พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 20 : เหตุสุดวิสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

             ตอนที่20:         

             เหตุสุดวิสัย         

             

            

             ทั้งๆที่หล่อนหิว เพราะเลยเวลาอาหารมามากแล้วก็ตาม แต่กลับทานไปได้แค่นิดเดียวเท่านั้น ในใจรู้สึกเป็นห่วงเขา ที่ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับมาถึงบ้านสักที หล่อนกลัวว่าเขาจะได้รับอันตราย..จากพวกมือปืนที่คอยจะลอบทำร้าย ซึ่งก็คงมีอยู่ไม่น้อยที่คิดจะกำจัดเขาให้พ้นทาง


             หรือบางที อาจจะเป็นความเคยชินไปแล้วก็ได้..ที่การร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันทุกครั้ง จะมีสายตาคมกริบของเขา คอยจับจ้อง มาที่หล่อนแทบทุกระยะ จนกระทั่งทานอาหารเสร็จ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย เหมือนจะคอยจับผิดซะมากกว่า ทำให้หล่อนได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารให้เสร็จโดยเร็ว อย่างไม่คิดที่จะเงยหน้าขึ้นไป แล้วต้องสบเข้ากับสายตาคมดุคู่นั้นเข้าได้อีก..


             แต่เมื่อไม่มีเขามานั่งร่วมโต๊ะด้วย เลยทำให้หล่อนไม่ต้องคอยหลบตา แล้วก้มหน้าสนใจแต่อาหาร อย่างที่เคย เลยเป็นสาเหตุให้หล่อนทานน้อยลงก็เป็นได้...


             ไอยรดาลุกขึ้นเก็บจานไปล้าง หลังจากทานอาหารเสร็จด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันรู้สึกโหวงๆในอก อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หรือบางทีหล่อนอาจจะคิดมากไปเอง..เขาอาจจะมีงานเลี้ยงที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้.. และก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องโทรมาบอก..เพราะตัวหล่อนเองไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขา สักหน่อยนี่นา...


             ร่างบางก้าวขึ้นไปยังห้องหนังสือ แล้วเลือกหนังสือมานั่งอ่าน เพื่อให้จิตใจของหล่อนได้สงบลง แต่เมื่ออ่านไปได้เพียงไม่กี่หน้า ก็รู้สึกง่วงนอน..จึงลุกขึ้นเอาหนังสือ ไปเก็บไว้ที่เดิม ก่อนจะปิดไฟ แล้วกลับไปยังห้องของตัวเองทันที…


             หญิงสาวตื่นขึ้นมา กลางดึก รู้สึกคอแห้งเหลือเกิน จึงเอื้อมไปหยิบน้ำ บนโต๊ะข้างๆกับเตียง แล้วก็ให้ต้องโมโห กับความขี้ลืมของตัวเอง ที่ไม่ได้เติมน้ำในเหยือกเข้าจนได้ จากที่นึกเอาไว้แล้วเชียวว่า จะเอาลงไปเติม ในตอนที่ลงมาทานอาหารเย็น...


             ไอยรดาก้าวลงจากเตียง แล้วเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับไว้..ก่อนจะหันไปหยิบเหยือกน้ำแล้วเดินลงไป ยังครัวด้านล่างทันที


             หญิงสาวเดินลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย..ก็ให้แปลกใจกับแสงไฟในห้องรับแขกที่เปิดจ้า..ทิ้งไว้ จึงเดินไปเพื่อจะปิด.. แต่ก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ก่อนจะก้าวเข้าไปหาทันทีด้วยความลืมตัว


             “คุณเป็นอะไรคะ!..ทำ ไมเลือดถึงได้ไหลเต็มแขนแบบนี้ล่ะ..”เสียงหวานที่ออกจะสั่นๆ เพราะยังตกใจไม่หาย ได้เอ่ยถามออกไป พร้อมกับดวงตาที่ดูตื่นตระหนก มองไปยังเขาด้วยความเป็นห่วง


             ติณวีย์ลืมตาขึ้นมองใบ หน้าเนียนตรงหน้า ด้วยท่าทางที่อ่อนเพลีย..เมื่อได้ยินเสียงของหล่อน และกลิ่นหอมอ่อนๆที่กระจายอยู่รอบๆตัวเขา ทำให้ความเหนื่อยล้า และอ่อนเพลียที่มีอยู่ แทบมลายหายไปจนสิ้น


             หล่อนทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งได้เห็นแววตาตื่นตระหนกที่มองมายังเขาสลับกับบาดแผลที่แขน ด้วยแล้ว ยิ่งอยากจะจับหล่อนเข้ามากอดให้หายกับความคิดถึงที่มีมากเหลือเกินในเวลานี้


             ...จากที่รีบกลับมาจากงานเลี้ยง เพื่อจะมาเจอหน้าหล่อนโดยเร็ว ให้อาการร้อนรุ่มในใจที่มีมาตลอดทั้งวัน ได้ทุเลาลงบ้าง ก็ดันต้องมาเจอกับ พวกหมาลอบกัด ที่มาลอบทำร้ายเอาอีก กว่าจะสะสางจนเสร็จเรียบ ร้อย ก็ปาเข้าไปเกือบจะเที่ยงคืนแล้วทั้งที่คิดว่าคงไม่ได้เจอหน้าหล่อนแล้ว แต่ก็เหมือนฟ้าเป็นใจ ที่ทำให้หล่อนได้เดินลงมาข้างล่าง…        

                                    

             “คะ?..คุณไปโดนอะไรมา..แล้วทำไมถึงไม่ไปหาหมอคะ ปล่อยให้เลือดไหลอยู่อย่างนี้ได้ยังไงกัน” หล่อนโมโหเสียงดังขึ้นมาด้วยความลืมตัว เพราะเป็นห่วงคนตรงหน้า ที่เวลานี้ได้แต่มองนิ่งมาที่หล่อนโดยไม่พูดอะ ไรเลย


             “ผมโดนยิง..เล็กน้อยน่ะ แค่ถากๆไปเท่านั้นเอง ไม่เป็นอะไรมากหรอก..”


             “ไม่เป็นอะไร..งั้นหรือคะ เลือดคุณไหลไม่หยุดเนี่ยนะ คนบ้า!..คุณเลือดเยอะนักรึไง ถึงได้ปล่อยให้ไหลอยู่แบบนี้” หน้าของหล่อนงอง้ำด้วยความไม่พอ ใจ ที่เขาไม่ได้สนใจบาดแผลที่แขนของตัวเองเลยสัดนิด ความโมโหจึงทำให้เผลอว่าเขาออกไป ก่อนจะได้รู้สึกตัวเมื่อเห็นสายตาคมกริบของเขาที่มองนิ่งมายังหล่อนอย่างไม่วางตา


             “ผมเหนื่อยน่ะ อยากพักสายตาสักครู่ แล้วค่อยทำแผล..คุณมาก็ดีแล้ว ช่วยทำแผลให้ผมเลยก็แล้วกัน..” เขายังคง อยู่ในท่าเดิม ด้วยการเอนหลังพิงโซฟาแล้วแหงนศรีษะอิงกับขอบของโซฟาด้านบน โดยที่สายตาเหนื่อยล้าก็ยังคงจับจ้องไปยังใบหน้าขาวเนียนนั้นอยู่ตลอดเวลา


             ไอยรดาวางเหยือกน้ำลง แล้วเดินตรงไปยังห้องครัวสักพัก ก่อนจะเดินออกมาพร้อมผ้าสะอาดกับอ่างใส่น้ำ เอามาวางไว้บนโต๊ะ


             ร่างบางนั่งลงข้างๆกับชายหนุ่ม แล้วโน้มตัวลงไปใกล้กับร่างหนา ที่นอนหลับตา เอนหลังพิงโซฟาเอาไว้ ด้วยท่าทางที่ดูอ่อนเพลียมากเหลือเกิน หล่อนขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด แล้วบอกให้เขาถอดเสื้อออก เพื่อที่จะทำความสะอาดแผล ที่เต็มไปด้วยเลือดนั่น..ออกให้


             “คุณถอดเสื้อออกก่อนซิคะ ฉันจะได้เช็ดเลือดที่แผลนั่นออกให้” เสียงใสที่เอ่ยขึ้นมา ทำให้เขาลืมตาขึ้นมอง ก่อนจะเอ่ยกับหล่อนออกไปอย่างเจ้าเล่ห์


             “คุณก็ช่วยถอดออกให้ทีซิ..ถ้าขยับมากไป เลือดก็จะไหลออกมาอีก”


             “เอ่อ..ค่ะ..งั้นคุณก็ต้องขยับตัวขึ้นมาดีๆก่อนซิคะ ฉันทำไม่ถนัดน่ะ”


             เขาจึงขยับตัวลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนจะหันหน้าเข้าหาหญิงสาว แล้วยกขาขึ้นนั่งในท่าขัดตะหมาด..ร่างบางจึงขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ในลักษณะที่นั่งห้อยขาลงทั้งสองข้าง แล้วเอียงข้างให้กับเขา ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ด จนกระทั่งหมดแถว..แล้วค่อยๆยกแขนข้างที่เป็นแผลออก อย่างช้าๆ ด้วยความระวัง ด้วยกลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนบาดแผลเข้า จนเลือดไหลออกมาอีก


             เมื่อแขนเสื้อหลุดออกมาได้พร้อมกับลมหายใจของหล่อนที่พ่นออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปถอดอีกข้าง จนเสื้อหลุดพ้นออกจากตัว และเผยให้เห็น ไรขนสีน้ำตาลอ่อน ที่กระจายไปทั่วอกแกร่ง กับกล้ามเนื้อท้อง อย่างคนที่สุขภาพดี ที่ทำให้หล่อนเกิดอาการหายใจติดขัดขึ้นมาทันที ก่อนที่จะเบนหน้าหนีออกไปอีกทาง ด้วยความรู้สึกวูบวาบไปตลอดทั่วทั้งใบหน้าและตามเนื้อตัว..เมื่อได้เห็น


             ติณวีย์ลอบมองใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อไปทั่ว..ตลอดไปจนถึงลำคอและใบหูเล็กนั่น ด้วยความพอใจ..ท่าที่เขินอายและไร้เดียงสา โดยไม่ได้เสแสร้งในแบบที่หล่อนเป็นอยู่นี่..มันช่างดึงดูดสายตาของเขาเหลือเกิน จนไม่อาจจะละสายตาออกไปจากใบหน้าหวานนี้ได้เลย


             ไอยรดาเอื้อมหยิบผ้ามาชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดๆ ก่อนจะนำไปเช็ดรอยเลือด ที่เริ่มจะแห้งบ้างแล้ว เป็นบางที่ ทำให้หล่อนต้องออกแรงอีกนิด เพื่อถูให้เลือดที่แห้งกรัง รอบๆบาด แผลนั้น..ออกจนหมด ด้วยความตั้งใจ และเบามือที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยลืมความใกล้ชิดระหว่างกันไปเสียสนิท


             ...มือบางอีกข้างของหล่อนแตะลงบนบ่าเพื่อที่ยึดเอาไว้ในขณะที่ออกแรงทำความสะอาดแผล และเมื่อทำไปสักพัก ก็รู้สึกได้ถึงอาการเกร็งตัวของคนเจ็บขึ้นมา ‘รึว่าเราจะทำให้เขาเจ็บนะ’ จึงหันไปถามทันที โดยไม่รู้ว่าหน้าของเขานั้น อยู่ไม่ไกลจากใบหน้าของหล่อนเลย


             “คุณเจ็บรึคะ..อุ๊ย!..” ปลายจมูกโด่งรั้นของหล่อนชนเข้ากับแก้มสากของเขาเข้าพอดี  ทำให้ร่างบางถึงกับตกใจ ผละถอยหลังออกอย่างรวดเร็ว ด้วยความลืมตัว ก่อนจะหงายหลังแทบจะตกลงไปจากโซฟา ถ้าไม่ได้มือหนารวบเอาเอวบางไว้ได้ทัน แล้วรั้งเข้าหาอก ที่เปลือยเปล่าของเขาในทันที อย่างแนบชิด..สนิทไปตลอดช่วงอกกว้างจนหล่อนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้เลย...

            

             ******************

             

             

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #12 kar1965 (@karfile1965) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:48

    มีเหตุให้ต้องกอดเนาะๆๆ

    #12
    0
  2. #2 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 12:48

    เลือดพุ่งแน่ๆ ไม่ใช่ที่แผลนะ ตาหื่นเอ๊ยยยย
    #2
    0