พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 106 : อยากแหย่เสือหลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

             ตอนที่106 :                   

            อยากแหย่เสือหลับ



             “ครับ..รับรองว่าไม่ผิดหวังครับ” เบนรับคำพลางเหลือบสายตาขึ้นมองกระจกหน้ารถ ก็สบเข้ากับสายตาคมดุที่พยักหน้ารับรู้และเข้าใจในความหมาย ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง ที่ทั้งเขาและเบนต่างก็สังเกตุว่ามีรถกระบะสีดำคันหนึ่งขับตามมาตลอดทาง ตั้งแต่ที่ร้านอาหารนั่นแล้ว แม้ว่าจะลองเปลี่ยนเส้นทางไปทางไหน..รถคันนี้ก็ยังขับตามไปด้วยทุกเส้นทาง แต่จะขับทิ้งระยะห่างออกไปไม่มากนัก เขาจึงให้เบนเลี่ยงออกนอกเมืองแล้วเพิ่มความเร็วขึ้น มันก็เร่งความเร็วเพื่อตามให้ทันด้วยเช่นกัน..ครั้นชะลอความเร็วให้มันขับผ่านไป มันก็ชะลอความเร็วให้ทิ้งห่างเป็นระยะๆ ทำให้เขาแน่ใจว่ารถคันนี้มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเป็นแน่…



             เสียงของติณวีย์และเบน ปลุกให้หญิงสาวที่มองเหม่อออกไปนอกรถตื่นจากภวังค์ความคิด แล้วหันกลับมาถามคนที่นั่งข้างๆด้วยดวงตากลมโต ที่ดูตื่นตระหนก เสียจนทำให้เขาเผลอหยักยิ้มมุมปากออกมา แต่สายตาที่มองสบไปกลับดูแข็งกร้าว จนหล่อนชักจะใจคอไม่ดีเอาเลย



             “แข่งรถงั้นรึคะ!..คุณให้คุณเบนแข่งรถกับใครคะ..”



             “ก็กระบะสีดำคันหลังนั่นไง มันคงอยากประลองความเร็วกับเบนน่ะ ก็เลยให้เบนได้โชว์ฝีมือซะหน่อย”



             “มาแข่งอะไรบนถนนสาธารณะแบบนี้ล่ะคะ มันผิดกฎหมายนะ” หล่อนตวัดสายตาไปยังคนข้างๆ ด้วยความไม่พอใจกับสิ่งที่เขาเอ่ยบอก..แต่ดูเหมือนว่าหล่อนพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เมื่อรู้สึกได้ว่ารถที่นั่งอยู่เวลานี้มันไม่ใช่วิ่งอยู่บนถนนซะแล้ว..ถ้าเรียกได้ว่าเหาะนี่!..อาจจะถูกต้องกว่า กับความเร็วสูง ที่ลูกน้องเขาคงเหยียบคันเร่งจนมิดเลยก็ว่าได้ ในความคิดของหล่อน ทำให้ร่างบางต้องเอื้อมมือไปเกาะกับที่วางแขนข้างประตูรถและอีกข้างก็เกาะไว้กับเบาะด้านหน้าจนแน่น ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองคนข้างๆ ที่ยังคงนิ่งเฉย ดูไม่สะทกสะท้านกับความเร็วของรถในขณะนี้เลยสักนิด      


              

             ..สายตาของเขาที่ดูแข็งกร้าว ยังคงอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นเดิม จนหล่อนคิดว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ จึงทำให้เขานิ่งเฉยจนน่ากลัว อย่างที่หล่อนไม่เคยได้เห็นมาก่อนเช่นนี้



             “นี่คุณ!..ฉันกลัวนะคะ ฉันยังไม่อยากตายตอนนี้ ถ้าคุณอยากแข่งกันนักล่ะก็..ช่วยจอดรถให้ฉัน..ว้าย!!..” ชายหนุ่มเอื้อมมือโอบไหล่บางรั้งเข้ามาใกล้ๆกับเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเหลือบไปเห็นรถกระบะ ได้เร่งความเร็วเข้ามาเทียบกับข้างประตูทางฝั่งที่เขานั่งอยู่ ก่อนที่จะสั่งเสียงเข้มให้หล่อนหมอบลงในทันที



             “หมอบลงอยู่อย่างนี้นะไอยรดา และห้ามเงยขึ้นมาจนกว่าผมจะสั่ง”



             “เปรี้ยง!..เปรี้ยง!..” สิ้นเสียงของเขา เสียงปืนก็ดังขึ้นมาเป็นระยะๆ แต่เพราะรถเขาเป็นกระจกนิรภัยป้องกันกระสุน ทำให้กระสุนที่ยิงกราดเข้ามา ไม่สามารถทำอันตรายใดๆได้



             เบนชะลอความเร็วของรถลงในทันที เมื่อรถกระบะพยายามเร่งขึ้นมาเทียบกับรถเขาเพื่อจะยิงซ้ำ จึงทำให้รถของมันวิ่งเลยหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เบนจะเหยียบคันเร่งขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเปิดกระจกจ่อปืนไปที่ยางรถของมันทางด้านขวา และติณวีย์ก็ยิงไปทางด้านซ้าย ทำให้รถที่วิ่งด้วยความเร็วสูงเสียหลัก..ส่ายไปมาจนสุดท้ายก็ต้องหยุดลง เพราะยางที่แบนทั้งสองข้างบดถนนต่อไปไม่ไหว



             เบนจึงขับเข้าไปจนจะถึงรถของพวกมันอยู่แล้ว ก็ต้องหยุดลง เมื่อถูกพวกมันสาดกระสุนเข้าใส่อีกครั้ง ก่อนที่จะพยายามหาทางหนีออกไปจากรถให้เร็วที่สุด



             แต่เมื่อคนหนึ่งก้าวพ้นออกมาจากรถ ติณวีย์ที่รอโอกาสอยู่แล้วก็ยิงเข้าใส่ที่กลางหลังของมันในทันที ทำให้มันล้มฟุบลงไปกับพื้น..ก่อนที่จะแน่นิ่งไป ส่วนอีก 2 คนที่กำลังจะวิ่งออกจากรถก็หนีไม่พ้นวิถีกระสุนที่เขาได้จ่อรอเอาไว้อยู่แล้วในทันทีเช่นกัน ทำให้พวกมันทั้งสองคน จึงมีสภาพที่ไม่ต่างกันนักกับคนแรก..ส่วนเบน ก็มีหน้าเพียงขับรถกับนับศพของพวกมันเท่านั้น..ก่อนจะรอให้โซเฟอร์ ที่เหลือเป็นคนสุดท้ายออกมาจากรถ แต่รออยู่สักพักก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะออกมาสักที คงเห็นเพื่อนของมันร่วงลงทีละคนๆ ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะกลายเป็นศพเรียงราย อยู่รอบๆรถเป็นแน่..และในขณะที่เบนตัดสินใจจะบุกเข้าไป ก็ถูกกระสุนสาดเข้ามาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีเพียงไม่กี่นัดเท่านั้นก็หมดลง พร้อมกับร่างหนาของมันที่วิ่งออกมาได้เพียงแค่สองก้าวเท่านั้น ก็ถูกติณวีย์ที่รอ โอกาสอยู่แล้วยิงเข้าไปที่ขาข้างหนึ่งของมันทันที ทำให้มันล้มลง ก่อนจะลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลเพื่อที่จะหนีต่อ แต่ก็ถูกยิงซ้ำเข้าที่ขาอีกข้าง แล้วล้มลงกับพื้นในทันที ..เบนที่รอจังหวะอยู่ ก็กระโดดเข้าทับร่างของมันพร้อมกับจับมือทั้งสองข้างล็อคเอาไว้แล้วไพล่มาด้านหลังทันที..ด้วยแรงทั้งหมดที่มีและรวดเร็ว ทำให้มันแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะพยายามดิ้นรนให้ตนเองหลุดพ้นจากการถูกล็อค



             “อยู่นิ่งๆ!..หากแกยังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วล่ะก็ อย่าทำให้นายของฉันต้องโกรธขึ้นมา..ไม่อย่างนั้นแล้ว ร่างอันอัปลักษณ์ของแกจะพรุนไปทั้งตัวทันที” สิ้นเสียงขู่ของเบน ร่างที่ดิ้นรนขัดขืนอยู่ ก็เริ่มสงบลง มีเพียงเสียงร้องโอดโอยจากบาดแผลที่ถูกยิงเท่านั้น ที่เข้ามาแทนที่



             “หยุดร้องได้แล้ว!..บอกมาซิว่า ใครจ้างพวกแกมา หากแกไม่พูดล่ะก็..คงรู้นะว่าจะต้องเจอกับอะไร”



             “ผมไม่รู้ครับ..ผมไม่รู้จริงๆ..ไอ้ 1ใน3 ของพวกที่ถูกยิงนั่น มีคนหนึ่งเป็นเพื่อนผม มันให้ผมขับรถให้มันหน่อย เพราะแขนมันเจ็บ มันบอกว่าผมไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น มีหน้าที่ขับรถตาม พวกคุณให้ทันเท่านั้น..ผมก็เลยตกลงช่วยมัน ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆนะครับ..ปล่อยผมไปเถอะครับ..”



             “ไม่รู้!..งั้นเหรอ ไม่เป็นไร ตอนนี้แกอาจจะยังคงเครียดๆอยู่ เดี๋ยวฉันจะพาแกไปรักษาตัวก่อน แล้วค่อยถามแกอีกทีแล้วกัน เผื่อว่าแกจะนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง แต่ถ้าแกยังนึกไม่ออกขึ้นมาจริงๆ แกก็เตรียมตัวพักผ่อนยาวๆได้เลย..” เบนลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปบอกกับเจ้านายที่นั่งรออยู่ในรถ โดยไม่สนใจกับเสียงของมันที่ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด พร้อมไปกับการร้องขอชีวิตนั่นเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะเหลือบมองไปยังร่างอันไร้วิญญาณที่นอนเกลื่อนอยู่ทั้ง 3 ศพนั่น อย่างสมเพชเวทนาที่ต้องมาจบชีวิตลงด้วยฝีมือของนักแม่นปืนอย่างเจ้านายของเขาเข้า..สมควรแล้วจริงๆที่พวกมันต้องจบชีวิตลงด้วยสภาพแบบนี้..เบนคิดพลางส่ายศรีษะไปมา ในขณะที่ก้าวเดินไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ห่างกันมากนัก



             ******************

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

227 ความคิดเห็น