พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 122 : หุ้นส่วนใหม่ 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

             ตอนที่122 :                   

            หุ้นส่วนใหม่80%




             เมื่อครอบครัวของเด็กน้อยกลับไปแล้ว ไอยรดาจึงหันไปจ่ายเงินค่าอาหารให้กับพนักงานในทันที แล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อก้าวออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น เสียงทุ้มของหนุ่มต่างชาติข้างๆ ก็ได้เอ่ยเรียกหล่อนเอาไว้ก่อน ทำให้ร่างบางต้องหยุดชะงักลง แล้วหันกลับไปยังที่มาของเสียงด้วยความแปลกใจ




             “เฮ้!..คุณ!..เดี๋ยวสิ..รถคุณจอดตรงไหนครับ ให้ผมช่วยถือของไปส่งมั้ย..”




             “ไม่เป็นไรค่ะ..ฉันถือไปเองดีกว่า ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยฉันไว้ ฉันต้องรีบไปแล้วล่ะค่ะ เจ้านายรอฉันอยู่ เดี๋ยวจะโดนดุเอาได้..ไปนะคะ..” หล่อนตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเร็วปรื๋อ พร้อมรอยยิ้มหวานส่งให้ ก่อนจะจ้ำอ้าวออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ว่าสายตาคมของบุรุษผู้นั้น มองตามแผ่นหลังบอบบางไปจนลับตา ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่เพียงว่าอยู่ๆหัวใจของเขา มันก็เต้นตึกตักขึ้นมาทันที เมื่อเดินเข้ามาในร้านแล้วเห็นหญิงสาวกำลังชื่นชมดอกไม้อยู่กลางสนามหญ้าสีเขียว ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนกับเด็กได้ของเล่นที่ถูกใจยังไงยังงั้น มันติดตราตรึงใจเขาจนไม่อาจละสายตาไปจากร่างบางตรงหน้าได้เลย




             ..ยิ่งเมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิดในขณะที่ช่วยหล่อนเอาไว้ หัวใจของเขาก็กระตุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว..ในขณะที่สัมผัสกับลำแขนกลมกลึงที่เนียนนุ่ม กับกลิ่นกายของหญิงสาวที่หอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ชนิดหนึ่ง..ที่ยังคงอบอวลไปรอบๆตัวเขาอย่างไม่จางหาย แม้ว่าหล่อนจะเดินจากไปนานแล้วก็ตาม…




             “รอนานมั้ยคะ..นี่ค่ะของคุณ แล้วนี่ก็ของคุณเบนค่ะ..” หญิงสาวยื่นถุงอาหารส่งให้กับเขาและเบนเมื่อก้าวขึ้นมานั่งอยู่ในรถแล้ว เบนค้อมศรีษะลงเล็กน้อยพร้อมคำขอบคุณ ก่อนจะยื่นมือไปรับเอาไว้




             “ไม่หรอก..ผมก็เพิ่งคุยธุระเสร็จหมือนกัน ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงน่าจะทันเข้าประชุม ถ้ารถไม่ติดมาก..”




             “ฉันสั่งมาให้คุณกับคุณเบนคนละ 2 ชิ้นค่ะพร้อมกับสลัดผักอีกคนละชุด แล้วนี่ค่ะ!..น้ำกีวี่..ดื่มน้ำผลไม้จะได้รู้สึกสดชื่น..”     



    

             “แล้วทำไมคุณถึงดื่มน้ำเปล่า..ไม่ดื่มน้ำผลไม้..”




             “ฉันชอบดื่มน้ำเปล่ามากกว่านี่คะ”




             “คุณทานชิ้นเดียวแล้วจะอิ่มหรือไง แบ่งที่ผมไปอีกครึ่งก็แล้วกัน..”




             “อิ่มค่ะ..มีสลัดผักอีกตั้ง 1 ชุด ทานหมดนี่ก็อิ่มไปยันเย็นเลยล่ะค่ะ..”




             “ตามใจ!..แต่ยังไงก็ต้องกลับไปทานข้าวเย็นนะ..นี่มันแค่มื้อกลางวันเท่านั้น กว่าจะถึงเวลาเย็น ผมว่าคุณก็ต้องหิวอีกแน่ๆ..” ไอยรดาอดไม่ได้ที่จะปรายตาค้อนไปยังคนข้างๆ..ที่ทำเป็นรู้ดีไปซะทุกอย่างเกี่ยวกับตัวหล่อน ก่อนจะเสมองออกไปยังนอกกระจกทันทีเมื่อเห็นสายตาคมกริบเหลือบมองมายังหล่อนเหมือนจะรู้ว่าหล่อนกำลังต่อว่าเขาอยู่ในใจ



             

             ..การจราจรในช่วงบ่ายนี้ถือได้ว่าคล่องตัวอยู่มาก จนทำให้มาถึงบริษัทในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น..ทำให้หล่อนพอมีเวลาได้เตรียมตัว และเตรียมเอกสาร สำหรับการประชุมในช่วงบ่ายนี้ประมาณ 10 นาที หลังจากที่ได้ทานอาหารระหว่างทางที่นั่งอยู่ในรถ..กันจนอิ่มแล้ว




             เมื่อไอยรดาเตรียมเอกสารเรียบร้อย ก็รีบก้าวตามเจ้านายหนุ่มที่เดินเข้าไปรออยู่ในลิฟท์นานแล้ว เพื่อที่จะขึ้นไปยังห้องประชุมอย่างรวดเร็ว    



                              

             เมื่อก้าวเข้ามาในลิฟท์พร้อมกับอาการเหนื่อยหอบ ที่หล่อนต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดิน เพื่อก้าวตามขายาวๆของเขาให้ทัน ทั้งที่เขาก็เดินเช่นนี้เป็นปกติธรรมดาของเขาอยู่แล้ว…




             แต่หล่อนก็อดไม่ได้ที่จะปรายตาค้อนคนข้างๆ ที่ทำเอาหล่อนถึงกับเหนื่อยหอบเลยทีเดียว กว่าที่จะเดินเข้ามาจนถึงลิฟท์ ‘คนอะไรขายาวชะมัด จะเดินให้ช้ากว่านี้หน่อยไม่ได้รึไงนะ ไม่เห็นใจคนขาสั้นอย่างเราบ้างเลย ’ หล่อนได้แต่นึกว่าเขาอยู่ในใจ ก็ใครจะกล้าพูดออกมาให้ได้ยินล่ะ ไอยรดาเหลือบตาขึ้นมองคนข้างๆอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่นแทบไม่ทัน เมื่อสายตาคมกริบของเขาที่มองสบมายังหล่อนนั้นเหมือนกับรู้ว่าหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่..และมองนิ่งอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่พูดอะไรออกมา จนกระทั่งลิฟท์เปิดออก




             เขาก้าวออกไปจากลิฟท์ในทันทีที่ประตูเปิด ทำให้หล่อนลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในขณะที่ก้าวตามเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตูลิฟท์ดี มือของหล่อนก็ถูกมือหนาคว้าเอาไว้ ก่อนจะจูงออกมาจากลิฟท์ โดยไม่สนใจอาการขัดขืนของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย       



                              

             “อุ๊ย!..นี่คุณ!..ฉันเดินเองได้ค่ะ ปล่อยสิคะ..” มือบางพยายามขืนเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นต่อว่าเขา ที่หยุดเดินแล้วหันกลับมาฟังในสิ่งที่หล่อนพูด




             “ผมก็กลัวว่าคุณจะเหนื่อยหอบเหมือนที่อยู่ในลิฟท์เมื่อครู่ แล้วจะหัวใจวายไปซะก่อน ผมก็เลยคิดว่าจูงคุณเดินไปพร้อมๆกันแบบนี้จะดีกว่า..” พูดจบก็หันกลับไป แล้วก้าวเดินต่อทันที อย่างไม่สนใจกับริมฝีปากบางที่เผยอขึ้น เพื่อจะปฏิเสธในความคิดของเขา แต่ก็ต้องหุบลง เมื่อมือบางถูกดึงรั้งให้ก้าวตามไป อย่างต้านทานแรงของคนตัวใหญ่ข้างหน้าไม่ไหว..จนถึงห้องประชุม




             ******************

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

227 ความคิดเห็น