แอนเธีย เลนาดัส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    15

ตอนที่ 3 : บทที่ ๒ (ก่อนหนีออกจากบ้าน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ก.ค. 61


-  ๒  -


หนักมันเป็นความรู้สึกที่ถูกกดทับจนอึดอัด พอผมลืมตาขึ้นสิ่งแรกที่เห็นก็คือกลุ่มผมสีเงินบริสุทธิ์ที่กำลังซบอกอยู่และเป็นตัวผมเองที่กอดเธอไว้ ผมค่อยๆคลายแขนออกจากตัวธีน่าแล้วยกท่อนแขนของแอนที่พาดกับเอวออกอย่างระมัดระวัง

“ตื่นแล้วเหรอ” แอนโธเซ่ถามเสียงเบา ใช้เวลาครู่หนึ่งก็ค่อยๆขยับตัวออกเพื่อให้พื้นที่ผมในการขยับตัว แต่ถึงจะระวังมากเท่าไหร่ร่างที่เล็กที่สุดบนเตียงก็ขยับลุกตามจนได้

“ตื่นกันแล้วเหรอคะ”

“แอนกับธีน่าจะนอนต่ออีกนิดก็ได้นะ ถ้าใกล้จะถึงเวลาอาหารเช้าแล้วเดี๋ยวผมมาปลุก” ผมแนะนำทั้งคู่ที่ดูแล้วคงไม่อยากออกจากเตียงตอนนี้เท่าไหร่พลางขยับไหล่ บิดเอว ไล่อาการชาที่เกิดขึ้น

“ไม่เอา จะอยู่กับเธีย” ธีน่าบอก สองมือยกขยี้ตาก่อนจะปิดหน้าเอาไว้นิ่งๆ

“อาบเสร็จแล้วมาเรียกด้วย” แอนบอกและใช้มือข้างหนึ่งดึงธีน่าให้ล้มไปกับเตียงก่อนจะล้มตัวตาม

“เข้าใจแล้ว” ผมตอบรับขำๆ และเดินเข้าห้องน้ำไป

 

“แอน ธีน่าอึดอัด” แอนธีน่าประท้วงก่อนจะเริ่มดิ้นออกจากอ้อมแขนพี่ชายคนโตเพื่อหาอากาศหายใจ แอนโธเซ่ปรือตาเล็กน้อยก่อนจะยกแขนให้คนตัวเล็กได้ขยับตัวแต่ก็ไม่ได้คิดจะปล่อยเธอออกไป

แอนธีน่าที่ตื่นเต็มตาเพราะความเหนื่อยพองแก้มอย่างไม่พอใจ แต่เพียงพักเดียวแก้มที่พองนั่นก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ

“แอน” เสียงเล็กๆเรียกแต่ก็ไร้คำตอบกลับเช่นทุกๆวัน “แอนคิดว่าพักนี้เธียแปลกไปไหม”

“มีอะไร” แอนโธเซ่ถามทั้งที่ยังหลับตา ความจริงเขาตื่นตั้งแต่เธียขยับตัวครั้งแรกแล้ว แต่ที่ล้มลงไปนอนอีกรอบเพื่อหาโอกาสได้คุยกับน้องสาวคนเล็กต่างหาก เขาอายุห่างจากน้องๆถึงสามปีดังนั้นจึงมีเรื่องอะไรให้ทำอยู่เยอะ ทั้งการเรียน การเตรียมสอบเข้าโรงเรียนนายชั้นอัศวินและการออกสังคมเพื่อสร้างเครือข่ายให้กับตระกูล เพราะแบบนั้นช่วงเวลาที่จะได้อยู่พร้อมหน้ากันสามพี่น้องจึงหาได้ยากมาก ล่าสุดที่อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ประมาณสองเดือนที่แล้ว

“ไม่รู้ ธีน่าอธิบายไม่ถูก แต่ธีน่ารู้สึกเหมือนเธียกำลังห่างออกไป”

“พี่ก็รู้สึกแบบนั้น เธียเหมือนวางแผนทำอะไรบางอย่างอยู่ซึ่งพี่ไม่ไว้ใจเลย”

ธีน่าขดตัวมากขึ้นพร้อมกับพูดออกมา “ธีน่ากลัว”

“ไม่เป็นไร มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น” แอนโธเซ่เอ่ยปลอบแล้วกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น คำที่เอ่ยออกไปเป็นคำมั่นที่ให้กับน้องสาวและตัวของเขาเอง ใช่ มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น

 

ผมกระพริบตาปริบๆกับบรรยากาศที่ดูแปลกๆหลังเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมชุดลำลองที่ใส่ประจำ พอออกปากว่าอาบน้ำเสร็จธีน่าก็ลุกไปใช้ต่อทันที ท่าทีเร่งรีบนิดๆที่ผ่านไปทำให้ผมต้องจ้องคนที่เหลืออยู่บนเตียงนิ่ง แต่ก็ต้องถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองตอบเลยด้วยซ้ำ ผมอ้อมไปด้านข้างเตียงและทิ้งตัวลงนั่งและเล่นผมสีเงินประบ่าของพี่ชายรอเวลา เมื่อธีน่าใกล้จะออกจากห้องน้ำผมก็เปิดปากขึ้นเรียกเขา

“แอน” แน่นอนว่าไร้คำตอบรับเช่นทุกที “วันนี้ผมจะอยู่ด้วยเป็นวันสุดท้ายแล้วนะ”

แอนโธเซ่ไม่ได้ตอบกลับอะไร จนกระทั่งเขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าระยะเวลาที่เขาตั้งใจกลับมาอยู่กับเธียคือสามวันสามคืน และนี่ก็เพิ่งวันที่สองเท่านั้น

“อะไรนะ” แอนโธเซ่ผุดลุกขึ้นถามกลับ น้ำเสียงและการแสดงอารมณ์แบบที่เห็นไม่บ่อยนักปรากฏออกมาอย่างง่ายดาย

“พี่ถามว่าเธียพูดอะไร

“ธีน่าอาบเสร็จแล้ว!” น้ำเสียงสดใสแว่วมาพร้อมกับเสียงลูกบิดที่เปิดออกทำให้คำถามที่ทวนซ้ำเงียบไป

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ” ธีน่าสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นเอ่ยขึ้นบ้าง

“พี่กำลังชวนแอนออกไปเดินตลาดตอนเช้า ธีน่าอยากไปไหม” ผมเปลี่ยนเรื่องอย่างลื่นไหล และยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ธีน่าเดินมาหาตรงนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อเบี่ยงประเด็นแต่เพื่อหนีจากสายตาของแอนด้วย

“ไป! ธีน่าจะไป! แล้วจะไปหาอะไรกินที่ตลาดเลยหรือเปล่า?” น้ำเสียงตอบรับทำให้ผมยิ้มกว้างก่อนจะโยนไปหาพี่ชายที่ทำหน้าไม่พอใจ “อืม แต่ดูเหมือนแอนจะไม่อยากไปเท่าไหร่นะ”

“แอนจะไม่ไปเหรอ” ธีน่าที่มาถึงตัวผมแล้วเรียบร้อยร้องถามเสียงอ้อน ผมไม่รู้หรอกนะว่าธีน่ากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ถึงทำให้แอนยอมเบนสายตาออกและหลับตาลงอย่างยอมแพ้แบบนี้ได้ แต่เท่าที่คิดได้ถามไว้ใช้บ้างก็ดูไม่เสียหายอะไร

ไป รอก่อนล่ะ” แอนโธเซ่ว่าและก้าวลงจากเตียงไป

หากแต่ลับตาแผ่นหลังแอนไปได้ไม่เท่าไหร่ น้องสาวที่คิดว่าผมควบคุมได้ดีก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงนิดๆ “เมื่อกี้นี้คุยอะไรกับแอนเหรอ”

ท่าทางคนน่ากลัวที่สุดในตระกูลรองจากท่านแม่ตอนนี้ก็คงไม่พ้นเด็กน้อยคนนี้แล้วล่ะ

จะว่าอย่างไรดีนะ สมกับที่เป็นน้องสาวฝาแฝดของผม หรือสมกับที่เป็นคนที่มีโอกาสอยู่ใกล้ผมมากที่สุดดี ถึงได้รู้จักเรียนรู้วิธีคิดและการสร้างโอกาสจากพฤติกรรมผมได้ดีขนาดนี้ น่าภูมิใจแต่ก็น่าเสียดาย

“เมื่อกี้ช่วยพี่หนีจากแอนเพื่อจะเป็นคนไล่ต้อนพี่แทนเหรอ เป็นเด็กเจ้าเล่ห์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ผมถามยิ้มๆ ก่อนจะเริ่มยีกลุ่มผมสีขาวอย่างหมั่นเขี้ยว ไม่นานนักบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของธีน่าก็กลับมาดังเดิม

ที่ถูกเบนความสนใจง่ายไปหน่อย

“อือ ธีน่าเปล่านะ” คนตัวเกือบเท่ากันบอกปฏิเสธแล้วยกมือสองข้างกันมือพี่ชายให้หยุดทำผมเธอเสียทรงเสียที

“พี่ไม่เคยพูดเหรอว่าอย่าโกหกพี่น่ะ หืม” จบคำผมก็หยุดมือและช่วยจัดทรงให้เหมือนเดิมอย่างแผ่วเบา

“เคย” ธีน่าตีหน้ายุ่งบอก รู้สึกจั๊กจี้กับฝ่ามือหนาที่ปัดผมหน้าและปอยผมเล็กๆ

“เคยค่ะ” ผมแก้คำให้ หรี่ตาจ้องใบหน้าที่ผมประคองไว้ทั้งสองมืออย่างเอ็นดู ไม่ได้ปริปากพูดอะไร สิ่งที่มีให้น้องสาวคนนี้มีเพียงรอยยิ้มที่จริงใจเท่านั้น

สีหน้าของพี่ชายที่แสดงออกมาทำให้แอนธีน่านิ่งไปทันใด ใจที่สงบนิ่งมาตลอดเต้นถี่รัวราวกับสัญญาณเตือนแล่นไปทั่วร่าง ริมฝีปากเล็กเผยอขึ้นเล็กน้อยทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายปิดปากลงและอยู่กับความรู้สึกสับสนของตัวเองอยู่อย่างนั้น พักหนึ่งขาเล็กๆก็ค่อยๆก้าวเข้าหาร่างที่โตกว่านิดหน่อยแล้วสวมกอดเขาไว้แน่น

รักเธียนะ”

“รู้แล้วล่ะ พี่เองก็รักธีน่าเหมือนกัน” เด็กชายกอดตอบเต็มแขน ใบหน้าที่เกยอยู่บนไหล่เล็กขยับเล็กน้อยให้ริมฝีปากได้เข้าใกล้ใบหูพร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เบาลง “ห้ามลืมนะ”

“อืม” ตัวของเด็กหญิงเองก็รับคำเสียงไม่ต่างกันนัก

ธีน่ากำลังรู้สึกกดดัน มือสั่นๆบนแผ่นหลังผมบอกแบบนั้น คำพูดของผมเมื่อครู่คงพอทำให้ธีน่าจับทางอะไรได้ แต่มันก็ไม่สำคัญเท่าการบอกให้รู้ไว้ก่อนจะพลาดโอกาสไป

พึ่บ พึ่บ ผมตบหลังธีน่าเบาๆเป็นเชิงปลอบก่อนจะดันตัวออกจากอ้อมแขนเมื่อเห็นลูกบิดประตูห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว มองขอบตาที่คล้ายจะชื้นขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มขำ เด็กขี้แย

“ดูเหมือนแอนจะอาบน้ำเสร็จแล้วล่ะ พร้อมจะไปหรือยัง” ผมใช้หัวแม่โป้งเช็ดหางตาให้อย่างเบามือ

“มีอะไรหรือไง” แอนโธเซ่เดินเข้ามาพร้อมคำถาม พอเห็นท่าทางผมเช็ดน้ำตาให้ก็วางมือลงบนกลุ่มผมสีเดียวกับตนแล้วลูบเบาๆ

“ธีน่าแค่หาวเฉยๆ” แอนธีน่าพูดและเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว “รีบไปตลาดกันเถอะ ธีน่าหิวแล้ว”

อืม เด็กฉลาด

 

ตลาดฝั่งใต้ของเมืองหลวงแม้จะไม่คึกคักเท่าจัตุรัสใจกลางเมืองแต่ก็มีคนเดินขวักไขว่อยู่ไม่น้อย สินค้าของขายที่เห็นอยู่ลายตามักเป็นเครื่องประดับและสมุนไพร ผมจูงมือของคนทั้งคู่พลางมองไปรอบๆด้วยเส้นทางของเมืองฝั่งใต้เป็นสถานที่เก่าแก่ดังนั้นการเรียงตัวของตัวบ้านและอาคารจึงไม่เป็นระเบียบเท่าส่วนอื่นในเมืองหลวงซึ่งง่ายต่อการพลัดหลง ขณะที่นำทางไปก็เหลือบมองแอนกับธีน่าเป็นระยะ แต่ดูแล้วแอนจะให้ความสนใจกับผมมากกว่าบรรยากาศรอบๆเสียอีก

หลังจากพาทั้งคู่เข้าร้านอาหารแห่งหนึ่งผมก็เอ่ยขึ้น

“หน้าผมมีอะไรติดหรือไง”

“เปล่า แค่สงสัย” คนที่รู้ตัวตอบออกมาง่ายๆ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ขยายความต่อว่าสงสัยเรื่องอะไร เพียงแค่ปรายตามองคนที่ตัวเล็กที่สุดบนโต๊ะแล้วเบนสายตาออกข้างอย่างเป็นธรรมชาติ

“ธีน่าก็สงสัย” แอนธีน่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องที่เธอและแอนคิดเป็นเรื่องเดียวกันจึงเป็นตัวแทนในการเปิดปากถาม “ทำไมครั้งนี้ถึงจับมือแอนกับธีน่าล่ะ”

แอนเธียยกมุมปากเล็กน้อยพลางตอบคำถามจากธีน่าช้าๆในใจ เพราะการสร้างสถานะให้ตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ตัวผมเลือกที่จะปฏิบัติตัวให้เหมือนกับคนรับใช้ของทั้งคู่ เป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ได้มีตำแหน่งและไม่มีความสำคัญอะไร โดยเฉพาะกับสถานที่ที่มีคนเยอะๆยิ่งต้องระวังการวางตัวมากเป็นพิเศษ สำหรับครั้งนี้ที่ผมไม่สนใจความคิดเหล่านั้นเป็นเพราะต้องการสร้างความทรงจำดีๆให้กับทั้งคู่สักครั้งก่อนที่ผมจะไป

“แค่อยากทำเฉยๆ ไม่ได้เหรอ?”

“ได้สิ! จะทำอีกเยอะๆเลยก็ได้นะ” เด็กหญิงพูดอย่างกระตือรือร้น ดังนั้นพอทานอาหารเสร็จมือข้างหนึ่งของผมจึงถูกยึดไปในทันที ผมหันมองแอนที่เดินตามออกมาจากร้านอาหารแล้วยื่นมือออกไป เหมือนมีช่องว่างเวลาจากการชะงักครู่หนึ่งก่อนที่มือที่ว่างนั้นจะได้รับการกอบกุมกลับมา

“ไปซื้อของกันเถอะ!” แอนธีน่ายิ้มปริ่มไม่คิดจะปิดความดีใจสักนิด เธอดึงมือพี่ชายคนรองและตรงไปที่ตลาดฝั่งเครื่องประดับอย่างไม่รีรอ

เด็กชายและเด็กหญิงเดินผ่านร้านค้าไปค่อนครึ่งตลาด แต่ก็ไม่มีของชิ้นไหนทำให้พวกเขาสนใจได้เลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งได้พบกับร้านๆหนึ่งที่ตั้งแผงลอยอย่างเรียบง่าย และไม่ค่อยมีคนเข้าดูสักเท่าไหร่ ฝีเท้าของทั้งสามคู่ก็หยุดชะงักแทบจะพร้อมๆกัน

เครื่องประดับผม ตุ้มหู แหวน กำไล สร้อยคอ สร้อยข้อมือ สร้อยข้อเท้า ทุกอย่างทำจากวัสดุเพียงสองสิ่งคือไม้และทองวางใกล้กัน ราวกับจะเปรียบเทียบ ค่าของมันให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ความประณีตที่แสดงผ่านสินค้าแต่ละชิ้นไม่ว่าจะทำจากวัสดุอะไรกลับทำให้มันดูมีค่าเท่าเทียมกันอย่างประหลาด

แอนเธียที่คิดบางอย่างในใจก้าวเข้าไปหาร้านนั้นโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งสัมผัสถึงการดึงรั้งจากสองมือของคนที่ไม่ได้ขยับตาม เขาหันมองซ้ายทีขวาทีก่อนจะพูดออกมา “ขอโทษ เมื่อกี้เผลอไป”

แอนโธเซ่มองน้องชายแล้วมองเลยไปก่อนจะก้าวนำและดึงมือให้ตามกันไปทอดๆ ไม่สนใจคำขอบคุณแว่วๆที่ลอยมาให้ได้ยิน

“แอนกับธีน่ามีชิ้นไหนที่อยากได้ไหม" ผมเกริ่นออกมาเมื่อประเมินความเหมาะสมของสินค้าทั้งหมดภายในร้าน ไม่ว่าจะชิ้นไหนก็นับว่ามีมูลค่าไม่น้อย แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงราคาของเงิน แต่หมายถึงมูลค่าทางจิตใจที่ผู้สร้างทุ่มเทสร้างมันขึ้นมา มันมีค่าเทียบเท่าผู้รับใช้ที่เขาสร้างเลยด้วยซ้ำ

“หืม เธียจะซือให้เหรอ” แอนธีน่าละสายตาจากเครื่องประดับต่างๆถามยิ้มๆ

“ใช่ ถ้ามีของชิ้นไหนที่ทั้งคู่ชอบ ผมสามารถปรับให้มันนกลายเป็นภาชนะสำหรับการใส่ผู้รับใช้ได้นะ ถ้ามีภาชนะก็ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ แค่พกเครื่องประดับสักชิ้นติดตัวและเรียกชื่อพวกเขาก็สามารถทำให้ปรากฏตัวขึ้นได้แล้วล่ะ” ผมอธิบายง่ายๆก่อนจะหันไปหาชายที่เจ้าของร้านเพื่อพูคุยบางอย่างสักสองสามคำ

“เรื่องแบบนั้นเป็นไปได้ด้วยเหรอ” แอนธีน่ามองพี่ชายคนรองที่ไม่เปิดโอกาสให้เธออุทานใส่หันไปหาพี่ชายคนโตอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แม้เธอจะไม่ชำนาญกับเวทย์มนต์แต่ก็มีความรู้พื้นฐานจากการเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนชั้นต้นอยู่ไม่น้อย

เวทย์มนต์คือหนึ่งในพรที่พระผู้เป็นเจ้าแห่งการกำเนิดมอบให้ หากต้องการใช้จะต้องอาศัยพิธีกรรมที่เรียกว่าคำร่ายที่สื่อถึงการยอมรับในพร เป็นความสามารถเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่สามารถใช้แทนกันได้โดยเด็ดขาด เธอพอจะเข้าใจกับสถานะของเธียที่ถูกเรียกว่า ผู้สร้างที่สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆที่อำนวยความสะดวกในการใช้เวทย์มนต์ให้ดีขึ้นรวมไปถึงการสร้างผู้รับใช้ที่กำลังเป็นที่นิยมในเมืองหลวงได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการตัดคำร่ายจะใช้เวทย์มนต์ได้เลยสักนิด แต่ แต่ ถ้าเธียเป็นคนพูดออกมาก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมนะ?

แอนโธเซ่นิ่งคิดไปครู่หนึ่งเพราะสิ่งที่เรียนรู้มากำลังตีกันในหัวไม่ต่างจากแอนธีน่า สุดท้ายแล้วก็เอ่ยสิ่งที่น่าจะเป็นคำตอบของความคิดได้ดีที่สุดว่า “ถ้าอยากรู้ก็เลือกซื้ออะไรสักชิ้นเถอะ”

 



--------------------------------------------------------------------------------------------------


อืม เดือนละตอนละค่ะ ฟีลบลูพยายามเข้าาาา

จะสอบอีกแล้วอ่ะ ฮื้อออออออ เพิ่งสอบกลางภาคไป คะแนนตกมีนอ่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

แบบว่าเพิ่มเนื้อหาตอนที่ ๑ ไปนิดนึงนะคะ อย่าลืมไปอ่านนะคะ เรื่องช่วงนี้ความวายยังไม่ออก เรื่องยังไหลไปเรื่อยๆเพื่อเตรียมพร้อม(?)ให้กับน้องก่อนค่ะ ติชมได้ ให้กำลังใจได้ ขอบคุณที่สนใจน้องค่ะ _ _)"


0 ความคิดเห็น