบง่ายๆ มันจะเป็นละครที่ดังขนาดนี้ได้ไงล่ะ

 

ก็จริง…”

 

มันเป็นละครโศกนาฏกรรมเลยเชียวนะ ทางฝั่งฟรานซ์ก็คิดจะฆ่าแฮร์มันน์ปิดปาก แต่ก็ไม่สำเร็จจึงส่งแฮร์มันน์ไปอยู่ที่อื่น แฮร์มันน์ลอบไปสารภาพกับอามาเลียถึงแผนการที่ฟรานซ์ให้เขาทำ และบอกด้วยว่าคาร์ลนั้นยังมีชีวิตอยู่ ฉันเว้น เรื่องนี้ยาวและเล่ายากจังเพราะมันต้องสลับฉากไปมาระหว่างการต่อสู้ในป่ากับปราสาทของแม็กซิมิเลียน แต่ร็อบบี้ดูตั้งใจฟังขนาดนี้ ฉันจะเล่าต่อแล้วกัน กองโจรของคาร์ลสูญเสียคนสนิทจากการต่อสู้ในป่า แต่ก็ได้สมาชิกชื่อโคซินสกี้มาเข้าร่วม แต่เดิมโคซินสกี้เป็นชายสูงศักดิ์ผู้บังเอิญได้พบกับอามาเลีย เขาเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฎ แต่ก็ถูกปล่อยตัวมา โดยที่อามาเลียคือคนที่ช่วยเหลือเขา เธอจะยอมแต่งงานกับลูกชายของท่านเคานท์เพื่อช่วยชีวิตโคซินสกี้ เมื่อได้ยินเรื่องนี้คาร์ลก็ตัดสินใจปลอมตัวกลับไปที่ปราสาทของพ่อเขาเพื่อพบกับอามาเลียและค้นพบว่าเธอยังคงรักเขาอยู่

 

แต่ปัญหาก็คือพระเอกของเรากลายเป็นโจรโหดเหี้ยมไปซะแล้ว ร็อบบี้ผิวปาก

 

อื้ม คาร์ลกลับมาที่แคมป์และคิดจะฆ่าตัวตายแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ทำ ในตอนนั้นเขาก็บังเอิญไปเห็นแฮร์มันน์แอบนำอาหารมาให้นักโทษที่ถูกขังอยู่ในคุก ก่อนจะค้นพบว่านักโทษคนนั้นคือพ่อของเขาเอง คาร์ลเข้าใจทันทีว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นแผนของฟรานซ์ จึงสั่งให้ลูกน้องไปนำตัวฟรานซ์มา จากนั้นเขาก็เปิดเผยตัวตนกับพ่อของเขา แต่แม็กซิมิเลียนก็ตายลงในที่สุด

 

แล้วฟรานซ์กับอามาเลียล่ะ

 

ฟรานซ์แขวนคอตายตอนที่พวกโจรบุกเข้าไปที่ปราสาท อามาเลียได้พบกับคาร์ลอีกครั้ง แน่นอนว่าพวกเขายังคงรักกันอยู่ เธอไม่โกรธเกลียดไม่ว่าเขาจะกลายเป็นคนเลวร้ายไปแล้ว คาร์ลกลับใจหลังจากนั้นและคิดว่าพวกเขาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน แต่มันคงไม่ใช่ละครโศกนาฏกรรมถ้ามันมีตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิงน่ะนะ ฉันถอนหายใจเบาๆ คิดยังไงอามาเลียก็ต้องเล่นยากสุดจริงๆ พวกแก๊งค์โจรไม่ยอมให้คาร์ลทิ้งพวกเขากลับไปหาอามาเลีย กล่าวว่าพวกเขาสังเวยชีวิตเพื่อคาร์ลมาตั้งมาก และคาร์ลเองก็ได้สาบานแล้วว่าจะอยู่เคียงข้างพวกเขาสุดท้ายคาร์ลก็ไม่มีทางเลือก เขาตั้งใจจะปล่อยอามาเลียไป หากแต่เธอก็ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเขา อามาเลียขอให้ลูกน้องของคาร์ลฆ่าเธอ แต่สุดท้ายแล้วคาร์ลก็ต้องเป็นคนที่จบชีวิตเธอด้วยตัวเองเพราะเขาไม่ต้องการให้ใครแตะต้องหญิงสาวที่เขารักนั่นแหละตอนจบของเรื่องล่ะ

 

พวกคนสมัยก่อนนี่ยึดถือพวกคำสาบานกันจังเลยนะ ร็อบบี้ส่ายหัว เรายังคงเดินเคียงข้างกันอยู่ในเมือง และฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเลยนี่เขาเดินมาส่งฉันเพราะอยากฟังเรื่องทั้งหมดนั้นจริงๆ เหรอ

 

ก็แล้วถ้านายเป็นคาร์ล นายจะทำยังไงล่ะ

 

อืม ฟังดูแล้วต่อให้ฉันไม่ฆ่าอามาเลีย คนอื่นก็จะทำแทนอยู่ดี หรือดีไม่ดีฉันอาจโดนฆ่าตายที่ไม่ยอมฆ่าคนรักอีกน่ะ เขาลูบคางตัวเอง มันก็ดูไม่มีทางเลือกจริงๆ นั่นแหละ แต่ถ้าต้องฆ่าคนที่ตัวเองรัก ฉันคงยิงตัวตายหลังจากนั้นด้วยเหมือนกัน

 

โอ้ ร็อบบี้ ชไตน์…” เป็นคำตอบที่ไม่ได้คาดหวังเลยนะ

 

ก็เท่าที่อ่านเองกับฟังเธอเล่า มันดูเหมือนว่าพวกเขารักกันมาตั้งนานแล้วนี่ และยังซื่อตรงกับอีกฝ่ายมาโดยตลอดอีกต่างหาก ร็อบบี้ยักไหล่ ถ้าต้องอยู่แบบรู้ว่าตัวเองฆ่าผู้หญิงที่รัก ฉันตายด้วยเลยดีกว่า

 

นั่นฟังดูโรแมนติกจังนะ

 

เอ่อ แต่ถ้าไม่ตายจะโรแมนติกกว่านะ คิ้วเข้มขมวดแน่น ฉันหลุดหัวเราะเบาๆ แค่คิดว่าถ้าฉันเป็นคาร์ลคงทำแบบนั้นเฉยๆ แต่ก็ไม่รู้สิฉันไม่ได้มีแฟนนี่ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรให้ผู้หญิงสักคนได้มากแค่ไหน

 

ไม่จริง ร็อบบี้น่ะเหรอไม่มีแฟน ฉันหยุดเดินด้วยความแปลกใจ ร็อบบี้เองก็หยุด เขาล้วงสองมือกับกระเป๋าแจ๊กเก็ต จู่ๆเราสองคนก็หยุดมองหน้ากันกลางเมืองที่สองข้างทางเป็นช็อปปิงเซ็นเตอร์ แล้วก็ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะรู้สึกเขินขึ้นมา

 

เดี๋ยวก่อนสิ เขาก็แค่บอกว่าเขาไม่รู้เพราะเขาไม่มีแฟน

 

ฉันคิดอะไรของฉันกัน

 

ทำไม มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยหรือไง

 

ฉันต้านทานรอยยิ้มนั้นไม่อยู่ก็เลยหลบตาและเดินต่อ ก็มันดูไม่น่าเชื่อน่ะสิ นายดังจะตาย แล้วผู้หญิงในชมรมก็ดูออกจะกรี๊ดกันซะขนาดนั้น

 

แล้วฉันต้องชอบทุกคนที่ชอบฉันเหรอ เขาเอียงคอ มีลักยิ้มบุ๋มที่น่ารักมากอีกแล้ว ฉันรู้สึกว่าตาพร่ามัวไปหมด

 

“…” พระเจ้า ฉันตอบไม่ถูกเอาซะเลย

 

ไอติมไหม ร็อบบี้เปลี่ยนเรื่องด้วยคำถามนั้นแทน ฉันมองตามและค้นพบว่าทางฝั่งขวามีร้านไอศกรีมร้านหนึ่ง และเอาตามจริงนะฉันไม่รู้เลยว่าได้เดินมาถึงไหนกับร็อบบี้กันแล้วจนตอนนั้นเอง บางทีฉันอาจเดินและคุยกับเขาไปเรื่อยๆ ได้โดยที่สิ่งต่างๆ รอบกายไม่มีความหมายเลย

 

ฉันกำลังเริ่มรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ ฉันรู้

 

แต่จะทำยังไงดี

 

ฉันปฏิเสธไม่ได้เลย เอาสิ

 

ร็อบบี้จึงยิ้มและแตะแผ่นหลังฉันอย่างระวังเพื่อให้ฉันเดินเข้าไปก่อน สัมผัสของเขาดูเป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ เขาลดมือลงในไม่กี่วินาทีถัดมา และฉันก็ลืมซะแล้วว่าไอศกรีมรสโปรดของตัวเองน่ะมันรสอะไร

 

อืมกินอะไรดีนะ

 

เอามิกซ์เบอร์รี่แล้วกันค่ะ ฉันสั่ง กำลังจะเปิดกระเป๋าหากระเป๋าสตางค์แต่ร็อบบี้ก็แตะมือฉันให้หยุดซะก่อน

 

บอกว่าจะเลี้ยงไง

 

ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง

 

แค่นี้เองก็ให้ฉันจัดการสิ เขายืนกราน ดันมือของฉันลง หันไปสั่งไอศกรีมของตัวเองก่อนจะบอก เธอนี่แปลกคนแฮะ ไหนก่อนหน้านี้ยินดีจะให้ฉันเลี้ยงไง

 

ฉันทำแก้มป่อง แหม ก็เกรงใจนี่

 

มันเป็นของตอบแทนที่เธอเล่าเรื่องย่อของละครให้ฉันฟัง ตกลงนะ

 

ฉันก้มหน้างุดๆ ไม่ตอบเพราะเขินนี่ร็อบบี้ ชไตน์เดินมาส่งฉันในเมืองและเลี้ยงไอศกรีมฉันนะ ขนาดเพื่อนฉันเองอาจจะยังไม่เชื่อกันเลยมั้ง

 

ขอบคุณค่ะ ฉันกล่าวเมื่อร็อบบี้รับไอศกรีมโคนทั้งของฉันและของเขามาก่อนจะส่งให้ ร่างสูงเอาโคนของตัวเองมาชนโคนของฉันเบาๆ แล้วก็หัวเราะเหมือนว่าเขาเพิ่งชนแก้วเบียร์กับฉันอย่างนั้น

 

พระเจ้าฉันหยุดมองลักยิ้มบุ๋มนั่นไม่ได้เลย

 

นายส่งฉันตรงนี้ก็ได้นะ เดี๋ยวฉันเดินไปเอง ฉันบอกเพราะรู้สึกว่าหัวใจตัวเองอ่อนแอเหลือเกิน และอีกอย่างมันก็ไม่มีเหตุผลให้ร็อบบี้เดินมาไกลขนาดนี้กับฉันเลย

 

เธอเรียนคณะอะไร

 

เอ้อเขาไม่ได้ฟังฉันเลยเหรอ ศิลปศาสตร์ เอกภาษาวรรณคดี แต่ร็อบบี้นายไม่ต้องไปส่งฉันแล้วก็ได้

 

ฉันเรียนวิศวะการจัดการ เขาเลียไอศกรีมของตัวเอง แล้วเธออยากให้ฉันไปอย่างนั้นเหรอ

 

“…” ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ

 

รู้อะไรไหม ฉันว่าเธอนะจะออดิชั่นบทอามาเลียนะ อยู่ดีๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่อง ฉันตามไม่ทันเอาซะเลย แต่เดี๋ยวก่อนสิทำไมพวกเขาพูดกันแบบนั้นอีกแล้ว

 

ไม่ไม่รู้สิ ฉันว่าโซฟีเหมาะกับบทนั้นมากกว่า

 

โซฟีสวยและมีลุคที่เหมาะกับนางเอกก็จริงนะ แต่ฉันรู้สึกว่าเธอเหมาะกับบทนี้มากกว่า

 

ฉันหยุดเดินอีกครั้ง ไม่เข้าใจเลยแฮะ เพื่อนฉันก็ว่าอย่างนั้น แต่ฉันไม่มั่นใจหรอก

 

เฮ้ อย่างน้อยฉันก็จะพยายามแสดงให้ดีขึ้นนะ แล้วเธอจะไม่ลองดูหน่อยหรือไง

 

“…”

 

ฉันจะเลี้ยงมื้อเย็นถ้าเธอได้บทอามาเลีย

 

ฉันอ้าปากค้าง นายนี่ชอบพนันจังนะ

 

ร็อบบี้หลุดหัวเราะ แล้วคิดว่ายังไงล่ะ

 

อืมบอกตามตรงว่าฉันกลัว และมันก็เป็นความกลัวที่คอยฉุดฉันเอาไว้ไม่ให้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำมากที่สุด แน่นอนว่าลึกๆ ฉันต้องหวังว่าตัวเองจะได้บทเด่นๆ บ้าง แค่ฉันคิดว่าฉันไม่คู่ควรแต่ดูร็อบบี้ที่แสดงห่วยสุดๆ แต่ก็ดูชิลและตั้งใจพยายามในวันนี้สิ

 

เฮ้อผู้ชายคนนี้ทำอะไรกับฉันนะ

 

ทำไมเขาถึงอยากมาเลี้ยงมื้อเย็น ฉันไม่รู้เลย

 

ฉันจะออดิชั่นบทนั้นก็ได้ ถ้าร็อบบี้ออดิชั่นบทคาร์ล

 

โอ้พระเจ้า มันต้องขายหน้าแหงๆ แต่อืมถึงจะรู้ว่าฉันคงไม่ได้ แต่จะลองดูก็ได้นะ

 

แล้วนายจะเลี้ยงมื้อเย็นงั้นเหรอถ้าฉันได้บทนั้น ฉันอมยิ้ม ร็อบบี้เอาไอศกรีมโคนของเขามาชนกับของฉันอีกครั้ง

 

และเธอจะต้องเลี้ยงมื้อเย็นฉันถ้าฉันได้บทคาร์ล

 

ฉันหลุดหัวเราะ ไม่อยากจะเชื่อเลย เราต้องไม่ได้กินมื้อเย็นด้วยกันแน่ๆ ถ้าแบบนี้

 

ร็อบบี้ไม่ตอบ เขาอมยิ้มและกินไอศกรีมของตัวเอง แต่ฉันบอกได้ว่ามันมีบางอย่างหลังรอยยิ้มและดวงตาขี้เล่นนั้นของเขาฉันแทบบ้า รีบหันหลังเดินต่อแทบไม่ทันเลย

 

เขาต้องการแค่ผูกมิตรกับฉันใช่ไหมนะ ใครก็ได้บอกที

 

 









ถึงจะไม่รู้ว่าเรามาลงเอยอย่างนี้ได้ยังไง แต่มันก็เป็นไปแล้ว ร็อบบี้เดินมาส่งฉันถึงหน้าร้านหนังสือที่พวกชาร์ลอตต์อยู่กันจริงๆ มันเป็นการเดินที่ถ้าเดินคนเดียวจะต้องใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที แต่พอมาเดินกับเขาและคุยกันไปด้วย แถมแวะซื้อไอศกรีมแล้วก็ดูนู่นดูนี่ตอนที่เดินผ่านอีก มันก็เหมือนนานกว่านั้น

 

ฉันยังไม่อยากให้มันจบลงเลย

 

ให้ตาย ฉันอยากรู้จักผู้ชายคนนี้จัง

 

ส่งฉันแค่ตรงนี้ก็ได้ ฉันบอก ก้มหน้ามองเท้าตัวเองและไม่รู้จะเอามือไม้ไปไว้ที่ไหนบ้าจริง

 

อืม ถ้าอย่างนั้นฉันจะเจอเธออาทิตย์หน้านะ

 

ฉันรอไม่ไหวแล้วล่ะ บอกตามตรง

 

ไม่นะ ไม่ ฉันไม่ควรจะรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ไปมากกว่านี้เลย

 

ค่ะ ขอบคุณนะที่เดินมาส่ง

 

รับแอดเฟสบุคด้วยละกัน เขาหัวเราะเบาๆ ซึ่งทำให้ฉันอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้ ฉันทัดเรือนผมกับหูตัวเอง รู้สึกประหม่าเป็นบ้าเลยไม่มีทางที่ร็อบบี้ ชไตน์จะคิดอะไรกับฉัน เขาแค่เฟรนด์ลีและต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น

 

งั้นไปนะ ฉันไม่แน่ใจว่าควรลายังไง ความจริงก็คือแม้เราจะดูเหมือนคุยกันได้ดี แต่เราก็ยังไม่สนิทกันขนาดนั้น ฉันโบกมือลาอย่างเก้ๆ กังๆ ท่าทางเอ๋อๆ และเขินแบบที่เขาน่าจะดูออกได้ไม่ยากนั่นทำให้ร็อบบี้หลุดหัวเราะอีกแล้ว

 

โอ้ย ไม่ไหวแล้ว ฉันรีบแจ้นหนีดีกว่า

 

ฉันหมุนตัวหนี รีบวิ่งเข้าไปในร้านหนังสือโดยไม่กล้าหันหลังกลับไปอีกเลยจนประตูร้านปิดลงหัวใจฉันเต้นกระหน่ำอยู่ในอกเมื่อฉันหันมองผ่านกระจกใสของร้านออกไปอีกครั้งและเห็นร็อบบี้ส่ายหัวให้อยู่ตรงนั้น ฉันทำหน้างอ แต่เขามีรอยยิ้ม ร่างสูงโบกมือให้อีกครั้งก่อนจะเดินจากไป

 

ทีนี้ฉันก็แทบจะเป็นลม

 

ทำไมถึงมากับเขาได้ล่ะ

 

ประโยคนั้นทำให้ฉันสะดุ้ง เฮือกโจเอลเห็นเหรอ! อ่าคือ ฉันนึกคำตอบไม่ออก แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าทำไมถึงไม่พูดออกไปตามความจริง เขามาขอให้เล่าเรื่องย่อของละครให้ฟัง แล้วบังเอิญมาทางเดียวกันน่ะก็เลยเดินมาด้วยกัน

 

อะไรของฉันเนี่ย! เกรทา! โกหกทำไมของเธอ

 

แต่แต่จะไปบอกว่าร็อบบี้เดินมาส่งมันก็

 

งั้นเหรอ…”

 

อะอื้ม คนอื่นล่ะ

 

ชาร์ลอตต์บอกว่ามีของที่ต้องไปซื้อ ให้เราเดินเล่นกันไปก่อน โจเอลยักไหล่ ทิมก็ไปกับเธอ

 

อะไรนะ มันก็เหลือเราสองคนงั้นเหรอ

 

ใครก็ได้บอกทีว่านี่ไม่ใช่แผนของเพื่อนรักฉันจริงๆ

 

หิวไหม โจเอลดูชิลเหลือเกิน ฉันรู้จักเขามานานก็จริง แต่จู่ๆ ก็มารู้สึกอึดอัดเล็กๆ อย่างช่วยไม่ได้เลยเฮ้อ ฉันหวังว่าชาร์ลอตต์กับทิมจะไม่ได้กำลังเล่นเกมอะไรและปล่อยให้เราอยู่กันสองคนจริงๆ หรอกนะ

 

ยังเลย เพิ่งกินไอศกรีมมาเมื่อกี้น่ะ ฉันส่ายหัว

 

หืม กับร็อบบี้น่ะเหรอ

 

โอ้ฉันลืมเรื่องนั้นไปเลย อ่าใช่

 

ไม่ยักรู้แฮะว่าพวกเธอสนิทกันแล้ว

 

ฉันก็ไม่ทันรู้ตัวเหมือนกัน ไม่ได้สนิทกันหรอก ก็เพื่อนๆ กันนั่นแหละ…” ฉันบอกตัวเองไปพร้อมๆ กับบอกโจเอล บางทีร็อบบี้อาจจะเลี้ยงไอศกรีมหรือมื้อเย็นโซฟีและคนอื่นๆ ในชมรมด้วยก็ได้ เขาเหมือนคาร์ล มัวร์ที่มีแต่คนรักนี่นา นายจะซื้ออะไรไหม

 

ซื้อเรียบร้อยแล้วล่ะ เขาชูถุงในมือให้ดู เธออยากดูหนังสืออะไรหรือเปล่าล่ะ

 

อ่าโจเอลคงอยู่ในนี้มาเป็นชาติแล้ว แต่ถ้าฉันเลือกหนังสือสักหน่อยอาจฆ่าเวลาให้ชาร์ลอตต์กับทิมกลับมาทันนะ ขอดูแป๊บนึงแล้วกัน

 

ฉันผละออกมาที่ล็อกของนิยายรักหวานแหววที่ไม่น่าเป็นที่สนใจของโจเอล แล้วสิ่งแรกที่ทำก็คือการหยิบไอโฟนขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนสนิท

 

[เฮลโหลวววว]

 

ไม่ต้องมาเฮลโหลเลย หายไปไหนของเธอ ฉันกรอกเสียงใส่ปลายสาย

 

[อ่า ก็พอดีมีของสำคัญที่ต้องซื้อน่ะ ทิมก็เลยอาสามาเป็นเพื่อน แต่โจเอลก็รอเธออยู่นะ]

 

นั่นแหละปัญหา เธอจงใจจับคู่ฉันกับเขาหรือไง

 

[บ้า ว่าไปนั่น พวกเธอก็ไม่เคยมีปัญหากับการอยู่กันสองคนไม่ใช่รึไง] เธอหัวเราะคิกคัก ยิ่งยืนยันใหญ่ว่ามันเป็นความตั้งใจของเธอ

 

นั่นมันก่อนที่เธอจะพูดเรื่องบ้าๆ นั่นขึ้นมาต่างหากล่ะ!”

 

[แหม อย่าซีเรียสสิ หวังดีหรอกนะที่ทำนี่น่ะฉันกับทิมประเมินแล้วว่าโจเอลมีคุณสมบัติดีพอที่จะเดตกับเธอ เขาก็แค่ต้องการโอกาสดีๆ เพื่อที่จะถามเธอเท่านั้น ถ้าเรามัวแต่ไปไหนมาไหนกันสี่คนตลอดเวลาโจเอลก็แย่น่ะสิ]

 

ฉันกรีดร้องอยู่ในลำคอตัวเอง ไม่นะ ชาร์ลอตต์ ฉันทำตัวไม่ถูก…”

 

[ก็เป็นตัวเองไปสิ เธอไม่เห็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยเวลาที่เดตกับใคร อีกอย่างเธอกับโจเอลก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว มันอาจจะไปได้ด้วยก็ได้นะ]

 

แต่แต่ฉันไม่รู้สิ…” ฉันกับโจเอลเนี่ยนะ

 

[แน่ล่ะที่รัก เพราะงั้นเธอถึงต้องลองยังไงล่ะ]

 

โธ่ ชาร์ลอตต์ เขาอาจจะไม่ได้คิดอย่างที่เธอคิดก็ได้

 

[ไม่มีทาง มันออกจะเห็นกันโต้งๆ เพราะงั้นก็ลองใช้เวลากับเขาดูนะจ๊ะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าก็กลับมารายงานกันบ้างล่ะ]

 

เดี๋ยวสิ! เธอกะจะไม่กลับมาเจอพวกเราแล้วจริงๆ รึไง

 

[อ๊ะ สัญญาณไม่ค่อยดีเลย แค่นี้ก่อนนะ ตู๊ดๆๆ]

 

ฉันนึกถึงสารพัดวิธีที่จะแก้แค้นชาร์ลอตต์ทั้งขโมยเสื้อสุดรักสุดหวงของเธอมาซ่อน แอบกินขนมโปรดที่เธอซื้อมา ปล่อยลมจักรยานให้เธอไปเรียนสายและรวมไปถึงใส่ซอสพริกมหาเผ็ดในซอสสปาเกตตีที่เธอเหลือไว้ในตู้เย็น

 

แต่สุดท้ายฉันก็ได้แต่กระฟัดกระเฟียดกับตัวเองและเก็บไอโฟนลงกระเป๋า

 

ชาร์ลอตต์นะ ชาร์ลอตต์

 

ฉันเหลือบมองโจเอล เขายืนอ่านหนังสือที่เพิ่งซื้อมาอยู่อีกทาง ก็ยังคงดูเป็นโจเอล รุ่นพี่คนเดิมที่แสนดีอย่างเคยนั่นแหละ ฉันลอบถอนหายใจโอเค ชาร์ลอตต์พูดถูก ฉันควรทำตัวให้เป็นปกติ

 

เราไปที่อื่นกันเถอะ ฉันเดินกลับไปบอกโจเอล ในเมื่อชาร์ลอตต์กับทิมจะไม่กลับมา ยังไงซะฉันก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี เพราะถ้าจะกลับก็ต้องกลับด้วยกันอีก

 

หืม ไม่ซื้ออะไรเหรอ

 

เล่มที่มีอยู่ยังอ่านไม่หมดเลย ฉันส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก นายอยากไปทำอะไรไหม

 

อืมไม่รู้สิ ฉันทำอะไรก็ได้นะ

 

ถ้าฉันไปเดินช้อปเครื่องสำอางนายก็จะมาเดินตามด้วยเหรอ ฉันถามเล่นๆ ปกติฉันไม่ซื้อเครื่องสำอางบ่อยนักแม้จะอยากมากแค่ไหนก็ตามก็มันแพงนี่นา แล้วฉันก็ไม่ใช่คนที่ต้องแต่งหน้าเต็มยศมาเรียนเหมือนผู้หญิงหลายคนที่นี่ เหตุผลหลักๆ ก็คือขี้เกียจ บางวันฉันแค่ทาแป้ง ปัดแก้มและขนตาเท่านั้น

 

ฮ่าๆ ฉันทำได้นะถ้าเธออยากจะไปช้อปจริงๆ

 

แต่ฉันย่นจมูก วันนี้ฉันไม่ช้อปหรอก แต่เราจะไปเดินเล่นแล้วเดี๋ยวหาอะไรกินกันก็ได้

 

อืม เอาสิ โจเอลเก็บหนังสือลงถุง เราเดินไปที่ประตูด้วยกันและเขาก็เป็นคนเปิดให้ฉันเดินออกไปก่อนเขาก็ทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนนะจะว่าไปแล้ว อืม เพื่อนกันเดินเล่นในเมืองด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักหน่อยเกรทา

 

จะว่าไปนายยังไม่บอกเลยว่าจะออดิชันบทอะไร ฉันเริ่มบทสนทนา

 

ก็อยากจะลองบทคาร์ลดูเหมือนกันนะ ฉันว่าคาแร็กเตอร์เขาท้าทายดี หนุ่มนักรักที่ผันตัวไปเป็นโจรน่ะ โจเอลยิ้มยิงฟัน เอ้อปกติบทเด่นๆ ก็มักมีคนออดิชันหลายคนอยู่หรอก แต่ถ้าทั้งร็อบบี้และเขาเลือกบทเดียวกันมันจะต้องสนุกแน่ๆ

 

แต่โจเอลถนัดการแสดงกว่าร็อบบี้ แม้คาแร็กเตอร์ร็อบบี้จะเข้ากับคาร์ลกว่าก็ตาม

 

โอ้ ฉันล่ะอยากรู้แล้วสิว่าใครจะได้บทนั้นไป

 

แล้วฉันก็อยากให้เธอได้เล่นบทอามาเลียจริงๆ นะ ถึงปีที่แล้วเธอจะได้บทที่ไม่เด่นมากก็เถอะ แต่ฉันคิดว่าเธอเล่นดีทีเดียว

 

ฉันจะลองออดิชั่นดูก็ได้ถ้าทุกคนพูดอย่างนั้น แต่ยังไงฉันก็คิดว่าโซฟีน่าจะได้มันอยู่ดีนั่นแหละ ฉันบอกสบายๆ บางทีฉันอาจจะมาลงเอยที่บทโจรสักคน แล้วก็ตายในการรบอะไรแบบนั้น ฮ่ะๆ

 

เธอจะได้เป็นมากกว่านั้น เชื่อสิ

 

ก็ไม่รู้ว่าทำไมคนอื่นถึงเชื่อมั่นในตัวฉันมากกว่าฉันเชื่อมั่นในตัวเองนะ แต่มันก็รู้สึกดีที่ได้ยินแบบนั้น ฉันยิ้มให้โจเอลแทนการตอบ แล้วก็เป็นตอนนั้นแหละที่โจเอลล้วงมือถือของตัวเองขึ้นมาดู

 

ชาร์ลอตต์ล่ะ เขาขมวดคิ้วแน่น เธอส่งข้อความมาบอกว่าเวียนหัวจะขอกลับก่อน ทิมจะไปส่ง ให้เราหาอะไรกินกันเลยไม่ต้องเป็นห่วง

 

แหงล่ะ แผนสูงจริงๆ นะรูมเมตฉัน

 

เราจะเอายังไงกันดีล่ะทีนี้ เธอก็ยังไม่หิวนี่นะ

 

ฉันยักไหล่ประมาณว่ายังไงก็ได้ มันออกจะประหม่านิดหน่อยนะจู่ๆ เราก็เหมือนมาเดตกันโดยไม่ได้ตั้งใจเลย มีอะไรที่นายอยากซื้ออีกไหม ฉันถามเผื่อว่าเขาจะอยากไปดูแผ่นเกม อะไรก็ตามที่พวกผู้ชายเขาสนใจกันน่ะ

 

ไม่มีนะ แต่มีที่อยากดูมากกว่า

 

อะไรเหรอ

 

โจเอลยิ้ม ชี้ไปที่อาคารด้านหลังฉันมันคือโรงหนัง ดูหนังสักเรื่องแล้วค่อยหาอะไรกินกันไหมถ้าเธอยังไม่หิว

 

โอเค มันเกือบจะเป็นเดตเห็นๆ เลย

 

อ่าถ้าถามว่ารังเกียจโจเอลไหม ความจริงก็ไม่หรอก แค่ฉันทำตัวไม่ถูก

 

แต่เขายังไม่ได้บอกเลยว่าคิดยังไง เพราะงั้นฉันจะลองดูก็ได้ อืม ก็ได้

 

โจเอลจึงมีรอยยิ้ม เราสองคนเดินไปที่เคาน์เตอร์ตั๋วหนังด้วยกัน เลือกหนังแอคชั่นที่มีเวลาฉายเร็วที่สุดในตอนนั้น ฉันไม่เรื่องมากอยู่แล้วเพราะดูหนังได้ทุกแนว เราแวะซื้อป็อปคอร์นกับน้ำ มันไม่ต่างอะไรจากตอนมากับเพื่อนเท่าไหร่

 

แค่ตอนนี้มีแค่เราสองคน และโจเอลก็มักโน้มใบหน้ามาใกล้เวลาที่เขาจะพูดอะไรตอนอยู่ในโรงหนังฉันอยู่กึ่งๆ ระหว่างกำลังตื่นเต้นกับฉากบู๊เลยไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่โจเอลพูดนัก แต่ตอนที่วางมือไว้บนแขนเก้าอี้และมือของโจเอลแตะถูกมือของฉันฉันก็รู้ว่าบางทีคำพูดของชาร์ลอตต์อาจจะจริง

 

“…”

 

แย่จัง ฉันไม่กล้าพูดอะไรเลย

 

คือโจเอลก็ไม่ถึงกับจับมือฉันหรอก แต่มือของเราก็สัมผัสถูกกัน และแม้ตาเขาจะมองหนังอย่างนั้นแต่ริมฝีปากของเขาก็ยิ้มอยู่ บางทีเขาอาจไม่กล้ารุกซะทีเดียวเพราะเป็นเพื่อนกันมาก่อนหรืออะไรก็ตามแต่ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำตัวยังไง

 

สุดท้ายฉันก็ดึงมือกลับมา แสร้งทำเป็นใช้มันหยิบป็อปคอร์นที่เย็นชืด

 

โธ่เอ๊ย ถ้าเขาอยากจับมือฉัน บางทีเขาอาจควรจับเลยนะจะได้รู้ว่าอะไรมันเป็นอะไร มาอย่างนี้ฉันก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

 

แต่แน่ล่ะ เราไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงหนัง มันเหมือนจุดเริ่มต้นของการก้าวข้ามเส้นที่เรียกว่า เพื่อนเล็กๆ ที่ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไรก่อน ปัญหาก็คือฉันยังไม่แน่ใจว่าฉันโอเคกับมันจริงไหม และที่โจเอลไม่พุ่งตรงเข้ามาทีเดียวเพื่อบอกว่าเขาต้องการอะไรอาจจะเป็นเพราะเขาดูออก

 

ยังไงซะเราก็ต้องเดินยี่สิบนาทีกลับมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อเอาจักรยานและปั่นกลับหอพักพร้อมกันอยู่ดี รู้ตัวอีกทีเราก็ยืนอยู่ที่หน้าห้องของฉันซะแล้ว

 

เราน่าจะทำแบบนี้กันอีกนะ โจเอลว่า แบบที่ออกไปกันแค่สองคนเหรอ

 

ให้ตาย ฉันตอบไม่ได้ว่าอยากจะทำอีก

 

แต่จะปฏิเสธตรงๆ ยังไงล่ะ อืม…”

 

ถ้างั้นฉันขึ้นห้องแล้วดีกว่า…” โจเอลว่า แต่เขาก็ดูเหมือนยังอยากพูดอะไรอีก ฉันก้มหน้างุดๆ ฝันดีนะเกรทา

 

ฝันดีจ้ะโจเอล ฉันกอดตอบเมื่อโจเอลขยับมากอดลา มันดูไม่ต่างจากทุกครั้งจนกระทั่งฉันรู้สึกได้ว่ามันเป็นอ้อมกอดที่นานกว่าปกติ โจเอลยิ้มให้ตอนที่คลายอ้อมกอดและฉันก็โบกมือลาเพราะไม่รู้จะทำอะไรที่ดีกว่านั้น

 

พอตอนที่เขาขึ้นบันไดไปแล้วฉันก็รู้สึกหมดแรงขึ้นมาทันที

 

เอาล่ะ มันคงไม่ใช่สัญญาณดีแน่ๆ ที่ฉันมีความรู้สึกอย่างนี้กับผู้ชายที่อาจจะอยากเดตกับฉัน มันเป็นเพราะเขาเป็นรุ่นพี่ เป็นเพื่อนงั้นเหรอฉันไม่รู้เลยจริงๆ แล้วก็ต้องการเวลามากกว่านี้ที่จะหาคำตอบ

 

ชาร์ลอตต์คุยโทรศัพท์อยู่ในห้องของเธอตอนที่ฉันไขเขาไป ฉันมองค้อนเพื่อนสาวเอาไว้ก่อนเดินเข้าห้องตัวเอง ซึ่งเธอก็ตอบเป็นการยิ้มยิงฟันใส่เฮอะ เดี๋ยวเธอก็ต้องเข้ามาหาฉัน เพราะเชื่อสิว่าเธอต้องอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับโจเอลในวันนี้

 

ฉันทิ้งตัวลงบนเตียง หยิบไอโฟนที่ไม่ได้เช็กมาสักพักแล้วมาดู

 

โอ้ใช่และฉันก็ต้องรับแอดร็อบบี้ด้วยเหมือนกัน

 

นี่ถ้าฉันบอกชาร์ลอตต์เรื่องร็อบบี้ เธอคงลืมเรื่องโจเอลไปเลยแต่ไม่หรอก ฉันไม่บอกเธอหรอก ไม่อยากเป็นผู้หญิงพวกนั้นที่พอคนดังเข้ามาคุยด้วยนิดหน่อยก็ออกตัวซะแรงเหมือนว่าเขามายื่นแหวนหมั้นให้ ฉันไม่อยากคิดไปเอง

 

ว่าไงจ๊ะ มียามเย็นที่หวานแหววกับพ่อหนุ่มชั้นบนมารึเปล่า ชาร์ลอตต์ที่คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเดินเข้ามาหาด้วยน้ำเสียงหวานหยาดย้อย เรามักเข้าห้องอีกฝ่ายแบบที่เคาะทีเดียวแล้วเปิดประตูเลย จะว่าไม่มีอะไรให้ซ่อนกันเลยก็ได้ ชาร์ลอตต์เป็นเหมือนน้องสาวของฉัน เพราะงั้นตอนนี้ฉันก็เลยปาตุ๊กตาใส่เธอ แหม! มีอะไรเกิดขึ้นล่ะสิ บอกมานะ!”

 

เราก็แค่ไปดูหนังและหาอะไรกินกันเท่านั้น

 

อุ๊ย แล้วตอนอยู่ในโรงหนังมืดๆ แบบนั้นไม่มีทำอะไรกันบ้างเหรอ

 

ไม่มี ไม่ต้องมาหวังเลย ก็ไม่มีอย่างโจ่งแจ้ง แค่แตะมือกันบ้างเท่านั้น แล้วเธอน่ะเวียนหัวอะไรดี๊ด๊าขนาดนี้

 

ก็หายแล้วอ่ะ ฮิๆ

 

จริงๆ เลย…” ฉันบ่นอุบอิบ

 

อยากให้เพื่อนรักได้สิ่งดีๆ นี่นา เอาเป็นว่าถ้าหลังจากวันนี้มีอะไรคืบหน้าก็อย่าลืมรายงานกันนะ ไปล่ะบายยยย

 

ไปเลยยยย! ฉันโยนตุ๊กตาอีกตัวตามหลังเพื่อนที่เพิ่งปิดประตูลงอีก

 

เฮ้อแต่ล่ะคน

 

 

 

 

Taylor Swift - Treacherous

 

 

FernniZ’s 2nd Talk : 12.11.17

          อ่านไปอ่านมาก็คล้ายตอนพริมโรสกับสเปนเซอร์นะว่ามั้ยฮ่าๆ สัญญาว่าไม่เหมือนหรอกค่ะ เดี๋ยวอ่านไปอีกนิดก็จะรู้เอง :) นี่เหมือนๆ จะเพิ่งขึ้นเดือนพฤศจิกายน แต่นี่ก็ปาไปเกือบกลางเดือนแล้วนะเนี่ย เร็วนะว่าไหมคะ เดี๋ยวอีก 3 วันเฟิร์นก็จะเริ่มทำงานแล้วววว ต้นเดือนหน้าก็รับปริญญา รู้สึกว่าปีนี้มันผ่านไปเร็วมาก แป๊บเดียวเวลาหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ นี่ตื่นเต้นมากกับงานที่จะได้ทำ เพราะเป็นงานในฝันเลย แต่เหมือนส่วนนึงในตัวก็ยังไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ ฮ่าๆ ชีวิตมันไม่เคยง่ายเลยยยย ใช้ให้คุ้มนะทุกคนนน



FernniZ’s 1st Talk : 09.11.17

          เขาบอกว่าถ้าให้แต่งอะไรที่รู้เพราะงั้นการแต่งเรื่องนี้จึงง่ายมากๆ สำหรับเฟิร์น ถ้าเทียบกับ Same Old Love Song อีกเรื่องที่กำลังอัพอยู่นะ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ เฟิร์นจบเอกเยอรมันมานะคะ :) เคยไปแลกเปลี่ยนที่เยอรมนีมาด้วย เป็นเหตุผลที่ชอบแต่งนิยายเกี่ยวกับประเทศนี้ อิอิ ส่วนละครเรื่องนี้ที่หยิบมาแต่งก็เป็นละครเวทีที่เคยแสดงในงานเลี้ยงเอกตอนอยู่ปีสามเหมือนกัน แล้วนึกออกไหมว่าเรียนภาษาก็มีแต่ผู้หญิงเนอะ ฮ่าๆ เฟิร์นนี่โดนรับบทพระเอก (คาร์ล) ไปเลยค่ะ ตอนซ้อมก็เหนื่อยสุดๆ แถมบทเยอะกว่าใครเพื่อน แต่พอมันจบลงแล้วก็สนุกดีนะ :)

          ร็อบบี้กับเกรทาน่ารักเนอะ แต่เหมือนรีดเดอร์ยังไม่เริ่มอ่านกันเลย (ไปติด Same Old Love Song กันอยู่ ฮ่าๆ) เข้าใจว่าอยากรอให้อัพเยอะๆ ก่อน แต่ถ้าอ่านกันอยู่ก็อย่าลืมฝากคอมเมนท์ไว้บ้างเนอะ เพราะตอนนี้คอมเมนท์น้อยมากเลย ร็อบบี้เขาจะน้อยใจนา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

559 ความคิดเห็น

  1. #508 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 09:30
    ร็อบบี้ต้องร้ายไม่ใช่เล่นแน่ๆ 55555 เขินแทนนน
    #508
    0
  2. #402 bsunn (@bsunn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:57
    อิจฉาเกรทาแปปปปปปป เขินสองต่อเลยยย
    #402
    0
  3. #97 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 17:00
    -2- นางเอกนี้โซฮอตแบบไม่รู้ตัวสินะ 55555555 ตอนนี้โจแอลเริ่มรุกแล้ว ร้อบบี้สู้เค้า!!! 5555555
    #97
    0
  4. #96 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 16:48
    -1-
    เป็นนี้ต้องเขินมากๆๆๆๆแน่ๆ เดินไปคุยกับไปร็อบบี้เนี้ยย 55555555555 ชอบความซุกซนของทั้งคู่มากๆ 55555 แซ่บทั้งคู่ค่าาา
    #96
    0
  5. #78 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 09:22
    โจเอลก็แอบน่ารักนิดนึงนะ แบบในมุมของเพื่อนงี้อะ ถือว่าโอเคเลยทีีไท่รุกแบบน่ากลัวมดูสุภาพมากกก เพิ่งว่างอื่นเลยค่า ยุ่งมากช่วงนี้ สู้ๆนะคะะะะะ
    #78
    0
  6. #67 ABITOFSOM (@JS_jslove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 14:58
    ร็อบบี้ทั้งใจจจ
    #67
    0
  7. #66 MAMA (@ussadong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 01:23
    คนไม่ใช่คือไม่ใช่ รู้สึกร็อบบี้จะเคมีเข้ากับเกรทามากกว่า ก็แน่ละร็อบบี้เป็นพระเอกนี่หน่า555555
    #66
    0
  8. #65 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 06:19
    ทำไมสงวารโจเอล โถ่
    #65
    0
  9. #64 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 23:46
    อึดอัดตามเกรทเลยอะ ไม่ชอบแบบนี้จริงๆนะต่อให้โจเอลจะดีขนาดไหนก็ตามถ้าไม่ชอบก็คือไม่ชอบอะ อึดอัดเปล่าๆ แล้วยิ่งเพื่อนค่อยจับคู่ให้แบบนี้อีกแงงไม่ชอบเลย ตอนหน้าเอาร็อบบี้กลับมาาา
    #64
    0
  10. #63 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 22:28
    เชียร์ร็อบบี้มากๆ อย่าจับคู่ให้เกรทาน้า อึดอัดแทนเยย รอฉากมุ้งมิ้งๆฮ่าา ปล.พี่เฟิร์นเริ่มงานแล้วแชร์ประสบการณ์ด้วยน้า งานพี่ดูน่าสนุกมากๆเลย
    #63
    0
  11. #62 Papenny (@penni) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 21:03
    โจเอลมาดีขนาดนี้ได้ยังไงละ ลังเลจะเชียร์ร็อบบี้เลยแฮะ555555
    #62
    0
  12. #61 Rinne-A (@rinneneve) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 20:35
    เอาจริงๆ ไม่ค่อยชอบเพื่อนแบบนี้เลยง่ะ แบบ...คอยจับคู่เรางู้นงี้ บงการเรา โดยที่เราบอกแล้วว่าไม่เอาด้วย ก็รู้นะว่าหวังดี แต่มันเหมือนการบังคับชีวิตเราเลยอ่า ปล่อยเราเดินไปตามทางของเราเถิด ( ._.) #ดราม่าทำไม 5555
    #61
    0
  13. #60 SkYPeLoVeR (@skype-lover) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 20:13
    เป็นโจเอลก็ดี แต่เป็นร็อบบี้ดีกว่าาา555555
    #60
    0
  14. #59 ManthO (@mantho) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:52
    อ่านไปก็เขินไป น่ารักมากเลยเรื่องนี้
    #59
    0
  15. #58 ManthO (@mantho) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:52
    อ่านไปก็เขินไป น่ารักมากเลยเรื่องนี้
    #58
    0
  16. #57 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 07:53
    น่าร้ากกก
    #57
    0
  17. #56 Snoopysnooker (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 01:19
    ชอบการตอบของร็อบบี้ที่ว่าถ้าตัวเองฆ่าคนที่รัก คงฆ่าตัวตายตาม ไม่ใช่เเค่เกรทารู้สึกเซอร์ไพรส์ เราเองก็เหมือนกัน เพราะลุคนางดูขี้เล่นมากกกกกก
    #56
    0
  18. #55 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 00:09
    เขิลลลล
    #55
    0
  19. #54 Neung111 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 23:27
    เกรทาสวยอ้ะ แบบไม่ได้สวยเฉี่ยวมากแต่ดูน่าทนุถนอม ต้องโดนร๊อบบี้แกล้งแน่ๆ อิอิ
    #54
    0
  20. #53 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 23:14
    อิมเมจเกรทาสวยมากๆ ขอให้ร็อบบี้ได้บทคาร์ลน้า ส่วนเกรทาต้องได้บทอามาเลียแน่ๆเลย อยากอ่านโมเม้นสองคนนี้เยอะๆ สุภาพบุรุษมาก น่าร้าก
    #53
    0
  21. #52 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 23:11
    น่ารักอะ ร็อบบี้น่ารักเกินไป ต้านทานไม่ไหวแล้วววว 555555 แล้วที่ไม่มีแฟนนี่ยังไงๆคะ /อยากเห็นพีเฟิร์นเป็นคาร์ลมากๆ อิอิ สู้ๆค่า
    #52
    0
  22. #51 mukmikchocco (@mukmikchocco) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:58
    น่าร้ากกก หลงรักกกกก
    #51
    0
  23. #50 PolyZ (@kuromiz1611) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:27
    น่ารักเว่อออ
    #50
    0
  24. #49 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:22
    อ่านไปยิ้มไป ทำไมร็อบบี้น่ารักขนาดนี้อะ ลองจินตนาการถ้ามีผช.หล่อๆมาเดินข้างๆแล้วก็ยิ้มละลายใจให้แค่นี้ก็เขินม้วนแล้ว นี่ยังเลี้ยงไอติมแล้วยังมาชนติมกันอีก โมเมนต์เล็กๆน้อยๆที่ทำให้เขินได้ อร๊ายยย //มาร์คัสคือใครไม่รู้จักอะตอนนี้55555
    #49
    0
  25. #48 sepxtember (@diamond-blaze) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:07
    จะได้เล่นคู่กันมั้ยยยย อยากให้เล่นคู่กันๆๆ 555555 รอน้าาา
    #48
    0