แอนเธีย เลนาดัส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    15

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มิ.ย. 61


-  ๐  -


ท่ามกลางความรื่นเริงในงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของพี่ชายคนโต แอนโธเซ่ โอเลทอส ผมที่เป็นน้องชายคนรองก็เลือกที่จะหาที่หลบมุมนั่งดื่มด่ำกับของหวานอยู่เงียบๆพร้อมกับน้องสาวฝาแฝดที่นั่งอยู่ข้างๆ แอนธีน่า โอเลทอส

“ธีน่า ไม่ไปหาเพื่อนๆจะดีเหรอ” ผมถามพลางเอื้อมมือไปปาดเนื้อครีมสีขาวจากปากเล็กน่าเอ็นดูนั่นเข้าปาก แต่พอรับรสได้ถึงความหวานผมก็ได้แต่เม้มปากเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าทำตัวเสียมารยาทไป แม้ความจริงผมกับธีน่าจะอายุ ๗ ปีเท่ากัน แต่อย่างไรเสียเธอก็เป็นเด็กผู้หญิงที่คนทั้งงานจับตามองในฐานะที่เป็นน้องสาวคนเดียวของแอนโธเซ่ โอเลทอส ที่เป็นพระเอกงานต่างจากผม

“ธีน่าอยากอยู่กับเธียมากกว่า” ธีน่าส่ายหน้าเบาๆบอกกับผมด้วยท่าทางเป็นผู้ใหญ่แต่ในดวงตาสีม่วงสดใสนั่นกลับมีความดื้อรั้นประกายอยู่ ผมยิ้มเอ็นดูและลูบเรือนผมนุ่มอย่างรักใคร่ แต่ก็ชะงักอีกหนกับความเคยชินของตัวเอง

“ทำไมถึงทำท่าทางแบบนี้อีกแล้วล่ะ” แอนธีน่าหันมามองคิ้วขมวด ตั้งแต่เข้างานเลี้ยงมาพร้อมกับแอนเธอก็เห็นเธียทำตัวแปลกๆเหมือนกับกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่ แอนก็คงจะรู้อะไรจึงให้เธอเข้ามาอยู่กับเธียได้ตลอดทั้งงานพร้อมกับกำชับว่าไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น “ตอนเข้างานก็ด้วย ทำไมถึงทิ้งธีน่ากับแอนล่ะ”

ผมค่อยๆลดมือลงจากศีรษะทุยม้วนปลายผมสีเงินของน้องสาวให้เธอกับผมได้เห็นแล้วออกปากอธิบายสั้นๆอย่างยอมแพ้ “เพราะพี่จะทำให้ภาพลักษณ์ของแอนกับธีน่าเสียไง”

แอนโธเซ่กับแอนธีน่าทั้งคู่มีดวงตาสีม่วงและผมสีเงิน บุคลิกท่าทางการวางตัวและเค้าไอความเป็นชนชั้นผู้ปกครองล้วนได้จากบิดามาแทบทั้งสิ้น ส่วนตัวผมมีดวงตาสีชมพูเข้มเช่นเดียวกับมารดาและผมสีดำสนิทจากท่านย่าแถมยังไม่ให้ความรู้สึกใดๆนอกจากการเป็นคนธรรมดาอีกต่างหาก ดังนั้นเวลาที่อยู่ด้วยกันสามคนในที่สาธารณะผมจะยืนเยื้องไปด้านหลังและแสดงความนอบน้อมออกมาอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่ในสายตาของคนนอกจะเข้าใจว่าผมเป็นข้ารับใช้ธรรมดาคนหนึ่ง

“ใครทำให้เธีย

“หืม” ผมส่งเสียงออกมาเพราะได้ยินคำพูด

ของธีน่าไม่ชัด พอได้มองน้องสาวที่ทำหน้าตาน่ากลัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ก็ได้แต่กระตุกยิ้มปากก่อนจะโยกหัวธีน่าให้หลุดจากความอาฆาตแปลกๆ “อย่าทำหน้าตาแบบนั้นสิ พี่กลัวนะ”

!” แอนธีน่าเบิกตากว้างอย่างตกใจ มือทั้งสองข้างยกขึ้นแนบแก้มใบหน้าแหยเกจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ

“เอ้าๆ กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วน่า อย่าร้องไห้เลยนะ” ผมลูบหัวธีน่าเบาๆอีกครั้งและขยับตัวเข้าไปใกล้จนไหล่ชิดกัน ในตอนที่กำลังจะให้พิงไหล่เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น

“แกทำอะไรกับท่านธีน่า!” ต่อให้ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดแต่ผมก็ตวัดสายตาใส่อย่างไม่เกรงกลัว คนที่เรียกแอนธีน่าว่า ธีน่ามีแค่คนในครอบครัวและคนรักของเธอในอนาคตที่ผมยอมรับเท่านั้น นอกจากนั้นไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์

พอได้เห็นการสะดุ้งของคนที่กล้าเรียกธีน่าอย่างสนิทสนมผมจึงแอบผ่อนลมหายใจและปรับพื้นอารมณ์ การทำตัวให้เหมือนทุกครั้ง

ผมผุดลุกขึ้นเอาตัวบังให้ธีน่าเซ็ดน้ำตาแล้วมองการวางท่าใหญ่โตตรงหน้าทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าของคฤหาสน์ แม้จะไม่ชอบใจแต่ผมก็โค้งตัวลงทักทายและสิ่งที่ได้ตอบกลับมาเป็นสายตาเหยียดหยาม

“ท่านชายคาร์เลส ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอคะ” น้ำเสียงราบเรียบของธีน่าดังขึ้นพร้อมกับดึงชายเสื้อของผมเบาๆ ดังนั้นผมจึงถอยไปข้างๆ

คาร์เลสค้อมตัวทักทายอย่างไว้ตัว ในขณะที่ธีน่าย่อกายลงอย่างสง่างามผมไม่รู้จักท่านชายคนนี้หรอกนะ แต่ถ้าน้องรู้จักก็แล้วไป ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงทักกลับของธีน่าสำหรับคนในครอบครัวมันฟังดูไม่ยากเลยว่าความสัมพันธ์ที่มีให้กันไม่ดีเท่าไหร่

“ข้าเพียงเห็นว่าข้ารับใช้คนนี้ทำตัวไม่เหมาะสม ถ้าหากปล่อยไว้อาจจะเสื่อมเสียชื่อเสียงของท่านได้” คาร์เลสตอบกลับอย่างกระตือรือร้น ฉีกยิ้มอย่างเอาอกเอาใจ ในตอนนี้ผมได้แต่อยากเข้าไปตบบ่าแล้วพูดว่า นายพลาดแล้วล่ะ แต่ช่างเถอะ ปล่อยไว้แบบนี้แล้วค่อยไปหักหน้าทีหลังสะใจกว่าเยอะเลย

“เธียไม่ใช่คนรับใช้นะ เธียเป็นพี่ชายต่างหาก!” ธีน่าปฏิเสธเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง คนรับใช้ที่คอยรักษาความเรียบร้อยก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบแต่ในแววตานั้นมีความไม่พอใจเฉยชัดจนผมต้องส่งยิ้มปรามและเอ่ยจัดการสถานการณ์ก่อนจะเรื่องมันจะบานปลาย

“ท่านแอนธีน่าครับ สิ่งที่ท่านคาร์เลสพูดก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะครับ ขอบคุณท่านคาร์เลสที่เตือน หลังจากนี้ผมจะสำนึกตัวเองให้ดีขอตัวนะครับ” ผมโค้งและยิ้มตอบใบหน้าที่หยิ่งผยองนั่นก่อนจะหันไปหาธีน่าโดยไม่ลืมขยิบตาให้ก่อนจะเดินออกมา

ผมไม่ได้ทิ้งน้องหรอกนะ อย่างไรธีน่าก็สามารถเดินออกมาได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ต่อให้มีปัญหาอะไรข้ารับใช้ที่เดินสวนไปก็คงช่วยเปิดโอกาสให้ได้อย่างสบายๆ ผมเดินทอดน่องออกจากงานไปที่ห้องตัวเองพลางคลายปมเนคไทบนคอและปลดกระดุมเม็ดบนสุด แต่แสงจันทร์ที่ส่องแสงมาทางหน้าต่างก็หยุดให้ผมยืนอยู่กับที่และสูดลมหายใจลึกเพื่อจดจำบรรยากาศความเงียบสงบกับความมืดสลัวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ บ้าน ก่อนที่ตัวตนของผมในฐานะของ แอนเธีย โอเลทอส จะเลือนหายไป

 

 

 

 

 

 

0 ความคิดเห็น