ตอนที่ 7 : CH.6 - People come and leave for a reason

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 ต.ค. 60








6

People come and leave for a reason

มันมีเหตุผลที่ผู้คนเข้ามาในชีวิตและจากเราไป

 

 

ถึงจะมีแผนกับเฟลตเชอร์ก็เถอะ แต่มันก็ใช่ว่าพ่อนายแบบงานรัดตัวจะมีคิวว่างไปเจอกับเพื่อนของเขาเร็วๆ นี้ซะเมื่อไหร่ เผลอแป๊บเดียวเขาก็บินหนีไปทำงานที่ญี่ปุ่นแล้ว เหอะและพนันว่ามาร์คัสเองก็ไม่ค่อยจะว่างวันธรรมดาสักเท่าไหร่

 

ฉันก็พอจะรู้บ้างจากข้อความที่เราคุยกันนะน่ะ

 

โอเค เราส่งข้อความคุยกัน ฉันจะยอมรับข้อนั้น แต่มันก็ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าเรากำลังเดตกันอย่างจริงจังเลย บางทีมันก็แค่เหมือนย้อนกลับไปเมื่อก่อนตอนที่เราส่งข้อความบ่นเรื่องนู้นเรื่องนี้หากัน

 

ฉันเดาไม่ออกเลยว่าสรุปแล้วมันยังไงกันแน่

 

แต่จะยังไงก็ตามแต่ฉันไม่มีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงมาทุ่มให้มาร์คัสตอนที่ยังไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากฉันอย่างนี้หรอก คลอเดียพูดถูกที่ว่าทำงานกับเมซีจะต้องรุ่ง เพราะวันนี้เธอต้องไปเดินพรมแดงงานเปิดตัวหนังที่เธอได้ร่วมแสดงในบทเล็กๆ แล้วฉัน เอสเธอร์ เชอร์เบิร์นคนนี้ก็ได้รับเกียรติเป็นสไตลิสต์ของเธอ

 

โอ๊ย ฉันล่ะอยากจะมีวันที่ได้สวมชุดงามราคามหาศาลอย่างนี้บ้างจัง

 

ทำไมถึงดูสวยขนาดนี้นะ ฉันกล่าวอย่างภาคภูมิใจหลังสวมสร้อยคอให้เมซีเสร็จ ดูเดรสเกาะอกสีม่วงอ่อนบนตัวเธอสิ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่และกำลังแต่งตัวให้ลูกไปงานเลี้ยงเต้นรำจบการศึกษา

 

ก็เพราะคุณไงล่ะ เมซีหัวเราะคิกคัก หมุนตัวให้ดูทีหนึ่ง ให้ตายเถอะฉันรักเธอจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว ทำงานกับเมซีไม่เคยมีปัญหาแถมสนุก เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นและกลายมาเป็นเหมือนเพื่อนมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง

 

แต่ชุดมันมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้เพราะเมซีต่างหาก

 

เอสเธอร์ก็ว่าไปนั่น เมซีจับมือฉันไว้ ขนาดว่าช่างแต่งหน้าทำผมที่อยู่ที่นี่ยังมองเธอด้วยสายตาที่ราวกับเห็นนางฟ้า ซึ่งฉันก็โคตรเข้าใจว่าทำไม ฉันพาเอสเธอร์เข้าไปด้วยได้นะถ้าเอสเธอร์อยากไปด้วยกัน

 

ไม่ดีมั้งคะ ฉันฝันถึงการเดินพรมแดงที่มีแต่งเซเลบมาก่อนนะ แต่ฉันถนัดแต่งตัวให้คนอื่นและมองดูอยู่ห่างๆ แค่ได้ไปแฟชั่นโชว์ต่างๆ ฉันยังคิดว่าตัวเองฝันไปทุกครั้งเลย มันไม่ใช่งานของฉันหรอก เมซีไปเถอะ

 

แหม ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ เอสเธอร์สวยจะตาย ถ้าเอาชุดราตรีมาสวมแล้วแต่งหน้าทำผมไปเดินพรมแดงสักหน่อยนะ รับรองว่ากล้องจะรีบจับมาทางนี้แทบไม่ทันเลยล่ะ

 

ฉันหัวเราะเขินๆ ไม่มีทาง ให้กล้องจับเมซีคนเดียวเถอะค่ะ คนอะไรน่ารักขนาดนี้นะ สวยก็สวย นิสัยน่ารักแล้วยังมากความสามารถอีก เมซีย่นจมูกให้ฉัน ฮ่ะๆ ถ้าทำงานกับเธออีกหน่อยฉันต้องเป็นเลสเบี้ยนแหง แต่เอาล่ะ ตอนนี้หน้าที่ของฉันจบลงแล้ว เมซีแต่งหน้าทำผมดีกว่าเนอะ ส่วนฉันจะไปเก็บของทางนู้น

 

โอเค ขอบคุณมากนะจ๊ะ

 

ฉันพยักหน้ารับ เธอกล่าวคำนั้นกับฉันทุกครั้งทั้งๆ ที่เธอไม่จำเป็นจะต้องกล่าวมันเลย ดารานางแบบหลายคนมักมองมันเป็นเรื่องปกติที่มีคนแต่งองค์ทรงเครื่องให้พวกเธอหัวจรดเท้า แต่นั่นไม่ใช่เมซี ฉันยิ้มให้เมคอัพอาร์ทิสกับแฮร์สไตลิสต์ทั้งสองคนที่มารับช่วงต่อ

 

อืมมีข้อความจากมาร์คัสด้วยแฮะ

 

[ไง อยากไปเดินพรมแดงบ้างไหมฮึ?]

 

อย่างกับอ่านความคิดฉันออกงั้นแหละ

 

แต่มาร์คัสก็เป็นอย่างนั้นเสมอ เขารู้ว่าวันนี้ฉันมาทำงานกับเมซีเพราะฉันตื่นเต้นและบ่นกับเขาไม่หยุด ฉันอมยิ้ม

 

[ก็อยากอยู่นะ แต่ฉันคงเดินสะดุด ยิ้มแหยให้กล้องตลอดเวลาถ้าได้ไปเดินจริงๆ] ฉันลงท้ายข้อความด้วยตัวอีโมจิที่หัวเราะจนน้ำตาไหลสองตัว

 

ฉันเก็บไอโฟนลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ปัดผมอันแสนยุ่งเหยิงของตัวเองลวกๆ ขณะลงมือเก็บของแยกไว้ นั่นเป็นตอนที่เสียงกริ่งหน้าห้องดัง เราอยู่ในโรงแรมที่ใกล้งานพรีเมียร์ ผู้จัดการส่วนตัวของเมซีอยู่ที่นี่และเธอก็เป็นคนเดินไปเปิดประตู

 

ฉันไม่ได้ใส่ใจนัก มีคนเดินเข้าออกห้องนี้หลายต่อหลายคนในหลายชั่วโมงที่ผ่านมานี้ แต่เมื่อเขาคนนั้นก้าวเท้าเข้ามาในห้องรับรองที่เราใช้แต่งตัวกันและฉันได้ยินที่ผู้จัดการส่วนตัวของเมซีเอ่ย ฉันก็ต้องหยุดทุกอย่างและเงยหน้าขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

 

เมซีจ๊ะ คู่เดตสุดหล่อมาหาจ้ะ

 

ลีออน!”

 

ฉันเกือบจะปล่อยต่างหูราคาแพงที่ตัวเองกำลังจะเก็บหลุดมือ เมซีดีใจที่ได้เห็นหน้าคนรักจนต้องรีบลุกขึ้นเพื่อโผเข้าสู่อ้อมแขนของเขา รอยยิ้มของร่างสูงฉายเด่นชัดเจนตรงหน้าและในความทรงจำของฉัน มันเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่เขาเคยมียามที่เขารับฉันเข้าสู่อ้อมกอด ริมฝีปากของคนทั้งคู่สัมผัสกันในช่วงสั้นๆ แทนการทักทายแต่นานเพียงพอจะทำให้ฉันได้ยินเสียงบางอย่างในหัวใจตัวเองแหลกสลายอีกครั้ง

 

พระเจ้า

 

สวยจังเลย…” เขาเอ่ยปากชมคำเดียวกับที่ทุกคนในที่นี้คิด และได้รับรางวัลเป็นการจุ๊บบนริมฝีปากอีกครั้ง ฉันคาดว่าทุกคนที่ใกล้ชิดกับเมซีคงจะรู้ดีอยู่แล้วเพราะพวกเขาไม่มีทีท่าแปลกใจแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังยิ้มมองด้วยความเอ็นดู

 

ทุกคนมีรอยยิ้ม ยกเว้นฉันที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหินและลีออนที่รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าทันทีที่เมซีเอ่ยประโยคถัดมา

 

ต้องขอบคุณทีมงานน่ะ โดยเฉพาะเอสเธอร์เลย

 

“…”

 

จริงสิ ยังไม่เคยทำความรู้จักกันเลยนี่เนอะ มาสิ ฉันจะแนะนำให้รู้จักสไตลิสต์คนเก่งของฉัน

 

เมซีกำลังตื่นเต้นมากเกินไป มันดูเป็นธรรมชาติของเธออยู่แล้วที่จะยิ้มให้กับทุกอย่างที่เข้ามา แต่ฉันไม่ใช่ และลีออนก็ไม่ใช่อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับแฟนเก่าคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาก่อน ลีออนดูช็อก ในขณะที่ฉันกำลังจะสำลักอากาศ

 

เอสเธอร์จ๊ะ นี่ลีออน วิลลาร์ดอ่า น่าจะรู้จักอยู่แล้วเนอะ แฟนฉันจ้ะ เธอแนะนำให้ฉันที่หยักยิ้มอย่างยากลำบาก โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าบางทีฉันอาจจะรู้จักผู้ชายข้างหลังเธอดีกว่าที่เธอรู้จักเสียด้วยซ้ำ ลีออน นี่เอสเธอร์ เชอร์เบิร์น สไตลิสต์ที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไง

 

“…” ลีออนไม่เอ่ยอะไร ไม่มีรอยยิ้มจากริมฝีปากเขาเช่นกัน นัยน์ตาสีเขียวจับจ้องอยู่ที่นัยน์ตาของฉัน เขาสวมสูท มีทรงผมที่เซ็ทมาอย่างดี ดูเป็นคนที่เอื้อมไม่ถึงสำหรับฉันไปตลอดกาลดูเป็นคนที่คู่ควรกับเมซีมากกว่าฉัน ราวกับทั้งห้องจะเงียบสงัดและโลกรอบกายเราหยุดหมุน ฉันระวังตัวตลอดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นสักวัน แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

 

ฉันไม่สามารถวิ่งหนีจากอดีตได้

 

ทำได้แค่ยอมรับมันเท่านั้น

 

ฉันเป็นฝ่ายยื่นมือให้ลีออนจับก่อน แม้จะต้องหลบตาก็ตาม แต่เราจะเอาอะไรจากคนรักเก่าที่จบด้วยไม่สวยกันนอกจากกลายไปเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

ลีออนยื่นมือมาจับด้วยหลังจากที่ดูลังเลอยู่หลายวินาที รอยยิ้มที่ดูจะบังคับออกมาอย่างชัดเจนค่อยๆ ฉายบนริมฝีปากของเขา ฉันดึงมือตัวเองออกในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

 

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันกำลังจะกลับพอดีเลย ยังไงก็ขอให้สนุกกับงานนะคะ ฉันไม่เปิดโอกาสให้ใครได้พูดหรือรั้งอะไรทั้งนั้น รีบแสร้งทำเหมือนกำลังยุ่งและกลับไปเก็บของต่อ เห็นคิ้วที่ขมวดของเมซีและฉันบอกได้เลยว่าเธอผิดสังเกต แต่มันก็มากเกินกว่าที่ฉันจะรับไหว

 

ฉันต้องไป ฉันต้องออกจากที่นี่

 

ฉันไม่สามารถอยู่ตรงหน้าลีออนและยืนมองเขามีความสุขกับผู้หญิงคนอื่นได้ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนที่ฉันชอบมากก็ตาม พระเจ้า ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาจะยังมีอิทธิพลขนาดนี้

 

ฉันไปก่อนนะคะเมซี ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรตามได้ตลอดเลยนะ ฉันรีบขอตัว ถ้าลีออนไม่เข้ามาก่อน ฉันคงไม่มีวันพลาดขอเก็บรูเมซีตอนที่แต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วและสวมชุดที่ฉันเลือก แต่ไม่ใช่วันนี้

 

จะไปแล้วเหรอ ทำไมรีบกลับจังล่ะเอสเธอร์ ไม่นั่งเล่นด้วยกันก่อนเหรอคะ

 

ฉันมีที่ต้องไปหลังจากนี้น่ะ ขอโทษด้วยนะคะ

 

เหรอถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ขอบคุณมากนะคะ

 

เธอกล่าวคำนั้นอีกแล้ว และครั้งนี้ฉันอยากจะร้องไห้มากกว่าพยักหน้าให้ ฉันคิดว่ามันจะไม่เป็นไรที่จะทำงานกับแฟนใหม่ของแฟนเก่าตราบใดที่เขาไม่โผล่หน้ามา แต่ลีออนจะพลาดไม่มาให้กำลังใจคนรักของเขาได้ยังไง ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่ใช่ความลับเลยไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

 

ฉันเดินออกมาที่โถงทางเดิน มือไม้สั่นจนแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ฉันต้องหยุดพิงหลังกับกำแพงเพื่อสงบสติอารมณ์และข่มไม่ให้น้ำตาไหล รู้สึกขอบคุณที่ไม่มีใครอยู่ข้างนอกนี่ ให้ตายเถอะทำไมกันนะ

 

เอสเธอร์ น้ำเสียงนั้นเป็นของลีออน ฉันรีบหันหลังไปที่ประตู เฮ้ ได้โปรด อย่าเพิ่งไป

 

ฉันจับลูกบิดประตูแต่ไม่เปิดออกไป หยุดนิ่งอยู่อย่างนั้นเพื่อรอฟังถ้อยคำที่ลีออนจะเอ่ยกับฉัน อยากรู้ว่าเขาจะมีอะไรให้พูดอีกหลังหลายปีที่ผ่านมานี้หลังเหตุการณ์ทั้งหมดนั่น

 

ฉันขอโทษนะ…” น้ำเสียงนั้นหยุดลงห่างจากฉันเพียงไม่กี่ก้าว แล้วมันก็เกือบจะทำลายกำแพงทั้งหมดที่ฉันสร้างเอาไว้ ฉันยังคงไม่หันหลังกลับไป เพราะฉันรู้ฉันรู้ว่าฉันจะต้องร้องไห้ถ้าได้สบตากับเขา ฉันไม่รู้ว่าเธอคือสไตลิสต์คนนั้น…”

 

“…”

 

คุยกันหน่อยได้ไหม เขาถาม มีแววลังเลในน้ำเสียงนั้น ราวกับเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นความคิดที่ดีจริงหรือเปล่า หมายถึงที่อื่นน่ะ ฉันจะลงไปเจอเธอที่ลานจอดรถถ้าเธอตกลง

 

ฉันกัดริมฝีปากแน่น ฉันไม่มีอะไรอยากจะคุยกับผู้ชายคนนี้เลย แต่บางทีมันอาจเป็นสิ่งที่ควรทำในตอนที่ฉันทำงานให้แฟนใหม่ของเขาและเราอาจมีเหตุให้กระอักกระอ่วนกันอย่างเมื่อกี้อีก

 

ห้านาที…” ฉันตอบเสียงสั่นโดยไม่หันหลังกลับไป ฉันเปิดประตู ฉันให้นายแค่ห้านาที

 

ขอบคุณครับ เขากล่าวก่อนที่บานประตูจะปิดลง

 

 

 

 

 

ฉันไม่รู้ว่านี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ฉันนั่งอยู่ในรถตัวเองในลานจอดรถที่เงียบสงัดกับแฟนเก่าที่ทิ้งฉันไปอย่างไร้เยื่อใย และแม้จะบอกว่าฉันให้เวลาเขาแค่ห้านาที หากแต่เราก็นั่งเคียงข้างกันในรถโดยไม่พูดอะไรมาเกือบสิบนาทีได้แล้ว

 

ความตั้งใจของเราหายไปหมดในยามที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกและความทรงจำเก่าๆ มันยังคงแล่นอยู่ในหัวของฉัน แล้วมันก็ยากมันยากไม่ใช่เพราะเราเป็นแฟนเก่าที่จบกันไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนสองคนที่เคยรักกันมาก

 

แต่เพราะเราต่างเป็นรักแรกของกันและกัน

 

เราต่างเคยเป็นโลกทั้งใบของอีกฝ่าย

 

ถ้านายไม่พูดอะไรสักทีเมซีจะสงสัยเอานะว่านายหายไปไหน

 

มันไม่ยากที่จะหาข้อแก้ตัวหรอก เมื่อกี้ฉันบอกว่าจะออกมาสูบบุหรี่ เดี๋ยวค่อยบอกว่าติดคุยโทรศัพท์ก็ยังได้…”

 

ฉันหัวเราะหึ

 

ฉันแค่…” ลีออนเอ่ย และก็เงียบลงไปอีก แค่ไม่คิดว่าเราจะกลับมาเจอกันอย่างนี้

 

อย่างที่ฉันมาทำงานให้แฟนใหม่ของนายน่ะเหรอ ใครจะคิดล่ะจริงไหม

 

เอสเธอร์ อย่าเพิ่งประชด…”

 

แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง ยิ้มรับรึไง!”

 

“…”

 

ฟังนะ ฉันชอบเมซี แล้วฉันก็ไม่สนหรอกว่านายจะคบกับเธอหรืออะไร ฉันทำงานให้เมซีเพราะฉันรักที่จะทำมันจริงๆ และถ้านายแค่อยากคุยกับฉันเพราะอยากแน่ใจว่าฉันจะไม่พูดอะไรกับแฟนนายล่ะก็ อย่าห่วงเลย ฉันไม่ทำอะไรที่จะดิสเครดิตตัวเองหรอกรู้ไหม ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นในเมื่อนายไม่มีความหมายอะไรกับฉันแล้ว

 

“…” ลีออนนิ่งไป เขาสบตากับฉันก่อนจะถอนหายใจเบาๆ และเป็นฝ่ายที่มองออกไปนอกกระจกรถบ้าง “…ก็แน่ล่ะสินะ เธอไม่อยากมองหน้าฉันด้วยซ้ำ

 

ลงไปซะทีได้ไหมถ้านายไม่มีอะไรจะพูด ได้โปรดล่ะฉันจะรับมันไม่ไหวอยู่แล้ว

 

ฉันมีสิ่งที่อยากจะพูดสิ…”

 

งั้นก็พูดมาสิ!”

 

เอส ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ได้ไหม ฉันรู้ว่าเราจบกันไม่สวยแต่ไม่ใช่เธอคนเดียวที่พูดอะไรไม่ออกตอนที่อยู่ที่ห้องนั่น เธอก็รู้ใช่ไหม พระเจ้า เราเคยคบกันตั้งสองปี เธอนึกว่านี่ง่ายกับฉันรึไง

 

“…!”

 

ฉันเข้าใจที่เธอไม่อยากเห็นหน้าฉัน แต่เราจะทำยังไงถ้าเธอทำงานกับเมซีและบังเอิญเจอฉันอีก เราจะทำเป็นเหมือนไม่อยากคุยกันไปตลอดไม่ได้ สักวันเมซีก็จะสงสัยอยู่ดี

 

แน่ล่ะสิที่เขาทำเพื่อแฟนของเขา น่าสมเพช

 

และอีกอย่าง ถ้ามันเป็นไปได้ฉันก็อยากให้เรากลับมาคุยกันอีก ไม่ต้องเป็นเพื่อนกับฉันก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

 

แล้วนายอยากให้มันช่วยอะไรล่ะ นายหวังจะให้ฉันกลับไปคุยกับนายเหมือนกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนว่านายไม่ได้ทิ้งฉันไปหาชื่อเสียงเงินทองเหรอ

 

มันไม่ใช่…”

 

ฉันไม่รู้ ลีออน หน้านายฉันยังไม่อยากจะมองเลย ถ้าจะให้เล่นละครต่อหน้าเมซีฉันทำได้ แต่ฉันว่าทางที่ดีเราอย่าคุยกันเวลาที่ไม่มีเธออยู่จะดีกว่า โดยเฉพาะในสถานที่อย่างนี้ อย่าลืมสิว่าตอนนี้นายดังแค่ไหน ฉันหัวเราะสมเพชตัวเอง ฉันไม่พูดอะไรกับเมซีหรอก เพราะฉันไม่อยากจะจำด้วยซ้ำว่าเคยคบกับนาย

 

เอส…”

 

ลงไปซะทีจะได้ไหม

 

“…”

 

ร่างสูงถอนหายใจเมื่อฉันยืนกราน เขาเปิดประตูรถ ฉันสะบัดหน้าหนี ไม่อยากจะมองเขาเดินจากกันไปอีก หากแต่ลีออนก็ไม่ยอมปิดประตูทันที

 

ขอบคุณนะที่ไม่บอกเมซี

 

แหงล่ะ มันจะเป็นเรื่องอะไรไปได้ฉันสบตาเขาด้วยใบหน้านิ่งแทนคำตอบ เมื่อลีออนเห็นว่าฉันไม่ยอมคุยด้วยจริงๆ เขาก็ปิดประตูรถลงในที่สุด และความเข้มแข็งของฉันก็ตามเขาลงไปด้วยในวินาทีนั้นฉันทิ้งศีรษะพิงกับเบาะแรงๆ นั่งนิ่งอยู่หลายวินาที ก่อนที่มือจะเริ่มสั่นอีกครั้งและตามมาด้วยทั้งร่างของฉัน

 

ฉันร้องไห้ให้กับผู้ชายคนเดิม

 

ฉันร้องไห้ให้กับลีออนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาและฉันห้ามมันไม่ได้เลย ฉันไม่ได้คิดว่าจะมาเห็นเขาจูบกับคนอื่นต่อหน้าต่อตา ไม่คิดว่าลีออนจะใจร้ายขนาดนี้ แต่มันแปลกตรงไหนที่เขาอยากปกป้องคนรักของเขาในเมื่อเขาคิดว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วจริงๆ

 

เพราะฉันเองก็คิดว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วจริงๆ

 

ฉันไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มันมาจากไหน ทั้งๆ ที่มันเคยหายไปแล้ว ฉันลืมไปแล้วว่าทำไมถึงต้องลืมลีออน แต่เขาเคยเป็นของฉันอย่างน้อยเขาก็เคยเป็นของฉันมาตั้งสองปี

 

มือถือของฉันสั่น มันทำให้ฉันสะดุ้ง ฉันเข้าใจว่ามันเป็นข้อความในทีแรก ทว่ามันสั่นจากสายเรียกเข้ามาร์คัส

 

[เฮ้ ว่างรับด้วยแฮะ เสร็จงานแล้วเหรอ]

 

มาร์กี้ฮึก

 

[เอ่อเอส?]

 

ฉันฉัน…” ฉันเอ่ยมันออกไปแทบไม่ได้ เพราะฉันไม่รู้จะเล่าอะไรก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะจัดการความรู้สึกอย่างไร ฉันเพิ่งค้นพบว่าตัวเองอาจจะยังมีความรู้สึกให้แฟนเก่าอยู่แล้วตอนนี้เพื่อนเก่าที่ฉันมีความรู้สึกดีเกินเพื่อนให้ก็โทรมา

 

พระเจ้า ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉัน

 

[โอเค บอกทีว่านั่นเธอไม่ได้กำลังร้องไห้จริงๆ] แต่ฉันไม่มีคำตอบให้เขา ฉันเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างกับเด็กๆ [เวรเอ๊ยเราไม่มีทะเลจะมาทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเหมือนตอนอยู่ไบรตัน และฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอไม่พูด]

 

ก็ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงนี่ ฮือ ฉันเริ่มพาล ได้ยินเสียงปลายสายถอนหายใจ แต่ฉันก็สัมผัสความห่วงใยของเขาในประโยคถัดมาได้

 

[เอาล่ะ ฉันจะพาไปเดินเล่นที่ไฮด์พาร์ก อยู่ไหนล่ะตอนนี้]

 

มาร์คัสนะ มาร์คัส

 

 

 











WICKED LOVE, WICKED HEARTS

[ร็อบบี้ X เกรทา]

 

เปิดเรื่องแล้วนะจ๊ะไปอ่านส่วนที่ตัดตอนมาจากเรื่องได้เลย

น้องชายตัวแสบของหมอราฟมาแล้ววว

พรุ่งนี้เจอกันกับแนะนำตัวละคร

ส่วนบทนำเจอกันวันที่ 1 นี้

รีบไปแอด favourite และเมนท์เจิมกันเลย

พีเอส พระเอกน่ารักและแสบสันมากกกกกก!

 

คลิก!

https://writer.dek-d.com/fernniz/writer/view.php?id=1722198


 

 

 




เธอทำงานให้แฟนใหม่ไอ้ลีออน?” มาร์คัสถามคำถามนั้นมาประมาณสามรอบแล้วหลังจากที่ฉันเล่าให้ฟัง มันราวกับเขาไม่อยากจะเชื่ออยู่อย่างนั้น ฉันพยักหน้าเนือยๆ “Oh, shit.”

 

“…”

 

“Shit…ทำไมโลกมันกลมนักนะ

 

ไม่ดีหรือไง ถ้ามันไม่กลมเราก็จะไม่กลับมาเจอกันนะ ฉันซบใบหน้าลงกับเข่าตัวเองพลางมองไปทางเขา มาร์คัสจึงหายสติแตกแทนฉันและหันมามอง เขาถอนหายใจ อ้อมแขนกว้างดึงฉันไปพิงไหล่

 

เธอโอเคนะ…”

 

ไม่รู้สิ ฉันส่ายหัว ตอบเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมแขนของเขา บอกไม่ได้เลยว่านี่มันให้ความรู้สึกที่ดีแค่ไหนว่ามันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยอย่างไร มาร์คัสที่แสนอบอุ่นของฉัน ฉันแค่ไม่คิดว่าตัวเองจะยังเสียใจที่เห็นเขาอยู่กับคนอื่นได้อยู่ มันไม่ใช่ว่าฉันยังรักเขาอยู่หรอกนะ แต่แต่ฉันเสียใจจริงๆ เหมือนว่าบางส่วนในตัวฉันมันยังปล่อยเรื่องราวเก่าๆ ไปไม่ได้

 

อืมฉันเข้าใจ

 

จริงเหรอ ฉันเงยหน้าไปถาม นายเคยมีความรู้สึกอย่างนี้เหรอ

 

มาร์คัสมีสีหน้าเซ็ง เธอจะเศร้าให้มันตลอดเวลาและไม่กวนกันได้ไหมนะ

 

ฉันหลุดหัวเราะเบาๆ ก็อยากรู้นี่ว่านายเคยไปรักผู้หญิงที่ไหนกัน

 

ฉันไม่ได้พาเธอมาที่นี่ให้เรามาคุยเรื่องของฉันนะ

 

ใช่สิ พ่อคนความลับเยอะ

 

จะหาเรื่องทะเลาะเรอะ

 

ก็นายหลีกเลี่ยงตลอดเลยนี่เวลาฉันพูดเรื่องผู้หญิง ตั้งแต่วันนั้นแล้ว ฉันผละออกจากอ้อมแขนมาร์คัส ทำแก้มป่องแล้วก็ต้องค่อยๆ หลบตาเมื่อรู้ตัวว่าฉันเผยความรู้สึกให้เขารู้อีกแล้วมาร์คัสมีรอยยิ้มบางๆ เขาดึงแก้มฉัน โอ๊ย

 

แล้วทำไมฉันต้องพูดเรื่องพวกนั้นให้เธอฟังฮึ

 

“…” ก็อยากรู้นี่ว่าไม่มีใครจริงๆ ฉันเคยบอกเขาแล้วว่าฉันไม่มีใคร แต่มาร์คัสไม่เคยบอกอย่างตรงไปตรงมาสักหน่อย

 

ทีเธอยังมีคนอื่นอยู่ในใจเลย

 

ก็บอกว่ามันไม่ใช่ว่าฉันยังรักลีออนไง ฉันรีบแก้ตัว แล้วก็อาจจะรีบพูดเร็วไปหน่อย แต่แต่ฉันไม่อยากให้มาร์คัสเข้าใจผิดนี่ ฉันบอกเสียงเบา มันก็แค่ลืมความทรงจำเก่าๆ ไม่ได้เท่านั้น มันต่างกันนะ คิดถึงความทรงจำกับคิดถึงตัวคนน่ะ

 

ถ้าอย่างนั้นเธอจะบอกว่าตัวเองพร้อมเริ่มต้นใหม่แล้วเหรอ…”

 

“…” ฉันย่นคิ้วมองหน้ามาร์คัสอย่างงอนๆ ทำไมถามแบบนั้นนะเขาแกล้งฉันหรือยังไงกันแน่ รอยยิ้มกับสายตานั่นอีก

 

ฉันรู้จากเฟลตเชอร์นะว่าเธอไม่เคยให้ใครเข้ามาเลยในสามปีที่ผ่านมานี้

 

นายคุยกับเฟลตเชอร์เรื่องฉันเหรอ ฉันเบิกตากว้าง แล้วเฟลตเชอร์ก็ไม่มารายงานนี่นะ! คุยอะไรกัน…”

 

เพื่อนสนิทฉันไปสนิทกับเธอก็ต้องมีคุยกันบ้างสิ มาร์คัสเลิกคิ้วข้างหนึ่ง บ่ายเบี่ยงอีกแล้ว ฉันบู้หน้า ว่าไง เธอพร้อมจะปล่อยลีออนไปและเริ่มต้นใหม่หรือเปล่า

 

ขึ้นอยู่ว่ากับใคร…”

 

“…”

 

“…”

 

มาร์คัสสบตาฉัน ไม่ตอบอะไร แค่ดึงฉันมากอดและมอบจุมพิตอ่อนโยนบนหน้าผาก และมันก็น่าแปลกที่หัวใจอันว้าวุ่นเมื่อครู่ก่อนสงบลงอย่างง่ายดาย ฉันหลับตาลงในอ้อมแขนนั้นและตระหนักว่าบางทีตัวเองอาจมีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้วแต่ไม่เคยเห็นค่าของมันเลย

 

ไม่เป็นไร ฉันจะปล่อยให้มันเป็นอย่างที่มันจะสามารถเป็นได้ก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

หลายวันผ่านไปแล้วหลังจากวันนั้น และทุกๆ วันมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในตารางชีวิตหลากสีสันของฉันคือการที่ฉันเฝ้าคิดทบทวนเรื่องระหว่างตัวเองกับมาร์คัสซ้ำไปซ้ำมา

 

ฉันกลัวความรู้สึกข้างในใจของตัวเอง กลัวว่าจะหวั่นไหวมากเกินไป ว่ามาร์คัสจะไม่ได้คิดแบบเดียวกัน ว่าเขาอาจจะคิดแต่เราจะไปกันไม่รอดหากขยับสถานะแล้วฉันจะเสียเขาไปตลอดกาล ฉันกลัวทุกทางไม่ว่ามันจะออกมาดีหรือร้าย

 

แต่ความจริงที่ว่าฉันคิดถึงเขาซ้ำไปซ้ำมามันก็ให้คำตอบในตัวมันเองอยู่แล้ว

 

ฉันคิดไม่ซื่อกับมาร์คัส เทอร์เรลล์อีกแล้ว

 

ข่าวของเมซีกับลีออนนี่ดังชะมัดเลยน้า…” ฉันเกือบจะพ่นชาใส่หน้าคลอเดียที่จู่ๆ ก็เอ่ยประโยคนั้นขึ้นมาหลังนั่งเลื่อนทวิตเตอร์อยู่นานให้ตายเถอะ แต่ก็อย่างนี้แหละนะ มีข่าวว่าคบกันมาตั้งนาน เพิ่งจะมาทำให้เป็นทางการเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่ โลกเป็นบ้ากันไปเลย

 

ใช่ มันติดเทรนด์ในทวิตเตอร์อยู่พักหนึ่ง การที่ลีออนเป็นคู่เดตไปงานเปิดตัวหนังกับเมซีเป็นเหมือนการยอมรับกับโลกว่าพวกเขาคบกันจริงๆ ทีนี้อินเทอร์เน็ตก็สติแตก เราทุกคนรู้กันดีว่าทั้งเมซีและลีออนหวงความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน พวกเขาไม่เคยโพสภาพหรือพูดถึงคนรักออกสื่อมาก่อน

 

แต่บางที พวกเขาอาจจะแค่รักกันมากและคิดว่ามันแน่นอนพอที่จะบอกโลกแล้วก็ได้

 

ทำไมเธอไม่พูดอะไรเลย คลอเดียมีสีหน้าไม่เข้าใจ ฉันเลิกคิ้ว

 

จะให้พูดอะไรล่ะ

 

ก็เธอชอบเมซีนี่ ปกติก็เห็นชอบพูดเรื่องเธอ แล้วข่าวใหญ่ขนาดนี้ฉันเห็นเธอเงียบมาตั้งแต่วันแรก ทำไม ผิดหวังเพราะเมซีไปคบกับคนอื่นรึไง

 

ฉันสะอึก คลอเดียนี่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ แต่คาเฟ่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่จะบอกเพื่อนว่า เฮ้ ก็พอดีฉันเป็นแฟนเก่าลีออน วิลลาร์ด อีกอย่างฉันก็ไม่รู้ว่าจะบอกไปทำไม ก็มันเป็นเรื่องส่วนตัวเขานี่

 

ดาราไม่เคยมีความส่วนตัวหรอก แล้วใครที่ไหนก็ชอบซุบซิบ

 

เออ ก็ถูก ฉันไม่รู้จะพูดอะไรนี่ พวกเขาคบกันก็ดูเหมาะสมกันดี แล้วก็ใช่ว่ามันจะไม่มีข่าวระหว่างสองคนนี้มาก่อน ที่สำคัญฉันก็ไม่อยากคุยเรื่องนี้ แทนที่จะยุ่งเรื่องคนดัง มาเรื่องเธอดีกว่า สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไปเดตมาไม่ใช่รึไง

 

อุ๊ยแหม นึกว่าจะไม่ถามแล้วนะเนี่ย

 

นี่ก็อยากเล่าสุดๆฉันส่ายหัว เรามักมีเพื่อนแบบนี้ในกลุ่มเสมอล่ะสินะ ท่าทางแบบนั้นแปลว่าไปได้สวยล่ะสิ

 

ก็โอเคดีนะ เขาคุยสนุก ดูสุภาพบุรุษแล้วก็มีหน้าที่การงานดี แต่ก็เสียอย่างนึง

 

คือ?”

 

เขาวางตัวดีเกินไปและแทบไม่แตะเนื้อต้องตัวฉันเลย!”

 

ฉันระเบิดหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ แล้วนั่นมันไม่ดีหรือไง หรือว่าเธออยากได้ผู้ชายที่หิ้วเธอกลับไปห้องในเดตแรกไม่ทราบ

 

แหม! ไม่ถึงขนาดนั้น แต่โอบหรือจับมือบ้างก็ได้นี่ อุตส่าห์เปิดโอกาสให้ตั้งหลายครั้ง!”

 

อืมพอเป็นคนที่เราไม่ได้รู้จักดีมันก็คงจะง่ายสินะ การเปิดโอกาสอย่างที่คลอเดียทำ มองในแง่ดี เขาอาจจะแค่ไม่อยากให้เธอคิดว่าเขาจ้องแต่จะพลอดรักกับเธอก็ได้นะ

 

แต่ถ้าไม่ซุกซนอะไรบ้างก็น่าเบื่อแย่นะ เขาควรจะจูบฉันตอนมาส่งที่ห้อง แต่เขาก็ไม่ได้ทำ

 

อืมก็จริง ผู้หญิงไม่ค่อยประทับใจคนดีเท่าไหร่ ผู้ชายแสนดีมักเป็นได้แค่พระรองเสมอ แล้วเขาได้ชวนไปเดตอีกไหม

 

ก็ชวนนะ ฉันตกลงไปแล้ว เดี๋ยวก็คงรู้กันว่าจะเป็นไง

 

ขอให้โดนนะจ๊ะ ฉันหัวเราะ

 

คนที่เธอควรจะบอกประโยคนั้นด้วยคือตัวเธอเองต่างหากจ้ะ!”

 

ฉันกัดหลอด ทำหน้างอ เราย้อนกลับมาโหมดที่เพื่อนสนิทเคี่ยวเข็ญฉันให้ไปเดตอีกแล้วสิพอออกมาด้วยกันสองคนทีไรคลอเดียก็เอาแต่พูดเรื่องนี้ทุกที

 

สรุปว่าเป็นไง กับพ่อเพื่อนเก่าคนนั้นของเธอ

 

ฉันนึกถึงจูบที่มาร์คัสฝากไว้ที่แก้ม กับจุมพิตบนหน้าผากวันนั้น แล้วก็ซ่อนความเขินไม่ได้จนต้องหลับตาและก้มหน้าลงทีนี้ คลอเดียก็สนุกเธอล่ะ

 

นั่นไง! มีอะไรเกิดขึ้นล่ะสิ มิน่าล่ะเห็นช่วงนี้แชทกับใครไม่หยุดเลย แล้วปิดปากเงียบเชียวนะ!”

 

เงียบน่า! มันยังไม่ชัดเจนสักหน่อย

 

เล่ามาเลย!”

 

ฉันกัดริมฝีปาก พอคิดเรื่องมาร์คัสทีไรหัวใจฉันก่อกบฎทุกที มันชัดเจนเสียจนฉันเก็บมันเอาไว้ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องยอมเล่าให้เพื่อนสนิทฟังจนได้ และคุณรู้ไหมว่าอะไรน่ากลัวกว่าสายลับผู้หญิงเวลาที่ขุดคุ้ยหาข้อมูลอะไรน่ะสิ

 

คลอเดียได้อินสตาแกรมของมาร์คัสในเวลาไม่ถึงนาทีหลังฉันเล่าจบ

 

“Oh, my God, isn’t he so bloody hot!?” (โอ้พระเจ้า อะไรจะฮอตขนาดนี้) เธออุทานดังซะจนฉันต้องร้องเตือน เดี๋ยวก็โดนไล่ออกจากร้านพอดียัยเพื่อนบ้าผู้ชาย! เอสเธอร์! มีเพื่อนหล่อขนาดนี้เอาไปซุกไว้ที่ไหนมา!”

 

ฉันไม่ได้ซุกไว้ไหนเลย พระเจ้า ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันขาดการติดต่อกับเขาไปได้ยังไง ทั้งๆ ที่เราสนิทกันมากแท้ๆ

 

นี่ไง พวกเธอกลับมาเจอกันแล้ว พรหมลิขิตแหงๆ!” ว่าแล้วก็หันมาเคลิ้มอีกตอนที่เลื่อนอินตราแกรมของมาร์คัสดู โอ้พ่อคุณ งานดีเป็นบ้าถ้าเธอปล่อยให้หลุดมือสาบานว่าฉันจะรีบคว้าไว้เองแน่

 

ฉันดีดนิ้วดึงสติเธอ เธอยังมีพ่อหนุ่มแสนดีคนนั้น จำได้ไหม

 

จำไม่ได้ ลืมหมดแล้ว

 

เดี๋ยวเหอะ กลับไปสนใจผู้ชายของเธอเลย!”

 

ต๊าย แค่นี้ก็ต้องหวง

 

ฉันแยกเขี้ยวใส่ อย่าพูดมากน่า

 

ก็เขาหล่อจริงๆ นี่ ฮิๆ

 

ฉันกลอกตาไปมา อะไรทำให้ฉันสนิทกับผู้หญิงคนนี้กันเฮ้อ แต่จะพูดกันตามตรงคลอเดียก็ไม่ได้ต่างจากฉันตอนเพิ่งกลับมาเจอกับมาร์คัสนักหรอก

 

แต่ว่าแล้วก็ตายยากจริงๆมาร์คัสส่งข้อความมาพอดี

 

อุ๊บส์ สามี

 

พระเจ้า ฉันยังไม่ได้เดตกับเขาเลยยัยบ้า!” ฉันผลักไหล่เพื่อนที่หัวเราะคิกคัก เดี๋ยวเหอะ ได้เป็นสามีจริงๆ ก็ดีสิ ชิ ว่าแต่มาร์คัสมีอะไรนะ

 

[เธอเสร็จงานเร็วเหรอวันนี้ โชคดีจังแฮะ ฉันคงต้องอยู่ที่ออฟฟิศถึงเย็น] มันมาพร้อมกับอีโมจิร้องไห้น้ำตาหยด โอ๋น่าเอ็นดูชะมัด

 

[นายจะมาเป็นฟรีแลนซ์บ้างไหมล่ะ จะได้เลิกงานเร็วๆ บ้าง :P] ฉันตอบ

 

นี่เป็นหนึ่งในข้อดีของการเป็นฟรีแลนซ์สไตลิสต์ เรามีออฟฟิศเล็กๆ ของเราเองที่มีเพื่อนร่วมงานเพียงไม่กี่คน คลอเดียคือคนที่ก่อตั้งมันขึ้นมา เธอดึงเอาคนสนิทของเธอมาทำงานด้วย แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเธอเป็นเจ้านายของเรา เรามีออฟฟิศไว้เพื่อให้มีที่ได้ปรึกษา ประชุมงาน อัพเดตเทรนด์อะไรกันอย่างเป็นหลักเป็นแหล่ง ตามปกติแล้วเราไม่เห็นหน้ากันบ่อยนักเพราะต่างคนก็ต่างทำงานของตัวเอง หลายคนเป็น Personal shopper อย่างฉัน แล้วก็มีบ้างที่เราทำงานกับบางแบรนด์ มันก็แล้วแต่คนจะจ้าง เราสร้างโปรไฟล์และคอมมิวนิตี้ของเราในรูปแบบเดียวกัน อย่างน้อยมันก็ง่ายกว่าเตร็ดเตร่อยู่คนเดียวโดยไม่มีคอนเนกชั่นอะไรเลยและลอยคอหวังให้มีคนมาจ้างไปวันๆ

 

[ฮ่าๆ ฉันก็อยากจะมีบริษัทของตัวเองบ้างในสักวันน่ะนะ ว่าแต่เธอทำอะไรอยู่]

 

ฉันเลยตอบเขาด้วยการถ่ายรูปกาแฟกับขนมเค้กของตัวเองไปยั่วเขาแทน คลอเดียมองแล้วก็ส่ายหัว อะไรเล่า

 

ส่งข้อความกันขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่ได้เดตกันอีก

 

เราก็ส่งข้อความหากันเป็นปกติมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ ฉันอ้าง มันเป็นความจริงนะ แต่ทำไมคลอเดียดูไม่เชื่อเลย เธอเท้าคางมองยิ้มๆ

 

จ้าๆ…”

 

อะไรก็ช่าง เฮอะ

 

อ๊ะ มาร์คัสตอบมาเร็วชะมัด

 

[เฮ้ ส่งรูปเค้กมายั่วคนที่กำลังทำงานเหนื่อยๆ ได้ไงเธอนี่]

 

[ทำงาน เหนื่อยๆ แล้วส่งข้อความหาฉันได้ไง] อู้ล่ะสิไม่ว่า

 

[ก็อยากจะคุยนี่]

 

อื้มพูดแบบนั้นอีกแล้ว

 

ฉันตอบไม่ถูก ได้แต่พิมพ์แล้วก็ลบ กลั้นยิ้มอยู่อย่างนั้น แล้วมาร์คัสก็ส่งมาอีก

 

[แล้วตอนนี้ฉันก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว เฮ้อไว้ค่อยคุยกันนะ]

 

ฉันคิ้วตกอย่างผิดหวัง โธ่อะไรกัน เพิ่งจะได้คุยกันเอง

 

แต่มันก็อย่างนี้แหละ ถ้าไม่ใช่ตอนเย็นหรือสุดสัปดาห์อย่าหวังว่าจะได้คุยกับมาร์คัสนานเลย เราต่างก็ยุ่งพอกันทั้งคู่ เฮ้อฉันส่งข้อความไปอวยพรให้เขาสนุกกับงาน ก่อนจะเงยหน้ามาเจอกับสายตาเพ่งเล็งของเพื่อน อะไรอีกฉันถามเธอทางสายตา

 

ขอร้อง นี่ฉันต้องบอกเธอด้วยเหรอว่าต้องตกผู้ชายยังไงเวลาที่เขาตอบข้อความเธอแบบนั้น

 

นี่เธออ่านข้อความฉันเหรอ ฉันร้อง

 

ไม่สำคัญหรอก แต่เธอน่ะ ไปเลย คลอเดียชี้ไปทางหน้าร้าน ฮะ

 

ไปไหน เธอไล่ฉันได้ไงเนี่ย

 

ไปซื้อเค้กแล้วแวะเอาไปให้หวานใจเธอย่ะ ไป๊!”

 

ฮะ! แต่แต่เขาทำงาน…”

 

โอ๊ย! ก็อ้างไปสิว่าผ่านมา อะไรก็ได้ มารยาน่ะมีไหม ฉันถลึงตาใส่เพื่อนที่มีสีหน้ารำคาญจัดเพราะฉันมันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ช่วยไม่ได้ที่ฉันเฟลิร์ตไม่เก่ง ยังจะมามองหน้าฉันอีก ชอบเขาใช่ไหม แล้วรออะไรล่ะ!”

 

พระเจ้านี่มันต้องไม่ใช่ไอเดียที่ดีแหงๆ

 

 

 


Christina Perri – Jar of hearts

 

 

FernniZ’s 2nd Talk : 29.10.17

          คู่แข่งมาร์คัสจะมาแล้วนะจ๊ะ…Wicked Love, Wicked Hearts เปิดเรื่องแล้วววว อิอิ รีบไปคอมเมนท์เจิมให้รุ่งเรือง + แอด Favourite เอาไว้ก่อนเลย เดี๋ยวเร็วๆ นี้จะลง Characters และวันที่ 1 มาเจอกันกับบทนำแน่นอน! ส่วนมาร์คัสกับเอสเธอร์นั้นสรุปว่าเป็นมากกว่าเพื่อนกันหรือยังน้า? เพื่อนที่รู้จักกันมานานมันก็เริ่มต้นยากอย่างนี้ ต้องระวังมากมายก่ายกอง แถมยังมีเรื่องลีออนอีกคิดว่าจะเป็นยังไงต่อไปกันคะ?

          พีเอส ; อย่าลืมนะ เจเรดกับเซบาสเตียนยังเปิดจองอยู่วววว!

ไปจอง : http://fernniz.lnwshop.com/category

E-Books ไปทางนี้ (ยังไม่มี 2 เรื่องใหม่นะคะ) :

https://www.mebmarket.com/?action=BookSearchResults&type=author&search=FernniZ&exact_keyword=1




FernniZ’s 1st Talk : 27.10.17

          จะฟินตลอดทั้งเรื่องมันก็คงไม่ได้เนอะและแหงล่ะ กับผู้ชายที่เคยคบด้วยสองปี อาศัยอยู่ด้วยกัน สัญญากันไว้ต่างๆ นานาว่าจะทำความฝันร่วมกัน เราก็คงต้องจำฝังใจเป็นธรรมดาเวลาที่ทุกอย่างมันพังลง คนบางคนต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังลืมความเจ็บปวดไม่ได้เนอะ ยิ่งถ้าเป็นรักแรกด้วยนะเดาว่ารีดเดอร์คงไม่ชอบลีออนกันแล้ว (หัวเราะ) มีบทพูดจริงจังครั้งแรกก็ทำเอสเธอร์เราร้องห่มร้องไห้เลย แต่เดี๋ยวเราจะได้มาทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้มากขึ้นเนอะ

            เรื่องนี้จะมีหลายฉากที่มันจะต้องสะเทือนอารมณ์ เจ็บแบบเจ็บจริงจัง ซึ่งอาจไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ แต่ความจริงแล้วเฟิร์นคิดว่ามันเป็นฉากที่ดีมากๆ และชอบพอๆ กับฉากฟินๆ หวานๆ ทั้งหลายเลย เพราะงั้นอย่าเพิ่งกลัวกันนะ ฮ่าๆ ถ้าหวานทั้งเรื่องก็ไม่สนุกสิ แต่ก่อนอื่นก็ฟินกับมาร์คัสไปเรื่อยๆ ก่อนเนอะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #707 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 14:58
    โอยยย อินหนักมากกก ไม่ไหวแล้วววววว เลิกอ่านละ อ่านละนึกถึงแฟนเก่าตลอดเลย55555
    #707
    0
  2. #365 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:02
    -2- เวลาแชทกันนี้โคตรมีความสุขเลยจริงๆนะ 555555555
    #365
    0
  3. #364 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 13:54
    -1- เข้าใจเลยอ่ะ ก็คบกันตั้ง 2 ปีแล้วแพลนอะไรไว้ตั้งเยอะจบกันก็ไม่สวย ใครจะอยากเจออ่ะ หน้ายังไม่อยากจะมองจริงๆแหละ 55555555555555555
    #364
    0
  4. #335 คนบ๋วย (@08310) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 21:01
    นี่เป็นเรื่องแรกที่เราอ่านของไรต์นะคะ บอกเลยว่าได้ยินชื่อไรต์มานานมากแล้ว(เป็นนข. ที่ไม่มีncใช่ไหมคะ?) บอกตามตรงเผลอกดเข้ามาเพราะเป็นเมนของเมนเดสค่ะ55555555555 เราชอบนะคะ ดูเป็นความรักที่ยาวนาน เป็นแนวรักที่ไม่ฉาบฉวย ซึ่งเราชอบมากเลยค่ะ ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่เอะอะขึ้นเตียง แต่ทั้งสองดูดี มีสตอรี่อ่ะ ชอบมาเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้นะ #สัญญาว่าจะสอยเล่มนี้แน่นอน!!
    #335
    0
  5. #233 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 10:20
    กรีดร้อง555555
    #233
    0
  6. #232 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:32
    มาร์คัสน่ารัก
    #232
    0
  7. #230 Snoopysnooker (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:02
    คลอเดียทำดีมาก 5555555555
    #230
    0
  8. #229 MAMA (@ussadong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:57
    กรีดร้องงง รักคลอเดียพูดอย่างที่ใจกำลังนึกอยู่พอดี 555555
    #229
    0
  9. #228 Neung111 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:43
    ต้องให้คลอเดียสอนเยอะๆแล้วสิ 55555
    #228
    0
  10. #227 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:25
    ฮาคลอเดียมาก แง้ ส่วนใหญ่การที่เราชอบใครมากขึ้นมากๆในเวลาอันรวดเร็วนี่เพราะเพื่อนอะ ตัวดีเลย เชียร์ไปเชียร์มา555555 อันนี้ปสก.ตรง แต่ความไม่อยากเสียเพื่อนนี่ก็โคตรจะเข้าใจอะค่ะ (ปาดน้ามตาาา) เข้าใจมากๆ แงงงง ต่อให้ชอบแค่ไหนแต่สถานะแบบนี้มันพูดยาก ยิ่งสนิทกันมากๆและเขาดีกับเรามากๆก็ยิ่งยากไปอีก รอค่ะรอๆ แต่ถ้าเป็นเราเราก็จะใช้มารยาแบบคลอเดียนะ ---->ปัจจุบันถูกถีบมาอยู่เฟรนด์โซนถาวร แงงงงงง //สู้ๆค่าาาาาา
    #227
    0
  11. #226 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:17
    งื้ออออแพ้มาร์คัสจริงๆอบอุ่นดั่งไมโครเวฟ ส่วนเอสมาถึงขนาดนี้ไม่ต้องคิดมากแล้วรุกไปโลดมาร์คัสเป็นที่น่าแย่งชิงขนาดนี้555555
    #226
    0
  12. #225 Koimanat (@manatsawan88) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 12:01
    แต่เพราะมีลีออน เอสถึงได้หลุดมือมาถึงมาร์คัสนะ 5555
    #225
    0
  13. #224 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 21:38
    คนที่ยังรู้สึกก็เจ็บกว่าอยู่ดี แงงงสงสารเอสแต่ก็นะเรายังมีมาร์คัสผู้แสนดีอยู่555555 ไม่ต้องไปเจ็บซ้ำๆกับผช.คนเดิมหรอก //รอดูเหตุผลของลีออน
    #224
    0
  14. #223 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 09:41
    มาร์กี้นี่รู้คิวมากอะ55555 แต่หน่วงสุดๆเลยนะเจอกันในสถานการณ์แบบนั้น ส่วนลีออนนี่ก็หล่อไป แงงงงง
    #223
    0
  15. #222 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 07:21
    เศร้าไปอะแงง
    #222
    0
  16. #221 daydreamdrayyyy (@nongnunummun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 23:59
    มาร์กี้ที่รักมาถูกเวลาจริงๆ เลย รีบทำคะแนนเลยค่ะที่รัก!
    #221
    0
  17. #220 Snoopysnooker (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 23:40
    เราไม่รู้ว่าลีออนเป็นคนยังไง เพราะเท่าที่อ่านมามันก็มีเเต่มุมของเอสเธอร์ พยายามที่จะไม่ตัดสินล้ะกัน รออ่านต่อไปว่าเหตุผลที่ทิ้งเอสไหมจะพลิกล็อครึเปล่า สำหรับเอส เห็นใจเเละเข้าใจมากกับเพระเคยเจอมากับตัวเเละมันหน่วงมาก (อ่านเเล้วยังหน่วงตามเลย) เเละลีออนเราเชื่อว่ามันก็ยากเหมือนกันที่อยู่ๆก็ต้องมาเจอกับเเฟนเก่า เเต่ที่น่าเห็นใจสุดก็คงเป็นมาร์คัสเพราะจากการเฮิร์ตของเอสเเล้ว ท่าทางจะงานหนักสำหรับนางเหมือนกัน เเต่ไม่ว่ายังไงก็ยังเชียร์มาร์คัสเเละภาวนาให้เอสสามารถเริ่มต้นใหม่กับคนใหม่ได้ ( ถึงจะเป็นคนในอดีตเเต่ก็มาในเว่อร์ชั่นใหม่) #ทีมมาร์คัส
    #220
    0
  18. #219 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 23:24
    หน่วงง่า
    #219
    0
  19. #218 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 23:13
    อิมเมจลีออนหล่อมาก อยากรู้ความคิดลีออนเยอะๆจัง ชอบพาร์ทนี้น้า สะเทือนใจอินสุดๆ
    #218
    0
  20. #217 len-lom (@luk-peach) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 23:06
    เข้าใจเอสอ่ะ ในมุมมองนาง ว่าทุ่มเททุกอย่างมาให้เขา คาดหวังไว้ดิบดี สุดท้ายทิ้งเราไปหาชื่อเสียงเงินทอง เปลี่ยนไปเป็นอีกคนเพื่อชื่อเสียง ต่อให้ผ่านมาสองปีแล้ว ไม่ได้รักเหมือนเดิม มันก็ยังแค้นอยู่บ้าง เรื่องที่ติดอยู่ในใจ จะให้มาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พูดกันเหมือนเดิมก็ไม่ได้หรอก ขนาดเพื่อนที่ทะเลาะกัน มาคุยกันอีกทียังรู้สึกเข้าหน้าไม่ติดเลย ผ่านมาหลายปีบางครั้งคนเรายังร้องไห้กับเรื่องเดิมๆเลย จะให้เป็นแม่พระ จ้ะ ฉันโอเค เธอได้ดีก็สุขใจคงไม่ใช่ เพราะสาเหตุการได้ดีของเธอมันทรยศความรู้สึกคนอื่น
    แต่ยังไงก็อยากอ่านมุมมองลีออนนะคะ
    #217
    0
  21. #216 Neung111 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 21:49
    ใครจำได้มากกว่าก็เจ็บมากกว่า ใครรู้สึกรักมากกว่าก็เจ็บมากกว่า เป็นธรรมดา
    #216
    0
  22. #215 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 21:13
    เชื่อว่าลีออนมีเหตุผลท่ดีเหมือนกัน
    #215
    0
  23. #214 bunnykim (@bunny7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 21:10
    ลีออนจะเป็นคนยังไงน๊าาา อยากรู้
    #214
    0
  24. #213 Papenny (@penni) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 20:59
    มันก็ยากนะที่ต้องผ่านอะไรแบบนั้นมาคนเดียวอะ จะให้กลับไปเหมือนไม่ได้คิดอะไรเลยมันก็ไม่ใช่ไหม โอ๊ยยยเรียกมาร์คัสมาด่วน
    #213
    0
  25. #212 MAMA (@ussadong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 20:57
    ติดตามๆๆ อยากรู้มุมของลีออนบ้าง มุมของคนที่ทิ้งไป
    #212
    0