พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 105 : ความเคยชิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

             ตอนที่105 :                 

            ความเคยชิน



             “ใช่..ก็พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งแทบทุกฉบับ ทำไมต้นจะไม่รู้ล่ะ..”



             “สิ่งที่ต้นเห็น อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไปหรอกนะ..อ้ายไปก่อนดีกว่าเดี๋ยวลูกค้ามารอ แล้วอ้ายจะถูกดุเอาได้..”



             “เดี๋ยวสิ!..แล้วเรื่อง..”



             “ไว้อ้ายจะเล่าให้ฟังทีหลังนะ เรื่องมันยาวน่ะ..ไปล่ะ..ไว้เจอกันจ้ะ” ไอยรดายกมือโบกลาเพื่อนชาย แล้วหมุนตัวก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวว่าจะทำให้เขาต้องรอนาน



             ร่างบางเดินมาถึงรถ ก็เปิดประตูก้าวเข้าไปในรถทันที ก่อนจะเหลือบตามองไปยังคนข้างๆ อย่างไม่ตั้งใจ จึงได้สบเข้ากับสายตาคมดุ ที่ปรายตามองมายังหล่อนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่แววตานั้นดูดุดันจนหล่อนนึกกลัว ก่อนที่เขาจะหันกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา



             หญิงสาวไม่เข้าใจกับอารมณ์ของคนข้างๆเลยสักนิด กับท่าทีเฉยเมยไม่พูดไม่จากับหล่อน ตั้งแต่ขึ้นรถจนกระทั่งมาถึงร้านอาหารที่ได้นัดหมายเอาไว้ ‘หรือเขากลัวว่าจะผิดเวลานัดกับลูกค้า เพราะเราเป็นต้นเหตุกันนะ’ ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆด้วยความอึดอัด กับบรรยากาศภายในรถ ระหว่างเขาและหล่อนที่นั่งมาด้วยกันตลอดทางอย่างลืมตัว ทำให้คนที่นั่งข้างๆปรายตามองมายังหล่อนอย่างดุๆ ก่อนที่จะเปิดประตูก้าวลงจากรถไปทันที โดยไม่คิดที่จะรอหล่อนที่กึ่งวิ่งกึ่งเดิน เพื่อตามให้ทันเขาเลยแม้แต่น้อย



             ไอยรดามองตามไหล่กว้างที่เดินนำไปข้างหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ว่าเขาไปหงุดหงิดอะไรมานักหนา ถึงได้ดูอารมณ์เสียเช่นนี้ พร้อมกับเร่งฝีเท้าของตนเองให้เร็วขึ้นเพื่อตามให้ทัน โดยที่มือข้างหนึ่งก็หอบเอกสารเอาไว้ ส่วนอีกข้างที่ว่างก็ยกขึ้นมาเพื่อดูนาฬิกาที่ข้อมือ ว่าเลยเวลานัดหมายไปมากน้อยเพียงใด..ซึ่งก็เหลือเวลาอีกตั้ง 20 นาที กว่าจะถึงเวลานัด ‘แล้วทำไมเขาต้องรีบเดินขนาดนั้นด้วยนะ..อีตาบ้า!!..’ หล่อนคิดว่าเขาในใจด้วยความโมโห ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากนาฬิกา แล้วต้องตกใจเมื่อร่างของหล่อนปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคนข้างหน้า ที่หยุดเดินตอนไหนกัน..ทำให้หน้าผากของหล่อนชนเข้ากับอกแกร่งของเขาเข้าอย่างจัง ก่อนจะก็ถูกมือหนารวบเอวขอดเอาไว้ในทันทีที่ร่างบางเกิดอาการเซจากแรงปะทะ...



             “บึก!!..” “อุ๊ย..โอ๊ย” เสียงร้องดังขึ้นด้วยความเจ็บ ที่หน้าผากหล่อนชนเข้ากับอกแกร่งของเขาเข้า ก่อนจะยกมือขึ้นลูบที่หน้าผากในทันทีว่าปูดบวมขึ้นมารึเปล่า แต่ก็ไม่ทันมือหนาของเขาที่จับมือบางเอาไว้ก่อน



             “คนปกติที่เขาเดินน่ะ.. เขาก็จะมองทางข้างหน้ากันทั้งนั้น ก็คงจะมีแค่คุณคนเดียวนี่แหล่ะที่มองโน่นมองนี่ ยกเว้นทางข้างหน้า..จนทำให้ต้องเจ็บตัวอยู่บ่อยๆเช่นนี้” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างๆหู ทำให้แก้มเนียนใสแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น เพื่อขอโทษเขากับความไม่ระวังของตัวเอง แล้วต้องเบี่ยงหน้าหนีด้วยความตกใจ เมื่อใบหน้าคมค่อยๆก้มลงเข้ามาจนใกล้กับหน้าของหล่อนเหลือเกินในเวลานี้


          

             “ไหนดูซิหน้าผากบวมปูดขึ้นมารึเปล่า..อยู่นิ่งๆสิ!..” เสียงเข้มเอ่ยดุหญิงสาว ก่อนจะปล่อยมือบาง แล้วยกขึ้นจับใบหน้าเนียนให้หันกลับมา เพื่อที่จะดูรอยกระแทกบนหน้าผากเนียนนั่น อย่างเป็นห่วง


                

             “ก็ไม่แดงมากเท่าไหร่..เจ็บมากรึเปล่า..” เสียงทุ้ม..นุ่มนวลที่เอ่ยถามขึ้น ทำให้หัวใจของหล่อนสั่นไหว และเต้นตึกตักขึ้นมาในทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่เขามีให้ ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป ด้วยเสียงที่แผ่วเบา



             “ไม่ค่ะ..ไม่เจ็บเท่าไหร่ ฉัน..เอ่อ..ขอโทษค่ะที่ทำให้คุณต้องมาเจ็บตัว เพราะฉันอีกแล้ว แต่ฉันไม่ได้เดินดูโน่นนี่ อย่างที่คุณพูดสักหน่อย ฉันก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือต่างหากล่ะคะ เลยไม่ทันเห็นว่าคุณหยุดเดินตอนไหน” ดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาคมดุอย่างไม่ยอมรับกับความผิดของตนเองนัก พลางขยับตัวไปมาให้พ้นจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นไปด้วย



             “ผมผิด!..ว่างั้น..?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงถามร่างบางตรงหน้า ด้วยประกายตาที่ไหวระริก ทำเอาคนตอบชักใจคอไม่ดีขึ้นมาซะแล้ว



             “ก็เอ่อ..ปะ..เปล่านี่คะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นซะหน่อย คุณเอ่อ..กรุณาปล่อยฉันได้แล้วค่ะ เดี๋ยวใครผ่านไปมาเห็นเข้า..มันจะดูไม่..”



             “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่..คุณลืมแล้วรึไง ว่าคุณเป็นคู่หมั้นผม” เสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที.. อย่างไม่รอให้หล่อนได้พูดจบ



             “แต่ฉันเป็นผู้หญิงนะคะ..ถึงจะเป็นเพียงคู่หมั้นกำมะลอของคุณก็เถอะ แต่คุณก็ควรให้เกียรติฉันด้วย..” เสียงหวานๆอ่อนลง เมื่อคิดได้ว่าควรจะใช้ไม้อ่อนกับเขาในการเจรจา เพื่อที่เขาจะได้ปล่อยหล่อนให้เป็นอิสระจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่รัดหล่อนแน่น อยู่นี่เสียที



             ติณวีย์คลายอ้อมแขนออก ทั้งๆที่ใบหน้าคม ยังคงจับจ้องไปยังแก้มเนียนใส ที่แดงระเรื่อนั่นอย่างไม่วางตา ทำให้หล่อนต้องเสมองออกไปทางอื่นทันที เมื่อได้เห็นแววตาเปล่งประกายวิบวับพร้อมกับดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย เหมือนกับว่ารู้ทันความคิดของหล่อน..ก่อนจะหยักยิ้มมุมปากออกมา..อย่างเช่นที่เคยทำ



             ..เขาปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ ก่อนจะคว้าข้อมือหล่อนแล้วหมุนตัวก้าวเข้าไปในร้านอาหารทันที โดยคนที่ถูก กึ่งลากกึ่งจูง..ก็ถึงกับตกใจ เพราะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็ต้องก้าวตามเขาไปอย่างสู้แรงคนตัวโตกว่าไม่ได้ และที่ทำได้ ก็เพียงแค่ตวัดสายตาผ่านแผ่นหลังกว้างของคนเอาแต่ใจไปได้เท่านั้น…



             เสร็จจากพบลูกค้าก็ประมาณ 4 โมงเย็นเข้าไปแล้ว การจราจรก็ยังคงคล่องตัวอยู่บ้าง เพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน ..ซึ่งจะมีก็แต่นักเรียนเท่านั้นซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคเท่าไหร่นักกับการกลับบ้านในเส้นทางนี้...



             ไอยรดามองออกไปนอกรถอย่างครุ่นคิด เหลืออีกไม่กี่วันแล้วสินะ ที่เราจะต้องยุติการเป็นเลขา และคู่หมั้นกำมะลอของเขา อย่างที่ตกลงกันไว้.. ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตในแบบเดิมๆของเราซะที...



             ตลอดระยะเวลา3เดือนกว่าที่ได้อยู่ร่วมกัน มันก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันกับเขามากมาย จากที่ตัวเองเคยทานอาหารไม่เป็นเวลา เมื่อมาอยู่กับเขา ก็ต้องทานอาหารด้วยกันทั้งสามมื้อ เขาไปไหนหล่อนก็ต้องไปด้วย ในฐานะที่เป็นเลขา และคู่หมั้นกำมะลอของเขา ไหนจะต้องถูกเขาจับจูงไปทุกๆที่..ทั้งที่หล่อนก็ไม่ชอบใจเลยสักครั้ง ที่เขาทำเหมือนกับว่าหล่อนเป็นเด็กเล็กๆ ที่ต้องจับจูงอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มันก่อให้เกิดความรู้สึกที่อบอุ่นในหัวใจได้อย่างประหลาดจริงๆ..เขาทำให้หล่อนรู้สึกปลอดภัย เมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ..ซึ่งเขาจะรู้บ้างมั้ยนะ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ..มันทำให้หล่อนรู้สึกชินในการที่มีเขาอยู่ด้วยไปซะแล้ว และไม่รู้เลยว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตในแบบเดิมๆเข้า..หล่อนจะเป็นอย่างไร..จะต้องปรับตัวและสภาพจิตใจตัวเองนานแค่ไหน ถึงจะอยู่ได้โดยไม่มีเขา และลืมเขาไปจากหัวใจตัวเองได้ในสักวัน



             “เบน!..ขับรถออกนอกเมือง ไปที่ห่างไกลบ้านเรือนด้วย แสดงฝีมือหน่อยซิ..มันคงอยากแข่งกับนายน่ะ..” เสียงเข้มที่เอ่ยสั่งกับบอร์ดีการ์ดอย่างเย็นเยียบ พร้อมไปด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่แววตากับแข็งกร้าวดุดัน ทำ ให้คนรับคำสั่งรู้ทันทีว่า เสือที่หลับอยู่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว และคนที่ทำให้เสือตื่นได้ ก็ต้องรอรับผลของความพินาศที่กำลังจะตามมาไปแบบเต็มๆแน่นอน…



             *****************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

227 ความคิดเห็น