พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 77 : วางแผนงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

             ตอนที่77 :วางแผนงาน



             “ก็มันสวยมากเลยนี่คะ ฉันก็เลยอยากเห็นให้ทั่วทุกห้อง”



             “ไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ..เดี๋ยวลงสำรวจพื้นที่แล้วคุณจะไม่ไหว”



             “ค่ะ..” หล่อนรับคำอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะก้าวออกไปด้านนอกระเบียงทางสวนดอกไม้ทันที



             ไอรยรดาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หวายตัวยาวที่มีนวมนุ่มเป็นเบาะรอง..ตั้งวางไว้อยู่ริมระเบียง ก่อนจะสูดเอาความหอมของดอกไม้ที่โชยพัดเข้ามาตามแรงลมนั้นด้วยความรู้สึกสดชื่น และอดไม่ได้ที่จะเอนกายลงบนเบาะนุ่มนั้น ในทันทีอย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่..และเพียงไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้นร่างบางที่เอนกายดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่ กลับเข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่รู้ตัว…



             ติณวีย์วางแล็ปท็อปในมือลง แล้วเดินตามหาหญิงสาว หลังจากที่ปล่อยให้หล่อนได้พักเกือบชั่วโมงแล้ว เขาเลื่อนเวลาออกไปด้วยกลัวว่าเท้าของหล่อนจะอักเสบเอาได้ ถ้าต้องเดินทางไปดูสถานที่เลยเพราะการสำรวจพื้นที่ในครั้งนี้นั้น..ต้องเดินเท้าซะเป็นส่วนมาก



             ชายหนุ่มมาหยุดอยู่หน้าเก้าอี้หวาย มองดูคนหลับพริ้มด้วยใบ หน้าที่เปื้อนยิ้ม ดูมีความสุขในการพักผ่อนเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะลงนั่งกับพื้นข้างๆเก้าอี้หวาย แล้วเอื้อมมือไปแตะที่ลำแขนกลมกลึง เพื่อปลุกให้หล่อนได้รู้สึกตัว แต่กลับไม่เป็นผล...



             เขาหยักยิ้มมุมปาก ในขณะที่มือหนาเลื่อนขึ้นไปยังแก้มเนียนใสในทันที..ปลายนิ้วแข็งๆไล้วนไปมา..จนไปหยุดอยู่ที่จมูกโด่งรั้นของหล่อน ก่อนจะลากผ่านเรื่อยลงไปยังริมฝีปากบางที่เผยอขึ้นโดยไม่รู้ตัว..แล้วในที่สุดวิธีการปลุกในแบบของเขาก็สำเร็จ เมื่อคนหลับเริ่มรู้สึกตัวจนได้ และไม่ทันที่หล่อนจะลืมตาขึ้นมา ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงไปยังริมฝีปากบางนั้นอย่างอดใจไว้ไม่ไหวในทันที..จนชั่วอึดใจก็ถอนออก ก่อนจะนั่งมองหล่อนอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งลืมตาขึ้นมา



             ไอยรดาปรือตาขึ้นมา แล้วหลับตาลงอีกครั้งอย่างสะลึมสะลือ ก่อนที่จะเบิกกว้างขึ้นมาทันที ด้วยความตกใจ



             “คุณ!..จะทำอะไรคะ” น้ำเสียงที่ตื่นตระหนกเอ่ยถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสายตาหวาดระแวงจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆอย่างไม่วางตา



             “มาปลุกคนขี้เซาน่ะสิ” สายตาคมปลาบไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่เวลานี้ขาวซีด ดูตื่นกลัวจนเขานึกขัน



             ‘นี่เราเผลอหลับไปได้ยังไงเนี่ย’ หล่อนรำพึงเบาๆกับตัวเอง แล้วพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่เขาก็ยังนั่งเฉยไม่ขยับหลีกให้หล่อนสักที



             “คุณขยับออกไปสิคะ..ฉันจะลุกขึ้นแล้ว”



             “ดูอากาศวันนี้แล้วฝนน่าจะตกหนัก เราต้องรีบออกไปสำรวจพื้นที่กันก่อน ให้ทันฝนที่จะตกลงมา” เขาเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าสีหม่น ขณะที่ลุกขึ้นยืน แล้วโน้มตัวลงโอบเอวบางพยุงให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะคว้าข้อมือหล่อนพาก้าวออกไปทันทีโดย ไม่ได้สนใจอาการขัดขืนและตก ใจของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย...



             ติณวีย์พาหล่อนนั่งรถจากบ้านพักไปจนถึงส่วนกลางของเกาะ..ที่ใช้เป็นพื้นที่ในการสร้างโรงแรม ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางเพียง 15 นาทีเท่านั้น   


              

             หญิงสาวมองดูต้นสนขนาดใหญ่ที่เรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ในส่วนนี้แล้ว ก็ให้รู้สึกเสียดายถ้าต้องถูกตัดทิ้งเพื่อสร้างโรงแรม..แต่เหมือนเขาจะรู้ทันความคิดของหล่อน จึงเอ่ยขึ้นพลางพาเดินดูไปรอบๆอาณาเขตที่กว้างขวาง



             “ผมจะตัดต้นสนพวกนี้ให้น้อยที่สุด..เท่าที่จำเป็น จะตัดก็แต่เฉพาะตรงที่ๆจะสร้างโรงแรมเท่านั้น ผมอยากให้ที่นี่คงความเป็นธรรม ชาติให้มากที่สุด ส่วนทางโน้นถัดไปประมาณ 100 เมตร ที่มีหินขนาดใหญ่นั่น..ก็จะสร้างสระว่ายน้ำ โดยมีหินขนาดใหญ่นี้โอบล้อมอยู่เช่นเดิม เสมือนอยู่ท่ามกลางโขดหิน ให้ความรู้สึกว่าได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น..คุณคิดว่าไง”



             “ค่ะ..ฉันเห็นด้วยในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่คุณจะตัดต้นสนพวกนี้เท่าที่จำเป็น”



             “แล้วเรื่องโรงแรม..จากที่เคยคุยกันไว้ว่าจะปลูกเป็นหลังๆ..เมื่อมาเห็นสถานที่จริงแล้ว ถ้าปลูกเป็นหลังๆ ก็ต้องตัดต้นไม้ออกในทุกๆหลัง เพื่อใช้พื้นที่ ซึ่งแน่นอนต้นไม้เหล่านี้ก็แทบจะไม่เหลือเอาเลย ผมเลยคิดจะสร้างเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ที่ทำด้วยไม้ทั้งหลัง ให้ดูเข้ากับธรรมชาติให้มากที่สุด และโรงแรมแห่งนี้ก็จะโอบล้อมไปด้วยต้นสนขนาดใหญ่มาก มาย ที่ให้ความร่มเย็น สดชื่นตลอดเวลา เสียงของต้นสนยามโดนลมพัด ก็เปรียบได้กับเสียงดนตรีขับกล่อมให้นอนหลับสบาย ไม่เงียบเหงาจนเกินไป เหมือนอยู่ในป่าทึบ อีกทั้งเสียงคลื่นที่กระทบฝั่ง ยังเพิ่มบรรยา กาศแก่ผู้มาพัก..ได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียด และปลดปล่อยอารมณ์ ไปกับสวนขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์และทะเลที่สวยงาม เสมือนว่าได้อยู่บ้านของตัวเอง..ไอยรดา คุณคิดว่าควรเพิ่มเติมอะไรอีกมั้ย ที่จะทำให้แขกที่มาเยือน เหมือนกลับบ้านมากกว่าการมาพักที่โรงแรม”หล่อนหันกลับมาสบเข้ากับนัยน์ตาคมอีกครั้ง เมื่อได้ฟังรายละเอียดจากเขา และมองไปรอบๆสถานที่ ที่เขาพูดถึงก่อนจะยิ้มบางๆส่งให้ พลางตอบกลับไปด้วยเสียงที่หวานใส



             “ที่คุณพูดมาทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบมากแล้วล่ะค่ะ สำหรับการพักผ่อน แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็คงไม่พ้นการช้อปปิ้งกับสถานที่ท่องเที่ยว.. คุณเอ่อ..ว่างั้นมั้ยคะ..”



             “เรื่องช้อปปิ้ง!..แน่นอนสิต้องมีอยู่แล้ว ผมเอาท้ายเกาะโน่น เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว..ที่แรก ก็เป็นถ้ำที่อยู่ห่างจากโรงแรมไปประมาณ 500 เมตร เดินเท้าไปได้ อยู่ทางด้านหลังโรงแรมนี่เอง..เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ซึ่งภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติรูปร่างแปลกๆตามจินตนาการของคนมอง ผมไปสำรวจมาเมื่อประมาณปีที่แล้วคิดว่า เป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากทีเดียว ส่วนสถานที่ที่2 หาดที่อยู่ท้ายเกาะนั่น เป็นหาดที่ไม่ลึกมากนัก มีที่ไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบดำน้ำดูปะการังได้ลงไปแหวกว่ายดูความงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย และที่สุดท้ายก็คือ แหล่งช้อปปิ้ง..ผมจะทำท่าเรือสำหรับซื้อสินค้าจากชาวประมง พร้อมกับเปิดตลาดเล็กๆ ให้คนในพื้นที่ได้เข้ามาขายสินค้าพื้นเมือง รวมไปถึงของทะเลสดๆที่มีให้เลือกมากมายในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป..ระยะทางจากโรงแรมจนถึงตลาด นั่งรถไปประมาณ 20-30 นาทีก็ถึงแล้ว..” รายละเอียดต่างๆที่เขาบอกออกมาล้วนตรงใจของหล่อนทุกอย่าง จึงทำเพียงพยักหน้ารับรู้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งให้ไป อย่างไม่มีหัวข้อใดๆให้หล่อนได้คิดสงสัยหรือขัดแย้งเลยสักนิด ก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวตามเขาไปให้ทันอย่างรวดเร็ว เพราะมัวแต่ดูโน่นดูนี่อยู่ จนทำให้เขาต้องยืนรอ...



             ติณวีย์เดินไปตามทางเดินเล็กๆ ที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่มากมาย แล้วเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ โดยมีหล่อนและบอร์ดีการ์ด อีก 2 คน เดินตามหลังไปไม่ห่างนัก...



             ******************

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

227 ความคิดเห็น