พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 89 : คุ้มกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    2 มี.ค. 62

             ตอนที่89 : คุ้มกัน



             หัวใจของเขากระตุกขึ้นมาทันที เมื่ออยู่ๆร่างบาง ก็พลิกตัวกลับมาในท่าที่นอนหงาย ทำให้แก้มบางใสเฉียดเข้ากับจมูกโด่งได้รูปของเขาที่ก้มมอง อยู่โดยที่ตัวเองก็คาดไม่ถึง..ไหน จะร่างบางที่เกยอยู่บนขาเขานี่อีก ที่ทำให้เกิดความรู้สึกวูบวาบไปทั่วทั้งร่าง เลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที ก่อนจะเผยยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อรู้ดีว่าเจ้าของร่างบางข้างๆคนนี้ ขี้เซาขนาดไหน ยามที่ได้หลับสนิทลงไปแล้ว…



             แล้วการกระทำของเขาก็ไวเท่าความคิด..ติณวีย์ก้มลงจุมพิตแก้มขาวเนียนนั่นในทันทีอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนหลับสนิทด้วยสายตาที่พราวระยับ ‘โทษเขาไม่ได้นะ ก็หล่อนเริ่มก่อนนี่นา’ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะทำอะไรหล่อนมากไปกว่านี้หรอกนะ..แค่เท่านี้แหล่ะ เท่านี้จริงๆ        


   

             ..สายลมที่พัดเข้ามาจากช่องหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้ทำให้รู้สึกเย็นสบาย ทำให้เขาคิดที่จะเปิดรับลมทะเลเช่นนี้ไปตลอดทั้งคืน ก่อนจะลุกขึ้นดึงมุ้งที่ม้วนอยู่ด้านบนลงมา ให้ครอบเตียงจนทั่วทุกมุม แล้วขึ้นไปยังบนเตียงข้างๆกับหล่อน.. มือหนาเอื้อมหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมไปยังร่างบาง และตัวเขาเองด้วย ก่อนจะล้มตัวลงนอนตะแคง..แนบชิดกับเรือนร่างหอม กรุ่น ด้วยความรู้สึกที่เป็นสุขที่สุดในหัวใจ อย่างประหลาด เพียงแค่ได้นอนเคียงข้างกับหล่อนเช่นนี้...



             แสงอ่อนๆของเช้าวันใหม่ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ปลุกร่างบางที่นอนหลับสบายตลอดทั้งคืน ให้ได้ตื่นขึ้นรับแสง อรุณของวันใหม่ด้วยความสดใส แต่.. ‘เอ๊ะ!..อะไรกันนะ!..นิ่มๆ’ มันขยับขึ้นลงไปมา ในขณะที่มือของหล่อนวางทาบไว้อยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เห็นว่าเป็นอกแกร่งของ..ตายแล้ว!!...



             ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อรับรู้ถึงลมหายใจ ของใครบางคน กำลังเป่ารดหน้าผากด้านข้างของหล่อนอยู่ในขณะนี้ หญิงสาวขยับตัวจะลุกขึ้น ก็ให้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่หนักๆพาดอยู่กับเอวของตนเอง พลางเหลือบตามองแล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าเป็นมือหนาของเขาวางพาดเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ทอดยาวเป็นหมอนให้หล่อนได้หนุนนอน…



             หญิงสาวขยับตัว เพื่อที่จะลุกขึ้น แล้วเอามือหนาที่พาดอยู่กับเอวนั้นออก แต่เมื่อหล่อนขยับตัว มือที่พาดเอวอยู่ก็สวมกอดเอวหล่อนไว้แน่น แล้วรั้งเข้าหาอกกว้างในทันที ทำเอาหัวใจของหล่อนกระตุกวาบขึ้นมากับสัมผัสแนบชิดที่แทบจะเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว ระหว่างเขากับหล่อน ในเวลานี้



             ไอยรดาค่อยๆ ยกมือหนาที่กอดกระชับอยู่ที่เอวของหล่อนออกอย่างระวัง และเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้..ในขณะที่มือหนากำลังจะถูกยกออกให้พ้นจากเอวอยู่แล้วเชียว กลับถูกแขนแข็งแกร่งตวัดเข้ากอดรัดเอวของหล่อนใหม่อีกครั้ง พร้อมกับคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจที่ถูกรบกวนในยามหลับเช่นนี้ ทำเอาหล่อนถึงกับใจหายวาบ..หยุดชะงักลงทันที เมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาทั้งๆที่ตาของเขาก็ยังคงปิดสนิทอยู่



             “ยังไม่เช้าเลย..ไอยรดา คุณจะรีบตื่นไปไหน ผมขอนอนต่ออีกสักชั่วโมงนะ”



             “คุณก็เอ่อ..นอนไปสิคะ แล้วกรุณาปล่อยฉันด้วยค่ะ..ฉันหายใจไม่ออก..”



             “ผมหนาวน่ะ..ขอนอนอย่างนี้อีกสักหน่อยเถอะ..” เสียงอู้อี้ที่ตอบกลับมาทั้งๆที่ตายังหลับอยู่ ทำให้หล่อนนิ่งคิดไปสักพักว่าจะเอาอย่างไรดี จะให้เขานอนกอดอยู่อย่างนี้น่ะหรือ หัวใจที่มันเต้นโครมครามอยู่นี่..คง จะระเบิดออกมาเป็นแน่ หากต้องอยู่อย่างนี้เรื่อยไปจนกว่าที่เขาจะตื่น จึงได้ตัดสินใจเอ่ยปฏิเสธกับเขาออกไปด้วยน้ำเสียงที่เข้มกว่าปกติ



             “ไม่ค่ะ..คุณจะนอนก็นอนไปสิคะ แต่ฉันจะลุกแล้ว” เสียงใสๆที่เอ่ยออกไปนั้นตั้งใจให้ดังขึ้น เพื่อปลุกให้เขาได้ตื่นขึ้นเต็มตา แล้วปล่อยให้หล่อนออกไปสักที แต่ร่างหนาก็ยังคงนอนนิ่งเฉย ไม่ยอมคลายอ้อมแขนออก..ทั้งๆที่หล่อนก็พยายามขยับร่างกายให้พ้นจากร่างหนา พร้อมกันไปด้วยแล้วก็ตาม



             “อยู่นิ่งๆได้ไหม..ไอยรดา ผมเพิ่งได้หลับเมื่อค่อนรุ่งนี้เอง” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างดุๆ แกมรำคาญที่ถูกรบกวน ก่อนจะลืมตาขึ้นมองคนที่อยู่ในอ้อมแขนด้วยสายตาตำหนิ



             “เพราะคุณนะ สาวน้อย คุณทำให้ผมเพิ่งได้หลับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้เอง”



             “เพราะฉัน?..งั้นรึคะ.. ฉันก็นอนของฉันอยู่ดีๆ แล้วไปเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยล่ะ”


             “นอนอยู่ดีๆงั้นรึ..ผมต่างหากล่ะที่นอนอยู่ดีๆ กำลังเคลิ้มๆจะหลับแล้วเชียว คุณก็หันกลับมาเหวี่ยงหมอนข้างออกไป แล้วขยับเข้ามานอนกอดผม.. แถมกอดแน่นซะจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะละเมอว่าหนาวๆ ตลอดทั้งคืน แต่พอแกะมือคุณออกแล้วห่มผ้าให้ได้เพียงสักพัก คุณก็ขยับเข้ามากอดผมอีก ซุกตัวเข้ามาที่อกผม พร้อมกับบ่นพึมพำๆว่าหนาวไม่หยุด ผมก็เลย..” เขาหยุดพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะมองนิ่งไปยังใบหน้าเนียน ที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความพอใจ..ริมฝีปากหนาหยักยิ้มน้อยๆพร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์ ที่หล่อนไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะมัวแต่ก้มหน้าไม่กล้าที่จะสบกับนัยน์ตาคมที่จับจ้องมาโดยตลอด ในขณะที่เอ่ยอธิบายถึงเหตุผลที่แทบไม่ได้นอนเลยทั้งคืนของเขา


             “ไม่จริง..ฉันเอ่อ..ไม่เชื่อคุณหรอกค่ะ..ฉันไม่มีทางละเมอ อะไรได้ขนาดนั้นแน่..ไม่มีทาง” หล่อนว่าพลางขยับตัวอีกครั้งเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนของเขา..ซึ่งชายหนุ่มก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ทำให้ร่างบางรีบลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนจะขยับให้ห่างออกมาอยู่ที่ปลายเตียง



             “ผมก็ไม่ได้บังคับให้เชื่อสักหน่อย..เอาที่คุณสบายใจก็แล้วกัน” ริมฝีปากหนาหยักยิ้มอีกครั้ง ทั้งที่ยังนอนเฉย มีเพียงสายตาคมจับจ้องไปยังร่างบางที่เหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนจะมองไปยังผมที่ยาวสยายไปทั่วแผ่นหลังบางด้วยความหลงใหล..ความนิ่งเงียบของคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะคิดหนักอยู่ไม่น้อย กับสิ่งที่เขาได้พูดออกไป..และเพียงไม่นานก็เห็นหล่อนลุกขึ้นเปิดมุ้ง ก่อนจะก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว...



             ..บ่ายกว่าๆติณวีย์และหล่อนก็กลับมาถึงคฤหาสน์หลังงาม ด้วยความปลอดภัย..จะไม่ให้ปลอดภัยได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเขาเกณฑ์บอร์ดีการ์ดมาถึงสิบคนเห็นจะได้ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับหล่อนคนเดียว ในขณะที่เขามีเพียงเบนและปีเตอร์สองคนเท่านั้น



             หญิงสาวจำต้องยอมให้ถูกมองเป็นตัวประหลาดในสายตาใครต่อใคร ยามต้องอยู่ในที่สาธารณะ จะเดินไปไหนทีก็ถูกคนของเขาล้อมหน้าล้อมหลังไปหมด ทำอย่างกับหล่อนเป็นพวกซุปตาร์คนดังก็ไม่ปาน



             จนเมื่อถึงบ้าน..หล่อนก็ลอบพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจและหายอึดอัดจากบรรดาเหล่าบอร์ดีการ์ดของเขา..ก่อนที่จะแยกตัวขึ้นไปยังบนห้องในทันที ถ้าไม่ได้ยินเสียงทุ้มเรียกเอาไว้ก่อน..หญิงสาวหันกลับไปยังที่มาของเสียง แล้วก็สบเข้ากับสายตาคมดุที่มองนิ่งมา..ดูเป็นประกายให้เห็นเพียงแว๊บเดียวเท่านั้น ก่อนจะเลือนหายไป แล้วค่อยเอ่ยเรื่องที่ต้องการจะบอกให้หล่อนได้ฟัง



             “ค่ำนี้คุณต้องไปออกงานการกุศลกับผมในฐานะคู่หมั้น..หกโมงตรงเจอกัน” พูดจบชายหนุ่มก็เดินเฉียดร่างบางตรงขึ้นบันไดไปทันที โดยไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธจากหล่อนเลยสักนิด ทำเอาหล่อนที่กำลังจะอ้าปากพูดต้องหุบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดสายตาใส่แผ่นหลังกว้างไปด้วยความหมั่นไส้ แล้วก้าวขึ้นบันไดไปยังห้องของตนเองด้วยความโมโหกับคำสั่งแกมถูกบังคับจากเขา ทั้งๆที่หล่อนไม่ได้อยากจะไปด้วยเลย…   


                 

              ******************

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

227 ความคิดเห็น