ตอนที่ 11 : CH.10 - All I want to do is being with you (ติดตามต่อในเล่ม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 พ.ค. 61


 หมายเหตุ : นิยายเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์แล้ว (หนังสือทำมือ) เฟิร์นต้องทำการลบเนื้อหานิยายบางส่วนออก จากตอนนี้สามารถติดตามต่อได้ในรูปแบบรูปเล่ม หรือ E-Book เท่านั้นนะคะ

 

 สั่งซื้อนิยาย :

http://fernniz.lnwshop.com/category/1/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD

 

 E-Books :

https://www.mebmarket.com/?action=BookSearchResults&type=author&search=FernniZ&exact_keyword=1





10

All I want to do is being with you

ฉันอยากอยู่แต่กับเธอ

 

 

[Marcus’s Part]

 

 

[You know what, mate?] (รู้อะไรไหม เพื่อน) เฟลตเชอร์บ่นอะไรอยู่ปลายสายที่ผมไม่ได้สนใจมาสักพัก การคุยโทรศัพท์กับมันไม่ค่อยจะมีสาระสักครั้งอยู่แล้ว ส่วนมากก็ชวนไปดื่ม ดูบอล หรือไม่ก็เรื่องผู้หญิง [I genuinely fucking hate you right now.] (ฉันโคตรของโคตรเกลียดขี้หน้านายชิบเป๋งเลยตอนนี้)

 

ผมขมวดคิ้ว ก่อนจะระเบิดหัวเราะเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามันหมายถึงอะไร

 

เสียใจด้วย เอสเธอร์เป็นของฉันว่ะเพื่อน

 

[ไอ้ชั่วเอ๊ย! แกรู้ไหมว่าฉันเล็งก้นงามๆ นั่นมากี่ปี แกแม่งกลับมาเจอเธอนานเท่าไหร่นะ อ๋อ เดือนกว่าๆ!]

 

อู้ว ไม่อยากจะพูดให้อิจฉา แต่คนเดียวที่ได้สัมผัสตอนนี้คือฉันว่ะ เสียใจด้วยจริงๆ ผมข่ม และค่อนข้างจะภาคภูมิใจ ถ้านี่ไม่ใช่ไอ้เฟลตเชอร์ ผมคงไม่มีทางมานั่งหัวเราะตอนที่มันพูดจาลามกถึงแฟนแน่ๆ และจะดีมากถ้าแกเลิกทำรุ่มร่ามกับเอส

 

[แกก็รู้ว่ามันไม่มีอะไร] มันบอกเสียงเซ็ง แล้วสักพักก็เจ้าเล่ห์อีก [และฉันก็มีคนอื่นแล้ว]

 

ก็แน่ล่ะหน้าอย่างมันน่ะ ผมส่ายหัว เอสเธอร์ยังไม่รู้ใช่ไหมว่าแกฟันผู้ช่วยของเธออยู่

 

[เฮ้ย ไอ้นี่ พูดให้มันดีสิวะ ไม่เรียกว่าฟันนะถ้าเรายังเจอกันอยู่ทุกวันนี้]

 

ไม่ต้องมาพูดจาให้หรูหรา แฟนฉันเล็งหัวแกอยู่ ระวังให้ดีนะโว้ย

 

[โด่ รู้แล้วล่ะน่า แล้วทางนั้นล่ะว่าไง]

 

อะไรว่าไง ผมสวมจัมเปอร์ขณะแหกปากคุยกับเพื่อนผ่านสปีกเกอร์ ยกมือขึ้นเสยผม

 

[ก็แม่แฟนตัวแสบของแกน่ะ เผด็จศึกไปรึยัง]

 

ผมบอกแล้วว่าคุยกับมันไม่ได้สาระอะไรมากไปกว่านี้หรอก แกรู้นะว่าฉันกับเอสเคยเป็นเพื่อนกันมานานมาก เราไม่อยากไปเร็วเกินไป

 

[ด้วยความเคารพอย่างสูงนะเพื่อน ถ้าฉันเป็นแก ต่อให้เป็นเพื่อนกันมานานก็เหอะ หุ่นอย่างนั้นฉันไม่ปล่อยให้รอดตั้งแต่คืนแรกแล้ว]

 

อย่างที่แกทำกับเบลีย์น่ะเหรอ ผมหัวเราะหึ ถ้าจะพูดกันตามตรงฉันก็ไม่ได้อยากให้รอดหรอกนะ ยอมรับว่าแม่งห้ามใจโคตรยาก แต่ไม่รู้ว่ะครั้งนี้ฉันอยากค่อยเป็นค่อยไปจริงๆ

 

[โว้ว ไอ้มาร์คัสเอาจริงโว้ย]

 

แกก็ควรจะหัดเป็นอย่างฉันบ้างนะจริงๆ แล้ว ผมส่ายหัว และก็ควรจะไสหัวไปทำอะไรที่นายแบบเขาควรไปทำกันได้แล้ว ฉันจะออกไปหาเอสเธอร์

 

[เออ ก็งี้แหละ ได้หญิงแล้วลืมเพื่อน ก็เข้าใจอ่ะนะ]

 

แกเคยโทรหาฉันไหมเวลามีหญิง ผมอยากจะยื่นเท้าไปถีบหน้ามันถ้าทำได้ อย่ามาพูดมาก ไปไหนก็ไปไป

 

[เฮอะ ไปก็ได้วะ]

 

เออ แค่นี้

 

[เดี๋ยว ไอ้มาร์คัส…]

 

อะไรอีกล่ะ ผมถามอย่างรำคาญ

 

[ฉันเป็นเพื่อนกับทั้งแกและเอส มันอาจดูไม่เหมือนว่าฉันเอาใจใส่พวกแกเวลาที่ฉันพูดจาเรื่อยเปื่อยอย่างนี้แต่อย่าทำเอสเธอร์เสียใจนะเว้ย ต่อให้เป็นแกฉันก็จะโคตรโกรธ บอกไว้ก่อน]

 

แล้วถ้าเอสทำฉันเสียใจแกจะโกรธเธอไหม

 

[ฉันก็จะรอเสียบแทนแกน่ะสิ] ว่าแล้วมันก็หัวเราะลั่น ไอ้เวรนี่ [ฮ่าๆๆ ล้อเล่นเว้ย เออนั่นแหละ ฉันดีใจด้วย ดูแลกันดีๆ ล่ะ]

 

ฉันน่ะดูแลเอสเธอร์ดีแน่ ไอ้ที่น่าห่วงมากกว่าคือทางแกต่างหาก ผมหมายถึงมันกับเบลีย์ที่เริ่มต้นกันแบบที่ผมเดาตอนต่อไปไม่ถูกเลย แต่จะยังไงก็แล้วแต่ ผมรู้ว่าเฟลตเชอร์หวังดี เอาเถอะ มีอะไรก็บอกแล้วกัน

 

[เออน่าแกจะไปหาหวานใจฉันก็ไป ฝากความคิดถึงไปด้วยล่ะ]

 

พูดให้ถูกโว้ย หวานใจฉัน!”

 

[อ้อใช่ หวานใจแก ฮ่าๆ ขอให้มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นนะคืนนี้ เป็นกำลังใจให้]

 

“Fuck off.” ผมด่า แต่ก็ต้องหลุดหัวเราะจนได้ ให้ตายสิ

 

แต่เฟลตเชอร์มันพูดอย่างนั้น เพราะมันรู้ว่าสุดสัปดาห์นี้ผมจะไปอยู่กับเอสเธอร์เอ้อ แต่อันที่จริงก็ไปทุกสุดสัปดาห์ หรือไม่เธอก็มาค้างกับผม หมู่นี้เอสเธอร์หมกมุ่นกับการหาไอเดียแต่งห้องใหม่ใน Pinterest มาก เซฟไว้ซะเต็ม แล้วใครล่ะที่จะมีประโยชน์ที่สุดในการเนรมิตห้องของเธอใหม่ถ้าไม่ใช่ผม

 

เราจะไปซื้อเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นใหม่ และโยกย้ายตำแหน่งบางส่วน เอสเธอร์อยากเปลี่ยนแนวบ้างเพื่อไม่ให้ซ้ำซากจำเจ ผมรู้จักเอสเธอร์ดีเวลาที่เธอทำอะไร เธอจะไม่ทำครึ่งๆ กลางๆ แต่จะทำอย่างเอ็กซ์ตรีม คือคิดแล้วต้องได้ทำ และทำให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ

 

นั่นหมายความว่า IKEA ร้านเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลาย และ Garden Centre ที่ใหญ่ที่สุดในลอนดอนคือเป้าหมายของเอสเธอร์ไม่ใช่การอยู่บนเตียงกับผม

 

หรืออาจใช่ ถ้าเธอซื้อเตียงใหม่และอยากจะลองใช้งาน ฮ่าๆ

 

แต่ผมมีความรู้สึกว่าเราอาจจะสลบเหมือดจากการต่อเฟอร์นิเจอร์และขนย้ายมากกว่านะน่ะ

 

ผมถึงแฟล็ตของเอสเธอร์ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที แค่ภาพตอนที่เธอมาเปิดประตูให้ก็ทำให้ผมไม่อยากจะออกไปไหนแล้ว ไม่ใช่แค่เพราะอยากจะพาใบหน้าสวยกับหุ่นเซ็กซี่นั่นไปที่เตียง แต่เพราะผมโคตรหวงและไม่อยากให้ใครเห็นเธอแบบนี้เลย

 

มัฟฟิน แฟนผมมีรอยยิ้มหวาน เธอเงยหน้ามาทักทายด้วยจูบ ทำท่าจะละออกในวินาทีต่อมา แต่ก็เป็นผมที่อดใจไม่ไว้และรั้งเอวเปลือยเปล่ามาหาเพื่อแนบริมฝีปากลงไปอีกอืม ผมบอกว่าเอวเปลือยเปล่า เพราะเอสเธอร์สวมเสื้อครอปแขนสามส่วนที่รัดรูปกับเอี๊ยมยีนส์ที่เธอติดเข็มกลัดแฟชั่นซะเยอะและเคยบอกว่าเป็นตัวโปรดของเธอ เรือนผมยาวสีบลอนด์ถูกรวบไว้อย่างไม่พิถีพิถันมากนักและผูกด้วยผ้าผูกผม ใบหน้าหวานแต่งหน้าอ่อนกว่าทุกวันแต่ก็น่ารักอย่าบอกใครที่ผมจะบอกก็คือ เธอสวยมากจนผมอดใจไม่ไหว

 

วันนี้สวยจังเลย…” ผมกระซิบบอกเมื่อละริมฝีปากจากเธอ ริมฝีปากสีชมพูยิ้มกว้างขึ้นอีก แต่เมื่อผมลูบเอวบางเบาๆ เอสเธอร์ก็เปลี่ยนเป็นกัดริมฝีปากแทน ผมว่าเธออาจจะไม่รู้แต่นั่นมันดีแต่จะทำให้เธอดูเซ็กซี่ขึ้นเท่านั้น “…แต่ก็เซ็กซี่เหลือเกินนะ

 

แหม ก็วันนี้อากาศดีทั้งที ฉันก็อยากแต่งตัวต้อนรับฤดูร้อนบ้างนี่ เธอพูดถูกทีเดียว ผมปล่อยให้เอสดึงมือผมเข้าห้อง วันนี้ท้องฟ้าของลอนดอนโปร่งใส เป็นอะไรที่ไม่ค่อยจะหาได้บ่อยนักในประเทศที่ฝนตกวันเว้นวันอย่างอังกฤษ ขอฉันหยิบของก่อนนะ เราจะได้ไปซื้อของกัน

 

แล้วเธอจะแต่งตัวสวยอย่างนั้นใช้แรงงานน่ะเหรอ ผมถามขำๆ

 

นี่คือเอาท์ฟิตออกไปข้างนอกต่างหาก กลับมาค่อยเปลี่ยน เธอหัวเราะ ผู้หญิงต้องสวยเสมอ

 

จ้าๆ…”

 

ผมเดินตามแฟนสาวที่ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีสุดๆ เข้าไปในห้องนอน เอสเธอร์โคตรจะสดใสแล้วผมก็รักมันเป็นบ้า ผมแทบจะหุบยิ้มไม่ได้เลยเวลาที่อยู่กับผู้หญิงคนนี้ผมเก็บของของตัวเองที่เอามาค้างกับเธอ ในขณะที่เอสเธอร์ก็หยิบของ เลือกกระเป๋าสะพายของเธอไป

 

แต่ยืนมองเธออยู่ตรงนี้ผมอดใจไม่ไหวว่ะ ผมตรงเข้าไปกอดคนรักจากด้านหลัง

 

มาร์กี้!”

 

ผมตอบเธอด้วยการจูบแก้มเนียนใสแรงๆ บ้าเอ๊ยทำไมละสายตายากขนาดนี้นะ ดูเธอสิ ทั้งรอยยิ้มนั่น การแต่งกาย ใบหน้าสวย ให้ตายผมจะหยุดแตะต้องเธอได้ยังไง ผมไม่รู้เลย

 

ทำไมถึงน่าฟัดนักนะ ผมพึมพำขณะไล่จูบแกล้งเอสเธอร์ไปตามใบหน้าไม่ได้หยุด ร่างบางหัวเราะคิกคัก พยายามจะดิ้นหนีเมื่อมันทำให้เธอจั๊กจี้ นี่แม่งคงจะเหมือนเวลาที่เอสเธอร์เห็นลูกหมาน้อยน่ารักแล้วอดใจไม่ไหว ผมเป็นแบบนั้นกับเธอเลยล่ะตอนนี้ จู่ๆ มันก็บ้าขนาดนั้นขึ้นมา ผมไม่รู้ตัวเลยว่าอดทนมานานแค่ไหน

 

นี่! หยุดนะ เราจะไปซื้อของกันจำได้ไหม เธอเอ็ด แต่ก็ยังหัวเราะอยู่ ที่รัก อะไรของนายเนี่ย

 

ก็เธอมันน่าฟัดนี่นา ผมตอบอย่างเอาแต่ใจ พาเธอมาที่เตียงจนได้ แล้วการที่เอสเธอร์ยอมเอนกายลงแต่โดยดีมันก็ไม่ได้บอกผมว่าเธอต้องการให้ผมหยุดจริงๆ เลย อืมภาพนี้มันน่ามองจริงๆ แฮะ ภาพที่เธอนอนอยู่ใต้ร่างของผม แม้พักหลังจะเห็นมันค่อนข้างบ่อยแล้วก็เถอะ แต่ผมก็อดจินตนาการเวลาที่เธอนอนอยู่ตรงนี้โดยที่ไม่สวมอะไรเลยไม่ได้ ฉันยังยืนยันว่าไม่อยากไปเร็วกับเธอเกินไปอยู่นะ แต่พระเจ้า เธอไม่ช่วยฉันเลยจริงๆ

 

นายนี่…” เอสเธอร์ทำท่าจะบ่น แต่เธอก็ดูเขิน และผมก็ไม่เปิดโอกาสอีกแล้ว ผมปิดริมฝีปากเธอด้วยริมฝีปากตัวเอง จูบเธอหนักๆ อย่างที่ใจต้องการ ไม่อาจห้ามฝ่ามือตัวเองให้ไม่สัมผัสเอวบางนั่นและเลิกเสื้อครอปที่ว่าสั้นอยู่แล้วนั่นขึ้นอีกได้เลย ขอร้องถ้าเอี๊ยมมันถอดง่ายสักหน่อยผมอาจถอดมันตั้งแต่ตอนนี้แล้ว อือมาร์กี้

 

และนั่นแหละ ไอ้ตัวเรียกอารมณ์ชั้นดี เสียงครางแบบนั้นที่มาพร้อมกับชื่อของผม หรือจะการที่เธอรั้งต้นคอผมลงไปหา ให้ความร่วมมืออย่างดีและบิดกายอยู่ตรงนี้

 

Fucking hell, ผมนึกเวรอะไรไม่ออกแล้ว เอาจริง

 

เธอทำให้ฉันแทบเป็นบ้า…” ผมเว้นแล้วจูบเธออีกที “…ได้ไง

 

ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย…”

 

นั่นแหละปัญหา เอสเธอร์เป็นอย่างที่เธอเป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เธอไม่ได้ทำอะไรเลยมันเป็นผมเองที่หลงเธอจนไปแทบไม่เป็น ฉันจะได้มาอยู่ที่นี่ด้วยไหมหลังจากที่ฉันออกแบบให้น่ะ

 

นายจะมาค้างได้เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ

 

อย่าให้บอกเลยว่าผมจินตนาการไปถึงไหนแล้วหลังจากที่เธอตอบอย่างนั้นพร้อมรอยยิ้มน่ะ ผมกัดริมฝีปาก พยายามจะไม่คิดว่าเอสเธอร์จะมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่ามากน้อยแค่ไหน แค่คิดผมก็รู้สึกหงุดหงิดแล้วสิ เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ต้องเคยกับไอ้ลีออนแน่ๆ ล่ะ ยังไงก็อยู่ด้วยกันตั้งเป็นปี แล้วอีกอย่างนะ ผมก็ไม่หวังให้เธอยังไม่เคยในตอนที่เราทั้งคู่อายุยี่สิบสองหรอก แต่มันก็ให้ตาย มันคงจะดีถ้าเธอเป็นของผมแค่คนเดียว

 

ไม่เป็นไร ยังไงผมก็โคตรชอบเอสเธอร์อยู่ดี

 

ผมจูบเอสเธอร์ ครั้งนี้อย่างอ่อนโยนและบางเบาเพื่อตอบคำพูดนั้น บังคับตัวเองให้ลุกขึ้นเพราะไม่อย่างนั้นเราคงไปไหนกันไม่รอดแน่วันนี้ อ้าที่ต้นคอเอสมีรอยจูบจางๆ ของผมด้วยล่ะ ทุกครั้งผมมักระวังตัว (แต่ก็มีบ้างที่เผลอ) หมายถึงว่า ลองคิดถึงเวลาที่เอสเธอร์ต้องไปทำงานสิ คนที่มองเขาจะคิดยังไงกันบ้างล่ะ คนเรามักตัดสินอะไรจากภายนอก ผมว่าพวกที่ชอบโชว์น่ะไม่ให้เกียรติผู้หญิง ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ

 

ยังไงก็ตาม เอสเธอร์ต้องการตู้เสื้อผ้าใหม่ (เห็นได้ชัดว่าเธอรักการชอปปิงมากแค่ไหนจากอาชีพของเธอ ไหนจะที่ได้มาฟรีจากแบรนด์ต่างๆ อีกล่ะ) กับโต๊ะทำงานและเก้าอี้ดีๆ ที่เข้ากัน รวมไปถึงของจุกจิกเพื่อแต่งห้อง เธอยังคงต้องการซื้อพวกไม้ประดับมาไว้ในห้องให้มากขึ้นด้วย เราจึงมา IKEA กันก่อน และจะไป Garden Centre กันทีหลัง

 

เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อย่างตู้เสื้อผ้าน่ะเขาไปส่งให้ถึงบ้าน ส่วนโต๊ะกับเก้าอี้เราเอาใส่รถของผมได้ เราก็สนุกสนานกับตอนเลือกนักแหละ ทั้งเฟอร์นิเจอร์และต้นไม้แต่ถ้าคุณเป็นแฟนของ IKEA คุณก็จะรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่นั้นมันต้องมาประกอบเอาเองที่บ้าน

 

แล้วผมกับเอสก็ห่วยพอกัน

 

นายเป็นนักออกแบบภายในแต่ประกอบเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้เรื่องได้ไง เอสบ่นขณะที่ผมพยายามจะถอดรหัสคู่มือที่แม่งดูไม่ต่างอะไรจากข้อสอบแคลคูลัส แหงล่ะ ถ้าไม่มีอะไรให้เถียงกันสักหน่อยมันจะใช่ผมกับเอสเธอร์ได้ไง

 

ฉันใช้สมองนี่ ไม่ใช่แรงงาน

 

ชิ แล้วก็ใช่ว่าผู้ชายทุกคนต้องเกิดมาซ่อมอะไรเก่งเหมือนพ่อเราสักหน่อย เรามักคิดว่าพ่อเราเก่ง แต่ความจริงก็คือพ่อก็ต้องสั่งสมประสบการณ์อย่างนี้แหละ ผมว่าพ่อคงไม่ได้เรื่องเหมือนกันตอนที่อายุเท่าผม แต่ผมไม่คิดจะยอมแพ้สักหน่อย

 

ต่อให้เสร็จเร็ว เดี๋ยวให้จูบ

 

ผมหลุดหัวเราะ ไม่ต้องมาล่อ ต่อให้วันนี้ต่อไม่เสร็จก็จะจูบ ว่าแล้วก็จูบซะเลย มันเขี้ยวชะมัด

 

เหงื่อท่วมเลยอ่ะ แฟนจอมซนเกี่ยวคอเสื้อของผมด้วยปลายนิ้วตัวเอง แล้วยังมีการมาส่องเข้าไปข้างในแล้วกัดริมฝีปากอีกนะยั่วกันเข้าไปเถอะ

 

ทำไมเธอไม่ถอดมันซะเลยล่ะ

 

หวานสิอย่างนี้ เอสเธอร์ไม่ปฏิเสธซะด้วย เธอหัวเราะลั่นแล้วลงมือถอดเสื้อยืดที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของผมออกอืม ยอดเลย แฟนใครวะเนี่ย มาร์กี้ล่ำจัง…” เธอบอกแล้วก็ซบใบหน้ากับไหล่ผมซะเฉยๆ เวรเอ๊ย เราหยุดต่อตู้นี่แล้วย้ายไปเตียงเหอะขอร้อง

 

ที่รัก เธอพูดเองนะว่าฉันเหงื่อท่วมน่ะ ผมเตือน แต่เอสเธอก็เงยหน้ามายิ้มให้

 

ก็เซ็กซี่อ่ะ

 

“…”

 

มาร์กี้เป็นแฟนฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้นี่นา…” ว่าพลางไล้ปลายนิ้วไปตามแผงอกผมไปพลาง

 

“Shit, อยากเหงื่อออกมากกว่านี้ไหม ย้ายไปที่เตียงได้นะ

 

ฮ่ะๆ ใจเย็นจ้ะ ต่อให้เสร็จก่อนน่านะ…” เอสเธอร์อ้อน เอาเข้าไปเถอะ ผมยอมทุกอย่างเลยพูดตามตรง “…แล้วเดี๋ยวทำพายอร่อยๆ ให้กิน

 

มีอย่างอื่นให้กินนอกจากพายไหม

 

เธอมีดวงตาเจ้าเล่ห์ มีมื้อเย็นน่ะ

 

ผมกลอกตาไปมา ก็รู้อยู่ชัดๆ ว่าผมหมายถึงอะไร แต่เอาเถอะผมไม่เร่งเร้าอะไรเอสหรอก

 

แต่ถึงจะต่อเฟอร์นิเจอร์ไม่เก่ง แฟนผมเว้น เกยคางบนอกผมพลางเงยหน้ามาอ้อน ผมกอดเธอไว้แน่น นายก็เท่มากเลยนะ แล้วฉันก็ชอบมากเลยล่ะ

 

แล้วจะไม่ให้ผมแทบเป็นบ้าได้ยังไงล่ะทีนี้ เราเห็นมุมที่ไม่เคยได้เห็นของอีกฝ่ายมากมายหลังจากที่มาคบกันอย่างจริงจัง ผมรักเวลาที่เอสเธอร์อ้อนและแสดงออกว่าเธอชอบผมมากแค่ไหน หรือจะเวลาที่เราแกล้งพูดสกปรกใส่กัน มันเป็นมุมเล็กๆ หลายมุมที่สร้างสีสันและเป็นสิ่งยืนยันนอกจากสัมผัสทางกายว่าเราไม่ใช่แค่เพื่อน ว่าความรู้สึกที่เรามีให้กันเป็นของจริง

 

ผมโคตรชอบเอสเธอร์ แบบที่บรรยายไม่ถูกเลย พูดจริงๆ

 


 

 







[Esther’s Part]

 

 

คบกับมาร์คัสเป็นไง คำถามที่เพื่อนสนิทถามฉันบ่อยมากที่สุดในช่วงนี้ หมายถึงทั้งพวกเฮเซลและเพื่อนร่วมงานคนสนิทอย่างคลอเดีย ส่วนคำตอบที่ฉันมักจะให้พวกเขาก็ดีเกินกว่าที่จะเป็นความจริง

 

เพราะมันดีมากขนาดนั้นจริงๆ พระเจ้า ฉันจำครั้งสุดท้ายที่ฉันสามารถมีรอยยิ้มได้ทุกวันไม่ว่ามันจะเป็นวันที่วุ่น ยุ่งหรือเครียดมากแค่ไหนไม่ได้แล้ว เราเจอกันเกือบทุกเย็น ค้างด้วยกันช่วงสุดสัปดาห์ ไปซื้อของเข้าบ้าน ไปดินเนอร์ ไปเดตอย่างที่คู่รักเขาทำกัน

 

วันนี้ที่เป็นวันเสาร์และฉันได้รับเชิญมางานเลี้ยงเปิดตัวเครื่องสำอางแบรนด์หนึ่ง มันก็เป็นครั้งแรกที่มาร์คัสมาด้วยกันในฐานะคู่เดตของฉัน แน่นอนว่ามันสร้างความแปลกใจให้กับคนบางกลุ่มที่ฉันเคยทำงานด้วย รวมถึงทำให้หลายคนตาลุกวาวก็ถ้าคุณคิดว่าฉันจะถูกชะตากับทุกคนที่เคยร่วมงานกันฉันก็ไม่รู้ว่าคุณเป็นมนุษย์ได้ยังไง มีคนกลุ่มน้อยที่ไม่ชอบหน้าฉัน หรือฉันไม่ชอบหน้า (แล้วบางทีก็ไม่มีเหตุผล แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ) ที่จะดูอิจฉาตาร้อนอยู่บ้าง

 

ถามจริง ปกติมางานพวกนี้ไม่มีผู้ชายที่ไหนเข้าหาเธอเลยหรือไง มาร์คัสก้มลงมากระซิบ หืมอะไรของเขาน่ะ

 

มีสิ ฉันแกล้งโพสท่าและสะบัดผม ก่อนจะเหลือบไปเห็นผู้ชายเรือนผมสีบลอนด์เหนือไหล่ของมาร์คัส ฉันกอดอกก่อนบอกอย่างเหนื่อยใจ ส่วนใหญ่ก็คนข้างหลังนาย

 

มาร์คัสหันกลับไปเห็นเพื่อนรักตัวเองที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ ก่อนจะหันกลับมากลอกตาใส่ฉัน “Fucking Fletcher”

 

ฮ่าๆ คิดถึงแกเหมือนกันเพื่อน เฟลตเชอร์จอมซนทำท่าจะกอดมาร์คัส แต่ก็ไม่ทัน เพราะมาร์คัสยกศอกขึ้นดันเขาก่อน

 

“Fuck off.” (ไปห่างๆ เลย) สั้น ง่าย แต่เล่นเอาฉันระเบิดหัวเราะ

 

เออ! กอดเอสเธอร์ก็ได้วะ ร่างสูงถอนหายใจฟึดฟัด ปากว่ามือก็เกือบจะถึงจนมาร์คัสเกี่ยวคอเขาออกไป เฟลตเชอร์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

 

ไอ้เวรนี่ บอกให้หยุดทำรุ่มร่ามกับแฟนฉันไง

 

แค่จะทักทายเฉยๆ โว้ย ฉันมีคู่เดตมาเหมือนกันไม่เห็นรึไง เขาเถียงอย่างหัวเสีย ชี้นิ้วโป้งไปด้านหลัง เบลีย์ยืนอยู่ข้างหลังเขา ใช่ เบลีย์ ฟรานซิส ผู้ช่วยของฉันจริงๆ เธอยืนเกาแก้มพลางยิ้มแหยๆ ส่งมาให้ ฉันมองเฟลตเชอร์อย่างไม่อยากจะเชื่อเขามันได้ผู้หญิงทุกคนที่ตัวเองต้องการล่ะสินะ

 

สะสวัสดีค่ะเอสเธอร์ มาร์คัส

 

ฉันมองคาดโทษเฟลตเชอร์ก่อนจะยิ้มให้เธอ สวัสดีจ้ะเบลีย์

 

ผู้ช่วยที่น่ารักไม่ค่อยกล้าสบตากับฉันเลย ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะการที่เธอมาอยู่ข้างเฟลตเชอร์ในวันนี้มันตรงข้ามกับสิ่งที่เธอเคยพูดกับฉันไว้เมื่อสองเดือนก่อนทุกอย่าง เอาเถอะฉันทำใจไว้แล้วว่าเธอจะตกหลุมพรางปิศาจ ยังไงซะมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ

 

แต่ ถ้านายหักอกสาวน้อยคนนั้นฉันจะเสียบนายด้วยมีดและเอาศพไปโยนลงแม่น้ำเทมส์ ฉันกระซิบตอนกอดกับเฟลตเชอร์ เขาทำท่าขนลุกขนพอง

 

แฟนแกโหดจังว่ะ ตอนอยู่บนเตียงสงสัยจะรุนแรงน่าดู

 

เฟลตเชอร์!”

 

ฮ่าๆๆ นี่คือเปิดตัวแล้วใช่ไหมฮึ มาออกงานด้วยกันเนี่ย

 

เราควรจะถามแกมากกว่ามั้ง มาร์คัสมีสีหน้ายียวน ล้วงกระเป๋ากางเกงมองเบลีย์ที่มีใบหน้าแดงจัด เฟลตเชอร์มองตามก่อนจะยักคิ้วแทนการตอบจ้ะ เอาเลยตามสบาย

 

แต่คืนนี้ก็ไม่เหมือนการรียูเนียนเท่าไหร่หรอก

 

“What the hell?” น้ำเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังเรา ฉันหันกลับไปและพบกับเอ้อ เดเมียนและอาร์เดน เอ้า อะไรวะ บทจะเจอกันแม่งเจอง่ายๆ ซะเฉยๆ ทีตอนนัดกันใช้เวลาเป็นเดือนๆ เดเมียนส่ายหัว

 

โอ้ เห็นด้วย

 

เฮ้ยไอ้เดมี่!” มาร์คัสล้อเดเมียนด้วยชื่อนั้นมาตั้งแต่ที่เขาถ่ายแบบโดยต้องใส่ชุดผู้หญิง เอ่อ

 

“Fucking hell, หยุดเรียกฉันด้วยชื่อนั้นสักทีเหอะขอร้อง ไอ้มาร์กาเร็ต

 

ไม่มีทางเพื่อน แฟนฉันบอกก่อนจะหัวเราะลั่น เฮ้ อาร์เดน

 

ไงคะพ่อหนุ่มหล่อ เอสเธอร์ไม่หยุดพูดถึงนายเลย

 

โอ้พระเจ้า ฉันยกมือขึ้นตบหน้าผาก น่าจะรู้ว่าการรียูเนียนทั้งหญิงชายไม่ใช่เรื่องดี

 

งั้นก็เหมือนกันน่ะสิ ไอ้บ้านี่ก็ไม่หยุดพูดเรื่องเอสเธอร์ให้ฉันฟังเหมือนกัน เฟลตเชอร์ฟ้อง โอ๊ะ

 

หุบปากน่า

 

โอ๋เรื่องจริงเหรอเนี่ย

 

แต่ทีนี้กลุ่มของเราก็กลายเป็นกลุ่มที่เป็นจุดสนใจสุดๆ ไม่ต้องถามเลยว่าทำไม สามหนุ่มฮอตเพื่อนซี้ที่สองในนั้นมีดีกรีเป็นนายแบบแนวหน้ากำลังยืนสนทนากันอย่างออกรส บวกกับอาร์เดนที่ดังคับเกาะอังกฤษเข้าไปฉันมันเศษฝุ่นดีๆ นี่เอง

 

พวกผู้ชาย อาร์เดนพึมพำพลางส่ายหัวยิ้มๆ เมื่อแฟนของเราสองคนและเฟลตเชอร์เข้าไปอยู่ในโลกที่ผู้หญิงอย่างเราเข้าไม่ถึงซะแล้ว ไม่ต่างอะไรจากตอนที่เราสองคนเจอกับเฮเซลสักนิด สวัสดีจ้ะ เธอทักเบลีย์ที่ยืนงงไปเลย ฉันอาร์เดนนะ

 

โอ้ ฉันรู้ว่าคุณเป็นใครค่ะ เธอตอบรัวเร็ว ฉันเบลีย์นะ ขอโทษทีค่ะ แค่กำลังงงอยู่น่ะว่ามันเพิ่งจะเกิดอะไรขึ้น ฮ่ะๆ

 

เรื่องลามกกับแอลกอฮอล์น่ะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อาร์เดนขยิบตาให้ผู้ช่วยสาวของฉัน ฉันหลุดหัวเราะ

 

เรามาจากโรงเรียนเดียวกันน่ะ เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ฉัน อาร์เดนและมาร์คัส ฉันอธิบาย เดเมียนตรงนั้นเป็นแฟนของอาร์เดนที่อยู่ต่างโรงเรียน ส่วนที่พวกเขารู้จักกันเพราะเดเมียนทำงานกับเฟลตเชอร์ และเฟลตเชอร์สนิทกับมาร์คัส

 

ว้าว แล้วพวกเขาเป็นอย่างนั้นเสมอเหรอ

 

อือฮึ

 

ฉันล่ะหวังว่าเพื่อนสมัยมัธยมของฉันจะฮอตทั้งกลุ่มอย่างนั้นบ้างจัง…”

 

ฉันกับอาร์เดนหัวเราะลั่นกับการพึมพำอย่างเพ้อๆ ของเบลีย์ พวกเขาไม่ได้เกิดมาก็หล่อเลยหรอก เชื่อสิ มันมียุคมืดของเรื่องนี้อยู่นะ เธอควรจะเห็นเสื้อผ้าหน้าผมของมาร์คัสกับเดเมียนเมื่อก่อน

 

เฮ้ เดเมียนของฉันฮอตเสมอจ้ะ อาร์เดนสะบัดหน้าใส่ ตอนนั้นลีออนของเธอก็ไม่ได้ดูดีเท่าไหร่หรอก

 

ลีออน?”

 

ฉันกระแอมไอ อาร์เดนจึงรู้สึกตัว เธอมองหน้าฉันอย่างขอโทษ เฮ้อฉันไม่คิดอะไรหรอกเอาจริง แฟนเก่าฉันน่ะ ฉันบอกสั้นๆ

 

อ้อถ้าอย่างนั้นคุณกับมาร์คัสก็ไม่ได้คบกันตั้งแต่มัธยม แต่เป็นเพื่อนเก่าที่มาคบกันหรอกเหรอ เบลีย์สรุปความจนได้ เธอมีน้ำเสียงตื่นเต้น โรแมนติกจัง

 

ใครๆ ก็คิดว่าพวกเขาเดตกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนทั้งนั้น อาร์เดนหัวเราะคิกคัก

 

หุบปากน่า เขินนะ ยัยบ้า อันที่จริงเรื่องของฉันไม่น่าสนใจเท่าเรื่องของเธอหรอก

 

อ่า…” เบลีย์ถึงกับเงียบเลย โถ เราเดตกันมาสักพักแล้วค่ะ ฉันไม่รู้จะบอกคุณยังไง…”

 

เธอไม่จำเป็นต้องบอกหรอก ฉันกล่าวอย่างใจดี มันเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วฉันก็แค่เป็นห่วงน่ะ ไม่ได้จะว่าอะไร

 

แค่ฉันบอกแค่นั้นเบลีย์ก็ดูซาบซึ้งซะ ขอบคุณมากค่ะ ฉันจะระวัง และรับรองว่าจะไม่เสียการงานแน่นอน

 

ฉันเชื่อจ้ะ เธอไม่ต้องยืนยันฉันก็เชื่อนะจริงๆ แล้ว

 

เราปล่อยให้พวกผู้ชายคุยโหวกเหวกกันไปและจับกลุ่มคุยกันแบบผู้หญิงของเราเอง (เมาท์ผู้ชายสามคนข้างๆ เรานี่แหละ) แต่ดูเหมือนว่าเรื่องเซอร์ไพรส์ของค่ำคืนนั้นยังไม่จบลงแค่นี้เมื่อคู่รักที่ฮอตที่สุดในวงการก้าวเข้ามาในงาน เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ฉันมองไม่ชัดนักในทีแรก แล้วก็หวังว่าตัวเองจะไม่ได้หันไปเลย

 

“Oh, dear…วันนี้มันวันอะไรกัน อาร์เดนยกมือขึ้นทาบอก

 

ใครมาล่ะทายสิ

 

เอสเธอร์!” เมซีกับคู่หมั้นของเธอไง

 

แล้วอะไรไม่อะไร ทำไมเธอจะต้องบังเอิญหันมาเห็นฉันพอดีด้วย ทุกคนรอบกายฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกกันถ้วนหน้า คนเดียวที่เห็นจะตื่นเต้นก็มีแต่เบลีย์

 

ฉันยิ้มเหมือนคนที่ยิ้มไม่เป็น เมซี ไม่เห็นรู้เลยว่าจะมา

 

ฉันก็ไม่เห็นรู้เลยว่าเอสเธอร์จะมา เธอกอดฉันอย่างยินดี ลีออนเห็นเราแล้วเราทั้งแก๊ง แล้วก็เริ่มช็อกเพราะเดาว่าเขาคงไม่รู้ว่าจะทักยังไงให้ความไม่แตกว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน อ๊ะ สวัสดีจ้ะ เฟลตเชอร์ เดเมียน

 

อ่าฮะ พวกเขาเคยทำงานด้วยกัน

 

แต่ลีออนน่ะ

 

โอเค ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่เพื่อนฉันจะขาดอากาศหายใจตายกันจริงๆ ฉันไม่เคยเห็นเฟลตเชอร์กับเดเมียนยิ้มเจื่อนๆ อย่างนั้นมาก่อน เมซีอาจจะรู้จักแล้ว นี่อาร์เดนนะ เพื่อนฉันเอง

 

รู้จักสิ ฉันชอบเพลงของคุณมากเลย

 

ขอบคุณค่ะ อาร์เดนหัวเราะแห้งๆ ลีออนยกมือขึ้นเกาหัว

 

ส่วนนี่…” ฉันสาบานว่ามันไม่ใช่เย้ยหยันอะไรเลย แต่ฉันคงเป็นแฟนที่แย่มากถ้าแนะนำทุกคนยกเว้นแฟนตัวเอง มาร์คัส เทอร์เรลล์ แฟนฉันเอง

 

อุ๊ย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เมซีจับมือกับมาร์คัสแล้วหันมาส่งสายตาให้ฉันอย่างจะบอกว่า แฟนหล่อขนาดนี้ไม่บอกกันเลย ฉันมองหน้าเพื่อนทุกคนและยังเห็นว่าพวกเขาดูเหมือนกำลังจะขาดใจกันอยู่เพราะลีออนยืนอยู่ตรงนี้ เขามองฉันสลับกับมาร์คัส ดูพูดอะไรไม่ออกกับข่าวใหม่ที่เพิ่งได้ยิน สุดท้ายเดเมียนก็เป็นคนที่หมดความอดทนก่อน

 

แกจะยืนทื่ออยู่อย่างนั้นรึไง เขามีเสียงเนือย เมซีมึนไปแล้วที่จู่ๆ เดเมียนก็ทักแฟนไม่สิ คู่หมั้นของเธออย่างนั้น ลีออนมองหน้าเดเมียนอย่างชั่งใจอยู่หลายวินาทีก่อนจะถอนหายใจ ริมฝีปากคู่นั้นหยักยิ้ม

 

“You bloody idiot.” ลีออนด่า สองหนุ่มมองหน้ากัน ก่อนที่จะระเบิดหัวเราะออกมาทั้งคู่ เดเมียนลากคอเพื่อนเก่ามากอด

 

อืมหลายคนไม่พอใจนักหรอกที่ลีออนทิ้งฉัน แต่พวกผู้ชายก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่

 

แต่มันก็กระอักกระอ่วนไปตอนที่เขาจะมากอดกับมาร์คัสแทน

 

เฮ้…” แฟนฉันเป็นฝ่ายทักก่อน มาร์คัสกับลีออนไม่ได้สนิทกันที่สุด แต่ก็สนิทมากพอที่พวกเขาเข้าใจว่าการเดตกับ ผู้หญิงคนเดียวกัน เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำมันเก้ๆ กังๆ แต่ลีออนก็ยิ้มให้เขา

 

เอ่อรู้จักกันเหรอ เมซียกมือขึ้นข้างหนึ่งราวกับต้องการขอเวลานอก พวกผู้ชายมองหน้ากันไปมา ก่อนที่ลีออนจะเป็นคนตอบ

 

อืม เป็นเพื่อนมัธยมน่ะ เขาว่า ถ้าฉันเป็นเมซีก็คงจะเดาว่าเขาหมายถึงแค่เดเมียนกับมาร์คัส ลีออนดูไม่ค่อยกล้าทักอาร์เดนนัก เขาแค่ยิ้มให้เธอ แล้วมันก็มีเหตุผล เพราะอาร์เดนโกรธกว่าใครเพื่อนตอนที่เขาบอกเลิกฉัน ถึงเธอจะบอกว่าทุกวันนี้พวกเขาปล่อยมันไปและคุยกันแล้วก็ตามที

 

แต่อย่างว่า ถ้าทักทายสนิทสนมทุกคนความก็จะแตก

 

แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเนี่ย เมซีอุทาน ฉันแสร้งมองไปทางอื่น ทุกคนดูปกติหมดยกเว้นเบลีย์ เธอมองเราทุกคนสลับกันไปมา ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากเมื่อสายตาของเธอประสานกับฉัน

 

โอเค เธอคงเดาออกแล้วว่า ลีออน ที่เป็นแฟนเก่าฉันคือใครกัน

 

ฉันอยากจะกุมหน้าผากด้วยความกลัดกลุ้ม ต้องยกมือขึ้นทำท่าจุ๊ปากให้สัญญาณเธอไว้ก่อน เบลีย์รีบพยักหน้ารัวเร็ว เฮ้อ

 

เฮ้…” เสียงของมาร์คัสดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะสอดมือมาโอบเอวฉันไว้ หืม อยากออกไปที่อื่นไหม

 

อืมเขาเป็นห่วงล่ะสินะ มันฉายชัดเจนบนนัยน์ตาสีฟ้า และไม่ว่าจะยังไงมันก็ทำให้ฉันต้องเอ็นดูแฟนอย่างช่วยไม่ได้ ฉันประสานมือกับฝ่ามือของมาร์คัสแล้วส่ายหัว

 

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันโอเคดี ฉันเอียงคอ นอกจากนายจะเป็นฝ่ายอยากออกไปนะ

 

ฉันยังไงก็ได้ตราบใดที่เธอไม่เป็นไร

 

มันก็เป็นคำถามที่ดีนะฉันเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันคิดว่าฉันไม่เป็น แต่การกระอักกระอ่วนในสถานการณ์อย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะตอนที่เราเก็บมันเป็นความลับกับเมซี

 

ฉันไม่เป็นไรหรอกมีนายอยู่ทั้งคน ฉันยิ้มตาหยี ก่อนจะลดเสียงลงอีกนิดหน่อย แต่นายเองก็ยังเป็นเพื่อนกับเขานะ

 

อืม…”

 

อืม?”

 

ช่างมันสิ

 

“…”

 

เธอคิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไรเลยตอนที่รู้ว่ามันทิ้งผู้หญิงคนที่ฉันมองมาตลอดหลายปีรึไง มาร์คัสเบ้หน้า ฉันอมยิ้ม อีกอย่าง การที่เราคบกันมันก็บอกอยู่แล้วว่าฉันกับมันจะกลับมาสนิทใจกันลำบาก ฉันไม่แคร์หรอกเอาจริงๆ

 

โธ่ มาร์กี้…”

 

ขอร้อง ทำไมพวกเธอไม่จูบกันซะเลยนะ อาร์เดนร้องขึ้นอย่างหมั่นไส้หลังจากเป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้พอจะได้ยินบทสนทนาของเรา ฉันกัดริมฝีปาก ร้องซะดังอย่างนี้ฉันรู้นะว่าเธอจงใจให้ลีออนได้ยินอาร์เดนแสบสันนักล่ะ คุณไม่รู้ฤทธิ์เธอดี

 

“Shut up.” มาร์คัสหัวเราะเบาๆ อาร์เดนเลยแลบลิ้นใส่แล้วเดินไปควงแขนแฟนของเธอแทน ความสนิทสนมที่แสดงออกคงทำให้เมซีเรียบเรียงได้ไม่ยากว่าเกือบทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้มีอดีตด้วยกันมาก่อน ฉันเห็นความสงสัยในดวงตากลมโต แต่เธอก็ไม่ได้ทักอะไร

 

ฉันเองก็ไม่ได้พูดอะไร

 

มันกลายเป็นค่ำคืนที่ยาวนานเมื่อเราวกกลับมาเจอกันโดยบังเอิญ ลีออนกับเมซีขอตัวไปทักทายคนอื่นตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก ฉันสาบานว่าทุกคนแทบจะถอนหายใจออกมาพร้อมกันตอนที่สองคนนั้นเดินออกไป และเราอีกสามคู่อยู่คุยกันอีกนาน ส่วนเบลีย์ก็

 

 

ฉันจะปิดปากเงียบกริบค่ะ สาบาน เธอพูดคำนั้นซ้ำๆ ฉันต้องยืนยันหลายรอบว่ามันไม่เป็นไร ฉันเชื่อใจเธอ แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ช่วยทำให้เบลีย์ช็อกน้อยลงเท่าไหร่

 

 

ฉันกับมาร์คัสกลับมาค้างที่อพาร์ตเมนต์ของเขา ฉันอาบน้ำเสร็จก่อนและปีนขึ้นเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อย อันที่จริงเรื่องของลีออนกับเมซีวันนี้ถือว่าไม่ได้อยู่ในไฮท์ไลท์ของคืนนี้สักเท่าไหร่ ฉันดีใจที่ได้เจอเพื่อนมากกว่าอะไรทั้งนั้น

 

มันจะดีขึ้นเอง ฉันรู้

 

แล้วตอนที่นอนเล่นไอโฟนรอมาร์คัสอาบน้ำ ฉันก็เห็นว่าเขาแท็กรูปของฉันในอินสตาแกรมโอ้ เล่นเอารีบเข้าไปดูแทบไม่ทันเขาลงรูปของฉันตอนที่นั่งอยู่บนโซฟาและเอื้อมตัวลงไปใส่ส้นสูง มันเห็นเรียวขาของฉันภายใต้เดรสชุดงาม ริมฝีปากสีกุหลาบกำลังคลี่ยิ้มอยู่ มันเป็นตอนที่มาร์คัสเล่นมุกตลกห่วยๆ และฉันหลุดหัวเราะ ฉันไม่ได้รู้เลยว่าเขาถ่ายมันเอาไว้

 

และหวานใจของฉันก็แคปชั่นไว้สั้นๆ แต่ได้ใจความ

 

‘My princess’ (เจ้าหญิงของฉัน)

 

นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่เขามีรูปของฉันในอินสตาแกรม ฉันรู้ว่าเรากำลังพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้น มันไม่มีอะไรที่เร่งรีบและฉันก็กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ ฉันพลิกตัวกลับมาหามาร์คัสเมื่อเขาขึ้นมาบนเตียง

 

จะเปิดตัวเหรอ ฉันชูหน้าจอไอโฟนให้ร่างสูงดู เขาขมวดคิ้ว

 

จำเป็นเหรอ แค่อยากลงรูปแฟนไม่ได้รึไง

 

อื้มน่ารักจัง ฉันจับแก้มแฟน แหม แต่นายมียอดฟอลโลว์เยอะมากเลยนะ

 

ไม่เยอะเท่าเธอหรอกแม่คนเสน่ห์แรง

 

ฉันหัวเราะ ก็ใช่ อืมฉันไล้ปลายนิ้วไปตามใบหน้าคนรัก เห็นรอยยิ้มที่ชอบมาก แล้วฉันก็ชอบมันมากเกินไปจนอยากจะขโมยมันไว้บนริมฝีปากตัวเอง ฉันเงยหน้าขึ้นไปจูบมาร์คัสช้าๆให้ตาย ฉันตกหลุมรักผู้ชายคนนี้อย่างแรงเลย ขอบคุณนะ…”

 

หืม?”

 

ที่เลือกฉันวันนี้ และที่เดินกลับมาขอเบอร์ฉันอีกในวันนั้นที่เรากลับมาเจอกัน

 

มาร์คัสมีรอยยิ้มหวาน ขอบคุณด้วยสัมผัสได้ไหม

 

ฉันสบตากับเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า ตอบเขาด้วยจุมพิตบนริมฝีปากอีกครั้ง บรรยายไม่ได้เลยว่าฉันหลงใหลสัมผัสนี้ที่เรามอบให้กันมากแค่ไหน ฉันไม่เคยอยากพอกับมันง่ายๆมันดำเนินไปอยู่เนิ่นนานจนเราทั้งคู่รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลและความร้อนแรงที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของเรา ฝ่ามือของมาร์คัสลากจากใบหน้าของฉันลงมาที่ลำคอและตามเรือนร่าง ฉันรู้สึกหัวหมุน ท้องไส้ปั่นป่วนราวกับอยู่บนรถไฟเหาะ

 

มากกว่านี้ได้หรือเปล่าเอส น้ำเสียงนั้นพึมพำขณะลากไล้ริมฝีปากลงมาที่ต้นคอ ร่างกายของฉันสั่นสะท้าน ฉันพูดออกไปแทบไม่เต็มเสียง

 

ได้…” ฉันไม่ได้ลังเลเลย แต่ไม่ใช่วันนี้ได้ไหม

 

ทำไม รอบเดือนมาหรือไง มาร์คัสผละออกมาถามขำๆ ฉันรู้สึกเลยว่าใบหน้าตัวเองร้อนมาก ให้ตายฉันมาอยู่จุดนี้กับมาร์คัสแล้วจริงๆ สินะ

 

ก็มันเขิน ฉันปิดใบหน้าตัวเองด้วยสองมือ ฉันรู้จักกับนายมาเป็นสิบปี จู่ๆ เราก็มาอยู่บนเตียงเดียวกัน พระเจ้า แค่คิดถึงมันฉันก็แทบจะบ้า…”

 

ก็เพราะคิดถึงมันอยู่นี่ไงฉันถึงได้บ้าอย่างนี้ ว่าแล้วก็หัวเราะก่อนจะจูบแก้มฉันเบาๆ

 

“…” ฉันเขินจนพูดไม่ออก แต่ฉันยังไม่พร้อม…”

 

มาร์คัสมองฉันด้วยสายตาเอ็นดู เธอนี่น่ารักจังแฮะ

 

“…” ฉันก็ยังคงพูดไม่ออกอยู่

 

ตกลงเอสเธอร์ ฉันจะรอ อย่ากังวลไปเลย ปลายนิ้วร้อนเกลี่ยแก้มฉันไปมา ทีนี้มาร์คัสต่างหากคือคนที่น่ารัก เขาอ่อนโยนอะไรอย่างนี้นะ ฉันจริงจังนะ รู้ไหมกับความสัมพันธ์นี้ กับทั้งหมดนี่

 

ฉันรู้…” ฉันกอดมาร์คัสไว้แน่นเมื่อเขาทิ้งตัวลงบนเตียงและดึงฉันไปหนุนแขน “…ฉันก็เหมือนกัน

 

นั่นเป็นอีกครั้งที่สิ่งอื่นนอกเหนือจากเราไม่มีความหมายอีกเลย

 

 

 

Tom Odell – Constellations




FernniZ’s 2nd Talk : 19.11.17

          BEWARE…ระวังให้ดี!

            อ่านเรื่องนี้แล้วต้องสังเกตเรื่องของคนอื่นในเซ็ทให้ดีนะ เพราะนี่จะเป็นเหมือนเรื่องที่นำเข้าสู่เรื่องราวของทุกคนเลย อิอิ ตอนนี้เรื่องของอาร์เดนกับเดเมียนที่เฟิร์นกำลังแต่งนี่กำลังเข้มข้นเลยค่ะ เอาจริงๆ มันจะเป็นเรื่องที่เข้มข้นตั้งแต่ต้นเรื่อง Young, Wild และ Free บวกกับเซ็กซี่มากกกก นึกถึงคู่รักแบบเอซและเชอรีล นั่นแหละ แบบนั้นเลย แต่คาแร็กเตอร์เป็นคนละแบบนั้น ที่เฟิร์นพูดถึงเรื่องของอาร์เดนเยอะก็เพราะเป็นเรื่องที่อยากแต่งสุดในเซ็ทและแต่งได้ไม่มีหยุดเลย ชอบมากกกกก มากๆ (ถ้าเฟิร์นพูดแบบนี้แปลว่ามันต่างจากเรื่องอื่นจริงๆ นะ ฮ่าๆ) รออ่านกันให้ดีแล้วกันค่ะ ระวังนะ สังเกตเยอะๆ!

            มาเฉลยตัวละครและชื่อเรื่องที่เคยเกริ่นไว้ตั้งแต่บทแรกดีกว่า เซ็ทนี้ (Same Old Love จะมี)

 

1)   Same Old Love Song [Marcus & Esther]

2)   Hot Old Love Flame [Damien & Arden]

3)   Dirty Old Love Poem [Darcy & Hazel]

4)   Wild Old Love Story [Fletcher & Bailey]

 

เรื่องของเฟลตเชอร์ที่ทุกคนกรี๊ดกร๊าดกันอาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายนะ ฮ่าๆ ยังไม่แน่ใจค่ะ แต่สองเรื่องแรกจะตามนี้แน่นอน :) รอติดตามกันได้เลย!

พีเอส ; ว่าจะพูดเรื่อง Attitude ของมาร์คัสก็ลืมไปเลย ตอนพาร์ทของเขาครึ่งแรกไง มาร์คัสบอกว่าเขาไม่ชอบทำรอยจูบบนที่ที่เห็นง่ายๆ ในตัวเอส เพราะไม่อยากให้คนอื่นมองเธอไม่ดี เนี่ย ลืมพูดเรื่องนี้ไปเลย จริงๆ เฟิร์นนำมันมาจากคำพูดของเพื่อนคนนึงค่ะ คิดตามแล้วก็แบบ เออจริงเนอะ ปกติพระเอกนิยายเฟิร์นก็ชอบซุกซน (แต่ถ้ามีทิ้งร่องรอยอะไรไว้ก็มักจะเป็นฤดูที่ต้องใช้ผ้าพันคอ ฮ่าๆ) แต่คิดดูแล้วมันก็ต้องมีลิมิต ก็เลยหยิบมาเขียนซะเลยยยย 




FernniZ’s 1st Talk : 16.11.17

          ครึ่งแรกนี้เป็นหนึ่งในตอนโปรดของเฟิร์นเลย :) เอสเธอร์น่ารักเนอะ ฮ่าๆ เรียลมากๆ หลงแฟนก็คือฟลงแฟนไม่มีอ้อมค้อมอะไรทั้งนั้น แต่มาร์คัสเองก็หลงเอสเธอร์สุดยอดเหมือนกันแหละแต่เอาล่ะ ครึ่งหลังเราจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง อาร์เดนและเดเมียนก็จะมานะ อยากบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแต่งเรื่องนั้นแต่พอแต่งแล้วหยุดไม่ได้เลยฮืออออ แล้วนี่เฟิร์นเริ่มทำงานแล้วด้วย (จริงๆ ตอนนี้ก็เซฟไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เพราะวันนี้ต้องไปร่วมงานฉลองครบรอบ 70 ปีเซ็นทรัลที่ Embassy - ใครอยากอ่านว่าเฟิร์นไปทำงานเมื่อวานวันแรกเป็นไงไปอ่านได้ในทอล์กของร็อบบี้เมื่อวานนี้นะ) เดินทางเหนื่อยมากเลย เหนื่อยกว่าทำงานอีก กลับถึงบ้านทำอะไรเสร็จก็หมดแรงจะแต่งแล้วเซ็งสุดๆ ว่าจะรีบย้ายออกไปอยู่หอละ

            เดี๋ยวไว้ครึ่งหลังมาสปอยล์เรื่องอาร์เดนให้ฟัง ขอบอกว่าดาร์กและเซ็กซี่มากกกกกกก!





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #711 TripleNLN (@TripleNLN) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 10:58
    โอ่ยยย หยุดอ่านไม่ได้ละ มาร์คน่ารักเกินไปปป ชอบความรียูเนียน ขำหนักมากตอนมาร์คโดนเรียกว่ามาร์กาเร็ต เอ้อ อีกอย่างเฟลตเชอร์เหมาะกับชื่อ -ing fletcher จริงๆนะ 5555 เข้ากั๊น เข้ากันนน
    #711
    0
  2. #695 411nidtop (@nongnunid) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 07:47
    อยากรู้เรื่องลีออนมากเลย
    #695
    0
  3. #375 ... (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 15:21
    น่ารัก หวานกันมากกกก
    #375
    0
  4. #374 neung111 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 08:17
    เจอเต็มๆครบทุกคน เมซี่คงเริ่มสงสัยแล้วสินะ ลุ้นว่าความจะแตกตอนไหน
    #374
    0
  5. #373 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 16:20
    -2-
    อ่านไปกลั้นหายใจไป 5555555555 มันจะต้องแตกหักกับเมซีสักวัน(หรือเปล่า) 555555555555555
    #373
    0
  6. #372 namfonnnz (@namfonnnz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 15:50
    -1- มาร์คัสน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นผชที่แบบโอ้ยยยย น่ารักอะไรแบบนี้ ชอบพาร์ทที่ผชเค้าคุยกันง่ะ ดูแบบเรียลดี 5555555
    #372
    0
  7. #361 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 11:11
    ความสัมพันธ์ของเพื่อนแบบนี้นี่เราโคตรชอบ พวกผู้ชายก็เป็นแบบนั้นจริงๆอะ มันโกรธกันแต่เดี๋ยวมันก็คุยกันอะ /อยากอ่านพาร์ทลีออนมากเลยค่ะ อยากรู้เหตุผลจริงๆ เพราะนางเคยพูดว่านางไม่ได้ทิ้งเอสไปเพราะชื่อเสียง แงงงงง คนนิ่งๆแบบนั้นมีเหตุผลอะไรร อยากรู้ความรู้สึกวันนี้ของนางด้วย คงช็อคอะ คือคาแร็คเตอร์มาร์กี้ดูเป็นพระรองไปเลย แงแงแงงงง รอนะคะ สู้ๆค่าาา
    #361
    0
  8. #360 Koimanat (@manatsawan88) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 05:52
    ขอให้รักกันยืนนานนนน
    #360
    0
  9. #359 Piyaporn Samermuean (@piyapornnook) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 23:19
    อยากรู้ความรู้สึกลีออนมากๆ 55555 ทีนี้ลีออนก็จะรู้สึกแบบเอสบ้างแล้วเวลาเห็นแฟนเก่าอยู่กับคนอื่น
    #359
    0
  10. #358 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:43
    มาร์คัสทำไมดีแบบนี้อะ อิจเอสจริงจังอ่านแล้วยิ้มตามเลยงื้อออ จะมีพาร์ทของลีออนมั้ยคะ อยากรู้ว่าเค้าคิดอะไรรู้สึกยังไง//จ่อไมค์
    #358
    0
  11. #357 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
    น่ารักมากก หาผู้ชายแบบมาร์คัสได้ที่ไหน หวานมากๆ อ่านตอนนี้แล้วอยากรู้เลยว่าลีออนคิดยังไง5555555 อีกไม่นานเมซีต้องรู้แน่เลย มาร์คัสเป็นคนที่มีความคิดดีมากงะ ชอบบ
    #357
    0
  12. #356 TaengSicShidae (@paniiit) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 20:22
    นี่รอดูช่วงลีออนเฮิร์ตนะคะ อยากอ่านดราม่าแล้ว ฮ่าๆๆๆ
    #356
    0
  13. #355 pimmy (@pimmypoko) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 19:39
    อยากอ่านเรืองอื่นในเซตแล้วค่ะ !!
    #355
    0
  14. #354 jip-ppy (@jip-p) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 10:57
    หวานเกินนนนนนนนไปแล้วววววว55555 น่ารักอะ แบบนึกถึงฝรั่งสองคนที่ขลุกอยู่ด้วยกันทั้งวัน ละถ่ายคลิปตัวเองกับแฟน มีซาวด์เป็นเพลง perfect two แบบที่เคยเห็นในยูทูปสมัยก่อนอะ55555 เราคิดภาพไปแบบนั้นเลย น่ารักมากจริงๆ //รอความดาร์กและเซกซี่อยู่น้าาา สู้ๆจ้า
    #354
    0
  15. #352 Koimanat (@manatsawan88) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 06:23
    ชอบมาร์คัสมากอ่ะ เป็นบุคลิกผู้ชายที่ดีมากจริงๆ ให้เกียรติผู้หญิง ที่จริงก็ชอบมากแล้ว แต่พออ่านตรงที่นางอธิบายเรื่องการทำรอยจูบบนคอของผู้หญิงที่ชัดไปเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของแล้วมันทำให้คนอื่นมองผู้หญิงไม่ดี แล้วนางไม่ทำ นิยายส่วนพระเอกชอบแสดงความ ?s ตลอด แบบนี้คือดีพ่อของลูกจริงๆ คือชอบมากกกกกก ไอว๊อนท์มาร์คัส 555 #เอายาเบื่อให้เอสเธอร์กิน 555
    #352
    1
    • #352-1 Koimanat (@manatsawan88) (จากตอนที่ 11)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 06:24
      นิยายส่วนใหญ่พระเอกชอบ*** #พิมพ์ตกอ่านแล้วแปลกๆ 555
      #352-1
  16. #351 pyperaqua (@nptwater) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 23:20
    น่ารักมากก
    #351
    0
  17. #350 Snoopysnooker (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 22:57
    รักคู่นี้ หลงมากกว่ามาร์กี้ก็เอสเนี่ยเเหละ ทำไมถึงเป็นผู้หญิงที่น่ารักขนาดนี้ งือออออ
    #350
    0
  18. #349 คนบ๋วย (@08310) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 19:33
    รักมาร์กี้ค่ะT^T
    #349
    0
  19. #348 pakjeejan (@janfan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 23:01
    เอสขี้อ้อนแบบนี้มาร์คัสทนไหวถือว่าเก่งมากอะ ทำไมถึงอ้อนได้น่ารักน่าฟัดขนาดเนร้!
    #348
    0
  20. #347 Papenny (@penni) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 22:39
    หวานแบบไม่ได้เกรงใจใครทั้งนั้นนน
    #347
    0
  21. #346 ทับทิม-ฐานิดา (@Tubtim_Thanida) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 21:53
    *อบอุ่นสิ แง ตอบกลับไม่ได้ด้วยย เบลอรักมาร์คัสแค่ไหน
    #346
    0
  22. #345 ทับทิม-ฐานิดา (@Tubtim_Thanida) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 21:50
    อบอึ่นเหลือเกินคู่นี้ ฮื่ออนุ้งหยัดดั่ยมาร์คัส;-;
    #345
    0
  23. #344 TaengSicShidae (@paniiit) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 21:11
    อยากเห็นตอน2คู่มาเจอกันแล้วค่ะ มันต้องสนุกแน่ๆ ><
    #344
    0
  24. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 20:33
    โอ้ยยย หวานนนนน
    #343
    0
  25. #342 sepxtember (@diamond-blaze) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 20:28
    มาร์คัสเลื้อยมาก 5555555 เอสก็พอกัน อยู่ด้วยกันแล้วน่ารักกก
    #342
    0