ตอนที่ 2 : CH.1 - Where I am, is where you begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 ต.ค. 60





1

Where I am, is where you begin

ตรงนี้ที่ฉันอยู่ คือจุดที่คุณเริ่มต้นขึ้น

 

 

4 years ago,

สี่ปีก่อนหน้านี้

 

ย้ายไปลอนดอนกัน ลีออนโพล่งประโยคนั้นออกมาราวกับเขาเพิ่งชวนฉันไปเดินท่าเรือที่เราชอบไปกันบ่อยๆ ฉันมองเขาอย่างตกใจอยู่หลายวินาที ความแน่วแน่ในดวงตาสีเขียวบอกฉันว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ฉันถามซ้ำทั้งๆ ที่ก็ได้ยินเขาชัดเจนดี

 

นายว่ายังไงนะ

 

ย้ายไปลอนดอนกัน เธอไปเป็นสไตลิสต์ที่นั่น และฉันก็เขียนเพลงเสนอค่ายได้ ย้ายไปอยู่ด้วยกันหลังจบมัธยม ออกจากไบรตันกันเถอะ

 

โอ้ ลีออน…’

 

ทำไมล่ะ เราอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิตแล้วนะ ฉันรักไบรตัน แต่ฉันเชื่อว่าเราต้องค้นหาอะไรใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เธอไม่อยากไปตามหาความฝันกับฉันที่นั่นอย่างนั้นเหรอ

 

ฉันยังคงตั้งรับไม่ทันนัก จริงอยู่ว่าเราคบกันมาพักใหญ่แล้วและฉันก็ยังไม่มีแพลนอะไรที่แน่นอนสำหรับชีวิตตัวเอง ที่บ้านอยากให้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ฉันไม่แน่ใจว่านั่นเป็นที่สำหรับฉัน เราต่างก็สับสนกับเส้นทางเดินใหม่ในชีวิตเรา

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอย่างหนึ่งที่ฉันแน่ใจ

 

และนั่นคือการได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขา

 

ว่าไงเอส ฉันจริงจังนะ

 

ฉันอมยิ้ม รั้งต้นคนรักมาใกล้ก่อนจะแนบริมฝีปากจูบเขาเบาๆ นายนี่หุนหันผันแล่นเสมอเลยนะฉันจิ้มปลายจมูกคนรักที่ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่ชอบใจกับคำกล่าวนั้นนัก  อดคิดไม่ได้เลยว่าใบหน้านั้นมันน่ารักเพียงใด ฉันกัดริมฝีปาก ‘…แต่ฉันก็รักนักแหละ

 

คิ้วเข้มจึงคลายลง ริมฝีปากสีธรรมชาติมีรอยยิ้มหวานที่จบลงบนเรียวปากฉันช้าๆ ฉันจะถือว่าเธอตกลงนะถ้าเธอพูดอย่างนั้น

 

ก็…’ ฉันลีลา แกล้งโอบรอบคอลีออนแล้วทำเป็นมองเพดาน มองนู่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย ถ้านายสัญญาว่าจะให้ฉันเลือกเฟอร์นิเจอร์ ฉันจะตกลงก็ได้

 

ฮ่ะๆ เอสเธอร์ ฉันไม่มีปัญหาตราบใดที่เธอไม่เลือกสีชมพูหมดทั้งห้องนะ ลีออนกอดฉันแน่นๆ และแรงๆ ฉันหัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมแขนของเขา เราสองคนสบตากันตอนที่หยุดหัวเราะและฉันก็ต้องยกมือขึ้นลูบใบหน้านั้นอย่างช่วยไม่ได้เลย ฉันมีความสุขมากเกินกว่าที่จะพูดออกไปได้ ลีออนเป็นรักแรกและฉันแน่ใจว่าใจฉันอยากให้เราคงอยู่ตลอดไปในเวลานั้น ฉันไม่สนใจเลยว่าใครจะว่ายังไง เราแค่รักกันราวกับว่าจะไม่มีอะไรสามารถหยุดเราได้

 

เรารักกันราวกับมันมีเพียงแค่เราสองคนบนโลกใบนี้

 

ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไร ริมฝีปากคู่นั้นประทับลงมาบนริมฝีปากฉันอีกครั้ง

 

ฉันรักเธอชะมัดเลย เอสเธอร์ เชอร์เบิร์น นั่นเป็นถ้อยคำที่หวานที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน

 

ฉันก็รักนายที่สุด ฉันมักจะตอบด้วยคำนั้น และฉันรักที่นายอยากวิ่งไล่ตามความฝันของนาย นายไม่รู้หรอกว่าเพลงที่นายแต่งมันดีมากแค่ไหน สัญญากับฉันนะว่าจะไม่ยอมแพ้

 

ไม่มีทางยอมอยู่แล้ว เธอก็รู้

 

ลีออนตอบและเล่นเพลงที่เขาแต่งถึงฉันให้ฟังอีกครั้ง นั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ฉันหลงรักผู้ชายคนนี้เพราะทุกอย่างที่เขาแต่งล้วนแล้วแต่มีความหมาย งดงามและไพเราะ ฉันอาจจะอายุเพียงแค่สิบเจ็ด-สิบแปดในตอนนั้น แต่ฉันรู้ว่าความรักที่ฉันมีคือสิ่งที่ล้ำค่าแค่ไหน

 

ฉันตกหลุมรักจิตวิญญาณนั้นที่ลีออนมีมากกว่าสิ่งใดทั้งนั้น

 

แต่แล้วเขาก็ทิ้งมัน ทิ้งเป้าหมาย ทิ้งทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

 

เขาทิ้งฉัน เพื่อบางอย่างที่ดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

Present,

ปัจจุบัน

 

 

ไม่ยักรู้ว่าเธอชอบผู้ชาย ฉันคิดว่าเธอเป็นเลสเบี้ยนมาโดยตลอด

 

ฉันหรี่ตาลง พิจารณาว่าควรเอาสมุดหรือกระเป๋าฟาดคลอเดียที่เอ่ยคำนั้นหลังฉันมาเล่าให้เธอฟังว่าเจอกับแฟนเก่าในคาเฟ่เมื่อวาน หมายถึง แน่นอนว่าฉันไม่ได้บอกว่าเขาเป็นใครและมีชื่อเสียงมากแค่ไหน แต่เนี่ยนะเหรอถ้อยคำที่เพื่อนฉันกล่าว

 

แค่เพราะฉันไม่คบกับเฟลตเชอร์ ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ชอบผู้ชาย

 

ต่อให้เธอเปลี่ยนใจอยากมาคบกับเขาตอนนี้ ก็ไม่ทันแล้วล่ะฉันว่า คลอเดียหันมองซ้ายขวาก่อนจะกระซิบ เขาไปส่งเบลีย์วันนั้น เธอรู้ไหม

 

มีผู้ช่วยคนไหนของฉันที่หมอนั่นไม่งาบไปหรือไงล่ะ ฉันกระแทกเสียง ถ้าเขาทิ้งเธอและเบลีย์เป็นอย่างแม่คนเก่าอีกนะ ครั้งนี้คนที่จะถูกไล่ออกเห็นทีจะต้องเป็นเขา ไล่ออกจากการเป็นเพื่อนนี่แหละ

 

เธอควรจะเลิกเป็นเพื่อนกับเขาแล้วเป็นมากกว่านั้นตั้งนานแล้วรู้ไหม!”

 

ขอร้อง ต่อให้ฉันเลิกเป็นเพื่อนกับเขา เราก็จะไม่มีวันเป็นมากกว่านั้น เธอไม่เห็นหมอนั่นควงนางแบบสวยๆ รึไง

 

นั่นก็เพราะเธอไม่รับรักเขาสักที

 

พระเจ้า คลอเดีย เฟลตเชอร์ไม่ได้รักฉัน เมื่อไหร่เธอจะเชื่อฉันสักที และฉันว่าเราอยู่เรื่องแฟนเก่าของฉันนะเมื่อกี้ จะวกเขาเรื่องอีตานั่นทำไมนักหนา

 

ก็ฉันชอบเขานี่ ฮิๆ

 

เออดีทุกคนตกหลุมรักเฟลตเชอร์ ฉันน่าจะรู้นานแล้ว

 

แต่แฟนเก่าเธอเหรอ เขาเป็นคนยังไงกัน ในที่สุดคลอเดียก็ตระหนักได้ว่าฉันไม่ได้สนใจเรื่องเฟลตเชอร์เลย แล้วเธอไปคบกับเขาตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้

 

เขาเป็นรักแรก คบกันตอนมัธยมปลาย

 

อย่างนี้นี่เอง เพื่อนสาวพยักหน้า ฉันไม่รู้สิเอส เธอยักไหล่ เอสคือชื่อเล่นของฉัน เราต่างก็มีรักที่ลืมไม่ได้กันทั้งนั้น แต่แล้วไงล่ะ ถ้าเขาไม่ได้กลับเข้ามาในชีวิตเธอ ก็ไม่เห็นต้องเก็บมาคิดเลยจริงไหม

 

ฉันแค่…” ฉันเว้น คลอเดียพูดถูก ลีออนพูดกับฉันแค่คำเดียว ฉันไปเอามันมาใส่ใจทำไมนักหนา “…แค่ไม่ได้เจอเขามานานมากแล้ว ถ้าไม่นับเห็นตามอินเทอร์เน็ตหรือสื่อต่างๆ

 

ชีวิตมันเต็มไปด้วยเรื่องบังเอิญ คลอเดียเช็กสีเล็บของเธออย่างอารมณ์ดี และมันมีเหตุผลที่ทุกคนผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

 

หรือผ่านออกไป ฉันเสริม

 

ถูก เพราะงั้นมันก็แค่บังเอิญเจอแฟนเก่าเท่านั้น มันไม่ใช่ว่าเธอยังรักเขาอยู่หรอกใช่ไหม ตอนนี้เธอสวย สง่า มีหน้าที่การงานดี ฉันพนันได้ว่าผู้ชายที่แสนโง่คนนั้นป่านนี้คงกำลังนึกเสียดายอยู่ เพราะเขาคงไม่ประสบความสำเร็จเทียบเท่าเอสเธอร์ของฉันหรอก

 

ฉันหัวเราะแห้งๆเขาประสบความสำเร็จก่อนฉัน และประสบมากกว่าฉัน

 

สงสัยจังว่าคลอเดียจะต้องอึ้งสักแค่ไหนถ้าเธอรู้ว่าเรากำลังพูดถึงลีออน วิลลาร์ดกันอยู่

 

ก็ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็คงจะดีหรอก ฉันพึมพำเสียงเบาอยู่กับตัวเอง แล้วนั่นก็เป็นตอนที่เบลีย์เดินเข้ามา

 

เอสเธอร์คะ เมซีขอสายคุณน่ะ

 

เมซี ฉันทวนชื่อนั้นพลางขมวดคิ้ว เมซี รีดน่ะเหรอ

 

ใช่แล้ว เธอบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วยค่ะ เบลีย์มีน้ำเสียงที่ฟังดูไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควรนัก อันที่จริง วันนี้เธอดูไม่เป็นตัวเองมาตั้งแต่เช้า ฉันนึกสงสัยถ้ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับเฟลตเชอร์เมื่อวาน โอ้ตายแม่สาวน้อยของฉัน เฟลตเชอร์ล่อลวงเธอไปทำอะไรมากัน

 

แต่ก่อนอื่นเมซีมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันกันล่ะ

 

ขอบใจจ้ะ ฉันรับโทรศัพท์มา แต่ก็อดถามไม่ได้ เธอโอเคนะ?”

 

อ่า ทำไมฉันจะไม่โอเคล่ะคะ ผู้ช่วยของฉันยิ้มแฉ่ง แต่สิ่งที่ผิดปกติคือการหลบตาและท่าทีลุกลี้ลุกลนของเธอ ฉันฉันกลับไปทำงานก่อนนะคะ

 

เยี่ยม เฟลตเชอร์นะเฟลตเชอร์ นายก่อเรื่องอีกแล้วสินะ

 

สวัสดีค่ะ เอสเธอร์ เชอร์เบิร์นพูดสายค่ะ ฉันตัดสินใจเก็บเรื่องเฟลตเชอร์กับเบลีย์เอาไว้ก่อนและกรอกเสียงลงไป แล้วปลายสายก็ตอบกลับมาเสียงใสแทบจะในทันที

 

[เอสเธอร์! สวัสดีค่ะ สบายดีไหม อ๊ะ หวังว่าฉันจะไม่ได้โทรมารบกวนนะ]

 

โอ๊ยได้โปรดรบกวนฉันเถอะ ฉันไม่ได้มีเซเลบโทรมาหาทุกวัน เอ้อ ยกเว้นตอนที่เฟลตเชอร์พยายามจะจีบฉันน่ะ ไม่เลยค่ะ ฉันสบายดี เมซีล่ะ

 

[ฉันก็สบายดีสุดๆ เลย อันที่จริง ที่โทรมาวันนี้ฉันอยากจะถามคุณเรื่องนึงน่ะ]

 

อะไรเหรอ

 

[คืองี้ตั้งแต่ที่กลับมาเมื่อวานฉันก็ดูรูปบางส่วนที่ได้มาซ้ำไปซ้ำมา แล้วก็คิดว่าฉันชอบทุกชุดที่ตัวเองใส่เลย มันแปลกมากเลยเพราะปกติเวลาถ่ายแบบมันจะต้องมีบางชุดที่ฉันไม่ชอบอยู่บ้าง แต่นี่ฉันชอบจริงๆ นะ ชอบสไตล์ของคุณน่ะ ก็เลยสงสัยอยู่ว่าคุณจะรับงานเป็นสไตสิสต์ส่วนตัวหรือ personal shopper บ้างไหม]

 

ฉันเกือบจะทำโทรศัพท์ร่วง! นี่เมซี รีดสนใจงานของฉันถึงขนาดอยากจะจ้างฉันไปเป็นสไตลิสต์ส่วนตัวให้เธอเลยอย่างนั้นเหรอ Oh, my word!

 

รับค่ะ ยินดีรับเลยค่ะ!” ฉันตอบรัวเร็วโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ตารางงานจะยุ่งแค่ไหน ถ้ามันเป็นเมซี รีด ฉันจะเคลียร์งานน้อยใหญ่มาเพื่อเธอ โอ๊ยตายแล้ว นี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย!

 

[อุ๊ยตกลงเลยเหรอคะ ฉันคิดว่าคุณจะคิดดูก่อนซะอีก] เมซีอุทาน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ [ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย อันที่จริงผู้จัดการฉันบอกว่าจะติดต่อมาให้แต่ฉันยืนกรานว่าจะโทรมาเอง ไม่เสียแรงเลยจริงๆ ฮ่ะๆ ขอบคุณมากนะคะ ถ้าอย่างนั้นเรานัดคุยรายละเอียดกันวันหลังได้ไหมคะ พอดีฉันจะต้องไปทำงานต่อน่ะ]

 

ได้เลยค่ะ คุณเอาเบอร์ฉันไว้ก็ได้นะ ฉันพูดแทบจะลิ้นพันกัน เว้นให้เมซีหาอะไรจดก่อนจะบอกเบอร์ตัวเองกับเธอไปและก็กรีดร้องอยู่ในใจอย่างนั้น

 

[โอเค เดี๋ยวฉันจะส่งข้อความไปนะ คุณจะได้มีเบอร์ฉันด้วย ถ้ายังไงไว้คุยกันนะคะ]

 

แล้วเดาสิว่าฉันแทบจะกรีดร้องแค่ไหนหลังจากวางสาย

 

ฉันยกมือขึ้นกุมหัว ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อสุดขีดใส่คลอเดียที่ขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่จะโพล่งออกมา

 

เมซี รีดอยากจ้างฉันเป็นสไตลิสต์ส่วนตัวของเธอ!”

 

“Bullshit!” (ตอแหล!)

 

ไม่! เธอจะจ้างฉันจริงๆ คลอเดีย!” โอ้พระเจ้า ขนาดเอ่ยมันไปแล้วฉันยังไม่อยากจะเชื่ออยู่เลยว่ามันจะเกิดขึ้นจริง มีนางแบบเคยจ้างฉันอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครทำให้ฉันดีใจเท่าเมซี รีดมาก่อนเลย เมซี รีดเลยเชียวนะ!

 

คลอเดียอ้าปากค้าง ปีนี้เป็นปีทองของเธอรึไงกัน ไหนจะได้เจอเอลานอร์ บาร์ริงตัน แล้วนี่อีกล่ะ!” เธอแผดเสียงใส่ฉัน เอลานอร์คือยูทูบเบอร์ที่ฉันชื่นชอบ เรามีโอกาสเจอกันเมื่อเดือนที่แล้วตอนที่ไปงานเปิดตัวหนังสือของคามิลลา โรเบิร์ต ยูทูบเบอร์คนดังอีกคนที่เคยทำงานด้วย ไม่สิ บอกว่าเป็นปีทองไม่ได้หรอก เพราะเธอยังขาดอีกอย่าง

 

ฉันหุบยิ้ม อะไรของเธอ

 

แฟนไงล่ะ แฟน!”

 

ใครต้องการแฟนกันในตอนที่งานไปได้สวยขนาดนี้!”

 

เดี๋ยวหยากไย่ก็เกาะมดลูกหรอก มีเซ็กซ์บ้างดีไหม!”

 

“Oh my God, shut the fuck up!” นี่มันคำแนะนำประเภทไหนกัน คลอเดียจะโดนฉันบีบคอ หรือไม่ก็เตะออกจากห้องทำงานของฉันจริงๆ แน่!

 

เฮอะ ฉันโสดตั้งแต่เลิกกับลีออน ไม่คบกับใครจริงจังเลยแล้วมันผิดตรงไหนกัน ฉันแทบจะนับครั้งที่ตัวเองมีเดตในสามปีนี้ได้ มันไม่เกินปีละสามครั้งด้วยซ้ำ และบางทีมันอาจฟังดูน่าเศร้าสำหรับคนอื่นแต่แล้วไง ฉันก็แค่ไม่รู้ว่าจะทำมันยังไง

 

การเปิดใจให้ใครและหวังว่ามันจะไม่ลงเอยแบบเดิม

 

มันงี่เง่า แต่อย่างน้อยฉันก็เคยใช้ชีวิตอยู่กับเขา แม้จะแค่ปีเดียว แต่เราก็มีความฝัน มีอนาคตและคำสัญญามากมายที่กล่าวกันเอาไว้

 

หัวใจฉันแหลกสลายครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่เก็บของออกมาจากห้องนั้นที่เราเคยอยู่ด้วยกัน ตอนที่ฉันแพ็คของลงลังและเก็บความทรงจำทั้งหมดของเราลงในกล่องกระดาษพวกนั้น

 

บางทีฉันอาจเจอหนุ่มหล่อในทินเดอร์และไปเดตกับเขา แต่ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอสักหน่อย ฉันเชิดหน้าขึ้น ใครจะรู้ ถ้าจนปัญญาจริงๆ ฉันอาจโหลดแอบหาคู่นั่นมาเล่นอีกก็ได้ ฉันมักโหลดมาเพราะเบื่อ แล้วลบทิ้งก็เพราะเบื่อ แล้วก็โหลดมาอีกเพราะเหตุผลเดียวกัน มันสนุกเวลามีคนมาคุยเฟลิร์ตด้วย แต่ทินเดอร์ไม่เคยพาฉันไปไหนได้ไกล ยังไงก็แล้วแต่ ฉันจะออกไปรับชุดสำหรับมะรืนนี้

 

เฮอะ ที่พูดนี่หวังดีหรอกน่า

 

แต่ฉันไม่ตอบ ฉันหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาแทน

 

ก็รู้หรอกว่าหวังดี คลอเดียเป็นเพื่อนสนิทของฉัน แต่ก็ไม่สนิทพอที่ฉันจะเล่าเรื่องลีออนให้เธอฟังได้ ประเด็นของมันคือไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจเธอ แต่เป็นเพราะฉันกลัวเกินกว่าจะนำมันมาพูดอีกฉันกลัวสิ่งที่มันอาจจะทำให้ฉันรู้สึก

 

มีไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนสนิทสมัยมัธยมตอนที่ฉันกับลีออนเรียนด้วยกันที่ไบรตัน

 

แล้วก็เอ่อ เฟลตเชอร์

 

ฉันไปเมากับเขาครั้งหนึ่งและหลุดปากเล่า และแม้เขาจะบ้าบอสักแค่ไหน เฟลตเชอร์ก็ดีมากพอที่จะไม่ขายความลับของฉัน และยังเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างดีจนไม่เอ่ยถึงมันขึ้นมาให้ฉันลำบากใจอีกก็ถ้าไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ใส่ใจมันแล้วลืมไปแล้วน่ะนะ

 

ยังไงก็ตามฉันมีภารกิจให้ไปทำในวันนี้ แล้วมันก็ดึงความสนใจของฉันไปจากเรื่องของลีออนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉันไปรับเสื้อผ้าตามแบรนด์ที่โทรไปแจ้งไว้ จ่ายเงินมัดจำและต่อด้วยร้านเครื่องประดับ เอสเซสเซอร์รีต่างๆ ฉันสนุกกับการเล่นแต่งตัวเกินกว่าที่คนอื่นจะเข้าใจ

 

และหนึ่งวันของฉันก็หมดไปก่อนที่ฉันจะทันสังเกต

 

อืมให้รางวัลตัวเองด้วยกาแฟสักแก้วดีกว่า

 

ฉันเอาของทุกอย่างกลับมาเก็บและลงเอยที่คาเฟ่ร้านเดิมอีกครั้ง ยังมีงานเขียนคอลัมน์ของนิตยสารที่ฉันยังต้องทำให้เสร็จอยู่ ก็เลยกะว่าจะมาเปลี่ยนบรรยากาศทำในคาเฟ่สักหน่อย

 

แต่โอ้ผู้ชายที่นั่งอยู่บนโต๊ะนั่นจะหล่อไปไหมนะ

 

แล้วฉันก็ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นเท่าไหร่หรอก ที่เลือกมานั่งโต๊ะข้างๆ เขาเพื่อจ้องหน้าเขาตรงๆ อย่างนี้

 

ก็แบบว่าฉันอาจจะฝังใจเรื่องแฟนเก่า แต่นั่นไม่ได้แปลว่าฉันจะไม่เอ็นจอยกับการนั่งทำงานและมองหน้าคนหล่อไปด้วย ฉันคงไม่ใช่มนุษย์ถ้าฉันเป็นอย่างนั้น

 

Shit…ฉันหวังว่าคลอเดียหรือเบลีย์จะเห็นสิ่งที่ฉันเห็นอยู่นี่จริงๆ ฉันเท้าคางมองหน้าเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่วินาทีนั้นฉันสาบานผู้ชายเจ้าของเรือนผมสีช็อกโกแลตคนนี้น่ามองมากจริงๆ เขานั่งอยู่หน้า Macbook ของเขา อาจจะกำลังทำงานเหมือนฉัน (ที่ไม่ได้ทำงานแล้วก็เพราะเขา) มีแก้วเซรามิคแก้วหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะนั้นข้างสมุดเล่มหนึ่ง เขาสวมจัมเปอร์สีฟ้าที่ถลกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย มือหนายกขึ้นเสยเรือนผมหนาสุขภาพดีที่ฉันนึกอยากลองสอดมือเขาไปสัมผัสดูบ้างฉันหวังอยากจะเห็นดวงตาของเขาชัดๆ เพราะตอนนี้ฉันเริ่มจินตนาการแล้วว่ามันอาจจะงดงามเพียงใด ไหนจะจมูกโด่งสันและริมฝีปากสีธรรมชาติที่เขาเพิ่งจะเลียคราบกาแฟที่เพิ่งดื่มนั่นล่ะ

 

โอ้ ฉันอาสาเลียให้ด้วยริมฝีปากฉันได้ไหม พ่อคนหล่อ

 

“…”

 

อุ๊บส์ทันใดนั้นก็เหมือนเขาจะรู้ จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้น และเกิดอะไรขึ้นล่ะหลังจากนั้น สายตาของเราก็ประสานกันน่ะสิ ลืมเรื่องสปาร์กหรือการเล่นเกมจ้องตากันไปได้เลย ฉันอาจจะชอบมองหนุ่มหล่อ แต่เฟลิร์ตไม่เป็น ฉันรีบหลบสายตาและแสร้งทำเป็นทำงาน

 

ทำงาน เอสเธอร์ ทำงาน!

 

หลายนาทีผ่านไปที่ฉันตั้งใจทำงานยิ่งกว่าตอนตัวเองอยู่ในสตูดิโอ ฉันก็ลอบมองหน้าเขาอีกครั้ง หากแต่ผู้ชายคนนั้นกลับยังจ้องหน้าฉันอยู่ เขาขมวดคิ้วเหมือนมีบางอย่างอยู่ในหัวเฮือก ฉันหลบตาแทบไม่ทัน

 

ตายแล้ว ทำไมเขายังมองอยู่ล่ะ ไม่ใช่มองด้วยดวงตาหยาดเยิ้มเหมือนที่ฉันมองเขานะ แต่มองเหมือนสงสัยอะไรอย่างนั้น เกิดอะไรขึ้น เขาไม่พอใจที่ฉันมองเขาเหรอ หรือหรือว่าเขามองคนข้างหลังฉัน ฉันหันกลับไปมองโต๊ะด้านหลัง แต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็นั่งหันหลังชนกับฉัน เท่ากับว่าเธอหันหลังให้เขาด้วย เขาไม่ได้มองเธอแน่ๆ

 

โอ้นั่นคงไม่ใช่สายตาที่บอกว่าสนใจกันของคนหล่อหรอกนะ ไม่มีทางใช่ไหม

 

แต่ผิดคาดจู่ๆ เขาก็พับหน้าจอแมคบุคของเขาลง ถือมันมาด้วยตอนที่เขาลุกขึ้นและเอ้อ หยุดลงที่โต๊ะของฉัน

 

โทษนะครับ เขาเอ่ย ฉันแทบหยุดหายใจ เวรแล้วยิ่งดูใกล้ๆ ยิ่งโคตรหล่อ ได้โปรดขอเบอร์ฉันเลยเถอะ ไม่อย่างนั้นฉันจะขอเบอร์เขาเองเดี๋ยวนี้

 

 

 

 







คะว่าไงคะ?”

 

แล้วสุดหล่อก็ขมวดคิ้วเข้มๆ ของเขาอีก ราวกับเขาเริ่มไม่แน่ใจ ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกว่ามันคุ้นตาแปลกๆฉันเคยเห็นใบหน้าแบบนี้ที่ไหนนะ

 

เอสเธอร์ เชอร์เบิร์นรึเปล่า?”

 

วินาทีที่เขาเอ่ยออกมาฉันก็ช็อกมากจนต้องอ้าปากค้าง เพราะฉันนึกออกแล้วว่าเคยเห็นเขาที่ไหน

 

มาร์คัส!?” ฉันลุกขึ้นยืน ยกสองมือปิดปากด้วยความตกใจ ต้องไล่สายตาลงมองเขาหัวจรดเท้าและกวาดตาดูใบหน้าหล่อเหลานั่นชัดๆ โอ้ไม่! นี่มาร์คัส เทอร์เรลล์จริงๆ ด้วย! นี่มันเพื่อนสนิทตอนมัธยมของฉัน ไม่นะ! เขาไปทำบ้าอะไรมาถึงได้ฮอตปรอทแตกขนาดนี้!

 

พระเจ้า เอสเธอร์จริงๆ สินะ

 

ได้ไง!?” ฉันทึ่งสุดขีด คงจะแหกปากลั่นร้านแน่ๆ ถ้าไม่ได้มีสติพอจะเบาเสียงตัวเองอยู่บ้าง แต่การกรี๊ดเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำจริงๆ ในเวลานี้ ฉันขาดการติดต่อกับเพื่อนมัธยมไปเยอะมาก แต่นี่เป็นหนึ่งในคนที่ฉันไม่ควรจะขาดการติดต่อด้วยมากที่สุด!

 

เอ่อฉันยังมีชีวิตอยู่นี่ แล้วโลกมันก็กลม ต้องบังเอิญมาเจอเธอได้สิ

 

โอเค มาร์คัส นั่นนายจริงๆ ฉันร้องแล้วรีบโผเข้ากอดเขา การเลิกคิ้วกับคำพูดกวนๆ อย่างนั้นไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้แน่ ฉันไม่อยากจะเชื่อ! ผู้ชายที่ฉันนั่งสปายอยู่ตั้งนานและคิดอยากจะอาสาเช็ดริมฝีปากให้ด้วยริมฝีปากตัวเองเป็นเขาเรอะ!

 

ฉันจะเป็นลม

 

ใครจะไปรู้เล่าว่าเด็กผู้ชายผอมๆ ที่เคยมีทรงผมยาวทิ่มลูกตา แต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์หลุดๆ กับจัมเปอร์และแจ็กเก็ตตัวเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาจะกลายมาเป็นหนุ่มฮอตที่ดูอู้ว ทั้งหล่อและล่ำ (ฉันสัมผัสได้ชัดเจนเลยตอนที่กอดกับเขา) ฉันสำรวจความเปลี่ยนไปของมาร์คัสเหมือนที่เขาสำรวจฉัน ให้ตายทำไมเขาไม่ออกกำลังกายและแต่งตัวให้มันดีขนาดนี้กับตัดผมทรงนี้ตั้งแต่แรกนะ ฉันสาบานว่าเขาจะต้องฮอตกว่าลีออนในตอนนั้นเสียอีก

 

พระเจ้าพระเจ้าจริงๆ นะ

 

แต่ทำเป็นว่าไป สมัยวัยรุ่นฉันก็ไม่ได้ว่าจะแต่งตัวเป็นสักเท่าไหร่ ผมนี่ยังตัดทรงอีโมอยู่เลยล่ะมั้ง และอาจจะมิกซ์แอนด์แมตช์ด้วยเสื้อผ้าชิ้นที่ไม่เข้ากันสักเท่าไหร่ บางทีอาจใส่ต่างหูห่วงใหญ่ๆ มาภาวนากันเถอะว่ามาร์คัสจะไม่มีรูปมัธยมปลายของฉันอยู่

 

เธอดูสวยขึ้นแฮะ

 

นั่นนายล้อเล่นใช่ไหม ฉันวางมือบนแก้มของเขาและดึงมัน มาร์คัสร้อง เฮ้ ทันที โทษที ทำศัลยกรรมมาไหมนะ อยากรู้จัง

 

ยัยบ้านี่!” เขาปัดมือฉันออก จู่ๆ ฉันก็ตกใจที่ฉันกล้าดึงแก้มเขาทั้งๆ ที่เราไม่ได้คุยกันเลยตลอดเวลาสามปีกว่า หมายถึง ฉันรู้ว่าเขาอยู่ลอนดอนจากการเห็นเรื่องราวของเขาในโซเชียลมีเดียบ้าง แต่ฉันไม่รู้เลยว่ามาร์คัสทำอะไร เป็นยังไงบ้าง ร่างสูงนั่งลงตรงข้ามฉัน เหลือเชื่อเลยนะ เจอกันครั้งแรกในรอบสามปีกว่าแล้วเธอก็ถามฉันว่าทำศัลยกรรมมาหรือเปล่าเป็นคำถามแรกเนี่ยนะ

 

ก็นายหล่อมาก!” ฉันทำตาโต มาร์คัสหรี่ตาลงมองหน้าฉัน ฉันเกือบจะเข้าไปขอเบอร์แล้วรู้ไหม!”

 

เธอนี่มันเอ๋อเหมือนเดิมจริงๆ…” คนตรงหน้าฉันถอนหายใจ เขาส่ายหัว แล้วแก้มก็แดงขึ้นนิดหน่อยนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันชะงัก ตายล่ะ ฉันเพิ่งจะชมเขาว่าหล่อ แถมยังยอมรับอย่างเต็มปากเต็มคำว่าอยากได้เบอร์เขาอีก

 

นี่ไม่ใช่ตอนมัธยมปลายนะ เธอกล้าพูดอย่างนั้นได้ไงเอสเธอร์

 

อ่า โทษที ฉันแค่ตกใจน่ะ…”

 

มาร์คัสยกมือขึ้นเกาหัว ส่วนฉันรู้สึกประหม่าแต่ก็ไม่อาจละสายตาจากใบหน้านั้นได้เลย ฉันอยากจะนั่งมองหน้าเขาทั้งวันเพื่อตระหนักว่าตัวเองพลาดอะไรไปแล้วตอนมัธยมปลาย นี่เธอเป็นแค่เพื่อนกับผู้ชายคนนี้ได้ยังไงเนี่ยเชอร์เบิร์น เวรเอ๊ย อย่าได้ประมาทหนุ่มผอมแห้งตอนมัธยมปลายนะฉันขอบอกคุณไว้ตรงนี้เลย

 

เฮ้ โฟกัสหน่อย ฉันหล่อขนาดนั้นเลยรึไง มาร์คัสดีดนิ้วตรงหน้า แต่ฉันก็ครางรับอย่างเพ้อๆ

 

ใช่ ฉันเริ่มเสียใจแล้วล่ะที่ไม่ได้จีบนายตอนนั้น…”

 

“God, เธอกำลังทำให้ฉันเขินนะ แล้วเธอต่างหากคนที่มีแฟนอยู่แล้วในตอนนั้น ไม่ใช่ฉัน

 

นั่นแหละ ฉันเลยตื่นจากภวังค์

 

แต่เอ่อคำพูดนั้นหมายความว่ายังไงนะ มาร์คัสจะบอกว่าถ้าฉันไม่ได้มีแฟนอยู่ก่อน เขาอาจจะจีบฉันก็ได้เหรอ ตอนนั้นเราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ

 

อ่าพูดจาอะไรให้มันเหมือนเพื่อนเก่าที่กลับมาเจอกันหน่อยดีกว่า นายเป็นยังไงบ้าง

 

สบายดี ฉันทำงานเป็นนักออกแบบภายในอยู่นะตอนนี้ เท่ใช่ไหม

 

ฉันอ้าปากค้าง หล่อแล้วยังมากความสามารถอีกเหรอ ฉันเอาตาไปไว้ที่ไหนมา! สุดยอดเลย ฉันไม่ได้คิดว่านายจะมาทางนี้นะบอกตามตรง

 

ฉันก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน เขายักไหล่ เธอล่ะ ทำงานอะไรอยู่

 

เป็นสไตลิสต์น่ะ ฉันบอกแล้วก็รู้สึกภูมิใจขึ้นมาเหมือนกัน นายจะไม่เชื่อเลยล่ะ ฉันไปร่วมงานแฟชั่นมากมาย เขียนคอลัมน์ให้นิตยสาร แล้วก็ทำงานกับพวกนางแบบ-นายแบบดังๆ ด้วย

 

ฟังดูเจ๋งดีนี่ แปลกแฮะคนที่ตอนมัธยมแต่งตัวเพี้ยนๆ อย่างเธอน่ะมาเอาดีด้านนี้ได้ด้วยแฮะ

 

มาร์คัส!”

 

ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะ ล้อเล่น เขาระเบิดหัวเราะ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยเราสองคนมานั่งจ้องหน้ากันอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน แถมมันยังราวกับว่านอกจากภายนอกของเราแล้วไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนไปเลยอีก นี่มันเกิดขึ้นยังไงกัน...ฉันสบตากับมาร์คัสและเขาก็สบตากับฉัน

 

มีเหตุผลที่ทุกคนผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

 

และมันคงจะมีเหตุผลที่ทุกคนกลับมาเช่นกัน

 

ฉันขาดการติดต่อจากนายได้ยังไงนะ…” ฉันเอ่ยถามคำถามนั้นกับตัวเอง มากกว่าจะถามกับมาร์คัสฉันจำช่วงเวลาเหล่านั้นที่ใช้ร่วมกับเขาได้ หลายคนบอกว่าผู้หญิงกับผู้ชายเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ได้เพราะไม่ช้าก็เร็วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องรู้สึกมากกว่า แต่ประโยคนั้นใช้ไม่ได้กับเราเราตัวติดกัน ไปด้วยกันทุกที่

 

มาร์คัสเป็นทั้งอิทธิพลที่ดีและไม่ดีกับฉัน เราลองหลายอย่างในชีวิตเป็นครั้งแรกด้วยกัน หัดขับรถ โดดเรียน แอบหนีเที่ยว ลองดื่มเหล้า สูบบุหรี่หรือกัญชา อะไรก็ตามที่ไม่ดีแต่เราคิดว่ามันเท่ในตอนนั้น ฉันลองทุกอย่างมาหมดกับผู้ชายคนนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราเอาแต่เที่ยวเล่นฉันกับมาร์คัสทำโปรเจ็กต์เกือบจะทุกอย่างร่วมกัน เรายังอ่านหนังสือสอบ ไปรับบริจาคเงินสำหรับกิจกรรมอาสา ไปทำงานในโบสถ์

 

ฉันรู้จักเขาก่อนจะรู้จักกับลีออนด้วยซ้ำ อันที่จริง เขาคือคนนั้นที่แนะนำให้ฉันรู้จักกับลีออน มันเป็นความทรงจำอันแสนยาวนานที่มีค่าและไม่สามารถหาได้ที่ไหนอีกมันไม่ใช่แค่นั้น เรายังแชร์เรื่องราวต่างๆ ร่วมกัน ทั้งทุกข์และสุข ฉันยังจำได้ว่าเราเคยนั่งอยู่ริมทะเลเกือบทั้งคืนตอนที่ฉันทะเลาะกับแม่และอยากจะหนีออกจากบ้านให้รู้แล้วรู้รอด มาร์คัสคือคนที่อยู่ตรงนั้นกับฉันเสมอ

 

ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าฉันปล่อยให้เขาหายไปได้ยังไง

 

พระเจ้าฉันเกือบจะลืมมันไปหมดแล้ว เกือบจะลืมแล้วจริงๆ

 

“What happened?” ฉันถามกับทั้งตัวเองและเขา เราหยุดติดต่อกันได้ยังไง…”

 

มาร์คัสสบตาฉันครู่หนึ่ง “We grew up and turned into a bunch of idiots.” (เราโตขึ้นและกลายเป็นไอ้งั่ง)

 

ฉันหลุดหัวเราะ เห็นรอยยิ้มของมาร์คัสชัดเจนตอนที่ฉันหยุดหัวเราะลงเรายิ้มให้กัน และในวินาทีนั้น ฉันต้องเอ่ยมันออกไป ฉันคิดถึงนาย…”

 

ฉันไม่คิดถึงเธอเลยสักนิด

 

ฉันย่นจมูก กวนกันอีกแล้ว ก็ได้ ฉันไม่ได้คิดถึงนายเหมือนกัน

 

งั้นเราจบความสัมพันธ์ตรงนี้เลยเถอะ ฉันจะกลับไปนั่งที่เดิม แล้วเธอเดินมาขอเบอร์ฉัน ทำความรู้จักกันใหม่นะ

 

ไอ้บ้า หยุดนะ ฉันยกสองมือขึ้นปิดหน้า อย่ามาเฟลิร์ตกับฉันนะอีตาบ้านี่

 

ฮ่ะๆ ฉันก็อยากจะอยู่คุยกับเธออยู่หรอกนะ แต่ฉันมีที่ที่ต้องไปหลังจากนี้ มาร์คัสยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ไม่นะ ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันเลย ฉันอยากจะโพล่งออกไปแบบนั้นแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการดีแค่ไหน ถึงยังไงเราก็เพิ่งกลับมาเจอกัน ฉันยอมรับว่ามันมีบางส่วนที่ฉุดรั้งฉันเอาไว้ไม่ให้กล้าเป็นตัวเองทั้งหมดอยู่ ฉันยังเกรงใจและกังวลสิ่งที่มาร์คัสจะคิด

 

งั้นนายไปเถอะ เดี๋ยวไว้ค่อยทักไปคุยกันในเฟสบุคก็ได้

 

อืม…” มาร์คัสตอบรับ หากแต่เขาก็มองหน้าฉันราวกับมีบางอย่างที่อยากจะพูดที่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ได้พูด ร่างสูงลุกขึ้นยืน ฉันลุกตามและเพิ่งสังเกตเอาตอนนี้เองว่าเขาสูงขึ้นมากแค่ไหน มาร์คัสสวมกอดฉันอีกครั้ง “…ดีใจที่ได้เจอเธอนะ

 

ฉันก็ดีใจที่ได้เจอนาย

 

และเราก็ไม่รู้จะพูดอะไรกันต่อ มาร์คัสยิ้มและเดินกลับไปเก็บของที่โต๊ะเดิมของเขา ฉันโบกมือให้เมื่อเขาเดินผ่านโต๊ะของฉันออกไป ได้ยินเสียงกระดิ่งดังแล้วก็อยากจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก

 

เพิ่งจะได้เจอกัน ฉันหวังว่าเราจะได้คุยกันมากกว่านี้ซะอีก

 

ลองถ้าเป็นแบบนี้ เราก็จะไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันในเฟสบุค อย่างดีคงแค่ถามไถ่ทั่วไป แล้วก็ลงอีหรอบเดิมคงขาดการติดต่อกันอย่างเก่าเพราะเราไม่รู้จะคุยอะไรกันดี ถ้าไม่ได้เจอหน้ากันมันก็ไม่มีวันเหมือนเดิมหรอก

 

เฮ้อ

 

ฉันตัดสินใจว่าจะเริ่มทำงาน (อย่างจริงจังสักที) จริงๆ จนได้ แล้วนั่นก็เป็นตอนที่เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง ฉันไม่ได้หันมองกลับไป ไม่ได้สนใจอะไรเลยจนกระทั่งมาร์คัสเดินกลับมายืนอยู่ตรงหน้าฉันอีกครั้ง

 

“…” ฉันพูดอะไรไม่ออก

 

ฉันต้องบ้าแน่ถ้าจะปล่อยให้มันลงเอยอย่างเดิมอีก เขาบอกอย่างไม่ชอบใจนัก ก่อนยื่นไอโฟนมาให้ ฉันจะไม่ขาดการติดต่อจากเธออีกนะ เอสเธอร์ ไม่มีวัน เพราะงั้นเปลี่ยนเป็นฉันขอเบอร์เธอแทนแล้วกัน

 

ช่วยไม่ได้เลยที่ฉันจะต้องยิ้ม ฉันยังคงสบตากับมาร์คัสอยู่ตอนที่รับไอโฟนของเขา นายเองก็แอบอยากมาขอเบอร์ฉันตั้งแต่แรกตอนที่ยังจำไม่ได้ว่าฉันเป็นใครแล้วล่ะสิ

 

มาร์คัสยิ้มตอบ เขาโน้มตัวลงมาใกล้ แล้วมันก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ฉันกำลังมีลมหายใจที่ติดขัดกับผู้ชายคนนี้จริงๆ ไม่มีทาง เอสเธอร์

 

ฉันชักไม่อยากกลับไปติดต่อกับนายแล้วแหละ ฉันว่านะ

 

ฮ่าๆ คิดถึงตอนที่ฉันป่วนชีวิตเธอแล้วล่ะสิ

 

ไม่คิดถึงแล้ว!”

 

แต่ฉันคิดถึงเธอนะ

 

“…!”

 

ฉันชะงักกึก ชักสีหน้าใส่ ไหนเมื่อกี้ว่าไม่คิดถึงไง แต่แน่ล่ะมาร์คัสแลบลิ้น ฉันกัดริมฝีปากเพราะท่าทางนั้นมันชักจะน่ามองเกินไปแล้ว มาร์คัสทั้งหล่อเหลาและมีเสน่ห์ขนาดนี้ได้ยังไงกัน

 

ไปดีกว่า มาร์คัสลูบผมฉันเบาๆ เมื่อฉันส่งไอโฟนคืนให้ แล้วเชื่อเถอะ ตอนนี้เขาทำให้ผู้หญิงทุกคนหวั่นไหวได้สบายกับรอยยิ้มนั่นและสัมผัสนิดเดียวของเขา ฉันเพี้ยนจริงๆ ที่มาหวั่นไหวอะไรกับเขาในตอนนี้ ไว้จะโทรไปหา

 

ถ้านายไม่โทรมา ฉันจะเอารูปเก่าๆ ของนายไปโพสให้ทั่ววอลล์เฟสบุคเลยคอยดู

 

ฉันควรจะบล็อกเฟสเธอไว้แต่เนิ่นๆ สินะ มาร์คัสถอนหายใจ ไม่ต้องขู่ฉันก็จะโทร เอสเธอร์

 

“…”

 

ฉันคิดถึงเธอ ครั้งนี้ฉันพูดความจริง

 

ฉันทำแก้มป่อง จู่ๆ ก็ตอบไม่ถูก ฉันงงและรู้สึกอายที่หวั่นไหวกับมาร์คัสขึ้นมาซะเฉยๆ มันต้องเป็นเพราะตอนนี้เขาหล่อมากแน่ๆหรือเพราะฉันแอบปิ๊งเขาตั้งแต่ก่อนจะจำได้ว่าเขาเป็นใคร ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น

 

รู้แค่มาร์คัสยิ้มกว้างมาก เขาลูบผมฉันอีกครั้งก่อนจะออกจากร้านไป

 

และนี่ นี่ต่างหากที่ทำให้ฉันไม่เป็นอันทำงานของจริง

 

 

 

 

 

Taylor Swift – Begin Again

 

 


FernniZ’s 2nd Talk : 01.10.17

          สวัสดีเดือนตุลาคม!

            และแล้ววววในที่สุดมาร์คัสก็ได้ออกมาซะที ฮ่าๆ กำลังคิดอยู่ว่ารีดเดอร์จะสงสัยไหมนะว่าเอ๊ะ ใครพระเอกกันแน่ มาร์คัสหรือลีออน ชื่อเรื่อง Same Old Love Song นี่มันยังไงกันแน่ หมายถึงใครกันว่า และถ้ามีคำว่า Song นี่จะใช่ลีออนไหมนะ แต่ที่หน้าบทความก็เป็นชื่อมาร์คัสเอ๊ะ เอ๊ะ ก็ไม่รู้สิ ฮ่าๆๆ มันยังมีอีกหลายห้องแห่งความลับที่รอทุกคนมาเปิดอยู่นะจ๊ะ อิอิ

            เอ้า จะเลือกเป็นแฟนคลับใครก่อนดี มาร์คัสหรือลีออนคะ?

          อย่าลืมเมนท์นะ เมนท์น้อยจุงเลยยยยย



FernniZ’s 1st Talk : 28.09.17

          ค้างแต่ก็ต้องตัดตรงนี้ ฮ่าๆ ขอโทษด้วยจริงๆ :)

          สุดหล่อคนใหม่เป็นใครกันนะ? ฮ่ะๆ กระแสตอบรับเรื่องนี้ดีกว่าที่คิดไว้แฮะ ทีแรกเฟิร์นคิดว่ารีดเดอร์จะเบื่อสไตล์นี้ซะอีก แต่รีดเดอร์กลับบอกว่าชอบกันเพราะจะอินมากเป็นพิเศษ (หัวเราะ) แต่ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ มันเป็นรักเก่าก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่า 4 เรื่องในเซ็ท Same Old Love นี้จะมีแต่แฟนเก่ากลับมาเจอกันนะ มันไม่ใช่ซะทีเดียวหรอก แต่เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆ จะพอรู้เอง :)

            ค้างไหมคะ อยากรู้ยังหนุ่มหล่อคือใคร เมนท์ด้วยนะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #730 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 09:37

    ฟินนน ฉันคิดถึงเธอ
    #730
    0
  2. #702 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:41
    omggg น่ารักเว่อร์ คิดถึงเพื่อนเก่าขึ้นมาเลยย บางคนแบบเคยอ้วนตุ๊ ตอนนี้หล่อลากมาก เสียดายค่ะ 5555555
    #702
    0
  3. #328 คนบ๋วย (@08310) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 08:09
    55555อ่านแล้วรู้สึกถึงชีวิตวัยรุ่นของเด็กเมกาอ่ะ เราติดซีรีย์วัยรุ่นของเมกามากกกกกกกกกกกกกก เหมือนกับว่ากำลังดูซีรีย์เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #328
    0
  4. #164 maylodyza (@maylodylovely) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 07:25
    โอเค ยอม ทีมมาร์คัสเลยจ้าาา
    #164
    0
  5. #107 Baiteay Taiyaithiang (@baiteaynaka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 07:36
    น่ารักกกกก
    #107
    0
  6. #102 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 18:01
    น่ารักจริงไรจริง^^
    #102
    0
  7. #72 Snoopy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 09:43
    ทีมมาร์คัสค่ะ :)
    #72
    0
  8. #71 Snoopy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 09:43
    ทีมมาร์คัสค่ะ :)
    #71
    0
  9. #55 daydreamdrayyyy (@nongnunummun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 07:55
    ทีมมาร์คัสรายงานตัวครับโผมมมม
    #55
    0
  10. #54 mickerpanni425 (@mickerpanni425) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 21:35
    มาร์คัสค่ะโอ้ยยยยย เป็นแฟนคลับShawn อยู่แล้วกร๊าวใจมากค่ะ!
    #54
    0
  11. #53 honey2207 (@honey2207) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 15:45
    บ้าจริงฉันเขิน
    #53
    0
  12. #52 TaengSicShidae (@paniiit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 11:26
    ตอนนี้ชอบมาร์คัสค่ะ แต่ยังหรอกยังไม่เชียร์คนนี้ ขอรู้จักลีออนมากกว่านี้ก่อนละกันนะคะ ฮ่าๆ
    #52
    0
  13. #51 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 02:21
    ต้องมาร์คัสสิ!!!!!!!!! โอ้ยยยชอบอ่ะ น่าร้ากกกกกกกก มีมาขอบงขอเบอร์ 5555555
    #51
    0
  14. #50 ABITOFSOM (@JS_jslove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 23:55
    จะเอาคนนี้ ฮือออ น่ารักมากเลยยยย
    #50
    0
  15. #49 SkYPeLoVeR (@skype-lover) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 23:41
    ฮือออ มาร์คัสน่ารักมากกกก มีความพระเอกสูง อยากได้สุดๆ555555
    #49
    0
  16. #48 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 23:09
    แค่อ่านยังเขินมาร์คัสเลยยิ้มจนแก้มจะแตกแล้วเนี้ย โอ๊ยยยมาร์คัสดีต่อใจจจ
    #48
    0
  17. #47 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 22:40
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ
    #47
    0
  18. #46 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 22:31
    มาร์คัสแน่นอน! น่ารักจังเลยทุกบทสนทนา555555
    #46
    0
  19. #45 mrnamphon (@mrnamphon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 22:01
    มาร์คัสๆๆๆ
    #45
    0
  20. #44 Mydear :) (@mydeareezzz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:49
    มาร์คัสๆๆๆๆๆ มาร์คัสทั้งใจค่ะฮือ <3
    #44
    0
  21. #43 Micky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:44
    หลงรักนิยายเรื่องนี้จัง <3 5555555 เขินแบบบอกไม่ถูก

    เหมือนพาเราย้อนไปในอดีตตัวเองด้วย 55555
    #43
    0
  22. #42 ลัก_ยิ้ม (@mukmukii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:30
    ขอเก็บไว้ทั้งสองคนนนน
    #42
    0
  23. #41 sepxtember (@diamond-blaze) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:17
    มาร์คัสน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบค่ะ ชอบมาก ไม่นอกใจเลย อิอิ
    #41
    0
  24. #40 Koi-Sama (@manatsawan44187) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:04
    ชอบบบบบบบบบบ
    อิมเมจเป็นชอว์นด้วยย
    เชียร์มาคัส 555
    #40
    0
  25. #39 Petite pyper (@ma-po-rang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 20:30
    ชูป้ายไฟมาร์คัสอย่างไม่ต้องสงสัย ชอบความขี้เล่นและละมุน งืออออ น่าร๊ากหกก
    #39
    0