ตอนที่ 3 : CH.2 - Feels like I know you for the first time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    8 ต.ค. 60


2

Feels like I know you for the first time

ราวกับฉันได้รู้จักคุณเป็นครั้งแรก

 

 

ปกติแล้วฉันไม่ใช่พวกยุ่งเรื่องชาวบ้านที่จะมานั่งส่องเรื่องราวของใครผ่านโซเชียลมีเดีย แต่มันก็ตั้งแต่เมื่อสองสามวันที่แล้วที่ฉันไม่อาจหยุดไปตามสตอล์กมาร์คัสในเฟสบุค (ที่ปกติแล้วฉันแทบจะไม่เข้า) และอินสตาแกรมได้เลย

 

ยิ่งดูฉันก็ยิ่งอยากโขกหัวตัวเองด้วยถ้วยชาซะ ดูสิว่าเธอพลาดอะไรไป เอส!

 

ฉันสงสัยว่าเขาจะทำแบบเดียวกันไหมนะ มานั่งไล่ดูเรื่องราวของฉัน

 

ไม่มีทางพวกผู้ชายไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอก

 

อืมแล้วมาร์คัสมีแฟนรึยังนะ

 

โอ๊ย ถามโง่ๆ หล่อขนาดนั้นจะเหลือเหรอ

 

แล้วที่สำคัญกว่านั้นนะฉันเป็นบ้าอะไรของฉันไปแล้ว นี่มันเพื่อนสนิทของเธอ คนที่เธอรู้จักมาตั้งแต่มัธยมต้นนะเอสเธอร์ ถ้าจะนับเวลากันตามจริงมันก็สิบปีพอดิบพอดีเข้าไปแล้ว เธอไม่เคยมองเขาในแง่นั้นเลยแล้วจู่ๆ พอค้นพบว่าเขาหล่อขึ้นก็อยากจะเขมือบเขาเลยเรอะ มาร์คัสจะต้องรู้สึกยังไงที่เธอเพี้ยนไปได้ขนาดนี้

 

ไม่นะไม่ ฉันไม่ได้อยากกลับไปคุยกับเขาเพราะความหล่อสักหน่อย

 

แต่โอ้รูปถอดเสื้อนี่มันอะไรกัน ฉันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก

 

Shit! หยุด! หยุดสิเอสเธอร์!

 

เป็นอะไรของเธอ คลอเดียที่ลุกไปชงชามองฉันเหมือนมองเห็นคนบ้าเมื่อฉันทิ้งไอโฟนลงบนโต๊ะแล้วยีหัวตัวเองเรียกสติ

 

เปล่าๆ แค่คิดงานไม่ออกนิดหน่อย ฉันแสร้งทำเป็นจัดโต๊ะ คลอเดียไม่ได้ติดใจอะไร

 

แล้วเรื่องเมซีเป็นไงบ้าง

 

ไปได้สวยจ้ะ ฉันฉีกยิ้ม อาทิตย์หน้าฉันจะเริ่มทำงานให้เมซี ไม่แน่นะ อาจเจอนายแบบหล่อบ่อยๆ แล้วทีนี้เธอก็จะได้เห็นฉันออกเดตอย่างที่อยากเห็นมาตั้งนานสักที ฉันแกล้งขำให้เพื่อนหมั่นไส้เล่นๆ เธอเบะปาก

 

ย่ะ ขอให้ได้จริงๆ เหอะ เพื่อนสาวส่ายหัว ดีจริงๆ เลยน้า บอกตามตรงว่าฉันไม่เคยเห็นใครสนุกกับการทำงานมากขนาดเธอมาก่อนเลย

 

ทำงานที่เธอรัก แล้วเธอจะไม่ต้องทำงานสักวัน ฉันขยิบตาให้เพื่อน นั่นเป็นคติประจำใจของฉัน

 

ก่อนหน้าที่จะย้ายมาอยู่ลอนดอน ฉันเป็นเด็กสาวที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและพร้อมจะไล่ตามความฝันอย่างนั้น ฉันพุ่งตรงไปหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ แล้วบางทีฉันอาจต้องยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้องแยกทางกับลีออนเช่นกัน เราต่างก็ต้องการคนละอย่าง

 

เพียงแต่ฉันไม่เคยคิดจะทิ้งเขาก็เท่านั้น

 

แต่รู้สึกว่าหมู่นี้ฉันจะย้อนกลับมาคิดเรื่องนี้มากไปแล้ว มันต้องเป็นเพราะบังเอิญเจอลีออนแล้วยังมาเจอกับมาร์คัสในเวลาไล่เลี่ยกันแน่ สองหนุ่มนี่มาพัวพันกับชีวิตฉันตลอดเลย

 

ไม่เอาล่ะ ทำงานดีกว่า

 

แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มลงมือทำอะไร ไอโฟนของฉันบนโต๊ะก็สั่นพอดิบพอดี ฉันขมวดคิ้วพลางพลิกหน้ามันที่คว่ำอยู่ในทีแรกขึ้น แล้วก็ต้องชะงักอย่างช่วยไม่ได้เลย

 

ก็มันขึ้นชื่อ ‘Marcus Terrell’ นี่

 

โอ้ มาร์คัสสาบานว่าฉันจะจีบนายจริงๆ แล้วนะ

 

รับสักทีสิ พระราชินีโทรมาหรือไงถึงต้องอึ้งขนาดนั้น

 

ฉันตวัดดวงตาไปคาดโทษคลอเดียเอาไว้ก่อน เดี๋ยวเถอะยัยนี่ แต่เอาล่ะฉันสูดลมหายใจเข้าลึกและรับสายด้วยน้ำเสียงปกติ ฮัลโหลมาร์คัส

 

[เฮ้ คุยได้หรือเปล่า ว่างไหม]

 

ฉันมองกองงานบนโต๊ะ อ่าสักห้านาทีคงไม่เป็นไร ได้สิ นายมีอะไรเหรอ

 

[อาจจะกะทันหันไปหน่อยนะ แต่ฉันเห็นว่าวันนี้วันศุกร์ ฉันไม่มีแพลนอะไรเย็นนี้…] มาร์คัสเกริ่น หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้เลย หยุดนะเอส! เขาไม่ได้จะชวนเธอไปเดต! […ก็เลยอยากรู้ว่าเธอมีแพลนอะไรหรือยัง อยากไปกินมื้อเย็นด้วยกันไหม เผื่อจะได้คุยอะไรกันสักหน่อย]

 

ให้ตาย ฉันรู้ว่ามาร์คัสหมายถึง คุยกันเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ขาดการติดต่อกัน แต่เอาจริงๆ ฉันรู้สึกอย่างกับเขาจะนัดออกไปคุยกันถึง ความสัมพันธ์ของเรา

 

ฉันเป็นบ้าฉันเป็นบ้าจริงๆ

 

มาร์คัสคงจะโกรธถ้ารู้ว่าฉันกระตือรือร้นขนาดนี้เพราะเขาหล่อ เอสเธอร์ เธอเป็นคนยังไงเนี่ย

 

เย็นนี้เหรอ ฉันรีบเปิดดูปฏิทินเล่มเล็กของตัวเองเพื่อความมั่นใจ ฉันว่าฉันไม่ต้องไปไหนเย็นนี้นะ

 

[อืม ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ]

 

ว่างสิ ฉันตอบทันควัน อาจจะเร็วไปหน่อยด้วยซ้ำ คลอเดียขมวดคิ้วมองหน้าฉันเพราะท่าทางประหลาดที่ฉันทำ

 

[เยี่ยม ถ้าอย่างนั้นสักทุ่มนึงไหม ฉันไปรับเธอได้นะถ้าเธอส่งที่อยู่มาให้]

 

ฉันเคลิ้มฝันแล้วอยากจะฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะ มันก็ยังคงไม่ใช่เดตอยู่ดีแหละ แต่มาร์คัสก็แค่หล่อจริงๆ ฉันคงจะนั่งจ้องหน้าเขาทั้งคืน อื้ม ได้สิ ฉันจะส่งไปให้นะ ฉันกัดริมฝีปากแล้วก็นึกขึ้นมาได้ เอ๊ะ จะว่าไปฉันจำได้ว่านายขับรถห่วยนะ คิดอีกทีดีไหม

 

[เอ่อ ขอร้อง นั่นมันสี่ปีที่แล้วตอนที่ฉันเพิ่งจะมีใบขับขี่นะ คนเขาพัฒนาแล้วโว้ย]

 

ฉันหัวเราะคิกคัก ฮ่าๆ เดี๋ยวเรามาดูกันว่านายพัฒนาแล้วจริงไหม

 

[เฮ้อ เธอนี่มันจริงๆ เลยน้า…]

 

อืม ฉันคิดถึงตอนที่เราเถียงกันอย่างนี้จัง ถ้าอย่างนั้นฉันจะรอเจอนายคืนนี้

 

[ไม่ต้องแต่งตัวสวยมากล่ะ]

 

กลัวจะตกหลุมรักอ่ะดิ ฉันเฟลิร์ตไปโดยอัตโนมัติ มาร์คัสเงียบไปอึดใจหนึ่ง เวรล่ะ อย่าบอกนะว่าเขาเก็บไปคิดจริงจัง อ่า ฉันแค่…”

 

[แค่จะบอกว่ามันไม่เข้ากับลุคห้าวๆ ของเธอหรอก]

 

อ้าว เดี๋ยวเถอะ

 

เป็นมาร์คัสที่ระเบิดหัวเราะในทีนี้ [เอาล่ะๆ ไว้เจอกันเย็นนี้แล้วกันเอส และจะแต่งสวยก็ได้นะถ้าต้องการ อันที่จริงถ้าเธอแต่งตัวไม่ดีมาคนอาจมองแย่นิดหน่อยน่ะ เพราะฉันหล่อขนาดนี้]

 

อยากจะอ้วก! หลงตัวเองจริงๆ เลย

 

[เฮ้ เธอคือคนที่บอกเองว่าอยากขอเบอร์ฉันนะ จำได้ไหม]

 

ได้โปรด ลืมมันไปเถอะนะมาร์คัส ฉันพูดจริงๆ ฉันกุมหน้าผากตัวเอง อันนี้อายของจริง

 

[ไม่มีทาง ฉันจะเก็บไว้ล้อเธออีกนาน ฮ่าๆ เอาเป็นว่าฉันไม่กวนเธอละ อย่าลืมส่งที่อยู่มาล่ะ]

 

จ้าๆ นายก็อย่าเฝ้ารอมากจนไม่เป็นอันทำงานแล้วกัน ฉันแกล้ง

 

[โอเค เอสเธอร์ ฉันจะจีบเธอแล้วนะถ้าเธอยังไม่เลิกพูดอย่างนั้นอีก]

 

ฉันคงจะหน้าแดงจนคลอเดียจับได้แน่ ไอ้บ้า

 

[วางแล้วดีกว่า บาย!]

 

ไอ้คนบ้าเอ๊ย มาเฟลิร์ตใส่กันแล้วก็ชิ่งวางเฉยเลย

 

แต่ไม่มีทางซะหรอก มาร์คัสก็แค่กวนประสาทของเขามากกว่า

 

เอาล่ะ ที่คลอเดียจ้องหน้าฉันพลางเบิกตากว้างอย่างนั้นเป็นเพราะเธอได้ยินทุกประโยคที่ฉันพูดแน่ ฉันแสร้งทำเป็นไม่เห็นเครื่องหมายคำถามบนใบหน้าเธอ

 

เอส! มาร์คัสนั่นมันชื่อผู้ชายนะ อย่าบอกนะว่าจะไปเดต!”

 

ได้อย่างนั้นก็ดีหรอก ฉันกลอกตาไปมา เขาเป็นเพื่อนเก่าของฉัน

 

อะไรกันโธ่ไอ้เรารึก็อุตส่าห์ดีใจ เห็นยิ้มซะขนาดนั้นแล้วยังหน้าแดงอีก

 

“…”

 

เอ๊ะ รึว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่จริงๆ นะ

 

ฉันรีบกระแอมไอ ลุกขึ้นพลางมองหาผู้ช่วยคนเก่ง เอเบลีย์หายไปไหนแล้วนะ ว่าจะชวนไปเลือกเครื่องประดับด้วยกันสักหน่อย

 

โอ้ยัยเอสเธอร์มีอะไรในกอไผ่แหงๆ!”

 

บลาๆๆ…” ฉันสะบัดผมแล้วเดินออกมา

 

จะไปมีอะไรเล่ายัยบ้านี่ เพื่อนเธอก็แค่กรี๊ดคนหล่อแบบไม่บันยะบันยังเท่านั้น ฉันไม่มีทางจะขยับความสัมพันธ์กับมาร์คัสมาได้หรอก ไม่นับว่าเขามีคนอื่นอยู่แล้วรึเปล่าแล้วจะคิดกับฉันในทางนั้นไหมแต่คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งเป็นสิบปี จู่ๆ จะให้มากิ๊กอะไรกันตอนนี้ได้ยังไง

 

ความสัมพันธ์ที่ฉันมีเหลืออยู่ทุกวันนี้กับเพื่อนคนอื่นๆ ก็น้อยเต็มทีแล้ว ฉันไม่กล้าพังมันหรอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[เธอกับมาร์คัส?] เฮเซล แชปแมนส์ เพื่อนสนิทมัธยมปลายทวนคำเมื่อฉันโทรไปเมาท์เรื่องของมาร์คัสให้ฟัง ฉันแต่งหน้าไปด้วยขณะที่ครางตอบ [อ้าวแหม ไม่ใช่ว่าก็กิ๊กกันมาตั้งแต่ม.ต้นเหรอ]

 

ฉันเกือบจะกรีดอายไลเนอร์เบี้ยว จะให้บอกสักกี่หนว่ามันไม่มีอะไรระหว่างเรา!”

 

แต่เพื่อนสนิทก็หัวเราะคิกคักขณะที่ฉันจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ มันอะไรกันนะกับเรื่องนี้ ฉันสาบานว่าพ่อแม่ฉันก็ปักใจเชื่อว่าเราคบกันมาโดยตลอด ไม่ว่าฉันจะบอกกี่ครั้งกี่หนว่ามันไม่ใช่ พวกเขามักจะคิดว่าฉันโกหก จนตอนที่ฉันมาคบกับลีออนจริงจังนั่นแหละ

 

[แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะว่ามาร์คัสจะมาหล่อได้ขนาดนี้ โอ๊ย รู้อย่างนี้จีบซะตั้งนานแล้ว]

 

ฉันว่าใครก็คิดอย่างนั้นนะตอนนี้ เมื่อไหร่ที่มีลูก ฉันจะกำชับลูกไว้เลยว่าไม่ให้มองข้ามเพื่อนร่วมชั้นที่มีแนวโน้มจะหล่อเหลาเอาการได้ในอนาคต

 

แต่หล่อๆ อย่างนี้คงมีแฟนแล้วล่ะมั้ง

 

[ในเฟสบุคไม่เห็นตั้งสถานะอะไรเลยนี่] เดาว่าเธอต้องคุยโทรศัพท์ไปพลางและเลื่อนขึ้นลงโปรไฟล์เฟสบุคมาร์คัสไปพลางแน่

 

คนบางคนก็หวงความเป็นส่วนตัวของตัวเอง

 

[อินสตาแกรมก็ดูจะไม่มีรูปผู้หญิงที่ใกล้ชิดเป็นพิเศษนะ]

 

หรือบางทีเขาอาจเป็นเกย์ ฉันพูดออกไปแล้วก็ยกมือขึ้นปิดปากตกใจ เห็นดวงตาที่เบิกกว้างในกระจกของตัวเองชัดเจน

 

[ไม่ได้นะโว้ย! หล่อขนาดนี้ห้ามเป็นนะยะ!]

 

แต่แต่เราจะรู้ได้ยังไง ฉันยกมือขึ้นมากัดเล็บ นึกทบทวนกิริยาท่าทางของมาร์คัสเมื่อวันก่อนและตลอดสิบปีที่รู้จักกันมา ในสิบปีนั้นเราไม่ได้เจอกันเลยตั้งสามปีกว่า คือหมายถึงว่าฉันไม่มีปัญหานะถ้ามาร์คัสจะเป็นเกย์ แต่คงรู้สึกเหมือนถูกหักอกแล้วเหยียบซ้ำ ฮือ

 

ไม่เอาน่า มาร์คัสเคยมีแฟนนะ แล้วฉันก็รู้ว่าเขาเคยมีอะไรกับแม่คนที่ฉันไม่ชอบหน้า (นึกแล้วยังเคืองจนทุกวันนี้) เขาคงไม่มาเป็นเกย์อะไรตอนนี้หรอก

 

รึเปล่านะ?

 

[อู้ว เราแน่ใจไม่ได้หรอก ไม่ได้การแล้วเอส เธอต้องสืบมาให้ได้นะ!]

 

ไม่นะต่อให้เขาเป็นมันก็ไม่ใช่ว่าฉันจะรังเกียจเขาสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเรา

 

[แต่เธอไม่อยากรู้เหรอ!]

 

ก็อยาก ถ้าจะพูดกันตามตรงน่ะ

 

[งั้นต้องสืบ! ไม่ได้เลยนะเอสเธอร์ เกิดเธอไปหวั่นไหวเพราะหมอนั่นหล่อแล้วมาค้นพบทีหลังว่าเป็นเกย์นี่นอกจากจะหน้าแหกหมอไม่รับเย็บแล้วยังโคตรเจ็บใจด้วยนะ]

 

ไม่มีทาง ฉันจะหวั่นไหวกับมาร์คัสได้ยังไง ฉันรีบแก้ตัว

 

[ใครจะรู้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพื่อนเก่านี่แหละตัวดีนักล่ะ โดยเฉพาะพวกที่สนิทกันมากๆ ด้วยน้า…]

 

โอเค หุบปากเลยเฮเซล ฉันจะดูท่าทีของเขาเอง แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลัง แค่นี้นะ ฉันรีบตัดบทโดยไม่สนใจเสียงแว้ดๆ ของเพื่อนที่ปลายสาย ไม่เอา พอแล้วฉันฟังถ้อยคำพวกนี้เกี่ยวกับมาร์คัสมามากมายและไม่เคยนำมันมาคิดจริงเลย

 

เกรงว่ามันจะเริ่มก็ตอนนี้แหละ

 

ฉันแต่งหน้าจนเสร็จ ไม่ได้แต่งเข้มนักเพราะไม่อยากให้ดูเหมือนมันพิเศษจนเกินไป บอกตามตรงว่าที่มาอาบน้ำสระผมลบหน้าที่แต่งไปตอนกลางวันและแต่งใหม่ได้นี่ก็พยายามที่สุดแล้ว ฉันสวมจัมเปอร์สีดำเรียบๆ และสวมทับด้วยเอี๊ยมยีนส์ขายาว จินตนาการว่ามาร์คัสจะแต่งตัวยังไงมา

 

แล้วมาร์คัสก็มาง่ายๆ เสื้อยืดสีชมพูหม่นๆ กับยีนส์สีซีดและรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีขาว

 

แต่ทำไมถึงดูดีขนาดนี้

 

ฉันกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ชินกับการมีเพื่อนฮอตอย่างนี้เลย ฉันหมายถึงว่า ลีออนก็จัดว่าหล่อแล้ว แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรเพราะเราไม่เคยเป็นเพื่อนกันจริงๆ จังๆ มาก่อน แล้วดูมาร์คัสตรงหน้าฉันสิฉันเพิ่งสังเกตว่าเขาเจาะหู มีดวงตาสีฟ้าที่เข้มมาก เรือนผมสีช็อกโกแลตนั่นก็ชวนมองเกินไปแล้ว

 

มาร์คัสต้องสัมผัสได้แน่ๆ ว่าหัวใจฉันเต้นแรงเพราะตื่นเต้นตอนที่กอดกัน

 

จู่ๆ ฉันก็ประหม่า ตายจริง

 

ไง หิวรึยัง

 

หิวโคตรแต่ไม่ใช่หิวมื้อเย็นน่ะสิ

 

ตายแล้วเอสเธอร์ เธอนี่น่าอายจริง ฉันเกาแก้มตัวเองแก้เก้อ นิดหน่อย

 

งั้นไปกันเลยดีกว่า ฉันว่าเธอจะต้องชอบร้านที่ฉันจะพาไป มาร์คัสฉีกยิ้ม ผายมือให้ฉันเดินนำไปก่อน ฉันสังเกตว่าเขาดูเป็นสุภาพบุรุษมากขึ้นด้วยและบางทีเจ้าตัวก็อาจจะไม่รู้ตัว มาร์คัสโอบแผ่นหลังฉันอย่างระวังและเปิดประตูให้เมื่อเดินมาถึงรถ

 

ฉันนั่งนิ่งตัวตรงขณะที่ร่างสูงเดินอ้อมมาขึ้นอีกฝั่ง

 

ไม่มีทาง ผู้ชายที่ดูรู้ว่าต้องเทคแคร์ผู้หญิงยังไงบ้างขนาดนี้ไม่น่าใช่เกย์

 

ตรงกันข้าม จะเป็นคนที่ช่ำชองเรื่องผู้หญิงซะมากกว่า

 

โอ้มาร์คัส เทอร์เรลล์ล์ ฉันชักอยากรู้ และไม่อยากรู้เรื่องราวของนายตลอดช่วงเวลาที่ขาดการติดต่อไปอย่างบอกไม่ถูกเลย ฉันน่าจะรู้ดีที่สุดว่ามาร์คัสไม่เคยเนิร์ดและชอบทำอะไรสุดกู่ขนาดไหน มันมีเหตุผลที่ผู้หญิงในโรงเรียนพากันชอบเขาตอนที่เขานี่ไม่ได้หล่อขนาดนี้

 

และตอนนี้มันก็แค่คูณสอง ไม่สิให้คูณสิบเลยแล้วกัน



มาร์คัสดึงเข็มขัดนิรภัยมารัด หากแต่ก็ยังไม่ได้ออกรถทันที เขาหันมามองหน้าฉันกัดริมฝีปากก่อนจะซบใบหน้าลงกับพวงมาลัยในช่วงเวลาสั้นๆ นัยน์ตาสีฟ้าหันมามอง รอยยิ้มกว้างของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันเลย

 

 

โอ้เวร จู่ๆ เขาก็ทำให้ฉันเขิน

 

อะไรของนาย…” อย่ามาทำอย่างนี้สิ

 

มาร์คัสลูบใบหน้าตัวเอง ฉันรู้สึกว่าแก้มผ่าวกว่าเดิม ก็แค่…” เขาเว้น “…ฉันยังตั้งตัวไม่ทันอยู่เลยที่จู่ๆ ก็กลับมาเจอกับเธอแบบนี้

 

“…”

 

ได้ไง เอสเธอร์ มาร์คัสมองอย่างไม่เข้าใจ เราไม่ติดต่อกันได้ยังไง

 

ก็…” ฉันตอบไม่ค่อยจะถูกนัก นายบอกว่าเราโตขึ้นและกลายมาเป็นไอ้งั่งไง

 

เจ้าของเรือนผมสีช็อกโกแลตหลุดหัวเราะ ถ้าเขาไม่ใช่เพื่อนเก่าฉัน บางทีนี่อาจเป็นเวลาที่ฉันตกหลุมรักเขาครั้งแรก ถ้าสมมติว่าเรากำลังจะไปเดตกันสักหน่อย และความคิดนี้แหละที่บอกฉันจริงๆ แล้วว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติกับฉันอย่างแรง

 

เอาจริงๆ เมื่อก่อนเราก็เป็นพวกงั่งอยู่แล้ว ประโยคเดียวสั้นๆ ของมาร์คัสทำให้ฉันหัวเราะตาม ตั้งแต่ที่จบมัธยมมาก็ไม่ค่อยได้ยินใครด่าฉันด้วยคำนั้นเหมือนกันแฮะ

 

ไม่ค่อย แปลว่าก็มีโดนด่าอยู่บ้างล่ะสิ สมเป็นนาย

 

มาร์คัสโคลงหัวไปมา สตาร์ทรถก่อนหันมายิงฟันตอบ ก็พวกผู้หญิงที่มีวันไนท์สแตนด้วยและฉันไม่ขอเบอร์พวกเธอในตอนเช้าน่ะ

 

ฉันอ้าปากค้าง มาร์คัส เทอร์เรลล์ นายกลายเป็นเสือผู้หญิงไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

เฮ้ ฉันไม่เคยต้องอดอยากปากแห้งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่มีเหตุผลอะไรให้ฉันไปสาธยายเรื่องนั้นให้เธอฟังล่ะ ร่างสูงว่าขำๆ

 

โอเค! ตัดเรื่องเกย์ทิ้งไปได้แล้ว ตัด!

 

Fucking shit! ฉันไม่เคยรู้บ้าอะไรเลยรึไงเนี่ย

 

ได้ไง ตอนยัยเคธีที่ฉันเกลียดหน้าคนนั้นฉันยังรู้เลย

 

นั่นเคธีบอกเธอ มาร์คัสส่ายหัวอย่างจะบอกว่าไร้สาระ แล้วเธอจะรู้อะไร ปีสุดท้ายเราไม่ได้มาอยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนปีอื่นนี่เธอไปอยู่แต่กับลีออน

 

ฉันสะอึก พยายามจะลบเรื่อง ลีออน ทิ้งไป แต่มันก็จริงอย่างที่มาร์คัสว่า มีเหตุผลอะไรที่ฉันจำเป็นต้องรู้เรื่องชีวิตเซ็กซ์ของเขา บ้าจริง แค่เราสนิทกัน แต่อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นผู้ชายและเธอเป็นผู้หญิงนะ เอสเธอร์

 

ฉันพนันว่าสาม-สี่ปีที่ผ่านมาคงจะเป็นปีทองของนายแหง

 

จะว่าอย่างนั้นก็ได้ มาร์คัสดีดนิ้ว ไม่ได้หมายความถึงเรื่องผู้หญิงหรอกนะ แต่หมายถึงเรื่องเรียนและงาน พระเจ้า ฉันอยากจะเล่าทุกเรื่องให้เธอฟังเป็นบ้า แต่เอาเป็นว่าไว้ให้เราไปถึงร้านก่อนก็แล้วกัน

 

ฉันก็เลยนั่งมึนไม่รู้จะเริ่มพูดเรื่องอะไรก่อนดีเลย

 

ตลกดีนะที่เรากลับมาสนิทใจกันได้ง่ายดายอย่างนี้ ฉันเตรียมใจเอาไว้แล้วว่ามันอาจจะกระอักกระอ่วนหน่อยในทีแรก แต่ไม่เลยมาร์คัสยังเป็นมาร์คัสคนเดิม เป็นที่พักพิงที่แสนอบอุ่นใจของฉัน มีแค่บุคลิกภายนอกของเขาเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป และฉันโคตรยินดีที่ดูมันจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เพราะฉันแน่ใจว่าฉันนิสัยเสียกว่าเดิมในบางเรื่องแน่ๆ

 

จู่ๆ ฉันก็รู้สึกภูมิใจในตัวเขาขึ้นมา

 

มีเพื่อนรุ่นเดียวกันตั้งมากมายที่ล้มเหลว แล้วดูมาร์คัสสิ เขาแต่งกายสะอาดสะอ้าน มีรถขับและอาศัยอยู่ในเมืองหลวง ที่สำคัญมีการศึกษาและหน้าที่การงานที่ดูจะไปได้สวย ฉันคงแปลกใจถ้าผู้หญิงไม่พากันวิ่งเข้าหาเขา

 

ร้านอาหารที่มาร์คัสพาฉันมาอยู่ในย่าน Soho เป็นร้านแนวรักษ์โลก คือประดับประดาด้วยต้นไม้ ไม้ประดับและมีเมนูอาหารสุขภาพที่น่ากินกว่าที่ฉันมักจะจินตนาการให้มันเป็น (ความจริงก็คือฉันไม่ค่อยระวังเรื่องอาหารการกินเท่าไหร่) ฉันมองหน้ามาร์คัสอย่างแปลกใจหลังจากที่เราสั่งอาหาร

 

นายรักสุขภาพเหรอ?” ฉันไม่คิดว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นหลังจากที่เราชอบหนีไปเที่ยวผับและเมากัน มาร์คัสเลิกคิ้ว

 

ถามอะไรแปลกๆ เธอไม่เห็นหุ่นฉันตอนนี้รึไง

 

โอเค ฉันว่านายต้องเล่ามาจริงๆ แล้วล่ะว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงที่ไม่เจอกันเลย ฉันหัวเราะเบาๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะ มาร์คัสนั่งอมยิ้มจ้องหน้าฉันอยู่อย่างนี้ มันไม่ชินเลยเพราะหนึ่งหมอนี่หล่อมากจริงๆ และสอง ตอนที่อยู่ไบรตัน เราไม่เคยไปกินอาหารร้านดีๆ กันอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเรามักถังแตก แล้วก็ชอบขับรถไป Drive-Thru หรือซื้ออะไรมานั่งกินริมทะเลมากกว่า

 

อานี่มันอย่างกับเรามาเดตกันแน่ะ

 

พอโตขึ้น อะไรๆ ก็เปลี่ยน

 

โอเค ก่อนอื่นเลย ชีวิตมหาวิทยาลัยฉันโคตรเจ๋ง มาร์คัสเริ่มเล่า ฉันเห็นความตื่นเต้นในดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลชัดเจน แล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ ฉันว่าฉันเคยบอกเธอแล้วมั้ง ฉันเรียนออกแบบภายในที่เซลซี มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนหนึ่งของ University of Arts London น่ะ ได้เพื่อนที่มาจากทั่วโลกเลย ถึงแม่งจะโคตรเหนื่อยและต้องอดหลับอดนอนบ้างก็เหอะ แต่ฉันโคตรชอบสิ่งที่ฉันทำอยู่เลย เมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งไปออกแบบกองถ่ายเอ็มวีให้ Serendipity ได้เจอทั้งวงเลยนะเว้ย แถมตอนนี้ยังซี้กับเฟลตเชอร์ แรมซีย์ คนที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแธ็ตเชอร์นักร้องนำน่ะ เพราะไปออกแบบเซ็ทถ่ายแบบให้ คุยกันถูกคอพอเสร็จงานก็เลยไปดื่มกันมา

 

ฉันเบิกตากว้าง แล้วก็รู้สึกอยากจะตบหน้าผากตัวเองโลกมันกลมจริงๆ งั้นสิ

 

นายต้องล้อฉันเล่นแน่ ฉันกุมหน้าผากตัวเองจริงๆ เฟลตเชอร์เป็นเพื่อนสนิทของฉัน!”

 

ฮะ?” มาร์คัสร้อง พูดเป็นเล่น!?”

 

พูดเล่นอะไรกันล่ะ เราสนิทกันมาจะสามปีแล้ว หมายถึง อันที่จริงหมอนั่นเคยพยายามจีบฉันน่ะนะ ฉันเล่าพลางกลอกตาไปมา มันทำให้มาร์คัสเบิกตากว้างกว่าเก่า เอ่อแต่เขาก็ติงต๊องอย่างนี้แหละ ฉันไม่เล่นด้วย ตอนนี้เราเป็นเพื่อนสนิทกัน

 

พระเจ้า นี่มันอะไรกันวะเนี่ย…”

 

สาบานได้ว่าฉันก็อยากจะถามอย่างนั้นเหมือนกัน เราสองคนนั่งจ้องหน้ากัน ตกใจพอกันทั้งคู่และพยายามจะประมวลผลว่าฟ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับเรา การที่มาร์คัสสนิทกับเฟลตเชอร์ก็หมายความว่าเราทั้งคู่มีสิทธิ์จะวนเวียนมาเจอกันได้ตลอด

 

มันเหมือนเราไม่เคยหายไปจากชีวิตอีกฝ่ายอย่างแท้จริงเลย

 

แล้วบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่มาร์คัสคิดอยู่เช่นกัน สุดท้ายแล้วเราสองคนต่างก็ต้องยิ้มให้กับความบังเอิญที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องตั้งใจของโชคชะตาอย่างบอกไม่ถูกนี้

 

ฉันดีใจที่ได้กลับมาเจอนาย ฉันเอ่ยออกไป มาร์คัสหลุบตาลงต่ำราวกับเขารู้สึกเขินเล็กๆ แต่รอยยิ้มนั้นมันก็กว้างขึ้นอีก

 

ฉันก็ดีใจที่ได้กลับมาเจอเธอ ฝ่ามือหนายื่นมาแตะแก้ม ฉันชะงัก ตั้งตัวไม่ทันกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของมาร์คัส กำลังจะเขินอยู่เลยเชียวถ้าจู่ๆ หมอนี่ไม่ได้บีบแก้มฉันซะเฉยๆ เธอคนที่ไม่ได้ดัดฟันแล้วและไม่ได้แต่งตัวเด๋อด๋าน่ะนะ

 

นะนี่ เดี๋ยวเถอะ!”

 

ฮ่าๆ แล้วเธอล่ะเป็นยังไงบ้าง ยังไม่บอกฉันเลยนะ

 

ฉันบู้ปากเมื่อมาร์คัสลดมือลง น่าจะรู้นะว่าตาเพี้ยนนี่ไม่มาพิศวาสอะไรฉันหรอก เหอะ ฉันพ่นลมหายใจแรง ฉันไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยหรอกถ้านั่นคือสิ่งที่นายจะถาม แค่เรียนคอร์สเอาประกาศนียบัตรของ London College of Fashion น่ะ แล้วมันก็ตลกอีกที่นั่นเป็นมหาวิทยาลัยในเครือ University of Arts London เหมือนมหาวิทยาลัยของเขา ฉันเข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยสไตลิสต์ตั้งแต่เรียนจบ เพิ่งมาเป็นสไตลิสต์เต็มตัวเมื่อสองปีก่อน ที่ดีก็คือฉันรักงานเหมือนนาย ฉันมีโอกาสได้ร่วมงานกับดารานางแบบดังๆ ไปชมแฟชั่นโชว์เพียบเลยล่ะ ฉันยิ้มตาหยี

 

ไม่เบาเหมือนกันแฮะ ยัยงั่งของฉัน

 

นี่ สาบานนะว่านั่นคำชมน่ะ ฉันตีแขนคนกวนประสาท มาร์คัสเลยหัวเราะลั่น เรามีชื่อเล่นให้อีกฝ่ายก็คือ ‘Idiot’ ฉันเป็นยัยงั่ง และมาร์คัสก็เป็นไอ้งั่ง

 

แต่จะมาพูดว่ายัยงั่ง ของฉัน มันฟังดูจั๊กจี้ชะมัด

 

ใครก็ได้บอกทีว่ามาร์คัสก็แค่แกล้งเล่นและไม่ได้เฟลิร์ต พอไม่เจอกันนานและมาเปลี่ยนไปแล้วทั้งคู่อย่างนี้ฉันดูอะไรไม่ออกสักอย่าง

 

ชมสิ ฮ่าๆ จะว่าไปแล้วเราก็ถือว่าประสบความสำเร็จอยู่นะ ที่ได้ทำงานที่ตัวเองชอบและมาได้ไกลขนาดนี้น่ะ

 

นั่นน่ะสินะ ฉันเท้าคางยิ้มให้คนตรงหน้า มาเจอนายแบบนี้ชักคิดถึงบ้านยังไงก็ไม่รู้ ฉันไม่ได้กลับไบรตันตั้งแต่ตอนอีสเตอร์แล้วและนั่นมันก็เกือบสองเดือนมาแล้ว

 

ไว้อาทิตย์ไหนว่างๆ กลับไปด้วยกันไหมล่ะ

 

ก็ได้ถ้านายขับรถ

 

เฮ้อเธอนี่มันเป็นยัยงั่งจริงๆ นั่นแหละ มาร์คัสเซ็งใหญ่ ฮ่ะๆ เออๆ ขับให้ก็ได้น่า ชักไม่รู้แล้วแฮะว่ามันดีจริงรึเปล่าที่กลับมาเจอกับเธอแล้วก็กลายมาเป็นเบ๊เธอเหมือนเดิมเนี่ย

 

แหม นายควรจะภูมิใจนะ มีคนอยากได้ตำแหน่งนี้มากแค่ไหนรู้ไหม ฉันหัวเราะอย่างวางมาด มาร์คัสบ่นว่าเขาเป็นเบ๊เพราะฉันดีแต่วิ่งไปหาเขา ให้เขาพาไปทำนู่นทำนี่ บังคับให้ไปชอปปิงด้วย แต่แหมถึงจะบ่นอย่างนั้นแต่ก็เห็นยอมทุกทีไม่ใช่เหรอ แล้วเราก็ไปเที่ยวเล่นด้วยกันสนุกสนานออกจะตาย

 

เหรอ ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ให้คนที่เขาอยากได้ตำแหน่งนี้พาไปล่ะ อย่างไอ้เฟลตเชอร์

 

ฉันไม่ได้คบกับเขาสักหน่อย

 

มาร์คัสมองฉันอย่างต้องการประเมิน สายตาของเขาเหมือนกำลังสงสัยกับอะไรบางอย่าง

 

แล้วคนอื่นล่ะ

 

ฉันกลั้นหายใจไปวินาทีหนึ่ง คิดว่าพอจะรู้แล้วล่ะว่ามาร์คัสพยายามจะถามอะไร ถ้านายอยากรู้ว่าฉันมีแฟนหรือเปล่า ทำไมไม่ถามมาตรงๆ ล่ะ

 

มาร์คัสก็เลยยักไหล่ เธอพูดเหมือนตัวเองเสน่ห์แรงนี่

 

ไม่เสน่ห์แรงเท่านายตอนนี้หรอก ฉันย่นจมูก ฉันไม่มีใคร…”

 

โอ๊ะ…” ร่างสูงอุทานเบาๆ ฉันไม่แน่ใจนักว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ มาร์คัสดูเหมือนอยากพูดอะไร แล้วก็หยุดไปราวกับลังเล และสุดท้ายก็ถามออกมาจนได้ “…ไม่แน่ใจว่าควรทักไหมนะ แต่กับลีออนไปได้ไม่สวยเหรอ

 

ฉันถอนหายใจยาวเลยทีนี้ เขาเป็นเพื่อนกับลีออนเหมือนกัน แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาคุยกันมากน้อยแค่ไหนหลังแยกย้ายกันมาลอนดอน ก็ถ้ามันไปได้สวย ฉันคงไม่โสดอยู่ตอนนี้หรอก

 

“…”

 

เราเลิกกันตั้งแต่ย้ายมาลอนดอนปีแรกแล้ว ไม่ได้อยากจะโยนความผิดให้ลีออนคนเดียวหรอกนะ เพราะฉันก็อาจมีส่วนผิดด้วย แต่ลีออนเปลี่ยนไปตอนที่เขาเริ่มดัง เขาไม่มีเวลาให้ฉัน ไปทำเพลงแนวที่มันไม่ใช่เขา เงินและชื่อเสียงเปลี่ยนเขาไปหมด สุดท้ายแล้วมันก็เหมือนฉันไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยแล้วเขาก็ทิ้งฉันไป

 

มาร์คัสเงียบไปอึดใจหนึ่ง ปกติฉันไม่ลงรายละเอียดที่ลึกขนาดนี้เวลาที่พูดถึงแฟนเก่าให้คนอื่นฟัง แต่มาร์คัสไม่ใช่คนอื่นไกล และเขาก็คือคนนั้นที่แนะนำให้ฉันกับลีออนรู้จักกัน

 

ไอ้ลีออนนี่มันก็จริงๆ เลยน้ารู้งี้ฉันไม่ควรให้โอกาสมันเลย เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าถอนหายใจ ฉันหวังว่าเธอจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังตั้งแต่แรก จริงๆ นะเอสเธอร์ ฉันพอจะรู้ว่าเธอเลิกกับมัน แต่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเพราะอะไร

 

ตอนที่เราเลิกกันฉันก็ขาดการติดต่อกับนายไปหลายเดือนแล้ว จะว่าไงดีล่ะฉันไม่กล้าทักไปแค่ตอนที่ตัวเองมีปัญหา แล้วก็ไม่รู้ว่านายเปลี่ยนไปแล้วรึเปล่าหรือจะว่างฟังเรื่องงี่เง่าพวกนั้นแค่ไหน

 

เฮ้ อย่าพูดแบบนั้นฉันอยู่ข้างเธอเสมอ จนป่านนี้เธอยังสงสัยเรื่องนั้นอีกรึไง มาร์คัสวางมือข้างหนึ่งบนมือฉันและบีบมันเบาๆ น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาสงบฉันลง ในวินาทีนั้นฉันคิดว่าฉันบ้าไปแล้วจริงๆ ที่หยุดติดต่อมาร์คัส

 

แต่การมาทำซึ้งใส่กันก็ไม่ใช่แนวของเราอีกนั่นแหละ

 

ฉันก็เลยแกล้งร่างสูง แสร้งทำนัยน์ตาเศร้าและมีน้ำเสียงออดอ้อนสุดๆ จริงเหรอถ้าอย่างนั้นมื้อนี้นายจะเลี้ยงใช่ไหม

 

ฉันกลับล่ะ ลาก่อน มาร์คัสทำท่าจะลุกขึ้นจากโต๊ะ แต่ฉันหัวเราะและรีบดึงมือเขาเอาไว้ก่อน ร่างสูงนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์นัก โอ๋ ขนาดโกรธยังหล่อได้อีกน่ะฉันยิ้มหวานเอาใจ แล้วมาร์คัสก็ได้แต่หัวเราะเหอะ เออๆ กะจะเลี้ยงอยู่แล้ว ไม่ต้องมาทำตัวน่าสงสารเลย

 

โหหล่อแล้วยังป๋าอีกด้วย น่ารักชะมัด

 

นี่ถ้านายน่ารักขนาดนี้ตั้งนานฉันคงตกหลุมรักนายแทนลีออนไปแล้วรู้ป่ะ ฉันเอ่ยออกไปโดยไม่ได้คิด มันทำให้มาร์คัสชะงัก

 

ฉันคิดว่าเขาจะต้องแสดงท่าทีรังเกียจ หากแต่มาร์คัสกลับเลิกคิ้ว

 

“…ตอนนี้ก็ยังไม่สายนี่

 

โอเค ฉันไม่ควรเริ่มเฟลิร์ตเลย ไอ้ท่าทางเลิกคิ้วกับรอยยิ้มมุมปากนั่นมันอะไรกันน่ะ ฉันปิดหน้าตัวเองด้วยสองมือ ส่ายหัวเป็นพัลวัน ไม่ต้องเลย ไอ้บ้า

 

แล้วก็ไม่ต้องมาพูดเหมือนโสดด้วย ฉันไม่เชื่อหรอก เฮอะ

 

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแสดงออกว่าเขิน แต่ก็กลั้นเอาไว้ไม่ได้เพราะมาร์คัสเล่นจู่โจมแบบนั้น ฉันกัดริมฝีปากแน่น ร่างสูงหัวเราะหึในลำคอ ทีนี้ฉันก็รู้เลยว่าเขาต้องมีสถานการณ์แบบนี้กับสาวๆ มามากแค่ไหนถึงได้โปรขนาดนี้

 

ไม่เอาแล้ว ไม่เล่นแล้ว ถ้าหวั่นไหวจริงขึ้นมาจะยุ่งเอานะเอส!

 

ฉันพยายามจะเก็บอาการและซ่อนความเขินตลอดมื้ออาหารนั้น เรานั่งดื่มและพูดคุยเรื่องเก่าๆ อยู่จนเวลาล่วงเลยผ่านไปโดยไม่รู้ตัวเลย ฉันหัวเราะไปเยอะมากเพราะมาร์คัสชอบขุดเรื่องน่าอาย (พร้อมรูป) ของฉันมาแกล้ง

 

และสุดท้ายเราก็มายืนอยู่ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของฉันจนได้ รอยยิ้มยังคงประดับริมฝีปากเราทั้งคู่อยู่ตอนที่กอดลากัน สายลมไม่หนาวนักในวันนี้ อีกไม่นานเราก็จะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่ลมมันก็แรงและทำให้ผมปรกหน้าปรกตาฉันมาร์คัสจึงทัดเรือนผมให้ สัมผัสมันอ่อนโยนเสียจนฉันตกใจ

 

ฉันไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าเขาจะสามารถอบอุ่นได้ขนาดนี้

 

คืนนี้ฉันสนุกมาก ไว้เจอกันใหม่นะเอสเธอร์ ร่างสูงเอ่ย ว่าฉันเพี้ยนเถอะแต่นี่มันเหมือนเราเพิ่งไปเดตกันมาจริงๆก็ถ้ามันมีพาร์ทที่เราจูบลากันมันก็คงจะดีหรอก

 

ไม่ไม่ ฉันเมารึไงเนี่ย แย่แล้ว

 

เขาเป็นเพื่อนเก่าของเธอนะ เพื่อน

 

ฉันก็สนุกมาก ขอบคุณนะ ฉันสลัดความคิดบ้าๆ ทิ้งไปแล้วยิ้มให้มาร์คัส ขับรถกลับดีๆ ล่ะ

 

ครับ เธอก็ฝันดีล่ะ เขาตอบรับ ซึ่งฉันก็พยักหน้า มันควรจะเป็นการลาของเพื่อนสองคนที่จบแค่ตรงนี้เพราะเราไม่มีอะไรมากกว่านี้จะให้พูดอีกแล้ว มาร์คัสจึงทำท่าจะหันหลังกลับไปที่รถของเขา แต่สุดท้ายเขาก็ยกมือขึ้นลูบใบหน้าแล้วหันกลับมาอีก อันที่จริง เธอรู้อะไรไหม…”

 

หืม…?” ฉันเอียงคอรอ

 

มีคอนเสิร์ตของ James Bay ที่ฉันคิดว่ายังพอจะหาตั๋วได้อยู่ อยากไปด้วยกันไหม

 

อะไรนะ…”

 

James Bay ไง มาร์คัสยิ้มมุมปาก เธอชอบเขานี่ ไม่ใช่เหรอ

 

ก็ใช่…” ฉันขมวดคิ้ว กลั้นรอยยิ้ม นี่มาร์คัสกำลังเสนออะไรของเขาน่ะ ท่าทางอย่างนั้น ทำไม มาร์คัส นายอยากเจอฉันตั้งแต่ก่อนจะจากกันแล้วเหรอ

 

มาร์คัสย่นคิ้ว ราวกับเขาจะปฏิเสธ แต่คำพูดที่หลุดจากริมฝีปากเขานี่สิ

 

อาจจะใช่ก็ได้…”

 

“…” อื้ม พูดไม่ออกไปอีกสิ เอสเธอร์

 

สีหน้ามาร์คัสดูขำขันนะ ฉันก็เลยบอกไม่ได้อีกแล้วว่าเขากำลังล้อเล่นหรือเฟลิร์ตจริงๆแต่ฉันก็ไม่กล้าทักหรอก เอาล่ะ ฉันคิดเอาเองว่าเธอตกลงก็แล้วกัน เสาร์หน้านะ ฉันจะมารับ

 

ฉันกัดริมฝีปาก ผลักคนกวนที่ชอบพูดเองเออเองให้ไปขึ้นรถ แต่มันก็อย่างนี้แหละระหว่างเรา เดี๋ยวเราก็ลากอีกฝ่ายไปนู่นมานี่ที่บ้านฉันจะคิดว่าหมอนี่เป็นแฟนฉันก็ไม่แปลก มาร์คัสหัวเราะ หันมาโบกมือลาอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถ

 

ฉันยืนส่งเขาจนมาร์คัสขับรถออกไปก่อนจะวิ่งขึ้นห้องแล้วก็บอกไม่ถูกเลยว่าที่หัวใจเต้นแรงเป็นเพราะเพิ่งวิ่งมา หรือรอยยิ้มงี่เง่าของอีตานั่นกันแน่

 

บ้าจริง ไม่นะเอส ไม่หวั่นไหวนะ มันไม่ควรเลย

 

 

 

 

The Chainsmokers ft. Phoebe Ryan – All we know

 

 

FernniZ’s 2nd Talk : 08.10.17

          ตกหลุมรักมาร์คัสกันรึยัง? ฮ่าๆ ชอบคอมเมนท์ตอนครึ่งแรกมากเลยค่ะ เฟิร์นตั้งใจแต่งให้เอสเธอร์เป็นตัวละครที่พอเข้าถึงได้อยู่แล้ว อยากให้ทุกคนอ่านแล้วรู้สึกว่า เออแฮะ ตอนฉันเจอคนหล่อ ฉันก็เป็นแบบนี้ ดีใจที่รู้สึกได้กัน ฮ่ะๆ ได้รู้จักทั้งสองคนนี้มากขึ้นแล้วเนอะ มาร์คัสน่ารักไหมคะ? แล้วเอสเธอร์น่ารักหรือเปล่า หวังว่าจะชอบตอนนี้และยังพอจะนึกขึ้นได้ว่า เออเรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับเราเหมือนกัน เพื่อนเก่าที่เมื่อก่อนดูเฉยๆ และตอนนี้หล่อมากจนเราหวั่นไหวน่ะ (หัวเราะ)

         อย่าลืมคอมเมนท์นะ เจอกันตอนหน้าค่ะ :)



FernniZ’s 1st Talk : 05.10.17

          พระเอกเราร้ายไม่ใช่ย่อยน้าครึ่งหลังเราจะมาทำความรู้จักกับทั้งมาร์คัสและเอสเธอร์ให้มากกว่านี้กันค่ะ :) #ทีมมาร์คัส เริ่มมาแล้วด้วย ฮ่าๆ มาร์คัสน่ารักกกกกได้ยิ่งกว่านี้เยอะ คอยดูเลย! แต่จะสู้ร็อบบี้ ชไตน์ (น้องชายหมอราฟ Like Rainbow Across The Sky) ที่เฟิร์นกำลังแต่งอยู่และจะเริ่มลงเร็วๆ นี้ได้รึเปล่านะ คนพี่เขามาแรงมากๆ ซะด้วย แถมคนน้องก็เริ่มมีแฟนคลับแล้ว ฮ่ะๆ อีกไม่นานได้อ่านกันแน่นอนค่ะ ตอนนี้หยุดแต่งแทบไม่ได้เลย อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #731 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 10:15

    ดีงามมมม
    #731
    0
  2. #703 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 11:56
    มาร์คน่ารักมากเว่ออออ กรี้ดดดด อยากมีเพื่อนเก่าแบบนี้จังเลยค่ะ 555555
    #703
    0
  3. #671 CresCenTia (@smile1999) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:15
    ชอบสำนวนพี่เฟิร์นมาก
    #671
    0
  4. #414 JahNat (@JahNat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 02:02
    อ่านเเล้วฟีลกู้ดมากเจ๊เฟิร์น
    #414
    0
  5. #329 คนบ๋วย (@08310) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 08:53
    เมนเดสลูกแม่55555 มีเพื่อนที่รู้ไส้รู้พุงขนาดนี้ ตอนไฮสคูล เธอไม่หวั่นไหวได้ไงวะเอส
    #329
    0
  6. #103 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 18:34
    อร๊ายยยยแซวกันไปแซวกันมาอย่างนี้...แล้วเราจะไม่ยิ้มได้ไงน่ารักกกกก
    #103
    0
  7. #90 Mydear :) (@mydeareezzz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 21:13
    อ่านแล้วยิ้มตามอ่ะ มาร์คัสน่าร้ากกก
    #90
    0
  8. #87 Dd.Darling (@dddearie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 07:11
    น่ารักมุ้งมิ้งฝุดๆ
    #87
    0
  9. #86 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 01:17
    เคมีเข้ากัน
    #86
    0
  10. #85 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 01:04
    อหหหห อยากไปเฟลิตมาร์คัสแทนนางเอกจริ๊งจริงงงงงงง 55555555
    #85
    0
  11. #84 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:27
    ตายแล้ววว เตาะกันไปเตาะกันมาคนอ่านก็เขินสิค่ะแบบนี้ มาร์คัสน่ารักมากกกกกอิจนางเอกเลยทีเดียวงึ้ยย
    #84
    0
  12. #83 JPeach (@JPeach) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:20
    เขินมากๆๆเลย มาร์คัสเขินเอสก็บอกมานะ ><
    #83
    0
  13. #82 yunnieieie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 23:25
    โอ๊ยมาร์คัสน่ารักมากกกกก อยากสิงนางเอก 55555 อ่านไปยิ้มไปทั้งครึ่งตอนหลังเลย ชอบอะฮือ
    #82
    0
  14. #81 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 23:18
    น่ารักจังเลย5555555 ชอบฉากที่คุยกันว่าแต่ละคนทำไรอยู่แล้วประสบความสำเร็จได้ทำสิ่งที่ชอบทั้งคู่
    #81
    0
  15. #80 jenjirasuttanoo (@jenjirasuttanoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 22:05
    ชอบเรื่องนี้ มาร์คัสน่ารักมากกก
    #80
    0
  16. #79 Neung111 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 21:52
    น่ารักมากกกก เขินมากด้วย 5555
    #79
    0
  17. #77 sepxtember (@diamond-blaze) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 21:08
    โคตรรรรน่าาารักกกกเล้ยยยยยยยนย เค้าชอบมากๆๆๆๆ เข้าใจด้วยตอนที่บอกว่าภูมิใจในตัวมาร์คัส เคยรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน555555
    #77
    0
  18. #76 __tytotai (@thorthai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 21:00
    ชอบบที่สุดด
    #76
    0
  19. #75 Koi-Sama (@manatsawan44187) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 20:40
    -////////-
    รู้สึกอยากเป็นเอสเธอร์ 555
    #75
    0
  20. #74 mayv9072 (@mayv9072) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 20:23
    มาร์คัสชอบเอสเธอร์อยู่แล้วแน่เลย
    #74
    0
  21. #73 mai-kung (@mai-kung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 20:11
    โอ้ยยยยย น่ารักกกกกกก
    #73
    0
  22. #70 Punch_YPP (@punchmarkmint) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:20
    -/////-
    #70
    0
  23. #69 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 18:26
    เพื่อนเก่านี่นะ โอ้ยยยยย55555 เราอินกว่าแฟนเก่าอีกค่าาาา แง้ สู้ๆเลยยย
    #69
    0
  24. #68 Koi-Sama (@manatsawan44187) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 06:32
    น่ารักกกกก ถ้านี้เป็นนางเอกก็
    คงหนักใจไม่แพ้กัน ไม่เคยมอง
    มาก่อนพอหล่อขึ้นก็กลับมามอง
    เป็นเรา เราก็คงเครียด 555
    #68
    0
  25. #67 panjungz (@panjungz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 01:15
    แง้งง น่ารักม้ากรู้สึกฟินแทนนางเอก55555
    #67
    0