พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 107 : ร้ายแรงกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

             ตอนที่107 :                    

            ร้ายแรงกว่า



             ติณวีย์มองคนที่ก้มลงหมอบอยู่กับเบาะรถด้วยความเป็นห่วง ร่างบางยังคงสั่นสะท้านไม่หาย..คงจะตกใจน่าดู กับเสียงปืนที่ดังรัวอย่างไม่ขาดสาย ในไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี่ ก่อนจะก้มตัวลงไปคว้าร่างบางขึ้นมาอย่างนุ่มนวล..อ่อนโยน แม้จะรู้สึกได้ถึงแรงขัดขืนจากหล่อนอยู่บ้างก็ตาม..



             “ลุกขึ้นมาได้แล้ว..พวกมันไปกันหมดแล้ว..” เสียงทุ้มที่เอ่ยอยู่ใกล้ๆ ทำให้หญิงสาวได้คลายกังวล และสบายใจขึ้นกับเหตุการณ์ที่ได้กลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว



             “เกิดอะไรขึ้นคะ!..เสียงปืนนั่น..มันหมายความว่าอะไร รึว่า!..พวกนั้นเป็นมือปืนที่ตามมาทำร้ายคุณเหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” ดวงตากลมโตที่ดูตื่นตระหนกสบเข้ากับสายตาคมดุ ก่อนจะมองสำรวจไปทั่วบริเวณด้านนอกรถอย่างหวาดระแวง แล้วหันกลับเข้ามาสบเข้ากับสายตาคมดุอีกครั้ง ก่อนจะเบิกตา ที่กว้างอยู่แล้วให้กว้างขึ้นไปอีก เมื่อได้เห็นเขาพยักหน้าตอบรับแทนคำพูด..จึงทำให้หล่อนมองสำรวจไปทั่วทั้งตัวของเขาทันที ก่อนจะเผลอยกมือขึ้นสัมผัสไปทั่วตัวของเขาอย่างลืมตัว ในขณะที่ริมฝีปากบางก็พร่ำถามเขาออกไปด้วยความเป็นห่วง..กลัวว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บตรงไหนเข้า



             “คุณบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ!..เสียงปืนมันดังอยู่ใกล้มากเลย..ฉัน..”



             “ผมไม่เป็นอะไร..สาวน้อย ผมไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนเลย คุณสบายใจได้..ไม่มีอะไรแล้ว..พวกมันไปกันหมดแล้ว” ติณวีย์จับมือบางเอาไว้ เมื่อรู้สึกว่าเลือดในกายของเขาเวลานี้มันเริ่มจะเดือดพล่านขึ้นมา อย่างยากเหลือเกินที่จะหักห้ามเอาไว้ได้ จากการสัมผัสของคนตรงหน้าที่ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าการกระทำของหล่อนนั้นทำให้เขาแทบจะคลั่งตายอย่างทรมาน.. ซึ่งมันร้ายแรงกว่าโดนยิงอย่างที่หล่อนนึกกลัวอยู่นี่ซะอีก แม้ว่าเขาจะทรมานเพราะหล่อน แต่หัวใจก็กลับอิ่มเอมและพองคับอก เมื่อได้เห็นถึงความห่วงใยที่หล่อนมีให้เขา จนต้องเอ่ยปลอบพร้อมย้ำอีกครั้งว่าเขาปลอดภัยแล้วจริงๆ ใบหน้าหวานจึงได้คลายกังวลลงได้



             “แล้วคุณเบนล่ะคะ..เขาปลอดภัยมั้ย” หล่อนเอ่ยถามพลางมองหาออกไปยังนอกรถ พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างหนาที่นอนคว่ำเหยียดยาว เรียงรายกันอยู่3-4คนในลักษณะเดียวกันหมด ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆด้วยสายตาที่เย็นเยียบ อย่างพอจะเข้าใจกับคำว่า‘ไปกันหมดแล้ว’ ของเขาในทันที



             “ฝีมือคุณหรือคะ!..ไหนคุณบอกว่าพวกนั้นไปกันหมดแล้วไง”



             “มันจำเป็น!..ผมทำเพื่อป้องกันตัว และเพื่อปกป้องคุณ.. ไม่เช่นนั้นแล้ว คนที่ต้องไปนอนตรงนั้น ก็คือคุณกับผม แล้วก็เบน” ไอยรดาได้ฟังคำอธิบายของเขา..ถึงแม้จะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าที่เขาพูดมาล้วนถูกต้องทุกอย่าง แต่ลึกๆแล้วก็อยากให้กฎหมายเป็นคนจัดการคนพวกนี้ซะมากกว่า ซึ่งหล่อนรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ กับเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นเลย..อย่างในครั้งนี้



             “คุณเอ่อ..ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกเขา พร้อมกับพยายามชักมือที่ถูกเกาะกุมอยู่นั้นให้เป็นอิสระ แต่เขาก็กลับทำนิ่งเฉย เหมือนไม่ได้ยินที่หล่อนพูด ก่อนหันออกไปมองนอกรถ เมื่อเห็นว่าเบนกำลังเดินมาที่รถ จึงได้เลื่อนกระจกลง และถามออกไปในทันที



             “ว่าไง..มันบอกอะไรบ้างมั้ย..”



             “มันว่าไม่รู้เรื่องครับ.. บอกว่าขับแทนเพื่อนเท่านั้น ก็ไอ้ 1 ใน 3 คนนั่นแหล่ะครับ ที่จ้างมันอีกที..”



             “แล้วนายว่าไง!..คิดว่ามันพูดจริงมั้ย”



             “ผมก็ไม่เชื่อมันนักหรอกครับ..คงต้องพามันไปรักษาตัวก่อน แล้วค่อยเค้นคำตอบจากมันอีกครั้ง”



             “อืม!..งั้นนายไปดูมันไว้ ก่อน เดี๋ยวฉันโทรไปเรียกไอ้วิน

ให้มาจัดการต่อ..”



             “ครับ” เบนรับคำสั่ง แล้วหมุนตัวเดินกลับไปยังคนเจ็บที่ยังคงร้องโอดโอยไม่หยุดนั่นอีกครั้ง ส่วนติณวีย์ก็โทรหาหมวดนาวินทันที..ด้วยหวังว่าเพื่อนเขาจะยังคงอยู่ที่สถานีตำรวจ..ไม่ออกไปไหนซะก่อน



             “สวัสดีครับท่าน มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ..” นาวินเอ่ยทักเพื่อนรักอย่างนอบน้อม ทำให้คนที่โทรหาเอ่ยเสียงเข้ม..จริงจังตอบกลับไปทันที อย่างไม่ให้เสียเวลามากไปกว่านี้



             “แกอยู่ที่ทำงานแกรึเปล่าวะ..ไอ้วิน” คนปลายสายได้ฟังพลางขมวดคิ้วตามด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป เมื่อรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงจริงจังของเพื่อน..ที่อาจจะมีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น



             “อยู่!..วันนี้มีประชุมช่วงบ่ายแล้วมีเวรต่อยันเย็น..มีอะไรวะ”                       


                               

             “ฉันอยู่ตรงทางเลี่ยงนอกเมือง..เลยสามแยกที่จะไปสถานีตำรวจที่แกอยู่มาประมาณ 2 กิโลได้..แกรีบมาหาฉันด่วนเลยนะ เรียกรถพยาบาลมาด้วย ฉันให้เวลาแก 10 นาทีเท่านั้น” คนที่ได้ฟังทำตาโต กับเวลาที่เพื่อนกำหนดให้



             “หะ!..10นาที แกจะบ้ารึเปล่า..ไอ้วีย์ ฉันคนนะ ไม่ใช่ซุปเปอร์แมนที่จะเหาะไปได้ในทันที อย่างที่แกสั่งน่ะ..แล้ว..” นาวินยังพูดไม่ทันจบ ติณวีย์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างไม่สนใจฟังเสียงจากปลายสายนั่นเลยสักนิด



             “เหลืออีก 8 นาที ถ้าแกมาไม่ทันล่ะก็..” เขาพูดค้างไว้เท่านั้น ก่อนจะตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่สนใจกับเสียงของเพื่อนที่ยังคงพูดอยู่อย่างไม่หยุด..ซึ่งคงกำลังด่าเขาอยู่เป็นแน่…



             ไอยรดาเหลือบมองคนเอาแต่ใจข้างๆ ด้วยความหมั่นไส้ เมื่อได้ยินเขาสั่งให้หมวดนาวินมาในเวลาที่เขากำหนด..แล้วใครจะไปมาทันได้ล่ะ..พลางปรายตาค้อนใส่ชายหนุ่มไปโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด เพราะมัวแต่มองออกไปยังนอกรถ ก่อนจะหันกลับมามองร่างบางข้างๆที่พยายามจะดึงมือออกจากการเกาะกุมจากเขาให้ได้อย่างขัด ใจ…



             ******************

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

227 ความคิดเห็น