พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 71 : ข่าวจริง99.99%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

             ตอนที่71 :ข่าวจริง99.99%

                              

             ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทันที พร้อมกับหัวใจที่มันกระตุกวาบ รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งตัว กับรอยสัมผัสที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจนั้น        

                         

             ติณวีย์มองใบหน้าที่แดงระเรื่อ ขึ้นทันตานั้นอย่างถูกใจ ริมฝีปากหนาหยักยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะคลายอ้อมแขนออก แต่ยังคงกอดเอาไว้ที่เอวอย่างหลวมๆ แล้วหันกลับไปมองยังที่มาของเสียงเช่นเดียวกัน..ซึ่งเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใคร เพราะเห็นหล่อนมาแต่ไกลตั้งแต่ที่เดินออกมาจากลิฟท์แล้ว...             

                           


             “มิลิน..มาเมื่อไหร่ล่ะ แล้วมีธุระอะไรกับผม..” เสียงทุ้มเอ่ยถามออกไป ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย


             “ลินมากับคุณพ่อค่ะ ท่านไปรออยู่ที่ห้องประชุมแล้ว แต่ลินมีธุระที่จะคุยกับวีย์สักครู่ค่ะ” เสียงหวานๆเอ่ยขึ้นทันที พร้อมกับช้อนสายตาหวานฉ่ำขึ้นมองไปยังเขา..โดยไม่สนใจกับร่างบางที่อยู่ข้างๆนั่นเลยแม้แต่น้อย


             “ผมต้องเตรียมเข้าประชุม..ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เอาไว้ค่อยคุยกันวันอื่นก็แล้วกัน”


             “ลินขอเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้นค่ะ” หล่อนรีบบอกออกไปทันที ก่อนจะเห็นเขาพยักหน้าตกลง..พร้อมกับบอกให้มิลินเข้า ไปรอในห้องก่อน เดี๋ยวจะตามไป


             มือหนาที่โอบเอวบางเอาไว้อย่างหลวมๆนั้น ลูบไล้ไปมาอย่างพอใจ..ตลอดเวลาที่พูดกับมิลิน โดยไม่สนใจเลยว่าร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนนั้นจะพยายามเบี่ยงตัวออกไปให้ห่างจากเขาเพียงใด และทุกๆการ กระทำของเขานั้น ก็ไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของมิลินไปเลยแม้แต่น้อย หล่อนต้องเก็บเอาความรู้สึกที่มันเจ็บแค้นเอาไว้ในใจ เพื่อรอเวลานั้น..วันที่จะได้สิ่งที่เคยเป็นของตัวเองกลับคืนมาเช่นเดิม


             เมื่อมิลินเดินเข้าไปรอในห้องทำงานแล้ว ไอยรดาก็เงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ข้างๆ..พร้อมกับตวัดสายผ่านหน้าเขาไปด้วยความไม่พอใจกับการกระทำของเขา ที่หล่อนมักจะตามไม่ค่อยทันเสมอ


             “ปล่อยค่ะ!..คุณทำบ้าอะไรเนี่ย..” เสียงหวานเอ่ยต่อว่าเขาทันที ที่ไม่มีบุคคลที่สามยืนอยู่แล้ว


             “ทำอะไร?..ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด” สายตาไหวระริกที่มองสบมานั้นทำเอาหล่อนอดไม่ได้ ที่จะตวัดสายตาผ่านหน้าเขาไปด้วยความหมั่นไส้  ก่อนจะรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบอยู่นั้น คลายออกอย่างช้าๆ


             “ก็คุณ..เอ่อ..คุณ..” หล่อนได้แต่อึกอักไม่กล้าที่จะพูดออกไป กับสิ่งที่เขาทำต่อหน้าคุณมิลินนั่น ก่อนจะก้าวไปยังโต๊ะทำงานทันที..ทำเอาคนที่รอฟังอยู่ถึงกับงงในท่าทีของหล่อน ที่อยู่ๆก็เดินหนีไปซะเฉยๆ


             “เดี๋ยวสิ..จะไปไหน..” เขาคว้าข้อมือบางเอาไว้ทัน เมื่อเห็นหล่อน เดินหนีไปดื้อๆแบบนั้น ทั้งๆที่ยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย    

             “เตรียมเอกสารการประชุมค่ะ กรุณาปล่อยฉันด้วย” เสียงที่ตอบกลับมาบ่งบอกถึงอารมณ์คนพูดได้ชัดเจน..ทำเอาคนที่เหนี่ยวรั้งไว้ต้องปล่อยมือออกทันที ด้วยกลัวว่าจะทำให้หล่อนต้องโกรธขึ้นมาจริงๆ


             “ขอกาแฟผมสักแก้วเถอะ..กลัวจะหลับคาห้องประชุมซะก่อน”


             “ค่ะ” หล่อนตอบรับทันที ก่อนที่จะเดินลิ่วๆ ออกไปให้ห่างจากเขาอย่างรวดเร็ว...



             ..สายตาคมกริบมองนิ่งไปยังร่างอวบอิ่ม..เย้ายวนตรงหน้า ในขณะที่นั่งลงบนโต๊ะทำงาน..ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน


             “มีธุระอะไร..ว่ามา..”


             “เรื่องผู้หญิงคนนั้นไงคะ..ลินไม่เชื่อค่ะว่า เขาจะเป็นคู่หมั้นของคุณ ในเมื่อคุณกับเด็กคนนั้น รู้จักกันยังไม่ถึง 2 เดือนด้วยซ้ำไป”


             “แล้วยังไง..”สายตาคมดุจับจ้องไปยังสาวสวยตรงหน้า ที่มองสบมาเหมือนรู้ทันกับการกระทำของเขา


             “ฝีมือวีย์หรือเปล่าล่ะคะ?..” หล่อนวางหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่เป็นคอลัมน์ซุบซิบของพวกสังคมไฮโซลงบนโต๊ะตรงหน้า..ปรากฎรูปของเขากับไอยรดาเดินจับมือเคียงคู่กันไปตลอดทางในคราวที่ไปโรงพยาบาลครั้งนั้น โดยที่คำบรรยายใต้ภาพได้เขียนกำกับไว้ว่า ‘อกหักกันไปทั้งเมือง เมื่อหนุ่มในฝันของสาวๆ เจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังได้เปิดตัวแฟนสาวตัวจริงซะแล้ว..แถมข่าววงในยังบอกอีกด้วยว่าคนทั้งคู่เพิ่งจะได้เป็นคู่หมั้นกันหมาดๆในเมื่อเดือน ที่ผ่านมานี้เอง’ เขาอ่านจนจบก็เหลือบตาขึ้นมองคนตรงหน้า พร้อมกับริมฝีปากที่เหยียดยิ้มในขณะเอ่ยถามหล่อนออกไปด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น


             “ทำไมถึงคิดว่าเป็นฝีมือผม..” สายตาคมดุยังคงจับจ้องไปที่สาวสวยตรงหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นเดิม


             “หรือวีย์จะบอกว่านักข่าวพวกนั้นนั่งเทียนเขียนเองรึไงคะ..ถ้าไม่ใช่เพราะคุณให้ข่าว แต่ถ้าวีย์ไม่ได้ให้ข่าวจริงๆ ลินว่าคุณฟ้องหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไปเลยค่ะ เดี๋ยวลินจัดการให้เองนะคะ” มิลินที่มีสีหน้าดีขึ้น เมื่อเขาพูดเหมือนไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับข่าวนั่นเลยสักนิด แต่ก็ต้องเจื่อนลงไปอีกครั้งกับคำพูดของเขาที่เอ่ยออกมา   

                                           

             “ไม่ต้อง..และก็ไม่จำเป็นต้องฟ้อง เมื่อสิ่งที่พวกเขาเขียนมันเป็นเรื่องจริงทุกอย่างอยู่แล้ว จะผิดอยู่นิดนึงที่ว่าผมเพิ่งหมั้นไปเมื่อครึ่งเดือนที่ผ่านมาต่างหากไม่ใช่เมื่อเดือนที่แล้ว..ซึ่งมันก็เรื่องเล็กน้อยเท่านั่น ไว้ผมจะบอกวันเวลาพวกเขาใหม่ให้ถูกต้องเอง คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกมิลิน..เอาล่ะหมดเวลาสำหรับ 10 นาทีที่คุณขอแล้ว ผมคงต้องเตรียมตัวเข้าประชุมสักที.. เชิญคุณกลับไปได้แล้วล่ะ..”

                                        

             ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะผายมือออกไป เพื่อบอกให้สาวสวยที่ยังคงเอาแต่อึ้งอยู่กับคำพูดของเขาได้รู้สึกตัว แล้วออกไปจากห้องสักทีด้วยสายตาที่แสนจะเย็นชา  

         

             ******************

             


                        

             

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

227 ความคิดเห็น