พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 64 : ข้อห้ามเฉพาะกิจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    4 ก.พ. 62

             ตอนที่64 :                      

            ข้อห้ามเฉพาะกิจ


             เขาพายเรือให้หล่อนเก็บสายบัวไปจนเกือบจะเต็มกระจาด โดยที่คนบอกทาง ไม่แม้แต่จะหันมามองด้านหลังเลยสักนิด ได้ยินเพียงเสียงหวานเอ่ยบอกไปตลอดทาง แก่เขาเท่านั้น และทุกๆครั้งที่หล่อนเอื้อมลงไปเพื่อจะเก็บสายบัว ก็จะมีสายตาคมกริบของเขาคอยระวังเอาไว้เสมอด้วยกลัวว่าร่างบางจะพลาดตกลงไปได้..จึงต้องคอยเตือนให้หล่อนระวังแทบทุกครั้งในขณะที่เอื้อมลงไปเก็บ...                                                        

             จนกระทั่งสายบัวเต็มและล้นไปอยู่นอกกระจาดแล้วนั่นแหล่ะ สายตาของเขาถึงจะละไปจากร่างบางได้สักที…


             ไอยรดาหันไปมองสายบัว ก็เห็นว่าเต็มกระจาดซะจนล้นออกมากองอยู่ข้างกระจาดแล้วก็มี จึงหันไปบอกกับเขาว่าพอแล้ว ซึ่งคนพายก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนที่จะพายกลับเข้าหาฝั่งในทันที


             เมื่อเรือจอดเทียบท่าดีแล้ว ร่างบางก็เอื้อมไปคว้ากระจาดที่มีสายบัวอยู่จนเต็มกระจาด แล้วยกขึ้นเพื่อจะก้าวขึ้นเรือไป.. แต่เท้าเกิดไปเหยียบเข้ากับสายบัวที่กองอยู่ข้างๆกระจาด ร่างบางจึงลื่นไถลจนเกือบจะหงายหลังลงไป ถ้าไม่ได้มือหนาของเขาที่รับร่างบางไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลงไปด้วยกัน ทำให้สะโพกหนาของเขากระแทกลงบนเรืออย่างแรงโดยมีหล่อนที่ล้มตามลงไปนั่งอยู่บนตักกว้างของเขา ได้อย่างพอเหมาะพอดี


             “เกือบไปแล้วเห็นมั้ย ดีนะที่คว้าเอาไว้ได้ทัน” เสียงทุ้มที่เอ่ยแนบชิดข้างหู ทำเอาร่างบางเกิดอาการเกร็งตัว..หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หล่อนนั่งนิ่งไม่กล้าที่จะขยับเขยื้อนไปทางไหนอีกเลย พร้อมกับลมหาย ใจที่มันติดขัดขึ้นมาทันที เมื่อได้รู้สึกถึงความใกล้ชิดระหว่างเขาและหล่อนในเวลานี้


             “ฉันเอ่อ..ฉันขอโทษค่ะที่ไม่ระวัง ทำให้คุณต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว คุณเอ่อ..กรุณาปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”เสียงที่เปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา เหมือนคนไร้เรี่ยวแรง..ทำให้ใบหน้าคมต้องเอียงเล็กน้อยเพื่อตะ แคงหูฟังว่าหล่อนพูดอะไร ทำให้จมูกโด่งได้รูปเฉียดแก้มบางใสไปอย่างหวุดหวิด เป็นเหตุให้แก้มขาวเนียนแปรเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ ขึ้นมาในทันที


             “พูดว่าอะไรนะ..ผมไม่ได้ยิน” คิ้วเข้มขมวดเข้ากัน ในขณะที่สายตาคมก็จับจ้องไปยังใบหน้าที่แดงระเรื่อของหญิงสาว พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มเกิดขึ้น


             “ฉันขอโทษค่ะ และก็ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้อีกแล้ว แต่คุณกรุณาปล่อยฉันออกก่อนได้มั้ยคะ ฉันเอ่อ..หายใจไม่ออกค่ะ” หล่อนเอ่ยบอกกับเขาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งเฉย ไม่ยอมปล่อยหล่อนสักที ยังคงกอดแนบแน่นอยู่เช่นเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยหล่อนออกเลยแม้แต่น้อย


             “ไม่ใช่แบบนี้สิ..ไอยรดา สำหรับผมมันไม่ใช่แบบนี้”


             “แบบนี้!..แบบไหนกันคะ?..คุณพูดอะไรของคุณ..ฉันไม่เข้าใจ” คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากัน พลางขบคิดในสิ่งที่เขาพูดออกมา


             “คำขอบคุณสำหรับผมไงล่ะ..สาวน้อย มันไม่ใช่แบบนี้นี่ ..คุณลืมไปแล้วอย่างงั้นหรือ?..” สายตาคมดุ เปลี่ยนเป็นไหวระริก ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแก้มขาวเนียน แดงระเรื่อไปทั่วใบหน้า ก่อนจะถูกดวงตากลมโตตวัดผ่านหน้าเขาเข้าอีกแล้วพร้อมกับเอ่ยเสียงใสๆ ที่ห้วนสั้นตามอารมณ์ของคนพูด ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


             “ฉันก็บอกคุณไปแล้วเหมือนกันว่า ‘คำขอบคุณ’ สำหรับฉันแล้ว ก็คือการกล่าวคำขอบคุณพร้อมกับยกมือไหว้เท่านั้น..หากจะให้ฉันขอบ คุณ ในแบบที่คุณต้องการแล้วล่ะก็ ฉันไม่มีวันทำเด็ดขาด ไม่ว่าจะกับคุณหรือกับใครทั้งนั้น” เสียงของหล่อนเริ่มดังขึ้นตามอารมณ์ ที่มันร้อนเป็นไฟอย่างไม่ยอมให้เขารังแกเอาได้อีกแล้ว


             ..ถึงหล่อนจะไม่ได้หันหน้ามาพูดกับเขา แต่ติณวีย์ก็รู้ดีว่า หล่อนคงจะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ไม่น้อย เมื่อได้ฟังจากน้ำเสียงใสๆที่ดังและห้วน อย่างที่ไม่ค่อยจะได้ยินนักจากหญิงสาว

 

             สายตาคมดุที่รื่นรมย์อยู่เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ ขึ้นมาทันทีกับสิ่งที่หล่อนเอ่ยออกมา..ทำให้มือหนาเผลอกอดรัดเอวบาง เข้าหาร่างแกร่งขึ้นอีกอย่างลืมตัว


             “นอกจากผมแล้ว คุณห้ามทำแบบนี้กับใครทั้งนั้น..เข้าใจมั้ย!..” เสียงเข้มเอ่ยบอกแก่คนในอ้อมแขนขึ้นมาทันที ด้วยความรู้สึกหวงแหน อย่างที่ตนเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นได้ถึงเพียงนี้


             “ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าจะไม่ยอมทำแบบที่คุณว่าแน่นอน..ไม่ว่าจะกับใครทั้งนั้น รวมถึงตัวคุณด้วย” หล่อนส่งเสียงให้ดังขึ้นอีก ด้วยความโมโห กับคนที่แสนจะเอาแต่ใจและเผด็จการเป็นที่สุด อย่างเขา      

                                  

             ไอยรดาดิ้นขลุกขลัก อยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม อย่างไม่ทันคิดว่า ว่าร่างนุ่มนิ่มของตัวเอง จะไปบดเบียดกับร่างแกร่งของเขาเข้า ในขณะที่หล่อนออกแรงขยับไปมา เพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนและตักของเขาให้ได้      

             

             ติณวีย์เกร็งตัวขึ้นโดยอัตโนมัติกับสัมผัสบดเบียดของหล่อนโดยไม่ตั้งใจนั้น แต่กลับทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อสักครู่คลายลงในทันที ความวูบวาบ ไปทั่วร่างที่เกิดขึ้นนั้น ทำเอาเขาแทบสะกดกลั้นความต้อง การเอาไว้ไม่อยู่ วงแขนแข็งแกร่งคลายออกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่ปล่อยออก ทำเอาร่างบางรีบขยับออกให้พ้นจากเขาอย่างรวดเร็ว..แล้วต้องตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องของเขาดังขึ้น หล่อนจึงหันกลับไปมองยังที่มาของเสียงในทันที ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจอีกเป็นครั้งที่สอง    

          

             ******************       

             

             

             

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #49 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:43
    บรรยากาศแบบนี้ คงจะได้กินกันแน่ๆ555
    #49
    0
  2. #48 Katie (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:07

    คู่นี้อ่านมาแล้วยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย

    #48
    0