ตอนที่ 4 : CH.3 - I fell in love with your soul

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    14 ต.ค. 60





3

I fell in love with your soul

ฉันตกหลุมรักจิตวิญญาณของคุณ

 

 

ฉันจะฆ่านายที่นายไม่เคยบอกว่าสนิทกับมาร์คัส เทอร์เรลล์!” ฉันแผดเสียงใส่ปลายสาย เฟลตเชอร์พ่นลมหายใจแรง เขาคงจะกลอกตาใส่ฉันถ้าเขาอยู่ตรงหน้าฉันสักหน่อย

 

[ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไงว่าหมอนั่นเป็นเพื่อนเก่าเธอ] เฟลตเชอร์บ่นงึมงำ [เพิ่งจะรู้ตอนมันโทรมาเมื่อวานเหมือนกัน และอีกอย่างนะ…] น้ำเสียงยียวนนั่นกลับมาอีกครั้ง [ไม่ว่าฉันจะทำ หรือไม่ทำอะไร เธอก็อยากฆ่าฉันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว]

 

รู้ตัวก็ดี

 

[ฮ่ะๆ อยากตายคาอกเธอจริงๆ]

 

ฉันกัดฟันกรอด นายนี่มันทะลึ่งชะมัด เก็บไว้พูดกับผู้หญิงที่เขาอยากจะฟังเหอะนะฉันขอร้อง

 

[โธ่ ผู้หญิงค่อนประเทศอยากจะฟังคำพูดสกปรกจากฉันนะจะบอกให้] เขากระแอมไอ คุยโวใหญ่ ฉันกำลังคิดจะวางสายแต่เฟลตเชอร์ก็เป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องก่อน [อ่าจะว่าไป เบลีย์สบายดีไหม]

 

แหงล่ะถ้ามันไม่ใช่เรื่องส่อๆ มันก็ต้องเป็นเรื่องผู้หญิง

 

ฉันเบ้หน้า เหลือบมองผู้ช่วยส่วนตัวที่กำลังเก็บของ ทำไมนายไม่โทรไปถามเธอเองล่ะ ได้ข่าวว่าไปส่งกันอยู่นี่ อย่างนายคงไม่พลาดจะขอเบอร์เธอหรอกใช่ไหม

 

[ก็ถูก…]

 

แล้วเขาก็ไม่พูดต่อ ฉันจับความผิดปกติได้ แต่…?”

 

[ก็เบลีย์ไม่รับสายฉันน่ะสิ]

 

ฉันถอนหายใจแรง ก็รู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีอะไรระหว่างสองคนนี้ เอาจริงๆ ฉันไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของนายหรอกนะ แต่ฉันเตือนนายแล้วนะว่าอย่ารังแกเบลีย์

 

[อู้ว จะเรียกว่ารังแกมันก็จะผิดประเด็นไปหน่อยนะ เบลีย์เล่าอะไรให้ฟังรึเปล่าล่ะ]

 

อะไรของพวกเขากันเนี่ย ฉันเหลือบมองเบลีย์อีกครั้ง เปล่า แต่ไม่ต้องฉลาดฉันก็รู้ว่าเธอมีอะไรปิดบังอยู่ แล้วตอนนี้มันก็เดาไม่ยากเลยว่าเพราะใคร

 

[แฮ่ๆ ฉันไม่พูดอะไรดีกว่าถ้าอย่างนั้น แต่ถ้าเธอจะใจดีช่วยให้เบลีย์รับสายฉันได้ก็จะดี]

 

ได้ ฉันจะบอกให้เธอบล็อกเบอร์นายไปเลยแล้วกัน

 

[What the fuck! ช่วยเพื่อนหน่อยสิโว้ย!]

 

ก็ถ้าเพื่อนมันไม่ขยันสร้างเรื่องให้ฉันล่ะก็ ฉันก็อยากจะช่วยอยู่หรอก

 

[โอเคๆ เรื่องคนเก่าน่ะฉันขอโทษ แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่หว่าใครจะไปนึกว่าเธอจะเฮิร์ทจนเสียการงานอย่างนั้น แต่อะไรก็ช่างเหอะ ฉันอยากคุยกับเบลีย์ ครั้งนี้ฉันพูดจริงเอสเธอร์]

 

โอ้โห เชื่อตายเลย ฉันแค่นหัวเราะ เวลาเจอสาวใหม่แล้วเขากำลังหลงเธอ เขาก็พูดอย่างนี้เสมอ อย่างเฟลตเชอร์น่ะเหรอเดี๋ยวก็เบื่อ

 

[แม่งเอ๊ย ฉันขอร้องล่ะ ช่วยกันหน่อยเหอะน่า เดี๋ยวซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้เลยเอ้า!]

 

ฉันชะงัก อุ๊ยตายพูดจริงเหรอจ๊ะเนี่ย ฉันมองเบลีย์อย่างทึ่งๆ สาวน้อยของฉันทำอะไรกับนายนะ นายถึงได้หัวเสียและหมดหนทางขนาดนี้

 

[เอาเป็นว่าช่วยหน่อย แค่นั้นได้ไหม] เฟลตเชอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

ฉันชั่งใจชักอยากรู้แล้วสิว่าระหว่างสองคนนี้มันมีอะไรกันแน่ แต่อีกใจก็ไม่อยากก้าวก่ายมากเกินไป ถ้าพวกเขาไม่พูดฉันก็ไม่อยากถาม เฮ้อแต่เฟลตเชอร์นี่ก็ชอบหาเรื่องจริงๆ เลย

 

ก็ได้ ฉันจะช่วย ฉันตอบ คนที่อยู่ปลายสายรีบร้อง เยส!’ “อย่าเพิ่งดีใจไป พ่อคาสโนวา

 

[อะไรวะ]

 

ฉันจะช่วย ภายใต้เงื่อนไขนึงนะ

 

[แค่แบรนด์เนมยังไม่พออีกเรอะ]

 

ไม่ใช่เรื่องนั้น แค่จะบอกว่าฉันจะช่วยในกรณีที่ฉันประเมินแล้วว่าการคุยกับนายจะไม่ทำร้ายเบลีย์ เพราะถ้าเธอไม่ต้องการ ฉันก็คงจะบังคับเธอไม่ได้เหมือนกัน อ๊ะๆ อย่าเถียง ฉันเป็นคนกลางในที่นี้ จะเห็นใจนายคนเดียวไม่ได้หรอกนะ

 

[อะไรว้าเธอควรจะช่วยทำให้เบลีย์ยอมคุยกับฉันถึงเธอจะไม่อยากคุยไม่ใช่เรอะ]

 

ก็นี่ไง เอาแต่ใจอย่างนี้ เบลีย์คงจะอยากคุยกับนายหรอก ฉันเบาเสียงลงเวลาที่เอ่ยชื่อเบลีย์

 

[ชิ เออๆ ก็ได้ ช่วยหน่อยก็แล้วกัน]

 

ฉันลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ เฟลตเชอร์นะเฟลตเชอร์ นายจะทำยังไงเนี่ยถ้าเกิดว่าฉันช่วยนายไม่สำเร็จ

 

[ก็คงจะต้องไปหายัยนั่นถึงออฟฟิศน่ะสิ] เขาตอบเสียงเบื่อหน่าย คำตอบอันแสนคาดไม่ถึงนั่นทำให้ฉันแปลกใจ

 

นี่อย่าบอกนะว่านายจริงจัง ฉันถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาเพิ่งจะเจอเธอได้ครั้งเดียวน่ะนะ เอ๊ะไม่สิ ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าหลังจากนั้นพวกเขาไม่ได้เจอกันอีก โอ้พระเจ้า

 

[ไม่ต้องถามได้ป่ะ เอาเป็นว่าช่วยหน่อย ขอบคุณมาก ฉันไปทำงานต่อละ]

 

เดี๋ยวสิ เฟลตเชอร์!” แต่ก็ไม่ทันสายตัดไปก่อนที่ฉันจะได้ล้วงลับอะไรเขาซะอีก นี่มันอะไรกัน ทำตัวน่าสงสัยขนาดนี้ ฉันเงยหน้าขึ้นมาพบกับเบลีย์ที่ก็ดูจะชะงักเพราะชื่อเฟลตเชอร์ที่ฉันเพิ่งแหกปากเรียก ร่างบางแสร้งทำราวกับไม่ได้ยินและถามเสียงเบา

 

เราจะไปซื้อของกันเลยไหมคะ

 

ฉันมองใบหน้าอันใสซื่อนั่น อยากจะรู้จริงๆ ว่าเฟลตเชอร์ทำเวรอะไรกับเธอ

 

เฮ้อให้มันได้อย่างนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่ ฉันเกริ่นกับเบลีย์ตอนที่เราอยู่ในรถ ลำบากใจก็ลำบากใจ ทำไมฉันต้องมีเพื่อนอย่างอีตาเฟลตเชอร์ด้วยนะ คือเธอก็รู้นะว่าต่อให้ฉันจะเป็นเจ้านายของเธอ แต่เธอก็บอกฉันได้เวลาที่มีอะไร หมายถึงเรื่องบางเรื่องฉันอาจให้คำปรึกษาได้น่ะ

 

เบลีย์เม้มริมฝีปากแน่น ฉันรู้ค่ะ คุณใจดีกับฉันมาโดยตลอด แต่ฉันโอเคจริงๆ นะ ขอบคุณนะคะที่ถาม

 

เบลีย์จ๊ะ เราก็อายุไม่ได้ห่างกันสักเท่าไหร่ เธอเป็นเหมือนน้องสาวคนนึงของฉัน อย่าหาว่าละลาบละล้วงเลย แต่ฉันดูออกนะว่าเธอมีอะไรปิดบังอยู่…”

 

พอได้ยินดังนั้นเบลีย์ก็ถอนหายใจและทำหน้างอ เขาบอกคุณเหรอ เธอกัดริมฝีปาก เฟลตเชอร์น่ะ

 

ฉันโคลงหัวไปมา ก็บอกแค่ว่าเธอไม่ยอมรับสายเขาน่ะ

 

โธ่ก็ฉันจะรับได้ยังไงล่ะ เขามาตามตื๊ออย่างนั้น แล้วใครก็รู้กันว่าเฟลตเชอร์น่ะเป็นเสือผู้หญิง ฉันไม่อยากเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขาหรอก

 

อู้วโคตรจริงเลย ฉันเข้าใจนะ เมื่อก่อนหมอนั่นก็เคยตามจีบฉัน แต่มันก็ยังไงๆ อยู่นะ แต่ถ้าไม่อยากยุ่งด้วยแต่แรกไหงไปกับเขาวันนั้นล่ะ

 

เบลีย์อ้ำๆ อึ้งๆ เอาล่ะสิฉันว่ามันน่าจะมีเรื่องอื่นที่ฉันไม่รู้อยู่อีกนะ มันไม่สำคัญหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันไม่อยากคุยกับเขาแล้ว

 

หืมงั้นก็แย่น่ะสิ เพราะเฟลตเชอร์ดันบอกกับฉันไว้ว่าจะเข้ามาที่ออฟฟิศถ้าเธอไม่รับสายเขาซะด้วย ฉันหยั่งเชิง เบลีย์มีสีหน้าช็อก เธอรีบพูดรัวเร็ว

 

ไม่นะคะ ฉันไม่อยากเจอเขา!”

 

งั้นเธอก็อาจต้องรับสายเขาและไล่ตะเพิดหมอนั่นไปนะ นี่ฉันไม่ได้วางแผนไว้เลยนะ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งนั้น แต่มันก็ความจริงไม่ใช่เหรอ ถ้าเธอไม่เด็ดขาด เฟลตเชอร์ไม่ยอมแพ้แน่ เชื่อสิ ฉันรู้จักอีตาบ้านั่นดี

 

แต่แต่ฉันก็ไม่อยากคุยกับเขานี่นา

 

ฉันก็ช่วยไม่ได้นะอย่างนั้น ฉันยักไหล่ยิ้มๆ มองเบลีย์ที่ซบใบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง เด็กคนนี่น่าเอ็นดูจังนะ ไม่แปลกหรอกถ้าเฟลตเชอร์จะคิดอะไรกับเธอ แต่ก็อย่างว่าแหละเขาจะชอบเธอได้นานสักเท่าไหร่กัน

 

แล้วก็นะ เบลีย์ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใจให้เฟลตเชอร์ซะทีเดียวนี่นา

 

โธ่เอ๊ย มันดูออกง่ายออกจะตายไป

 

ทำไมทีตอนมาร์คัสฉันไม่อ่านให้ออกอย่างนี้บ้างนะ

 

แล้วทำไมจะต้องมาคิดถึงมาร์คัสตอนนี้ด้วย บ้าจริง

 

เราทั้งสองคนพักเรื่องผู้ชายเอาไว้ก่อนตอนที่ถึงที่หมาย เบลีย์ง๊องๆ แง๊งๆ ตลอดเวลา ฉันว่าเธอตลกดี เหมือนเด็กผู้หญิงที่เพิ่งจะประสีประสาเรื่องความรักอย่างนั้นเรามาชอปปิงให้เมซีในวันนี้ หลังจากนี้จะต้องแวะไปที่แฟล็ตของเธออีก แล้วฉันเองก็อยากจะได้ชุดใหม่สำหรับใส่ไปคอนเสิร์ตกับมาร์คัสสักหน่อย

 

อ่า มันไม่ใช่เดตนะเอส มันไม่ใช่

 

เสื้อตัวนี้เก๋จัง ฉันอุทานขณะหยิบแจ็กเก็ตลายชุดทหารปักด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ เหมือนที่ฉันชอบเอาไปรีดทับใส่เสื้อยีนส์ของตัวเอง เธอว่าใส่ตัวนี้กับเสื้อคอวีสีขาวข้างใน กางเกงหนังรัดรูปสีดำจะพอได้ไหม

 

ฉันว่ามันคงจะสวยดีนะ แต่มันจะเข้ากับเมซีเหรอคะ ฉันไม่ค่อยเห็นเธอใส่แนวนี้เลย…”

 

นี่ของฉันต่างหากจ้ะ ฉันหัวเราะ เบลีย์ที่น่ารักมีสีหน้าฉงน เราเลือกเสื้อผ้าให้เมซีไปพอสมควรแล้ว นักช็อปส่วนตัวอย่างฉันก็อดไม่ได้ที่จะช็อปเองบ้าง ฉันเริ่มเดินหาไอเทมที่ว่าทั่วร้านจนเจอจนได้ในที่สุด อืมฉันควรใส่กับส้นสูงที่เป็นส้นเข็ม อ้อ แล้วฉันก็ต้องการหมวกสักใบ

 

ทำไมต้องส้นสูงคะ

 

ถ้าใส่กางเกงอย่างนี้กับรองเท้าที่เปิดหลังเท้าเธอจะดูขายาวขึ้นไง อันที่จริงจะใส่ผ้าใบก็ได้แต่ถ้าใส่ส้นสูงก็จะสมาร์ทกว่า อีกอย่าง เหมาะกับเวลาไปดูคอนเสิร์ตแล้วต้องเบียดเสียดกับผู้คนด้วยนะ อย่างน้อยเธอก็สูงกว่าคนอื่น ฉันหัวเราะคิกคัก เบลีย์พยักหน้าอย่างพยายามเรียนรู้

 

คุณจะไปคอนเสิร์ตเหรอ

 

ฉันยิ้ม ไม่ตอบและหยิบของทั้งหมดเข้าห้องลอง อืมลุคนี้ทะมัดทะแมงดีจัง กางเกงรัดรูปก็ทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนสุดๆ ฉันชอบอะไรที่ทำให้เซ็กซี่โดยไม่ต้องพยายาม จะไปดูคอนเสิร์ตของนักร้องแนวอินดี้ หมวกคงจะทำให้ฉันดูอินดี้อยู่บ้างว่าแล้วฉันก็นึกภาพมาร์คัสข้างกายฉันในคอนเสิร์ต

 

โอ้ตายนี่ฉันทำเวรอะไรของฉันอยู่

 

เราไม่ได้เคยไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันครั้งแรกนะ พระเจ้า ฉันอาการหนักมากแล้วจริงๆ

 

แต่แต่ชุดนี้มันก็สวยมากเลยนี่

 

ฉันเปลี่ยนกลับไปใส่ชุดเดิมแล้วหอบเอาชุดทั้งหมดออกมาด้วยความเสียดาย ก็แบบไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเพื่อมาร์คัสสักหน่อย แต่มันสวยจริงๆ นะ

 

ว่าแล้วก็ดูชุดอื่นด้วยดีกว่า

 

ฉันเดินไปทางนู้นที ทางนี้ที เบลีย์ฝากเสื้อผ้าที่เลือกไว้ให้เมซีไว้กับพนักงานแล้วเดินตามฉันมา ฉันก็เลยได้คนช่วยออกความคิดเห็น แต่เลือกไปเลือกมาสักพักฉันก็สังเกตว่าเบลีย์อมยิ้มมีเลศนัยแปลกๆ

 

อะไรล่ะ ฉันขมวดคิ้ว

 

ก็คุณบอกว่าจะไปคอนเสิร์ตแต่ฉันว่ามันเหมือนคุณจะไปเดต เธอยิ้มแฉ่ง

 

ฉันสะอึก เปล่าสักหน่อย ไปกับเพื่อนต่างหาก ฉันแค่อยากช็อปเฉยๆ เอง ฉันวางเดรสสีชมพูในมือลง ไม่เอาแล้วดีกว่า นอกจากจะรู้สึกแปลกๆ กับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่แล้วเบลีย์ยังมารู้สึกด้วยอีก ฉันเริ่มจะสับสน และก็คิดว่าฉันกำลังจะสมองกลับ

 

โธ่ หยุดพิถีพิถันทีได้ไหม นี่มาร์คัสนะ เขาเห็นเธอมาทุกรูปแบบแล้ว ทำไมต้องอยากสวยเพื่อเขาขนาดนี้

 

พอๆ ฉันควรย้ายก้นออกจากที่นี่แหละไปหาเมซีสักที

 

 

 

 

 

โอ้ว้าว เมซีมองชุดทั้งหมดที่ฉันนำมาให้เธอเลือกตาเป็นประกาย เธอหยิบตัวนู้นตัวนี้มาทาบร่างทีแล้วก็อุทานออกมาอีก ว้าว! ฉันจะล้มละลายไหมนะถ้าไม่คืนสักตัวที่คุณเลือกมา

 

โอ้ตายเหมือนลูกศรปักกลางอกฉันทุกทีที่เมซีอารมณ์ดีขนาดนั้น เอ๊ะ นี่ฉันหวั่นไหวกับมาร์คัสขนาดนี้ไหม ฉันเป็นเลสเบี้ยนรึเปล่า เวรช่วงนี้ฉันเพี้ยนจริงๆ สินะ

 

ไม่เอาน่า คุณคงไม่ได้ชอบทุกตัวจริงๆ หรอกใช่ไหม ไม่จำเป็นต้องเกรงใจฉันนะ

 

ฉันพูดความจริงนะคะ ฉันชอบทุกตัวเลย!” เธอยืนยัน ฉันก็หน้าบานไปสิ ตายแล้ว ฉันว่าฉันต้องซื้อตู้เสื้อผ้าใหม่แล้วล่ะมั้งแบบนี้

 

นี่มันดีหรือไม่ดีกันนะ ฉันไม่รู้จริงๆ แต่มันก็ทำให้ฉันหัวเราะตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินของเธอนี่ก็สุดยอดสุดๆ แล้วนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่แฟล็ตของเมซี สงสัยจังว่านางแบบระดับเธอได้เงินเท่าไหร่จากการโปรโมตชุดแต่ละชุดของแบรนด์ต่างๆ

 

มหาศาลแหงๆ

 

ฉันว่าก่อนอื่นคุณควรลองดูก่อนนะ จะได้รู้ว่าชอบจริงรึเปล่า ฉันบอกอย่างใจดี ส่วนเบลีย์น่ะเหรอเธอยังอยู่ที่นี่ แค่กำลังตะลึงกับแฟล็ตสุดหรูนี้จนได้แต่มองไปรอบๆ และพูดไม่ออก มาค่ะ เดี๋ยวฉันกับเบลีย์ช่วย

 

อ๊ะ เดี๋ยวนะ ให้ฉันเปิดเพลงก่อน

 

ฉันพยักหน้าอย่างรับรู้ เมซีต่อบลูทูธของไอโฟนเข้ากับลำโพงไร้สายขนาดจิ๋ว เธอเลือกเพลงอยู่ไม่นานก่อนจะเปิดมันแล้วฮัมตามอย่างอารมณ์ดีในขณะที่ฉันรู้สึกเหมือนโดนลูกศรปักอกอีกที คราวนี้ไม่ใช่เพราะกามเทพแผลงศรใส่

 

เพราะมันเป็นเพลงของลีออน

 

นี่เป็นเพลงโปรดฉันเลยล่ะ เธอหันมายิ้มให้ ออกลวดลายเต้นอย่างน่ารัก ฉันยิ้มแหยๆ

 

มันก็คงจะเป็นเพลงโปรดของทุกคนนั่นแหละ

 

เอาเดรสตัวนี้ก่อนแล้วกันเนอะ ฉันเปลี่ยนเรื่อง แล้วเมซีก็ไม่เคยเรื่องมากเลย เบลีย์ช่วยเลือกเครื่องประดับขณะที่ฉันช่วยเมซีเปลี่ยนชุด เธอหุ่นดีจนฉันแสนอิจฉา ต้องยอมรับว่าเพราะทำงานที่คลุกคลีกับพวกนางแบบ ฉันเลยอดไม่ได้ที่จะพยายามออกกำลังกายเพื่อรักษาหุ่นของตัวเองบ้าง ฉันคิดว่าหุ่นตัวเองไม่ได้แย่ แต่ฉันนิสัยเสียที่ไม่ค่อยระวังเวลากินอาหาร

 

ก็เฟรนฟรายส์กับชีสเป็นของโปรดของฉัน มันช่วยไม่ได้นี่นา

 

เอสเธอร์กับเบลีย์ชอบฟังเพลงแนวไหนเหรอ จู่ๆ เมซีก็ถามขึ้นตอนที่เรากำลังสนุกสนานกับการเล่นแต่งตัวและถ่ายภาพให้เธออยู่

 

ฉันฟังได้ทุกแนวเลยค่ะ เบลีย์ตอบเสียงใส

 

ฉันก็ไม่มีแนวเพลงที่ฟังแบบเฉพาะเจาะจงเหมือนกันนะ ฉันใช้ความคิด แต่ฉันชอบเพลงที่มีความหมายลึกซึ้ง บางครั้งฉันก็อินกับเนื้อเพลงแค่ท่อนเดียวเป็นวันๆ เพราะงั้นส่วนใหญ่ก็เลยฟังเพลงช้า แล้วเพื่อนก็จะบอกว่าน่าเบื่อ ฉันหัวเราะ

 

งั้นคุณก็เหมือนฉันเลยน่ะสิ เมซีเบิกตากว้าง ฉันน่ะชอบฟังเพลงแนวอินดี้ แนวทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ไม่ฟังกัน คือฉันไม่ใช่ขาแด๊นซ์น่ะ

 

ใช่ไหมล่ะ ฉันมักจะคิดเสมอว่าดนตรีควรจะเป็นอะไรที่มีความหมาย แต่เพลงป็อปดังๆ เดี๋ยวนี้มีแต่แนวติดเรตทั้งนั้นเลย ฉันใส่อารมณ์นิดหน่อยเพราะอินกับท็อปปิก เบลีย์ก็พยักหน้าหงึกหงัก

 

จริงค่ะ แฟนฉันเป็นนักดนตรี เขาเคยบอกฉันด้วยประโยคนึงที่ฉันจำไม่เคยลืมเลยล่ะ

 

ฉันชะงักมือที่กำลังสวมสร้อยให้เธอ แฟนของเมซีเหรอ

 

ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยแฮะว่าเธอมีแฟนแล้ว และเป็นนักดนตรี

 

เราจะเหมือนกันเกินไปแล้วรึเปล่านะ ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะคิดถึงประโยคที่ลีออนเคยพูดกับฉัน

 

เขาบอกฉันว่าเขาพยายามจะแต่งเพลงที่มีความหมายกับใจคนฟังเสมอ เพราะไม่คิดว่ามันวิเศษเหรอที่เพลงเพลงเดียวสามารถพาเราย้อนกลับไปถึงครั้งแรกที่เคยตกหลุมรักกับเพลงนั้นได้…”

 

“…และนำความทรงจำในช่วงเวลานั้นตอนที่ได้ฟังมันครั้งแรกกลับมาด้วย ฉันต่อประโยคให้เมซีได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และก็ไม่เพียงแต่เมซีหรือเบลีย์ที่ตกใจ หากแต่ฉันเองก็ด้วย

 

เพราะนี่เป็นคำพูดของลีออน

 

 

ไม่คิดว่ามันวิเศษเหรอที่เพลงเพลงเดียวสามารถพาเราย้อนกลับไปถึงครั้งแรกที่เคยตกหลุมรักกับเพลงนั้นได้และนำความทรงจำในช่วงเวลานั้นตอนที่ได้ฟังมันครั้งแรกกลับมาด้วย ฉันอยากจะแต่งเพลงที่ตรึงใจคนฟังและทำให้พวกเขารู้สึกอย่างนั้นแหละ

 

 

ประโยคเดียวกันที่ฟังอยู่ในหัวฉันมาสี่ปีกว่าประโยคที่ทำให้ฉันมักนึกถึงครั้งแรกที่ฟังเพลงของเขา ฉันแทบจะหยุดหายใจอยู่ตรงหน้าเมซี เธอมีสีหน้าสับสน พระเจ้า

 

เคยได้ยินประโยคนี้เหรอคะ ร่างบางเอียงคอถาม ฉันข่มอารมณ์อยู่วินาทีหนึ่ง

 

เปล่าค่ะ ฉันปฏิเสธ แสร้งยิ้มทั้งๆ ที่มันออกจะเป็นการกระทำที่โง่มาก ฉันไม่รู้ว่าลีออนเคยไปให้สัมภาษณ์แล้วพูดประโยคนี้ที่ไหนบ้าง แต่มันเป็นของเขาฉันรู้แน่ชัดว่ามันเป็นของเขา เดาเอาน่ะ

 

เหรอมันน่าจดจำใช่ไหมล่ะ แล้วมันก็เป็นความจริงด้วยนะ บางครั้งเวลาย้อนกลับมาฟังเพลงที่ไม่ได้ฟังนานๆ ฉันมักจะคิดถึงครั้งแรกตอนที่ฟังมัน แล้วความทรงจำในช่วงเวลานั้นที่เคยลืมไปแล้วก็กลับมาหมดเลย เมซีเล่าเสียงใส เธอดูภูมิใจและฟังดูเหมือนหญิงสาวที่รักแฟนของเธอมาก

 

แค่แฟนของเธอ เคยเป็นแฟนเก่าของฉัน

 

เมซีคบอยู่กับลีออน

 

พระเจ้า โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับฉันกันแน่

 

 

 







เมซี รีดคบกับแฟนเก่าเธอ!” เฮเซลแหกปากซะแฟชั่นโชว์แทบจะแตก ถ้าไม่ได้ติดว่าพวกเขาเปิดเพลงกันเสียงดังมากและรอบกายวุ่นวายจนไม่มีใครสนใจ ฉันรับรองได้ว่าทุกสายตาจะต้องหันมองมาทางนี้เป็นตาเดียว ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อนสนิท

 

เบาๆ สิยัยบ้า!” อยากให้ทั้งโลกรู้รึไง ฉันแน่ใจจากการที่ไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตถึงแฟนแบบลับๆ ที่คบหาดูใจกันมาปีหนึ่งแล้วของเมซี สื่อจับภาพเธอกับลีออนในที่สาธารณะได้อยู่บ้าง แต่ทั้งสองคนต่างก็เก็บความสัมพันธ์เอาไว้อย่างเงียบเชียบ และไม่เคยออกมายอมรับหรือพูดถึงอีกฝ่ายเลย ฉันเดาว่าพวกเขาระวังตัวดีมากและการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวก็ไม่ใช่แนวของลีออนอยู่แล้ว

 

มันชัดเจนว่าเป็นเขา ลีออนคือแฟนของเมซี

 

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย

 

เฮเซลพยักหน้ารัวเร็ว ฉันยอมลดมือลงจากริมฝีปากเธอในที่สุดก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฉันฉันว่าฉันทำไม่ได้อ่ะเฮเซล

 

ทำอะไรไม่ได้ ร่างบางถามเร็วจนลิ้นแทบจะพันกัน โอ้ อย่าบอกนะว่าเธอยังรักหมอนั่นอยู่อีก เธอลดเสียงลงตอนที่เอ่ยประโยคหลัง เริ่มมีสีหน้าไม่สบายใจ

 

มันไม่ใช่อย่างนั้น ก็แค่ไม่รู้สิ ฉันชอบเมซีมากนะ แต่พอมารู้ว่าเธอคบกับเขา ฉันก็คิดว่าฉันคงจะสนิทใจกับเธอลำบากต่อให้เธอจะเป็นคนดีมากก็เถอะ และอีกอย่าง ฉันก็ไม่อยากบังเอิญเจอเขาเข้าสักวัน อย่างวันนั้นที่บังเอิญเจอกันในร้านกาแฟ ฉันแน่ใจแล้วว่ามันไม่ใช่เพียงแต่ความบังเอิญ เขาน่าจะมารับเมซีเสียมากกว่า

 

โอ้เอสที่รักเธอเพิ่งจะเริ่มงานกับเมซีนะ อย่าเลิกเลย ฉันว่ามันไม่ดีหรอก

 

ทำไมล่ะ ฉันเบะปาก ก็คนมันไม่สบายใจนี่ ลองคิดดูสิว่าถ้าเมซีรู้ว่าฉันเป็นแฟนเก่าของลีออนขึ้นมาจะเป็นยังไง

 

เธออย่าลืมนะว่าผู้ชายคนนั้นคือคนที่ทิ้งเธอไป ทำไมเธอจะต้องไปสนใจด้วยว่าเขาจะมีความสัมพันธ์ยังไงกับคนที่เธอทำงานให้ เอส เมซี รีดมีชื่อเสียงมากนะ ทำงานกับเธอมีแต่ได้กับได้ ถ้าเธอไปยกเลิกตอนนี้ก็มีแต่เธอนั่นแหละที่จะเสียเครดิตเปล่าๆ ไหนจะคอนเนกชั่นทั้งหลายอีกล่ะ เฮเซลส่ายหัว นี่เป็นโอกาสสำคัญของเธอนะ อย่าให้เรื่องให้อดีตมาทำลายมันสิ ถ้าเธอไม่ได้รักเขาแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่จริงไหม

 

ฉันคิดตามและลากสายตามองนางแบบที่เดินผ่านไปอย่างเลื่อนลอย ปกติฉันตื่นเต้นกว่านี้เวลาที่มาแฟชั่นโชว์ แต่ฉันเอาแต่คิดมากมาสองสามวันแล้วและถ้าจะคิดให้ดี มันก็คงจริงอย่างที่เฮเซลพูด

 

อืม เธอพูดถูก ยังไงซะฉันกับลีออนก็น่าจะเจอกันยากอยู่ดี แล้วเมซีก็เป็นคนที่ทำงานด้วยสนุกมาก ถ้าเอาตามตรงฉันก็ยังอยากทำงานกับเธออยู่

 

ดีมากจ้ะ เพื่อนสาวตีแก้มฉันเบาๆ ฉันเบ้หน้า เฮอะ

 

พวกเรานี่ควรจะนัดรียูเนียนบ้างนะ ฉัน เธอและอาร์เดนน่ะ ฉันพูดถึงเพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่อยู่กลุ่มเดียวกันอีกคน พอเมาท์กันเรื่องลีออนแล้วคิดถึงเธอจริงๆ ขาดอาร์เดนไปมันรู้สึกว่าอะไรหายไปบอกไม่ถูก

 

โอ๊ย ให้ยัยนั่นเคลียร์ตารางงานให้ได้ก่อนเถอะ

 

เออจริงเฮ้อ

 

ฉันกับเฮเซลพอเจอกันอยู่บ้างเพราะเธอทำงานให้นิตยสารออนไลน์และต้องมาคลุกคลีกับวงการแฟชั่น ส่วนอาร์เดนน่ะเหรอนู่น เป็นนักร้องดังระเบิดระเบ้อไปแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือเธอไปทำงานวงการเดียวกับลีออน

 

พอคิดถึงอาร์เดนปุ๊บ นายแบบหนุ่มที่โคตรของโคตรฮอตซึ่งเราคุ้นตาดีอยู่แล้วก็เดินผ่านหน้าเราไป ฉันชี้เขาและหันมาหาเฮเซล นี่ยัยนั่นยังคบกับเดเมียนอยู่ไหม ฉันหมายถึงนายแบบคนที่ว่า แล้วมันก็ทำให้เฮเซลถึงกับต้องกลอกตาไปมา

 

คบ ไม่คบ คบๆ เลิกๆ เธอก็รู้จักอาร์เดน เธอว่า เอ่อใช่ ยัยนั่นไม่เปลี่ยนไปเลยสินะ

 

เดเมียน ซัลลิวาน คืออีกคนที่มาจากไบรตันเหมือนกับพวกเรา เพียงแต่เขามาจากต่างโรงเรียนและคบกับอาร์เดนมาตั้งแต่อายุสิบหก-สิบเจ็ด เขาคือคนที่มีรูปร่างและบุคลิกโดดเด่นกว่าใคร มีแมวมองชวนเดเมียนเข้าวงการตอนที่เขาอายุสิบแปด เดเมียนดังในระดับเดียวกับเฟลตเชอร์ (และแน่นอนว่าพวกเขารู้จักกัน) แต่ทั้งเขาและอาร์เดนต่างก็ตารางงานรัดตัวพอๆ กัน ทั้งสองคนเดินทางบ่อย แล้วเราต่างก็รู้กันว่าอาร์เดนสามารถเอาแต่ใจและเจ้าอารมณ์ได้มากแค่ไหนในบางครั้ง ในขณะที่เดเมียนก็มีคนพร้อมจะเข้าหาแทบจะตลอดเวลา

 

บอกตามตรงว่าฉันแปลกใจที่พวกเขายังคบกันมาได้จนป่านนี้

 

สองคนนี้ตัดกันไม่ขาดหรอก ถ้าเธอถามฉันนะ เฮเซลมีสีหน้าเบื่อหน่าย นั่นเป็นตอนที่เฟลตเชอร์เดินผ่านหน้าเราไปบนแคทวอล์ก ตลกจริงๆ นะที่เวลาเดินแบบเขานิ่งและขรึมอย่างนั้น เธอใช้ปลายนิ้วที่ทำมาอย่างดีชี้ไปทางร่างสูง แล้วพออยู่ข้างนอกติ๊งต๊องเหลือเกิน

 

เธอจะไปเอาสาระอะไรกับหมอนั่นมากไม่ได้หรอก บอกจริงๆ ฉันหัวเราะเหอะ

 

เฮเซลส่ายหัว แต่อย่างกับโชคชะตาเล่นตลกเลยนะที่เธอต้องวนไปเจอกับแฟนเก่าและเพื่อนเก่าในเวลาไล่เลี่ยกันอย่างนี้

 

เพื่อนเก่า?”

 

แหม ก็หนุ่มหล่อที่เธอมีเดตด้วยคืนนี้ไงจ๊ะ

 

ฉันประมวลผลอยู่วินาทีหนึ่ง ก่อนจะแผดเสียง ก็บอกว่าไม่ได้ไปเดตกับมาร์คัสไง!”

 

ฮ่าๆ ตอนนี้ก็ยังไม่อยู่หรอก แต่ใครจะรู้ล่ะ ยิ่งเธอบอกว่าเขาดูเฟลิร์ตๆ ตั้งแต่ตอนพาเธอไปดินเนอร์อีก

 

หยุดๆ ได้โปรดอย่าเริ่มมันนะ ฉันขอร้องล่ะ

 

ตายล่ะ นี่อย่าบอกนะว่าเธอคิดอะไรกับมาร์คัสจริง!”

 

ฉันเปล่า!”

 

“Bullshit! เธอหน้าแดงนะ รู้ตัวรึเปล่า

 

ฉันรีบยกสองมือขึ้นปิดหน้า เฮเซลเบิกตากว้าง ไม่นะ! พระเจ้า ฉันขอร้องล่ะ อย่าแกล้งกันจะได้ไหม

 

โอ้ตายเอส บอกฉันทีว่าเธอไม่ได้หวั่นไหวกับเขาจริงๆ เธอลดเสียงลงพลางถามอย่างทึ่งๆ เพิ่งจะมาหวั่นไหวเอาตอนนี้เนี่ยนะ!?”

 

มันก็แค่…Shit! ฉันไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตกลงไหม บางทีหมอนั่นอาจจะแค่ดูดีมากไปหน่อย เป็นเธอจะไม่หวั่นไหวกับคนหล่อมากๆ รึไง ฉันทำเป็นฉุนเฉียวกลบเกลื่อน แต่ก็หลอกเฮเซลไม่ได้อยู่ดี เธอจับแขนฉันไว้แน่น

 

แต่นี่มันมาร์คัส เทอร์เรลล์นะ จู่ๆ คนเราไม่หวั่นไหวกับเพื่อนสนิทง่ายๆ ทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดอะไรด้วยมาก่อนหรอก!”

 

“…”

 

“Fucking hell…เคยคิดใช่ไหมเนี่ย!?”

 

ฉันเม้มริมฝีปากอย่างอายๆ ซึ่งทำให้เฮเซลอ้าปากค้าง ฉันบอกได้ว่าเธอคงจะกรี๊ดแล้วถ้าเราไม่ได้อยู่ในแฟชั่นโชว์ (ซึ่งเราไม่ได้ใส่ใจดูเลยสักวินาที) มือบางรีบยกขึ้นปิดริมฝีปากตัวเอง

 

เรารู้จักกันมาตั้งนาน ฉันบอกเสียงอ้อมแอ้ม ฉันยอมรับว่าเคยชอบเขาแต่ก็ช่วงสั้นๆ ตอนเกรดเก้าเท่านั้น แปลกหรือไง เราต่างก็ชอบใครไปทั่วตอนอายุสิบห้ากันทั้งนั้น

 

เฮ้ ฉันไม่เคยชอบเพื่อนสนิทนะบอกไว้ก่อน

 

แน่ล่ะ เพราะเธอชอบดาร์ซีย์อยู่ข้างเดียวมาตั้งแต่เกรดเจ็ดไงล่ะ พอฉันเอาคืนแบบนั้น เฮเซลก็ถึงกับต้องคำรามในลำคอ เธอพ่นลมหายใจฟึดฟัดและนั่งกอดอกอย่างงอนๆ ทันที เฮเซลโกรธเสมอเวลาที่ฉันเมนชั่นชื่อสุดหล่อคนนั้นที่ปัจจุบันกลายเป็นนักเขียนดังไปแล้ว

 

หุบปากเลย ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว!”

 

ก็นั่นแหละจุดประสงค์ที่ฉันเอ่ยชื่อดาร์ซีย์ล่ะ ฮู่ว

 

แต่เฮเซลก็ไม่วายเอ่ยอีก จะยังไงก็แล้วแต่ ถ้าคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นก็รายงานด้วยแล้วกัน

 

อะไรที่ว่านี่หมายถึงอะไรเนี่ยฉันร้อง ไม่ใช่อะไรที่ฉันคิดหรอกนะ

 

เพื่อนรักขยิบตา ก็ อะไร ยังไงล่ะ

 

พอเลย มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกน่า!”

 

ก็แค่พูดเผื่อไว้ เฮเซลยักไหล่ แม่ตัวแสบ! “เล่าด้วยล่ะ ฉันอยากจะรู้ทุกดีเทล

 

ฉันผลักเพื่อนที่มีสีหน้ากรุ้มกริ่มสุดๆไม่คุยด้วยแล้ว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่พอเห็นหน้ามาร์คัสวันนี้ที่หน้าประตูบ้านฉันก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เริ่มไม่แน่ใจว่ามันจะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จริงๆ อย่างที่ได้ลั่นวาจากับเฮเซลไป ฉันไล่สายตามองใบหน้าหล่อเหลา มันช่วยไม่ได้เลยมาร์คัสสวมยีนส์สีดำกับเสื้อยืดที่สวมทับด้วยแจ็กเก็ตหนังกับผ้าใบ Yeezy สีขาว

 

เกิดอะไรขึ้นกับหัวใจอันแสนซุกซนของฉันกัน

 

แล้วมันก็มีสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่เกิดขึ้นตอนนี้เช่นกัน มาร์คัสไล่สายตาลงมองชุดที่ฉันสวม ตอนที่เขาก้มหน้าลงมองพื้น ฉันก็เห็นว่าเขามีรอยยิ้มและกัดริมฝีปากอยู่น้อยๆ

 

โอ้ ไม่นะ ท่าทางอย่างนั้นมันจะทำให้ฉันหวั่นไหว

 

เธอเหมาะจะเป็นสไตลิสต์จริงๆ ด้วยสิ เขาเอ่ย ยิ้มกว้างจนฉันเขิน เธอดูสวยนะวันนี้

 

Oh, my God…บอกฉันทีว่าเพื่อนเก่าเขาชมกันอย่างนี้จริงๆ

 

ขอบคุณค่ะ…” ฉันรู้สึกไม่เป็นตัวเองเลย ไม่รู้ว่ามันเมื่อไหร่กันที่มาร์คัสมามีมุมแบบนี้กับฉัน บางทีเราอาจห่างกันนานจนเกินไปและต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนไปในบางมุม จนต้องมาทำความรู้จักกันใหม่หมดก็ได้ แต่แต่ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าเราเคยเฟลิร์ตกันมาก่อน

 

อ่าฉันจะผ่านค่ำคืนนี้ไปยังไงโดยไม่ตกหลุมรักเขา บอกฉันที

 

“After you.” (เชิญเธอก่อนเลย) มาร์คัสผายมือให้ เพียงง่ายๆ แค่นั้นหัวใจฉันก็อ่อนระทวยกับความสุภาพบุรุษนั่นแล้ว ช่วยไม่ได้ที่ฉันมันแพ้ผู้ชายสุภาพ

 

ฉันเดินไปที่รถ หันกลับมามองเพื่อรอให้มาร์คัสปลดล็อก ก่อนจะพบว่าสายตาของร่างสูงกำลังเอ้อ จ้องมองบั้นท้ายของฉันอยู่

 

ถามจริง?” ฉันเอียงคอพลางเลิกคิ้ว เจ้าตัวหัวเราะเมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้

 

มันช่วยไม่ได้นี่ ยีนส์เธอมันเข้ารูป แล้วฉันก็ไม่ยักรู้มาก่อนว่าก้นเธอมันน่ามองแบบนั้น

 

โอ้พระเจ้า…” ฉันถึงกับอ้าปากค้างไปเลย หากแต่มาร์คัสกับแลบลิ้นแล้วระเบิดหัวเราะ ใบหน้าของฉันร้อนผ่าว มาร์คัสมีมุมทะลึงตึงตังตามประสาผู้ชายอยู่บ้างแม้เขาจะไม่เคยมาทำรุ่มร่ามกับฉัน แต่นี่มันอะไรเนี่ย

 

จะบอกว่าไม่ภูมิใจก็ดูจะเป็นการโกหก ไอ้ที่ลงทุนสควอซ์ตลอดนั่นมันได้ผลงั้นสิ

 

ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นฉันคงจะสะบัดผมและยิ้มมุมปากให้

 

แต่พอเป็นมาร์คัสมันเขิน

 

ฮ่าๆ มันเป็นคำชมนะ เอส เขายกมือขึ้นอย่างยอมแพ้เมื่อฉันผลักเขาเบาๆ มือหนาดึงประตูรถเปิดให้ ฉันเพิ่งสังเกตว่าชื่อสั้นๆ ของฉันมันน่าฟังแค่ไหนเวลาที่เขาเป็นคนพูดออกมา อันที่จริงทุกอย่างที่มาร์คัสทำน่าฟังและน่าดูหมดแหละตอนนี้ ขึ้นรถสิ

 

นายนี่มันจริงๆ เลย ฉันบ่นอุบอิบ เพิ่งจะแอบชมในใจว่าสุภาพแหม็บๆแต่ผู้ชายก็อย่างนี้แหละนะ อย่างน้อยฉันก็มั่นใจได้ว่าเขาพูดความจริง เพราะอีตาเฟลตเชอร์ก็ชอบจ้องมองบั้นท้ายของฉันบ่อยๆ (และพูดจาสกปรกใส่ฉัน)

 

แต่วันนี้มาร์คัสดูอารมณ์ดีเหลือเกินนะ รอยยิ้มไม่เลือนหายไปจากริมฝีปากสีธรรมชาติเลยตอนที่เขาขับรถ แล้วมันก็ยากที่จะปฏิเสธว่านั่นมันไม่น่ามอง ฉันบังคับตัวเองให้มองออกไปนอกถนนสุดสัปดาห์ของลอนดอนยังคงวุ่นวายเสมอ แต่อย่างน้อยคอนเสิร์ตที่เราไปก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดจัดที่สนามเวมบลีย์และพวกเขาก็มีที่ให้จอดรถ ฉันกับมาร์คัสเดินเคียงข้างกันขณะหาทางเข้าฮอลล์ ผู้คนพลุกพล่านขึ้นเมื่อเราเข้าไปข้างใน มาร์คัสขยับมาโอบแผ่นหลังฉันอย่างระวังเมื่อคนเริ่มเบียดเสียดมากขึ้น

 

ระวังกระเป๋านะ เขาเตือน ฉันจับกระเป๋าใบจิ๋วของตัวเองแน่น มันเหมือนได้รับการปกป้อง มาร์คัสสูงขึ้นมากจากตอนมัธยมและนี่มันให้ความรู้สึกที่ดีจนเกินไป

 

การที่เราใกล้กันขนาดนี้ มันให้ความรู้สึกดีจนเกินไป

 

มาร์คัส ฉันเรียกเมื่อผู้ชายคนหนึ่งชนและทำให้ฉันกำลังจะตามมาร์คัสที่เดินอยู่ข้างหน้าไม่ทัน โธ่ ฉันไม่อยากจะพลัดหลงกับเขานะ มาร์คัสหันกลับมาหา

 

เขาส่งมือมาให้

 

มานี่มา

 

ฉันแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นท้าเสียงอึกทึกท่ามกลางผู้คนมากมายเลย ความรู้สึกนี้มันยังไงกันแน่ มันชักจะไม่ถูกต้องอย่างแท้จริงแล้วสิ ฉันเม้มริมฝีปากพลางชั่งใจวินาทีหนึ่งเราเคยจับมือกันมาก่อน แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันลังเล แม้มันจะไม่มีเวลาให้ลังเลนัก ฉันมองฝ่ามือกว้างก่อนจะวางมือตัวเองลงไป

 

มันอุ่น ใหญ่กว่ามือของฉัน และฉันชอบ

 

ฉันชอบที่เราจับมือกัน

 

พระเจ้า ฉันจะยอมรับก็ได้ ฉันหวั่นไหวกับมาร์คัสจริงๆ แล้วก็ชักจะเริ่มกลัวแล้วสิ

 

 


 

Lana Del Rey – Love

 

 


FernniZ’2nd Talk : 14.10.17

          ความฟินจะเริ่ม ณ บัดนี้! และจะฟินยาวไปอีกตอนหน้าทั้งตอน สัญญาเลย ฮี่ๆ แล้วเดี๋ยวทุกคนก็จะตกหลุมรักทั้งเอสเธอร์และมาร์คัสกันยิ่งกว่านี้ :) ดูรีดเดอร์หลายคนชอบเฟลตเชอร์มากๆ ด้วยเนอะ (หัวเราะ) ไม่ต้องห่วงค่ะ เขาจะมีเรื่องของตัวเองแน่นอน มีชื่อเรื่องหมดแล้วด้วย บอกไปแล้วในตอนแรกนี่นะ อิอิ งี้แหละนะคนตระกูลแรมซีย์ สาวๆ รัก สาวๆ หลงตลอดดดดด!

วันนี้ไม่มีอะไรจะทอล์กแล้วค่ะ ครึ่งหลังสั้นนิดหน่อย แต่ตอนหน้ารับประกันความฟิน!

พีเอส ; อย่าลืมเมนท์นะ!



FernniZ’s 1st Talk : 11.10.17

          โอเคคคค กลับไปอ่าน Characters ที่ตอนแรกอีกที ครั้งนี้จะพอเดาออกกันบ้างหรือยังคะว่าใครหมายถึงใครกันบ้าง? :) เฟิร์นแค่เอาตัวละครสลับที่นิดหน่อย รีดเดอร์ก็เลยเดาผิดกันบ้าง คิดว่าเมซีเป็นคนที่มาร์คัสเดตอยู่บ้างล่ะ อะไรบ้างล่ะ ฮ่าๆ ก็สนุกสนานกันดี แต่เรื่องนี้มันจะมาทางไหนกันเนี่ยยยยย บอกเลยว่าอาจจะไม่เหมือนที่ทุกคนคิดนะ มันเพิ่งเริ่มค่ะ ยังมีตัวละครในเซ็ทที่ต้องโผล่มาอีกเนอะ

            ส่วนเรื่อง Wicked Love, Wicked Heart [เรื่องของน้องชายหมอราฟไง อิอิ] ก็แต่งมาเกินครึ่งเรื่องแล้วววว บอกเลยว่านอนสต็อปสุดๆ ปลื้มร็อบบี้ม๊ากมาก คาดว่าเดือนหน้าน่าจะได้เริ่มอ่านกัน!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #704 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 13:26
    โอ้ยยย เจอเพื่อนเก่าฮ็อตแบบนี้ แฟนเก่าหล่อแค่ไหนก็ลืมแล้วจ้าาาาา
    #704
    0
  2. #458 wsbn (@bonus-bovie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:52
    โอ้ย เขินนนน
    #458
    0
  3. #331 คนบ๋วย (@08310) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 11:57
    ลีออนคือใคร อั๊วไม่สน5555 ตอนนี้อั๊วสนเมนเดสคนเดียว655555555
    #331
    0
  4. #204 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 10:01
    ตัวละครแต่ละตัวที่ถูกเน้นนี้น่าติดตามมาก 5555555555555555 / เพื่อนกันเค้าเฟิร์ตกันแบบนี้จริงหรออออออออ 555555
    #204
    0
  5. #128 Mydear :) (@mydeareezzz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 12:15
    มาร์คัสนี่แอบร้าย น่าหมันเขี้ยวมาก55555555 โอย เราเป็นเอสเราก็เขินอ่ะเล่นทำงี้
    #128
    0
  6. #127 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 15:05
    ร้ายนักนะมาร์คัสมองอย่างนั้นเอสก็อายสิ
    #127
    0
  7. #126 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 11:25
    น่ารักง่ะ มาร์คัสน้อยยยย แต่ก็จริงนะสำหรับเฟลตเชอร์ แง้ /หยิบแธตเชอร์มาอ่าน55555 สู้ๆค่าาาาา
    #126
    0
  8. #125 ABITOFSOM (@JS_jslove) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 08:40
    มาร์คัสสสสสส น่ารักมากเลยยย
    #125
    0
  9. #124 ลัก_ยิ้ม (@mukmukii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 08:19
    ตัวละครเยอะมากก จำไม่ได้5555
    #124
    0
  10. #123 Koi-Sama (@manatsawan44187) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 07:44
    น่ารักกกก อยากได้มาร์คัสจัง 555
    #123
    0
  11. #122 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 02:33
    ฟินเฟร้อ
    #122
    0
  12. #121 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:54
    อ้ากเขินแทนเอสเทอร์ แพ้ผู้ชายอบอุ่น5555555
    #121
    0
  13. #120 Neung111 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:24
    คบกันเลย ๆๆๆ ฟินอ่ะ แบบนี้มันไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว
    #120
    0
  14. #119 SkYPeLoVeR (@skype-lover) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:14
    อ้ากกกกกกก มาร์คัสน่ารักมากกกก มีความทะเล้น อ่านแล้วรู้สึกอยากมีบั้นท้ายไปอีก555555
    #119
    0
  15. #118 JPeach (@JPeach) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:08
    น่ารักมากกกกกก ฟินไปอีกโอ้ย เขิน 

    รู้สึกตัวเองต้องขยันสควอชละ 5555555 ;))
    #118
    0
  16. #117 Trim_MEE (@club-walker) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:04
    ฟินนนนนนนน
    #117
    0
  17. #116 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:02
    เขินนนนนนนนนฮืออออมาร์คัสน่ารักเกินไปแล้วว ใจบ่ดีเลยแงง
    #116
    0
  18. #115 mai-kung (@mai-kung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:09
    น่ารักกกกกกกกกก
    #115
    0
  19. #114 น้องหมึกน้อย (@view39) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:36
    ฟินมากกกกก ทีมมาร์คัสสุดๆตอนนี้
    #114
    0
  20. #113 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:35
    ฟินแก้มแตกกก แอร๊ยยยย>///////<
    #113
    0
  21. #112 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:32
    เขินตรงพูดจาสกปรก555555
    #112
    0
  22. #111 Papenny (@penni) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:25
    รอตอนหน้าเลยนะะะะ โอ้ยความฟินนี้
    #111
    0
  23. #110 sepxtember (@diamond-blaze) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:23
    นี่คิดว่าเม้นคำว่ามาร์คัสโคตรน่ารักไปเกือบทุกตอน ตอนนี้ก็ด้วย น่ารักมากกกกกกกกกกก เค้าชอบมากเลยยย
    #110
    0
  24. #109 ... (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 21:28
    สงสัยต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่ซะแล้วววว
    #109
    0
  25. #108 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 08:11
    ขอให้ดราม่าไม่หนัก55555
    #108
    0