พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 37 : ร้อนรน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,032
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    8 ม.ค. 62

             ตอนที่37 : ร้อนรน


             เมื่อช่วยกันเก็บของเข้าที่จนหมดแล้ว หล่อนก็หันไปคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมา แต่ยังไม่ทันจะก้าวเดินออกไป ก็ต้องตกใจเมื่อถูกมือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือของหล่อนเอาไว้ แล้วพาเดินไปยังลิฟท์ทันทีโดยที่หล่อนไม่ทันได้ตั้งตัว


             “อุ๊ย..นี่คุณ..อีกแล้วนะ ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าฉันเดินเองได้ ” หล่อนเอ่ยว่าเขา ในขณะที่ต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดิน เพื่อก้าวไปให้ทันกับแรงลากจูงของคนตัวใหญ่ที่หล่อนก็ไม่ยักจะชินสักทีกับการกระทำของเขา


             ติณวีย์ยังคงก้าวเดินไปเรื่อยๆ ด้วยท่าทีที่นิ่งเฉยทำเพียงปรายตามองไปยังหล่อนเล็กน้อย แล้วหันกลับไปตามเดิมอย่างไม่สนใจกับเสียงหวานๆที่เอ่ยออกมานั่นเลย ถึงแม้ว่าจะมีเสียงบ่นพึมพำของหล่อนให้ได้ยิน พร้อมกับการพยายามที่จะดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาไปตลอดทางจนถึงลิฟท์นั้นก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจหรือใส่ใจเลยแม่แต่น้อยยังคงพา หล่อนเดินเข้าลิฟท์ไปในทันที เมื่อลิฟท์เปิดออก


             “เลือกเอาก็แล้วกัน ว่าจะให้จูงแบบนี้..รึว่าจะให้อุ้ม” ร่างสูงยืนพิงกับผนังลิฟท์ โดยที่มือหนาก็ยังคงเกาะกุมมือบางเอาไว้อยู่ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่สายตาไหวระริก ที่มองมานั้นทำเอาใบหน้าหล่อนร้อนผ่าวขึ้นมาทันที


             “อุ้ม!..บ้าน่ะสิ..ทำไมคุณถึงได้เอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้หะ!..ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าฉันเดินเองได้ คุณก็ไม่ฟัง” หล่อนตวัดสายตาผ่านหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ และไม่พูดอะไรกับเขาอีกเลย จนกระทั่งลิฟท์เปิดออก ก่อนจะถูกเขาจูงออกไปยังรถที่จอดอยู่ โดยไม่คิดที่จะขัดขืนอีกแล้ว เพราะรู้ดีว่าสู้แรงของคนตัวโตข้างหน้า อย่างไรก็ไม่เป็นผล มือของหล่อนไม่มีทางหลุดออกมาจากการเกาะกุมของเขาได้แน่ ถ้าเขาไม่คิดที่จะปล่อย…


             เมื่อมาถึงบ้าน..ไอยรดาก้าวลงจากรถทันที เมื่อรถหยุดลง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปโดยที่ไม่พูดไม่จา และไม่สบตากับคนที่นั่งข้างๆ นั่นเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็เพียรหันมามองทางหล่อนบ่อยครั้งในขณะที่นั่งรถมาด้วยกัน


             เขาก้าวลงจากรถ แล้วเดินตามหล่อนเข้าบ้านไปเรื่อยๆ โดยที่สายตาคมก็ยังคงจับจ้องไปยังร่างบาง พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ว่าทำไมใจของเขาต้องร้อนรนถึงเพียงนี้.. เมื่อได้เห็นท่าทีเฉยเมย ไม่พูดไม่จาของหล่อน ถามคำก็ตอบคำ จนเขาต้องนิ่งเฉยตามไปด้วย   เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาอีก..จนกระทั่งถึงบ้าน


             หลังจากที่ได้ทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว โดยที่ทั้งสองคนต่างก็ไม่ได้พูดได้จาอะไรกันเลย..ได้แต่นั่งทานกันไปอย่างเงียบๆ จะมีก็แต่เพียงสายตาคมกริบของเขาที่เหลือบขึ้นมองใบหน้าหวานอยู่บ่อยครั้ง เท่านั้น โดยที่หล่อนก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอย่างเดียว ไม่แม้ แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเลยสักนิด จนกระทั่งอิ่ม ก่อนที่จะขอตัวออกไปข้างนอกทันที


             “ฉันอิ่มแล้วค่ะ..ขอตัวก่อนนะคะ”


             “มันมืดแล้ว..จะไปไหนอีก..” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นตามหลังในขณะที่เห็นร่างบาง ก้าวเดินออกไปยังสวนข้างบ้าน..ทำให้เขาต้องรวบช้อนลงทันที ก่อนจะลุกขึ้นตามหล่อนออกไปอย่างรวดเร็ว


             ติณวีย์เดินตามหญิงสาวมาจนทัน แล้วคว้าข้อมือบางเอาไว้ได้ ทำให้ร่างบางหยุดชะงักลง ก่อนจะหันกลับมามองมือหนา ที่เกาะกุมข้อมือของตนเองเอาไว้ ด้วยความแปลกใจกับการกระทำของเขา


             “คุณเป็นอะไร..ไอยรดา ไม่พอใจอะไรผมรึเปล่า..” เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นมาแม้จะเรียบเฉย แต่สายตาที่มองมานั้น ดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ยามที่ได้เห็น


             “เปล่าค่ะ..ฉันไม่ได้เป็นอะไร..เพียงแต่อยากออกมาเดินย่อยอาหาร..แล้วรับลมเย็นๆเล่นเท่านั้นเอง..” หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา พลางคิดถึงเรื่องเมื่อเย็น ที่ตัวเองก็ยอมรับว่าไม่พอใจ เขาเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมันผ่านไปแล้ว ความโมโหที่มีก็ลดลง และเลือนหายไป หล่อนคงจะเริ่มเคยชินกับความเอาแต่ใจของเขาไปเสียแล้วล่ะมั้ง…


             หญิงสาวก้มมองไปยังมือของตนเองที่ถูกมือหนาเกาะกุมไว้อยู่ ซึ่งเขาเองก็มองตามสายตาของหล่อนไปเช่นกัน.. ก่อนที่จะคลายข้อมือบางออกให้เป็นอิสระในทันที


             ******************

             

             

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

227 ความคิดเห็น