พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 73 : ไม่ได้พูดอีกจนได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    13 ก.พ. 62

             ตอนที่73 :                        

            ไม่ได้พูดอีกจนได้




             “ฉันไม่หิวค่ะ..คุณทานเถอะ ฉันจะกลับไปทำงานที่ค้างต่อให้เสร็จ..”หล่อนพูดจบก็หันกลับไปทันที แต่ไม่ทันมือหนาที่คว้าข้อมือบางไว้ได้ทัน



             “ไม่หิวก็ต้องทาน คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า..จะอดอาหารประท้วงรึไง” สายตาคมดุมองนิ่งไปยังคนดื้อ ที่แสนจะพยศเหลือเกินนั้น อย่างขัดใจ



             “ปล่อยฉันนะ!..ฉันบอกไม่หิว คุณจะมาบังคับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ..” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับสายตาที่มองไปยังชายหนุ่มอย่างโกรธจัด เมื่อมือของหล่อนที่ถูกเกาะกุมอยู่ ถูกบีบให้แน่นขึ้น ก่อนที่เขาจะก้มลงมาพูดกับหล่อนอีกครั้งอย่างท้าทาย



             “งั้น!..ต้องลองดูกัน” มือบางถูกดึงออกไปยังโต๊ะอาหารที่ได้ถูกจัดเตรียมไว้แล้วในทันที เขาพาหล่อนมาที่โซฟาตัวยาว แล้วกดบ่าบอบบางให้นั่งลง พร้อมกับตัวเขาที่เบียดตามลงไปอย่างรวดเร็ว



             ไอยรดากระเถิบหนีทันที แต่ก็ไปได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น เพราะติดกับที่วางแขนของโซฟา ครั้นจะลุกหนีก็ไม่ได้เมื่อมือของหล่อนถูกเขาจับเอาไว้ไม่ยอมปล่อย จึงต้องเอ่ยปากว่าเขาออกไป



             “คุณขยับออกไปสิคะ จะมานั่งเบียดฉันทำไม..”



             “ผมขยับให้ก็ได้ แต่คุณต้องทานข้าวด้วยกันก่อน.. ตกลงมั้ย และก็อย่าคิดลุกหนีเด็ดขาด ไม่งั้นอย่ามาหาว่าผมไม่เตือน..” ปลายเสียงที่แม้จะเอ่ยออกมาเรียบนั้นๆ..หล่อนรู้ดีว่าเขาเอาจริง และหล่อนเองก็ยังไม่อยากที่จะเสี่ยงในตอนนี้



             เมื่อเขาขยับออกห่างให้แต่ก็ไม่มากนัก..ตามมาด้วยมือบางที่ถูกปล่อยเป็นอิสระเช่นกัน ก่อนจะมองไปยังใบหน้าหวานที่ตอนนี้งอง้ำด้วยความไม่พอใจ..อย่างขบขัน แล้วหันไปจัดการกับอาหารของตนเองในทันที โดยไม่สนใจกับคนข้างๆอีกเลย ทำให้หล่อนที่นั่งนิ่งเฉยอยู่ได้ไม่นาน ก็เริ่มลงมือทานอาหารของตนเองไปบ้างอย่างเงียบ ๆ หลังจากที่อารมณ์ขุ่นเคืองที่มีได้คลายลง



             หลังจากที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้ว เขาก็บอกให้หล่อนกลับไปเก็บเอกสารที่ทำค้างอยู่ให้เสร็จ แล้วเตรียมตัวกลับบ้านกันเลย ทำเอาคนที่ได้ ยินถึงกับหยุดชะงักไปในทันทีในขณะที่จะก้าวออกไป ก่อนจะหันมาตอบรับคำสั่งจากเขา



             เมื่อมาถึงบ้าน..ไอยรดาก็รีบจัดแจงธุระส่วนตัวให้เสร็จโดยเร็ว ทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวมาตลอดทั้งวันเริ่มดีขึ้น หลังจากได้รับอากาศที่แสนเย็นสบายของลมที่โชยพัดเข้ามาเอื่อยๆ พร้อมด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ที่เมื่อได้กลิ่นทีไรก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทุกที ซึ่งโชยมาจากริมระเบียงที่หล่อนได้เปิดประตูเลื่อนทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ที่มาถึง ก่อนที่จะอดใจไม่ไหว.. ต้องลงไปยังสวนดอกมะลิที่ส่งกลิ่นหอมล่อตาล่อใจอยู่เช่นนั้นจนได้ โดยไม่ลืมที่จะถือตระกร้าคู่ใจ เดินออกไปยังสวนมะลิอย่างอารมณ์ดี



             หญิงสาวถอดรองเท้าทิ้งไว้บนหินที่ปูเป็นทางเดิน แล้วย่ำเท้าไปบนพื้นหญ้านุ่มๆ ก่อนจะนั่งลงท่ามกลางดอกมะลิที่ร่วงหล่น กระจายไปทั่วจนเกือบจะเต็มพื้นหญ้าในบริเวณที่อยู่ใกล้ๆกับต้นมะลิ หล่อนเก็บดอกมะลิที่ร่วงจนเต็มตระกร้า แล้วหยิบขึ้นมาเพียงดอกเดียวเพื่อพันเอาไว้กับผมด้วยความเคยชิน โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าได้ถูกแอบมองเข้าให้แล้ว..จากข้างบนตึก



             ..ติณวีย์ที่เมื่อจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จสิ้น ก็เดินออกจากห้องแล้วตรงไปยังห้องของหญิงสาวในทันที เขาคิดว่าต้องพูดกับหล่อนให้เข้าใจ ในเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้สักที..ไม่ อยากให้มันคาราคาซังอยู่เช่นนี้ต่อไป เพราะท่าทีที่หล่อนทำหมางเมินเย็นชาใส่นั้น มันทำให้จิตใจของเขาอยู่ไม่เป็นสุขเอาซะเลย เนื่องจากตลอดทั้งวันของวันนี้ เขายังไม่ได้รับรอยยิ้มที่สดใสของหล่อนให้ชุ่มชื่นหัวใจ เลยแม้เพียงสักครั้งเดียว



             ติณวีย์มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของหญิงสาว ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตู และไม่ทันให้คนในห้องอนุญาติ เขาก็เปิดประตูเข้าไปทันที



             สายตาคมกวาดมองไปจนทั่วห้องก็ไม่พบกับหญิงสาว จึงเดินออกไปยังริมระเบียงที่หล่อนได้เปิดประตูทิ้งเอาไว้ ก่อนมองลงไปยังสวนด้านล่าง..ก็พบกับร่างบางในชุดเดรสสีครีมแขนกุดที่กระโปรงยาวจนถึงข้อเท้า ขับให้ผิวที่ขาวเนียนอยู่แล้ว ให้ยิ่งผุดผ่องมากขึ้นไปอีกเมื่อต้องกับแสงตะวันในยามเย็น ภาพที่งดงามเบื้องหน้าทำให้เขาไม่อาจจะละสายตาไปได้เลย



             ..รอยยิ้มอ่อนหวานที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าขาวเนียน ..พร้อมกับร่างบางที่ถูกโอบล้อมไปด้วยดอกมะลิสีขาวที่กระจาย อยู่เต็มพื้นหญ้าในเวลานี้ เป็นภาพที่ตราตรึงในใจเขา จนยากที่จะลืมเลือนอีกเช่นกัน..ได้แต่เก็บสะสมภาพของหล่อนเอาไว้จนแทบจะล้นหัวใจออกมาอยู่แล้ว เพราะไม่อาจจะลบภาพใดออกไปได้เลยแม้แต่ภาพเดียว...



             เขายืนมองหล่อนนิ่ง..นาน อยู่เช่นนั้นเหมือนกับต้องมนต์สะกด ก่อนที่เขาจะใจหายวาบขึ้นมาทันที เมื่อเห็นหล่อนก้มลงหยิบตระกร้า เพื่อจะเดินไปยังเปลที่อยู่ไม่ไกลนั้น แต่กลับล้มลงกับพื้น ก่อนจะได้เห็นว่าขาของหล่อนตกลงไปอยู่ในหลุมใกล้ๆนั่นเอง



             ติณวีย์เห็นหล่อนพยายามจะลุกขึ้นยืน หลังจากที่ยกขาออกจากหลุมแล้ว แต่พยายามเท่าไหร่ก็ลุกไม่ขึ้น เขาจึงวิ่งลงไปยังสวนข้างล่างทันที โดยไม่ลืมที่จะหยิบยาทาติดมือไปด้วย



             ติณวีย์วิ่งมาจนถึงซุ้มมะลิ แล้วชะลอฝีเท้า เปลี่ยนเป็นเดินอาดๆ เข้าไปหา ทำให้หญิงสาวที่ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังก็หันไปมองทันทีว่าเป็นใคร เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็พอดีกับที่ชายหนุ่มก้มลงอุ้ม ร่างบางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่สายตาที่มองมานั้นดุดันเสียจนหล่อนต้องหลบสายตา เสมองไปทางอื่นทันทีอย่างนึกกลัว หลังจากที่ร้องออกไปด้วยความตกใจ



             “อุ๊ย!..นี่คุณ!..ฉันตกใจหมด” มือบางกอดคอเขาไว้แน่นด้วยความตกใจ ที่ถูกเขาอุ้มจากพื้น โดยไม่ให้สุ้มให้เสียงกับหล่อนเลยสักนิด



             “แล้วคุณลงไปนั่งกับพื้นทำไม!..เปลหรือเก้าอี้ก็มีให้นั่ง” สายตาคมดุปรายตาไปยังหญิงสาว ที่ยังคงดูตื่นตระหนกอยู่ไม่หาย



             “ฉันตกหลุมนั่นต่างหากล่ะคะ” หล่อนมีสีหน้างงงันเล็กน้อย กับสิ่งที่เขาเอ่ยต่อว่าหล่อนขึ้นมา      


                                 

             “ผมรู้แล้ว!..ลุงหมายไม่ได้บอกรึไงว่าผมให้ขุดหลุมเพื่อลงต้นไม้เพิ่ม” เขาว่าพลางชำเลืองมองไปยังใบหน้างามอีกครั้ง ก่อนวางหล่อนลงบนเตียงเปลอย่างเบามือที่สุด    


                                  

             ******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

227 ความคิดเห็น