พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 127 : กินไม่ลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    8 เม.ย. 62

             ตอนที่127 : กินไม่ลง




             “ไม่นะ..ปล่อยฉันนะคุณติณวีย์ คุณจะทำอะไร ฉันไม่..อื้อ..” เสียงหวานถูกกลืนเข้าไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมายังกลีบปากบางของหล่อนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบดเคล้าไปทั่วริมฝีปากบางที่นุ่มนวล และหอมหวาน นานแสนนาน จนหญิงสาวแทบขาดใจ ทำให้ต้องเผลอเปิดริมฝีปากออกอย่างลืมตัว เพื่อสูดลมหายใจที่แทบจะหมดลงกับไปกับจุมพิตอันแสนดูดดื่มที่เขามอบให้..ลิ้นหนาที่รอท่าอยู่แล้วก็สอดเข้าไปในโพรงหวานนั้นทันที ก่อนจะกระหวัดรัดรึงรอบลิ้นหวานของหล่อนอย่างย่ามใจ  จนคนในอ้อมกอดที่ขัดขืนอยู่เมื่อครู่ต้องสงบลง พร้อมกับร่างบางที่อ่อนระทวยแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เมื่อได้รับจุมพิตที่เร่าร้อนและเรียกร้องของเขาเช่นนี้




             มือหนาโอบกอดแน่บแน่นไปรอบเอวบาง ในขณะที่ถอนจุมพิตอันแสนดูดดื่มนั้นออกอย่างเสียดาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนในอ้อมแขน ที่ตอนนี้ใบหน้าเนียนขาว แปรเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ ด้วยแววตาที่ไหวระ ริก ระยิบระยับมากขึ้นไปอีก กับริมฝีปากที่บวบเจ่อขึ้นมาทันตาเห็น กับการกระทำของเขา




             “ผมว่าสายอีกหน่อยก็คงไม่เป็นไรมั้ง..เด็กดื้ออย่างคุณ ควรจะถูกลงโทษให้หลาบจำกว่านี้..ต่อไปจะได้ไม่ทำอีก..” มุมปากของเขาหยักยิ้ม เมื่อเห็นดวงตากลมโตของหล่อนเบิกกว้างขึ้นทันที ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปยังใบหน้าเนียนนั่นอีกครั้งอย่างช้าๆ




             “ไม่นะคะ!..เอ่อ..ฉันว่าเรารีบไปกันเถอะค่ะ..คุณเป็นถึงผู้บริหาร จะไปสายได้ไงล่ะ มันไม่ดีนะคะ..ปะ..ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ..”




             ชายหนุ่มมองคนในอ้อมแขนที่ละล่ำละลักพูดขึ้นมาอย่างขบขัน พร้อมกับคลายอ้อมแขนออกจนหล่อนเป็นอิสระ แล้วคว้าข้อมือบาง..จูงก้าวลงบันไดไปในทันที โดยที่ตัวหล่อนเองก็ยอมให้เขาจับจูงไปง่ายๆแต่โดยดี ด้วยกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ หันกลับมาทำโทษหล่อนอย่างที่เขาได้พูดเอาไว้อีก..และหล่อนก็ต้องหัวใจวายเป็นแน่ เพราะในเวลานี้หัวใจของหล่อนที่มันเต้นตึกตัก..โครมครามอยู่นี่ก็แทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว




             เมื่อถึงเวลา 20.00 น. ทางบริษัทจึงได้เชิญสื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมกันรับประทานอาหารในห้องที่ได้จัดเตรียมไว้ ทางซีกซ้าย..ส่วนด้านซีกขวานั้นสำหรับผู้บริหารที่เริ่มทยอยกันเข้าไปจนเกือบจะหมดแล้ว




             ติณวีย์คว้าข้อมือบางของไอยรดา ให้ก้าวเดินตามไปด้วยความเคยชิน โดยไม่รู้ว่ามีสายตาคมของ ‘อันเจโล่’ หุ้นส่วนคนใหม่นั้นจับจ้องมองอยู่ และเมื่อทั้งเขาและหล่อนกำลังจะเดินผ่านไปยังโต๊ะอาหาร ก็ได้ยินเสียงทักทายที่เป็นภาษาอังกฤษ ดังขึ้นมาให้ได้ยิน




             “สวัสดีครับ..คุณติณวีย์..คุณไอยรดา..” เสียงที่เอ่ยเรียกทำให้ทั้งสองคนหยุดลงในทันที ก่อนจะหันกลับไปมองยังที่มาของเสียง




             “สวัสดีครับคุณอันเจโล่” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพลางปรายตามองไปยังหุ้นส่วนคนใหม่ด้วยแววตาที่ดุดัน ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นขึ้นมาทันที ที่เห็นหล่อนส่งยิ้มไปให้ พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้หุ้นส่วนคนใหม่ด้วยใบหน้าที่แจ่มใส




             “สวัสดีค่ะ..คุณอันเจโล่..”




             “วันนี้คุณสวยมากครับ ..คุณไอยรดา สวยจนผมจำแทบไม่ได้เลยว่าใช่คนเดียวกันรึเปล่ากับวันนั้น..”




             “ใช่สิคะ..หน้าตาธรรมดาๆอย่างนี้ ก็มีคนเดียวเท่านั้นแหล่ะค่ะ..เป็นเพราะชุดที่ใส่ สวยต่างหากล่ะคะ เลยทำให้ดูแปลกตาไปบ้างเท่านั้นเอง..”




             “ถ่อมตัวไปแล้วครับ.. คุณไอยรดา คุณสวยจริงๆนะ ผมเป็นคนพูดโกหกไม่เป็น เห็นยังไงก็พูดยังงั้น รึถ้าไม่เชื่อ ก็ถามคุณติณวีย์ได้เลย..ใช่มั้ยครับคุณติณวีย์..” อันเจโล่หันไปหาแนวร่วมกับร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของหญิงสาวในทันที เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาคมดุที่มองนิ่งยังเขา พร้อมไปด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย




             “ผมว่าเราควรจะไปทานอาหารกันได้แล้ว..ป่านนี้ทุกท่านคงรออยู่นานแล้ว..” เสียงแข็งๆเอ่ยเปลี่ยนเรื่องขึ้นทันที เพื่อยุติการสนทนา ก่อนจะคว้าข้อมือบางเดินออกไปทันที โดยไม่สน ใจว่าหล่อนจะขัดขืนหรือไม่



             อันเจโล่ มองตามไปอย่างงงๆ ปนแปลกใจกับท่าทีของผู้บริหารคนนี้ ที่ทำเหมือนไม่พอใจกับการพูดคุยระหว่างตัวเขากับหญิงสาวนัก ก่อนจะเดินตามทั้งคู่ไปยังโต๊ะอาหารทันที




             ..เสร็จสิ้นเสียทีกับงานเลี้ยงเปิดตัวหุ้นส่วนใหม่และมื้อค่ำที่แสนจะอึดอัดเหลือเกินสำหรับหล่อน เมื่อได้เห็นสายตาคมกริบดุดันของคนข้างๆ ที่จับจ้องมาที่หล่อนอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะมองเลยไปยังเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้าม ซึ่งก็คือคุณอันเจโล่ ด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ภายใต้สีหน้าที่ยังคงเรียบเฉยอยู่เช่นเดิม หล่อนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาหงุดหงิดอะไรมาจากไหน ถึงได้ไม่ยิ้มแย้มบ้างเลยตั้งแต่ที่เข้ามาในงานแล้ว




             ไอยรดาที่ทานอาหารแทบจะไม่รู้รสชาติอยู่แล้วเมื่อถูกสายตาคมดุของคนข้างๆจับจ้องมาอยู่อย่างนั้น แถมยังต้องคอยยื่นจานรับอาหารที่คุณอันเจโล่ขยันตักส่งมาให้อยู่ตลอดเวลานั่นอีกด้วย เพราะความเกรงใจ จึงไม่อาจที่จะปฏิเสธได้..ทำให้หล่อนจำต้องทานอาหารด้วยความรู้สึกอึดอัดอยู่เช่นนั้นเรื่อยไปจนมื้อค่ำสิ้นสุดลง..    



                 

             มือบางได้ถูกมือหนาของคนข้างๆดึงให้ลุกขึ้นในทันทีก่อนที่จะขอตัวกลับ ต่อผู้บริหารคนอื่นๆที่ทานกันจนอิ่มบ้างแล้วอย่างรวดเร็ว




             หญิงสาวมองใบหน้าเรียบเฉย ที่แฝงแววตาดุดันของเขา ก็รู้ทันทีเลยว่า คนข้างๆอารมณ์ไม่ดีเป็นแน่ หล่อนเห็นเขาทานข้าวไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้น ก่อนที่จะส่งสายตาคมดุมาที่หล่อนตลอดเวลา จนทำให้ไม่กล้าหันไปมองทางเขาอีกเลย...




             ร่างบางลุกขึ้นตามแรงดึงของเขา ก่อนที่จะก้าวตามออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้ตั้งตัว..ซึ่งก็ไม่ต่างกันกับอันเจโล่ ที่หันไปพูดคุยอยู่กับผู้บริหารท่านอื่นได้เพียงไม่นาน แต่เมื่อหันกลับมาก็เห็นว่าหล่อนถูกจูงออกไปยังนอกประตูซะแล้ว..จึงทำได้เพียงแต่มองตามร่างบางเดินออกไปด้วยความเสียดาย..ที่ไม่มีโอกาสจะร่ำลากัน แม้เพียงสักนิดก็ยังดี…  



                                          

             ******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

227 ความคิดเห็น