Vampire Company - After Story -

ตอนที่ 31 : Special 2: ดาบและฝักดาบ + ชี้แจงเล่มสี่ (แก้คำผิดค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ก.พ. 56



อะเเฮ่มๆ ตอนพิเศษนี้แต่งเป็นการขอบคุณนักอ่านทุกท่านเพราะVC1-3ได้ที่พิมพ์ซ้ำค่ะ ถือว่าอ่านแก้ขัดระหว่างรอเล่มห้าแล้วกันนะคะ
แต่ขอชี้เเจงก่อนว่า ตอนพิเศษนี้ จำเป็นต้องอ่านเล่มสี่จบแล้วนะคะ!
ใครยังอ่านไม่จบ กดปิดเถอะค่ะ เพราะมันสปอยเรื่องเล่มสี่แบบเต็มๆ กันเลยทีเดียว ส่วนท่านที่อ่านแล้ว ก็คงเข้าใจชื่อที่แทนตัวในตอนนี้อย่างแน่นอน!!


อ่านให้สนุกนะคะ!!!













Special 2: ดาบและฝักดาบ

Special 2: ดาบและฝักดาบ

ตอนนั้นเขาอายุ 7 ขวบ

ท่านพ่อท่านแม่พาพวกเรามาเจอกัน บอกว่าทุกคนล้วนเป็น ว่าที่ทายาทตระกูลหลักในอนาคต

แต่ตระกูลหลักมีสี่ตระกูลไม่ใช่เหรอ หากตัดตัวเขาออกไป ก็ต้องเหลือสาม

แล้วไหงเบื้องหน้ามีแค่สอง??

“ฉันชื่อเชอร์คา” ทายาทแห่งซาลัวร์แนะนำตัวก่อน คาดว่าอายุมากกว่าเขาเล็กน้อย ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก แต่ก็พยายามพูดคุย คงเพราะโดนบังคับมาเหมือนเขาว่าให้สนิทสนมกันเข้าไว้

“ฉันชื่อเจโนอิส เรียกว่า เจย์ก็ได้” เขาตอบ

“ได้ยินว่านายมีฝาแฝดคนน้องนี่” เชอร์คาถามสงสัย ไม่แปลก เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าทายาทแห่งซาลซ์ มีสองคน

“ใช่ เขาชื่อเจนีส แต่พวกนายต้องเรียกว่า เจย์เหมือนกัน” ที่พูดว่าพวกนาย ก็เพราะทายาทแห่งซอร์คัตเดินเข้ามาฟังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบ เอาเป็นว่ารู้ตัวอีกทีก็ยืนหน้านิ่งข้างๆ เชอร์คาซะแล้ว ขนาดเจ้าตัวยังสะดุ้งตกใจ

“ทำไมถึงชื่อเจย์เหมือนกันล่ะ”

“ก็ฉันตั้งเอง จะทำไมล่ะ” เจโนอิสถามอย่างเอาเรื่อง เขารักน้องชายมาก และไม่ชอบให้คนอื่นขุดคุ้ยความสัมพันธ์ของพวกเขา ความจริง...เขาก็เพิ่งตั้งเมื่อกี้เนี่ยแหละ เหตุง่ายๆ ก็เพราะไม่อยากให้เจนีสรู้สึกแปลกแยกจากทายาทตระกูลหลัก

“เอซาน” จู่ๆ ทายาทแห่งซอร์คัตก็เข้าแทรกบรรยากาศขุ่นมัว แถมยังยื่นมือมาหาเขาอีกแน่ะ “ยินดีที่ได้รู้จัก”

“อ่า...ยินดีที่ได้รู้จัก” เจโนอิสยื่นมือจับตอบ อย่างน้อย เขาก็ต้องให้เกียรติเอซาน เพราะตระกูลซอร์คัตมีอำนาจมากที่สุดในทายาทตระกูลหลัก ที่สำคัญ เจ้าตัวก็แก่ที่สุดในทายาทรุ่นนี้ซะด้วยสิ

คงมากกว่าเขาราวๆ สี่ถึงห้าปีเลยล่ะมั้งเนี่ย

เจโนอิสประเมิน

“แล้วทายาทแห่งซีลเพียร์ล่ะ” ว่าพลางมองซ้ายมองขวา หาว่าที่ ดาบของตนอย่างสนใจ เขาไม่เคยเจออีกฝ่าย แต่รู้ดีว่าทายาทแห่งซีลเพียร์นั้นมีสีผมแปลกประหลาดที่สุด อีกทั้งยังมีพลังจิตไร้ขีดจำกัด การที่เขาจะกลายเป็นผู้ควบคุมดูแลแวมไพร์ตนนั้น นับว่าน่าภาคภูมิใจไม่น้อย

เป็น ฝักดาบที่ควบคุม ดาบได้เพียงผู้เดียว

“กลิ่นเลือด!?” พลันกลิ่นคุ้นเคยฉุนอบอวลเสียจนเผลอไผลวูบหนึ่ง เอซานวิ่งนำออกไปคนแรก เปิดประตูห้อง ก่อนผงะเมื่อพบว่าเบื้องหน้าคือ ว่าที่ทายาทแห่งซีลเพียร์

ดวงหน้านั้นขาวซีด ตัดกับเส้นผมหยักศกน้อยๆ และดวงตาสีแดงฉาน กลมกลืนกับรอยเปรอะเปื้อนสีสดที่ลากไล่ตั้งแต่หน้าซีกหนึ่งไปจนลำตัว และท่อนแขนเล็กๆ...

!!

เชอร์คาถอยหลังหลายก้าว ส่วนเขายืนนิ่งกับที่ ไม่ต่างกับเอซาน

แขนเล็กๆ นั้นกำลังลากศีรษะแวมไพร์ตนหนึ่ง ของเหลวสีสดทะลักล้นเป็นทางตามพื้น สร้างความสยดสยองให้ผู้พบเห็นยิ่ง

“ใครคือ ฝักดาบ ของฉัน”

น้ำเสียงเอ่ยแหบแห้ง ใบหน้าไร้รอยยิ้ม ราวสัตว์ป่ามากกว่าปีศาจ

เจโนอิสกลืนน้ำลาย ก่อนเข้ามายืนหน้าเอซาน ตรงข้ามกับทายาทแห่งซีลเพียร์พอดิบพอดี

“ฉันชื่อเจโนอิส เรียกว่า เจย์เป็นฝักดาบของนาย”

“เจย์...เจย์” อีกฝ่ายทวนซ้ำ เหมือนสลักลึกในความทรงจำ ท่าทางที่เหมือนคนเสียสติจนน่าใจหาย แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างเมื่อจู่ๆ ทายาทแห่งซีลเพียร์เงยหน้าขึ้น พร้อมแย้มยิ้มไร้เดียงสาราวสีหน้าเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา

“ฉันชื่อจาฮาล นับแต่นี้ไปคือ ดาบของนาย”

จะดีกว่านี้มาก หากคำนั้นไม่ได้เอ่ยพร้อมยื่นศีรษะในมือ

“ของขวัญที่ได้พบกันครั้งแรกนะ เจย์”

น้ำเสียงที่เอ่ยช่างราวเด็กตัวน้อย ความจริง จาฮาลก็อายุเท่ากับเขา หากแต่ท่าทางและการกระทำบ่งบอกว่าแวมไพร์นี้เป็น เด็กพิเศษ

แน่ล่ะ ถ้าไม่พิเศษ ก็คงไม่ต้องให้เขาดูแลหรอก

เจโนอิสกลั้นใจ ก่อนยื่นมือรับศีรษะไร้วิญญาณนั้น

“เราคงต้องคุยกันสักหน่อยแล้วล่ะ”

ถ้าไม่คุย พบกันครั้งหน้าเผลอๆ เขาจะได้สะสมร่างกายแวมไพร์แน่ๆ

จาฮาลเอียงศีรษะเล็กน้อย ยังคงแย้มยิ้มไม่รู้เบื่อ

“เอาสิ ฉันก็อยากคุยกับนายเหมือนกัน” ทายาทแห่งซีลเพียร์ทำท่าคล้ายจะคว้าแขนเขา แต่ก็ชะงักเสียก่อนเมื่อเห็นฝ่ามือเปื้อนเลือด เจ้าตัวมองซ้ายมองขวา ก่อนจบท้ายด้วยการเช็ดเสื้อตัวเอง จากนั้นจึงคว้าต้นแขนของเขาแผ่วเบา “ไปกันเถอะ เจย์ ไปทำความรู้จักกันเถอะนะ”

แล้วเจโนอิส ซาลซ์ก็ถูก ดาบของตนลากออกนอกห้องโดยไร้คำโต้แย้ง และการพบกันครั้งแรกของเหล่าทายาทสี่ตระกูลหลักก็จบเพียงเท่านี้

 



 

จากนั้น ก็เป็นการเริ่มบทเรียน สั่งสอน

ปราสาทแวมไพร์ถูกแบ่งเป็นห้าส่วน สี่ส่วนนั้นถูกแบ่งเป็นสี่ทิศ เริ่มจากทิศเหนือคือเขตซอร์คัต ทิศใต้เขตซาลซ์ ทิศตะวันออกคือซีลเพียร์ และตะวันตกคือซาลัวร์ ส่วนตรงกลาง คือพื้นที่ร่วมของแวมไพร์ทุกตระกูล

และตอนนี้เจโนอิสก็กำลังเข้าเขตซีลเพียร์เป็นครั้งแรก

โดยมีเสียงเจื้อยแจ้วตลอดทาง

“ตรงนั้นคือทางเดินเชื่อมไปอีกตระกูลหนึ่ง ส่วนตรงนี้คือทางเชื่อมไปเขตซาลซ์ เจย์จำไว้นะ ถ้าอยากมาหาฉัน จะต้องเข้ามาจากทางนี้ จากนั้นก็เดินเลี้ยวไปทางขวา แค่นิดเดียว ก็จะถึงห้องของฉันแล้วล่ะ!

ไม่ว่าเปล่าจาฮาลยังหันมามองเขาเป็นพักๆ หากไม่พยักหน้า หรือส่งเสียงตอบกลับ เจ้าตัวก็จะพูดซ้ำอยู่อย่างนั้น เหมือนกลัวว่าเขาฟังไม่ทัน หรือไม่เข้าใจอย่างนั้นล่ะ

ควรจะดีใจมั้ยนี่ที่ได้รับการต้อนรับดีเกินคาด!?

เจโนอิสรีบฝืนยิ้มเมื่ออีกฝ่ายพูดจ้อแล้วหันมาจ้องเขาอีกรอบ ทำเอารีบพยักหน้าตอบแทบไม่ทัน จาฮาลยิ้มกว้าง ยิ้มจนดวงตาหรี่เล็ก ประกายวาววับสดใสเหมือนเด็กตัวน้อย ทั้งที่อายุจริงๆ ของพวกเขาไม่ใช่เจ็ดขวบอย่างรูปลักษณ์ภายนอก

“รู้มั้ย ว่าฉันเฝ้ารอวันนี้มาตลอดเลยนะ วันที่จะได้พบฝักดาบของฉัน” พูดไปพลางอมยิ้มไปพลางเหมือนเก้อเขินซะอย่างนั้น เจโนอิสปรับอารมณ์ตามจาฮาลไม่ถูกจริงๆ เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวจ้อง เดี๋ยวแก้มแดง อีกทั้งยังโหดเหี้ยม “เจย์เองก็ดีใจสินะ ถึงได้ตามฉันมาด้วยกันแบบนี้ ดีแล้วล่ะเจย์ ไม่ต้องไปยุ่งกับสองคนนั้นหรอก มาคุยกับฉันดีกว่า...เนอะ”

วูบหนึ่งดวงตานั้นคมกริบ สองคนนั้นที่ว่า...คงไม่พ้นเอซานและเชอร์คา

“นั่นสินะ” เจโนอิสตอบ ในใจอดคิดไม่ได้ว่า หากไม่รีบคุยกับตัวปัญหาอย่างจาฮาลก่อน อนาคตเขาทำท่าจะย่ำแย่จริงๆ “ฉันเอง...ก็อยากเจอ ดาบมานานแล้ว”

สงสัยและใคร่รู้ในตัวตนของทายาทแห่งซีลเพียร์ ผู้ถูกหาว่า วิปลาส

“เจย์น่ารักจังเลย!

...แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะตีความหมายผิดไปโข

“นายก็น่ารักเหมือนกัน” เจโนอิสคลี่ยิ้มหวาน เรียกให้จาฮาลทำหน้าเคลิ้มยิ่งกว่าเดิม “แต่จะน่ารักกว่านี้นะ ถ้ารักษาความสะอาด”

“ฉะ...ฉันไม่สะอาดเหรอ!?” ทายาทแห่งซีลเพียร์รีบชักมือกลับ มองมือขวาที่เช็ดเลือดเสียเรียบร้อย ทำหน้าตกใจมากทีเดียว แถมยังดูกังวลจนน่าสงสาร

“นี่ไงล่ะ” เจโนอิสเอื้อมมือเช็ดรอยเลือดซึ่งเปรอะข้างแก้มอีกฝ่าย ก่อนแบมือ “เห็นมั้ย สกปรกมากเลย”

“งะ...งั้น วันหลังฉันจะไม่ทำอีกแล้วนะ!” จาฮาลรีบจับมือเจโนอิสมาเช็ดกับเสื้อตัวเอง บรรจงละเลียดเช็ดทีละนิ้ว “เจย์จะได้ไม่สกปรกไปด้วย ดีมั้ยเจย์” จากนั้นก็ตบท้ายด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อเห็นว่ามือเขาสะอาดเอี่ยมไร้กลิ่นคาว

ผิดคาด

เจโนอิสนึกว่าอีกฝ่ายจะเชื่อฟังเพราะอยากน่ารัก(?)ในสายตาของเขาซะอีก ก็เล่นทำหน้าดีใจขนาดนั้นตอนเขาชม แต่พอสรุปคำพูดดีๆ จาฮาลกลับยอมทำตามเพราะไม่อยากให้เขาสกปรกไปด้วย!?

หากจะสั่งสอนจาฮาล ก็ต้องเริ่มจากทำด้วยตัวเองสินะ

แวมไพร์ผู้เริ่มต้นจับนิสัยแวมไพร์วิปลาสได้แต่แอบถอดถอนใจ

เฮ้อ...ยุ่งยากชะมัดเลย!

“ถึงห้องฉันแล้วล่ะ” แล้วพวกเขาก็มายืนหน้าประตู จาฮาลใช้พลังจิตเปิดประตูคล้ายไม่อยากเสียเวลา จากนั้นก็ลากเขาเข้าห้องตบท้ายด้วยพลังจิตปิดประตูอีกรอบ การกระทำนั้นใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ต้องบอกว่าห้องจาฮาลค่อนข้างเรียบง่ายจนน่าแปลกทีเดียว

“มาตรงนี้ก่อนนะ” แวมไพร์ผมแดงพาเขามานั่งบนเก้าอี้ตัวยาว อันห่างจากโลงศพของเจ้าตัวอยู่โข เป็นเครื่องเรือนที่โดดเด่นที่สุด เพราะนอกนั้นก็มีแค่ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ และสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ที่วางกองไว้ที่มุมหนึ่งและอีกบางมุม ส่วนมากจะเป็นของเล่นที่พังแล้ว

“ขอโทษนะเจย์ นี่ฉันก็เก็บไปส่วนหนึ่งแล้วนะ แต่ก็ยังรกอยู่ดี” จาฮาลว่าอย่างอ่อนใจ คล้ายไม่อยากให้เขาทำหน้าผิดหวัง

“ห้องนายไม่มีคนมาทำความสะอาดรึไง” เจโนอิสถามสงสัย กองของเล่นนั่นมันอะไรกัน ทำไมถึงไม่มีคนเอาไปทิ้งกันนะ

“มีสิ” จาฮาลพยักหน้ารับ “แต่ฉันสั่งว่าห้ามแตะต้องของเล่นของฉันนะ”

ดวงตาสีแดงประกายระยับ

“ทุกอย่างที่เป็น ของฉัน ฉันย่อมแตะต้องได้คนเดียว จริงมั้ยเจย์”

นั่นหมายถึงเขาด้วยรึเปล่า?

ในเมื่อ...เจโนอิส ซาลซ์คือฝักดาบ ของทายาทแห่งซีลเพียร์

“งั้นเหรอ” เจโนอิสพึมพำ มองไปรอบๆ อย่างสำรวจ “น่าเสียดายนะ เพราะฉันกลับเป็นคนไม่ค่อยดูแล ของๆตัวเองเท่าไหร่”

และจาฮาล ซีลเพียร์ ก็เป็นดาบ ของเขาซะด้วยสิ

“ไม่ต้องห่วงนะเจย์” พลันแวมไพร์ผมแดงรวบมือเขาเอาไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเริงร่า “ของๆ เจย์ก็คือของๆ ฉันนั่นแหละ ถ้าเจย์ไม่มีเวลาดูแล ฉันจะช่วยเอง!

เจโนอิสได้แต่รั้งมือกลับอย่างสุภาพ

“ไม่ต้องหรอก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ยังแย้มยิ้ม “เพราะแม้จะไม่ดูแล แต่ฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องเหมือนกัน”

“แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ” จาฮาลเอ่ย ทิ้งตัวนั่งข้างเขา “เพราะฉันเอง...ก็ไม่ค่อยรักษาของเหมือนกัน”

กองของเล่นพังพะเนินตามมุมต่างๆ คือข้อพิสูจน์

“แต่เจย์เป็นคนพิเศษ” พลันแวมไพร์ผมแดงคลี่ยิ้ม “และ ดาบเล่มนี้ก็จะไม่มีวันหันคมไปหานาย ฉันสัญญา”

แม้จะเป็นการคุยเล่น แต่ความหมายกลับจริงจังเหนือไปกว่านั้น

เจโนอิสพยักหน้ารับ ไม่เอ่ยคำใด

เพราะอย่างไรเสีย หน้าที่ของจาฮาล ซีลเพียร์ในตระกูลแวมไพร์ ก็มีเพียง ดาบที่ฟาดฟันศัตรูเท่านั้น!


----อัพต่อตรงนี้ 06/11/2012------

“มาตกลงกันก่อน” เจโนอิสรีบเข้าเรื่อง  แม้จะเป็นเพียง ดาบแต่จะให้ฟันซี้ซั้วกับพวกเดียวกันเองได้ยังไง ถึงจะไม่มีใครกล้าห้าม แต่หน้าที่เขาก็มีขึ้นเพื่อการนี้ “อย่าฆ่าแวมไพร์อีกได้มั้ย จาฮาล”

“ทำไมล่ะเจย์” น้ำเสียงใสซื่อที่แม้รับฟังแต่ไม่คิดตอบรับแม้แต่น้อย

“ฉันไม่ชอบ” เจโนอิสลองเชิง อย่างไรเสียทางซีลเพียร์ย่อมสั่งสอนทายาทตัวน้อยให้รับฟังคำของ ฝักดาบเช่นเดียวกับเขาที่ถูกสอนสั่งว่าให้ควบคุมดูแล ดาบให้ดี สองสิ่งที่ขาดไม่ได้และห้ามแยกจาก เพราะเหตุนี้ทายาทแห่งซีลเพียร์จึงยอมอ่อนให้ฝักดาบของตนเท่านั้น แทบจะเป็นสิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งเจ้าตัวไว้ได้

“แต่ฉันชอบนี่นา” จาฮาลแย้งอย่างไร้เดียงสา น้ำเสียงยังสดใส ไม่ยักก้าวร้าวทั้งที่กำลังทักท้วง “ฉันชอบเลือดสดๆ ชอบเวลาที่เห็นร่างกายถูกฉีกกระชาก มันทำให้ใจฉันสงบ และมีความสุขมากเลย”

แต่ นั่นเป็นแวมไพร์นะ!

เจโนอิสพยายามตีหน้าให้นิ่งที่สุด

“ไม่ต้องห่วงนะเจย์ ถ้าเจย์ลอง เดี๋ยวก็จะชอบเหมือนฉันเอง” จาฮาลยิ้มตบท้าย ทั้งที่คู่สนทนาแทบยิ้มไม่ออก หากไม่ติดว่าต้องสงบจิตสงบใจ เจโนอิสคงยกมือขวากุมขมับ ส่วนมือซ้ายก็ฟาดหัวแวมไพร์ที่ซื่อจนเซ่อเข้าสักหลายๆ ที

ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรง่ายไป จาฮาลฟังเขาก็จริง ให้ความสำคัญกับเขาก็จริง...

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมง่ายๆ ทุกอย่าง

แถมไอ้คำปฏิเสธที่เหมือนเด็กน้อยถูกดุว่าห้ามกินช็อคโกแลตนั่น ก็ทำให้เจโนอิสแทบไปไม่เป็น!

“ถ้านายชอบขนาดนั้น สู่ออกไปหาเหยื่อข้างนอกไม่ดีกว่าเหรอ” เจโนอิสชักชวน

“แต่ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ออกข้างนอกนี่นา” จาฮาลเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาประกายวับวาวน่าสงสาร ดูท่าเด็กน้อยวิปลาสจะอยากออกสู่โลกกว้างเช่นกัน

“ฉันจะไปกับนายเอง” เจโนอิสให้คำมั่น ถึงภาพจะไม่น่าดู แต่เพื่อความปลอดภัยของแวมไพร์ เขาต้องเสียสละซะแล้ว ที่สำคัญ เขาเองก็อยากออกไปข้างนอกไม่ต่างกัน หากมีข้ออ้างว่าพาจาฮาลไปเดินเล่น อ่า...ฟังดูเหมือนพาหมาไปเดินเล่นชอบกล เอาเป็นว่า ถ้าเขาอ้างว่าพาจาฮาลไปคลายเครียด ลดอัตราการเสียชีวิตในปราสาท ก็คงไม่มีใครกล้าคัดค้าน

ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลยนะ จริงๆ!

“ดีจัง” จาฮาลกุมมือเขา ยิ้มกว้างซะจนตาหยี่ “ฉันได้ออกไปข้างนอกกับเจย์ด้วย เหมือน เดตเลย!

เจโนอิสแทบสำลักน้ำลาย

“แบบนี้เรียกว่าเดตที่ไหนกัน!

“ก็ออกไปข้างนอกสองคนกับ ฝักดาบที่สำคัญที่สุด ไม่ได้เรียกว่าเดตหรอกเหรอ” จาฮาลกะพริบตาปริบ งุนงงที่จู่ๆ เจโนอิสตะโกนใส่ แถมยังชักหน้าบึ้งตึงอีกด้วย

“เข้าใจผิดแล้วจาฮาล คำว่า เดตน่ะหมายถึงการไปเที่ยวสองคนก็จริง แต่ต้องเป็นคู่รักกันต่างหาก คู่รักชายหญิงที่ไม่ใช่ผู้ชายเหมือนกันอย่างฉันกับนาย และต้องมีความรักลึกซึ้งห่วงหาอาทรอยากจู๋จี๋สวีตหวานด้วย อ่ะ อยากถามว่าจู๋จี๋สวีตหวานคืออะไรใช่มั้ย คำว่า จู๋จี๋สวีตหวานก็คือการสร้างบรรยากาศสีชมพู อย่างมองตากันลึกซึ้ง จับมือเดินเคียงคู่ หอมแก้ม แล้วก็...”

เจโนอิสที่สติแตกเผลอพล่ามยาวชะงักกึก แทนที่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ

อย่างน้อยเขาก็อายุเจ็ดขวบแวมไพร์ที่ไม่เคยมีสาวชายตาแลนะ!

“แล้วก็อะไรเหรอเจย์” จาฮาลที่ฟังเสียเพลินถามอย่างใคร่รู้ ดวงตาประกายระยิบระยับคล้ายรอคอยให้เขาพูดจนจบ เจโนอิสที่กำลังจะเฉออกนอกเรื่องจึงยิ่งไปไม่เป็น รีบปรับสีหน้าเป็นปกติก่อนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ก็...จูบไงล่ะ ถ้าทำได้ ก็เท่ากับว่าการเดตนั้นประสบความสำเร็จ แล้วความสัมพันธ์ของคู่รักก็จะพัฒนามากขึ้นอีกด้วย”

“น่าสนุกจัง” จาฮาลยิ้มหวาน “งั้นเราก็เดินจูงมือ มองตาลึกซึ้ง หอมแก้ม แล้วก็...”

“ฉันบอกแล้วไงว่าคู่รักชายหญิงน่ะ!” เจโนอิสรีบแย้ง รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

“แต่ฉันอยากเดตกับเจย์จริงๆ นี่” จาฮาลพูดเสียงอุบอิบ เหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจที่ไม่ค่อยแสดงอิทธิฤทธิ์ ทว่าส่งสายตาง้องอนเป็นพักๆ ให้ใจอ่อน “ถ้าทำได้เราจะได้พัฒนาความสัมพันธ์ สนิทสนมยิ่งกว่าเดิม ไม่ดีเหรอเจย์”

อยากรู้นักว่าจาฮาลถูกสั่งสอนมายังไง!

เจโนอิสรีบหลบสายตาจ้องตรงอย่างออดอ้อน ไม่ใช่กลัวใจอ่อน แต่กลัวยั้งใจไม่ไหวแล้วเผลอเอานิ้วจิ้มตาให้บอดต่างหาก! จริงอยู่ ว่าทายาทแห่งซีลเพียร์ย่อมบอกผู้สืบทอดตำแหน่งว่าต้องให้ความสำคัญกับฝักดาบ ต้องสนิทสนม เพราะฝักดาบจะเป็นเพียงแวมไพร์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ชิดใกล้เป็นข้อยกเว้นเหนือแวมไพร์ตนใด แต่ไอ้แบบนี้มันก็เกินไปหน่อยล่ะมั้ง!!

“เจย์ไม่อยาก เดตกับฉันเหรอ” คงเพราะเขาเงียบยาว จาฮาลเลยเอ่ยเสียงอ่อน คล้ายยอมความแต่ไม่ยอมปล่อยหัวข้อให้ถีบตกไปง่ายๆ แถมยังห่อไหล่ ตาหงอย เหมือนเด็กน่าสงสารโดนรังแกไม่มีผิด

น่าเสียดายที่ความรักและเอ็นดูของเขา มอบให้เจนีสไป ทั้งหมดแล้ว!

“จาฮาล คำว่า เดตใช้ในกรณีของเราไม่ได้หรอกนะ ต้องบอกว่าไป เที่ยวต่างหาก การเที่ยวก็ถือเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์เช่นกัน ไม่ต้องทำอะไรยุ่งยากอย่างจูงมือ มองตา หอมแก้ม หรือจู๋จี๋สวีตหวานด้วย แค่ออกไปข้างนอกด้วยกัน ทำสิ่งที่ทั้งฉันและนายอยากทำ เช่น ฆ่าคนสักคน สองคน หรือสามคนก็ยังได้ จะฉีกกระชาก ควักหัวใจ ตัดหัว หักกระดูกก็ทำได้ทั้งนั้น แถมยังเก็บมาเป็นของฝาก เอามาดูต่างหน้าหรือกินในวันต่อไปได้อีก เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แถมทั้งฉันกับนายก็สนิทสนมมากขึ้น ดีมั้ยจาฮาล”

นับว่าเจโนอิสพยายามมากในการพล่ามเพื่อดึงมาสู่หัวข้อเดิม นั่นคือการไม่ให้จาฮาลฆ่าแวมไพร์ในปราสาท ถ้าทำสำเร็จและอีกฝ่ายติดใจ ก็นับว่าอัตราการออกไปข้างนอกและหาของฝากให้เจนีสก็ยิ่งมากขึ้น ยิงปืนนัดเดียวได้นก สี่ตัวจริงๆ!

“เจย์อยากเที่ยวกับฉันมากกว่าเดตเหรอ” จาฮาลถาม คล้ายยังไม่ยอมตัดใจ

“แน่สิ ถือว่าลอง ดาบครั้งแรกเป็นของขวัญการพัฒนาความสัมพันธ์ของเรา ดีมั้ยจาฮาล”

ซีลเพียร์ตัวน้อยครุ่นคิด กึ่งๆ จะคิดหนักแต่ก็ให้คำตอบได้ในเสี้ยวนาที

“ถ้าเป็นความต้องการของเจย์ ฉันก็ไม่ขัดอยู่แล้ว!

------------------------ 15/11/2012

จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ได้ออกมาท่องโลกกว้าง

เจโนอิสเล็งเหยื่อให้จาฮาลทันที

“คนนั้นเป็นไง” เขาชี้ไปที่เด็กสาวน่ารักน่าหม่ำ เลือดของเธอคงหอมหวานน่าดู

“ไม่เห็นน่ากินเลย” จาฮาลแย้ง ก่อนชี้ไปที่อีกคนหนึ่ง “นี่สิเจย์ น่าอร่อย”

พอหันไปมองเจโนอิสก็แทบผงะ ก็ใครใช้คนที่จาฮาลชี้เหมือนเขาขนาดนั้นเล่า!

...ใจจริงของหมอนี่คงไม่ได้อยากฆ่าเขาหรอกนะ

เจโนอิสลอบปาดเหงื่อ จากชี้เหยื่อเล่นๆ เริ่มเป็นจริงเป็นจัง ในใจแอบกลัวนิดๆ ว่าหากหาเหยื่อถูกใจอีกฝ่ายไม่ได้ จะเกิดศึกดาบงับฝักดาบกลางเมืองรึเปล่า

แต่เอ๋ เด็กสาวคนนั้นก็ไม่เลว แถมยังเดินเข้ามาใกล้พวกเขาด้วย

เข้ามาใกล้...ใกล้เรื่อยๆ

“ขอโทษนะคะ เห็นหน้าไม่คุ้นเลย เป็นคนต่างถิ่นรึเปล่า”

เจโนอิสรู้สึกแปลกๆ แม้คำถามจะเหมือนมีพวกเขาสองคนเป็นหัวข้อหลัก แต่ไหงเธอถึงได้มองจาฮาลตาประกายขนาดนั้นล่ะ?

“เจย์ดูนั่นสิ สวยจังเลยเนอะ น่าเอาไปไว้ที่ปราสาทจัง” เสียแต่คนถูกจ้องทำเหมือนมองไม่เห็นซะอย่างนั้น แถมยังสะกิดไหล่เขายิกๆ ชี้ไปยังน้ำพุกลางเมืองอีกต่างหาก

“จะขนไปได้ยังไงล่ะจาฮาล ถ้าอยากได้นักพอกลับไปฉันจะเรียกคนไปสร้างที่เขตนายให้ ดีมั้ย”

“จริงเหรอเจย์!” จาฮาลยิ้มกว้าง เหมือนเด็กน้อยได้ของขวัญที่ถูกใจ “ดีใจจัง แต่เจย์ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก เพราะฉันอยากให้เจย์มากกว่า ไว้กลับไปแล้ว ฉันจะหาคนไปสร้างไว้ที่เขตของเจย์เองนะ!

“ขอบคุณ” เจโนอิสได้แต่ตอบสั้นๆ อดคิดในใจไม่ได้ว่าหมอนี่เดาใจยากไม่พอ ยังเอาใจยากอีกต่างหาก

“ชื่อจาฮาลเหรอคะ” เด็กสาวที่กลายเป็นอากาศธาตุวูบหนึ่งเอ่ย ดวงตายังคงจับจ้องแวมไพร์ที่ชี้นู้นนี่นั่นอย่างไม่ยอมแพ้ “ชื่อเพราะจังเลย...”

“เจย์เมื่อยมั้ย ร้อนรึเปล่า เราไปหาที่นั่งพักกันก่อนดีมั้ย ถ้าเหนื่อยต้องบอกฉันนะ!

รายนี้ก็ทำเนียนเก่งเหลือเกิน แต่ดูจากสีหน้าจริงจังแล้วคาดว่าจาฮาลไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่สนใจ แต่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะสนใจจริงๆ ต่างหาก!

“ยังไม่เหนื่อยหรอก” เจโนอิสยิ้มแห้ง เหลือบมองหญิงสาวที่ยืนค้างแล้วลอบหัวเราะเยาะในใจเล็กๆ สมน้ำหน้า! อยากไปสนใจจาฮาลมากกว่าเขาดีนัก ไม่รู้ตาบอดหรือยังไง เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนแวมไพร์บ้าก็ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนเลย!

คล้ายรู้ความคิด เด็กสาวเลยเปลี่ยนเป้าหมาย หันมายิ้มแฉ่งให้เขาแทนซะอย่างนั้น

“งั้นคุณก็ชื่อ เจ...!

ไม่ทันเรียกนามแสนสำคัญจนจบ จาฮาลที่มัวแต่ชี้นกชี้ไม้ก็หันควับพร้อมคว้าหมับเข้าที่ลำคอเด็กสาวอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีแดงประกายไม่พอใจฉายชัด กระทั่งบรรยากาศรอบกายยังกดต่ำเสียจนแทบหายใจไม่ออก ยังดีที่เจโนอิสระวังตัวอยู่แล้ว พออีกฝ่ายเริ่มขยับ เขาก็รีบจับข้อมือจาฮาล บีบเบาๆ เป็นเชิงห้าม ช่วยไม่ให้มือนั้นบีบคอเล็กจนหักไปเสียก่อน

แต่จาฮาลก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากลำคอเด็กสาวอยู่ดี

“มีสิทธิ์อะไรมาเรียกชื่อเจย์” ไม่ว่าเปล่ายังบีบแน่น แต่เจโนอิสเองก็กำข้อมืออีกฝ่ายแน่นไม่แพ้กัน

“ไม่เอาน่าจาฮาล นี่มันกลางเมืองนะ” เขาเอ่ยก่อนมองไปรอบๆ เริ่มมีคนมุงดูและชี้สงสัยมาแล้ว ถึงจะเพิ่งมาครั้งแรก แต่เจโนอิสรู้ดีว่ามันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเอาซะเลย “ไปเถอะ”

เสียแต่ซีลเพียร์ตัวน้อยยังคงไม่ขยับ

“จาฮาล...” เจโนอิสเอ่ยย้ำ น้ำเสียงเริ่มแฝงความหงุดหงิด

เจ้าของชื่อนิ่งไปสักพัก สุดท้ายก็ยอมปล่อยมือจนได้ เด็กสาวลงไปทรุดกับพื้น หอบหายใจแรงทั้งตาเบิกกว้าง เจโนอิสไม่คิดสำรวจอาการ กระชับข้อมือที่ยังกำไม่ปล่อยของจาฮาลแล้วลากหลบมุมก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที

มีหลายสายตามองตามพวกเขา แต่คงเพราะเห็นเป็นเด็ก จึงไม่ตามมาเอาเรื่อง

โชคดีไป

เจโนอิสชะเง้อหน้ามองสถานการณ์ผ่านตรอกไม่ไกลนัก เห็นคนใจดีช่วยกันประคองเด็กสาวไปที่ไหนสักที่ พร้อมเสียงคุยจอแจ คาดว่าพวกเขาคงออกไปเดินโทงๆ กลางเมืองไม่ได้อีกนาน

“กลับกันเถอะจาฮาล”

“เอ๋ จะกลับแล้วเหรอเจย์” เจ้าคนก่อเรื่องที่ไม่ยักรู้ตัว แถมยังมองเขาอย่างผิดหวังเต็มประดา ไม่รู้เลยรึไงว่าเขาต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้น!

ออกมาเที่ยวครั้งแรกไม่ทันไรก็ต้องถ่อกลับปราสาท ของฝากเจนีสก็ยังหาไม่ได้ แบบนี้เท่ากับว่ามาเสียเที่ยวชัดๆ!

“อย่าเพิ่งกลับเลยนะเจย์ เราเพิ่งเที่ยวแค่แป็ปเดียวเอง...” ดูทำเข้า อย่าคิดนะว่าจะเขย่าแขนเขาแล้วส่งสายตาออดอ้อนมันจะได้ผลนะ!

“จาฮาล ฉันพานายมาหาเหยื่อก็จริง แต่ใช่ว่าจะให้นายลงมือกลางเมืองแบบนั้นหรอกนะ” เจโนอิสว่าเข้าให้ แต่แล้วก็ต้องกัดริมฝีปากแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆ คู่สนทนาก็ปล่อยแขนเขา แถมยังทำหน้านิ่ง ส่งสายตาไม่พอใจเต็มเปี่ยมเสียจนคนมองสะดุ้ง

“ฉันไม่ได้จะดื่มเลือดเธอสักหน่อย แต่จะฆ่าทิ้งต่างหาก” จาฮาลแย้งเสียงเรียบ “เจย์เป็นของฉันนะ ถูกเรียกชื่อห้วนๆ ได้ยังไง ฉันไม่ยอมหรอก!

เจโนอิสอยากจะทึ้งหัวตัวเอง แต่ก็ทำไม่ลง

“จาฮาล ชื่อของฉันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน หากจะมีใครที่ไม่พอใจเพราะถูกเรียกชื่อ มันต้องเป็นฉันสิไม่ใช่นาย”

“แต่เจย์เป็นฝักดาบของฉันนี่” จาฮาลเถียง เสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงประกายกร้าวมุ่งมั่น ประหนึ่งตัวเองเท่านั้นที่เป็นฝ่ายถูก “เจย์เป็นฝักดาบของฉัน...ของของฉัน”

เจโนอิสเผลอแค่นหัวเราะออกมา

“เข้าใจผิดแล้วจาฮาล ฉันเป็นฝักดาบของนายก็จริง แต่ฉันไม่ใช่ ของ ของนาย”

“เจย์!

“ฟังให้จบซะ ดาบของฉัน” เจโนอิสกล่าว เรียกให้ดาบเล่มน้อยที่เกือบอาละวาดสงบเสงี่ยมในพริบตา

“จาฮาล ฉันคือเจโนอิส ซาลซ์ ว่าที่ทายาทคนสำคัญที่จะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลซาลซ์ เป็น ฝักดาบที่ควบคุมดูแล ดาบไม่ใช่ ของที่นายจะทำตามใจชอบ หรือทวงสิทธิ์เป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เพราะอย่างไรเสีย สิทธิ์ของเจโนอิส ซาลซ์ก็ยังเป็นของเจโนอิส ซาลซ์ ไม่ใช่ของจาฮาล ซีลเพียร์ เข้าใจมั้ย”

อย่าหาว่าเขาใจร้ายเลย แต่ครั้งนี้หากไม่เคลียร์ให้เรียบร้อย กลับไปได้มีระเบิดลงแน่ๆ เพราะไม่เพียงจาฮาลที่เรียกเขาว่า เจย์แต่เอซาน ซอร์คัต และเชอร์คา ซาลัวร์ก็เรียกชื่อนี้เช่นกัน แล้วยังมีแวมไพร์ตนอื่นที่เขาสนิทสนมอีกด้วย ถ้าไม่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจ การพาจาฮาลมาหาเหยื่อเพื่อลดอัตราการตายของแวมไพร์เห็นจะเป็นหมันของจริง

นั่นก็แค่เหตุผลส่วนหนึ่ง

อีกส่วน...คือเขาเริ่มโมโหจริงจังกับ ดาบเล่มนี้ที่กล้าเห็นเขาเป็นของไร้สมองต่างหาก!

อย่างที่เจโนอิสได้ประกาศออกไป เขาคือเจโนอิส ซาลซ์ เป็นว่าที่ผู้นำในอนาคต การถูกทายาทแห่งซีลเพียร์จำกัดสิทธิ์กระทั่งเรื่องชื่อก็ไม่ต่างกับการถูกเหยียดหยาม หากแค่นี้ยังทำให้อีกฝ่ายเข้าใจไม่ได้ แล้วเขาจะเป็นฝักดาบที่ต้อง ควบคุมดูแลดาบได้ยังไง!

“ฉันไม่ได้คิดจะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเจย์ แต่แค่ไม่อยากให้คนอื่นเรียกชื่อเจย์ห้วนๆ เท่านั้นเอง ยิ่งกับมนุษย์พวกนั้น...” ดวงตาสีแดงสดของซีลเพียร์เรืองวาบวูบหนึ่ง ก่อนดับแสงฉันพลันเมื่อหันมามองสบกับเขา พร้อมเอ่ยเสียงอ่อนกึ่งสั่นเครือราวเป็นคนละคน “ถ้าทำให้เจย์รู้สึกไม่ดี...ฉันก็ขอโทษนะเจย์ อย่าโกรธฉันนะ อย่าทิ้งฉันนะเจย์”

ใครจะไปทิ้งหมอนี่ได้กัน

ไม่สิ ให้ถูกคือ ต่อให้อยากทิ้ง ก็ทำไม่ได้ต่างหาก

เจโนอิสนับหนึ่งถึงสิบในใจ พยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้ชักสีหน้าใส่จาฮาล เอาน่า การที่ถูกมนุษย์เรียกชื่อเล่นห้วนๆ ก็น่าโมโหจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่เห็นต้องลงมือลงไม้ขนาดนั้นเลยนี่นา ถ้าจาฮาลไม่บีบคอเด็กสาวซะก่อน เขาก็คงตอกกลับด้วยประโยคแสบๆ คันๆ ให้เธอถอนตัวไปเองแบบฝันร้าย

อย่างเช่น ชื่อนี้มีไว้ให้คนสำคัญเรียกเท่านั้นนะครับ และคุณที่เพิ่งเจอหน้าแค่สามวิก็ไม่เข้าข่าย ถ้ามีมารยาทก็ขอให้เข้าใจด้วยนะครับหรือ ไม่ยักรู้ว่าคนเมืองนี้มีมนุษยสัมพันธ์ดีขนาดเรียกชื่อคนอื่นทั้งที่เจ้าของชื่อยังไม่ได้บอก สงสัยจะไม่รู้นะครับว่าการที่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบนั้นแปลว่าไม่ต้องการคุยด้วย สมองช้าแบบนี้แย่จังนะครับ

...อะไรประมาณนั้น

“เจย์” คิดเพลินไม่ทันไร รู้ตัวอีกทีแวมไพร์ใจโหดก็ยืนบีบน้ำตาเบื้องหน้าเขาแล้ว “ฮึก เจย์โกรธขนาดไม่ยอมพูดกับฉันแล้ว เจย์จะทิ้งฉันแล้วใช่มั้ย เจย์จะไม่สนใจ ดาบเล่มนี้แล้วเหรอ”

คิดเองเออเองเก่งจริงๆ แฮะ

เจโนอิสแอบชื่นชมความสามารถแสนลึกล้ำของจาฮาลเงียบๆ พลางคลี่ยิ้มปลอบใจ เพราะหากทำนิ่งต่อไปเสียงสะอึกสะอื้นนั้นอาจจะกลายเป็นร้องไห้โฮๆ เอาได้

“ฉันไม่ทิ้งนายหรอก แต่เรื่องโกรธน่ะ ยังโกรธอยู่จริงๆ”

“เจย์...” นั่น มาเบะปากใส่อีก เป็นเด็กผู้ชายทำแล้วไม่น่ารักหรอกนะ

“แต่จะหายโกรธถ้านายสัญญาว่าจะไม่พลั้งมือฆ่าใครเพราะเรื่องชื่อของฉันอีก”

“ถ้า แค่เรื่องชื่อล่ะก็ ฉันให้สัญญากับเจย์ได้อยู่แล้ว!” จาฮาลรีบยื่นมือเกี้ยวก้อย ยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดีทั้งที่หางตายังคลอน้ำใส “เจย์ไม่โกรธฉันแล้วใช่มั้ย”

แค่งั้นเหรอ...

“อืม” เจโนอิสจะยอมแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินสักครั้งก็แล้วกัน เพราะเขาไม่อยากรู้ว่าสมองน้อยๆ นั่นแอบคิดอะไรชวนน่าสยองอีกบ้าง

“งั้นเราไม่ต้องกลับปราสาทแล้วใช่มั้ยเจย์ เรายังเที่ยวกันต่อได้ใช่มั้ย” จาฮาลกะพริบตาปริบๆ มองเขาอย่างมีความหวัง เห็นแล้วเจโนอิสก็ใจอ่อน...ด้วยความสงสารตัวเอง เพราะเขาเองก็อยากเที่ยวต่อไม่แพ้กันหรอกน่า เจ้าคนก่อเรื่องช่างไม่รู้อะไรซะเลย!

“ไปให้ห่างจากกลางเมืองหน่อยก็แล้วกัน” ท้ายที่สุด เจโนอิสก็พาจาฮาลมาเดินแถบชานเมืองแทน จำนวนคนน้อยลงทันตา ทำให้การเลือกเหยื่อยากขึ้นไปอีก

แถมโอกาสจะซื้อของฝากดีๆ ให้เจนีสก็น้อยลงด้วย ฮึก!

เจโนอิสสะกดกลั้นความช้ำใจ หันมายิ้มให้จาฮาลไปพลางช่วยเลือกเหยื่อไปพลางอย่างกระตือรือร้น โชคดีที่อีกฝ่ายสมองน้อยอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยจับสังเกตเขาเท่าไหร่

“คนนั้นเป็นไงจาฮาล” เจโนอิสยังคงชี้เด็กสาวน่ารักๆ เพราะยังไงในความคิดเขา เนื้อสาวก็นุ่มกว่าพวกหนุ่มๆ เยอะ แถมยังกัดได้สบายใจกว่าด้วย

“คนนี้ดีกว่านะเจย์” จาฮาลชี้ไปที่อีกคนหนึ่ง เห็นแล้วเจโนอิสก็แทบร่ำไห้ ในที่สุดหมอนี่ก็เลือกเหยื่อที่เป็นเด็กสาว...ไม่ใช่คนที่หน้าตาคล้ายๆ เขาแล้ว! “ฉันล่ะอยากฉีกเนื้อลิ้มรสเลือดสุดๆ เลยล่ะ”

พอดูดีๆ แล้วเหยื่อคนนั้นหน้าเหมือนเด็กสาวที่ถูกจาฮาลบีบคอเมื่อครู่ไม่มีผิด

บางที...หมอนี่อาจเป็นแวมไพร์เจ้าคิดเจ้าแค้นกว่าที่คิด

“เลือกเหยื่อแล้วงั้นก็หาวิธีจัดการกันดีกว่า” เจโนอิสรีบกล่าวก่อนที่จาฮาลจะเปลี่ยนใจ เจ้าคิดเจ้าแค้นยังไงก็ช่าง ขออย่ามาลงที่เขาเป็นพอ “เอาเป็นตรงนั้นแล้วกัน จะได้ไม่เอิกเกริก”

เขาชี้ไปที่หลังบ้านแห่งหนึ่ง ค่อนข้างไร้คน แทบยังติดป่าเปลี่ยวอีกต่างหาก

“ให้พาเหยื่อไปตรงนั้นแล้วค่อยลงมือใช่มั้ยเจย์” จาฮาลพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น “งั้นเจย์ไปรอก่อนเถอะนะ ฉันจะไปพาเหยื่อมาเอง”

ไม่รอคำตอบ ซีลเพียร์ตัวน้อยก็รีบก้าวฉับๆ ไปหาเหยื่อ ทิ้งให้เขายืนอึ้งว่าจาฮาลไปเอาความมั่นใจจากไหนในการล่อลวงเหยื่อกัน สมองน้อยขนาดนั้นคงคิดแผนการซับซ้อนไม่ออกหรอกมั้ง

และแล้วเขาก็ได้ประจักษ์

แค่จาฮาลเดินเข้าไปหา คลี่ยิ้มทักทาย เด็กสาวก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี

ง่ายดายนัก น่าชมเชย ควรปรบมือให้กับเสน่ห์เหลือร้าย...แต่ทำไมเขารู้สึกโมโหปุดๆ ฟ่ะ!?

เจโนอิสเดินไปหลบที่หลังบ้านตามนัดหมาย เผลอจับหน้าจับผมตัวเองอย่างอดไม่ได้ว่าเขาด้อยกว่าจาฮาลตรงไหนกัน? หน้าตาก็ดีแถมยังนิสัย ปกติกว่าตั้งเยอะ สงสัยสาวๆ คงตาบอดกันหมดซะแล้ว

“เจย์ รอนานมั้ย”

จาฮาลเดินเข้าใกล้โดยมีเด็กสาวเดินตามต้อยๆ เจโนอิสเผลอมองอย่างโมโหวูบหนึ่ง คล้ายคาดเดาอารมณ์หงุดหงิดเขาได้ แถมยังตีความหมายผิดเป็นสัญญาณเริ่มอีกต่างหาก เพราะไม่ทันเอ่ย จาฮาลก็จัดการหักคอเด็กสาวรวดเร็วประหนึ่งสะสมความแค้นไว้เนิ่นนาน!

กรอบ!

เยี่ยม เสียงดัง ฟังชัด เหยื่อตาเบิกค้าง สิ้นชีพทั้งที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

“จะกินเลือดมั้ยเจย์” ยังดีที่อีกฝ่ายยังมีแก่ใจมาถามเขาอย่างมีน้ำใจ เสียแต่เขาไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่ ที่เขามา เพราะอยากลดอัตราการตายของแวมไพร์ และศึกษาความโหดเหี้ยมของจาฮาลแบบเต็มตามากกว่า

“ไม่ล่ะ ตามสบายเถอะ”

เอาเป็นว่าหลังจากนั้น...เจโนอิสก็ได้เห็นฉากฆาตกรรมคนตายได้อย่างวิปลาสที่สุด!

------------------------ 21/11/2012

 

และแล้วเขาก็ช่วยลดอัตราการตายของแวมไพร์ได้จริงๆ

แม้เขตอื่นจะไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่หากเจโนอิสไปเขตซีลเพียร์ แวมไพร์จะมองเขาด้วยสายตาเทิดทูนบูชาเหมือนพระผู้ทรงโปรดทุกครั้ง มองไปมองมาเผลอๆ จะดูจงรักภักดียิ่งกว่าแวมไพร์ใต้อาณัติซาลซ์ซะอีก แต่ก็สมควรหรอก เพราะแต่ก่อนแวมไพร์ที่ตายด้วยน้ำมือจาฮาลมากที่สุด ก็คือแวมไพร์ใต้อาณัติซีลเพียร์นั่นเอง...

“เจย์!” จาฮาลวิ่งเข้าหาอย่างดีใจ เหมือนหมาน้อยรอเจ้านายไม่มีผิด “วันนี้เราจะไปเที่ยวข้างนอกกันอีกใช่มั้ย ดีใจจังเลย”

“วันนี้ฉันไม่ได้จะพานายออกไป” เจโนอิสตอบเสียงเรียบ แม้จะมาหาเหมือนทุกวัน แต่ทุกครั้งที่มาเยือนเขาล้วนมีความรู้สึกแตกต่างออกไป แต่ล้วนมีจุดรวมที่ทายาทแห่งซีลเพียร์ “จาฮาล นายลงมือกับแวมไพร์ใต้อาณัติของฉันทำไม”

เจ้าของชื่อเอียงศีรษะน้อยๆ คล้ายพยายามทบทวนคำถามเพื่อเค้นหาคำตอบที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะเก็บในความทรงจำ

“ฉันจำไม่ได้หรอกนะเจย์”

“ก็แวมไพร์ที่นายจับหักแขนทั้งสองข้างทั้งเป็นด้วยพลังจิตยังไงล่ะ!” เจโนอิสทนนิ่งไม่ไหว จริงอยู่ว่าอัตราการตายของแวมไพร์น้อยลง แต่ใช่ว่าจะกลายเป็นศูนย์ ตลอดเวลายังมีแวมไพร์เคราะห์ร้ายเสมอ ซึ่งตัวเจโนอิสเองก็ถือว่าเขาทำดีแล้ว แต่ครั้งนี้เห็นจะทำเฉยไม่ได้ “ฉันไม่เคยว่าถ้านายจะลงมือกับคนของนาย แต่อย่าถือดีมายุ่งกับคนของฉัน!!

“ฉันไม่รู้นี่ว่าใครเป็นคนของเจย์ หรือของฉัน ที่ฉันรู้ ก็แค่ฉันหงุดหงิด และหมอนั่นก็ทำให้ฉันยิ่งหงุดหงิด ที่สำคัญ อย่างน้อยฉันก็ไม่ฆ่า...ตามที่เจย์ขอร้องไว้นะ” จาฮาลยิ้มหวานตบท้าย คล้ายขอความดีความชอบ

ทายาทแห่งซีลเพียร์ไม่เคยเปลี่ยน แม้เวลาจะผ่านไปมากเท่าไหร่

แต่ที่เปลี่ยน คือตัวเขาที่นับวันก็ยิ่งรู้สึก...

“ฉันเกลียดนาย” เจโนอิสพูดอย่างท้อแท้ เป็นคำกล่าวทุกครั้งที่เขาไม่สามารถยับยั้งการกระทำอันเหี้ยมโหดของอีกฝ่าย

“พูดแบบนี้อีกแล้ว...” จาฮาลเพียงยิ้มตอบ มองเขาอย่างไม่เอาความ คล้ายว่าเขาเพียงรำพันกับตนเอง ไม่ได้เอ่ยจากความจริงในใจก็ไม่ปาน

เจโนอิสมองทายาทแห่งซีลเพียร์นิ่งๆ ทั้งที่พวกเขาทั้งสองเป็นทายาทตระกูลหลัก เป็นผู้นำไม่ใช่ว่าที่อย่างแต่ก่อน มีความรับผิดชอบ มีภาระหน้าที่ที่ต้องกระทำ หากแต่จาฮาลไม่เคยเข้าใจเลย และไม่แม้แต่จะพยายามทำความเข้าใจ

รูปร่างภายนอกของแวมไพร์จะเติบโตตามอายุ แต่จะหยุดเมื่อครบสิบห้า ซึ่งเป็นวัยที่จะได้รับตำแหน่งผู้นำต่อจากแวมไพร์รุ่นก่อน หลังจากนั้นการเจริญเติบโตจะเริ่มช้าลง จนแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ปี

นับตั้งแต่วันแรกถึงตอนนี้ เจโนอิสก็เป็น ฝักดาบที่รองรับความโหดเหี้ยมของ ดาบนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว!!

“ฉันเกลียดนาย” และพูดคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับครั้งไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน

“ยังไงเจย์ก็เป็น ฝักดาบของฉัน” จาฮาลตอบ แม้ยังแย้มยิ้ม แต่ดวงตาสีแดงสดนั้นกลับคมกริบ จับจ้องเขาไม่กะพริบ “ไม่ว่ายังไงก็ตาม เจย์ก็จะเป็น ฝักดาบของฉัน และจะเป็นตลอดไป”

คงเพราะคำกล่าวที่เหมือนไม่ถือสา และรอยยิ้มใสซื่อที่ไม่ว่ากี่ครั้งก็ยังแย้มยิ้มได้ทุกครั้ง เจโนอิสถึงได้วางใจยอมแสดงความรู้สึกแท้จริงออกมา อย่างน้อย...การได้ระบายพูดกับเจ้าตัวตรงๆ ก็ช่วยให้เขาทำใจยอมรับในการกระทำอันไร้เหตุผลของจาฮาลได้ดีขึ้น

จนกระทั่งรู้ว่าตัวเองคิดผิด

วันนั้นเป็นยามเย็น ไม่ใช่เวลาที่เขาต้องตื่นนอน แต่การนิทราแสนสุขกลับถูกขัดขวางด้วยเสียงเคาะประตูถี่รัว

“พี่ชาย...?” เจนีสเอ่ยเสียงงัวเงียแปลกใจไม่ต่างกัน เหตุเพราะห้องนอนของพวกเขาเป็นที่หวงห้ามพิเศษ มีเพียงสองทายาทแห่งซาลซ์เท่านั้นที่ได้รับอนุญาติ ไม่มีทายาทตระกูลอื่นได้ย่างก้าวหรือเชยชมสักครั้ง ไม่เว้นกระทั่ง...

“ท่านเจโนอิสครับ ท่านจาฮาล...ท่านจาฮาลขอเข้าพบด่วนครับ!

ไม่เว้นกระทั่งทายาทแห่งซีลเพียร์

“ไม่เป็นไรเจนีส นอนต่อเถอะ” เจโนอิสหันไปปลอบน้องชายที่ดูจะตื่นเต็มตาเมื่อได้ยินชื่อผู้มาเยือน เหตุเพราะทั้งคู่ไม่ค่อยจะถูกชะตากันเท่าไหร่ ไม่สิ ไม่ใช่แค่ถูกชะตา แต่เข้าขั้นเกลียดขี้หน้าเลยต่างหาก จาฮาลไม่ชอบเจนีส เพราะอีกฝ่ายดันมีหน้าตาเหมือนเขา ส่วนเจนีสเองก็ทั้งกลัวและเกลียดจาฮาล ด้วยหมอนั่นมักแย่งเวลาของเขาไปเสมอ และทำให้เขาลำบากใจอยู่เรื่อย

แน่นอนว่าทั้งคู่ได้แต่เกลียดในใจเท่านั้นล่ะ เพราะเจนีสรู้นิสัยแสนวิปลาสของอีกฝ่ายดีจากคำเล่าของเขา จึงพยายามเลี่ยงจาฮาลทุกครั้งเมื่อหมอนั่นมาที่เขตซาลซ์

“แต่ว่า...”

“ไม่เป็นไร พี่ชินแล้ว” เจโนอิสฝืนยิ้ม แม้ในใจจะไม่ยิ้มสักนิดเดียว เสียงของแวมไพร์ใต้อาณัติเสียงสั่นเครือ บ่งบอกว่าจาฮาลต้องก่อเรื่องใหญ่อีกแน่ๆ แต่ถ้าขนาดเขายังขวัญเสีย แล้วเจนีสไม่ยิ่งตื่นตกใจเพราะเป็นห่วงหรอกเหรอ

หากเขาแสร้งยิ้มเพื่อจาฮาลได้ แล้วทำไมจะแสร้งยิ้มเพื่อเจนีสไม่ได้

เจโนอิสรีบลุกจากโลงศพ ไม่ยอมเสียเวลากระทั่งหาเสื้อคลุมชุดนอนตัวยาว เพราะกลัวว่าหากมัวชักช้า แวมไพร์ด้านนอกอาจจะกลายเป็นศพหรือพิการเสียก่อน

โชคดีที่ไม่เป็นแบบนั้น แต่ว่า...

ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นเลือดก็โชยคลุ้งจนฉุนจมูก

เจโนอิสรีบปิดประตู เขาได้ยินเสียงฝีเท้า เจนีสคงได้กลิ่นและไม่วางใจจึงเดินตามมา แต่เมื่อเขาล็อคกุญแจจากด้านนอก อีกฝ่ายก็ได้แต่ถูกขังด้านในเท่านั้น

“พี่ชาย...” ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วอย่างแสนห่วง แม้อยากตอบรับ อยากบอกว่า ไม่เป็นไรมากแค่ไหน แต่เขากลับเอื้อนเอ่ยออกมาไม่ได้

ไม่ใช่เพราะจาฮาล ฆ่าแวมไพร์ แต่เพราะแวมไพร์ที่ ถูกฆ่านั้นเป็นคนที่เขารู้จักดี

“เจย์” จาฮาลเดินเข้าใกล้ ทุกย่างก้าวล้วนมีของเหลวข้นคลั่กสีแดงสด เหตุเพราะมันแต่งแต้มไปทั่วตัวทายาทแห่งซีลเพียร์ อาบไล้ดวงหน้าเสียจนแทบไม่เห็นสีเนื้อ กลืนกับเส้นผมและดวงตาวาววับราวเด็กน้อยจนแทบกลายเป็นสีเดียว “ฉันเอาของขวัญมาให้เจย์นะ”

คล้ายคราแรกที่พบกัน หากศีรษะและ จำนวนที่ถูกยื่นให้นั้นต่างออกไป

“ฉันรู้ว่านายไม่เต็มใจพูดแบบนั้นหรอกเจย์ นายถูกบังคับใช่มั้ยล่ะ ถูก เพื่อนไม่รักดีพวกนี้เป่าหูจนบอกว่าเกลียดฉัน ไม่ต้องห่วงนะเจย์...ฉันจัดการ พวกมันจนเปิดปากพูดไม่ได้อีก นายไม่ต้องฝืนพูดว่าเกลียดฉันแล้วล่ะ”

เขาไม่รู้ว่าตนกำลังทำสีหน้าแบบไหน ที่แน่ๆ ไม่ใช่หวาดกลัวจนเข่าอ่อนอย่างแวมไพร์ด้านข้าง เพราะเจโนอิสแทบจะไร้ความรู้สึก ได้แต่เหม่อมองภาพเบื้องหน้า...ด้วยความรู้สึกที่ด้านชาไปถึงหัวใจ

ฉันขอโทษ...

คำกล่าวที่ไม่อาจเอ่ยกับเพื่อนสนิทของตนได้อีก เจโนอิสได้แต่เก็บไว้ในใจ ก่อนมองจาฮาลที่ยังยิ้มหวาน ราวรอรับคำชมด้วยความโกรธที่ค่อยๆ ก่อตัวในอก และเริ่มสงบลงอย่างเชื่องช้า

มันเกินรับไหวเสียแล้ว

ทั้งที่ควรโกรธประทุเหมือนทุกครั้ง เจโนอิสกลับยืนนิ่ง เขาเคยนึกมาตลอด ว่าตนเข้าใจจาฮาลดีกว่าใคร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง...เขาก็รู้สึกทุกครั้งว่าเขานั้นไม่เคยเข้าใจอีกฝ่ายเลย

เหมือนเช่นครั้งนี้

ไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยที่จะพร่ำสอนอีกฝ่ายเสียแล้ว

อย่างน้อย...ก็แค่ครั้งนี้เท่านั้น

“ฉัน...” เจโนอิสเอ่ยออกมาคำหนึ่ง ใบหน้านิ่งเฉย ไร้รอยยิ้มฝืน ไร้ดวงตาคาดโทษ ไร้สีหน้าว่ากล่าวหรือปลอบโยนอันใด เขาเพียงมองหน้าจาฮาลด้วยดวงตาไร้ความรู้สึก ก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แทบไม่ต่างกัน “ฉัน...ขอบคุณนะ จาฮาล”

เขานึกคำพูดอื่นไม่ออกจริงๆ

“เจย์...” จาฮาลเบิกตากว้าง ปล่อยเหล่าศีรษะทั้งหลายกลิ้งกับพื้น เรียกเลือดสีสดให้ยิ่งกระจายทั่ว ทำไมล่ะ...ทั้งที่ปกติทายาทแห่งซีลเพียร์จะยิ้มตอบเขาทุกครั้ง ไม่ว่าจะต่อว่าดุด่าหรือสอนสั่งก็แล้วแต่ แล้วทำไม ทำไมครั้งนี้ถึงได้มองเขาด้วยสายตาตื่นตกใจขนาดนั้น

คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสีหน้าอื่นนอกจากความใสซื่อของอีกฝ่าย

และเป็นครั้งแรก ที่เขารู้สึกว่าริมฝีปากตนช่างขมปร่า

...พร้อมน้ำอุ่นที่หยดผสมกับคาวเลือด...

 

-----------------------21/11/2012
 

เหตุการณ์ต่อจากนี้...มีกล่าวถึงในเล่มห้าค่ะ นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้หนูเจนเย็นชาขึ้น(แทบไม่ยุ่งกับใคร) รอบคอบมากขึ้น(แยบยล...) ส่วนจาฮาลเอง ก็ยอมอ่อนให้หนูเจนและสังเกตอารมณ์อีกฝ่ายเก่งขึ้นค่ะ (ก่อนหน้านี้เหมือนจะสน...แต่ความจริงเรียกว่าเอาตัวเองเป็นใหญ่แบบใสซื่อก็ว่าได้) ฉะนั้นเรียกได้ว่า ต่างฝ่ายต่าง โตขึ้น ไปหนึ่งระดับค่ะ เป็นตอนพิเศษที่ไม่ได้แค่ฟินอย่างเดียว แต่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์พิลึกๆ ของฝักดาบและดาบ ว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับอีกฝ่าย และสุดท้ายทำไมถึงมาลงเอยอย่างในเล่ม1-5ได้ ถ้าอ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น (โดยเฉพาะตัวหนูเจน รายนี้หลากอารมณ์มาก) เราก็ดีใจแล้วค่ะ ^ ^

สรุปว่า ที่หนูเจนรั่วไม่ออกเวลาอยู่ในปราสาท ทั้งที่ปัจจุบันรั่วแหลกขนาดนั้น เป็นเพราะสองสาเหตุหลักๆ อย่างแรกคือเจนีส ส่วนอย่างสองคือจาฮาลค่ะ แถมยังไม่รั่วแบบต่างขั้วด้วย ( แต่พออยู่กับตาแก่ล่ะรั่วเอาๆ )

ปล.สำหรับประโยคสุดท้ายในตอนพิเศษนี้ ไม่ได้กล่าวถึงตรงๆ (เพราะหนูเจนเองยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ) ถ้าอ่านแล้วเข้าใจว่าทำไมหนูจาลถึงตกใจขนาดนั้น พออ่านเนื้อเรื่องหลักในเล่มห้าที่ย้อนกล่าวถึงเหตุการณ์นี้อีกครั้ง จะเข้าใจการกระทำของหนูจาลมากขึ้นค่ะ ^ ^

ปลล.เพราะโยงกับเรื่องหลักแบบเต็มๆ ตอนพิเศษนี้จึงมีในเล่มห้าแน่นอน!!

ปลลล.แอบมีสปอยนิสัยเจนีสมาด้วย...อันนี้จัดให้เพราะว่าใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว จะเริ่มลงเล่มห้าต่อค่ะ ถึงตอนนั้นสปอยอันนี้ก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะตอนแรกมาก็เจอสองแฝดแบบเต็มๆ เลย อิอิ

-----------------------15/11/2012

มีคำถามค่ะ!!! สำคัญมาก ช่วยกันหน่อยเน้อ
อยากทราบว่า อยากเห็นหน้าเอซานกับเชอร์คากันรึเปล่า? ตอนนี้กำลังคิดว่าจะเอาใครเป็นแนะนำตัวละครเล่มห้าค่ะ ตอนแรกว่าจะเป็นเจโนอิส แต่อีกคนนึกไม่ออก พอมามองทายาทตระกูลหลักที่เหลือ ก็เหลือตั้งสองคน เลยจะเอาเจโนอิสออก เพราะยังไงเฮียก็ได้ขึ้นหน้าปกอยู่แล้ว และตรงอาชีพหลัก/เสริมมันจะไปซ้ำกับเจนีสในเล่มหนึ่งด้วย แต่กลัวนักอ่านจะไม่อยากเห็นกัน เพราะสองคนนี้ไม่ค่อยเด่น (แต่ในเล่มห้าค่อนข้างเด่นอยู่นะ...) ถ้าไม่เอาสองคนนี้ ก็ช่วยเสนอมาด้วยนะคะว่าอยากเห็นใครเป็นแนะนำตัวสองคน!!

โพล140407
(พิมชื่อผิดอีกแล้ว...ตั้งโพลทีไรพิมผิดตลอด...)
ปล.ขอโหวตคนละหนึ่งครั้งนะคะ!! อยากได้จำนวนที่แน่นอน!

 


------------------------ 06/11/2012

ปล. ตอนนี้มีคนทำโพลสำหรับ Box set VC ที่เวปเอนเธอร์ ใครสนใจยังไงก็ฝากไปแสดงความเห็นกดโหวตคนละจึกสองจึกด้วยนะคะ เผื่อเรื่องนี้จะมีบ็อกงามๆ เป็นฮาเร็มหนุ่มๆ เหมือนที่คั่นนะคะ >.<!!


http://www.enter-books.com/forum/index.php?topic=13637.0


----------------01/11/2012

ประโยคสุดท้าย บอกชัดๆ เลยว่าตอนแรกหนูเจนคิดกับหนูจาลแค่ "ดาบ" ค่ะ ออกแนวเน้นการใช้งานมากกว่า (ฮา) ซึ่งปัจจุบันเองก็ยังคิดอยู่บ้าง (กร๊ากกก) เพราะจริงๆ แล้ว ทายาทแห่งซีลเพียร์นั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากความสามารถนั่นแล...ถ้าไม่มีอันนี้แล้วยันขนาด คงโดนฆ่าทิ้งแต่แรกเกิดเรียบร้อยแล้วค่ะ แอร๊ย


สำหรับข้อสงสัยต่างๆ ยังคงถามได้เรื่อยๆ เพราะเราเองก็ยังคงตอบเรื่อยๆ (และหลุดสปอยไปเยอะ) ค่ะ แอร๊ย ทางนี้เเพ้ลูกยุ ก็อย่าถามลึกกันสิค่า T^T!!!

ปล.เพิ่งนึกได้ว่าเรียกแทนตัวเองว่าไรต์ๆ มาตลอด ไรต์ชื่อ "ปิ๊ง" นะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก! //โค้ง


-------------------------------------

อ่า เพราะมีคนเสนอให้แต่งแรกพบของหนูเจนกับหนูจาล ก็เลยจัดมาเป็นตอนนี้ค่ะ แต่แรกพบมันก็แรกพบจริงๆ นะเนี่ย สั้นสุดๆ (แม้สั้น แต่ก็ฟินสุดๆ เหมือนกันใช่มั้ยล่ะค่ะ ) อาจจะมาต่อ...คิดว่านะคะ เป็นช่วงพยายามทำความรู้จักและความอดทนของหนูเจน (ฮา)

นอกจากนี้ขอชี้เเจงเกี่ยวกับเล่มสี่ด้วยค่ะ

1.      สลับตัวหมายถึงอะไร? เจโนอิสใส่แล้วจะสลับตัวกับเจนีส หรือว่ากลายเป็นเจนีส?

-          จี้กุหลาบใส่แล้วจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายนอกของผู้สวมใส่ให้กลายเป็นเจ้าของจี้ค่ะ ในกรณีนี้ เจโนอิสใส่จี้ของเจนีส รูปลักษณ์ภายนอกจึงเป็นเจนีส ซึ่งจี้ของเจโนอิสเองนั้นอยู่กับเซโง (โดนขู่ไปตอนเล่มสาม) สรุปแล้วตัวเดินเรื่องทั้งหมด เป็นเจโนอิสตั้งแต่ต้นค่ะ ซึ่งไอ้นิสัยดาร์กๆ ที่หลุดมาตอนหลังนั้น ก็มาจากนิสัยดั่งเดิมสมัยเฮียยังเป็นผู้นำตระกูลซาลซ์ ส่วยไอ้นิสัยรั่วๆ อย่างที่เห็นนั้น...ก็เป็นนิสัยดั่งเดิมที่เฮียไม่เคยเปิดเผยกับใครนั่นเอง (ฮา)

2.      แสดงว่าเจนีสตายไปแล้ว?

-          ใช่ค่ะ ตายไปตั้งแต่สองร้อยปีก่อนนั่นแล

3.      แล้วทำไมหนูเจนต้องปลอมตัวด้วย?

-          อย่าลืมค่ะว่าเจโนอิสเนี่ย...เป็นคนกวาดล้างแวมไพร์ฮันเตอร์ การที่หนูเจนอยากจบเรื่องทั้งหมดแล้วใช้ชีวิตปกติทั่วไป ย่อมไม่อาจใช้ภาพลักษณ์ของ “เจโนอิส” ได้ค่ะ ก็เลย...

-          สาเหตุสำคัญอีกอย่าง(หรืออาจหลายอย่าง) เฉลยในเล่มห้าค่ะ

4.      แล้วมีใครรู้เรื่องนี้บ้าง?

-          ชี้แจงก่อนว่า ชื่อเล่นของแฝดทั้งคู่คือ “เจย์” ฉะนั้น การที่ถูกเรียกว่า “เจย์” ไม่ได้หมายความว่าเจนีสหรือเจโนอิสแบบตรงตัวแต่แรกค่ะ ฉะนั้น...

-          คนแรกเลยคือเชอร์คา เพราะเป็นทายาทตระกูลหลัก ถึงได้ฮึดสู้จะทำร้ายหนูเจน เป็นเพราะรับไม่ได้ที่เจโนอิสใช้ชีวิตปกติโดยสวมรอยน้องชายที่ตายไปค่ะ ( ตอนแรกหนูเจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้แล้ว ก็เลยเชื่อใจ ตอนหลังพอรู้ว่าเชอร์คารู้ตัวจริงของตัวเอง เลยรีบฆ่าทิ้งก่อนความแตกค่ะ (เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เฮียแกหลุดดาร์กสุดๆ เพราะเซโงก็อยู่ตรงนั้นด้วย...)) *อ่านเพิ่มเติมเล่มสาม*

-          คนที่สองคือจาฮาล อันนี้คงไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้กัน สาเหตุหลักๆ คือ เจโนอิสเป็นพี่ชายฝาแฝด แน่นอนว่าพี่ชาย ย่อมได้รับสิทธิ์ของการเป็น “ฝักดาบ” ค่ะ สำหรับหนูจาล...ไม่ว่าจะเป็นสภาพแบบไหนก็ไม่มีทางจำฝักดาบตัวเองผิดแน่นอน! //ฟินนน

-          คนที่สามคือคีซัส คงไม่ลืมนะคะ ว่าคีซัสคือ “คนที่เจโนอิสเชื่อใจจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าสำรองคอยสั่งการหากมีเหตุผิดพลาดเมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน” หรือก็คือ...ก่อนที่เฮียจะมาเป็นเจนีสนั่นเอง

-          คนที่สี่ไคซาเดล ไนต์แมร์ หากอ่านเล่มสี่คงรู้ว่าตาแก่คนนี้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับหนูเจน(เพียงฝ่ายเดียว)ค่อนข้างมาก ไม่งั้นคงไม่ลงทุนลงแรงช่วยตั้งแต่แรกเริ่มขนาดนั้น หรือง่ายๆ ก็คือ “ทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อนตั้งแต่แรกค่ะ”

5.      ถ้าคีซัสรู้ แล้วเชย์ออนล่ะ?

-          เชย์ออนเป็นคนธรรมดา มาหลังเหตุการณ์เมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน จึงไม่รู้ค่ะ ( หากรู้ คงทำตัวกับหนูเจนดีกว่านี้ ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงกวนติ๊ด! ขนาดนี้แน่นอน ฉะนั้นหลังจากนี้ใครอยากเห็นเชย์ออนอ่อนลงก็...)

6.      ฟรีคคือเทอร์จิสจริงๆ เหรอ?

-          อันนี้ใบ้คำไปเยอะแยะมากมาย ไม่ขอบอกไปมากกว่านี้ค่ะ

7.      แล้วเล่มห้าจะออกเมื่อไหร่

-          หากแต่งทันตามกำหนด คิดว่าคงไม่เกินมีนาปีหน้าค่ะ

 
ที่ถามมาส่วนใหญ่มีเท่านี้ ฉะนั้นท่านไหนที่มีข้อสงสัยเมื่ออ่านเล่มสี่จบ สามารถโพสถามที่นี่ได้เลยค่ะ ถ้าไม่เป็นการสปอยเล่มห้า เราจะตอบให้ แต่ถ้าสปอย ก็ขออุบอิบค่ะ แต่ส่วนใหญ่ที่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนหนักๆ ก็เฉลย “เกือบ” หมดแล้วนะ
//ฮา

 

สำหรับเล่มห้า ตอนนี้แต่งได้เลยครึ่งเล่มแล้ว (จบภาคอดีตพอดี และมีข่าวดีว่าท่าจะ 'หนา' ) ในภาคอดีตจะมีทายาททั้งสี่คนครบถ้วยทีเดียว อิอิ ใครที่เป็นแฟนคลับหนูจาลไม่ควรพลาดค่ะ เพราะเท่าที่นับมาสี่เล่ม (เล่มสองถึงห้า) เล่มนี้เฮียบทเยอะที่สุดแล้ว (กร๊ากกกก)
 

ปล.ยังคงเรียกหนูเจนได้ตามสบายค่ะ ถือซะว่าเป็นชื่อเล่นของเจโนอิสละกันเนอะ เพราะหนูจาลเองยังเรียก “เจย์ๆ” อยู่เลย ^ ^

ปลล. สำหรับท่านที่แต่งฟิคเรื่องนี้ ถ้าเป็นปัจจุบัน( มีเซโงอยู่) ใช้แทนตัวหนูเจนว่า 'เจนีส' ได้เลยค่ะ แต่ถ้าเป็นอดีต(ไร้เซโง) ก็อยากให้แทนว่าเป็น 'เจโนอิส' นะคะ ^ ^

 

สำหรับสปอย หรือยำนิยายนอกรอบ (ตอนพิเศษ)
ตามไปได้ที่ http://www.facebook.com/ZerzesEnterBooks ค่ะ ^ ^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,130 ความคิดเห็น

  1. #4248 Rhode Tarou (@no100one100) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 21:18
    ไม่ว่าเชย์ หรือเซ จะมาท็อปฟอร์มแค่ไหน ก็ยังคงเชียร์ ทายาทแห่งซีลเพียร์สุดใจขาดดิ้น ! ///โบกป้ายเชียร์หนุ่มยัน ><
    #4,248
    0
  2. #3902 pui3200 (@pui00) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 15:02
    เล่ม5 ออกเดือนนี้ใช่ไหมค่ะ หวังว่าคงไม่ใช่สิ้นเดือนY^Y
    ค้างมว้าก
    #3,902
    0
  3. #3778 G.Bell (@SXR2) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:18

    “ฉันไม่ได้คิดจะเป็นเจ้า(ข้าว)เจ้าของเจย์ ...” ดวงตาสีแดงสดของซีลเพียร์เรืองวาบวูบหนึ่ง ก่อนดับแสง(ฉับ)พลันเมื่อหันมามองสบกับเขา ...

     

     

    ตัวอย่างตอกหน้าเด็กสาวให้ถอนตัวไปเอง ... ไม่ยักรู้ว่าคนเมืองนี้มี(มนุษยสัมพันธ์)ดีขนาดเรียกชื่อคนอื่น...

     

     

    ... ท้ายที่สุด เจโนอิสก็พาจาฮาลมาเดิน(แถบ)ชานเมืองแทน ...

     

     

    หนูเจนบอกให้หนูจาลพาเหยื่อไปที่หลังบ้าน(หลัง)หนี่ง ค่อนข้างไร้คน (แถม)ยังติดป่าเปลี่ยวอีกต่างหาก

     

     

    เจโนอิสเดินไปหลบ(ใน)ที่หลังบ้านตามนัดหมาย

     

     

    และแล้วเขาก็ช่วยลด(อัตรา)การตายของแวมไพร์ได้จริงๆ

    ...แวมไพร์(เขตซีลเพียร์)จะมองเขาด้วยสายตา(เทิด)ทูนบูชาเหมือนพระผู้(ทรง)โปรดทุกครั้ง ... เพราะแต่ก่อนแวมไพร์ที่ตายด้วยน้ำมือจาฮาล(มาก)ที่สุด ...

     

     

    คล้ายคราแรกที่พบกัน หากศีรษะและ (จำนวน)

    “ฉันรู้ว่านายไม่เต็มใจพูดแบบนั้น(หรอก)เจย์ นายถูกบังคับใช่มั้ยล่ะ ...”

    #3,778
    0
  4. #3777 G.Bell (@SXR2) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:16
    ตอนนั้นเขาอายุ 7 ขวบ
    (ท่านพ่อแม่ท่านแม่)พาพวกเรามาเจอกัน


    ปราสาทแวมไพร์ถูกแบ่งเป็นห้าส่วน สี่ส่วนนั้นถูกแบ่งเป็นสี่ทิศ ... และทิศตะวันตกคือเชอร์คา(ซาลัวร์)
    และตอนนี้เจโนอิสก็กำลังเข้าเขตซีลเพียร์เป็นครั้งแรก
    โดยมีเสียง(เจื้อย)แจ้วตลอดทาง
    “ตรงนั้นคือทางเดิน(ไป)เชื่อมไปอีกตระกูลหนึ่ง ...”

    เจโนอีสรีบฝืนยิ้มเมื่ออีกฝ่ายพูดจ้อแล้วหันมาจ้อ(ง)เขาอีกรอบ

    ...ศึกดาบ(งับ)ฝักดาบกลางเมือง...

    เด็กสาวเดินเข้ามาใกล้ทั้งสอง
    ...แม้คำถามจะเหมือนมีพวกเขาสองคนเป็นหัวข้อหลัก แต่(ไหน?)เธอถึงได้มองจาฮาล...

    “ไม่เอาน่าจาฮาล นี่มันกลางเมืองนะ” เขาเอ่ยก่อนมองไปรอบๆ เริ่มมีคนมุงดูและชี้(สงสัยมา)แล้ว

    เด็กสาวทรุด หอบหายใจแรง ...เจโนอิสไม่คิดสำรวจอาการ (กระชับ)ข้อมือที่ยังกำไม่ปล่อยของจาฮาลแล้วลากหลบมุม...

    เจโนอิสชะเง้อหน้ามองสถานการณ์ผ่านตรอกไม่ไกลนัก ... พร้อมเสียงคุย(จอแจ) ...


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:08
    #3,777
    0
  5. #3757 Namaya_Neki (@Mamiji) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:41
    ฮรึก.. คุณมาทำร้ายดาวทำไม!?(?)

    หลอกให้รักเจนีสได้ตั้งนาน สงสารเจโนอิสอยู่ลึกๆ สุดท้ายแล้วมันไม่ใช่!



    ...



    แต่งได้เจ๋งมากค่ะ นับถือเลยจริงๆ



    #3,757
    0
  6. #3745 Lita (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:03
    TwTจาลจ๋าหนูโหดปายม้า!!!!!!!(แต่ยังเป็นแฟนคลับอยู่นะ555)

    อ่านเล่ม1 อารมฮาแตกตรงที่หนูเจนเราด่าเซโงเพราะโมโหหิวครั้งแรก5555แบบยาว+สะใจมาก!!!(เอายาวๆกว่านี้อีก!!!(เหมือนโรคจิตแฮะ555)

    เล่ม 2 แอบฟิน+เชียร์ฟรีคกะหนูเจนเหมือนต้องมีความสัมพันกันอีกเยอะะะะะะ

    เล่ม 3 กลับมานับถือหนูเจนในความสามารถในการด่า5555ด่ายาวครบเซ๊ตบังอาจทำลายสมบัติล้ำค่า!!!!

    เล่ม 4 เคืองฟรีคสุดใจ!!!ฉีกป้ายเชียร์ที่ให้คู่กะหนูเจนทิ้งทันควัน!!!!!บังอาจมาเปิดเผยอความลับหนูเจน!!!

    (ไมาพอทำให้รุว่าเจนีสหนูตายแล้วด้วยTTTOTTT)



    คำถามค้า><



    รอเล่ม 5 ด่วนๆเลยค้า>_
    #3,745
    0
  7. วันที่ 25 มกราคม 2556 / 23:18
    คือก็พอเข้าใจจากตอนจบของเล่มสี่ว่าคนที่บรรยายเรื่องไม่ใช่เจนีส
    แต่พอมารับรู้ว่าเจนีสตายแล้วจริงๆเราก็เสียใจ
    จะร้องไห้แล้วง่ะ ฮืออออออ
    พี่ปิ๊ง(โมเมขอเรียกว่าพี่?) มารับผิดชอบความรู้สึกด่วน!!
    ด้วยการส่งจาฮาลมารักษาแผลใจ!?
    #3,654
    0
  8. #3617 katba (@katba) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 16:38
    ถึงยังไงก็ชอบจาฮาลอะ >w< หรือเราจะชอบแบบวิปลาส ม่ายยย แต่เชียร์ จาลxเจนไปแล้วง่ะ ชอบความยันของจาฮาลมากเลย น่ารักอะ ภายใต้ความเพี้ยนนั้นมีความน่ารักแฝงอยู่ หึหึ (เซโงตกอันดับไปแล้ว)
    #3,617
    0
  9. #3537 loveshineeforever (@neng71036) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 02:56
    รอเล่ม 5 ค่า อิอิ

    ชอบมากค่ะเรื่องนี้ แต่งเยอะๆก้อได้ค่ะ ไรเตอร์

    ถ้าจบแล้วใจหายอ่ะ TT

    แต่อ่านแล้วฟินอ่ะ โอ้ยยยย เขิน

    รออ่านอยู่น่าค่า รักไรเตอร์มากมาย

    ป.ล. ว่างๆ แต่งฟิคให้อ่านมั้งนะค่ะ >///< เอา 2 มิน shinee นะค่ะ
    #3,537
    0
  10. #3534 ลูกมังกรดำ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 16:26
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เล่ม 5 จะออกแย้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

    สำหรับแนะำตัวละครขอเป็นซอร์คัตดีก่า (เพราะซาลัวร์รู้สึกว่ามันกวนๆยังไงก็ไม่รู้กร๊ากกกกก)
    #3,534
    0
  11. #3511 koori yuki (@nickyza008) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 16:37
    อั๊ยย๊ะ  ๆ จะตั้งตารอร้อรอเล่ม 5 น่ะเจ้าค่ะ อยากอ่านไวๆอ่า ลงเดือนกุมเลยไม่ได้หรอเดือนเกิดข้าน้อยพอดีเลย อุว๊ะ อุว๊ะ //ผั้ว !! โดยตบกะจาย >.<
    #3,511
    0
  12. #3419 จิ้งจอกรัตติกาล (@lafe) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 15:50
    ขอบคุณครับ ที่แท้ก็เป็นเจโนอิสตั้งแต่แรก... มีการให้จาฮาลไประบายกับ'คน'แทนเพื่อลดอัตราการสูญเสียด้วย (เรียกว่าไม่มีทางเลือกดีไหมนะ ถึงจะไม่ค่อยชอบก็เถอะ แต่ขนาดเพื่อนสนิทเฮียเองยังรักษาไว้ไม่รอดเพราะต้องเจอกับแวมไพร์โรคจิต) ว่าแต่...เป็นนิสัยดั้งเดิมทั้งสองอันเหรอครับ รั่วๆ ชอบพล่ามกับดาร์ก
    #3,419
    0
  13. #3345 ••__HanKyu*,HoHyun+WonKyu (@U-know_dream) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2555 / 13:30
    รอเล่ม 5 ไม่ไหวแล้วค่ะ อยากให้ออกเร็วๆ -...- 
    อยากอ่านตอนพิเศษแบบฟินๆ <<โดนยัน

    ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่เซอเซสนะค่ะ สู้ๆค่ะ 
    #3,345
    0
  14. วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 14:15
    อ่านเรื่องเเล้วระยะนี้รู้สึกจิตใจหดหู่ ชอบเหม่อลอยยังไงไม่รู้ เฮ้อ วันๆมองขวาทีซ้ายทีก็เอาแต่คิดเรื่องของหนูเจน รู้สึกสงสารชะมัดเลยโดนพ่อเเม่หลอกตั้งเเต่เกิดเลยอะ(เศร้าใจอย่างเเรง)ยิ่งระยะหลังนี้ชีวิตหนูเจนน้อยเจอเเต่เรื่องน่าเศร้า ยิ่งพออ่านเล่มสี่เเล้วยิ่งรู้สึกอยากทำประทุษร้ายอีตาฟรีคจัง หนอย เรารึอุตสาห์นึกดีใจที่ฮาเร็มหนูเจนขยายตัวมีหนุ่มหล่อเข้ามาอีกคน เเต่อีตานี่ดัน...(ว้าก พูดถึงเเล้วโมโห!! ทนไว้ ขันติๆ)
    #3,317
    0
  15. #3243 princess otaku (@shugochara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2555 / 16:25
    อีกหนึ่งวันจะถึงสิ้นเดือนแล้ว อยากอ่านตอนแรกของเล่ม5เร็วๆจังเลยค่าาาา

    อยากรู้จังพลังจิตของหนูเจนคืออะไร จะเทพไหม


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2555 / 16:32
    #3,243
    0
  16. #3242 Emperor ~ (@noonnont2820) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 22:16
    เห็นด้วยกันสามฟินของความคิดเห็น 3203 คร๊าบบบ 
    ตัวละครขอเป็นทายาทสองตระกูลหลักที่ยังไม่เคยเห็นหน้าคร๊าบบบ
    แต่ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นเจโนอิสยืนคู่กับเจนีสในชุดนอนนน *0*
    #3,242
    0
  17. #3241 Noble (@qeen-of-night) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 20:52
    หนูเจนกินเด็ก(เซโง)
    เล่มห้าจะออกประมาณตอนไหนคะพี่ปิ๊ง
    #3,241
    0
  18. #3238 p-a-a-n*** (@paan-p-g-t) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 21:52
    แอบช็อกนิดๆ ~
    #3,238
    0
  19. #3232 ~pink~ (@feriona) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 09:52
    ตอบค.ห.3209
    ตาแก่มีภรรยาค่ะ แต่ว่าภรรยาเป็นมนุษย์ธรรมดา ก็เลยตายไปนานเเย้ว (การ์นีเวียเป็นลูกครึ่งมนุษย์ไนต์แมร์)
    ปล.ผู้หญิงในเรื่องนี้มักถูกกำจัดอย่างเนียนๆ...
    #3,232
    0
  20. #3231 สายหมอกเดียวดาย (@kuroii) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 08:11
    ความจริงที่จะถามนี่ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูเจโน่เท่าไหร่ (ไม่เกี่ยวเลยแหละ)
    แต่อยากถามความตกลงตาแก่มีภรรยารึเปล่าคะ ถ้าไม่มีแล้วมีลูกสาวได้ยังไง
    ลูกเก็บมาเลี้ยง? คนอื่นฝากให้เลี้ยง? หรือพี่ปื๊งไม่ได้คิด?(ลืม)
    (เพิ่งรู้สึกตัวเมื่อวานนี้ว่าเฮ้ย! เดี๋ยว! ตาแก่มีลูกสาวแล้วภรรยาล่ะ! )
    ปล.ไม่อยากให้มีอะ...ตกลงว่าลูกเก็บเถอะพลีสสสส
    #3,231
    0
  21. #3230 Fran(フラン) (@akinoko) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 00:26
    มาอัพเร็วนะคร้าา รออ่านเล่มห้าอยู่นะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #3,230
    0
  22. #3229 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 / 21:37
    อยากอ่านเล่น 5 ใจจะขาดแล้ว ><
    #3,229
    0
  23. #3228 ~pink~ (@feriona) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 / 19:30

    ตอบค.ห.3202
    สำหรับคีซัส เล่มห้ามีทุกอย่างที่ต้องการแน่ค่ะ ตั้งแต่แรกเจอยันเหตุผลในปัจจุบันเลยว่าทำไมจงรักภักดีกับหนุเจน

    ตอบค.ห.3203
    ขอบคุณมากค่าาาาาา แอร๊ย ได้อ่านเม้นยาวๆ แบบนี้แล้วชื่นใจจัง >.สำหรับความรู้สึกหนูจาล ถ้าให้ลงรายละเอียด หนูจาลค่อนข้างนิสัยไม่ดีหน่อยๆ ตอนแรกที่เจอหน้า แม้จะเห็นเป็นพี่เลี้ยง เป็นอ้อน พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่แอบพยศอยู่นิดๆ อารมณ์ลองเชิงฝักดาบของตนด้วยค่ะ (ที่เห็นว่าหนูจาลทำเป็นยอมเเต่หนูเจนกับเถียงไม่ค่อยออก เพราะหนูจาลจงใจไม่ทำตามจนกว่าจะหาข้อสรุปที่ตัวเองพอใจได้ ไม่ใช่ที่เจโนอิสพอใจ ) สรุปง่ายๆ คือ เข้าใจ ยอมรับว่าหนูเจนเป็นฝักดาบ แต่ก็ไม่เชื่อฟังถวายตัวซะทุกอย่างขนาดนั้น แต่ก็อารมณ์หวงของ ปกป้องฝักดาบอยู่ดี (ก็มีแค่คนเดียวนี่นา) พอมาเห็นหนุเจนร้องไห้ ก็เลยอารมณ์รู้ใจตัวเอง (แอร๊ยยยยยย ) จากที่แอบพยศหน่อยๆ ทำเป็นเชื่อฟังแต่ไม่ทำตาม ก็เลยกลายยอมอย่างสมัครใจเองแต่โดยดีโดยที่หนูเจนไม่ต้องพูดพล่ามเท่าแต่ก่อนค่ะ (ขณะเดียวกัน ทางหนูเจนเองก็ปลง จากที่พูดห้ามจาฮาล เลยหันกลับมาใช้วิธีตรงกันข้าม เป็นการห้ามตัวเองแทน อารมณ์ว่า จะไม่ทำในสิ่งที่เป็นช่องว่างให้จาฮาลลงมือได้อีก ประมาณนั้นค่ะ) ถ้าให้เปรียบเปรยเป็นภาพ ตอนแรก จะเป็นหนูเจนพยายามเข้าเข้าหาหนูจาล แต่หนูจาลดันยืนเฉยๆ ไม่ก้าวหน้าไม่ถอยหลัง แต่พอหลังเหตุการณ์นั้น หนูจาลเป็นฝ่ายก้าวไปหาเอง แต่แทนที่หนูเจนจะยืนเฉยๆ หรือก้าวเข้าหาบ้าง กลับเป็นฝ่ายถอยหลังซะด้วยซ้ำค่ะ...( โธ่ หนูเจน T^T )
    //ก๊อปมาจากที่อื่นอีกที เพราะมีคนถามเกี่ยวกับความรู้สึกหนูจาลในตอนนี้ค่ะ อิอิ


    ตอบค.ห.3204
    1.เจนีสทรงผมเหมือนหน้าปกเล่มหนึ่งจ๊ะ ผมสั้นระบ่าสีทองหม่น
    2.เป็น ฝาแฝด ฉะนั้นหน้าเหมือนกันเลยค่าาา ไม่มีใครสวยกว่านะ แต่ว่า เจโนอิสจะดูมี "ราศี(ความเป็นราชินี)" กว่าเท่านั้นเอง >.3.พลังจิตเฉลยตอนแรกของเล่มห้าเลยค่ะ
    4.หนู เจนเก่งในระดับหนึ่งค่ะ แต่ไม่ถึงกับสู้แบบแลกหมัด หนูเจนอาศัยชิงจังหวะมากกว่า (อารมณ์ค่อยๆ แย๊บๆ คู่ต่อสู้ ส่วนหนูจาลเป็นพวกปล่อยหมัดอัปเปอร์คัต หมัดเดียวจอดค่ะ ) ในอดีต หนูเจนจะเป็นแนวหลัง(จาฮาล) หน้า(แวมไพร์คนอื่น) ก็เลยเก่งคุมดาบตัวเองให้สู้ซะมากกว่าจ๊ะ ^ ^
    ตอบค.ห.3205
    เข้าใจถูกแล้วค่ะ ไม่ว่ายังไงหนูเจนก็เคะอยู่ดี!! //แต่อัพเลเวลราชินีขึ้นเท่านั้นเอง!!
    เห็นเจนีสหงิมๆ แบบนั้น แต่ก็หวงพี่ชายนะคะ หุหุต


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2555 / 19:32
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2555 / 19:36
    #3,228
    0
  24. #3227 Pair p. (@Deat_p) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 / 16:58
    เจนีสร่างกายอ่อนแอ
    เจนีสตื่นมางัวเงีย
    เจนีสเรียกหนูเจย์ว่า 'พี่ชาย'
    แต่ยังไง... ก็ยังรู้สึกว่าหนูเจย์เป็นเคะอยู่ดี.. เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉานน //ทึ้งหัว
    ถ้าเมะ(เจนีสและจาฮาล)ไม่สามัคคืกันแบบนี้ แล้วจะสร้างฮาเร็มต่อยังไงล่ะเนี่ย..
    //โดนตบด้วยปีก
    #3,227
    0
  25. #3226 The White Rose of Death (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 / 11:49
    รอเล่ม5ไม่ไหวมาอ่านซ้ำ
    อ๊ากกกกกก แล้วแล้วก็ฟินๆๆๆ ชอบที่สุดเลยอ่ะ เล่ม5จ้าาาาาาาา เมื่อไรจะมา T^T

    พี่คะมีคำถาม(อีกแล้ว)คะ
    1) เจโนอิสนี่ ผมสีทองหม่นยาวใช่ไหมคะ? แล้วเจนีสละคะสีอะไร?
    2) เจโนอิสนี่จะสวยกว่าเจนีสใช่ไหมคะ? เพราะผมยาวด้วยนี่หน้า ต้องสวยมากๆเลยใช่ไหมคะ? *-*
    3) พลังจิตของหนูเจนมีเฉลยอยู่ในเล่ม5ใช่ไหมคะ?
    4) หนูเจนที่เก่งต่อสู้รึปล่าวคะ? หรือว่าเก่งแต่การวางแผน? เหมือนจะเคยอ่านผ่านตาว่า ฝักดาบต้องคอยระวังหลังให้ดาบ แสดงว่าหนูเจนก็หน้าจะเก่งในระดับหนึ่งใช่ไหมคะ? *0*
    #3,226
    0