พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 49 : หายโกรธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    20 ม.ค. 62

             ตอนที่49:หายโกรธ

             

             ถึงจะมืดแล้ว แต่แสงไฟในสวนที่เปิดสว่างไสวไปทั่วตลอดทั้งสวน พร้อมไปด้วยบอร์ดีการ์ดมากมายที่รายล้อม อยู่รอบๆบ้าน ทำให้หล่อนไม่นึกกลัวอันตรายใดๆ ร่างบางก้าวไปเรื่อยๆ และหยุดลงตรงต้นมะลิที่มีดอกร่วงกระจายอยู่เต็มพื้น ก่อนจะก้มลงเก็บขึ้นมาใส่ไว้ในมือจนเต็ม แล้วเดินไปนั่งในชิงช้าที่เสริมด้วยเบาะนุ่มแสนสบายนั้น ด้วยหัวใจที่มันเหงาๆ อย่างที่ตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร


             หญิงสาวหยิบดอกไม้ขึ้นมาติดกับผมของตัวเอง ที่ระลงมาข้างหน้าเพียงดอกเดียว ที่เหลือก็ยกขึ้นสูดดมความหอมนั้นเข้าจนเต็มปอด เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับตัวเอง ในขณะที่นั่งมองไปบนท้องฟ้า ที่มีดวงดาวกระจายอยู่ทั่วไปโดยรอบๆ แต่ก็ไม่มากนัก


             หล่อนเอนกายพิงพนักชิงช้า แล้วหยิบหมอนอิงมากอดเอาไว้ทอดสายตามองดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ ในลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ได้สักพัก ก็รู้สึกเมื่อย จึงเอนกายนอนราบไปกับชิงช้า โดยที่สายตาก็ยังคงจับจ้องไปยังดวงดาวอย่างเหม่อลอย แล้วต้องหยุดชะงักลงเมื่อเหลือบไปเห็น ดาวดวงหนึ่งที่ปรากฎภาพใบหน้าคมคาย กับสายตาที่ดุดันกำลังจ้องมองมายังหล่อน พร้อมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หล่อนได้เห็นเสมอในระยะหลังมานี้


             หล่อนกระพริบตาช้าๆ ก่อนจะหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมา ก็ไม่พบกับภาพนั้นอีกแล้ว


             “อะไรกัน..เขายังจะตามมาหลอกหลอนเราอีกรึนี่” เสียงหวานบ่นออกมาพึมพำ ก่อนจะหลับตาลงไปอีกครั้ง เพื่อทำจิตใจให้มันสงบลงกว่านี้ ก่อนที่จะกลับไปดูดาวต่อ...


             ติณวีย์กลับมาถึงบ้านเป็นเวลาสองทุ่มกว่า แล้วได้รับรายงานจากบอร์ดีการ์ดว่าหล่อน อยู่ในสวน..ที่ซุ้มมะลิ เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินไปถอดเสื้อสูท พาดไว้ที่เก้าอี้ ปลดเนคไทออกจากคอ ตามด้วยกระดุมเสื้ออีก 2-3 เม็ด..เผยให้เห็นแผงอกกว้าง ที่เต็มไปด้วยไรขนอ่อนบางๆ.. แขนเสื้อที่พับขึ้นไปจนถึงข้อศอก เพื่อคลายความอึดอัด และระบายความร้อน ก่อนที่จะเดินไปยังซุ้มมะลิในทันที


             ชายหนุ่มมองไปยังชิงช้าที่แกว่งเบาๆ ในขณะที่เดินเข้าไปอย่างเบาที่สุด เพื่อไม่ให้หล่อนได้รู้ตัว เมื่อมองเห็นว่าร่างบางกำลังเอนกายอยู่บนชิงช้า โดยที่ดวงตาปิดสนิท


             เขาก้าวเข้าไปหยุดใกล้ๆกับร่างบาง..ยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่สั่นไหว กับสาวน้อยผมยาวสยายเต็มเบาะนุ่ม..มีดอกมะลิหอมกรุ่นติดอยู่ตรงช่อผมด้านหน้าที่ระลงมาอยู่บริเวนบ่าบอบบาง..หัวใจของเขากระตุกขึ้นมาทันที เมื่อปรายตามองไปยังริมฝีปากบางที่เผยอขึ้นโดยไม่รู้ต้วของเจ้าของ.. เปลือกตาที่ปิดสนิท เผยให้เห็นขนตาที่ยาวงอน ชัด เจนยิ่งขึ้น ..ทำให้ร่างบางตรงหน้าดูสวยหวาน จนเขาเริ่มจะหายใจติดขัดขึ้นมาซะแล้ว..จากที่หงุดหงิดมา ตั้งแต่เย็นเพราะหล่อน พอได้มาเห็นหน้าคนที่ทำให้หงุดหงิดเข้าแล้ว อารมณ์ขุ่นมัวที่มีกลับหายไปในทันที โดยที่ตัวเองก็ไม่คิดเลยว่า..หล่อนจะมีอิทธิพลกับเขาได้ถึงเพียงนี้...


             ติณวีย์ขยับเข้าไปใกล้ๆคนที่นอนหลับใหลนั่นอีกนิดก่อนจะหย่อนสะโพกลงบนชิงช้าอย่างหมิ่นๆ ด้วยความแผ่วเบา โดยที่ไม่โดนกับร่างบางเลยแม้แต่น้อย เพราะหล่อนนอนชิดเข้าไปด้านในของเบาะนุ่ม..ที่กว้างขวาง สำหรับคนตัวเล็กๆอย่างหล่อน..สามารถจะนอนได้ถึงสองคนอย่างสบายๆ


             หญิงสาวที่นอนหลับตาอยู่กลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า ชิงช้าที่หล่อนนอนอยู่นั้น ได้ถูกยึดพื้นที่ไปแล้วบางส่วนเนื่องจากสมองของหล่อนตอนนี้ กำลังสั่งลบภาพใบหน้าคมของเขา ที่ตามมาหลอกหลอนหล่อนอยู่..ให้หมดไปจากความสับสน ว้าวุ่นในหัวใจนี้เสียที…


             ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปจนใกล้ ก่อนจะวางมือทาบไปบนเบาะนุ่มที่ยังคงเหลือที่ว่างอยู่ด้านใน โดยมีร่างบางที่นอนขมวดคิ้วมุ่นอยู่ตรงกลาง ทำให้ใบหน้าหวานดูไม่สดใสเท่าที่ควร ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะยกขึ้นแตะไปยังหน้าผากขาวเนียนนั่นอย่างเบามือ ซึ่งก็พอดีกับที่เปลือกตาของหญิงสาวเปิดขึ้น เพราะได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยโชยเข้ามา พร้อมกับสัมผัสที่นุ่มนวล อ่อนโยนบนหน้าผากของตัวเองในเวลานี้


             “อุ๊ย!..นี่คุณ ทำอะไรคะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะเบนหน้าหนีมือใหญ่ที่ยังคงวางอยู่ที่หน้าผากของตนอยู่ อย่างไม่คิดที่จะเอาออกไปง่ายๆ


             “อยู่นิ่งๆ..แค่จะแตะดูว่าหัวร้อนรึเปล่าก็เท่านั้น..” เสียงเข้มเอ่ยออกมาอย่างดุๆ พร้อมกับสายตาคมกริบที่มองมายังหล่อน อย่างไม่สบอารมณ์นักที่ถูกขัดใจ


             “ไม่ค่ะ..ฉันเอ่อ..ไม่ได้เป็นอะไร”


             “ผมเห็นคุณนอนคิ้วผูกโบซะขนาดนั้น ก็นึกว่าป่วย..หรือว่าปวดหัว?..”


             “เปล่าค่ะ..ฉันแค่อยากพักสายตาจากการดูดาวก็เท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่คุณเอ่ยมาทั้งนั้นค่ะ..”


             “อ้อ!..ดูดาว แล้วเป็นไง มีให้เห็นเยอะมั้ย..” มือหนาเอื้อมไปจับคางมนให้หันหน้ามาคุยกับเขา ด้วยสายตาที่ไหวระริกขึ้นมาทันที เมื่อได้เห็นใบหน้าแดงระเรื่อของหล่อนในเวลานี้ แดงไปทั่วทั้งใบหน้า..งามจับตาจนใจเขาชักจะสั่นไหวเข้าอีกแล้วสิ


             “ก็เห็นค่ะ แต่ไม่มากเท่าไหร่..คุณ..เอ่อ..ขยับออกไปสิคะ..ฉัน..เอ่อ..ฉันง่วงนอนแล้วค่ะ” หัวใจของหล่อนในตอนนี้มันเต้นตึกตักๆ ซะจนแทบระเบิดออกมาอยู่แล้ว กับความใกล้ชิดที่ห่างกันเพียงแค่คืบเช่นนี้..ไหนจะสายตาคมกริบที่จับจ้องมายังหล่อนอย่างไม่วางตานี่อีก..ที่ทำเอาหล่อนวางตัวไม่ถูกจริงๆ ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเพื่อให้พ้นไปจากคนตรงหน้านี้เสียที ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างของหล่อนที่มีต่อเขา มันจะแสดงออกมาให้เขารับรู้จนได้..ในสักวัน


             ******************

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

227 ความคิดเห็น