พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 121 : หุ้นส่วนใหม่50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

             ตอนที่121:                   

            หุ้นส่วนใหม่50%




             ทางด้านไอยรดา ที่เดินมาถึงยังร้านอาหารที่เขาได้บอกไว้ ก็ให้ลืมหมดสิ้นทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ว่าจะสั่งเมนูที่ต้องการทันทีที่มาถึง เพื่อไม่ให้เขาต้องรอนาน แต่เมื่อได้เห็นร้านอาหารขนาดกลางในโทนสีขาว ที่มีรั้วไม้เล็กๆล้อมรอบบ่งบอกอาณาเขตของร้าน..ซึ่งตัวร้านจะอยู่ไปในทางซีกซ้าย..ส่วนซีกทางขวานั้นเปิดโล่งกว้าง..ด้วยสนามหญ้าสีเขียว ที่มีโต๊ะอาหารจัดเรียงเอาไว้ถึง 4 ชุด พร้อมกับร่มสีขาวที่กางไว้ให้ความร่มรื่น    



                             

             ..กลิ่นหอมของดอกไม้ที่โชยพัดเข้ามา ทำให้หล่อนเผลอสูดดมเข้าจนเต็มปอด ในขณะที่จะก้าวเข้าไปในร้าน ซึ่งจะต้องเดินผ่านสนามหญ้าที่มีดอกไม้นานาพันธ์ ปลูกเรียงรายกันไปจนถึงประตูทางเข้าร้าน หญิงสาวนึกทึ่งกับผู้ออกแบบร้านแห่งนี้เป็นอย่างมาก.. ทั้งๆที่อยู่ในกลางใจเมืองแท้ๆ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางป่าเขา ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง ทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มสงบลงเพียงได้เห็น ทั้งยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับกลิ่นของดอกไม้ เพียงแค่เดินเข้าไปยังอาณาเขตของร้านเท่านั้น   



     

             ..ไอยรดาเดินเลี้ยวไปยังช่องทางที่กั้นไว้สำหรับผู้ที่ซื้อกลับไปทานที่บ้าน ซึ่งเป็นบานเลื่อนกระจกที่เปิดกว้างมีพนักงานสาวส่งยิ้มต้อนรับให้ทันทีที่เดินไปถึง



             “สวัสดีค่ะ..รับอะไรดีคะ เมนูพิเศษของร้านในวันนี้มีสลัดผักสามสีด้วยนะคะ หากสนใจสั่งจองได้ค่ะ เพราะเหลือเพียงแค่ 20 ชุดเท่านั้นค่ะ” เสียงใสๆของพนักงานสาวที่เอ่ยทักขึ้น ทำให้ไอยรดาที่มัวแต่สนใจอยู่กับดอกไม้ ต้องหันกลับไปยังที่มาของเสียงนั่นทันที




             “ขอโทษค่ะ..ฉันมัวแต่มองดอกไม้เพลินไปหน่อย..สวนที่ร้านสวยมากเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงรถที่วิ่งไปมาอยู่นี่..ฉันต้องคิดว่า อยู่ในสวนดอกไม้ที่ไหนสักแห่งเป็นแน่” หล่อนว่าพลางเหลือบสายตาเข้าไปยังด้านในร้าน ที่ตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจในโทนสีครีมตลอดทั้งห้อง ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา..โต๊ะอาหารที่มีถึง 6 ชุดจัดเรียงตามมุมต่างๆของห้อง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่ามาร้านอาหาร ก่อนจะกวาดตามองไปตามโต๊ะอาหารที่มีผู้คนจับจองไปทั่วทุกมุม ที่ล้วนแต่มีรอยยิ้มด้วยกันทั้งนั้นเมื่อได้เข้ามาใช้บริการ




             “ขอบคุณค่ะ..ทางร้าน อยากให้คุณลูกค้าที่มาที่ร้านแล้วได้รู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขกับการทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติ ที่คนเมืองกรุงอย่างเรา..น้อยมากที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศเช่นนี้..”พนักงานสาวบอกกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับยื่นเมนูส่งให้ เมื่อไอยรดารับเมนูไปแล้วก็รีบอ่านเมนูในทันที เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า เจ้านายกำลังรออยู่




             “เอาแฮมเบอร์เกอร์เนื้อ 4 ชุด..เบอร์เกอร์ไก่ 1ชุด และสลัดผักสามสีอีก 3 ชุด ค่ะ ส่วนน้ำ..อืม..เอาน้ำกีวี่ 2 แก้ว กับน้ำเปล่าขวดนึงค่ะ..”




             “ค่ะ..รอสักครู่นะคะหรือคุณลูกค้าจะมานั่งรอด้านในก็ได้นะคะ มีมุมนั่งพักสำหรับลูกค้าที่ซื้อกลับไปทานที่บ้านค่ะ..”




             “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอเดินชมดอกไม้ข้างนอกดีกว่าค่ะ..”




             ไอยรดาเพลิดเพลินอยู่ กับต้นไม้ได้ไม่ถึง 15 นาที พนักงาน ก็ยื่นอาหารที่สั่งไว้ส่งให้ที่ช่องกระจกบานเลื่อนช่องเดิม ก่อนจะเอ่ยเรียกหญิงสาวที่นั่งรออยู่ไม่ไกลนัก




             ไอยรดาจึงลุกขึ้นเพื่อเดินไปรับของที่พนักงาน แต่กลับถูกเด็กวัยประมาณสามขวบคนหนึ่ง ที่วิ่งออกมาจากในร้านชนเข้าเต็มๆ แรงกระ แทกจากด้านหลังทำให้ร่างบางแทบจะล้มลงกับพื้น ถ้าไม่ได้มือหนาของใครบางคนคว้าแขนของหล่อนเอาไว้ซะก่อน




             “เป็นอะไรรึเปล่าครับ..” เสียงที่ถามออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้หล่อนหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยับตัวให้ห่างออกมา จากชายหนุ่มต่างชาติที่ได้ช่วยหล่อนเอาไว้ทันที




             “ไม่ค่ะ..ฉันไม่เป็นอะไร ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยดึงฉันไว้ได้ทัน..” เสียงหวานตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน พลางส่งยิ้มบางๆให้กับหนุ่มต่างชาติคนนั้น ก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยที่วิ่งชนหล่อน แต่ไม่ได้บาดเจ็บหรือล้มลงไปแต่อย่างใด.. เด็กกลับยืนนิ่งเฉยมองมามางหล่อนด้วยความตกใจ..ดวงตากลมๆใสซื่อ ยังคงเบิกค้างอยู่พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือด คล้ายๆจะร้องไห้ ทำให้หล่อนเห็นแล้วนึกสงสารขึ้นมาไม่ได้ ‘คงจะตกใจมากแน่เลย’ ก่อนจะลงไปนั่งคุกเข่าเพื่อปลอบเด็กน้อยซะเอง




             “พี่ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ.. ไม่ได้ล้มซะหน่อยเห็นมั้ย..ไม่มีบาดแผลอะไรเลยด้วย คุณอาคนนั้นช่วยพี่ไว้ได้ทันไงล่ะคะ..”




             ไอยรดาลุกขึ้นยืนหมุนตัวให้เด็กน้อยตรงหน้าดูว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ..แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว เมื่อได้เห็นน้ำตาที่คลออยู่จนเต็มสองตา ก่อนจะร้องจ้าขึ้นมาในทันที




             “อุ๊ย!..ไม่ร้องค่ะ..ไม่ร้องนะคะคนเก่ง..” หญิงสาวคว้าตัวเด็กน้อยเข้ามาสวมกอดเอาไว้ ปลอบโยนอยู่นาน ในขณะที่มือบางก็ลูบหลังไปมาอย่างเบามือ จนเด็กที่ร้องจ้าอยู่ก็ค่อยๆเงียบลงจนหยุดร้องไปในที่สุด หล่อนจึงคลายอ้อมแขนออกจากตัวเด็ก แล้วยิ้มหวานส่งให้..ทำเอาบุรุษข้างๆที่ได้เห็น ถึงกับตาค้างไปเลยทีเดียว..ก่อนที่มือบางจะยกขึ้นลูบศรีษะของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของหล่อนนั้น ทำให้หัวใจของใครบางคนถึงกับสั่นไหว และกระตุกขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน




             “ดูสิคะ!..พี่ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนะ คนเก่งของพี่ต้องไม่ร้องนะคะ ไปหาคุณพ่อคุณแม่ได้แล้วค่ะ ท่านเดินมาโน่นแล้ว..” เด็กน้อยหันขวับไปมองตามที่หล่อนบอก ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาพ่อกับแม่ที่เดินออกมาเมื่อได้ยินเสียงร้องของลูก




             “ร้องทำไมลูก..หกล้มใช่มั้ยคะ แม่บอกไม่ให้วิ่งๆ ก็ไม่ฟังแม่เลย..”





             “ไม่ได้ล้มหรอกค่ะ น้องเขาวิ่งชนคุณคนนี้เข้า..เลยตกใจ  คิดว่าทำให้คุณเขาบาดเจ็บ ก็เลยร้องไห้ใหญ่เลย..” พนักงานสาวที่เห็นเหตุ การณ์ อธิบายให้กับพ่อแม่ของเด็กได้ฟัง ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่แทนลูก ที่วิ่งซนจนทำให้เกิดเรื่อง แล้วจึงพากันกลับไป




             *******************

             


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #93 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 18:41
    ใครกันหนอ
    #93
    0