พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 2 : แรกพบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61


ตอนที่2 : แรกพบ 100%   



                  


              ไอยรดายกใบหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมจุดสีแดงระเรื่อพราวขึ้นทั่วใบหน้าขาวใส


             “เอ่อ...คุณเป็นยังไงบ้าง..! บาดเจ็บหรือเปล่าคะ..” หญิงสาวถามออกไปด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก ทั้งกลัวทั้งอายกับสายตาคมกริบที่มองสบมา                                                                                 

             “ผมไม่เป็นไร..สาวน้อย แต่คุณ..” พูดพลางเหลือบสายตาไปมอง แขนของหล่อน ซึ่งทำให้หล่อนมองตามสายตาของเขาไปทันที     

  

             “หญิงสาวเบิกตาโต..!! ตกใจกับสิ่งที่เห็น... เลือดที่ไหลลงมาเป็นทางจาก แขนของหล่อน


             “ นี่ฉันถูกยิงหรือคะ? ” หันกลับไปถามเขาให้แน่ใจด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด ก่อนที่สติจะดับวูบลงไปในทันที  ทำให้ใบหน้าของหล่อนฟุบลงไปที่ใบหน้าคมที่อยู่ด้านล่าง เป็นเหตุให้ริมฝีปากบางทาบทับลงไปยังริมฝีปากหนาของเขาเข้าพอดี


             ติณวีย์เกร็งร่าง หัวใจกระตุกขึ้นมาอีกครั้งกับสัมผัสนุ่มนิ่ม หอมหวาน ที่ทาบทับลงมาอย่างรวดเร็ว จนเขาแทบจะหยุดหายใจ แต่ก็นึกได้ว่าหล่อนบาดเจ็บเพราะถูกยิง เขาจึงค่อยๆพลิกตัวเองขึ้นมาแล้วช้อนตัวหญิงสาวขึ้นอุ้มด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะพาไปขึ้นรถที่จอดรอ อยู่ทันที โดยมีบอร์ดิการ์ดคอยระวังไว้อยู่ไม่ห่าง


             “ ไปโรงพยาบาลด่วน ” สั่งด้วยเสียงที่ดุดัน บ่งบอกถึงอารมณ์ที่ตอนนี้มันร้อนรนเสียจนแทบจะระเบิดออกมา


             ติณวีย์ก้มลงมองสาวน้อยในอ้อมแขน ด้วยความรู้สึกแปลกๆในหัวใจ ใบหน้ารูปไข่ที่ขาวใส ไร้เครื่องสำอางค์ใดๆ แต่งแต้ม ทำให้หล่อนยิ่งดูอ่อนเยาว์เหมือนเด็กสาวแรกแย้ม คิ้วที่เรียวยาวสีน้ำตาลเข้ม ช่างรับกันได้ดีกับจมูกโด่งรั้นที่เชิดขึ้นน้อยๆคล้ายเด็กแสนงอน ...ริมฝีปากบางที่ออกแดงระเรื่อดูเป็นธรรมชาติที่เขารู้ดีว่ามันหวานหอมและนุ่มเพียงใด...


อีกทั้งผมยาวสลวยดังใยไหมของหล่อน   ที่รวบเอาไว้ง่ายๆยาวลงมาถึงสะโพก ที่เมื่อรวมกันแล้ว มันช่างงามจับตาเหลือเกิน จนคนมองอย่างเขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้อีกเลย


             ช่วงบ่ายของวันต่อมา...

             ไอยรดาลืมตาขึ้นมา..มองเห็นเพดานที่ไม่คุ้นตานัก ก่อนจะมองไปรอบๆห้องพร้อมกับทบทวนความทรงจำกับเกี่ยวเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ ‘นี่เราคงอยู่ที่โรงพยาบาลสินะ’


             “อ้าย!..ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้างจ๊ะ ยังเจ็บแผลอยู่มั้ย” นารีนั่งทรุดลงข้างเตียงของเพื่อนรัก พลางเผยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ


             ไอยรดาหันมามองเพื่อน แล้วยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยปากขอน้ำเมื่อรู้สึกคอแห้งเหลือเกิน


             “อ้ายหิวน้ำจัง”นารีลุกขึ้นไปรินน้ำใส่แก้วให้ทันที แล้วเอื้อมมือไปประคองคนป่วยที่กำลังขยับตัวขึ้นนั่งจนเข้าที่-ดีแล้ว จึงยื่นแก้วน้ำส่งให้หญิงสาว  ที่เมื่อรับเอาไปแล้วก็กระดก ดื่มรวดเดียวหมดแก้วเลย ทำเอานารีมองตามด้วยสายตาเป็นห่วง กลัวว่าเพื่อนจะสำลักน้ำเอาได้


             “ค่อยๆดื่มซิยัยอ้าย เดี๋ยวก็สำลักกันพอดี”


             “แฮ่ะๆ อ้ายขอโทษจ้ะ อ้ายกระหายน้ำมากเลย”นารีส่ายหน้าเล็กน้อยกับความไม่ค่อยระวังของเพื่อน ที่หล่อนต้องคอยเตือนให้อยู่เสมอ


             “ เมื่อวานฉันตกใจมากเลยนะ ที่เห็นเธอโดนยิง..อยู่ๆเธอก็วิ่งไปรับกระสุนแทนใครก็ไม่รู้...แม่สตรีเหล็ก”นารีพูดจาค่อนขอดและอดที่จะค้อนใส่คนป่วยบนเตียงไม่ได้ ทั้งที่รู้ดีว่าเพื่อนคนนี้มีจิตใจที่ดี และก็ดีจนเกินไป พอคิดจะทำอะไรขึ้นมาก็ไม่ค่อยจะนึกถึงตัวเองนัก ทำให้เธอเองต้องคอยเป็นห่วงเสมอ


             “แต่..อ้ายก็ไม่เป็นอะไรแล้วนี่ ขอโทษจริงๆนะ ที่ทำให้นารีต้องเป็นห่วง”


             “ย่ะ!..ดีนะที่ฉันตามมาทัน งั้นก็ไม่รู้ว่า คุณติณวีย์เขาเอาเธอไปไว้ที่โรงพยาบาลไหน”


             “คุณติณวีย์?..ใครจ๊ะ..”หญิงสาวถามพลางนึกถึงใบหน้าที่เรียบเฉย กับสายตาคมดุคู่นั้น ‘จะใช่เขาหรือเปล่านะ’


             “ก็คนที่เธอเอาตัวไปรับกระสุนแทนเขาไงล่ะ.. เขาเป็นเจ้าของโรงแรม ‘มอนโกเวอรี่ ทาวน์’ เชียวนะอ้าย เป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จด้วยวัยเพียง 39 ปี เท่านั้น  โรงแรมในเครือของเขามีทั้งในเอเชียและแถบยุโรป ซึ่งตอนนี้แทบจะครอบคลุมไปทั่วทั้งเอเชียแล้วนะ


เขาเป็นชายหนุ่มที่รูปงามมากๆเลยหล่ะ ดวงตาคมกริบของเขา ยิ่งมองยิ่งดูมีเสน่ห์จนฉันแทบจะตกหลุมรักไปแล้ว  ถ้าไม่ติดว่าเขาจะดูเย็นชาไปหน่อย คนอะไรยิ้มยากชะมัด ทำเอาฉันแอบกลัวไปเลย ในตอนที่ถามถึงอ้ายน่ะ” นารีที่เพลินอยู่กับการสาธยาย สรรพคุณของเขาอย่างออกท่าออกทาง ทำให้คนป่วยอย่างหล่อนที่ตั้งใจฟังอยู่อดหัวเราะออกมาไม่ได้


             “ขำอะไร..ยัยอ้าย เธอไม่เชื่อฉันรึไง ว่าแต่..ที่ฉันถามว่าเป็นอย่างไงบ้าง เธอยังไม่ตอบฉันเลยนะ  ปล่อยให้ฉันมัวแต่พูดนอกเรื่องอยู่ได้”


             “ไม่เป็นไรแล้วจ้ะ ก็มีปวดแผลบ้างนิดหน่อยเท่านั้น  จริงสิ!.. อ้ายต้องอยู่โรงพยาบาลกี่วันเนี่ย”เสียงหวานถามออกไปอย่างเป็นกังวลว่าจะตกงาน ถ้าต้องหยุดหลายวัน


             “เห็นคุณหมอบอกดูอาการสัก 1 อาทิตย์น่ะ แล้วค่อยเอาเฝือกออกให้”    

          

             “ห๊า..!! ตั้ง 1 อาทิตย์ อ้ายถูกไล่ออกแน่เลย” หญิงสาวบ่นพึมพำด้วยความกลุ้มใจ


             “ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า..ถูกไล่ออกก็หางานใหม่สิ ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องคอยระวังว่าจะถูกฉีกอกเอาเมื่อไหร่” นารีพูดอย่างหัวเสียกับการถูกกลั่นแกล้งจากเมียของเจ้านาย ที่ระแวงเพื่อนรักของเธอว่าจะไปมีอะไรกับสามีหล่อน  เพราะไอยรดาเป็นผู้หญิงที่สวย อ่อนหวาน ทำให้ต้องมีปัญหากับเมียเจ้านายแทบจะทุกวันเพราะความหึงหวง


             “ ให้ร่างกายแข็งแรงก่อนนะ... แล้วค่อยคิดกันใหม่  ฉันเป็นห่วงอ้ายนะ”


             “ขอบใจจ้ะ นารี..แล้วเธอไม่ไปทำงานหรือไง มาเฝ้าอ้ายอยู่นี่”


             “ไปซิจ๊ะ..ก็กำลังจะไปอยู่นี่แหล่ะ เข้าตอน 5 โมงน่ะ  กะว่าจะกลับไปที่ห้อง ซักเสื้อผ้าสักหน่อย แล้วค่อยไปทำงาน ต้องขยันหน่อย นานๆจะมีมาให้ทำสักที”


             “ไปก่อนนะ..ไว้ฉันมาเยี่ยมใหม่พรุ่งนี้..อ้อ!..แล้วไม่ต้องลุกไปไหนล่ะ จะเอาอะไรก็กดปุ่มนี่  แล้วบอกคุณพยาบาลเขา.. เดี๋ยวพยาบาลพิเศษก็จะมาตอนบ่าย 2 ฉันเป็นห่วงเธอนะยัยอ้าย ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่ด้วย เดี๋ยวจะบาดเจ็บไปกันใหญ่” นารีส่ายศรีษะไปมาเมื่อนึกถึงเพื่อนรักคนนี้ ที่แม้จะดูเรียบร้อย อ่อนหวานแค่ไหน แต่กลับเป็นคนที่ไม่ค่อยจะระวังอะไรนัก ทำให้ต้องเจ็บตัวอยู่บ่อยๆ จนเธอต้องคอยระวังให้อยู่เสมอ


             “จ้าๆ.. อ้ายจะระวังจ้ะ  ขอบใจนะจ๊ะเพื่อนที่น่ารักของอ้าย”     


                        

             *************************                                                        

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

227 ความคิดเห็น