ตอนที่ 9 : CH.8 -I had always been thinking about the thing we could have been

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 พ.ย. 60






8

I had always been thinking about the thing we could have been

ฉันเอาแต่คิดถึงสิ่งที่เราอาจจะเป็นได้อยู่ตลอดเวลา

 

 

เกือบสามทุ่มแล้ว และมาร์คัส เทอร์เรลล์ยืนอยู่หน้าประตูห้องของฉัน

 

ฉันเม้มริมฝีปากมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้า พยายามจะห้ามความรู้สึกปั่นปวนในช่องท้องที่เกิดขึ้นยามที่เฝ้ามองเขา มันกวนใจฉันมาสักพักแล้ว และมันก็ไม่น้อยลงเลยฉันสบตากับนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเล ตราตรึงอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่มีใครยอมพูดอะไรก่อน

 

เรามีหลายสิ่งหลายอยากที่อยากพูดมากเกินไป

 

และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยได้พูดออกมาเลย

 

“…” ฝ่ามืออุ่นยื่นมาเกลี่ยแก้มฉันเบาๆ หัวใจฉันสั่นไหวกับความต้องการที่แล่นผ่านร่างฉันแทบจะทันที ราวกับว่าบางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ฉันต้องการมาโดยตลอดทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ ฉันไม่รู้เลย

 

ฉันเคยชอบเขา เคยบังคับตัวเองให้เลิกชอบเพราะคิดว่ามันไม่มีประโยชน์

 

ฉันไปชอบคนอื่น ไปรักลีออน แต่มาร์คัสก็ยังเป็นคนที่ฉันอยากมาหาเสมอ

 

ไปเดินเล่นกันไหม…” คนตัวสูงเอ่ยถาม เขามีรอยยิ้มทั้งๆ ที่ฉันไม่เข้าใจเลย

 

จะสามทุ่มแล้วนะ

 

แล้วไง

 

“…”

 

ความรักการผจญภัยของเธอหายไปไหนหมด มาร์คัสเลิกคิ้วถาม แล้วที่ออกจากบ้านตอนเที่ยงคืนตีหนึ่งไปนั่งริมทะเลกับฉันล่ะ

 

“…”

 

มาเถอะ ฝ่ามือที่แตะแก้มค่อยๆ เลื่อนลงมาตามไหล่และไล้ไปตามแขนฉันช้าๆ ก่อนจะที่มันจะแตะถูกฝ่ามือของฉัน ฉันรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าแล่นบนร่างกายตามส่วนที่เขาสัมผัส เพียงแค่นั้นฉันก็แทบจะเป็นบ้ามาร์คัสกำลังอ้อน และเป็นในแบบที่ฉันไม่สามารถนึกถ้อยคำอะไรมาปฏิเสธได้เลย

 

ฉันรักที่เขาสัมผัสฉัน ที่เขาอ้อน และที่เขามาชวนออกไปข้างนอกในเวลานี้

 

ฉันประสานมือกับร่างสูง เป็นฝ่ายดึงเขาเข้ามาใกล้กันอีกฉันไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มาร์คัส เทอร์เรลล์กับฉัน พระเจ้า ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะสามารถเป็นไปได้ฉันเงยหน้าสบตากับนัยน์ตาคู่สวย รู้สึกหลงใหลมันยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น อุณหภูมิในร่างกายฉันสูงขึ้น ลมหายใจของมาร์คัสเป่ารดใบหน้าของฉัน

 

“I’m going insane…” (ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะ) มาร์คัสกระซิบฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้ำเสียงหมดหนทางนั้นของเขาจะทำให้ฉันรู้สึกราวกับคอแห้งอย่างนี้เพราะฉันอยากจะสัมผัสผู้ชายคนนี้มากเพียงใด

 

“Me too…” ฉันกระซิบแผ่วเบามาร์คัสประคองใบหน้าฉันด้วยมืออีกข้างที่ว่าง โน้มใบหน้ามาจูบหน้าผากก่อนจะไล่มาตามพวงแก้มช้าๆ ฉันหลับตาลง หัวหมุนกับสิ่งที่มันทำให้ฉันรู้สึกและแทบจะหยุดไม่ได้แค่เพียงเพราะถูกเขาสัมผัสนิดเดียว ริมฝีปากร้อนฝังลงบนต้นคอของฉัน และนั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเราข้ามเส้นที่ขีดเอาไว้มาแล้ว

 

เราไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว

 

มาร์คัสดึงมือข้างที่ประสานกับฉันออกเพื่อที่จะได้สวมกอดฉัน ครั้งนี้มันเป็นอ้อมกอดที่แน่นจนฉันแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าคมคายซุกอยู่ที่ต้นคอ และทันใดนั้นความรู้สึกที่ท่วมท้นเข้ามาก็ทำให้ฉันเกือบจะมีน้ำตา

 

พระเจ้าผู้ชายคนนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันเคยมีมา ทำไมฉันไม่เคยตระหนักมันมาก่อน

 

ฉันแค่คิดว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้จริงๆ

 

ฉันคิดถึงเธอพระเจ้า ฉันคิดถึงเธอมาโดยตลอด มาร์คัสกระซิบชิดอยู่กับใบหูของฉัน ฉันพยักหน้าซ้ำๆ เพื่อบอกว่าฉันรับรู้และโอบกอดเขาแน่นไม่แพ้กัน ก่อนที่หยาดน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาอย่างช่วยไม่ได้เลย ฉันไม่รู้จะพูดคำไหนเพื่อบอกเขาถึงสิ่งที่ฉันกำลังรู้สึก เอสเธอร์ ฟังนะ…”

 

“…”

 

จากทุกสิ่งที่ฉันเสียใจที่ไม่ได้พูดออกไป

 

“…”

 

การไม่สามารถบอกเธอได้ว่าฉันรู้สึกยังไง คือสิ่งที่ฉันเสียใจมากที่สุด

 

ฉันผละออกจากอ้อมกอดเพื่อสบตามาร์คัส ยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา มาร์คัสมีสายตาเป็นกังวลเมื่อเห็นหยาดน้ำที่เปรอะเปื้อนใบหน้าฉัน เขายกมือเกลี่ยมันออกให้ฉันตอบแทนการกระทำนั้นด้วยการเขย่งเท้าขึ้นจูบแก้มเขาและบอก

 

ตอนนี้นายมีโอกาสให้บอกแล้วนะ…”

 

มาร์คัสยิ้ม ประคองใบหน้าฉันด้วยสองมือ ไปเดินเล่นกันเถอะ

 

 

 

 

 

 

ไหนนายบอกว่าจะไปเดินเล่นไง ฉันถามหลังจากที่เรานั่งรถของเขาออกมาสักพัก และระยะทางมันชักไกลเกินกว่าที่เขาจะพาฉันไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะที่ไหนในเมืองหลวงนี้ และที่สำคัญมันยังดูเหมือนว่าเรากำลังจะเข้าเส้นมอเตอร์เวย์ออกนอกเมืองเสียมากกว่า

 

มาร์คัสยิ้ม ก็จะพาไปเดินเล่นริมทะเล

 

ฉันเบิกตากว้าง จะกลับไปไบรตันเหรอ

 

ทำไมล่ะ เธอไม่อยากกลับไปเมืองของเรากันหรือไง

 

“…” ฉันตอบไม่ได้ คำว่า เมืองของเรา ทำให้ทั้งประโยคนั้น การกระทำของเขาและตัวของมาร์คัสเองน่ารักจนเกินไป ฉันบู้ปากใส่ มาร์คัสเลยดึงมือฉันไปจูบ

 

อื้มเยี่ยม แค่นี้ฉันก็แทบจะโบยบินได้แล้ว

 

หลังอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนั่น ตอนนี้พอเราอยู่ในสถานการณ์ปกติ ฉันก็เขินจนไม่เป็นอันทำอะไร

 

ฉันปล่อยให้มาร์คัสพาฉันไปในสถานที่ที่เขาอยากจะพาไป ปล่อยให้สายลมแรงริมทะเลพาเราไปให้ไกลเท่าที่ใจเราจะพอไปได้ทะเลของไบรตันไม่ได้สวยงามมากนักถ้าเทียบกับชายฝั่งของประเทศอื่น ในบางวันน้ำก็ขึ้นสูงหรือลมหอบเอาทรายขึ้นมาจนถึงถนนด้านบน ไหนจะต้องคอยหลบนกที่คิดว่าหัวและรถของเราเป็นส้วมของพวกมันอีก ทะเลมืดสนิทในเวลาอย่างนี้แต่เราก็รักที่นี่ เรารักเมืองของเรา รักที่จะขับรถมาจอดไว้ เดินย่ำก้อนกรวดฝ่าสายลมในความมืด หามุมที่เราพอจะนั่งคุยกันได้ หรือก็แค่มุมเงียบๆ ที่พอจะสงบเราลง

 

ครั้งนี้ฉันกับมาร์คัสไม่ได้นั่งลงที่ตรงไหนร่างสูงจูงมือฉันมาหยุดลงตรงจุดที่คลื่นซัดเกือบจะเข้ามาถึงเรา ฉันกระชับแจ็กเก็ตเมื่อรู้สึกหนาวหน่อยๆ มันเกือบจะฤดูร้อนแล้ว แต่อังกฤษไม่เคยร้อนจริงๆ เลย

 

ฉันหลับตาลงและสูดหายใจเข้าเต็มปอดได้กลิ่นทะเล กลิ่นเกลือและกลิ่นธรรมชาติอันแสนคุ้นเคยที่สงบความวุ่นวายในหัวฉันลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาว่ากันว่าบ้านคือสถานที่ที่เราอยากจากไปเมื่อโตขึ้น และอยากกลับมาเมื่อแก่ตัวลงดูแล้วท่าจะจริง

 

ฉันเห็นภาพของตัวเองกับมาร์คัสที่นี่

 

เราอยู่ที่นี่กันทั้งสุดสัปดาห์เลยได้ไหม ฉันบีบมือมาร์คัส และสิ่งที่ได้ตอบกลับมาก็คือรอยยิ้มกว้าง กลับไปโรงเรียน ไปเล่นเกมที่ท่าเรือ ไปดูหนัง ไปร้านโปรดของเรากันเถอะ

 

“…”

 

นะคะ?”

 

“God, ฉันรักเวลาที่เธอทำอย่างนี้เป็นบ้า มาร์คัสดึงฉันเข้าหากาย ฉันเอียงคอเขินแต่ก็อยากรู้

 

ทำอะไรเหรอ

 

ที่อ้อนกันอย่างนั้น และใบหน้านั่นไง ให้ตายเถอะ มาร์คัสซบใบหน้ากับซอกคอฉันอีกแล้ว เหมือนว่าเขาไม่อาจต้านทานมันได้ ฉันรู้สึกถึงหัวใจของเขาที่เต้นแรงชิดกับอกของฉัน

 

แล้วอยู่ได้ไหมล่ะมาร์กี้

 

อื้มชื่อเล่นนั่นอีก คนตัวสูงแกล้งหายใจรดต้นคอฉัน ตาบ๊องนี่ ฉันหัวเราะคิกคัก

 

นี่ อย่าแกล้งสิ อยู่ได้ไม่ได้ก็บอกมา

 

ฉันกอดเธอแน่นขนาดนี้ เธอคิดว่าฉันตอบว่าอะไรล่ะ

 

ฉันยิ้มหวาน จิ้มแก้มมาร์คัส ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่านายจะขี้อ้อนได้ขนาดนี้

 

มาร์คัสเลยผละออกจากฉัน แสร้งทำสีหน้าเซ็ง แหมน่ารักจัง

 

แต่เราก็ยังมีเรื่องให้ต้องคุยกันอยู่ดี

 

แล้วเฮเลนล่ะ ฉันเอ่ยถามเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงเฮเลนบอกเองว่าวันนี้เขามีเดตกับเธอ ฉันดูออกว่าผู้หญิงคนนั้นชอบมาร์คัสอยู่ไม่น้อย ต่อให้จะไม่ได้สนิทกันมากแต่เธอก็ดีกับฉันมาโดยตลอด

 

เลิกแล้ว

 

“…”

 

เสียใจเหรอ มาร์คัสเชยคางฉันขึ้น ฉันถอนหายใจเบาๆ

 

เสียใจสิ ยังไงเธอก็ยังเป็นเพื่อนฉันเคยเป็นเพื่อนนาย ฉันเว้น นายล่ะ เสียใจรึเปล่า

 

ฉันจะเสียใจมากกว่าถ้าปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีก

 

มาร์คัส…” ฉันครางเรียกชื่อเขาเสียงเบาหวิวเมื่อร่างสูงเอื้อนเอ่ยประโยคนั้น สิ่งที่อยู่ในอกข้างซ้ายของฉันเต้นระรัวและไม่มีวี่แววจะช้าลงเลย ฉันรู้สึกแย่ที่ทำร้ายเฮเลน แต่เมื่อมาร์คัสประคองใบหน้าฉันไว้และโน้มหน้าลงมาหาช้าๆทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ก็ดูจะไม่มีความหมายอีกเลย

 

ฉันเห็นนัยน์ตาสีฟ้าชัดเจนในความมืด ไออุ่นจากร่างกายของมาร์คัสช่วยบรรเทาฉันจากความหนาว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจมากที่สุดในเวลานี้ฉันหลับตาลงเมื่อริมฝีปากร้อนประทับลงบนเรียวปากของฉันอย่างแผ่วเบา เห็นภาพของเราตลอดช่วงเวลาที่รู้จักกันมาอยู่ในหัว จริงอยู่ที่อะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปแล้วและตอนนี้ฉันก็ขอบคุณจริงๆ ที่มันเปลี่ยนไป ไม่อย่างนั้นฉันกับมาร์คัสอาจไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้

 

มันนานหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้มีใครสักคนสัมผัสริมฝีปากของฉัน มีสัมผัสของบางคนที่ฉันจดจำได้ชัดเจนแต่ไม่มีเลยที่มันจะให้ความรู้สึกที่ดีอย่างนี้ มาร์คัสมอบจูบอันหอมหวานให้ฉันช้าๆ มันอ่อนโยนจนทำให้ทั้งร่างของฉันสั่นไหว ฉันต้องการสิ่งนี้มากกว่าอะไรที่เคยต้องการมา ฉันตอบรับสัมผัสของมาร์คัสด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจ และมันก็ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ในใจเขาก็จะระเบิดออกมาพร้อมกัน ชั่ววินาทีถัดมาเราก็ต้องการกันมากจนฉุดไม่อยู่ ริมฝีปากคู่นั้นกดย้ำๆ ลงมาบนริมฝีปากของฉัน มาร์คัสเร่งจังหวะจูบและฉันเองก็ไม่อาจห้ามใจเอาไว้ได้เลย ฉันวางมือบนใบหน้าเกลี้ยงเกลา ก่อนจะสอดมันเข้าไปในเรือนผมนุ่ม ในขณะที่ฝ่ามือของมาร์คัสก็ไล้ลงมาตามเรือนร่างฉัน และโอ้ พระเจ้า อะไรก็ช่าง

 

อะไรก็ช่าง ฉันรอคอยจูบนี้มาโดยตลอด

 

นานทีเดียวกับจูบที่ร้อนแรงจนแทบจะลุกเป็นไฟ ฉันสาบานว่ามันเป็นจูบที่ดีที่สุดในชีวิตยี่สิบสองปีของฉันเลย ร่างกายของเราสองคนแนบชิดกัน ฉันโอบรอบคอมาร์คัสและเขาเองก็โอบกอดฉัน เราค่อยๆ ถอนจูบแต่ไม่ได้รู้สึกว่าความหนาวของอากาศจะสยบความร้อนนี้ได้เลย

 

อันที่จริงฉันรู้สึกว่ามันยังไม่พอด้วยซ้ำ

 

“Oh, fuck, I need more of this…” (โอ้ เวรเอ๊ย ฉันอยากได้มากกว่านี้)

 

อื้มมาร์กี้ มันหนาวนะ ฉันพึมพำผ่านจูบที่มาร์คัสแนบลงมาอีก ปฏิเสธเสียงสั่น

 

หนาวเหรอ ฉันร้อนแทบตายแล้วเอส

 

เดี๋ยว…” มันไม่เป็นผลเลยเพราะฉันเองก็ต้องการจูบนี้มากพอๆ กับที่มาร์คัสต้องการมัน แค่คิดว่าเราไม่ควรมายืนจูบกันริมทะเลมืดๆ อย่างนี้นานเกินไปเท่านั้น แต่อืม ฉันหยุดมันไม่ได้ฉันจูบตอบครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่ารสสัมผัสจากริมฝีปากมาร์คัสจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ และที่สำคัญไม่เคยคิดมาก่อนว่ามาร์คัสจะร้อนแรงจนแทบบ้า ฉันครางเบาๆ “…มาร์คัส

 

แต่อะไรก็หยุดเราไม่ได้เลยในวินาทีนั้น

 

ยกเว้นคลื่นที่กระเซ็นใส่เราเหมือนจะเตือนว่าให้ไปพลอดรักกันที่อื่นน่ะนะ

 

รองเท้าของเราเปียก ขากางเกงของมาร์คัสและขาจัมป์สูทที่ฉันสวมด้วย เราก็เลยได้ฤกษ์นำริมฝีปากห่างกัน แต่มันก็ตลกจนเราหลุดหัวเราะ ฉันรู้สึกเขินจนทนไม่ไหวก็เลยวิ่งหนี มาร์คัสจับตัวฉันได้ที่รถที่เบาะหลัง ที่เราเอ้อ พลอดรักกันอีก

 

ตาย ตายแล้ว เราอดทนมานานเกินไป เราหยุดไม่ได้เลยตอนนี้

 

“Shit…ฉันไม่อยากทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าและไปเร็วกับเธอเกินไปนะ ได้โปรดหยุดจูบแบบนั้นที มาร์คัสพึมพำท้าเสียงหอบหายใจของเราสองคน หากแต่ริมฝีปากร้อนก็ยังลากไล้ลงไปที่ต้นคอของฉันและฝังอยู่อย่างนั้น ฉันสวมเสื้อเปิดไหล่กับจัมป์สูท มาร์คัสก็เลยไม่ลังเลเลยที่จะลากริมฝีปากไปตามไหล่ด้วย อันที่จริงเขาใช้ริมฝีปากลากตรงหน้าอกลงเพื่อฝากรอยจูบเอาไว้ด้วยซ้ำ

 

พระเจ้าหัวฉันตื้อไปหมด

 

นายก็หยุดจูบฉันสิ ฉันครางฮือ ไม่อยากจะเชื่อว่าตอนนี้ตัวเองจะนอนอยู่บนเบาะหลังรถโดยมีมาร์คัสคร่อมอยู่จริงๆ โอ้ตายนี่ฉันจู๋จี๋กับเพื่อนมัธยมและมาไกลกับเขาขนาดนี้ในเวลาอันแสนสั้นได้ยังไง ฉันเองก็ไม่อยากใจเร็วนัก ที่สำคัญเรายังไม่เคลียร์สถานะของเราเลย

 

มาร์คัสสบถ จูบแรงๆ บนเรียวปากของฉันอีกครั้งก่อนจะละออกมาอย่างอ้อยอิ่งราวกับมันฝืนใจเขาเหลือเกินซึ่งถ้าจะเอาตามตรงมันก็ฝืนใจฉันด้วย

 

ให้ตายฉันต้องการเธอมาโดยตลอด

 

ต้องการจะทำอย่างนี้เหรอ…” ฉันยั่ว มาร์คัสมองอย่างคาดไม่ถึง เขาเลยจูบต้นคอของฉันอีก อืมฉันก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะเพิ่งพูดอย่างนั้นออกไป

 

ก็ใช่ และต้องการมากกว่านี้

 

“…” โอเค ทีนี้เป็นฉันแล้วที่ไปไม่ถูก

 

หมายถึง มากกว่านี้จริงๆ…” เขาเว้น เกลี่ยเรือนผมอันยุ่งเหยิงของฉัน มากกว่าแค่ร่างกาย ฉันต้องการมากกว่านี้ เอสเธอร์

 

“…”

 

ฉันเอาแต่คิดถึงสิ่งที่เราอาจจะเป็นได้อยู่ตลอดเวลา แต่ฉันไม่กล้า…” มาร์คัสผ่อนลมหายใจ ฉันค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง อดยิ้มไม่ได้เลย ฉันมองเธอมาตั้งแต่ก่อนเธอจะคบกับลีออน แต่ฉันกลัวว่านี่มันจะพังเรา และพอเธอคบกับหมอนั่น ฉันก็คิดว่าตัวเองคงจะไม่มีโอกาสอีก…”

 

ฉันคือผู้หญิงคนนั้นที่นายบอกว่าอยากขอไปงานเลี้ยงเต้นรำด้วยเหรอ ฉันโน้มใบหน้าไปใกล้มาร์คัสจนปลายจมูกของเราชนกัน เขาบู้ปาก หลบสายตา ฉันเลยหลุดหัวเราะ “…แปลว่าใช่สินะ ฉันไล่ปลายนิ้วไปตามแก้มของเขา ทำไมถึงน่ารักอย่างนี้ แล้วตอนที่ฉันถามทำมาเป็นบ่ายเบี่ยง

 

ก็ไม่รู้นี่ว่าเธอคิดยังไง เขาเบ้หน้า

 

ฉันคิดว่าฉันชอบนาย

 

“…”

 

ฉันชอบนาย มาร์คัส เทอร์เรลล์ ฉันเอ่ยขณะลากปลายนิ้วมาที่ปลายคางของเขา หลุบนัยน์ตาลงมองริมฝีปากคู่นั้นและเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาด้วยตัวเอง ฉันไม่กลัวอีกแล้วฉันไม่อยากจะเสียเวลากับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง

 

เพราะฉันหล่อขึ้นรึไง มาร์คัสแกล้งตอนที่ถอนริมฝีปาก ฉันทำแก้มป่อง

 

นี่เป็นพาร์ทที่นายควรจะพูดอะไรที่โรแมนติกกว่านั้นนะ

 

ก็ถ้าเธออ้อนฉันอาจใจอ่อน

 

มาร์กี้…” เลียนแบบคำพูดฉันเฉยเลย แต่นี่คงไม่ใช่มาร์คัสถ้าเขาไม่แกล้งอะไรฉันบ้างเลย ฉันทำหน้างอ แต่จะลองอ้อนดูหน่อยก็ได้ นายไม่ชอบฉันเหรอ ฉันชอบนายจริงๆ นะ

 

“…”

 

ฉันอบพายอร่อย ทำอาหารได้ ดูบอลเป็น ช่วยนายเลือกเสื้อผ้าได้ด้วยฉันเอาใจเก่งและน่ารักนะ

 

“…”

 

ไม่อยากคบกับฉันเหรอ

 

มาร์คัสยกมือขึ้นปิดใบหน้า แต่ฉันเห็นรอยยิ้มกว้างของเขา ฮ่ะๆมาร์กี้กำลังเขินล่ะ เขินมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยด้วย เขาแกล้งกอดฉันแรงๆ ยัยบ้าเอ๊ย ฉันอยากจะคบกับเธอมาเป็นชาติแล้ว ให้ตายเถอะ

 

อ่าแต่นายยังไม่พูดคำนั้นเลย

 

คนตัวสูงเลยผละออกจากอ้อมกอด นัยน์ตาคู่สวยจ้องตาฉันในความมืด แล้วบรรยากาศเล่นๆ เมื่อครู่ก็หายไป น้ำเสียงจริงจังหลุดจากริมฝีปากของมาร์คัส ฉันชอบเธอ เอสเธอร์ เชอร์เบิร์น

 

“…”

 

ฉันชอบเธอมาโดยตลอด

 


 

 







ไม่มีอะไรที่เหมือนกับการสารภาพรักกับคนที่เรามีอดีตอันแสนยาวนานด้วย พลอดรักกับเขา กลับมาค้างด้วยกันที่ห้องเดิมของเขาในบ้านหลังของครอบครัวที่ฉันเคยมาเยือนนักต่อนัก

 

ก่อนจะโดนปลุกในตอนเช้าจากแม่ของเขาเอง

 

มาร์กี้! จะกลับมาไบรตันทำไมไม่อุ๊ย!” บาร์บาราหยุดน้ำเสียงของเธอลงหลังจากที่เปิดประตูห้องลูกชายเข้ามาและพบว่าเขาอยู่บนเตียงกับผู้หญิงซึ่งก็คือฉัน

 

พระเจ้า มาร์คัสมีสีหน้าอยากตายซะให้ได้ ฉันแทบอยากจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า เหลือเชื่อเลยแม่ ผมก็เขียนโน๊ตไว้ให้แล้วไง

 

แล้วแม่จะเห็นไหมล่ะ! แหม ไอ้ลูกคนนี้ ย่องกลับมาดึกๆ ดื่นๆ โทรมาบอกสักหน่อยก็ไม่มี ถ้าแม่ไม่ออกไปเห็นรถลูกตอนรดน้ำต้นไม้จะรู้ไหมว่าลูกกลับมาน่ะฮึ เธอเท้าเอวบ่น ก่อนจะหันมายิ้มแย้มใส่ฉัน อ๊ะ ไม่ได้ว่าหนูนะจ๊ะ และหันไปยิ้มกรุ้มกริ่มกับลูกชาย

 

มาร์คัสทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง ถามจริง แม่จำยัยนี่ไม่ได้รึไง

 

หืม?”

 

ฉันค่อยๆ ลดผ้าห่มลง ลุกขึ้นนั่งพลางจัดเรือนผมที่ยุ่งไม่เป็นทรงแล้วหัวเราะแหะๆ สวัสดีค่ะบาร์บารา

 

เธอขมวดคิ้วอยู่วินาทีหนึ่ง ก่อนจะทำตาโต หนูเอสเธอร์!”

 

สบายดีไหมคะ ฉันเกร็งเป็นบ้า ฮือ ฉันชอบแม่ของมาร์คัสมากนะ และถ้าเป็นเวลาปกติฉันคงจะลุกไปกอดทักทายเธอแล้ว แต่เอ่อ ตอนนี้ฉันอยู่ในเสื้อยืดของมาร์คัส สีขาว ที่คงจะเห็นไปถึงไหนถ้าฉันลดผ้าห่มนี่ลงเพราะฉันไม่ได้สวมบราหรือกางเกงข้างล่างนี่เลย แต่ยังสวมกางเกงในอยู่นะฉันยังไม่ได้มีอะไรกับมาร์คัส แค่อาจจะอารมณ์พาไปมากไปหน่อย

 

สบายดีจ้ะ หนูต่างหาก สบายดีไหม เธอยกมือขึ้นทาบอก รีบเดินเข้ามานั่งที่เตียง มาร์คัสกลอกตาไปมา พลิกตัวนอนคว่ำหนีอย่างรำคาญ (แม่ของเขาอาจจะรักฉันมากกว่าเขานิดหน่อยน่ะ ฮ่ะๆ) ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เห็นมาร์คัสบอกว่าไม่ได้คุยกันเลย แล้วไปไงมาไงถึงได้กลับมาพร้อมกันได้จ๊ะเนี่ย

 

อู้วยาวเลยนะเรื่องนั้น

 

ฉันได้แต่ยิ้มแหยๆ อยากรู้ว่าเธอกำลังคิดว่าฉันมาค้างกับมาร์คัสเฉยๆ แบบเมื่อก่อนไหมนะ ถึงได้ดูไม่ติดใจอะไรเลยที่ฉันอยู่บนเตียงกับลูกชายของเธอ แต่เมื่อก่อนเราไม่เคยร่วมเตียงกันนะ

 

พอดีบังเอิญเจอกันแถวที่ทำงานเมื่อเดือนก่อนน่ะค่ะ

 

ก็เลยอยากจะกลับมาไบรตันเหรอจ๊ะ แหม น่าจะบอกไว้ก่อนนะ ไม่อย่างนั้นจะได้เตรียมทำของอร่อยไว้ให้

 

นี่ยังไงล่ะฉันจะไม่รักบาร์บาราได้ยังไง ขอบคุณมากค่ะ แต่มันกะทันหันนิดหน่อยน่ะค่ะ

 

อย่างนี้นี่เอง ไม่เป็นไรจ้ะ แม่กำลังจะออกไปซูเปอร์มาร์เกตกับพ่อของเจ้านี่พอดี เดี๋ยวยังไงลงไปกินมื้อเช้าข้างล่างแล้วอยู่คุยกันก่อนนะ มื้อกลางวันจะได้ทำของโปรดให้กิน

 

ตกลงค่ะ ฉันตอบรับเพราะรู้ว่าปฏิเสธไปก็ไม่มีประโยชน์ แม่ของมาร์คัสไม่ยอมให้ฉันปฏิเสธหรอก เธอเลี้ยงฉันดีอย่างกับลูกอีกคนของเธอ แล้วมาร์คัสก็อิจฉานักล่ะ

 

ฮัลโหล ลูกแม่อยู่ทางนี้ ผมก็อยากกินของโปรดเหมือนกันนะ เขาประท้วงตอนที่บาร์บาราลูบแก้มฉันอย่างเอ็นดู

 

อะไร ไอ้ตัวป่วน อยากกินก็หากินเองสิ เธอสะบัดหน้า ฮ่ะๆ มีอย่างที่ไหนพูดจาหยาบคายกับแม่ฮึ นี่ถ้าไม่ได้หนูเอสเธอร์ก็คงไม่คิดจะกลับมาล่ะสินะ

 

โธ่แม่…” มาร์คัสงานเข้าอีกแล้ว แม่ของเขากอดอกแน่น ร่างสูงจึงต้องลุกขึ้นแล้วขยับไปกอดอ้อนแม่บ้าง ผมก็บอกไว้แล้วไงว่าเดือนนี้จะกลับบ้าน นี่ก็กลับมาแล้วนะ แต่เมื่อคืนเราเข้ามาดึกมากนี่นา ผมไม่อยากปลุกแม่นี่

 

เฮอะ แล้วนี่มาแต่งตัวอย่างนี้นอนกับเอสเธอร์เขาได้ยังไงฮึ ทำไมไม่ไปนอนอีกห้อง เป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิ!”

 

มาร์คัสยกมือขึ้นเกาหัวอ่า เขาเองก็สวมแค่บ็อกเซอร์ และปกติมาร์คัสก็ต้องนอนที่อื่นจริงๆ ถ้าฉันมาค้าง เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ก็ข้างล่างมันร้อน

 

ข้างบนก็ร้อน แต่ฉันไม่ได้หมายถึงอากาศ

 

นั่นแหละ

 

จริงๆ เลย ไปๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเลย แล้วหาอาหารเช้าให้เอสเธอร์เขาด้วยล่ะ เดี๋ยวแม่มา

 

คร้าบๆ

 

ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ บาร์บาราหันมายิ้มหวานอย่างใจดีให้ฉันอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นไปทางประตู แล้วมาร์คัสก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแรงๆ เมื่อแม่ของเขาดึงบานประตูปิด ฉันมองหน้าคนที่นอนอยู่ยิ้มๆ

 

ข้างล่างมันร้อน?”

 

“Yeah, so fucking hot.” เขาหัวเราะ ยื่นมือมารั้งต้นคอลงไปหา “And by hot I meant you…” (และที่บอกว่าร้อน นั่นฉันหมายถึงเธอ)

 

“Or you…” (หรือไม่ก็นาย) ฉันมีรอยยิ้ม ยอมโน้มตัวลงไปหามาร์คัสแต่โดยดี ฉันจะยอมรับว่าตอนนี้เราต่างก็หลงใหลกันจนฉุดไม่อยู่ มาร์คัสจูบอรุณสวัสดิ์เบาๆ

 

แต่ประตูยังปิดไม่สนิท

 

และแม่ของเขาก็ย้อนกลับขึ้นมาโดยไม่บอกไม่กล่าว

 

เออนี่ แล้วพวกลูก…”

 

ฉันไม่รู้ว่าใครตกใจมากกว่าในตอนนั้น ระหว่างแม่ของมาร์คัสที่พร่ำคิดว่าเราสองคนแอบคบกันมาตลอดเวลาแม้เราจะปฏิเสธไม่ได้หยุด จนเธอมาเชื่อในที่สุดตอนที่ฉันคบกับลีออนหรือฉันที่โน้มตัวอยู่บนเตียงข้างลูกชายเธอที่รั้งต้นคอฉันลงไปจูบอยู่เมื่อกี้

 

อ่ายังไงดี

 

“For goodness’ sake…” มาร์คัสสบถ แม่!!”

 

บาร์บาราถลึงตาใส่ ยังจะมา แม่ อีกเหรอ มาร์คัส! ลูกจูบเอสเธอร์เหรอฮะ!!”

 

มาร์คัสแทบอยากจะเอาหมอนอุดใบหน้าตัวเองและคำรามดังๆ แล้วล่ะฉันว่า ของมันก็เห็นๆ อยู่ ทีนี้แม่จะปิดประตูได้รึยัง

 

หน็อยแน่ะไอ้ลูกคนนี้ ลูกมีเรื่องให้อธิบายอีกยาวเลยนะบอกไว้ก่อน!” บาร์บาราเดินมาหยิกแขนลูกชาย มาร์คัสรีบมุดเข้าไปในผ้าห่มแล้วกอดฉันเอาไว้เป็นที่กำบัง โอ๊ย

 

รู้แล้วๆ! โธ่แม่ออกไปซื้อของก่อนเถอะน่า เดี๋ยวกลับมาจะเล่าให้ฟัง

 

แต่ยังไม่ทันที่บาร์บาราจะได้ออกไปไหนหรอก

 

เสียงดังอะไรกันน่ะคุณ

 

อื้มดี เฮนรี พ่อของมาร์คัสก็ตามขึ้นมาด้วย แล้วตอนนี้มาร์คัสกอดฉันอยู่บนเตียง ฉันว่าเฮนรีคงเรียบเรียงเรื่องราวในหัวได้ไม่ยากเย็นนัก

 

โอ้ สวัสดี เอสเธอร์ใช่ไหมลูก

 

สะสวัสดีค่ะเฮนรี ฉันยิ้มแห้งๆ ดันมาร์คัสออกจากตัว เฮนรียิ้มรับและลากสายตาไปมองลูกชายตัวเองแทน

 

แกทำอะไรอีกล่ะ มาร์คัส

 

ผมไม่ได้ทำอะไรเลย แม่นั่นแหละที่มาหยิกผม เขาฟ้อง

 

ไม่ได้ทำอะไรเหรอ ลูกตัวดีของคุณน่ะรังแกเอสเธอร์เห็นๆ บาร์บาราว่า ตะตายล่ะ

 

หืมรังแกอะไร

 

ก็เจ้าเด็กนี่จูบเอสเธอร์น่ะสิ!”

 

โอย ฉันอยากจะมุดลงไปใต้เตียง นี่ไม่ควรเป็นเหตุการณ์ที่เราประกาศกับพ่อแม่ของเขาว่ากำลังคบกันอยู่นะ ฮือแล้วดูสิ เฮนรีเบิกตากว้างเชียว เขาส่ายหัวก่อนจะเอ่อ ระเบิดหัวเราะ

 

ต้องอย่างนี้สิไอ้ลูกชาย ฮ่าๆ

 

อ้าวนี่คุณ!”

 

เวรทีนี้มาร์คัสเลยหลุดหัวเราะลั่นบ้างเลย

 

คุณก็อย่าไปยุ่งกับลูกมันน่า มาๆ ออกมานี่เร็ว ว่าพลางรีบดึงมือผู้เป็นภรรยาออกจากห้องก่อนหันมาขยิบตาให้มาร์คัสและไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ด้วยเยี่ยม

 

ฉันหันไปมองหน้ามาร์คัสที่อารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด เชื่อเลย

 

พ่อกับแม่ไม่อยู่ ทำอะไรดี

 

ยัง ยังจะมายิ้มเจ้าเล่ห์อีกฉันบีบแก้มคนจอมซน ทำอย่างกับเรายังอยู่มัธยมและแอบมาค้างด้วยกันไปได้ แม่นายบอกให้ไปอาบน้ำและหามื้อเช้าให้ฉันกิน จำได้ไหม

 

นึกว่ามื้อเช้าของเธอนอนอยู่ตรงหน้าเธอซะอีก

 

มาร์กี้!” ฉันร้องลั่นเมื่อมาร์คัสดึงฉันไปกอดรัดฟันเหวี่ยงบนเตียงอีก โอ๊ยนี่มันยังใหม่สำหรับฉันเกินไป การหยอกล้อและยั่วเย้าแบบนี้ มาร์คัสทำให้ฉันจั๊กจี้และหลุดหัวเราะ แล้วกว่าที่จะได้ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวจริงๆ นะอีกนาน

 

 

 

 

 

 

 

ฉันไม่มีชุดมาเปลี่ยนเลย แล้วเมื่อคืนที่เอาแต่พลอดรักกับมาร์คัสนั่นฉันก็ไม่ได้คิดว่ามันจะทิ้งรอยอะไรบ้างเวลาที่ฉันกลับมาใส่เสื้อเปิดไหล่นี้กับจัมพ์สูทอีกครั้ง ฉันหมายถึงรอยจูบของมาร์คัส ทีนี้ฉันก็ได้แต่เอาผมปิดและภาวนาว่ามันจะไม่โชว์ให้พ่อกับแม่ของเขาเห็น

 

เรายอมรับกับพวกท่านว่ากำลังคบกันอยู่ แล้วทั้งพ่อและแม่ของมาร์คัสก็ยินดียิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น บาร์บาราถึงขั้นรีบโทรไปรายงานข่าวดีนี้กับไมลส์ พี่ชายของมาร์คัสที่อยู่ลอนดอน แล้วไมลส์ก็ถามกลับสั้นๆ โดยไม่มีตื่นเต้นว่า เพิ่งจะมาคบกันได้เหรอ

 

มาร์คัสก็เลยด่า หุบปาก ไอ้เวร

 

แต่สรุปก็คือ ฉันกับมาร์คัสกำลังคบกันจริงๆ พูดแล้วก็ยังรู้สึกเหมือนว่าฝันไปอยู่ ฉันยังไม่ได้บอกที่บ้าน บอกแค่ว่าตอนนี้อยู่ไบรตันแล้ว กะว่าจะรอกลับไปบอกทีเดียวตอนบ่ายหลังกินมื้อเที่ยงที่บ้านมาร์คัสซะก่อนตอนนี้เราก็เลยช่วยบาร์บาราทำอาหารกันคนไม้คนละมือ

 

แต่มาร์คัสก็ขี้แกล้งนักแหละ แถมเขายังเกาะแกะ เดี๋ยวก็มาจี้เอว เดี๋ยวก็เอาอะไรมาหยอกล่าสุดก็มากวนตอนฉันกำลังฝานชีสอย่างระวังอยู่

 

เดี๋ยวไปบ้านเธอ แล้วตอนเย็นออกมาท่าเรือกันไหม เขาลูบหลังฉัน

 

อื้ม เอาสิ ฉันอยากไปเกมเซ็นเตอร์ที่นั่น ฉันยิ้มร่า แล้วก็ย่นจมูก แต่ขออาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนนะ

 

ฮ่ะๆ เธอยังไม่เหม็นหรอก ว่าพลางจูบไหล่ฉันเบาๆ อื้มจะตอบอะไรดีล่ะอย่างนี้ แล้วคืนนี้จะค้างที่บ้านใช่ไหม

 

ใช่ อย่าหวังเลย ฉันวางนิ้วโป้งบนริมฝีปากมาร์คัส รู้นะว่าคิดอะไร

 

โธ่…” มาร์คัสคอตก แต่รอยยิ้มของเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้จริงจังว่าเราจำเป็นต้องค้างด้วยกันคืนนี้อีก ไม่เป็นไร เธอค้างที่บ้านนั่นแหละดีแล้ว นานๆ จะได้กลับมาทีไว้กลับลอนดอนก่อนค่อยว่ากัน

 

ฉันเม้มริมฝีปาก รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเลย

 

โอ้ ขอร้อง จู่ๆ แม่ของมาร์คัสร้องขึ้นเสียงดัง เธอเท้าเอวมองเราด้วยสีหน้าขัดใจ ฉันวางมือจากชีส แย่ล่ะเราคุยอะไรที่ไม่สมควรออกไปรึเปล่านะ หยุดอ้อนเอสเธอร์ แล้วก็หยุดสัมผัสเธอตรงหน้าแม่สักทีได้ไหม มันอย่างกับลูกกำลังลวนลามน้องสาวตัวเอง!”

 

เอ้า

 

มาร์คัสมีสีหน้างงจัด แต่เอสไม่ใช่น้องผมนี่

 

แม่ไม่ชิน!”

 

ก็ถ้าแม่ไม่ให้ผมแตะต้องแฟนตัวเองแล้วจะให้ไปแตะใครล่ะ มาร์คัสก็พูดถูก แต่ก็เอิ่ม ไปแตะคนอื่นก็โดนตบน่ะสิ

 

นี่แม่ยินดีมากนะที่พวกลูกคบกัน แต่โอ๊ย แม่ไม่เคยเห็นเราสองคนมุมนี้มาก่อน นี่ต้องใช้เวลาอีกนานไหมกว่าจะชิน บาร์บาราขัดใจได้น่ารักจนเกินไป มาร์คัสหัวเราะเบาๆ แล้วเดินไปโอบแม่ของเขาแทน

 

ฮ่าๆ ไม่นานหรอกฮะ มันไม่แปลกสำหรับผมกับเอสเลยนะ แม่ก็อย่าไปติดภาพเก่าๆ สิ เขาเอาใจ เอางี้ เดี๋ยวเราสวีทกันบ่อยๆ แม่จะได้ชิน ฮ่าๆ

 

เงียบเลย ไอ้ตัวแสบ บาร์บาราหยิกแก้มลูกชายอีกแล้ว มาร์คัสสูดปากร้อง นี่เอสเธอร์ ถ้าเจ้ามาร์คัสมันรังแกอะไรก็โทรมาได้ตลอดเวลาเลยนะจ๊ะ ไม่ต้องเกรงใจ

 

ฉันหัวเราะ ทราบแล้วค่ะ

 

ก็หรรษากันตลอดเวลาอย่างเคยแหละนะบ้านนี้ ฉันมองมาร์คัสที่บ่นระงมแล้วก็ส่ายหัวรู้สึกดีจังที่ได้กลับมาและแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย

 

หมายถึงยกเว้นสถานะของฉันกับมาร์คัสน่ะ

 

นี่ฉันคบกับเขาแล้ว คบกับเขาจริงๆ หลังจากที่ไม่ได้เปิดใจให้ใครมาหลายปี

 

มาร์คัสถูกแม่ตัวเองบ่นก็เลยงอนแล้วก็เดินกลับมาอ้อน ร่างสูงกอดฉันจากข้างหลังพลางวางคางบนไหล่ มองใบหน้านั้นแล้วก็ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะมีรอยยิ้มกว้างฉันป้อนชีสให้มาร์คัสแทนเพื่อที่เขาจะได้หยุดบ่น และจริงๆ นะ ครั้งนี้ฉันรู้เลยว่ามันจะต้องดีมาก

 

ความสัมพันธ์นี้มันจะต้องดี อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยล่ะ

 

แต่ทำไมมาร์คัสมองฉันยิ้มๆ อย่างนั้นนะ อะไรเหรอ

 

เขากัดริมฝีปากเพื่อกลั้นรอยยิ้มที่กว้างขึ้น ทำเหมือนไม่อยากจะพูด แต่เมื่อแม่ของเขาเดินออกจากครัวไปเพื่อหาอะไรบางอย่าง เขาก็พูดออกมาจนได้ ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้เธอเป็นแฟนฉันจริงๆ

 

อื้มโคตรเข้าใจ เพราะฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนฉัน

 

เรื่องดีๆ มักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวไงล่ะ ฉันจับเสื้อมาร์คัสเพื่อดึงเขามาใกล้ บอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไป “I’m so happy…”

 

มาร์คัสเกลี่ยแก้มฉัน มีรอยยิ้มหวาน “Me too.”

 

แล้วแค่ตอนที่เขาโน้มใบหน้ามาจูบ และมันกำลังหวานซึ้งนั่นแหละ แม่ของเขาก็กลับเข้ามาอีก

 

พระเจ้า ฉันล่ะเบื่อคนหนุ่มสาวจริงๆ หยุดแตะต้องลูกสาวแม่ได้ไหม มาร์คัส!”

 

แม่ไม่มีลูกสาวสักหน่อย…” มาร์คัสตอบด้วยน้ำเสียงเนือยหลังถอนจูบ ฉันซ่อนใบหน้าอยู่ด้านหลังเขา เอสเธอร์เป็นของผมนะ ไม่ใช่ของแม่

 

เอสเธอร์เป็นของผม มาร์คัสเขาว่าอย่างนั้นแหละ

 

อา ฉันต้องเก็บไปนอนเคลิ้มแหงๆ

 

ไม่รู้แหละ อย่ามาทำให้เอสของแม่แปดเปื้อนนะ

 

มาร์คัสระเบิดหัวเราะ เราจะทำมากกว่านี้อีกตอนที่แม่ไม่เห็น

 

ทีนี้ มาร์คัสก็เลยถูกบาร์บาราไล่ตี ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนเอ๋อ

 

เอ้อ แม่ของมาร์คัสดีใจกับเรา แต่ก็รักฉันและลูกชายเธอแปลกๆ ดีแฮะ ฮ่ะๆ ชอบจัง

 

 

 

 

Taylor Swift ft. Ed Sheeran – Everything has changed

 

 


FernniZ’s 2nd Talk : 08.11.17

          ฟินล่ะซี่ หลงมาร์คัสกันใหญ่เลยแต่ทางคนที่อ่านเรื่องนี้และร็อบบี้ด้วยก็พูดเป็นแถบๆ เลยนะว่า มาร์คัสก็มาร์คัสเหอะ ร็อบบี้น่ารักขนาดนี้ยอมเลย ฮ่าๆๆๆ ไม่ไหวเลยยยยย แต่เรื่องนั้นเพิ่งเริ่มเนอะ ยังไม่มีอะไรมากเท่าเรื่องนี้ :)

          วันนี้เฟิร์นมีข่าวมาอัพเดตค่ะก่อนหน้านี้เฟิร์นเคยบอกว่าอาจจะได้งานที่ไอร์แลนด์เนอะ จะบอกว่าสรุปไม่ได้ ผ่านไปยันรอบไฟนอลเลย แต่เขาก็เลือกคนมีประสบการณ์มากกว่าไป (ก็เข้าใจได้แหละ เฟิร์นเพิ่งเรียนจบ เคยแปลนิยายมาสองเรื่องนี่ก็หรูแล้ว) แต่วันนี้เฟิร์นก็ได้งานแล้วนะ หลังจากเลือกนู่นเลือกนี่ ปฏิเสธที่นู้นที่นี้ ฮ่าๆ เป็นคนเลือกเยอะเพราะไม่สามารถทำงานที่ไม่ชอบได้จริงๆ ค่ะ ถ้าจะให้พูดก็เหมือนเอสเธอร์นี่แหละ เฟิร์นไม่อยากทำงานที่ต้องมานั่งคิดว่า ทำๆ ไปเถอะ อยากมีความสุขกับงานและไม่ต้องมาอิดออดพอวันจันทร์มาถึง

            ตอนนี้ก็เลยได้งานกับนิตยสาร Prestige ตำแหน่ง Life style writer หลายคนอาจเคยได้ยิน แต่ก็อาจไม่รู้จัก ความจริงนี่เป็นนิตยสารที่เจาะกลุ่มผู้อ่านเป็นคนที่มีฐานะสูงๆ (พวกไฮโซนั่นเอง) และเป็นนิตยสารภาษาอังกฤษด้วย เครือเดียวกับพวก Hello มีที่มาจากเยอรมนี และจะบอกว่าความจริงแล้วใหญ่มาก เครือนี้มีหลายประเทศเลยมันเป็นงานในฝันเพราะแต่ละวันจะทำงานไม่เหมือนกัน มีออกนอกสถานที่ ไปต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง (ล่าสุดทีมงานกำลังจะไปนิวยอร์กฮืออออ) เดินทางในประเทศอย่างน้อยเดือนละครั้ง ทำงานกับสื่อไง ยังต้องไปร่วม Press conference ไปดินเนอร์ต่างๆ นานาแล้วแต่โอกาส อันนี้คือที่ Managing Director บอกมานะ ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ และเฟิร์นก็ตื่นเต้นมากเลย เริ่มทำงานวันที่ 15 นี้แล้ว ฮี่ๆ :)

          อยากมาแชร์เฉยๆ เพราะเฟิร์นเห็นหลายคนมากที่จบแล้วรีบๆ ทำงาน อยากมีเงิน แต่ทนทำงานที่ไม่ชอบ เฟิร์นว่ามันไม่ถูกต้องเลย ค่อยๆ หา ค่อยๆ คิด ทำงานที่เราชอบแล้วจะเหมือนว่าไม่ต้องทำงานทุกวัน คิดแบบนี้นะ! อย่างเฟิร์นก็เหมือนทำงานทุกวันเพราะแต่งนิยายทุกวัน แต่ไม่เคยเบื่อเลยเพราะรักมาก

            สุดท้ายยยยยเฟิร์นจะรับปริญญาเร็วๆ นี้แล้วนะ (จริงๆ ไม่ได้เข้ารับหรอก แต่จะไปถ่ายรูป) มีแฟนคลับจำนวนหนึ่งจะมาเหมือนกัน ถ้าหากใครแวะมาหาเพื่อนหรือญาติพี่น้องจะแวะมาก็ได้เลยไม่ว่ากัน

            วันที่ : 26 Nov และ 2 Dec

          สถานที่ : คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

            ทางติดต่อ : Line – kanittha.ferrniz (ไม่อยากให้เบอร์ทางนี้ แต่ถ้าจะมากันจริงๆ ไลน์มาขอเบอร์และถามเวลาก็ได้ อิอิ)

            เจอกันตอนหน้านะ!




 FernniZ’s 1st Talk : 05.11.17

          ฟินไหมฟินสิ ฮี่ๆ นี่เป็นนิยายที่พระเอกนางเอกคบกันเลย ไม่ต้องมีเดต มีอะไรทั้งนั้น จะรอไปเพื่ออะไรอีกล่ะจริงไหม รู้จักกันมาเป็นสิบปี เคยแอบชอบกันมาแล้วทั้งคู่ แถมใจยังมาตรงกันขนาดนี้สิ่งหนึ่งที่เฟิร์นชอบมากคือการที่เอสเธอร์แสดงออกไม่ต่างอะไรจากมาร์คัสเลย รู้สึกว่านี่เป็นนางเอกที่ซื่อตรงกับความรู้สึกมากๆ (หัวเราะ) ก็รอมานานเกินทนแล้วนี่เนอะถ้ายังลีลาอีกก็ไม่ต้องคบกันแล้วล่ะชีวิตนี้

            ว่าแต่ชอบตอนนี้กันไหมคะ ถ้าชอบอย่าลืมเมนท์ยาวๆ นะ อิอิ มาร์คัสกับเอสเขาร้อนแรงน่าดูเลยเนอะ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #709 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 08:39
    โอ้ยยย น่ารักมากกก แม่มาร์คคือน่ารักเว่ออออ 555555 ตลกความไม่ชินของนางงง
    #709
    0
  2. #369 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:43
    -2- ชอบครอบครัวของพระเอกมาๆทโคตรน่ารักกกก 55555555555 / เจ้~ คอนเกรททททททททททททท (ช้าไปมะ ฮือออ หนูพึ่งมีเวลามาอ่านนิยายง่ะะ จริงๆขกอ่านหนังสือ 55555555) เจ้ดูได้ทำงานที่เจ้(น่าจะ)มีความสุข ดูเป็นฝันของคนหลายๆคนเลยละได้ทำงานที่ชอบเนี้ย ชีวิตน่าอิจฉาจริงๆ 5555555555
    #369
    0
  3. #368 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:32
    -1- โคตรเขินอีกแล้วววว เขินตอนนางเอกรุกอ่ะ เขินแทนพระเอก 555555
    #368
    0
  4. #339 คนบ๋วย (@08310) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 00:10
    คือแบบ เฮ้อออ55555
    #339
    0
  5. Programmer
    #315 LOFI :D (@readMe) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 10:14
    อ่านรวดเดียว คือมันดีมาก ไม่ไหวแล้ว อ่านแล้วใจเต้นแรงเวอร์ มันดีมากจริงๆ
    #315
    0
  6. #304 mybearpp (@mybearpp) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 00:18
    ชอบแม่มาร์คัสจังค่ะ แล้วก็ congrats นะคะ k. furn
    #304
    0
  7. #302 neung111 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 07:51
    ชอบความลูกชาย น่ารักเชียว แล้วก็ดีใจกับเฟิร์นด้วยน๊า ขอให้มีสนุกกับการทำงานจ้า
    #302
    0
  8. #300 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 22:52
    ปล.รอพี่เฟิร์นมาแชร์ประสบการณ์อีกน้า เป็นแรงบันดาลใจมั่กๆ
    #300
    0
  9. #299 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 22:51
    น่ารักมากก หลงมาร์กี้สุดๆ ยิ่งเลื่อนๆลงมาเจออิมเมจshawn อือหือตายไปเลยจ้า55555555 โอ้ยน่ารักมากจริงๆ ยังคงทีมมาร์กี้อยู่นะคะ5555555 /ยินดีกับพี่เฟิร์นด้วยน้า ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้ไปตปททุกปีด้วยดีมากเยย
    #299
    0
  10. #298 MAMA (@ussadong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
    ยินดีกับพี่เฟิร์นด้วยนะคะ รู้สึกว่ารักในสิ่งที่พี่คิดและลงมือทำมากๆ มาแชร์ประสบการณ์อีกเยอะๆนะคะ รอติดตาม และเป็นกำลังใจให้เสมอน้าา
    #298
    0
  11. #297 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 22:23
    ในที่สุดดดดก็คบกันนนนนน 55555 น่าร้ากกกแอบอยากรู้จักไมลส์แฮะ ครอบครัวมาร์กี้น่ารักจริงๆแหละ ฮรืออออ ดีต่อใจ /ยินดีกับพี่เฟิร์นอีกครั้งนะคะ ทั้งเรื่องเรียนจบและเรื่องงาน อ่านแล้วน่าสนใจสุดๆเลย จะต้องมีพล็อตนิยายใหม่ๆ มีตัวละครเจ๋งๆจากงานนั้นเยอะแน่ๆ55555555 รอค่าาาาา
    #297
    0
  12. #296 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 21:55
    คุณแม่ทำไมน่ารักก ตอนนี้น่ารักจริงๆอ่านไปยิ้มไป หลงมาร์คัสทำไมขี้อ้อนจังตอนนี้ -////-
    //ยินดีกับพี่เฟิร์นด้วยนะคะ
    #296
    0
  13. #295 Snoopysnooker (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 21:12
    หลงจนหาทางกลับไม่ได้เเล้ว โอ้ย ทำไมมาร์คัสถึงน่ารักขนาดนี้ ยอมเเล้ววววววว

    ps. ยินดีด้วยนะคะทั้งเรื่องงานเเล้วเรื่องรับปริญญาเลย
    #295
    0
  14. #294 mai-kung (@mai-kung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 20:36
    ยินดีด้วยนะเฟิร์นนทั้งเรื่องรับปริญญา แล้วก้เรื่องงานน :)
    #294
    0
  15. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 18:28
    ง่ะ;-; หายไปนานเลย หมายถึงทิมเนี่ย5555555 งานการบ้านค่อนข้างเยอะ เปิดเทอมมาอาทิตย์นึงได้แล้วค่าพี่เฟิร์น ฮือ มาตามอ่านประมาณสองตอนจนถึงปัจจุบัน กรี๊ดด เขิน ฟิน หายใจไม่ออก มาร์กี้ของเราาา >////////< แอบสงสารเฮเลน ฮือ ความสัมพันธ์พัฒนาเเล้วววว
    #293
    0
  16. #292 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 06:13
    ตายๆ ร้อนแรงไปไหน5555 เขินตรงเอสอ้อนมาก ละลายไปเลย
    #292
    0
  17. #291 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 22:51
    ฟินนนนน
    #291
    0
  18. #290 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 20:39
    โอ้ยยยยยมาร์กี้ ปาหัวใจจจจจจจ นี่มันบ้ามาก ฉากในฝันของชีวิตจริงเราเลยอะ55555 แต่มันไม่น่าจะเป็นจริงได้ แงงง ชอบอ่าาา ชอบมากๆเลยยยยยย สู้ๆนะคะะะ
    #290
    0
  19. #289 ahora (@ahora) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 13:29
    พึ่งมาอ่าน รู้สึกว่าพลาดมากที่พึ่งเปิดมา ฮือออออออ แต่ก็ฟินไปด้วย เพราะอ่านทีเดียวรวดเลย น่ารักมากกดด
    #289
    0
  20. #288 Trim_MEE (@club-walker) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 07:06
    กรี๊ดกร๊าด ปรบมืออออ ฮิ้ววว
    #288
    0
  21. #287 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:56
    งื้ออออออเขินนนทำไมน่ารักขนาดนี้!! ตอนนี้คือน่ารักมากกกจนกละวดราม่าตอนต่อไป จะมีมั้ยเพราะคงไม่ราบรื่นขนาดนั้นอะ กลัวใจไรท์5555
    #287
    0
  22. #285 len-lom (@luk-peach) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:03
    น่ารักมากก ชอบความอ้อนของเอส รู้สึกเหมือนเขินตามมาร์คัส นึกภาพออกเลย บทเรื่องนี้คือดีต่อใจมาก ไม่มีเอ้อระเหยลอยชาย ไม่มีการเล่นตัว กลัวใจพี่เหินว่าจะมีดราม่าเรื่องลีออนเท่านั้นเอง
    #285
    0
  23. #284 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
    ชูป้ายไฟมาร์คัสเลย แอบชอบมานาน สมหวังล้าว
    #284
    0
  24. #283 รีดเด้อออ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 22:08
    โอ้ยยยยยย ฟินสุดดดดดด
    #283
    0
  25. #282 Dreamson (@Dreamson) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 21:35
    ฟินสิค่ะไรท์ ฮิฮิ
    #282
    0