tori ni naritakunai! เกิดใหม่ทั้งที ไม่ต้องพกความนกมาด้วยได้ไหมคะ!

ตอนที่ 9 : ตอนพิเศษ June Bride ในปีนี้ของเธอกับเขา 4 (ครบตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ก.ค. 61


ตอนพิเศษ June Bride ในปีนี้ของเธอกับเขา 4

















"รอเดี๋ยวก่อนค่ะ!!"




มิกาตะหยุดเดินก่อนจะหันไปมองตามเสียงเรียกอย่างแปลกใจ "มีอะไรเรอะแม่หนู?"



เรจ้องตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ "ขอโทษนะคะที่เรียกไว้กะทันหัน แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็มีเรื่องอยากจะพูดกับคุณมาบิชิ ไมกะให้ได้เดี๋ยวนี้ค่ะ"


"...." ดวงตาของชายชราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ลงจ้องหน้าหญิงสาวอ่อนวัยคนนี้นิ่ง เรเองก็จ้องกลับไปเพื่อแสดงถึงความตั้งใจจริง


"ขอร้องล่ะค่ะห้านาที ไม่สิ แค่สามนาทีเท่านั้น!"



ความมุ่งมั่นนั้นทำให้นัยน์ตามิกาตะสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะตอบตกลง "......ได้สิ ฉันจะเข้าไปรอในห้องก่อน"


"แต่ว่านายท่าน...." ไม่มีเวลามากแล้ว


"ทำตามที่ฉันบอก" ผู้นำตระกูลเอ่ยเสียงเด็ดขาดตัดบทผู้ติดตามที่ก้มหน้าลงเกรงบารมี สายตาเฉียบคมเหลือบมองด้านหลัง ก่อนจะก้าวเดินเข้าห้องไป



....ฝากด้วยนะแม่หนู




"ขอบคุณมากค่ะ!" เรโค้งขอบคุณไล่หลังชายชราอย่างดีใจ แล้วหันไปมองหญิงสาวที่จ้องมองเธอด้วยความสงสัย


"....ฉันอาจจะเป็นคนนอกที่จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง แถมฉันยังไม่รู้เรื่องในครอบครัวของคุณดีพอจะเอ่ยปากออกความเห็นได้ด้วยซ้ำ"


"...."


"แต่ว่าในความคิดของฉัน... ถ้ามีความรู้สึกบางอย่างที่อยากจะส่งให้ถึง ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้แน่ใจว่าจะส่งมันไปถึงจุดหมายให้ดีค่ะ"


ไมกะนิ่งอึ้งไป ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะแฝงความเจ็บปวดเบาๆ "ฮะๆ บอกออกไปเพื่ออะไรกัน? ถ้าจุดหมายที่ว่าไม่ได้สนใจจะรับฟังมัน เขาเห็นคุณแม่กับฉันเป็นแค่เครื่องมือใช้ประโยชน์เท่านั้น..."



เห็นดังนั้น เรจึงเลือกที่จะเอ่ยคำถามต่อ "....คอนเซ็ปต์งานเลี้ยงในวันนี้ ผู้นำตระกูลมาบิชิเป็นผู้กำหนดใช่ไหมคะ?"



พูดถึงงานแต่งงาน ใบหน้าเจ้าสาวง้ำทันที แต่ยังพยักหน้าตอบรับให้ "ใช่...ทำไมถึงรู้ได้ล่ะจ๊ะ?"



ถ้าความคิดของเธอถูกต้องล่ะก็...



"ฉันรู้เพราะว่าได้คุยกับผู้นำตระกูลเรื่องที่คั่นดอกไม้ที่เป็นของรักของคุณตาเขาน่ะค่ะ"



"ที่คั่นดอกไม้?" สีหน้าไมกะค่อยๆแปรเปลี่ยนไปทันทีที่เริ่มนึกบางอย่างออก "หรือว่า..."




"ดอกไม้ที่นำมาทำเป็นที่คั่นอันนั้น เป็นดอก'คาเนชั่นสีขาว'ค่ะ"



"!?"


ชื่อดอกไม้นี้ทำให้สีหน้าของหญิงสาวคู่สนทนาแปรเปลี่ยนไปมาทั้งความรู้สึกคิดถึง เศร้าสร้อย ก่อนจะกลายเป็นความเจ็บปวด ตกตะลึง และนิ่งอึ้ง "ทะ ทำไม...."



ทำไมดอกไม้แห่งความทรงจำของเธอกับคุณแม่ ถึงเป็น'ของรัก'ของคนๆนั้นไปได้!?



เดี๋ยวก่อน แล้วทำไม....


แววตาสับสนวุ่นวายใจคล้ายกับถูกทำลายความเชื่อที่ฝังใจบางอย่างมาตลอดที่จ้องมองมา ทำให้เรยื่นมือไปแตะที่หลังมือเธอคนนี้เบาๆอย่างให้กำลังใจ


"เมื่อครู่ฉันเพิ่งเข้าใจเหตุผลที่ทำไมคอนเซ็ปต์ถึงต้องเป็นสีครีมขาวเท่านั้น เพราะว่า..." เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดออกมา



"ต้องการให้คาเนชั่นสีขาวเบ่งบานภายในงานนี้...."



"....!"


'เพื่อให้ทุกคนร่วมระลึกถึงลูกสาวอันเป็นที่รัก เพื่อให้ตัวแทนดอกไม้นี้แสดงถึง'ความรักที่บริสุทธิ์'ที่ไม่ต้องการการตอบแทน เพียงได้รักและทะนุถนอมอยู่ไกลๆ '



เพื่อทำให้ลูกสาวที่ล่วงลับได้เป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของลูกสาวที่ตนรัก




เพื่อทำให้ความฝันของคนเป็นแม่ที่ไม่อาจมีโอกาสได้อยู่เคียงข้างในช่วงเวลาแห่งความสุขของลูก กลายเป็นจริงขึ้นมา....




เรเว้นช่วงให้หญิงสาวได้ใช้เวลาทำความเข้าใจอย่างช้าๆไม่รีบเร่ง "หลานสาวอย่างเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้โกงมากนะคะ"



'เพราะหลานสาวเป็นตัวตนที่แสนวิเศษ เป็นตัวตนที่เกิดมาเพื่อจะเอาแต่ใจกับคนเป็นตาได้มากเท่าไหร่ก็ได้อย่างไรล่ะ'


"...."


"ลองเอาแต่ใจจนถึงที่สุดสักครั้งดีไหมคะ? ลองปล่อยอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดออกไป พูดในสิ่งที่คิด แสดงอารมณ์ตามความรู้สึกที่มี..."


เรเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวที่ดูแข็งกร้าวในสายตาคนอื่น แต่ตอนนี้เธอคนนี้กลับดูเปราะบางมากอีกนิด ยื่นมือไปบีบมือที่กำแน่นอยู่


หวังปลอบประโลมเพียงเล็กน้อยก็ยังดี



"ลองให้โอกาสตัวเองได้มีความสุขกับ 'ครอบครัว' อีกสักครั้งดีไหมคะ?"



"....อึก ฮึก" เสียงสะกดกลั้นอารมณ์ที่เก็บไว้มาตลอดดังแว่วไปทั่วอาคารโอ่อ่าที่ไม่เย็นเฉียบอีกต่อไป



ต้องไม่เป็นไร....



"เราจะร้องไห้โยเยใส่เพราะอีกฝ่ายเป็นคุณตาที่ไม่ยอมตามใจหลานสาวที่น่ารักอย่างเราสักครั้งจะเป็นอะไรไป จริงไหมคะ?" เรขยิบตาส่งไปให้ตอนท้ายอย่างขี้เล่น



".....ฮะๆๆ" ไมกะหัวเราะทั้งๆที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ ริมฝีปากที่เม้มแน่นมาตลอดค่อยๆคลี่ออกเป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวสดใส



เป็นรอยยิ้มแรกที่เรได้เห็นจากเธอคนนี้ และเป็นรอยยิ้มที่สวยงามมาก....



พอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออก จ้องมองหญิงสาวอ่อนวัยกว่าตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม "เอาเถอะ เห็นแก่ความเป็นห่วงที่น่ารัก จะลองเก็บไปคิดดูละกันนะจ๊ะ"



"...!" ได้ยินคำพูดเชิงรับฟังนั้น เรริเนะก็แสดงความดีใจออกมาอย่างปิดบังไว้ไม่อยู่ "ค่ะ! เท่านี้ก็มากพอแล้ว ขอบคุณมากค่ะ!"




ต้องไม่เป็นไรแน่!






-ผ่านไปครึ่งชั่วโมง-




เป็นยังไงบ้าง? จะเป็นไปได้ด้วยดีรึเปล่า? ต้องเป็นไปด้วยดีสิ ใช่ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่!



อาการกระสับกระส่ายจนทำให้ศีรษะของคนที่ตนกำลังจัดแต่งทรงผมให้อยู่ดุ๊กดิ๊กไปมา สร้างความรู้สึกให้ริทสึอยากร้องไห้ รึอยากหัวเราะเอ็นดูดี


"จุ๊ๆ แม่ตุ๊กตาน้อย มองเธอดุ๊กดิ๊กไปมาก็น่ารักจนอยากดึงมาฟัดมาหอมอยู่หรอก แต่ฉันไม่อยากทำทรงผมเธอเบี้ยวนี่สิจ๊ะ"


"....!" คนที่ขยับตัวไปมาหยุดลงทันที หันไปขอโทษชายหนุ่มผู้มีความเป็นพี่สาวสูง "หวา ขอโทษนะคะริทสึซัง! พอดีฉัน..."



กลัวว่าจะพลาดเรื่องสำคัญอะไรไปจนทำให้ทั้งสองคนไม่สามารถส่งความรู้สึกถึงกันดีพอ...



มือที่ขยับจัดทรงผมอยู่ชะงักเล็กน้อย แล้วมีสัมผัสที่โดนลูบหัวเบาๆแทนที่ "....ตุ๊กตาน้อยน่ะทำดีที่สุดแล้วนะจ๊ะ แถมทำได้ดีมากขนาดที่ฉันไม่กล้าหวังในแบบที่เกิดขึ้นตอนนี้เลยด้วยซ้ำ"


เขายังคิดว่าตัวเองบ้ามากที่คิดเรื่องที่ใกล้กับคำว่าเป็นไปไม่ได้อยู่เลย ไม่คิดว่าฟัาจะส่งคนมาดลใจสองตาหลานเร็วขนาดนี้จริงๆ.....



แถมคนที่ว่ายังเป็นตุ๊กตาน้อยสุดน่ารักน่าเอ็นดูอย่างเด็กคนนี้อีกต่างหาก



"งั้นเหรอคะ..." เมื่อได้ยิน'พี่สาว'คนใกล้ตัวมากกว่าตัวเองพูดแบบนี้ ใบหน้าเป็นกังวลเผยเป็นรอยยิ้มออกมา "ถ้างั้นเรามารอต้อนรับด้วยรอยยิ้มกันเถอะนะคะ!"


"ฮะฮ่า~ ต้องอย่างนี้สิจ๊ะคนสวยของเจ๊~"



ริทสึเอื้อมมือไปโอบไหล่ตุ๊กตาน้อยของเขาพลางโยกไปมาอย่างเริงร่า เรเองก็ยกไม้ยกมือร่าเริงไม่แพ้กัน



"อะแฮ่ม"


เมื่อหันไปมองตามเสียงกระแอมไอที่ดังขึ้นด้านหลังแล้ว ก็พบกับหญิงสาวที่พวกเธอกำลังรออยู่


"เผลอไม่ได้เลยนะริทสึ เลิกเนียนลวนลามตุ๊กตาน้อยของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!" ไมกะถลึงตาใส่เพื่อนที่อิดออดไม่ยอมยกมืออก ก่อนยิ้มสวยให้เรริเนะที่วิ่งดุ๊กๆมาหาเธอพร้อมรัวคำถามเป็นชุด



ในที่สุดพี่สาวกับคุณตาก็คุยกันแล้ว! แล้วผลลัพธ์มันต้องดีมากแน่ๆ ใช่ไหม? ใช่สิ!



"กลับมาแล้วเหรอคะพี่สาว! เป็นยังไงบ้างคะ ทุกอย่างราบรื่นดีไหม? พี่สาวกับคุณตาเริ่มจะคืนดีกันแล้วรึยังคะ แล้ว--"


ชายหนุ่มที่ตามมาข้างหลังแตะไหล่บอกให้เธอใจเย็นด้วยกลัวว่าจะหายใจไม่ทัน ก่อนจะยักไหล่ส่งให้เพื่อน "ก็เป็นอย่างที่เห็น ตุ๊กตาน้อยของเราห่วงเธอจนนั่งแทบไม่ติดเลยล่ะ แล้วตกลงว่า?"



ไมกะตบมือที่อยู่บนไหล่บางให้ผลุบกลับไปอย่างแรง "เรื่องนั้นน่ะช่างมันก่อน.... มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านั้น!"



ช่างมันก่อนเหรอ.... อุ รู้สึกเจ็บปวดบอกไม่ถูก



แต่จากที่สังเกตก็คิดว่าผลลัพธ์คงไม่ได้ไม่ดี อืม ไม่หรอก ก็สีหน้าพี่สาวสดใสยิ่งกว่าเมื่อกี้มากๆเลยนี่นะ!



พอใจชื้นแล้วก็หันหน้าไปสบตากับริทสึที่สงสัยไม่ต่างกัน 'เรื่องที่สำคัญกว่าที่ว่านี่เรื่องอะไรกันนะ?'



ไม่ปล่อยให้ครุ่นคิดนาน พวกเธอก็ได้รับคำเฉลยที่ทำเอาช็อคจนแทบหงายหลัง




"งานแต่งงานถูกยกเลิกไปแล้วล่ะ!"




เอ๊ะ....





"เอ๋!!!!!"






¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥





อีกด้านหนึ่ง ภายในงานเลี้ยงรับรองแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีต่อคู่บ่าวสาวที่กำลังจะเข้าสู่พิธีวิวาห์ฝนอีกไม่ช้านี้




"น่าตกใจเป็นบ้า!"



มุมหนึ่งภายในงานเลี้ยง มีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่เป็นที่รวมสายตา และศูนย์รวมจิตใจที่มีรักของเหล่าหญิงสาวมากมายในงานไว้มากมาย กำลังสนทนากันอย่างลื่นไหลไม่ติดขัดหยุดชะงัก เพราะสายตาสุดเร่าร้อนที่มองมาแม้เพียงเล็กน้อย



ชายหนุ่มคนแรกโพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจไม่หาย "มาประกาศยกเลิกงานแต่งงานกลางงานเลี้ยงกะทันหัน แถมยังเปลี่ยนเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ธรรมดาไปแทน... แบบนี้ก็ได้เหรอ!?"



ชายหนุ่มอีกคนได้ฟังดังนั้นก็ยักไหล่ไม่ยี่หระ "ตกใจมากไปแล้ว'ไทระ' ถึงไม่มีใครกล้าทำก็จริง แต่แบบนี้ก็สมเป็น'ครูฝึก'ดีไม่ใช่เหรอ?"



'ไทระ ทาคุมิ' ชายหนุ่มผมน้ำตาลทองประกายเจ้าของรอยยิ้มสดใสส่องสว่างอยู่กลางใจสาวๆโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ลองคิดตาม แล้วจึงพยักหน้าเห็นด้วย "อืมม นั่นสินะ!"


ฉายาของ'ครูฝึกเฒ่าผู้เด็ดขาดไม่ไว้หน้าใคร' สะเทือนเลื่อนลั่นในตอนที่พวกเขาเรียนอยู่จนทุกคนต่างขยาดหวาดกลัว



แต่เขาและเพื่อนๆในกลุ่มที่ได้รับการฝึกสอนโดยตรงรู้ดี....



'ครูฝึกมาบิชิ'มีเหตุผลรองรับความเด็ดขาดเสมอ



ความเคารพนับถือที่มีให้ครูฝึกท่านนี้ เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขามาร่วมงานวันนี้ และได้กลับมารวมตัวพบปะกัน ถึงจะไม่ครบองค์ประชุมก็เถอะ



"อีกอย่าง...." การลากเสียงยาวและแววตามีเลศนัยบางอย่างของเพื่อนผู้รักเรื่องสนุกอย่าง 'อิเสะ ยูจิ' ทำให้ชายหนุ่มอีกสองคนเข้าใจความนัยนั้น แล้วเลือกจะผสมโรงช่วยอย่างเต็มที่


"เรื่องของ'สาวปริศนา'ที่เซกิพามางานนี้ด้วยน่าสนใจกว่าเป็นไหนๆจริงไหม? หึๆ"



"....."


'คนพาสาวมางานด้วย'มีสีหน้าเรียบนิ่ง สายตาของเขาไม่ได้ละจาก'สถานที่หนึ่ง'ที่ทอดมองอยู่สักพัก มาที่เหล่าเพื่อนๆผู้เป็นเจ้าของสายตาหยอกล้อที่จ้องมองมาพวกนั้นแต่อย่างใด


"จริงสิ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเซกิจะคิดพาใครมาด้วยแบบนี้...." ไทระที่นึกขึ้นได้รีบออกความคิดเห็นอย่างตื่นเต้น



"ชักอยากรู้จักแล้วสิว่าเธอคนนั้นจะเป็นคนแบบไหน!"



ทำให้เซกิที่ไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครก็ตามเข้าใกล้เลยสักคนเดียว ยอมอนุญาตให้อยู่ด้วยได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น แล้วถึงกับพามางานเลี้ยงด้วยแบบนี้...



เธอคนนั้นต้องไม่ธรรมดามากแน่ๆ!



คนเริ่มหัวข้อสนทนาพูดถึงข้อมูลด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ได้ยินจากวาตาเบะว่าเป็นสาวสวยสุดน่ารักด้วยล่ะนะ~ ใช่ไหมชิราคาวะ?"



"อืม... แต่ฉันยังไม่ปักเชื่อจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเองว่ะ"



คนได้รับไม้ต่อไม่ทำให้เพื่อนผิดหวัง 'ชิราคาวะ ริวโนะสุเกะ' ชายหนุ่มผิวแทนรูปร่างสูงใหญ่ทำทีลูบคางนึกพิจารณาอย่างเคร่งเครียด


"หรือฉันควรไปแอบดักรอเธอคนนั้นที่หน้าสำนักงานมาโทริเลยดี? จะได้รู้ดำรู้แดงกัน ถ้าสวยโดนใจ ฉันจะได้ชวนเธอไปเดทซะเดี๋ยวนั้นเลยไง!"



ชิราคาวะพูดปรึกษาด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับว่าชายที่หรี่ตามองตนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่'หัวหน้า'ของสาวที่เขาจะไปแอบดักรอเจอ หรือชวนเดทอยู่...




ฟังแผนการสุดโต่งของเพื่อนแล้ว อิเสะถึงกับส่ายหัวคัดค้าน "นายเลิกคิดรนหาที่ตายได้แล้ว"



เนื่องด้วยคบกันมานาน ถึงจะแยกย้ายไปทำงานหลายปี แต่การรับส่งมุกกันอย่างลื่นไหลนั้นราวกับอยู่ในสายเลือดก็ไม่ปานไปซะแล้ว



ชายผิวแทนเลิกคิ้วเชิงถามทั้งๆที่พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว "ทำไมวะ? แถวนั้นหมาดุรึไง?"



"นายไม่รู้อะไร ดุยิ่งกว่าหมาซะอีก! 'เจ้าถิ่น'แถวนั้นโหดยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ขืนไปยุ่มย่ามกับ'คนของเขา'สุ่มสี่สุ่มห้า นายโดนกระทืบจมดินเป็นปุ๋ยอยู่หน้าสำนักงานแน่"



ลมหายใจของ'เจ้าถิ่นสุดโหดที่ชอบไล่กระทืบคนที่มายุ่มยามกับคนของตัวเอง' สะดุดไปเล็กน้อย



ดวงตาคมที่หรี่ลงยิ่งฉายแววขรึมลงยิ่งขึ้น ทันทีที่ได้ยินประโยคต่อไปของเพื่อนที่หวังดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน




"ทางที่ดีนายไม่ควรทำมัน..." สีหน้าจริงจังของอิเสะยิ่งทวีความจริงจังยิ่งขึ้น


"...คนเดียว จะไปเมื่อไหร่นายต้องชวนฉันไปด้วย! คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ฉันจะไปชิงสาวงามจากเจ้าถิ่นกับนายเอง!"



ถึงในกรณีนี้อาจจะต้องเป็น'สองคนร่วมกันตาย' เพราะเจ้าถิ่นสุดดุไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ก็ตาม...



ไทระเองก็ไม่น้อยหน้า ผสมโรงยกมืออาสาอย่างร่าเริง "ฉันก็จะไปด้วย! อยากลองคุยกับเธอดู เราต้องคุยกันถูกคอแน่ๆ!"



"เรื่องอะไร!"


คนได้รับการหยิบยื่นน้ำใจให้กลับปัดมันทิ้งไม่เหลือเยื่อใย "ฉันไม่อยากแย่งสาวสวยกับเพื่อน เพราะสาวสวยเลือกฉันแน่นอน ไม่อยากเสียเพื่อนว่ะ ฮ่าๆๆ"



ในที่สุดความอดทนของชายหนุ่มผมดำสนิทก็หมดลง เซกิ ไดสุเกะหลับตาคล้ายข่มอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยเสียงขรึมยุติการคุยเล่นไม่เข้าท่านี้ลง



"....เลิกพูดเรื่องพวกนี้ซะ ให้เกียรติโซริอานะด้วย เธอเป็นหญิงสาว จะเสียหายเอาได้"




"ว้าว 'โซริอานะจัง'งั้นเหรอ? ถึงนามสกุลจะเพราะ แต่ฉันอยากเรียกชื่อเธอมากกว่า จะได้รู้สึกว่า'เราสองคน'สนิทสนมกันอย่างลึก--"



"ชิราคาวะ...."




....ดูทำหน้าเข้า น่ากลัวเกินไปแล้ว!



เมื่อสัมผัสได้ว่าถึงขีดจำกัดของเพื่อนแล้ว ชายหนุ่มที่ล้อไม่เลิกจึงยกมือยอมแพ้ แต่มุมปากกลับหุบยิ้มไม่ได้



"แฮ่ม ล้อเล่นน่าพวก! ฉันไม่โง่เอาตัวเองไปให้นายทำปุ๋ยใส่ต้นไม้หน้าที่ทำงานนายถึงที่แบบนั้นหรอกน่า"



"พรูด--ค่อกแค่กๆ"


คนทั้งกลุ่มกระแอมไอกันคนละทีสองที เพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้เสียงหัวเราะที่เล็ดลอดออกไปดังจนทำให้เส้นอารมณ์ของใครบางคนขาดผึง



โอกาสได้เห็นเพื่อนหนุ่มที่สุขุมสงบนิ่งอย่างเจ้าเซกิหงุดหงิดขึ้นมา หายากยิ่งกว่ายาก!





ระหว่างที่การพูดคุยในกลุ่มกำลังสนุกได้ที่ ด้านหลังก็มีเสียงทักทายที่พวกเขาไม่ใคร่อยากคุ้นเคยดังขึ้น



"หึ สุมหัวคุยกันก็คุยแต่เรื่องผู้หญิง นายกับเพื่อนนิสัยเสียช่างน่าสมเพชจริงๆเซกิ ไดสุเกะ..." ชายเจ้าของร่างสูงโปร่งแต่งกายหรูหราเกินควรปรากฏตัวขึ้นด้านหลังพวกเขา



"เฮ้อ ตัวน่ารำคาญโผล่ออกมาจนได้...."


เสียงกระซิบคล้ายพูดกับตัวเอง แต่กลับไม่เบานักทำให้ใบหน้าของผู้มาใหม่บิดเบี้ยว "หึ แกมันก็ดีแต่ปาก เอาแต่สอดไม่เข้าเรื่อง ไม่มีใครอยากเจอแกให้รกหูรกตาหรอกเจ้างั่ง!"


เขาเกลียดสีหน้าว่างเปล่าราวกับเห็นเขาเป็นตัวอะไรสักอย่างที่น่าสมเพช เกลียดความหยิ่งผยองในชาติตระกูลของเจ้าพวกนี้


ที่เกลียดที่สุดก็คือ เซกิ ไดสุเกะ ชายที่อยู่เหนือเขาทุกอย่าง ชายที่อาจหาญถือดีทำตัวเทียบเคียงคนๆนั้นในสมัยเรียนตรงหน้านี่!



"หมอนี่มันพูดกับใครอยู่?" ชายผิวแทนแกล้งเลิกคิ้วสงสัยหันซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรอยู่



คู่หูฝีปากไร้เทียมทานไม่รอช้า ยักไหล่อย่างไม่เอามาใส่ใจนัก "ไม่รู้สิ สงสัยพูดกับตัวเองอยู่ล่ะมั้ง คงเหงาปาก ไม่มีใครยอมคุยด้วยก็งี้แหละ..."


สายตาเวทนาสงสารที่ถูกส่งมาทำเอาผู้ได้รับเลือดขึ้นหน้า หมายจะปรี่เข้ามาเอาเรื่อง แต่เมื่อรับรู้ถึงสายตาที่เพ่งเล็งอยู่จึงหยุดการกระทำลง



"....หึ เห็นแก่'ท่านผู้นั้น'หรอกนะ ไม่งั้นพวกแกเจ็บตัวแน่!"



ไม่เพียงคนที่เข้ามาทักทายที่รับรู้ ชายหนุ่มที่นิ่งเงียบไม่โต้ตอบใดๆมาตลอดเองก็สัมผัสได้ถึงสายตาหนึ่งเช่นกัน




สายตาสงบนิ่งของเซกิสบประสานกับสายตาของชายที่อยู่ใต้เงาของร่มไม้จนบดบังสีหน้าภายใต้เงาที่พาดผ่านนั้น



"...."




"...."



บรรยากาศที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอย่างเชื่องช้า และทวีความหนักหน่วงยิ่งขึ้นเรื่อยๆราวกับไม่มีทีท่าจะหยุดความอึดอัดนี้ลงได้




จนกระทั่ง.....





"เซกิซัง?"




"....!"



เจ้าของชื่อเบิกตากว้างอย่างตกใจ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงกังวานใสที่คุ้นเคยในความรู้สึกเรียกตน



แสงอาทิตย์ยามสายที่แรงกล้าทำให้เขาต้องหรี่ตาลง



เมื่อเริ่มคุ้นชินกับแสงนั้นแล้ว ในดวงตาของเขาค่อยๆปรากฏภาพหญิงสาวคนหนึ่งบนระเบียงชั้นบนของอาคารที่ก้มลงมองมาที่ตนชัดเจนในที่สุด



ใบหน้าของหญิงสาวด้านบนแสดงความไม่แน่ใจ ก่อนที่จะค่อยๆแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มยินดี




ดวงตาคมของชายหนุ่มหรี่ลงคล้ายไม่อาจสู้'แสงสว่าง'ตรงหน้าได้อีกครั้ง





ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันเมื่อวานแท้ๆ.....





'......'






มือแกร่งยื่นไปสัมผัสส่วนหนึ่งของร่างกายที่จู่ๆกลับผิดแปลกไปชั่ววูบหนึ่งอย่างแผ่วเบาเงียบงัน....







¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥¥





หลังจากที่คุยกับพวกพี่สาวไมกะเรียบร้อย เมื่อครู่เธอได้พบกับคุณตามิกาตะโดยบังเอิญ สีหน้าแววตาที่ดีของคุณตาทำให้เธอรู้สึกดีตาม



พอพูดคุยได้สักพัก คุณตาคล้ายนึกอะไรออกแล้วยิ้มกริ่มให้เธอพลางบอกว่า 'อยู่คุยกับตาแก่แบบนี้คงเบื่อแย่แล้ว รีบไปเถอะ มีคนรอหนูอยู่นะ'


พูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มนั้นยิ่งกดลึกกว่าเดิม คำพูดต่อไปทำให้เธอเบิกตาโต ก่อนจะรีบขอตัวเพื่อไปหา'คนๆนั้น'โดยเร็วที่สุด



'แม่หนูนัดหมายกับใครไว้ไม่ใช่เรอะ? เจ้าหนุ่มผู้โชคดีคนนั้น'รอ'หนูแย่แล้วล่ะนะ โฮ่ๆๆ'




เรริเนะก้มหน้าลงกวาดมองไปยังด้านล่างลานโล่งกว้างใหญ่ที่ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานในวันนี้ พอมั่นใจว่าเป็นชายหนุ่มที่เธอตามหาอยู่ เธอก็เกาะราวระเบียงพลางโน้มตัวไปข้างหน้า แล้วฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ



เซกิซังจริงๆด้วย!



ความดีใจทำเอาเรเกือบจะยกขาเหยียบราวระเบียงแล้วถีบตัวกระโดดลงมาจากชั้นสองตรงนั้น



ยังดีที่กระโปรงของเดรสที่สวมอยู่เตือนใจเธอไว้ได้ทัน



ขาเพรียวรีบก้าวเร็วๆไปทางบันไดทางลง แล้วตรงไปหาชายหนุ่มในชุดสูทสีดำดีไซน์เรียบหรูผูกเนคไทสีครีมอ่อนอย่างลงตัว เข้ากันได้ดีจนใจสาวน้อยมีรักสั่นสะเทือน



ความหล่อเท่กระแทกใจในระยะตึกสองชั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แม่ยกอย่างเรอยากจะล้มตัวลงไปชักดิ้นชักงอพลางร้องจะเอาๆบนพื้นหญ้านิ่มๆเสียให้ได้




....เอ๊ะ



แต่เมื่อใกล้ถึงตัวเขาแล้ว รอยยิ้มของเรชะงักไป เมื่อครู่อยู่ไกลเลยไม่รู้ บรรยากาศผิดแปลกจากปกติที่ลอยเอื่อยอยู่รอบตัวชายหนุ่มในวันนี้ ทำให้เธอชะลอเท้าไปโดยไม่รู้ตัว



ทำอะไรอยู่....



ดวงตาสีท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่มั่นคงอ่อนโยนอย่างทุกที ก้นบึ้งของนัยน์ตาที่สั่นไหวเล็กน้อยทำให้คนมองอย่างเธอรู้สึกใจหายวาบ



เธออยากให้พวกคุณตามีความสุข



และเธอได้ทำทุกอย่างที่คิดว่าสามารถช่วยได้ตามความตั้งใจแล้ว แต่คนที่เธออยากเป็นพลังให้มากที่สุดกำลังรู้สึกไม่ดี....




โดยที่เธอไม่ได้อยู่ข้างๆเขาอย่างที่สัญญาไว้กับตัวเอง




โดยที่เธอไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลยงั้นเหรอ?





เธอทำอะไรอยู่เรริเนะ!?




เท้าที่ก้าวช้าๆหยุดลง ใบหน้าของหญิงสาวก้มลงจนชายหนุ่มที่มองมาไม่อาจเห็นอารมณ์บนใบหน้านั้นได้ เมื่อเขาก้าวเข้ามาหาเธออย่างเป็นกังวล จังหวะนั้นใบหน้านั้นเงยขึ้นทันที



"ปัง!!"


เสียงฝ่ามือที่กระทบแก้มทั้งสองข้างของหญิงสาวดังจนเหล่าชายหนุ่มที่มองอยู่สะดุ้งอย่างตระหนก



ยังอ่อนหัดอยู่น่าตัวฉัน!



เจ้าของเสียงตบหน้าตัวเองส่ายหัวไปมา ก่อนจะจ้องมองตรงไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง




"ผู้ติดตามของเซกิซังมาถึงเรียบร้อยแล้วค่ะ! ขอฝากเนื้อฝากตัวจนกว่าจะจบงานในวันนี้ด้วยนะคะ!"



เธอไม่เสียใจที่ได้เป็นกำลังให้พวกคุณตา ถึงจะเจ็บใจตัวเองที่มาหาเขาเร็วกว่านี้อีกนิดไม่ได้ แต่เพราะเป็นอย่างนั้น ขอแค่หลังจากนี้ ในวันนี้ เธอทำให้ดีที่สุด



ขอแค่อยู่ข้างๆเขาตั้งแต่ตอนนี้ไป...



ไม่มีทางที่เธอจะยอมให้เซกิซังแสดงสีหน้าแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สองง่ายๆแน่!



"ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ" เรกล่าวเสริมให้อีกฝ่ายที่นิ่งงันไปตั้งแต่เมื่อครู่คลายความกังวล



"ฉันจะคอยระวังหลังให้เซกิซังเองค่ะ เซกิซังแค่สนุกกับงานอย่างเต็มที่แล้วฝากทุกอย่างไว้ที่ฉันเท่านั้น ไว้ใจได้เลยค่ะ!"




หน้าที่ปกป้องชายในฝันเป็นของหญิงสาวหัวใจสาวน้อยอย่างเธอ ใช้ความรักเปลี่ยนเป็นพลังต่อสู้เพื่อเขา



ไม่ว่าจะใครรึอะไรก็เรียงแถวดาหน้าเข้ามาเลยพวก!


ยกมือกำหมัดแน่น พลางหักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บอย่างเหี้ยมหาญ พอมองไปที่คนที่ควรได้รับการปกป้องจากเธอแล้ว...



....เอ๊ะ



ใบหน้าหล่อที่โลกควรจะได้ประจักษ์พยานในตอนนี้กลับถูกมือแกร่งปิดปกคลุมใบหน้าช่วงล่างเอาไว้ แถมใบหน้านั้นยังเบี่ยงไปด้านข้างไม่ยอมหันมาเผชิญหน้ากับเธอด้วย



ระ หรือว่า พูดเกินไปงั้นเหรอ!?



คำพูดที่เหมือนกับบังคับดึงดันจะคอยตามติดตัวเองให้ได้แบบนี้ เซกิซังคงรู้สึกว่ากำลังโดนคุกคามความปลอดภัยในชีวิตอยู่แน่ๆ...


พลาด พลาดอีกแล้ว! เมื่อกี้พูดสั้นๆได้ใจความดีกว่าจริงๆด้วย ว้าก!


เรพยายามเข้าไปละล่ำละลักอธิบายสิ่งที่ต้องการจะสื่อจริงๆให้เขาฟัง โดยหวังให้เขาคลายกังวลจาก'ตัวเธอ'แทน'อะไรก็ตามที่จะมุ่งร้ายเขา'



แต่มันไม่ราบรื่นดีเลย ดูจากที่เซกิซังยังไม่ยอมสบตาเธอตรงๆ




การโดนชายในดวงใจกลัวแบบนี้ หัวใจสาวน้อยดวงนี้จะทานทนได้ยังไงไหวกัน!?





ภาพที่หญิงสาวกำลังลนลานอธิบายบางอย่างกับชายหนุ่มที่เบนหน้าหนีไปทางอื่น สำหรับความคิดชายหนุ่มทั้งสามที่กำลังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าแล้ว....



คล้ายกับภาพที่ 'คู่รักกำลังง้องอนเอียงแอบกัน' อย่างไรอย่างนั้น




"นี่มันอะไรกัน..."



หนึ่งในผู้ที่เฝ้ามองเอ่ยออกมาทั้งๆที่ยังอึ้งไม่หาย ไม่ใช่ว่าพวกเขาเห็นภาพหลอนรึอุปทานหมู่อยู่ใช่ไหม?



เพื่อนผู้ไม่เคยคิดยุ่งเกี่ยวกับการมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวทุกคนมากไปกว่า เป็นหนึ่งในมนุษย์ร่วมโลกใบนี้...




กำลังมีปฏิกิริยาตอบโต้กับหญิงสาวคนนี้อยู่!?



แถมหญิงสาวปริศนายังเข้ามาพูดคุยกับเซกิด้วยท่าทีที่'เป็นไปอย่างธรรมชาติคล้ายเป็นเรื่องปกติที่ควรเป็น'ด้วย....




จะไม่ให้พวกเขาตกใจงั้นเหรอ? อย่ามาพูดบ้าๆน่า!



แล้วยัง...




"....เจ้าวาตาเบะกับนิกิโอะ ไอ้เพื่อนทรยศ!"



น่าสนใจอะไร สวยน่ารักอะไร นี่มันเลยคำพื้นฐานธรรมดาพวกนั้นไปไกลแล้วโว้ย!




"....ผู้ติดตามกับคอยระวังหลังให้ งั้นเหรอ...." สีหน้าอึ้งตะลึงหาได้ยากจากชายผู้เป็นฝ่ายทำคนอื่นตกใจมาตลอดค่อยๆถูกรอยยิ้มถูกใจแทนที่



น่าสนใจ น่าสนใจมาก



เรื่องน่าสนุกแบบนี้จะให้เขาแค่มองดูอย่างเดียวคงไม่ได้ซะแล้วสิ หึๆ




"พวกนายว่าไง?"



"ฉันว่าต้องใช่แน่ๆ!"



"นั่นสินะ ใช่ไม่ใช่เดี๋ยวได้รู้กันแน่.."



จบคำชายทั้งสามคนหันขวับมาพร้อมกัน เสียงหัวเราะที่ดูไม่น่าไว้ใจดังขี้นคลอสายตาแวววับคล้ายล็อคเป้าหมาย




"สวัสดี!"



"....!"


เรที่กำลังง่วนอยู่กับการทำให้เซกิซังเลิกกลัวเธออยู่ สะดุ้งกับเสียงทักด้านข้างที่ดังขึ้นกะทันหัน จนเผลอจับชายเสื้อของเซกิซังไว้เป็นหลัก



....ได้จับเสื้อเซกิซังด้วยล่ะ หุ--แค่ก อะ อะไร ไม่ได้เนียนนะ



ให้เรียกว่า 'ผลได้คงเหลือของปฏิกิริยาตอบโต้โดยอัตโนมัติเมื่อมีแรงกระตุ้นมากระทำ'หรอก!



ด้วยกลัวสูทเซกิซังจะยับเลยรีบปล่อยมือทันที แล้วหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มสามคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเซกิซังยืนอยู่



ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลประกายทองดูนุ่มนิ่มที่ส่งเสียงทักฉีกยิ้มกว้างให้เธอ "นี่ๆ เธอสวยจัง ฉันชื่อไทระ ทาคุมิ เป็นเพื่อนกับเซกิ ยินดีที่ได้รู้จัก!"


คำพูดตื่นเต้นใคร่รู้ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเป็นธรรมชาติทำเอาเธอป้องตาในใจไม่หยุด



สะ แสบตามาก.....



มิตรภาพแสนจริงใจทำให้เธอตอบรับทั้งๆที่ยังตามเรื่องราวไม่ค่อยทันดีนัก "อ่า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณไทระ ทาคุมิ"



"อื้มๆ ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกไทระแทนเถอะ หรือจะเรียกทาคุมิก็ได้นะ!"



สายตาคาดหวังแปลเป็นคำพูดว่า 'เรียกเลย เรียกสิ เร็วเข้า' ชัดเจนจนคนที่ถูกจ้องต้องรีบตอบกลับ



"งะ งั้นขออนุญาตเรียกไทระซังนะคะ" ใบหน้าไทระซังแฝงแววคล้ายเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือมาจับมือเธออย่างร่าเริง



"ไหนๆเซกิที่เป็นเพื่อนฉันก็'ชอบ'เธอมาก ฉันเองก็'ชอบ'ด้วย มาสนิทกันเร็วๆเถอะนะ!"



คนโดนเขย่ามือทำสีหน้ามึนๆ หันหน้าเลิ่กลั่กไปทางเซกิซังที่มองนิ่งเลยไปที่ด้านหน้าเธออยู่



ตอนนั้นเองที่เรนิ่งอึ้งไป หลังจากที่จับใจความสำคัญในประโยคนั้นได้




เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เขาใช่พูดว่า....





เป็นเพื่อนกับเซกิซังงั้นเหรอ!?




พอหันไปมองเซกิซังที่กำลังพักสายตา(?)อยู่ เขาก็ช่วยพยักหน้าพลางอธิบายเสริมให้อย่างใจดี


".....อา เจ้าพวกนี้เป็นเพื่อนสมัยเรียนเหมือนวาตาเบะน่ะ นิกิโอะที่เจอตอนไปตัดชุดเองก็ด้วย"



เรเบิกตาโตตะลึงงัน มองไปทางชายหนุ่มทั้งสามที่ยิ้มแย้มกว้างขวางให้เธออยู่ก่อนแล้ว


ตอนเจอกับนิกิโอะซัง เธอเคยโลภขอให้รู้เรื่องของเขามากกว่านี้อีกก็จริง แต่ไม่น่าเชื่อว่าคำขอคนนกๆอย่างเธอจะเป็นจริงขึ้นมา...



ทำไม



ทำไมถึงเป็นจริงไปได้กัน!?



ทั้งๆที่ปกติขออะไรก็นกมันทุกครั้งจนน่าท้อใจ ไม่งั้นถ้ารู้ว่าจะไม่นก เธอคงขอพรให้ค่าเลิฟๆของเธอกับเขาพุ่งทะลุหลอดเพิ่มไปอีกข้อด้วยแท้ๆ!


ตีอกชกลมอย่างเสียดายสุดซึ้ง แต่คิดไปคิดมา บางทีถ้าขออะไรที่'เป็นไปไม่ได้' มันอาจจะไม่ได้อะไรเลยก็ได้....



'...อืม แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะนะ ใช่...'




"เอ๋~ ติดใจตรงนั้นแทนงั้นเหรอ..."



"แต่แบบนี้ก็น่ารักสุดๆไปเลยไม่ใช่รึไง?" พูดจบ ชิราคาวะก็เข้าไปทักทายหญิงสาวอย่างกระตือรือร้น



"สวัสดีครับคุณหนูคนสวย ผมชิราคาวะ ริวโนะสุเกะ ไม่ทราบว่ามีชายหนุ่มผู้โชคดีได้เคียงข้างคุณในงานนี้แล้วรึยังครับ?"


ชายหนุ่มคนที่สองเป็นชายเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่สุดในกลุ่มเฉียด 190 เซนติเมตร เขามีเส้นผมสีทองซีดตัดสั้นที่ดูทะมัดทะแมงเข้ากันได้อย่างลงตัวกับผิวสีแทนสวย



'คุณหนูคนสวย'เช็คแล้วว่ารอบๆมีเธอเป็นผู้หญิงคนเดียว เลยรู้ว่าเขาคุยกับเธออยู่



ใช้คำตามมารยาทสินะ เขาคงต้องฝืนกล้ำกลืนกว่าจะทนพูดประโยคนี้ออกมามากแน่ๆ.....



"ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ..."


สีหน้าแสดงความเป็นห่วงทำให้คนได้รับประหลาดใจ เมื่อลองถามออกไป คำตอบที่เขาได้รับสร้างอาการชะงักนิ่ง


"สภาพการณ์ทางสังคมทำให้เราต้องจำกัดตัวตนเอาไว้ เพราะงั้นถ้ามีอีกฝ่ายที่คุยได้อย่างที่คิดล่ะก็คงจะดีมากๆ ถ้าหนึ่งในนั้นเป็นฉันที่ช่วยแบ่งเบาได้ล่ะก็...."


เรคิดก่อนจะยกตัวอย่างให้เขาสบายใจ "ถ้าต้องการจะพูดตรงๆอย่าง 'ยัยคนมั่นหน้าใส่ชุดสวยที่ไม่เข้ากับสารร่างตัวเองนี่' รึอะไรแบบนี้ก็ได้เต็มที่เลยนะคะ"



ไหนๆเขาก็เป็นเพื่อนของเซกิซัง เธอไม่อยากให้เขาต้องมาลำบากเกรงใจเวลาคุยกับเธอจนต้องฝืนชมแบบนี้



อีกอย่างบางทีถ้าเจอกันในงานแต่งแบบนี้อีก เราจะได้สะดวกใจพูดคุยกันได้ราบรื่นมากขึ้น




ก็เพื่อนเจ้าบ่าวไม่เห็นต้องพูดสุภาพเต็มไปด้วยมารยาทกับ'เจ้าสาวของเพื่อน'แบบนั้นเลยนี่นา~



ฮิ้ว ฮิ้ว!



เรมัวแต่วี๊ดว๊ายกับความคิดของตัวเอง จึงไม่เห็นท่าทางปิดหน้าพลางตัวสั่นเบาๆของคนที่เธอพูดด้วย




"....อยากให้พูดตรงๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองเหรอครับ" พอเธอพยักหน้ายืนยันคำตอบเท่านั้น



ชายหนุ่มตรงหน้าก็พูดออกมาตรงๆไม่อ้อมค้อมจริงๆ



"คุณโดนใจผมมาก มากจนผมไม่อยากให้มีอะไรแม้กระทั่งชุดมากั้นกลางระหว่างใจของเราเลยสาบานได้ ตกลงปลงใจกับผมแล้วเราไปหาที่เหมาะๆออกเดทกันเดี๋ยวนี้เลยเถอะครับ"



"..........คะ?"



ปากของเรอ้าค้างระดับที่ว่าจะหุบยังไงก็ไม่ลง ในสมองเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ



....นี่เป็นการทดสอบรับเข้าแก๊งค์อะไรงี้รึเปล่า?



อาจจะเป็นโค้ดลับแบบเดียวกับบอกยามเฝ้าประตูผับว่า ข้าวแกงกะหรี่ใส่ชีสไม่มันเน้นแครอท แล้วถึงได้รู้ว่าเป็นพวกเดียวกันอะไรแบบนี้ไหมนะ


พอเธอลองทวนคำใบ้ที่ได้มา


คุณโดนใจผมมากจนไม่อยากให้มีแม้แต่ชุดจะใส่? ไม่สิ คุณโดนใจผมมากจนไม่อยากให้มีใครนำชุดไปซักใหม่? ไม่ใช่ ไม่อยากให้มีแม้กระทั่งชุดไก่กั้นกลางระหว่างใจอยากจะเอาแกงกะหรี่....



....อืม เหมือนจะเริ่มหิวขึ้นมาแล้วสินะ



ปรากฏว่าเธอจำได้เพียงประโยคแรกเท่านั้น




ท่าทางคิ้วขมวดครุ่นคิดราวกับกำลังแก้โจทย์ฟิสิกส์ที่ยากหนักหนาสาหัส ไม่คล้ายคลึงกับท่าทีเขินอายเคลิบเคลิ้มที่ได้รับคำหวานจากชายหนุ่มที่คุยโวว่าสาวจะเลือกตนแน่นอนแม้แต่นิดเดียว


นั่นทำให้ชายผมน้ำตาลทองที่ดูเหตุการณ์หัวเราะไร้เสียงใส่หน้าชายผิวแทน



ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะยืนไหล่ตกอยู่ข้างกัน เพราะทำ'แผนการ'ไม่สำเร็จ



แข็งแกร่ง แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!




ชายหนุ่มคนสุดท้ายที่เอาแต่มองมาตลอดยิ้มกริ่มหลังจากที่จับสังเกตบางอย่างได้ เขาเดินตรงเข้าไปหา และลองชวนหญิงสาวที่คิดหนักจนคอเอียงคุยด้วย


"ผมขอแนะนำว่าอย่าไปใส่ใจที่เจ้าพวกนั้นพูดเลยจะดีกว่าครับ ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนักด้วย"



หญิงสาวที่ถูกทักเงยหน้ามองมาที่เขาตาใสด้วยสีหน้าติดจะมึนงง มุมปากอิเสะยกสูงขึ้นเล็กน้อย "เรียกผมว่าอิเสะก็ได้ครับ หึๆ"



'ถ้าใช้คำพูดไม่ได้ผลล่ะก็....' แววตาวาววับอย่างคนมีแผนการหายไปทันทีที่มีสายตามองมา



เขาแย้มยิ้มเล็กน้อยให้คนตรงหน้าพลางก้มหน้าเข้าใกล้ใบหน้าคนตรงหน้าพลางแอบสบตากับชายหนุ่มที่มองอยู่ด้านข้าง


ก่อนที่จะได้ทำตามความตั้งใจ สายตาได้เหลือบไปเห็นปอยเส้นผมม่วงเงินสวยที่หลุดระข้างแก้มหญิงสาวเข้าเสียก่อน อิเสะเลยตั้งใจจะเอื้อมมือไปข้างแก้มเพื่อปัดออกให้อย่างใจดี



ปรากฏว่ามือของเขากลับไม่ได้สัมผัสความนุ่มลื่นอย่างที่ควรจะเป็น'ตามคาด'




"โซริอานะ"



เรหันไปตามเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอ่ยเรียกเธอโดยอัตโนมัติ เจ้าของเสียงที่น่าจะอยู่ไกลออกไป กลับมายืนอยู่ตรงหน้าใกล้แค่เพียงเอื้อมมือถึง....



"....!"



ว้าก!



ด้วยความที่สายตาปรับโฟกัสจากไกลเป็นใกล้ไม่ทัน เธอเลยอดสะดุ้งในใจไม่ได้



รับคลื่นความหล่อระยะประชิดกะทันหันแบบนี้อันตรายมาก นอกจากตาจะพร่าแล้ว มันยังไม่ดีต่อใจเธอเกินไปอีกด้วย



ใกล้เกินไปแล้ว! หัวใจจะวายแล้วค่ะ ว้าก!



เรรีบถอยกรูดไปด้านหลังก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจไปซบหน้ากับอกแกร่งภายใต้สูทสุดเท่ของเขาแทน




ความเร่งรีบทำให้เธอไม่ได้ดูทางหนีทีไล่ดีๆ จนไปชนกับคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้าอย่างจัง



อิเสะจับไหล่รับเอา'นางฟ้าน้อย'ที่เล่นซนจนลงมาที่อ้อมแขนเขาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่เขากับเธอหวิดจะลงไปหมอบกับพื้นซะก่อน



'...ตัวเล็กเท่านี้ แต่แรงเกินตัวเอาเรื่องเลยแฮะ~'


เขาก้มลงมองคนแรงเกินตัวอย่างสนอกสนใจ มารู้สึกตัวว่ายังไม่ได้ปล่อยมือจากไหล่บาง ก็ในตอนที่รู้สึกร้อนสลับหนาววูบวาบบริเวณมือที่กำลังจับอยู่



จากสายตาใครบางคนที่ถ้าเป็นลำแสง มือเขาคงไหม้ไปแล้ว...



เห~


อิเสะหัวเราะหึๆ ยอมปล่อยมือผละจากหญิงสาว กลับไปยืนสุมหัวคุยกับชายหนุ่มอีกสองคนที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง



ระหว่างพูดคุย ดวงตาเป็นประกายวิบวับสามคู่เหลือบมองสองชายหญิงเป็นพักๆ




"...."



การคบหากันมานานทำให้ชายหนุ่มเข้าใจความหมายของสายตาและเรื่องที่พวกอิเสะกำลังพูดไปหัวเราะไปได้ทันที


และเพราะเข้าใจดี จึงรู้ว่าต่อให้ห้ามปรามว่ากล่าวอะไรไป นอกจากจะไม่เก็บไปใส่ใจแล้ว ตรงกันข้าม พวกเพื่อนของเขาคงยิ่งทำเรื่องในตอนนี้หนักขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นแน่



ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคง....



เซกิมองไปที่ข้างกายตนเอง มันไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่แล้วมา แต่มีหญิงสาวที่อายุห่างจากเขาหลายปียืนอยู่



ช่วงหลายเดือนมานี้การที่มีเธอคนนี้ยืนอยู่ข้างกาย ด้วยหน้าที่การงานเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้มีอยู่บ่อยครั้ง....



จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปซะแล้ว




นั่นทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา




ความเคยชินที่ไม่เคยคุ้นกำลังทำให้เขาเริ่มคิดว่า มันเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเป็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน.....





เรเอียงคอมองสลับไปมาระหว่างกลุ่มเพื่อนของเซกิซังกับเซกิซังอย่างงงๆ



ทำไมรู้สึกว่าวันนี้เธอตามเรื่องอะไรไม่ทันเลย ตั้งแต่เรื่องคุณตา เรื่องพี่สาว แล้วยังเรื่องในตอนนี้อีก


นี่เธอพลาดอะไรไปรึเปล่า?




รึเธอพลาดลืมเอาสมองติดตัวมาด้วยกัน....




ระหว่างนั้นสายตาเธอเห็นชายหนุ่มข้างๆหลับตาลงพักสายตาเป็นครั้งที่สองเข้าพอดี 'เมื่อคืนที่รักของเธอ(?)นอนหลับไม่เต็มที่รึเปล่านะ?...'



นึกดังนั้น เธอก็หยิบกระเป๋าถือขึ้นมาเปิดควานหาอะไรบางอย่าง พอเจอแล้วก็หยิบมันออกมาอย่างดีใจ


"เซกิซังคะ" พอเห็นว่าเจ้าของชื่อหันมาแล้ว เธอก็ยื่นของที่อยู่ในมือมอบให้เขาทันที "ลองทานนี่ดูไหมคะ มันช่วยให้สดชื่นขึ้นมากๆเลยค่ะ!"



"ลูกอมงั้นเหรอ?"


"ค่ะ ถ้าเซกิซังรู้สึกง่วงหรือไม่ค่อยสดชื่นล่ะก็ ลองทานดูนะคะ มันค่อนข้างได้ผลดีเลย ฉันเองก็แอบกินบ่อยๆตอนไปสังเกตการณ์ด้วยล่ะค่ะ แหะๆ"


เซกิซังนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะช่วยรับลูกอมที่อยู่ในมือเธอไปพลาง'ยิ้มให้อย่างเคย' "....ทำให้เป็นห่วงเข้าซะแล้ว แต่ก็ขอบใจนะโซริอานะ"



"ด้วยความยินดีค่ะ!"





"วิ้ว~ น่าอิจฉาเจ้าเซกิมันจริงๆเลยนะ~"



การรับให้ลูกอมเรียกเสียงผิวปากดังเกรียวกราวจากสามสหายที่มองเหตุการณ์อยู่ได้ทันที


"เอ๋ อะไรกันๆ ให้เซกิคนเดียวเองเหรอ ฉันเองก็อยากกินด้วยนะ!" ไทระเดินตรงเข้าไปงอแงกับเร



"เซกิ นายไม่ชอบของหวานไม่ใช่เหรอ? เอามาให้ฉันดีกว่าน่า เดี๋ยวฉันจะรับเอา'ความรู้สึก'ของโซริอานะจังไว้เอง!"



ท่าทีย่างสามขุมเข้าหาของชายหนุ่มตัวโตทั้งสองราวกับสิ่งที่จะขอกันไม่ใช่ลูกอมเม็ดสองเม็ด ทำให้เรอดล่อกแล่กไปมาไม่ได้



เธอเข้าใจดีเลย ความต้องการอยากกินแล้วไม่ได้กินมันทรมาน แต่ลูกอมดันเหลือแค่ห่อที่ให้เซกิซังไปจริงๆ...



ก่อนที่พวกเขาจะถึงตัวเธอที่คิดคำปลอบประโลมใจที่หิวโหยอีกไม่กี่ก้าว




ภาพตรงหน้าของเธอก็กลายเป็นแผ่นหลังกว้างแสนอบอุ่นคุ้นเคยมาแทนที่



".....ชิราคาวะ ไทระ อย่าทำให้เธอตกใจกลัว" เสียงทุ้มนุ่มติดจะขรึมกว่าปกติเล็กน้อย



"อะไรกัน แค่นี้ทำเป็น'งก'ไปได้ ทั้งๆที่นายก็ได้ความรู้สึกดีๆที่หวานยิ่งกว่าลูกอมแท้ๆ!"



ความรู้สึกดีๆ? หมายถึงกินเสร็จก็จะได้ความสดชื่นงั้นสินะ....



ไม่ค่อยเข้าใจความหมายเท่าไหร่ แต่น้ำเสียงตัดพ้อทำเอาเรที่อยู่ด้านหลังเบิกตาโต ยิ่งเสียงกลั้วหัวเราะของอิเสะซังที่ดังขึ้น ตาของเธอยิ่งเบิกกว้าง


"หึๆ ชิราคาวะ ฉันก็คิดเหมือนนายอยู่หรอก แต่ถ้าทำให้'นางฟ้าน้อย'ด้านหลังอัศวินของเราตื่นกลัวจนเตลิดหนีไป คราวนี้นายได้ไปนอนเป็น 'ปุ๋ย' โง่ๆของจริงแน่"



นะ นางฟ้าน้อย? เซกิซัง? ไม่สิ ใคร? เธอเนี่ยนะ?



หูฝาดแน่ๆ


คำนี้ทำเอาเธอล่อกแล่กของจริงยิ่งกว่าจะโดนชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สองคนเดินเข้ามาเอาเรื่อง เรลองตบๆที่ใบหูเช็คสภาพอย่างจริงจัง



'นี่ถ้าเปลี่ยนจาก ฟ เป็น บ นี่ใช่ไม่มีผิดตัวแน่นอนอยู่หรอก...'




"...."



"...."



สงครามเย็นย่อมๆของฝ่ายชาย กับ การตรวจสุขภาพหูของฝ่ายหญิงจบลงด้วยการที่ฝั่งผู้จุดชนวนเป็นฝ่ายยอมถอยทัพกลับไป



"เอาล่ะๆ เห็นแก่นางฟ้าน้อย พวกฉันไม่กวนใจแล้วก็ได้ ไปกันเถอะไทระ ชิราคาวะ"



ไทระได้ยินดังนั้นก็ไม่ยินยอม "อะไรกัน จะไปแล้วเหรอ? ฉันยังไม่ได้คุยอะไรกับเธอเลยนะ!"



ร้อนถึงชิราคาวะที่ต้องลากให้เพื่อนตามไป "แล้วเจอกันนะครับคนสวย ถ้าอยากเดทกับผมเมื่อไหร่ ฝากเซกิมาบอกผมได้เสมอนะครับ"


"ฉันก็ด้วย ถ้าอยากเจอเมื่อไหร่จะรีบมาหาทันทีเลยล่ะ! มีเรื่องที่อยากคุยด้วยเยอะแยะเลย"



คำพูดรื่นเริงของชายหนุ่มขี้เล่นทั้งสองสร้างรอยยิ้มกว้างให้เรริเนะที่โค้งตัวบอกลาได้ไม่ยาก




"อีกอย่าง....." อิเสะที่ยังไม่ได้ออกเดิน ตรงเข้าไปยื่นมือตบบ่าเพื่อนผู้สงบนิ่งหนักๆสองที แล้วพูดอะไรบางอย่างให้ได้ยินกันแค่สองคน ก่อนจะเดินจากไปด้วยความสบายใจ





ทิ้งท้ายให้ชายหนุ่มทบทวนกับความนัยของคำพูดที่สั่นคลอนส่วนลึกของนัยน์ตาสีรัตติกาลอย่างเงียบงัน







".....บางทีการได้อยู่กับเธอคนนี้ไปเรื่อยๆ นายจะได้กลับมายิ้มมีความสุขแบบ'เมื่อกี้'ได้เต็มที่อีกสักที จริงไหมเพื่อน?"









•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เนื้อเรื่องหลักของตอนพิเศษจบกันไปแล้ววววว ไรท์มาต่อจนจบตอนเรียบร้อยแล้วนะคะ!


แต่ว่าตอนพิเศษยังมีต่ออีกหน่อยนะคะ เป็นตอนที่เน้นทางฝั่งของเรจังกับเซกิซังแบบเน้นๆเต็มตื้นกันบ้าง จะมีฉากหวานๆมั้ย ไรท์เองก็ไม่ค่อยแน่ใจ....เดี๋ยว555555


ติดตามต่อในตอนหน้า special part ของตอนพิเศษ ความหนักใจของเซกิ ไดสุเกะต่อกันเลย!



**ไรท์ขอแก้นิดนึงนะคะ ในตอนพิเศษทุกตอนเปลี่ยนจากงานแต่งงานเป็นงานเลี้ยงฉลองเพื่อแสดงความยินดีต่องานแต่งที่จะมีขึ้นแทนค่ะ ขอโทษนะคะ ไรท์ลืม แงงง


ขออภัยในความไม่สะดวกนะคะ











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น