พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 112 : ขึ้นชื่อหรือขึ้นใจ2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    24 มี.ค. 62

             ตอนที่112 :                   

            ขึ้นชื่อหรือขึ้นใจ2





             ไอยรดายื่นจานข้าวเปล่าส่งให้กับเขาและวินดี้ ก่อนที่จะตักให้กับตัวเองเป็นลำดับสุดท้าย พลางเหลือบตามองไปยังถ้วยต้มยำกุ้งที่วางอยู่ตรงหน้าของวินดี้ซึ่งอยู่ไกลเกินไป หากตนเองจะเอื้อมตัก จึงดึงสายตากลับมายังปลานึ่งมะนาวแทน ซึ่งก็เป็นของโปรดของหล่อนอีกอย่างรองลงมาจากต้มยำกุ้งและผัดไท หล่อนตักเนื้อปลาใส่จาน ก่อนจะเอื้อมไปหยิบถ้วย เพื่อจะตักกุ้งอบวุ้นเส้นที่อยู่ใกล้ๆกันอีกจานอย่างระวัง และเมื่อหันกลับมาก็ต้องตกใจกับถ้วยต้มยำกุ้งที่ถูกตักแบ่งออกมายื่นให้ตรงหน้า โดยมีสายตาคมกริบของเขาเป็นเชิงบอกให้หล่อนรีบหยิบเอาไป ในขณะที่หล่อนมัวแต่มองหน้าเขาสลับกับต้มยำกุ้งไปมาอยู่เช่นนั้น ไอยรดาจึงยื่นมือออกไปรับพลางช้อนตาขึ้นมอง ก่อนจะกล่าวคำขอบคุณกับเขาด้วยเสียงที่แผ่วเบา ให้ได้ยินกันแค่สองคน...







             “ขอบคุณค่ะ..” พลางส่งยิ้มบางๆไปให้ แล้วต้องหุบลงทันที เมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา






             “ไม่เป็นไร!..ผมเห็นคุณจ้องจนตาแทบจะถลนออกมาแล้ว..ผมเพิ่งรู้นะว่านอกจากต้มยำกุ้งกับผัดไทแล้ว ก็ยังมีปลานึ่งมะนาวและกุ้งอบวุ้นเส้นอีกสองอย่าง ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของโรงแรม..ผมว่าเป็นอาหารขึ้นใจคุณมากกว่ารึเปล่าฮึ!..คุณเลขา” ริมฝีปากหนาหยักยิ้มน้อยๆ พร้อมด้วยแววตาที่ดูขบขัน ในขณะที่เอ่ยออกไป อีกทั้งยังใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร จึงไม่ได้เป็นที่สนใจนัก ของแขกวีไอพีสาว ที่มัวแต่เพลิดเพลินอยู่กับอาหารเลิศรสตรงหน้า และคงจะถูกปากไปซะทุกอย่างเลยก็ว่าได้






             “ก็ฉันไม่รู้นี่คะ ว่าอาหารขึ้นชื่อของโรงแรมคุณมีอะไรบ้าง  คุณอยากให้ฉันเป็นคนเลือกเองนี่นา..ฉันก็เลือกตามที่ฉันชอบสิคะ..” หล่อนตอบโต้เขาไปในทันที เมื่อถูกค่อนแคะเอาว่า หล่อนเลือกตามใจชอบ พลางช้อนสายตาขึ้นมองคนข้างๆ ด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะก้มหน้าลงทานอาหารต่อโดยไม่สนใจกับคนข้างๆอีกเลย ทำเอาเขาที่ปรายตามอง อยู่ต้องเผลอหยักยิ้มมุมปากออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่ไหว เมื่อใบหน้าของหล่อนที่งอง้ำอยู่เพียงไม่นาน ก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มระรื่น..อารมณ์ดีขึ้นมาในทันที เมื่อได้ทานอาหารที่ถูกใจเข้าหน่อย..จนทำให้เขาตามไม่ทันเลยจริงๆ กับอารมณ์เปลี่ยนไปปุบปับเหมือนยังกับเด็กๆของหญิงสาว






             เมื่อทานอาหารกันจนอิ่มหนำกันแล้ว..ติณวีย์และเลขาสาวก็พาแขกวีไอพีไปนั่งฟังเพลง ที่ไนท์คลับของโรงแรมอยู่อีกประมาณชั่วโมง กว่าๆ ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน






             เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน..จากที่เมื่อวานหล่อนและเขาพร้อมด้วยคุณวินดี้ได้ไปรับคุณฟรานซิสด้วยกันที่สนามบิน..วันนี้ก็เป็นวันงานของบริษัทแล้ว และก็ยังเป็นวันสุดท้าย ที่จะหล่อนต้องออกจากการเป็นเลขาของเขาตามที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ทีแรก แต่เขากลับไม่ยอมให้หล่อนออก..แถมยังให้กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง..ใจหนึ่งหล่อนก็ไม่อยากที่จะทำมันอีกเลย..ไม่อยากที่จะอยู่ใกล้ชิดกับเขาทุกๆวันแบบนี้อีก..หล่อนเหนื่อยที่จะต้องหักห้ามหัวใจตนเองไม่ให้คิดอะไรเกินเลยกับเขามากไปกว่านี้ และอยากจะออกจากตำแหน่งคู่หมั้นกำมะลอที่เป็นอยู่นี้สักที..แต่อีกใจก็อยากที่จะเห็นสายตาคมดุและใบหน้าเรียบเฉยดุดันของเขาเช่นนี้ตลอดไป..เพราะทุกๆครั้งที่ได้เห็น ได้แอบมองเขาอยู่ห่างๆมันก็ทำให้หัวใจของหล่อนเป็นสุขได้แล้วจริงๆ




                                  

             ..ไอยรดารู้ตัวเองดีว่า ตนเองเป็นแค่ผู้หญิงธรรดาคนนึงที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับเขาเลยสักนิด..ต่างกันมากเหลือเกินกับผู้หญิงรอบๆกายเขา ซึ่งแต่ละคนล้วนเพียบพร้อมไปซะทุกอย่างทั้งรูปร่างหน้าตา และฐานะทางสังคม..หล่อนจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกนี้เอาไว้ให้อยู่ลึกที่สุดในหัวใจตนเอง อย่างไม่มีวันที่เขาจะได้ค้นเจอหรือรับรู้มันได้เลย...





             “นั่งเหม่ออะไรแต่เช้า..ไอยรดา..รีบทานเข้าสิ เดี๋ยวเราต้องไปดูสถานที่จัดงานแต่เช้านะ..ก่อนจะกลับเข้ามาประชุมในช่วงบ่ายที่บริษัทอีก มัวแต่นั่งเหม่ออยู่นั่นแหล่ะ..” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นคนตรงหน้าดูเหม่อลอยจนต้องกระตุ้นให้ทานอาหาร ‘เป็นอะไรของเค้านะ’






             “คะ?..เอ่อ..ขอโทษค่ะ..” ไอยรดาจึงรีบก้มหน้าทานอาหารในทันที โดยมีสายตาคมดุทอดมองเป็นระยะๆ ด้วยความสงสัยกับอาการของคนตรงหน้า






             “เป็นอะไรรึเปล่า..รึไม่สบาย..” ถามพลางเอื้อมมือข้ามโต๊ะไปแตะที่หน้าผากเนียนอย่างรวดเร็ว โดยที่หล่อนเองไม่ทันได้ตั้งตัว..สัมผัสของเขาทำให้หล่อน รู้สึกวูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้า และคงลามเรื่อยลงไปถึงลำคอแล้วเป็นแน่ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยแววตาตื่นๆ.. พร้อมกับเสียงใสๆที่ร้องขึ้นด้วยความตก ใจ






             “อุ๊ย!..นี่คุณ..”






             “ตัวก็ไม่ร้อนนี่!..เป็นอะไรไปดูเซื่องซึม เหม่อลอยแต่เช้า..”






             “ปะ..เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร..รีบทานเถอะค่ะ..” ไอยรดาว่าพลางหลบสายตาคมดุที่มองสบมานั้นในทันที






             หลังจากที่ติณวีย์และไอยรดากลับจากการไปดูสถานที่จัดงานแล้ว ก็ตรงเข้าบริษัทเพื่อประชุมต่อ..กว่าจะเสร็จก็กินเวลาไปเกือบบ่าย 3 โมงกว่าเข้าไปแล้ว เขาและหล่อนก็กลับไปยังสถานที่จัดงานในโรงแรมนั่นอีกครั้ง เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยอีกที..กว่าจะได้กลับไปที่บ้านเพื่อแต่งตัว ก็ปาเข้าไปเกือบ 5 โมงเย็น   






             เขาสั่งให้แม่บ้านตั้งโต๊ะเพื่อทานอาหารก่อน เพราะทั้งเขาและหล่อนต่างก็ไม่ได้ทานอะไรกันเลย หลังจากที่ได้ทานมื้อเช้าไป..มัวแต่วิ่งวุ่นกับเรื่องประชุมและดูแลความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานด้วยตัวเอง เพราะไม่คิดจะไว้ใจใครได้เลยในตอนนี้ กับการที่เขาถูกลอบฆ่าถึงสองครั้งสองคราในเวลาที่ไม่ห่างกันนัก...






             ******************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

227 ความคิดเห็น