ตอนที่ 5 : CH.4 - If you ever wanna be in love, I’ll come around

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ต.ค. 60


Tips:

 

ต้องอ่านตอนนี้ พร้อมฟังเพลง If you wanna be in love

ของ James Bay นะ

ย้ำว่าต้อง! เพราะเพลงนี้คือแรงบันดาลใจของเรื่องนี้

และถ้าฟังไปพร้อมกับอ่านตอนนี้ก็จะฟินมากกกกก!

:)


 

 

 

 

4

If you ever wanna be in love, I’ll come around

ถ้าสักวันเธออยากจะมีความรัก ฉันก็จะอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ

 

 

ตั๋วของเราไม่ใช่โซนติดขอบเวที แต่มันก็ไม่ได้ไกลขนาดเห็นเจมส์ เบย์ตัวเท่าของเล่น เราอยู่โซนข้างเวทีและออกจะใกล้พอที่จะสนุกโดยไม่ต้องไปเบียดเสียดกับคนข้างล่างนั่น แน่นอนว่ามันมีที่นั่ง แต่ใครจะนั่งกันล่ะในคอนเสิร์ต

 

ฉันกับมาร์คัสมีเบียร์คนละแก้ว แล้วคนจอมกวนก็เริ่มขุดคุ้ยเรื่องราวสมัยก่อนขึ้นมาแกล้งขณะที่เรารอให้คอนเสิร์ตเริ่มขึ้น

 

อันที่จริงนะ เธอไม่คิดว่าชีวิตเรามีส่วนที่เหมือนเพลงนั้นเหรอ เพลง If you wanna be in love น่ะ จู่ๆ มาร์คัสก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา ฉันกัดขอบแก้วพลาสติก เดี๋ยวสิจะไปเหมือนเพลงรักได้ยังไง

 

เหมือนตรงไหนกัน

 

ก็ตรงที่เมื่อก่อนพอเมาทีไรเธอมักมาค้างที่บ้านฉันเพราะถ้ากลับบ้านตัวเองจะโดนด่า แล้วฉันก็ต้องเสียสละเตียงให้เธอแล้วออกไปนอนพื้นที่ห้องนั่งเล่นทุกที ร่างสูงเล่าพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ฉันเอาแก้วเบียร์ปิดหน้าเพราะรู้แล้วว่าเขาหมายถึงอะไร มันมีท่อนนั้นอยู่นี่ ท่อนที่บอกว่าเราดื่มและก็พูดคุยกันทั้งคืน และฉันมักจะตื่นขึ้นมาบนพื้นในห้องนั่งเล่น และเธอก็มักจะนอนบนเตียงของฉัน

 

อาให้ตาย นั่นมันจริงๆ ด้วย

 

ทำไมฉันไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยนะ

 

อันที่จริง ทั้งเพลงมันออกจะคล้ายกับชีวิตเราค่อนข้างนะ

 

ฉันอมยิ้ม ก็นายนั่นแหละที่มักชวนฉันไปดื่ม ก็รู้อยู่ว่าแม่ฉันจะโกรธถ้าฉันเมากลับบ้าน

 

เฮ้ ฉันเหรอ ใครกันที่ร้องอยากจะไปปาร์ตี้แทบทุกสุดสัปดาห์ ฉันต่างหากที่ช่วยให้เธอได้ออกจากบ้านน่ะ มาร์คัสแย้ง ซึ่งเป็นความจริงทีเดียว แม่ฉันจะวางใจเมื่อรู้ว่าฉันไปกับมาร์คัส (หารู้ไม่ว่าเขานี่แหละคนพาฉันออกนอกลู่นอกทาง) หลายครั้งฉันก็บอกแม่ตามตรงว่าไปปาร์ตี้ แต่ถ้าออกติดกันบ่อยเกินไปก็มีอ้างว่าไปทำรายงานหรือโปรเจ็กต์อยู่บ้าง

 

ก็นะ ชีวิตวัยอยากรู้อยากลอง

 

อย่ามาพูดเลย นายเองก็อยากจะออกไปเจอสาวๆ ของนายพอๆ กันนั่นแหละ

 

แล้วเธอก็อยากจะไปฟังไอ้ลีออนร้องเพลง เฮอะ มาร์คัสเบ้หน้า ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม มันฟังดูเหมือนเขาไม่สบอารมณ์ในวินาทีหนึ่ง ฉันบุ้ยปากให้ชื่อของแฟนเก่า

 

มาคิดดูแล้วฉันไม่น่าไปเสียเวลากับเขาเลย…”

 

ไหงพูดอย่างนั้น คิ้วเข้มขมวดแน่น

 

ฉันยักไหล่ เราคบกันตั้งสองปี อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นปี สัญญาจะตามหาความฝันและอยู่เคียงข้างกัน ฉันเว้น ดื่มเบียร์ขมๆ ให้กับความขมขื่นในอดีต สุดท้ายก็พังไม่เป็นท่า ฉันน่าจะคิดให้มากหน่อยในตอนนั้น

 

เป็นฉันจะไม่เสียดายนะ จู่ๆ มาร์คัสก็เอ่ย ฉันมองอย่างไม่เข้าใจ เขาหมายความว่ายังไงกัน ไม่รู้สิ ฉันมักคิดว่ามันมีเหตุผลที่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเราเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ของเธอกับลีออนอาจจบลงแล้ว แต่แน่นอนล่ะที่หมอนั่นต้องฝากความทรงจำดีๆ เอาไว้บ้าง แล้วฉันก็คิดว่าเธอคงได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง

 

“…”

 

หรือไม่จริงล่ะ

 

ฉันเกลียดเวลานายพูดถูกชะมัด ฉันยกมือขึ้นต่อยแขนคนข้างกายเบาๆ เขามีรอยยิ้ม ก็ถูกลีออนมีส่วนทำให้ฉันเป็นฉันในวันนี้ และตอนที่เรารักกันราวกับโลกใบนี้มีเพียงเรามันก็ไม่เคยเป็นเรื่องเสียเวลาเลยสักนิดเดียว

 

ก็มันเป็นความจริงนี่ ถ้าเธอคิดว่าการคบกับลีออนเป็นเรื่องเสียเวลาแค่เพราะว่ามันจบไปแล้ว มันควรหมายความว่ายังไงล่ะ เธอจะไม่เปิดโอกาสให้ใครอีกเพราะไม่รู้ว่าจะเสียเวลาไหมหรือไง มาร์คัสก็พูดมีเหตุผล เราจะรู้ได้ยังไงว่าคนไหนคือคนที่ใช่จริงๆ ถ้าไม่ลองคบกับเขาดูก่อน จริงไหม

 

นายพูดเหมือนรู้จักความรักดีจังเลยนะ ฉันชื่นชมมาร์คัสอย่างบอกไม่ถูก แต่เท่าที่ฉันจำได้ เขาไม่เคยมีความรักจริงๆ จังๆ ตอนมัธยมสักหน่อย ฉันนึกสงสัยถ้าเขามีคนที่มีความสัมพันธ์จริงจังด้วยหลังจากนั้น

 

ก็รู้จักแค่เท่าที่ฉันเคยสัมผัสมานั่นแหละร่างสูงยิ้ม

 

แค่ไหนกันล่ะนั่นน่ะ ไหนว่ามาสิ

 

ทำไมฉันต้องบอกเธอด้วย

 

ฉันกำลังจะอ้าปากเค้นต่อ แต่ทันใดนั้นไฟของฮอลล์ก็ดับลง วินาทีต่อมาเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่ม ทีนี้แหละฉันก็เสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ล้วงความลับมาร์คัสต่อ เพราะคราวนี้ถ้าออกจากคอนเสิร์ตแล้วฉันยกเรื่องนี้มาพูดอีกมันก็จะน่าสงสัยเกินไป แล้วเราก็คงตะเบ็งเสียงคุยกันแข่งกับฝูงชนตรงนี้ไม่ไหว

 

ฉันบอกไม่ถูกเลยว่าฉันตื่นเต้นกับการแสดงวันนี้เป็นพิเศษเพราะนี่เป็นนักร้องที่ชอบมาก

 

หรือเพราะคนข้างกายกันแน่

 

“Good evening, Londoners!” เจมส์ เบย์เปิดคอนเสิร์ตของเขาด้วยเพลงฮิตตลอดกาล Hold back the river ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกขนลุกและก็เป็นคนที่ส่งเสียงกรี๊ดคอแทบแตกบ้าง ไม่ว่าจะมาดูกี่ครั้งก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนเดิม ให้มันได้อย่างนี้สิน่า!

 

มาร์คัสกับฉันลืมบทสนทนาก่อนหน้านี้ไปจนหมด มันราวกับว่าเราย้อนกลับไปตอนมัธยม เมื่อครั้งที่ได้ไปดูเจมส์ เบย์เป็นครั้งแรก ฉันจำได้ว่าต้องทำงานพิเศษหาเงินค่าตั๋วคอนเสิร์ต แล้วรู้สึกภูมิใจเพียงใดที่ไม่ได้ขอที่บ้านสักเพนนีเดียว

 

มันราวกับว่าบทเพลงเหล่านี้จะพาเราย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เราอายุสิบเจ็ด-สิบแปดอีกครั้ง

 

“God, I bloody love Bay!” (พระเจ้า ฉันรักเบย์ชะมัด!) มาร์คัสสบถ เขาเองก็เริ่มอินแล้วสิ เราสองคนตะโกนร้องเพลงตาม ผู้คนรอบกายโยกตัวไปตามจังหวะเพลง ระยะห่างระหว่างเราน้อยลงอีกเมื่อต่างคนต่างถูกเบียดเข้ามาเรื่อยๆ

 

มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างฉัน หากแต่สายตาของเธอไม่ได้มองเจมส์ เบย์บนเวที

 

เธอกลับเหลือบมองมาร์คัสเป็นพักๆแล้วฉันก็เข้าใจว่าทำไม

 

“…” มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น ปกติแล้วฉันมักหลีกทางให้พวกเธอได้เข้าหาเขา แต่ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจนักว่าควรทำอย่างไร มาร์คัสยังไม่สังเกตเห็นเธอ และบางทีระยะห่างที่เรารักษาเอาไว้อาจบอกเธอแต่แรกแล้วว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

ก็ถ้าเธอมองเขามาตั้งแต่ก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มน่ะนะ

 

อยากสลับที่กันไหมคะ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองใจดีเกินไปไหม แต่ถ้ามันเป็นเมื่อก่อน นี่ก็เป็นสิ่งที่ฉันทำ

 

ที่สำคัญ มันมักเป็นสิ่งที่มาร์คัสอยากให้ทำ

 

แล้วตอนนั้นฉันก็ตระหนัก ใช่ เอสเธอร์พวกเธอเป็นเพื่อนกัน

 

คุณกับเขาไม่ได้…” เธอมีสีหน้าไม่แน่ใจ ราวกับจะถามว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ ใช่ไหม ฉันส่ายหัวให้ด้วยรอยยิ้มที่ฉันต้องฝืนหน่อยๆ เพียงเท่านั้นรอยยิ้มของร่างบางก็กว้างขึ้น เธอพยักหน้าและรีบกล่าวขอบคุณ

 

นั่นเป็นตอนที่มาร์คัสสังเกต แต่ฉันแสร้งทำเป็นไม่ได้มองอยู่

 

สวัสดีค่ะ ฉันได้ยินเธอคนนั้นทัก มันเป็นเพลงช้าที่ทำให้ฉันพอจะได้ยินพวกเขาคุยกันอยู่บ้าง แล้วฉันก็ได้ยินว่ามาร์คัสทักกลับ

 

สวัสดีครับ

 

เฮ้อแน่ล่ะสิ เขาไม่ได้มาเดตกับฉัน มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธสาวสวยที่เข้าหากัน

 

ฉันทำเป็นอินกับเพลง พยายามจะไม่ฟังบทสนทนาที่พวกเขาคุยกัน แต่เพราะบางครั้งพวกเขาก็ต้องตะเบ็งเสียงแข่งกับเสียงเพลงและเสียงผู้คน ฉันก็ยังจะพอได้ยินอยู่ดีฉันได้ยินเธอคนนั้นถามชื่อมาร์คัส ได้ยืนเขาตอบและถามกลับ

 

สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจคือความผิดหวังที่มากกว่าที่คิด

 

ฉันบ้าหรือเปล่า มาหวั่นไหวอะไรกับเพื่อนเก่าน่าจะรู้ว่าเขาไม่เคยมองเธอในแง่นั้นสักหน่อย

 

หากแต่มันก็ไม่นานหรอกที่น้ำเสียงหนึ่งตะโกนเรียกมา

 

เอสเธอร์ มาร์คัสไม่เพียงแต่เรียกฉัน เขายังยื่นมือมาให้อีกแล้ว ฉันไม่เข้าใจการกระทำนั้นเลย พอมาร์คัสเห็นว่าฉันไม่ยอมจับมือด้วย เขาก็ดูหัวเสีย ฝ่ามือหนาหามือฉันจนเจอและดึงกลับไปจนได้ ฉันเห็นใบหน้าที่เสียของผู้หญิงคนเดิม ทำไมไปยืนตรงนั้น มายืนใกล้ๆ สิ

 

ก็…” เขาก็รู้

 

แต่มาร์คัสถอนหายใจฟึดฟัด เรามาด้วยกันนะ

 

ฉันเม้มริมฝีปากเขาค้อมศีรษะให้ผู้หญิงคนนั้นที่สุดท้ายก็ต้องถอยออกไปอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าของเธอเจื่อนไปเลย ฉันก็เลยรู้สึกผิด นี่ทำไมล่ะ

 

ถามโง่ๆ ถ้าฉันอยากมากับคนอื่น จะชวนเธอทำไม มาร์คัสตอบเสียงห้วน เขาโกรธ

 

ก็เห็นเมื่อก่อนอยากให้หลีกทางนักนี่

 

นั่นมันเมื่อก่อน มาร์คัสไม่หายหงุดหงิดง่ายๆ เขาปล่อยมือแล้วเหวี่ยงแขนมาดึงฉันไปโอบแทน ฉันยืนตัวแข็งทื่อ โอ้ทั้งหมดนี้มันควรหมายความยังไงเนี่ย ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงที่คิดเข้าข้างตัวเองไปซะทุกอย่าง แต่มันช่าง ตอนนี้ฉันรู้น่ะว่าฉันต้องการอะไร

 

อะไรล่ะ…”

 

มาร์คัสมองหน้าฉัน แล้วฉันก็รู้สึกได้ว่าความหงุดหงิดกำลังค่อยๆ หายไปจากใบหน้าคมคาย รอยยิ้มของเขาเด่นชัดขึ้นในความมืด เสียงเพลงดังขึ้นอีกและมาร์คัสก็ต้องโน้มใบหน้ามาพูดใกล้ๆ

 

ฟังเพลงสิ

 

ฉันหาคำตอบไม่ได้เลยว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่ หรือบางทีฉันอาจรู้แต่ฉันไม่กล้าจะหวังมากเกินไป เพราะเพลงที่กำลังขึ้นอยู่มันคือเพลงที่เราพูดถึงกันเมื่อครู่ก่อน

 

…If you wanna be in love

 

 

‘Saw you today after so much time

Felt just like it used to be

Talking for hours ‘bout a different life

Surrounded us in memories

We were close, never close enough

Where are we now…’

 

(เจอเธอวันนี้หลังจากที่ไม่ได้เจอมาซะนาน

รู้สึกเหมือนอย่างเคยที่เคยรู้สึกไม่มีผิด

เราคุยกันหลายชั่วโมงถึงชีวิตที่ต่างกัน

ความทรงจำต่างโอบล้อมเราทั้งสองคน

เราเคยใกล้ชิด หากแต่ก็ไม่เคยได้ใกล้พอ

เราไปถึงไหนแล้วกันแน่นะตอนนี้)

 

 

ฉันต้องเหลือบมองใบหน้าของร่างสูงอย่างช่วยไม่ได้หลังจากที่จบท่อนนั้น ก่อนจะพบว่ามาร์คัสเองก็มองฉันอยู่เพราะดูเหมือนว่า จะมีท่อนหนึ่งของเพลงที่เหมือนชีวิตเราสมัยก่อนก็จริง แต่ก็มีอีกหลายท่อนที่เข้ากับเราในเวลานี้มากเสียจนฉันไม่กล้าที่จะยอมรับ

 

หัวใจฉันเต้นระรัวขึ้นทีละน้อยเมื่อดวงตาสีฟ้าไม่ละไปจากฉันเลย

 

 

‘I’ll come around, if you wanna be in love

I’m not waiting but I’m willing if you call me up…’

 

(ฉันจะแวะมาก็ได้นะ ถ้าเธออยากจะมีความรัก

ฉันไม่ได้รออยู่หรอก แต่ก็เต็มใจหากเธอโทรหากันสักหน่อย)

 

 

โอ้ ไม่เอาน่าฉันต้องหลบตาอย่างช่วยไม่ได้เลย มันไม่ถูกต้องแล้ว มันไม่ควรเป็นอย่างมาก ฉันบอกไม่ถูกแล้วว่านี่มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่ ยิ่งโดยเฉพาะตรงท่อนถัดไปที่ฉันลอบหันไปมองมาร์คัส แล้วก็เห็นว่าเขาเองก็แอบมองฉันอยู่

 

ร่างสูงรีบหันกลับไปเมื่อเราสบตากัน แต่ฉันก็เห็น

 

เห็นรอยยิ้มที่เขาพยายามจะซ่อนด้วยการกัดริมฝีปากนั่น

 

เพราะว่าท่อนนี้มัน

 

 

‘Wanted to ask if we could have been

But my tongue wouldn’t break the seal…’

 

(นึกอยากจะถามถ้าหากเราสามารถเป็นได้มากกว่านี้

แต่ลิ้นของฉันมันไม่ยอมเอ่ยออกไปเลย)

 

 

ฉันล็อกสายตาของตัวเองเอาไว้ที่เจมส์ เบย์ พระเจ้า ไม่นะ ไม่ เนื้อเพลงนี้กับท่าทีของมาร์คัสมันกำลังทำให้ฉันเป็นบ้า หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นจนแทบจะระเบิด อ้อมแขนของร่างสูงยังคงโอบฉันอยู่ แล้วฉันก็ไม่กล้าที่จะขยับออก

 

เพราะในใจฉันก็อยากจะรู้ ว่าสิ่งนี้มันมีความหมายจริงรึเปล่า

 

 

‘We were young. We were side by side

Don’t know when we started losing touch

If you want we can walk a while

Maybe that would be enough

Used to talk drinking to the night

I would wake up on the front room floor

All along you’d be in my bed

Make me crazy. Make me want you more…’

 

(เรายังเด็กในตอนนั้น เราเคยอยู่เคียงข้างกันและกัน

ไม่รู้เลยว่าขาดการติดต่อกันไปเมื่อไหร่

เราจะเดินเล่นสักพักก็ได้นะถ้าเธอต้องการ

แล้วบางทีนั่นอาจจะเพียงพอแล้ว

เคยดื่มและพูดคุยกันทั้งคืน

ฉันมักจะตื่นขึ้นมาบนพื้นในห้องนั่งเล่น

แล้วเธอก็นอนอยู่บนเตียงของฉันตลอดทั้งคืน

มันทำให้ฉันเป็นบ้า ทำให้ฉันต้องการเธอมากยิ่งขึ้นอีก)

 

 

ฉันสังเกตว่ามาร์คัสยกมือขึ้นเกาจมูกหลังท่อนนั้น และได้โปรดใครก็ได้บอกฉันทีว่านั่นเขาไม่ได้กำลังเขินและกลบเกลื่อนอยู่

 

ใครก็ได้บอกฉันทีว่าเขาไม่ได้กำลังรู้สึกอย่างในเพลงจริงๆ

 

บอกฉันที ว่าเขาไม่ได้กำลังรู้สึกอย่างที่ฉันรู้สึก

 

ฉันรู้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปเพราะไม่กี่เพลงในค่ำคืนนี้ ฉันรู้เพราะเราแทบไม่พูดอะไรกันต่อ เพราะมาร์คัสกลั้นยิ้มเอาไว้แทบไม่ไหว และเพราะฉันมองหน้าเขาแทบไม่ได้เพราะกลัวจะหลุดทำให้เขารู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรบ้าๆ อยู่ในหัว

 

แต่สุดท้ายเมื่อมันจบลง บทเพลงทุกเพลงก็ยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทและในหัวใจของเรา เราออกจากฮอลล์อย่างไม่รีบร้อนนัก แล้วในที่สุดก็ต้องมานั่งอยู่เคียงข้างกันในรถจนได้

 

อยากไปไหนต่อไหม…” นั่นคือประโยคที่มาร์คัสถาม ฉันยอมหันไปสบตาด้วยจนได้ แล้วรอยยิ้มนั้นก็ยากที่จะปฏิเสธมากกว่าทุกครั้ง

 

ไม่รู้สิ…”

 

“You know…” มาร์คัสเกริ่น เขาโคลงหัวไปมา หลายวินาทีกว่าจะพูดต่อ แล้วฉันก็รู้ว่าทำไมตอนที่เขาเอ่ยทั้งประโยค “If you want, we can walk a while…” (เราจะเดินเล่นกันสักพักก็ได้นะถ้าเธอต้องการ)

 

เนื้อเพลงบ้านั่นอีกแล้ว ฉันหันกลับมา เป็นฉันบ้างที่หุบรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่

 

บ้าจริงฉันจะตกหลุมรักเขาอยู่แล้ว

 

ฉันพยายามที่จะไม่แสดงออกมากจนเกินไป มาร์คัสก็ดูไม่รีบร้อน เขารอจนฉันหันกลับมาตอบ “Let’s talk drinking to the night then” (มาดื่มและพูดคุยกันทั้งคืนก็แล้วกัน)

 

แล้วเธอจะตื่นมาบนเตียงของฉันไหมนะ มาร์คัสลูบคางอย่างสงสัยสุดๆ ฉันซบใบหน้ากับฝ่ามือ พระเจ้าฉันไม่รู้แล้วว่าเรากำลังเฟลิร์ตหรืออะไร แต่อะไรก็ช่างเถอะ

 

อะไรก็ช่าง

 

ฉันไม่สนใจอะไรเลยในเวลาที่เรากำลังอินจากเพลงและเป็นบ้ากันแบบนี้

 

นายจะต้องนอนพื้นในห้องนั่งเล่นนะถ้าอย่างนั้น อย่าลืม

 

มาร์คัสระเบิดหัวเราะก่อนสตาร์ทรถ มาย้อนเวลากันหน่อยก็แล้วกัน

 

 

Next :

ฉันพิงหลังกับที่พักแขนของโซฟา พาดขาไปบนตักมาร์คัสและรู้ตัวเลยว่าตัวเองเมาแค่ไหน

ฉันกัดหลอด พยายามที่จะไม่คลานเข้าไปหาคนตรงหน้า

มันเป็นไอเดียที่แย่มาก เอสเธอร์

ดูเหมือนว่าเธอจะต้องค้างที่นี่จริงๆ นะคืนนี้ มาร์คัสเอนศีรษะพิงกับพนักพิงพลางเอียงคอมาพูดด้วย เขาดูน่ารักจนฉันอยากจะบ้า และคำพูดนั่นมันก็ช่าง

 

 

 







เราแวะซื้อเครื่องดื่มกับขนมขบเคี้ยวกลับมาที่แฟล็ตของมาร์คัส เพราะเขาขับรถและไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ในเมืองในกรณีที่เราจะดื่มกัน มันเป็นเรื่องปกติที่ฉันไปค้างกับมาร์คัส แต่นั่นมันเป็นในบ้านที่พ่อแม่ของเขาอยู่ด้วยครั้งนี้มันคือแฟล็ตที่เขาอาศัยอยู่คนเดียว หรืออันที่จริง ต้องบอกว่ามันเป็นลอฟต์เห็นจะได้

 

Oh my word…ฉันทิ้งกระเป๋าลงพื้นขณะมองไปรอบกายอย่างตื่นตาตื่นใจ เพิ่งรู้ว่ามาร์คัสประสบความสำเร็จกับอาชีพนักออกแบบภายในขนาดไหนก็ตอนเห็นสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่นี่เอง มันเป็นลอฟต์สองชั้น ไม่ได้มีเพดานที่สูงเท่าแฟล็ตสองชั้นทั่วไป พื้นที่ใช้สอยข้างบนมีไม่มากนัก แต่มาร์คัสก็จัดให้มันเป็นมุมของห้องนอนโล่งๆ ที่มีเพียงกระจกกั้น มีบันไดวนทอดยาวจากด้านล่างขึ้นไป มุมอื่นๆ ในห้องต่างก็กั้นด้วยตู้หรือชั้นหนังสือ ชั้นโชว์ของ เสน่ห์ของลอฟต์ที่ฉันชอบมากคือทั้งห้องจะเป็นเพียงพื้นที่โล่งๆ ไม่มีห้องแยกและเรามาจัดสัดส่วนเอาเอง นี่มันอย่างกับห้องในฝันที่ฉันเคยเห็นตาม Pinterest ไม่มีผิด

 

“I love it…” ฉันหมุนไปรอบกาย พระเจ้า มาร์คัส ลอฟต์ของนายสวยมากเลย

 

เป็นหนึ่งในสิ่งที่ฉันภูมิใจที่สุดน่ะนะ เขาฉีกยิ้ม ตามสบายเลย

 

ฉันต้องเสียเงินเท่าไหร่ถ้าจะจ้างนายไปออกแบบห้องให้ฉันบ้าง

 

ร่างสูงหัวเราะ ต้องคุยรายละเอียดกันเยอะนะเรื่องนั้น

 

แหม กับเพื่อนเก่าไม่มีลดราคาบ้างเหรอ ฉันเดินตามไปทิ้งตัวลงนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์เมื่อมาร์คัสวางของที่ซื้อมาลงบนนั้น เท้าคางพลางกะพริบตาปริบๆ เพื่ออ้อนขอส่วนลด

 

เธอพูดเหมือนจะจ้างกันจริงๆ งั้นแหละ

 

ฮ่ะๆ ถ้าฉันเบื่อ สักวันฉันอาจมาให้นายออกแบบให้ใหม่จริงๆ ก็ได้

 

แค่ติดต่อมาให้มันจริงเถอะ มาร์คัสเท้าสองมือกับเคาน์เตอร์ โน้มตัวมาหา อย่าขาดการติดต่อไป แล้วฉันจะช่วยแบบไม่คิดเงินหรอกน่า

 

ฉันไม่อยากขาดการติดต่อจากนายอีกแล้ว มันเป็นเรื่องที่โง่มากเลย…” ฉันบู้ปาก คนตัวสูงก็เลยยิ้ม อ่าฉันชอบรอยยิ้มนั้นจัง แต่เปลี่ยนเรื่องดีกว่าก่อนที่ฉันจะบ้าไปมากกว่านี้ ไหนมา ฉันจะทำค็อกเทลให้นายเอง!”

 

หึ ก็ได้ เอาให้มันดื่มได้นะเอส

 

นายพูดอย่างนี้แหละที่ทำให้ฉันอยากแกล้งนาย ฉันลุกขึ้นแล้วดันมาร์คัสออกไปด้านข้างก่อนจะหยิบของที่ซื้อออกมาเรียง นายจะดื่มอะไร

 

เธอก็รู้ว่าฉันจะดื่มอะไร เขาเลิกคิ้ว

 

ฉันดีดนิ้ว จินกับโทนิค ฮ่ะๆ เครื่องดื่มโปรดของเขาไม่เคยเปลี่ยนไปล่ะสินะ ฉันไล่สายตามองเหล้าที่เราซื้อมา กับของที่มาร์คัสมีอยู่แล้วขณะที่มาร์คัสมีรอยยิ้มพึงพอใจ เขาเดินไปเปิดตู้หยิบแก้วและน้ำแข็งกับอุปกรณ์อื่นๆ ให้ นายรู้ไหมว่าฉันเคยอยากเป็นบาร์เทนเดอร์ด้วย

 

หืม จริงเหรอ…”

 

อือฮึ ก็มันดูน่าสนุกดี แต่แม่คงจะไม่ชอบใจนักถ้าฉันเป็นจริงๆ ฉันหัวเราะ รับแก้วมาจากมาร์คัสและมองเขาเดินไปนั่งบนเก้าอี้สูงฝั่งตรงข้ามที่ฉันนั่งทีแรก เป็นมาร์คัสบ้างที่เท้าคางฟังฉันพูดเรื่องไร้สาระ แต่เพราะใบหน้าหล่อเหลากับนัยน์ตาสีสวยนั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองจะเมาก่อนที่จะได้ดื่มเสียอีก ให้ตายฉันแสร้งทำเป็นง่วนกับการทำเครื่องดื่ม นายอยากได้จินเยอะไหม

 

หนึ่งส่วนสามก็พอ ฉันไม่อยากเมาก่อนเธอ

 

ฉันย่นจมูก เทจินใส่แก้วให้เขา ตามด้วยโทนิค อืมยังขาดอะไรอยู่นะ ฉันตีมือมาร์คัสที่ทำท่าจะยื่นมือมาลองนำแก้วไปชิม เดี๋ยวสิ

 

เขาหรี่ตาลง ทำไมอีกล่ะ

 

นายไม่มีมะนาวเหรอ

 

ไม่เห็นจำเป็นเลย

 

เพื่อความสวยงามย่ะ ฉันถือวิสาสะเดินไปเปิดตู้เย็น โอ๊ะ มีอะไรมากกว่าที่คิดแฮะนึกว่าตู้เย็นของพวกผู้ชายจะมีแต่ของเหลือจากอาหารที่สั่งมากิน ดูเหมือนมาร์คัสจะเป็นคนชอบทำอาหารอยู่เหมือนกันแฮะ เอว่าแต่ไหนล่ะมะนาว

 

มานี่ ฉันหยิบให้ น้ำเสียงของเขาดังขึ้นข้างหลัง มันฟังดูใกล้มากและก็เป็นตอนนั้นที่ฉันสังเกตว่าเขาได้ลุกจากเคาน์เตอร์บาร์มาอยู่ข้างหลังฉันแล้ว ฉันชะงักเมื่อมาร์คัสวางมือข้างหนึ่งเหนือมือฉันเพื่อดันบานประตูตู้เย็นเปิด ขณะเอี้ยวตัวมาล้วงหยิบมะนาวในชั้นใส่ผักข้างล่างให้ แผ่นหลังของฉันสัมผัสถูกตัวเขาในช่วงเวลาสั้นๆ และท่านี้มันทำให้ฉันรู้สึกราวกับตกอยู่ในอ้อมแขนกว้างก็ไม่ต่าง

 

ฉันรู้สึกเหมือนจะเป็นลมตอนที่หันหน้ากลับมาและพบว่าเราอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน

 

จะใช้แค่ไหน ลูกเดียวพอรึเปล่า มาร์คัสถาม ฉันตอบไม่ถูกไปชั่วขณะ เอส?”

 

เอ่อพอแล้ว

 

ใจเย็น เอสเธอร์ ใจเย็น

 

ฉันเดินกลับมาหั่นมะนาวด้วยมือไม้สั่นที่แทบจะทำเอามีดเฉือนมือตัวเอง มาร์คัสกลับมานั่งตรงหน้าซึ่งทำให้ฉันเริ่มประหม่ากว่าเดิม ฉันประดับเสี้ยวมะนาวบนแก้วให้มาร์คัสก่อนจะหั่นส่วนที่เหลือไว้ทำ Mojito สำหรับตัวเอง

 

อื้ม ใช้ได้นี่

 

แน่ล่ะ ฉันทำเป็นอีโก้สูงกลบเกลื่อน แต่มาร์คัสก็ยิ้มเท้าคางมองฉันทำค็อกเทลให้ตัวเองอยู่ได้ ฉันนี่แทบจะผสมผิดๆ ถูกๆ เลย แล้วมาร์คัสก็แกะขนมที่ซื้อมา มันบ่งบอกว่าเราจะนั่งดื่มกันอยู่ตรงนี้ซึ่งมันก็ดูไม่เลวนักหรอก แต่ตอนนี้ฉันประหม่าที่เราจะมานั่งจ้องหน้าคุยกันและเริ่มอยากเปลี่ยนไปนั่งดูหนังแทนมากกว่า ฮือ ทำไงดี

 

ฉันแย่แล้ว ฉันแย่แล้วจริงๆ

 

ฉันทำเครื่องดื่มให้ตัวเองจนเสร็จ จิบมันแล้วมองหน้ามาร์คัส โอเคฉันเมาตั้งแต่อึกแรกแน่ๆ ทำไมเขาอมยิ้มอย่างนั้นนะ จะพูดอะไรก็พูดเถอะได้โปรด ฉันคิดบทสนทนาไม่ออกแล้ว

 

อยากชิมไหม ฉันเสนอเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดียามที่นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องอยู่อย่างนี้ และมาร์คัสก็ไม่ปฎิเสธ เราดื่มจากหลอดเดียวกันและแค่นั้นฉันก็แทบจะเป็นบ้า

 

อร่อยแฮะ

 

ฉันจะทำให้นายก็ได้ถ้านายดื่มจินนั่นหมดแล้ว

 

ภูมิใจใหญ่เลยนะ เขาส่ายหัว ก็แหม อยากเล่นเกมไหม

 

เกมอะไรเหรอ ไพ่เปลื้องผ้าดีไหมนะ ฉันคิดสกปรก แต่แล้วมาร์คัสก็เดินไปหยิบสำรับไพ่มาจริงๆ อ่าเวร บอกทีว่านายไม่ได้จะชวนฉันเล่นไพ่เปลื้องผ้า

 

มาร์คัสมองอย่างงุนงง ทันใดนั้นก็ระเบิดหัวเราะ ไม่ได้คิดนะ แต่จะเล่นไหมล่ะ

 

ไม่เล่น ไอ้บ้า!”

 

ฮ่าๆ แค่จะเอามาเล่น Higher or Lower น่ะ เขาบอก ก่อนอธิบายต่อ ฉันจะเปิดไพ่ใบนึง แล้วเธอเดาว่าใบต่อไปสูงหรือต่ำกว่าไพ่ที่ฉันเปิด ถ้าเธอผิด เธอก็ดื่ม แต่ถ้าเธอทายถูก ฉันดื่ม ดีไหม

 

ก็ได้ ฉันพยักหน้า อะไรก็ดีกว่าให้ฉันนั่งจ้องหน้าเขาทั้งคืน เพราะมันคงจะลงเอยด้วยการที่ฉันเมาไปจูบเขา ฉันพยายามสลัดความคิดน่าอายนี้แต่มันก็ไม่หายไปเลยจนต้องกัดริมฝีปากมองมาร์คัสสลับไพ่ แล้วใบแรกที่เขาเปิดมันก็โป๊ะเช๊ะ

 

เพราะมันเป็นเอซโพดำโอ๊ะโอ

 

“Fuck!” มาร์คัสสบถ ฉันหัวเราะลั่น เพราะมันไม่มีใบที่ต่ำกว่าแล้วยังไงล่ะ ร่างสูงดื่มโดยไม่ต้องรอให้ตอบ

 

ฮ่าๆ นี่ไม่ใช่วันของนาย สุดหล่อ ฉันเปิดไพ่ใบถัดไปให้มาร์คัสเป็นฝ่ายเดา อ๊ะ แปดข้าวหลามตัดล่ะ อย่างนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย สูงหรือต่ำกว่าดี

 

ต่ำกว่าแล้วกัน เขาบอกก่อนจะเปิดใบถัดไปซึ่งเป็นสิบโพธิ์แดง มาร์คัสหรี่ตาลง ฉันชวนเธอเล่นเกมเวรนี่ทำไมเนี่ย

 

ช่วยไม่ได้นะ ฮ่ะๆ ฉันมองมาร์คัสที่ดื่มอย่างจำใจสุดๆ สงสัยว่านายจะเมาก่อนฉันล่ะคืนนี้

 

ไม่มีทางน่า

 

โอเค เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน มาร์คัส

 

แล้วเราก็เล่นกันต่ออีกพักใหญ่ สลับกันดื่มพลางพูดคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ หัวเราะกันเป็นบ้าเป็นหลัง ฉันทำค็อกเทลเพิ่มให้ทั้งตัวเองและเขาไปอีกหลายแก้วจนลืมที่จะนับไปแล้ว ฉันไม่รู้เวลาเลยแต่เดาว่าเราเลิกเล่นกันตอนที่ดึกมาก เราย้ายจากเคาน์เตอร์บาร์มานั่งดูหนังที่โซฟา แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ดูหนังเท่าไหร่นัก ฉันพิงหลังกับที่พักแขนของโซฟา พาดขาไปบนตักมาร์คัสและรู้ตัวเลยว่าตัวเองเมาแค่ไหน

 

ฉันกัดหลอด พยายามที่จะไม่คลานเข้าไปหาคนตรงหน้า

 

มันเป็นไอเดียที่แย่มาก เอสเธอร์

 

ดูเหมือนว่าเธอจะต้องค้างที่นี่จริงๆ นะคืนนี้ มาร์คัสเอนศีรษะพิงกับพนักพิงพลางเอียงคอมาพูดด้วย เขาดูน่ารักจนฉันอยากจะบ้า และคำพูดนั่นมันก็ช่าง

 

ก็บอกแล้วไงว่านายจะต้องนอนพื้นตรงนี้…”

 

ร่างสูงหัวเราะเบาๆ รู้สึกอย่างกับย้อนกลับไปตอนอายุสิบเจ็ดงั้นแหละ

 

ห้าปีมาแล้วนะนั่นน่ะ ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วอย่างนี้นะ นายมีเรื่องที่เคยอยากทำในตอนนั้น แต่ไม่เคยได้ทำบ้างไหม

 

นัยน์ตาสีฟ้าตรึงอยู่กับดวงตาของฉันหลายวินาที กว่าที่ริมฝีปากคู่นั้นจะเอ่ยตอบ มีสิ…”

 

เรื่องอะไรเหรอ

 

มาร์คัสยกมือขึ้นเสยผม หันกลับไปมองทางโซฟา ฉันอ่านท่าทางนั้นไม่ออกอีกแล้ว เยอะแยะน่า

 

อย่างเช่น?”

 

อย่างเช่นไม่ทำให้แม่ฉันปวดหัวยังไงล่ะ

 

เอาดีๆ สิ พอเห็นว่าฉันจริงจัง มาร์คัสก็เงียบลงไป เขาใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง

 

อืมขอผู้หญิงที่ฉันชอบเป็นคู่เดตไปงานเต้นรำล่ะมั้ง

 

จริงเหรอ ฉันดึงขากลับมานั่งขัดสมาธิจ้องมองเขา ตอนปีสุดท้ายเขาชอบใครกัน ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย ใครน่ะ ไม่ใช่เคธีหรอกนะ

 

มาร์คัสกลอกตาไปมา ไม่ใช่หรอกน่า

 

ถ้าอย่างนั้นใครล่ะ ฉันอยากรู้นะ มันจะมีใครกัน ชั้นเราไม่ได้มีนักเรียนเยอะขนาดนั้นสักหน่อย อ๊ะ หรือว่าจะเป็นรุ่นน้อง

 

ไม่บอกหรอก ขืนบอก เธอคงจะเอามาล้อฉันไปอีกนาน คนจอมกวนว่ายิ้มๆ

 

อะไรกัน!” ฉันโห่ร้องอย่างเสียดาย บอกหน่อยน่า ฉันสัญญาว่าจะไม่ล้อ

 

ไม่มีทาง

 

น่านะ มาร์กี้ ฉันอ้อน แต่มาร์คัสก็ส่ายหัว

 

ต่อให้เธอทำตัวน่ารักแค่ไหนก็ไม่ได้ผลหรอก

 

ฉันมุ่ยหน้า แต่แต่นั่นมาร์คัสเพิ่งจะบอกว่าฉันน่ารักหรือเปล่านะ ใบหน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาอีก แอลกอฮอล์ก็สูบฉีดเต็มสายเลือด ฉันมองใบหน้าของมาร์คัสฉันคิดว่าฉันควรจะนอนก่อนที่จะทำอะไรโง่ๆ ลงไปจริงๆ

 

ฉันซบใบหน้ากับโซฟา หลับตาและพยายามจะข่มหัวใจตัวเองให้เต้นช้าลง บ้าจริงพอดื่มแล้วฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย

 

ง่วงแล้วเหรอ…” น้ำเสียงนั้นเอ่ยถาม ฉันลืมตาขึ้นและพบว่าเขาโน้มตัวมาใกล้กันอีกเหมือนจะดูว่าฉันจะหลับจริงๆ รึเปล่า แต่อย่างนี้มันดีแต่จะทำให้ฉันตื่นเต็มร้อยกว่าเดิม เพราะหัวใจฉันเต้นแรงแบบไม่กลัวจะหัวใจวาย ฉันกลืนน้ำลาย รีบพยักหน้า เธอจะไปล้างหน้าล้างตาเลยก็ได้นะ ฉันจะเอาแปรงสีฟันกับผ้าเช็ดตัวให้ อยากเปลี่ยนชุดไหม

 

พูดเหมือนนายมีชุดผู้หญิงให้ฉันเปลี่ยนนะ…” ฉันแกล้ง

 

มาร์คัสยิ้มมุมปาก ก็มีคนที่ทิ้งไว้นะ อยากจะใส่ไหมล่ะ

 

โอ้ มาร์กี้ บอกฉันทีว่านายไม่ได้มีแฟนแล้วและเธอจะไม่มาลากฉันลงจากเตียงไปตบพรุ่งนี้เช้า ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้า ไม่ไหวแล้ว ฉันรับมือกับมาร์คัสคนนี้ไม่ไหว

 

ฮ่าๆ อย่าห่วงเลย ไม่มีใครมาตบเธอหรอกน่า พ่อคนเจ้าชู้หัวเราะใหญ่ เขาลุกขึ้นยืนก่อนยื่นมือมาให้ ฉันเริ่มจะสงสัยจริงจังแล้วล่ะเมื่อก่อนเราจับมือกันบ่อยขนาดนี้ไหมนะ

 

แต่จะทำยังไงได้ ฉันก็อยากจับมือกับเขาอยู่ดี

 

ฉันปล่อยให้มาร์คัสพาฉันขึ้นข้างบน รู้สึกอย่างกับมาเดตกับเขาและมันจะจบลงที่เตียง โอ้ไม่ฉันหยุดความคิดสกปรกไม่ได้เลยตอนที่เหล้าเข้าปาก มาร์คัสให้ฉันนั่งลงบนเตียงและไปเปิดตู้หยิบเสื้อยืดสีน้ำเงินเรียบๆ ตัวหนึ่งของเขามาให้

 

ตัวนี้ใช้ได้ไหม

 

ฉันพยักหน้า แค่ใส่นอนเอง ขอบคุณค่ะ ฉันกอดมันไว้แน่นเมื่อมาร์คัสเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันใหม่ให้ อืมเสื้อนี่มีกลิ่นของมาร์คัสด้วยล่ะ แล้วไหนจะเตียงนอน หมอน กับผ้าห่มที่เป็นกลิ่นของเขาหมดนี่อีกล่ะหัวฉันหมุนไปหมด

 

เธอนอนบนนี้แล้วกัน ฉันจะไปนอนข้างล่างเอง

 

ฉันไม่แย้ง เพราะถ้าเราร่วมเตียงกัน มันมีแนวโน้มว่าฉันคงจะทำอะไรบ้าๆมาร์คัสปล่อยให้ฉันเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว และสิ่งแรกที่ฉันทำคือวักน้ำล้างหน้าหลายๆ ครั้ง ตื่น! เอสเธอร์ ตื่นหน่อย! เธอเป็นบ้าอะไรของเธอไปแล้ว บ้าจริง

 

ฉันรู้สึกเหนียวตัว ก็เลยอาบน้ำด้วย เสื้อของมาร์คัสตัวใหญ่และคลุมมาถึงต้นขาของฉัน ฉันคิดว่าตัวเองจะหายฟุ้งซ่านบ้างแล้วหลังอาบน้ำให้สร่างเมาไปแต่พอเปิดประตูมาเจอมาร์คัสนั่งเล่นมือถืออยู่บนเตียงโดยปราศจากเสื้อ

 

ฉันก็อยากจะทิ้งของในอ้อมแขนแล้วไปกดเขาลงบนเตียง

 

Shit. Shit. Holy shit!

 

ไง สบายตัวขึ้นไหม เจ้าของใบหน้าคมคายหันมาถาม เขาไม่รู้ตัวเลยสินะว่าทำให้ฉันร้อนกว่าเก่า เรือนร่างกำยำนั่นมันช่างน่าสัมผัส

 

อะอืม ฉันรีบบังคับตัวเองให้หันมองไปทางอื่น ตายๆ ทำไมมาร์คัสน่ากินขนาดนี้! นี่เขาอ่อยฉันหรือยังไงฮะ!

 

ดีแล้ว เธอมานอนพักเถอะ เขาลุกขึ้น ซึ่งมันทำให้ฉันเห็นซิกซ์แพคนั่นชัดกว่าเก่า ฉันวางเสื้อผ้าตัวเองไปบนกระเป๋าลวกๆ แล้วรีบไปขึ้นเตียง พยายามข่มตาให้หลับตอนที่มาร์คัสเข้าไปอาบน้ำ

 

แต่พระเจ้าหัวใจฉันมันไม่สงบลงเลย

 

ฉันนอนอยู่บนเตียงของมาร์คัส บนหมอนที่เขานอน ห่มผ้าที่เขาห่มทุกคืน หัวฉันตื้อ ฉันหยิบมือถือมาเล่นหวังให้ตัวเองง่วง แต่จนกระทั่งมาร์คัสออกมา ฉันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลับแม้สักนิดเดียว

 

และมาร์คัสก็ไม่สวมเสื้อ ฮือ ทำไมพวกผู้ชายชอบนอนถอดเสื้อนักนะ

 

นึกว่าเธอจะหลับไปแล้วซะอีก เขาทัก

 

ก็เขานี่ไงล่ะเหตุผลที่ฉันหลับไม่ลงในตอนตีสี่แบบนี้! จะนอนแล้วล่ะ

 

ฉันปิดหน้าจอไอโฟนที่แบตกำลังจะหมด ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอ มาร์คัสมองยิ้มๆ แต่ก็เดินไปเดินมาทำอะไรอยู่ตรงหน้าฉันอยู่ได้ ฉันพลิกตัวไปมา แล้วสุดท้ายมาร์คัสก็มานั่งลงข้างเตียงอีกเฮือก

 

นอนหลับนะ?”

 

หละหลับสิ นายน่ะไปนอนเถอะน่า ฉันไล่

 

ก็เห็นพลิกตัวอยู่นั่น เหมือนจะนอนไม่สบายตัวนี่นา เขายักไหล่ แล้วเขาจะช่วยยังไงล่ะ มานอนข้างๆ ไหม

 

เดี๋ยวก็หลับ…” ฉันทำแก้มป่อง ทำไมมาร์คัสไม่รู้ตัวเลยนะว่าเขากำลังทำให้ฉันหวั่นไหวแค่ไหน เขาทำทุกอย่างเป็นปกติของเขา แต่ฉันบ้าไปเองหรือยังไงกันแน่

 

แต่ฉันจะบ้าได้ยังไงก็มาร์คัสยื่นมือมาเกลี่ยผมให้ฉันอยู่จริงๆ

 

ฝันดีนะยัยตัวแสบ เขาบอกเบาๆ สัมผัสจากฝ่ามือของมาร์คัสอ่อนโยนเหลือเกิน ฉันได้แต่พยักหน้าเพราะทำอะไรแทบจะไม่ถูก มาร์คัสยิ้มให้ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปปิดไฟและเดินลงไปข้างล่างฉันหลับตาแน่นสนิท พยายามที่จะข่มตาลงนอน แต่สิ่งเดียวที่ฉันเห็นในหัวคือใบหน้าของเขา

นี่มันเกินไปแล้วนะ ฉันต้านทานแทบไม่อยู่แล้วจริงๆ

 

 

 

 

James Bay – If you wanna be in love

 

 

FernniZ’s 2nd Talk : 19.10.17

          กระแสฟินมาร์คัสสุดยอดดดดด ฮ่าๆ ชอบมากเลยค่ะ ดีใจที่รีดเดอร์ชอบมาร์คัสด้วยเหมือนกัน ยิ่งเจอครึ่งหลังเขาไปเป็นไงคะ? หุหุ ตอนหน้าก็จะยังฟินอยู่น้าแล้วก็เตรียมตัวฟินกับน้องชายสุดแสบของหมอราฟ ร็อบบี้ ชไตน์ ได้เลย บอกเลยว่าแต่งใกล้จบแล้ว เร็วไหมล่า เดือนหน้านะเจอกันแน่! อ้อ แล้วเห็นโปสเตอร์ตอนนี้กันไหมคะ นี่ตั้งใจหาอะไรที่ใกล้เคียงกับภาพลอฟต์ของมาร์คัสมาให้สุดๆ แล้ว เฟิร์นชอบลอฟต์สไตล์นี้มาก ที่สำคัญเป็นคนชอบแต่งบ้านสุดๆ คิดว่าถ้ามีบ้านก็อยากได้เป็นลอฟต์อย่างนี้เลย น่ารักเนอะ

            เฟิร์นเห็นอยู่หลายคอมเมนท์เลยที่บอกว่าชอบเพลง If you wanna be in love ที่เอามาลงมาก และคงติดไปอีกสักพัก ฮ่าๆ ถ้าใครยังไม่รู้ เฟิร์นทำ Playlist เพลงต่างๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งนิยาย + ใช้ฟังตอนแต่งนิยาย หรือพูดง่ายๆ ว่าเพลย์ลิสต์ส่วนตัวที่เฟิร์นชอบนั่นแหละ เฟิร์นสร้างเอาไว้ใน Spotify ให้ฟังกันแล้ว มีประมาณ 150 เพลงแน่ะ ขอย้ำเป็นเพลงสไตล์เฟิร์นเท่านั้นนะ อาจจะไม่ชอบกันก็ได้ แต่เอาเป็นว่าถ้าสนใจก็ไป follow กันได้ แล้ววันหลังจะเลือก Top30 ของเพลย์ลิสต์นี้ออกมาอีกที เผื่อใครต้องการ :)

          ไปฟอลเลย :

https://open.spotify.com/user/fernniz/playlist/01RCawYEXrU0r5A3a1D3ID?si=0GKLxZRF




FernniZ’s 1st Talk : 17.10.17

          และนี่นี่ค่ะทุกคน คือแรงบันดาลใจของนิยายเรื่องนี้ทั้งเรื่องเลย :) อัลบั้มนี้ของเจมส์ เบย์ถือเป็นอัลบั้มแรกและอัลบั้มเดียวที่เขามียันทุกวันนี้ มันออกมาหลายปีได้แล้วล่ะ แต่เฟิร์นก็ยังฟังซ้ำไปซ้ำมา ศิลปินคุณภาพจริงๆ นะบอกเลย วันนึงตอนที่ฟังเพลงนี้วนไปวนมา ก็นึกขึ้นได้ว่าเอ๊ะ อันที่จริงเราเกือบทุกคนก็น่าจะพบเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเองกันตอนเรียนมัธยมนะ การที่เราแอบรักใครสักคนแต่ไม่เคยได้พูดออกไป และในที่สุดก็กลับมาเจอกับเขาอีกครั้งน่ะ นั่นแหละที่มาของธีมเซ็ทนี้ (รักเก่า เพื่อนเก่า แฟนเก่า)

หลายคนคิดว่าอะไรที่มันเป็นเรื่องราวเก่าๆ มักจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างที่เราคิดกันว่าโอ๊ย ถ้าเมซีเป็นแฟนกับลีออน ลีออนเป็นแฟนเก่าเอสเธอร์ และมาร์คัสเป็นเพื่อนกับลีออน มันจะต้องดราม่าแน่ๆ เลยมันก็แน่นอนแหละนะ แต่อย่าลืมว่าในเรื่องราวเก่าๆ มันก็มักจะมีความทรงจำดีๆ ที่เราคิดถึงอยู่ด้วยเนอะ จริงไหม?

#ทีมมาร์คัส มาแรงจริงๆ เดี๋ยวรอครึ่งหลังเถอะ จะกรี๊ดหนักกว่านี้ ฮี่ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #705 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 15:36
    โอ้ย ยยยยยย แพ้ผู้ชายที่ชอบมายุ่งกับหัวอ่ะะะ แงแง หลงมาร์คหนักมากกกกก
    #705
    0
  2. #672 CresCenTia (@smile1999) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:53
    ฮือออออ
    #672
    0
  3. #332 คนบ๋วย (@08310) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 18:35
    เขินค่ะเขินนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #332
    0
  4. #231 mybearpp (@mybearpp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:26
    โอ้ยยย อ่านละเขิน
    #231
    0
  5. #206 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 10:24
    -2- เกลียดการอ่อยกันไปมาขอคู่นี้ 5555555555555555 ความฮอตของมาร์คัสนี้โคตรน่าหลงไหล
    #206
    0
  6. #205 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 10:11
    -1- เขินนนน เขินมากๆเหมือนรู้สึกโดนจีบเอง 555555555555
    #205
    0
  7. #174 MAMA (@ussadong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 21:46
    ไม่ไหวแล้ววว ตั้งแต่อ่านมาคืออินกับเรื่องนี้ที่สุดเลย! มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงๆ อารมณ์แบบหวั่นไหวกับเพื่อนสนิท ซึ่งหลายๆคนน่าจะเคยมีโมเม้นแบบนี้ เกิดความอินที่เราไม่สามารถต้านทานได้55555 มาร์คัสก็ฮอตจนคนอ่านจะละลายแล้วเด้ออ
    #174
    0
  8. #163 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 12:54
    แงงงงงง อ่อยสุดอะมาร์กี้ เขินจะตายละนะ
    #163
    0
  9. #162 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:57
    นึกว่าจะได้จูบกันแล้ว
    #162
    0
  10. #161 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 23:49
    อ๊ากกกกกกเขินเบอร์เเรงส์-.,-
    #161
    0
  11. #160 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 23:25
    ที่บอกขอคนที่ชอบไปงานต้องหมายถึงเอสเธอร์แน่ๆเลย มาร์คัสน่าจะแอบชอบเอสเธอร์บ้างสมัยเด็กๆ ฮิ
    #160
    0
  12. #159 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 23:07
    มาร์คัสสนายอ่อยอยู่เราดูออก!! อ่อยเอสหนักขนาดนี้เอสจะไปไหนรอด/รวมถึงเราด้วย ฮึ้ยยเขินเด้อ!!
    #159
    0
  13. #158 wwji_ (@wwji_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:41
    โอ้ยชอบบบชอบทุกอย่างของเรื่องนี้ ชอบเพลงแนวพี่เฟิร์นมากกก ทำต่อไปเรื่อยๆนะคะะะ
    #158
    0
  14. #157 Punch_YPP (@punchmarkmint) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:40
    ดาเมจรุนเเรงมากก
    #157
    0
  15. #156 len-lom (@luk-peach) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:20
    นึกออกแล้ว พี่เฟิร์น ขอนางเอกแนว elle fanning สักคนสิ แบบเจ้าหญิ้งเจ้าหญิง แสบๆซุกซน5555555
    #156
    0
  16. #155 ABITOFSOM (@JS_jslove) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:12
    อ่อยแน่ๆเลยค่ะ555
    #155
    0
  17. #154 Neung111 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:28
    แล้วแบบนี้จะไม่ให้คิดอะไรได้เร้อ
    #154
    0
  18. #153 thanida. (@Tubtim_Thanida) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:24
    ฝันดีนะยายตัวแสบบ ฮื่ออ พี่เฟิร์นพูดไม่ออกบอกไม่ถูก55555555 เขินT/////T ชอบการบรรยายของพี่เฟิร์นมาก นางเอกแบบเรียลๆไม่คีพอะไรมาก คิดอะไรพูดดด หลงมาร์กี้แล้วสินะเอส วรั้ยยยยยย วรั้ยยยย ฮ่า ตกหลุมรักพระเอกนางเอกและนิยายพี่เฟิร์นไปแล้ววววว:)
    เดี๋ยวตามไปฟังเพลงนะคะ ฮื่ออ เยิ้บ
    #153
    0
  19. #152 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:22
    กรี๊ดหนักมากกกกก มาร์คัสมีความดีงาม><
    #152
    0
  20. #151 ___ซาลาเปา___ (@srisud) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:05
    โอ้ยยย เขินนนง่าา ไม่เคยอ่านเรื่องไหนแล้วยิ้มบ้าบอขนาดนี้เลย ดีนะอยู่ในห้องคนเดียว ไม่งั้นคนอื่นได้หาว่าบ้าแน่ๆ 555
    #151
    0
  21. #150 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 20:27
    เขินโว๊ย555555555
    #150
    0
  22. #149 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 20:27
    เขินโว๊ย5555555
    #149
    0
  23. #148 Papenny (@penni) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 19:37
    โธ่คุณณณณณ อะไรจะน่ารักขนาดนี้นะ หลงไปหมด หลงทุกคนที่อ่าน555555
    #148
    0
  24. #147 sepxtember (@diamond-blaze) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 19:27
    หวานมาก เขิน555555555 พึ่งมีโอกาสได้ฟังเพลง ชอบมากๆ พี่เฟินทำเค้าติดเพลงหลายเพลงแล้ว ตั้งแต่ with me เลย อยากอ่านต่อแล้วว อยากอ่านร็อบบี้ด้วยยย สู้ๆนะค้าบ
    #147
    0
  25. #146 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 14:38
    Greeedddd
    #146
    0