พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 100 : เป็นข่าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

             ตอนที่100 : เป็นข่าว



             ไอยรดาลงมาทานอาหารทันที หลังจากที่เจ้าของบ้านออกจากบ้านไปเพียงไม่นาน เพราะความหิวหล่อนจึงเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร ก่อนจะเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจใคร และอะไรรอบๆข้างอีกเลย จนกระทั่งหมดจาน



             เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมา ก็ได้พบกับสายตายิ้มๆของจัน สาวใช้ที่ยืนมองหล่อนอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาแปลกๆ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไปตามใบหน้าของตนเอง ว่ามีอะไรติด อยู่ที่หน้ารึเปล่า



             “มีอะไรจ๊ะจัน ดูเธอยิ้มแปลกๆนะ หรือว่ามีอะไรติดหน้าฉันเหรอ”



             “ไม่มีค่ะ..ไม่มีอะไรติดหน้าคุณอ้ายทั้งนั้นค่ะ แต่จันมีความสุขต่างหากล่ะคะ ที่เห็นคุณอ้ายกับคุณติณวีย์ สวีทหวานกันในงานเมื่อคืนนี้..คุณทั้งสองช่างน่ารัก และเหมาะสมกันมากเหลือเกินค่ะ..”



             “ฉันกับคุณติณวีย์..สวีทกันงั้นเหรอ บ้าสิจัน..ฉันกับเจ้านายจัน ไปสวีทกันตอนไหน แต่..เอ๊ะ!..จันรู้ได้ไง.. แล้วไปเห็นที่ไหนมา..ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย..” คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นมา เมื่อได้รับคำตอบ



             “ก็รูปในหนังสือพิมพ์นี่ไงคะคุณอ้าย..ดูสิคะสบตากันด้วย แล้ว นี่ๆ..ดูรูปนี้สิคะ!..คุณอ้ายป้อนอาหารให้กับคุณติณวีย์ด้วย..น่ารักจังเลยค่ะ แล้วนี่ก็อีกหลายภาพที่คุณติณวีย์จูงคุณอ้ายไปทั่วทั้งงานเลย คงจะหวงคุณอ้ายน่ะสิคะ ก็คุณอ้ายของจันออกจะสวยซะขนาดนั้น ถ้าคุณติณวีย์ไม่อยู่ใกล้ๆ ต้องมีหนุ่มๆในงานมาจีบคุณอ้ายแน่ๆเลยค่ะ..” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กจัน ที่ดังอยู่ใกล้ๆ ก็สาธยายเกี่ยวกับภาพเรื่อยไปอย่างไม่ยอมหยุด ในขณะที่มองดูภาพในหนังสือพิมพ์ด้วยกัน ทำให้ใบหน้าของหล่อนเริ่มมีอาการร้อนวูบวาบขึ้นมาในทันทีเมื่อได้เห็น และก็คงจะแดงเถือกไปทั่วทั้งใบหน้าของหล่อนอีกแล้ว..เป็นแน่



             ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ ทั้งๆที่ภาพป้อนอาหารนั่น หล่อนก็ทำไปด้วยความไม่เต็มใจเลยสักนิด ไหนจะภาพที่ถูกจูงไปทั่วทั้งงาน ก็เพราะเขากลัวว่าหล่อนจะไปทำข้าวของๆคนอื่นเสียหายต่างหากล่ะ แต่กลับถูกมองว่าเขาและหล่อนสวีทหวานกันไปได้ยังไง...



             หัวใจของหล่อนกระตุกขึ้นมาทันที เมื่อคิดว่าเขาจะได้เห็นภาพในหนังสือพิมพ์นี้หรือยัง ถ้าเห็นแล้วเขาจะคิดยังไงนะ คงไม่พอใจแน่ๆ ที่ต้องมาตกเป็นข่าว กับผู้หญิงธรรดาอย่างเราเข้า และเขาอาจจะแก้ข่าวแล้วก็เป็นได้ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจมันกลับรู้สึกหวิวๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หล่อนควรจะดีใจไม่ใช่หรือที่เขาแก้ข่าว..แล้วทำไมกลับรู้สึกใจ หายแบบนี้ล่ะ ‘ไม่ๆ..เลิกคิดดีกว่า เราต้องยอมรับความจริงให้ได้สิ เพราะถึงยังไงเรากับเขามันก็ไม่มีทางที่จะเป็นแบบที่ในข่าวเขียนอย่างแน่นอน



             ติณวีย์กลับมาถึงบ้านในตอนเย็น ก็มองหาร่างบางที่ทำให้เขาแทบไม่อันทำงานในวันนี้เลยตลอดทั้งวัน ใจเขามันเฝ้าแต่คำนึงหา..จนไม่มีสมาธิในการทำงานอะไรทั้งนั้น จึงตัดสินใจกลับบ้าน ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานด้วยซ้ำไป..แต่รถก็ติดเหลือเกินในวันนี้ ทำให้เขามาถึงบ้าน..ก็แทบจะถึงเวลาอาหารเย็นเข้าไปแล้ว    


            

             ..และเมื่อได้รับคำตอบจากจันว่า หล่อนเก็บดอกไม้อยู่ในสวน..เขาจึงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนห้อง เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงไปยังสวนหลังบ้านในทันที



             ..และทันทีที่เขาเห็นหล่อนก้มๆเงยๆเก็บดอกไม้อยู่เบื้องหน้า ความกระวนกระวายโหยหาที่มีมาตลอดทั้งวัน ก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น ‘นี่เขาเป็นไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ’ ได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ..ในขณะที่เดินเข้าไปหาหญิงสาว จนเห็นใบหน้าขาวเนียนเงยขึ้นมองมาทางเขา แล้วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงไปเก็บดอกไม้ต่อ โดยไม่คิดที่จะทักทายเขาเลยสักคำ



             “ตาคุณหายดีแล้วงั้นรึ ถึงได้มานั่งตากลมแบบนี้..ระวังจะกลับไปแดงใหม่อีกนะ..”



             “หายดีแล้วค่ะ” หล่อนตอบทั้งๆที่ยังคงก้มหน้าเก็บดอกไม้เรื่อยไป โดยไม่คิดที่จะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเขาเลยสักนิด



             “ก็ดี!..เพราะพรุ่งนี้คุณต้องไปออกงานกับผมในช่วงเช้า” พูดจบก็หันหลังเพื่อจะเดินกลับเข้าบ้าน แต่เสียงหวานที่เอ่ยถามขึ้น ทำให้ริมฝี ปากหนาหยักยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปตอบคำถามของหล่อน ด้วยสี หน้าที่เรียบเฉย แต่สายตากลับไหวระริก..ที่ทำเอาคนเอ่ยถามแทบจะพูดไม่ออกเลยทีเดียว เมื่อได้สบเข้ากับสายตาคมคู่นั้น



             “ออกงาน!..เอ่อ..งานอะไรคะ ฉันจะได้เตรียมตัวได้ถูก”



             “งานเปิดตัวโรงแรม ซึ่งเป็นคู่แข่งของบริษัทเรา เขาเชิญผมและคู่หมั้นให้ไปร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย ผมก็เลยต้องมารบกวนให้คุณไปด้วยกัน..”



             “คู่แข่งกับบริษัทเรารึคะ แล้วทำไมต้องเชิญ..เอ่อ..คู่หมั้นกำมะลออย่างฉันไปด้วยล่ะคะ” คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ



             “เขาคงอยากเห็นและทำความรู้จักกับคู่หมั้นแสนสวยของผมล่ะมั้ง..” ชายหนุ่มตอบคำถามของหล่อน ด้วยใบหน้าที่กึ่งยิ้ม เมื่อได้เห็นสายตาครุ่นคิด ที่ติดจะระแวงอยู่มากในแววตาคู่งาม แต่ฉับพลันดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้น ก่อนที่จะเอ่ยถามกับเขาในทันที



             ******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

227 ความคิดเห็น