พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 88 : ติดกับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,888
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

             ตอนที่88 : ติดกับ



             “เดี๋ยวสิ..อยู่ทำแผลให้ก่อน ผมจะไปเปลี่ยนชุดแล้ว” เขาว่าพลางลุกขึ้นเดินไปยังตู้เสื้อผ้าที่อยู่ด้านใน แล้วหยิบกางเกงมาสวม พร้อมกับเสื้อยืดที่อยู่ใกล้กันขึ้นมาพาดไหล่เอาไว้ ก่อนจะเดินไปหาหญิงสาวที่นั่งรออยู่ปลายเตียงทันที



             ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆร่างบาง ในระยะที่ใกล้ชิดจนโคนขาของเขาแทบจะเกยขึ้นไปบนตักของหล่อน ถ้าหล่อนจะไม่ขยับถอยห่างออกไปเสียก่อนด้วยความตกใจ



             “อุ๊ย!..นี่คุณ ไม่ต้องนั่งใกล้ขนาดนี้ก็ได้มั้งคะ” หล่อนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหมั่นไส้ กับการกระทำของเขา



             “ก็คุณจะทำแผลให้..ถ้านั่งห่างออกไปแล้วจะเอื้อมถึงรึไง” คนตอบที่ตอบออกไปด้วยสายตาที่ไหวระริก ทำเอาคนถามเลยไม่รู้จะหาเหตุผลใดๆมาว่าเขาได้อีก ก็กลัวว่าจะต่อความยาวสาวความยืดซะเปล่าๆ จึงทำเพียงตวัดสายตาผ่านใบหน้าคมเท่านั้น ก่อนจะเอื้อมมือแกะผ้าที่แปะแผลไว้ออก แล้วเริ่มลงมือทำความสะอาดแผลจนเสร็จโดยไม่พูดอะไรกับคนตรงหน้าอีกเลย แม้ว่าดวงตาคมที่มองมาอย่างไม่วางตานั้น จะทำให้หล่อนรู้สึกวูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้า ยามที่เผลอสบตากับเขาเข้าก็ตาม



             “เสร็จแล้วค่ะ ฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” หล่อนเอ่ยขอตัวจากเขา แล้วเดินไปหยิบหมอนบนเตียงขึ้นมา ก่อนจะเดินผ่านเขาที่นั่งมอง อยู่ไปอย่างไม่สนใจอีกเลย



             เขามองหล่อนถือหมอนที่กำลังจะก้าวออกไปจากห้อง ก่อนจะคว้าแขนกลมกลึงนั้นไว้ได้ แล้วเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่แววตานั้นกลับดุดัน..เสียงเข้มที่ห้วนดุของเขานั้น ทำเอาคนที่ได้ยินชักใจแป้วขึ้นมาซะแล้วสิ



             “คุณจะไปไหน..ไอยรดา”



             “ก็เอ่อ..ไปนอนน่ะสิคะ” เสียงหวานตอบออกมาอย่างตะกุกตะกัก แทบจะไม่เต็มเสียงนักให้พอได้ยิน



             “เตียงอยู่นี่ แล้วคุณจะหอบหมอนไปนอนที่ไหน” น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยออกมาคล้ายจะหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทำให้หล่อนกลัวไปกว่าการได้นอนร่วมห้องกับเขา..จึงได้เอ่ยตอบออกไปในทันที



             “ก็ที่โซฟาด้านนอกไงคะ คุณบาดเจ็บอยู่นอนบนเตียงเถอะค่ะ ฉันเอ่อ..จะไปนอนที่โซฟาเอง”



             “ทำไมต้องไปนอนที่โซฟา ก็นอนบนเตียงด้วยกันนี่แหล่ะ เตียงก็ออกจะใหญ่ ผมนอนไม่ดิ้นอยู่แล้ว..คุณก็รู้นี่” ปลายประโยคที่เน้นย้ำ จนคนที่ได้ฟังถึงกับตาลุกวาว พร้อมกับใบหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อขึ้นมาในทันที



             “ฉันจะไปรู้ได้ไงคะ คุณเอ่อ..จะให้นอนเตียงเดียวกันได้ยังไงล่ะ ฉันไม่นอนด้วยหรอก..”



             “ผมไม่ให้ไปนอนที่โซฟาข้างนอกนั่นเด็ดขาด นอนที่เตียงนี่แหล่ะ..เดี๋ยวผมไปนอนที่โซฟาเอง”



             “ไม่ได้นะคะ คุณบาดเจ็บอยู่ แล้วโซฟานั่นก็เล็ก..ตัวคุณใหญ่ออกขนาดนี้จะไปนอนได้ยังไงกัน..ขยับไปทางไหนก็ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาได้เหน็บถามหาแน่ๆ ฉันไปนอนน่ะดีแล้วค่ะ”



             “นี่เราจะเถียงกันอยู่อย่างนี้ยันเช้าเลยใช่มั้ย ถ้าต้องการอย่างนั้นก็ได้นะ..ไม่ต้องนงต้องนอนมันละ..”สายตาคมมองนิ่งไปยังคนดื้อที่พยายามหาเหตุผลต่างๆนาๆ มาอ้างให้เขาได้ฟัง



             “ก็ฉัน..เอ่อ..”



             “ว่ายังไง..คนบาดเจ็บอย่างผม ถึงแม้เรี่ยวแรงจะอ่อนล้าเต็มทีแล้วก็ตาม แต่ถ้าคุณยังต้องการเพื่อนคุย..ไม่สิ!..เพื่อนเถียงอยู่อย่างนี้ ผมก็จะพยายามอดทนเอาไว้ก็แล้วกัน..” คำพูดเชิงประชดประชันของเขา ทำให้หล่อนหันหลังกลับไปยังเตียงกว้าง ก่อนจะหยิบหมอนข้างที่มีอยู่บนเตียงมาวางกั้นไว้กึ่งกลางของเตียง แล้วล้มตัวลงนอนตะแคงข้างหันหลังให้กับเขาทันที ก่อนจะปิดตาลง ไม่สนใจกับคนที่นั่งมองอยู่ปลายเตียงนั่นอีกเลย



             ติณวีย์มองคนที่นอนตะแคงข้างให้ด้วยสายตายิ้มๆ พลางส่ายศรีษะไปมา กับการกระทำของหล่อน ที่เอาหมอนข้างมากั้นเอาไว้..ซึ่งหากเขาคิดจะทำอะไรหล่อนขึ้นมาจริงๆแล้วล่ะก็ ไอ้หมอนพวกนี้จะช่วยอะไรหล่อนได้กัน…



             ติณวีย์นั่งมองดูหญิงสาวอยู่สักพัก แล้วค่อยขยับขึ้นไปบนเตียงใกล้ๆ กับร่างบางที่นอนนิ่ง ลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอ จนเขาแน่ใจว่าหล่อนหลับแล้วจริงๆ จึงหยิบหมอนข้างที่กั้นอยู่กลางเตียงโยนลงที่พื้นด้านล่างทันที ก่อนจะขยับเข้าไปจนชิดร่างบางแล้วก้มลงดูใบหน้าหวานยามหลับพริ้มด้วยความหลงใหล



             ******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

227 ความคิดเห็น