tori ni naritakunai! เกิดใหม่ทั้งที ไม่ต้องพกความนกมาด้วยได้ไหมคะ!

ตอนที่ 11 : ตอนพิเศษ June Bride ในปีนี้ของเธอกับเขา Special part 4.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ก.ค. 61


ตอนพิเศษ June Bride ในปีนี้ของเธอกับเขา Special part 4.5




ความหนักใจของเซกิ ไดสุเกะ









หลังจากที่แยกกับพวกอิเสะซัง เพื่อนๆของเซกิซังแล้ว เรกับที่รักของเธอ(?)ได้เดินมาตามทางเดินที่เงียบสงบแตกต่างจากความคึกคักวุ่นวายภายในงานโดยสิ้นเชิง




"ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่ไม่ได้ทำตามนัดหมาย แถมยังตามมาช้าไปมากๆอีก ทั้งที่เป็นฝ่ายขอติดตามมาเองแท้ๆ แต่กลับไม่ได้ทำหน้าที่ให้ดี..."




คล้ายๆกับสำนวนน้ำลดตอผุด ความเงียบสงบทำให้ใจเธอผุดความรู้สึกร้อนรนขึ้นมา



เธอยังไม่ได้ขอโทษเซกิซังอย่างจริงจังเลยน่ะสิ!



พอนึกขึ้นได้ เธอที่เดินตามหลังเขาอยู่สามก้าวครึ่งแบบฉบับผู้ติดตามที่ดีรีบขอโทษออกมารวดเดียว ยิ่งพูด ความผิดก็ยิ่งแผ่ขยายจนเธออยากจะลงไปโขกหัวลงกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด



ก่อนที่จะได้ทำจริงๆ เสียงทุ้มของคนที่เดินนำหน้าอยู่ก็ดังขึ้นเบาๆ



"....ตรงกันข้ามต่างหาก'"



"เอ๊ะ?"


เซกิซังหยุดเดิน ก่อนจะหันหน้ามาหาเธอ "ก่อนที่โซริอานะจะมา ฉันได้พบครูฝึกมาบิชิแล้ว ท่านเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้วล่ะ"



เซกิซังเจอกับคุณตามิกาตะแล้วเหรอ? จะว่าไปคุณตาเป็น....


เซกิซังอธิบายต่อ "ท่านเป็นครูฝึกของฉันกับเพื่อนตอนสมัยเรียน ครูฝึกมักใช้วิธีสอนหรือคำพูดที่เข้มงวดหักดิบ เลยทำให้ใครหลายคนเข้าใจท่านผิดไป...."



"....."


สายตาทอดมองไปไกลของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังนึกย้อนถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อน



โอกาสที่จะได้ฟังอดีตจากเขา ทำให้เรตั้งใจฟังและจดจำทุกคำพูดไว้เพื่อตอบรับความไว้ใจที่เขายอมเล่าให้ฟัง



"อาจเพราะได้รับการสอนจากท่านโดยตรง จึงรู้ว่า นี่เป็นการแสดงความรักในแบบของท่าน จากครูที่มีต่อลูกศิษย์ นั่นทำให้ความต้องการอยากทดแทนพระคุณมีแต่เพิ่มยิ่งขึ้นทุกครั้งที่ระลึกถึง


...แต่สุดท้ายกลับไม่มีโอกาสมากไปกว่าการเดินไปในทางที่เลือกอย่างซื่อตรง ให้สมกับเป็นลูกศิษย์ของท่านเท่านั้น..."



"ขอแย้งค่ะ!"



"....!"



ฟังถึงตรงนี้ เธอไม่อาจนิ่งฟังเฉยๆได้จริงๆ "นี่เป็นการตอบแทนที่เข้าถึงตรงจุดและวิเศษมากๆเลยต่างหากล่ะคะ!"



เธอเชื่อ ไม่มีสิ่งไหนดีไปกว่าการที่ลูกศิษย์ที่ตนเฝ้าสอนเฝ้าดูแลระลึกถึงคำสอนของตน แล้วเติบโตไปในทางที่ถูกที่ควรอีกแล้ว


จะตอนนี้หรือตอนไหน เหล่าครูฝึกของเซกิซังจะต้องภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์ของเขามากอยู่แน่ๆ




เพราะลูกศิษย์ของพวกเขาได้กลายเป็นคนที่ควรค่าแก่ความภาคภูมิใจนั้นยิ่งกว่าใคร



ดวงตาคมสีรัตกาลของชายหนุ่มที่โดนไม่เห็นด้วยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มันจะค่อยๆหรี่ลงด้วยความรู้สึกที่นุ่มนวลจากภายใน "ฉันเริ่มรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นจริงขึ้นมาได้บ้างแล้วล่ะ..."



"...เพราะคนที่พูดเป็น'โซริอานะ'อย่างนั้นสินะ..."




เสียงกระซิบที่แผ่วเบาในตอนท้ายทำให้เรริเนะได้ยินแค่ประโยคแรกเท่านั้น



พอเธอจะขอให้เขาพูดอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ยกมือปิดปากกระแอมไอเบาๆ "....อา เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่พูดย้ำกับตัวเองเท่านั้น ไม่มีอะไร"



"? งั้นเหรอคะ...."



อืม มันก็ต้องหูแว่วแน่นอนอยู่แล้วนี่นะ



เซกิซังจะใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเจือความอบอุ่นขนาดนั้นพูดอะไรเกี่ยวกับชื่อเธอได้ยังไงกัน




อุ พูดเองเจ็บเองอะไรอย่างนี้....




บริเวณรอบด้านพวกเธอเงียบลงครู่หนึ่งด้วยเหตุผลของแต่ละคน ก่อนที่ฝ่ายชายหนุ่มจะเป็นผู้เริ่มบทสนทนาต่อ



"....ครูฝึกบอกอีกว่า เพราะโซริอานะคอยช่วยอย่างเต็มที่กับคนแปลกหน้าอย่างท่าน เลยทำให้ท่านไม่ตัดสินใจก้าวพลาดไปอีกครั้ง ท่านอยากฝากคำขอบคุณมาให้อีกทีน่ะ"



เขาหยุดไปก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้ม "ฉันเองก็ด้วย ขอบคุณที่เป็นกำลังให้ครูฝึก ในส่วนที่พวกฉันทำไม่ได้นะโซริอานะ"


"ไม่หรอกค่ะๆ ฉันแค่ทำตามความตั้งใจตัวเองเท่านั้น" คนได้รับคำขอบคุณอยู่หลายครั้งจากทุกคนเริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูก



"แต่ถ้าสามารถทำประโยชน์ได้ล่ะก็ ฉันเองก็ดีใจมากค่ะ แหะๆ"




"...."



'ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้พานพบกับเด็กจิตใจดีแบบนี้ ....ครูก็อยากจะพูดแบบนี้อยู่หรอก แต่ดูแล้ว คงไม่ต้องให้คนแก่อย่างครูสอนอะไรเพิ่มแล้วสินะเซกิ โฮ่ๆๆ'



พอนึกถึงสิ่งที่ครูฝึกพูดกับตนแล้ว ชายหนุ่มก็เงียบไปอีกครั้ง เขาก้มลงมองหญิงสาวที่หัวเราะเกาคอเก้อเขินอยู่ด้านข้าง



ก่อนที่จะเบือนหน้าไปอีกทางทันทีที่ดวงตาสีอเมทิสต์สวยของหญิงสาวเลื่อนมองมาที่เขา




โดยที่ตัวเขาเองไม่รู้ถึงเหตุผลของการกระทำนี้เหมือนกัน...






ทั้งที่คิดว่าจะต้องถูกตำหนิแน่ๆ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เธอได้รับกลับตรงกันข้ามมาก มากจนเธอรู้สึกว่า...



เธอเองก็อยากบอกถึงความรู้สึกในใจอย่างตรงไปตรงมากับเขาบ้าง



"ความจริงแล้ว...."



"?"



"คือ วันอาทิตย์ก่อน ตอนที่เซกิซังยังไม่ได้พูดถึงเรื่องจะมางานเลี้ยงนี้กับฉัน บางที ฉันอาจจะคิดไปเอง แต่เซกิซังดูแปลกไปจากทุกทีนิดหน่อยค่ะ..."



"....."



"ฉันนึกกลัวไปว่าอาจจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น แล้วสาเหตุที่เซกิซังลังเลที่จะบอกกับฉัน เพราะฉันอาจไม่ดีพอสำหรับความไว้เนื้อเชื่อใจที่เซกิซังอุตส่าห์มอบให้รึเปล่า..."


ถ้าเกิดเธอถามออกไปตรงๆ แล้วเซกิซังบอกว่า 'ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรรู้' หรือ 'ถึงรู้ไปเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้' ขึ้นมา



เธอคงมีเจ็บใจตัวเองจนน้ำตาซึมออกมาทั้งๆอย่างนั้นแน่ เพราะงั้นเธอเลยไม่กล้าถามต่อ...




เพราะเธอไม่อยากทำให้เซกิซังลำบากใจไปมากกว่านี้



ดังนั้นตอนที่รู้เหตุผลแล้ว เธอเลยรู้สึกโล่งอกมากๆ เหมือนกับว่าความหนักอึ้งที่กดทับจนหายใจลำบากถูกปัดเป่าให้หายวับไปในพริบตาเลย...



เซกิซังไม่ได้ไม่ไว้ใจเธอ




เซกิซังไม่ได้แบกรับไว้คนเดียว




ที่สำคัญที่สุดคือ




เซกิซังไม่ได้กำลังจะไปเจอกับอันตราย....



นอกจากความรู้สึกโล่งอกแล้ว ในตอนนี้ ทั้งความรู้สึกดีใจที่ได้ทำประโยชน์ให้ ทั้งความรู้สึกสุขใจที่ได้รับการยอมรับ ทำให้ส่วนลึกในใจเธอถูกความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านเข้าปกคลุมในอก



ดีใจ....



"เพราะงั้นเลยดีใจมากๆค่ะที่ในที่สุด อย่างน้อยก็สามารถเป็นพลังให้เซกิซังได้อย่างที่ตั้งใจไว้!"




"!!"




......ว้าก!? หลุดพูดอะไรออกไปกันเนี่ย อ้ากกก



"ถะ ถึงจะโดยอ้อมมากๆ แล้วยังเป็นเรื่องเล็กน้อยกระจิดริดกระจิ๋วริ๋วมากๆก็เถอะนะคะ แหะๆแหะ..."



"...."



"...."




ทะ ทำไงดี เธอไม่กล้าโงหัวขึ้นไปมองหน้าเขาอีกแล้ว!



ภาพหญิงสาวที่ก้มหน้าชิดอกกำลังจะถอยหลังเตรียมออกวิ่งอย่างที่เคยเกิดขึ้นบ่อยๆ หากเป็นปกติเขาคงไม่ดึงรั้งเธอไว้ด้วยไม่อยากให้เธอลำบากใจ



แต่ครั้งนี้ความรู้สึกของเขาบอกว่า ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้อย่างทุกที




ชายหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ ก่อนที่จะเอื้อมมือออกไปใกล้เธอคนนี้มากขึ้น มากขึ้น...




".....โซริอานะ"





ในตอนที่มือของเขากำลังจะสัมผัสโดนหญิงสาวตรงหน้า....





"ตุ๊กตาน้อย! อยู่นี่เอง พวกพี่สาวตามหาซะทั่วเลย"




"....!" คนบ้าจี้ก็ยังบ้าจี้อยู่วันยังค่ำ



พอได้ยินเสียงเรียกที่แทรกเข้ามากะทันหัน เรก็กระโดดเหยงไปด้านหลังทันที "พะ พะ พี่สาวไมกะ ริทสึซังด้วย"



"....หรือว่าพวกพี่สาวมา'ขัดจังหวะ'เข้าซะแล้ว....?"



"เอ๊ะ? ไม่ค่ะไม่ ฉันแค่บ้าตกใจเท่านั้น เป็นเรื่องปกติค่ะ" ขัดจังหวะใช้กับคนที่เขาอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังไปได้สวย




ไม่ใช่มีแต่ติดนู่นเกลือนี่นกนั่นอย่างเธอแบบนี้!


"งั้นเหรอจ๊ะ...."



แต่บรรยากาศท่านสุภาพบุรุษหนุ่มด้านหลังไม่คล้ายจะเป็นแบบนั้นเลยนะจ๊ะตุ๊กตาน้อยของพี่...



"ไม่เป็นไรก็ดีแล้วจ้ะ พวกฉันแค่เป็นห่วง..." ริทสึกับไมกะเผยยิ้มกริ่มทันทีที่มองชายหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนอยู่ด้านหลังสลับกับตุ๊กตาน้อยตรงหน้า



"กลัวว่าจะโดนหนุ่มบางคน'ทนความน่ารักของตุ๊กตาน้อยไม่ไหว' แล้วลักพาตัวไปซะแล้ว..."




.......ทนความน่ารักไม่ไหว?



"....ถ้าเป็นเพราะเหตุผลนั้น ฉันว่าหายห่วงได้ยิ่งกว่าจะมีโจรบุกปล้นกรมตำรวจอีกนะคะ" ถ้าบอกว่าทนความบ้าบอไม่ไหว จนอยากจะอุ้มไปรุมกระทืบ อันนี้เธอเห็นด้วยมากๆ



แล้วถ้าจะมีคนโดนลักพาตัวเพราะทำตัวน่ารักเกินไปจริงๆ คงต้องเป็นชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังคนนั้น



โดยใครน่ะเหรอ?




ก็ไอ้หื่นกระหายโรคจิตที่ชอบลวนลามคนหล่อทางความคิดอย่างเธอนี่ไง!




เห็นไหม พูดให้ถูกคือ น่าเป็นห่วงว่าเธอจะไปเป็นฝ่ายเผลอลักพาตัวใครเขามากกว่าอีก....




ไมกะกับริทสึมองหน้าแล้วพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย "ตรงกันข้ามเลยต่างหากจ้ะ!"



เอ๊ะ?



พี่สาวไมกะเพียงยิ้มให้ แล้วโอบไหล่พาเธอออกเดินไปโดยทิ้งคำพูดไว้ให้ชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งตั้งแต่ต้น "ขอยืมตัวตุ๊กตาน้อยไปก่อนนะคะ แล้วจะพากลับมาโดยที่ไม่ให้มีแมลงที่ไหนแอบบินเฉียดได้เลย"



".......ครับ"



เมื่อยืนมองจนหญิงสาวทั้งสองเดินลับสายตาไปแล้ว เขาก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มอีกคนที่ยังไม่ได้จากไป "คุณนั่นเอง...."



"?"


ริทสึที่พูดสิ่งที่คิดออกมายิ้มกริ่มเล็กน้อย "ผมเป็นคนดูแลการเตรียมตัวให้เธอตามคำสั่งของผู้นำตระกูลมาบิชิครับ เลยติดใจมากว่า ทำไมเธอถึงไม่ยอมใส่ชุดอื่นนอกจากตัวที่ใส่อยู่"


ไม่ใช่ว่าตัวที่ใส่อยู่ไม่สวยอะไร สวยมาก แถมดีไซน์ยังเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่เขาที่อยู่ในแวดวงนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่า ถูกออกแบบเพื่อเธอคนนี้เท่านั้น


แต่ตัวที่สวยไม่แพ้กันก็มีอยู่ เพราะงั้นพอเห็นตุ๊กตาน้อยไม่ลังเลใจจะเปลี่ยนเป็นชุดอื่นสักนิด ริทสึเลยลองถามไป



'ไม่ว่ายังไงก็ต้องใส่ตัวนี้ให้ได้น่ะค่ะ'



ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายที่'ต้องใส่'นั่นแล้ว ทันทีที่ได้เห็นชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้



"เพราะชุดมีคู่ของมันอยู่นี่เอง...."




"...."



.....ใช่ มันเป็นชุดที่เขาไปรับกับเธอ เป็นชุดที่นิกิโอะจัดการให้อย่างกระตือรือร้นทันทีที่เขาบอกให้ตัดชุดเพื่อหญิงสาวที่จะไปงานกับเขา



'ผู้ติดตามของเซกิซังมาถึงเรียบร้อยแล้วค่ะ ฝากทุกอย่างไว้กับฉันแล้วมีความสุขให้เต็มที่เถอะนะคะ!'



แตกต่างตรงที่วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสนั้น โซริอานะอยู่ในชุดที่ออกแบบเข้าคู่กับชุดของเขาจนถึงเมื่อครู่....




ระหว่างที่จมอยู่กับความคิด เสียงของชายคนเดิมก็ดังขึ้น "อ้าว ไม่ได้ไปกับไมกะแล้วเหรอจ๊ะ?" แต่ครั้งนี้กำลังพูดกับคนที่ย้อนกลับมา



...ปรากฏตรงหน้าเขาอีกครั้ง...



หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมอ่อนสวยส่ายหัวตอบคำ "ต้องขอโทษจริงๆนะคะ! แต่ว่า ฉันมี'สัญญาที่สำคัญ'อยู่ก่อนแล้ว เพราะงั้นก็เลย...."




.....สัญญาสำคัญ?




เขามองไปที่หญิงสาวนิ่งจนไม่ได้สังเกตเห็นว่า คนที่รีบขอตัวจากไปด้วยไม่อยากเป็น'กว้างขวางคอ'ยิ้มล้อยกใหญ่




"ริทสึซัง เข้าใจผิดแล้วค่ะ มันไม่ใช่แบบ-- ไปซะแล้ว..."



เธอเม้มปากแน่นก่อนจะมองซ้ายมองขวาไปมา จนคนที่ไม่ได้รับการสบตาอยู่นานอดที่จะส่งเสียงทักไม่ได้



"มีอะไรงั้นเหรอโซริอานะ?"



โซริอานะสะดุ้งเพราะเสียงทักของเขา แต่ในที่สุดก็ยอมสบตาด้วย เธอสูดลมหายใจคำใหญ่ ก่อนจะพูดออกมาว่า



"ขอบคุณที่พาฉันมาในวันนี้นะคะ! ถึงครั้งนี้จะไม่ได้ทำประโยชน์ให้เซกิซังให้ดี แต่ครั้งต่อไปฉันสัญญาค่ะ จะช่วยให้เซกิซังสมปรารถนาอย่างสุดกำลังที่มีให้ได้เลย!"




"...!!"



ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ดวงตาสีรัตติกาลสะท้อนภาพเรริเนะอยู่เนิ่นนาน จนไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่




รู้เพียงว่าหากเขาไม่มองเธอแบบนี้ บางที....



รู้สึกตัวอีกที โซริอานะที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์พอดีหันมายิ้มตื่นเต้นยินดีให้เขา "วาตาเบะซังบอกว่ามาถึงที่งานแล้วค่ะ!"



เมื่อเห็นสายตางุนงงของเขา เธอเลยขยายความให้มากขึ้น



"ตอนแรกฉันว่าจะปฏิเสธพี่สาวไป แต่วาตาเบะซังติดต่อมาว่ากำลังจะมาที่งานพอดี ฉันเลยตั้งใจว่าพอวาตาเบะซังมาถึงแล้ว ค่อยรีบตามพี่สาวไปน่ะค่ะ"



ทำไม....



คงเพราะความสับสนเผยออกมาชัดเจน โซริอานะที่รับรู้ได้จึงตอบออกมาเหตุผลเดียว แต่กลับอธิบายทุกคำถามที่เกิดขึ้นในใจเขาจนกระจ่าง



"สัญญากับเซกิซังไว้ว่าจะคอยติดตามจนกว่างานจะจบนี่คะ ฉันไปกับพวกพี่สาวไม่ได้หรอกค่ะ"



รอยยิ้มนั้นเจือความอ่อนโยนยิ่งขึ้น "แต่ว่า การได้ใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนพ้องตามลำพัง อาจจะทำให้เซกิซังรู้สึกคลายใจมากกว่า คิดแบบนั้นแล้ว เลยเปลี่ยนแผนกะทันหัน.... ดีจังเลยนะคะที่วาตาเบะซังมาพอดี!"



"....." ดวงตาที่เบิกกว้างเมื่อครู่ค่อยๆหรี่ลงด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเปกันจนแยกไม่ออก




ไม่ใช่



ชายหนุ่มอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ของตนไม่ถูก ความหวังดีที่ได้รับควรจะทำให้เขารู้สึกดีใจ



แต่มันกลับให้ผลตรงข้าม



เขาไม่คิดว่าความหวังดีนั้นจะดีกับเขาเทียบเท่าสิ่งทีได้รับมาแล้ว เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า.....




การได้สัมผัส'ความคุ้นเคย'ที่อยู่ข้างกายแบบนี้ให้มากยิ่งขึ้นอีกสักนิด





"....เพราะฉะนั้น" เสียงใสติดจะลังเลดังขึ้นอีกครั้ง



"....?"



"ถ้าซักสิบนาทีผ่านไปแล้ว ฉันขอกลับมาทำหน้าที่ต่อได้รึเปล่าคะ?" สายตาคาดหวังที่ถูกส่งมาทำให้เขาได้แต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น



"....."



และเป็นอีกครั้งของวันที่ทำให้เขาไร้คำพูดใดๆ




อึก เธอคนนี้ช่าง.....




เห็นว่าเขายกมือกุมหน้าพลางเบี่ยงศีรษะหันไปอีกทาง หญิงสาวเลยเข้าใจว่าโดนโกรธที่เร่งรัดกันเกินไป "จริงด้วย แค่สิบนาทีคงไม่พอสินะคะ! งั้นเป็นซักหนึ่งชั่วโมง หรือว่าสอง--"



"ไม่ ไม่หรอก มากพอแล้วล่ะ....." แม้แต่ตัวเขายังรู้ว่าตัวเองเร่งรีบปฏิเสธข้อเสนอสุดใจป้ำนี้มากขนาดไหน



ใช่ มากเกินพอแล้ว




ทั้งยังมากเกินไปด้วยซ้ำ.....





'ได้ยินจากเรจังว่านายชวนเธอไปด้วยงั้นเหรอ~ น่าอิจฉานายที่ได้จับมือสาวสวยน่ารักที่สุดในงานไปด้วยแบบนี้ น่าอิจฉาจริงๆ หึๆ'



'.....คุยงานเสร็จแล้วก็รีบกลับไปซะ'



'เอาล่ะๆ เข้าเรื่องแล้ว ....ที่นายพาเรจังไปด้วย บอกตามตรงว่าน่าเหลื่อเชื่อมาก แต่พอคิดอีกที 'เหตุผล'มันก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่นะ....'



'พอรู้ว่าตะกอนในใจจะถูกทำให้ขุ่นมัว ไม่ว่าใครก็อยากให้สิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวใจของเราให้สงบลงที่สุดมาอยู่ข้างกาย ไม่อยากให้ห่างตัวตลอดเวลากันทั้งนั้น ฉันพูดถูกไหม?'





ถึงไม่อยากยอมรับก็ทำไม่ได้ ครั้งนี้เพื่อนเขาพูดถูกจนน่าหงุดหงิด




'เซกิซัง?'



แค่ปรากฏตัวตรงหน้า ภายในที่กำลังถูกระลอกคลื่นสาดซัดอย่างรุนแรงก็ค่อยๆสงบลงอย่างน่าประหลาด




'ดีใจมากๆเลยค่ะที่อย่างน้อยก็สามารถเป็นพลังให้เซกิซังได้อย่างที่ตั้งใจไว้!'




อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ทำไปโดยไม่รู้ตัวสำหรับเธอ แต่ไม่ใช่สำหรับเขา




เขาควรทำอย่างไรดี....





....ความเคยชินนี้กำลังทำให้เขาเคยตัวขึ้นมาซะแล้ว....





"......"



ชายหนุ่มเดินเข้าไปพิงตัวเองกับต้นไม้ใหญ่ เขาค่อยๆยกมือขึ้นกุมใบหน้าช่วงล่างเอาไว้แล้วหลับตาลงคล้ายพักสายตา




แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เขาต้องการจะพักจากการทำงานหนักไม่ใช่ดวงตาที่ปิดอยู่




.....บางทีการได้รับเวลาสิบนาทีมานี้อาจจะเป็นผลดีกับเขาจริงอย่างที่เธอคิดเอาใจใส่ก็ได้





".....เซกิ นายทำอะไรอยู่น่ะ?"



ภาพเพื่อนหนุ่มที่ตัวสั่นเทาน้อยๆกำลังปิดหน้าปิดตาแล้วพิงศีรษะกับต้นไม้ พลางถอนหายใจออกมายาวเหยียด ทำให้วาตาเบะที่เพิ่งได้รับการฝากฝังจากเรริเนะมา อดเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกๆไม่ได้





สิบนาทีนั้น เซกิ ไดสุเกะใช้หมดไปกับการยืนสงบสติอารมณ์จากบางอย่างไว้จนครบถ้วนอย่างคุ้มค่า ไม่มีส่วนเกินหลงเหลืออยู่สักเสี้ยววินาทีเดียว....










+ แถมท้าย +




ความหนักใจของเพื่อนๆเซกิ ไดสุเกะ




หลังจากที่เซกิพาเรจังไปส่งที่บ้าน




"วาตาเบะ ไอ้เพื่อนทรยศ!"


คำพูดพร้อมกำปั้นลุ่นๆลอยมากะทันหัน แต่คนเป็นเป้าหมายก็หลบได้อย่างสวยงาม


"เฮ้ๆ ทักทายเพื่อนที่ไม่ได้เจอนานแบบนี้ได้ยังไงกัน แล้วฉันไปทรยศอะไรนายตอนไหน?"



สีหน้าท่าทางที่บอกคำตอบว่า 'ไม่ต้องมาทำเป็นไขสือไอ้เพื่อนชั่ว' ชัดเจนจนอิเสะที่อยู่วงนอกเห็นแล้วอดหัวเราะไม่ได้



"หึๆ พวกเราเจอนางฟ้าน้อยแล้วล่ะ~ เธอน่าสนใจมาก..."



"นางฟ้าน้อย?" วาตาเบะลูบคางอย่างประหลาดใจ "โอ้~ ไม่น่าเชื่อว่าเซกิจะยอมให้เรจังมาเจอกับพวกนายด้วย..."

"หมายความว่าไง! ขนาดคนที่ชอบทำผู้หญิงตกหลุมรัก แล้วหักอกไม่เว้นหน้าเป็นว่าเล่นอย่างนายยังเจอได้ พวกฉันยิ่งต้องเจอได้สิ! ฉันยังแปลกใจด้วยซ้ำว่าทำไมเซกิยังเก็บนายไว้ไม่เจี๋ยนทิ้งมาถึงป่านนี้ได้เนี่ย?"



"....ไทระ นายโกรธอะไรฉันรึเปล่า?"



"โกรธสิ! ทำไมมีแต่นายที่ได้รู้จักได้คุยกับเธออยู่คนเดียว ฉันเองก็อยากทำบ้างแท้ๆ!"



คนโดนโกรธโวยกลับบ้าง "พวกนายเจอแล้วต้องรู้สิ! เจ้าเซกิมันยอมให้ยุ่งกับเด็กคนนั้นมากที่ไหนกัน"



เขาเข้าใกล้เกินห้าก้าวก็โดนจ้องแทบทะลุแล้ว จะให้เขาทำอะไรเรจังได้กัน...




มีหวังโดนคุณพ่อกระทืบปางตายหลายวันติดๆแน่




"จะว่าไปก็จริงอยู่หรอก...."



"พูดก็พูดนะ ฉันไม่แปลกใจเลยที่เซกิจะห่วงจะหวงขนาดนี้"



เมื่อกี้พวกชิราคาวะชวนเธอไปนัดหมายพบปะพูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ในคืนนี้



ชิราคาวะมั่นใจว่า ไม่มีทางที่ใครโดยเฉพาะผู้หญิงคนไหนจะปฏิเสธคำชวนไปร่วมการเลี้ยงสังสรรค์ของเหล่าชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมรอบด้านทั้งรูปลักษณ์ หน้าที่การงาน ฐานะชาติตระกูลแบบนี้ได้



ปรากฏว่า เธอคนนี้กลับลบล้างทุกข้อกล่าวหา


ไม่ว่าเขาจะหลอกจะล่อ จะชักชวนจะตั้งแง่ดึงดัน จะดื้อแพ่งรบเร้าจนแทบจะลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้นเป็นเด็กโข่งขนาดไหน เธอก็คงการปฏิเสธชัดเจนแน่วแน่แบบนั่งยันนอนยันไว้ทุกกระเบียดนิ้ว!



'จะได้ใช้เวลากับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานทั้งที จะให้ใครที่ไหนไม่รู้ไปนั่งเด๋อขัดบรรยากาศแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาดค่ะ'


'เดี๋ยวฉันจะตรงกลับบ้านไม่เถลไถลที่ไหนเลยค่ะ ทางพวกเซกิซังเองก็เตรียมตัวกับนัดหมายคืนนี้กันต่อเลยเถอะนะคะ จะได้สนุกกันเต็มที่'



'การกลับบ้านไปแล้วมั่นใจว่าพวกเซกิซังจะได้คุยกันให้หายคิดถึง เป็นความสุขของฉันค่ะ ขอให้ฉันมีความสุขร่วมกับทุกคนในแบบของฉันด้วยเถอะนะคะ!'




เหตุผลอะไรกัน....



"พูดแบบนั้นขี้โกงเกินไปแล้ว! แบบนี้ใครจะกล้าร้องขอให้เธอไปด้วยกันได้อีกล่ะ? ต่อให้อยากอุ้มไปด้วยกันทั้งๆอย่างนั้น แต่ใครจะกล้าทำล่ะ!?"


"ใช่! ยิ้มน่ารักแบบนั้น ใครจะกล้าเสี่ยงทำให้รอยยิ้มนั้นหายไปได้ลงคอ ใครจะโหดเหี้ยมได้ลงคอกัน!? ใส่ใจกันเกินไปแล้ว น่ารักเกินไปแล้ว!"



อาการโดนทำดาเมจที่หนักหนาจนน่าตกใจของเพื่อนหนุ่มทั้งสอง ทำให้วาตาเบะนิ่งอึ้งไร้คำพูดไปพักใหญ่



"พวกนาย...."



เป็นเอามากเกินไปแล้ว!



แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมง ถึงเรจังจะทำไปโดยไม่รู้ตัวก็เถอะ แต่ได้ทำเข้าซะแล้วสินะ....



เอาเถอะ อย่างน้อยอิเสะก็ยังปกติ--



"นายว่าฉันควรทำประกันชีวิตแบบไหนดี? สงสัยว่าฉันจะห้ามตัวเองไม่ให้ยุ่งกับนางฟ้าน้อยไม่ไหว จนพลาดโดนคุณผู้ปกครองจอมหวงโหดเล่นงานเข้าซักวันแน่ๆ"




"....."



.....ก็คิดอยู่หรอก แม้แต่เป็นเจ้าพวกนี้เอง สุดท้ายก็ไม่รอดจริงๆสินะ




'.....เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว สมกับเป็นเรจังเลยจริงๆนั่นแหละ....' อีกอย่าง ว่าเจ้าพวกนี้ไม่ได้หรอก




เขาเองซะอีกที่เข้าไปเป็นสมาชิกVIPคนแรกๆด้วยซ้ำ.....





ลำบากหน่อยนะเซกิ 'เรจังของนาย'น่ารักเกินไปนี่นา ฮะฮ่า~




•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ตอนพิเศษ June Bride จบบริบูรณ์แล้วค่ะ!


ไรท์กลับมาแล้วววว ลงสองตอนติดๆกันไปโลดดด


หลังจากหนักกันไปทางเรื่องคุณตากับหลานสาวพอควร คราวนี้เรจังก็ได้กลับมาทวงบัลลังก์ความเพ้อถึงชายในดวงใจอีกครั้งนึง อ่านตอนนี้แล้วจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเดิมๆ มันคือความนก นกแบบที่เรจังเองก็ไม่รู้ตัวว่านกด้วย55555555


ไรท์ชอบตอนนี้นะ เพราะมันเน้นความในใจของทางเซกิซังล่ะ เห็นนิ่งๆกับเพื่อนฝูง อ่อนโยนกับเรจัง แต่ก็มีเรื่องให้คิดหนักอกหนักใจเยอะไม่แพ้เรจังนะ ถึงจะไม่กาวเหมือนเรจังก็เถอะ555555


ปล.ไรท์ค่อนข้างชอบคาแรกเตอร์เพื่อนๆของเซกิซังที่เป็นแขกรับเชิญในตอนที่แล้ว กับตอนนี้อีกนิดหน่อยมากเลย พวกเค้างานดีและมีสีสันสุดๆ เหล่าหนุ่มปั้นของไรท์เอง5555555

ปล2.ด้วยความที่ทั้งหายหน้า มาขาดๆหายๆจากการติดสอบ ในที่สุดไรท์ก็สอบวัดระดับเสร็จแล้วล่ะ ข้อสอบหนักหน่วงสมที่กลัวใจเอาไว้เลยค่ะ โฮววว


ตอนต่อไปจะกลับเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักกันแล้วค่ะ มาดูกันว่าเคล็ดลับมัดใจชายด้วยวิถีเฮโรอีนสาวของเรจังข้อต่อไปจะเป็นยังไง จะเพิ่มค่าเลิฟๆได้บ้างรึไม่ ติดตามต่อได้ในตอนหน้าค่ะ!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น