[SHINee] All about short fiction ☆☆☆☆☆

ตอนที่ 3 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ก.ย. 56

Satan’s whisper - circle





PS : บอกไว้เลยนะคะว่าอาจจะคล้ายการ์ตูนเรื่อง kuroxsuji หรือแบล็คบัทเลอร์ อย่างไรก็แล้วแต่ เพราะเรื่องนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนคะ




สิ่งประดิษฐ์ทรงกลมโปรงใสที่กอรปสร้างด้วยวัสดุใสโปร่งนามว่าแก้วซึ่งภายในบรรจุ นาฬิกาทรายขนาดเล็ก ทรายสีทองไหลวนกลับอีกด้านหลังจากนิ้วเล็กๆนั้นจิ้มอีกด้านให้หมุนวนไปสาม ร้อยหกสิบองศา มันนิ่งและไหลเป็นสายดังของเหลวแต่กลับหนักแน่นเพราะเป็นเม็ดสวยให้เราได้ มองตาม

ตากลมมองเพลิน...แลดูเหม่อลอยไร้ความคิดใดๆ

สามวันก่อนเจ้าตัวพึ่งไปอัดเพลงเพื่อใช้เป็นหนึ่งในเพลงประกอบอัลบั้มแรกของชีวิต...ที่ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ทำ

มัน คือสิ่งที่เค้าอยากได้..จริงๆ... ชื่อเสียงและหลายสิ่งที่ควรจะเป็น สาเหตุเหล่านี้มันเป็นเพราะอำนาจของซาตานที่ตนเรียกมา...ดังนั้นหรือ
ความ คิดเคลือบแคลงใจ...หากแต่ไซร้ก็ผุดขึ้นว่า ไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ที่ตนเคยมีไม่ใช่หรือที่เป็นตัวผลักดันตน...เพราะเป็นคน เชื่อมั่นในตัวเองสูง ถึงแม้ว่าจะเคยสิ้นหวัง...แต่ความมั่นใจในตัวเองมันมากเกินไป

แล้วถูกแล้วหรือที่ฉันต้องยอมซาตานจนถึงตอนนี้...แล้วสุดท้ายไม่รู้ว่าเราต้องเจออะไร...เหตุใดต้องตกอยู่ใต้อาณัติของผู้อื่น

รอยยิ้มร้ายๆผุดพรายจากหน้าหวาน...ไม่ต่างกับอีกคนที่เฝ้ามองร่างบางไม่ห่าง แต่หากเจ้าตัวมิได้ล่วงรู้

ไม่รู้เลยซักอย่าง...ไม่รู้ซักนิดว่าความคิดร้ายๆก็คืออาหารอันโอชะของเหล่าซาตานผู้กลืนกินตันหา ราคะ และความชั่วร้ายดังอาหารหลัก...
มันยิ่งทำให้เขาแข็งแกร่ง…ก็เพราะมนุษย์ชอบเป็นแบบนี้…เป็นสิ่งที่ไม่รู้จักคำว่าเพียงพอและพอดี


แทมินประเมินค่าเค้าต่ำเกินไป...



.



...เหนื่อยแล้วหรือครับ ข้าบอกแล้วให้พักบ้าง...

ร่างบางที่เผลอไผลหลับไปบนโต๊ะทำงานของตนเปิดเปลือกตามองคนตรงหน้าด้วยความล้าหลังจากใช้เวลาเป็นสิบชั่วโมงในการนั่งแต่งเพลง
เจ้า ตัวนั่งลงด้านข้างคนตัวบางแล้วกอบกุมมือเล็กนั้นขึ้นมาประทับรอยจูบลงบนมือ เล็กๆนั้น...จากแต่ก่อนที่เคยประหวั่นจนต้องชักมือออก แต่บัดนี้กลับปล่อยละเลยเผลอไผลให้ซาตานตนนี้ล่วงเกินตน...ตั้งแต่เมื่อไร กัน

“ฮึๆ คิดสิ่งใดไม่ทราบครับเจ้านายที่รัก”

“ไหนบอกว่าอ่านใจฉันได้ทุกอย่าง?”

“ฮึๆ...บางครั้งท่านก็ทำให้ข้าเขาหาได้ยากนัก” หน้าคมยกขึ้นแล้วเลื่อนไปจุมพิตที่ขมับพร้อมกระซิบ

“เพราะบางครั้งใจท่านก็ซับซ้อนเกินซาตานอย่างข้าจะเข้าถึง”

กดหน้าลงข้างแก้มอย่างหลงใหล...อ๊า! ข้าชอบใจจริงๆ

“พ..หย..หยุดลวนลามฉันซักที”

มือบางยกผลักอย่างรำคาญใจ ปล่อยให้ซาตานหัวเราะน้อยๆชอบใจอยู่แบบนั้น

“ออกไปเดินเล่นบ้างเถอะครับ จะได้ปลอดโปร่ง ทำงานมานานแล้ว...หักโหมมากไม่ดีต่อร่างกายนะ”

“ไม่เอาดีกว่า...ฉันอยากนั่งพักแปปเดียวก็พอ”

“แทมินครับ” ซาตานยืนพูดเสียงเรียบก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่ร่นถอยชิดพนักพิงแล้ว

“เข้ามาใกล้ทำไมนักหนา..เล่า”

“อยากโดนผมบังคับนักหรือครับ?”

“หา!?!”

“จะลุกไปดีๆหรืออยากจะนั่งอยู่นี้ โดยที่ผมช่วยผ่อนคลาย...ฮืม”

ได้ยินแค่นั้นแทมินถึงกับหน้าซีดเผือด

“ห..เห ฉันไปแล้ว ไม่ต้องมาใกล้เลยนะเจ้าซาตานบ้า!” มือเล็กๆผลักอกจนซาตานต้องถอยร่นอย่างชอบใจ ก่อนที่ร่างเล็กจะลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกไปอย่างขัดใจเป็นที่สุด

...เจ้าซาตานลามก...

...ก็เฉพาะคนที่ข้าหลงใหลเท่านั้นและ...


“ไอ้บ้า!” หันมาว่าก่อนจะเดินเร็วๆออกไป

ไม่ต้องดูก็รู้ว่าหน้าคงแดงหน้าดู

...หน้าสนใจจริงๆ...



.







ช่วงบายของวันต่อมา แทมินต้องไปเล่น Special stage ต้อนรับวันปีใหม่ที่รายการเพลงชื่อดังแห่งหนึ่ง มันต้องอัดก่อนจากนั้นจึงจะเริ่มการถ่ายทอด...

เขามาถึงช่องก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อยพร้อม...

ซาตาน…ที่แอบอ้างตนเป็นผู้จัดการส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อย

แทมินแต่งตัวมาดูดีอยู่แล้ว แต่เพื่อคอนเซปรายการเจ้าตัวจึงต้องมาเปลี่ยนชุดใหม่...เป็นสีที่เขาไม่ชอบ

“สีชมพูหรอ”

แทมินร้องออกมาหลังจากเห็นเสื้อสเว็ตเตอร์ตัวในเป็น...สีชมพู

“ทำไมต้องสีชมพู” เจ้าตัวร้องถามสไตลิสต์ที่ยกเอาชุดมาให้ทีห้องพัก...

ก็ลืมบอกไปว่าเจ้าตัวถึงแม้หน้าตาจะงามราวนางฟ้าเทวดา...นิสัยก็ยังเทวดาเช่นกัน

“ผมไม่ชอบ! นี้คุณไม่รู้รึไง ทำไมไม่มีเซนต์เอาซะเลย”

“ค...คุณแทมินค่ะ คอนเซฟงานเป็นสีสันสดใส พี่คิดว่ามันเหมาะกับคุณดีก็เลย...”

“ไม่เอา! ผมไม่ชอบ ผมจะเปลี่ยน!”

“ได้ค่ะได้....คุณแทมินชอบสีอะไรเดี๋ยวพี่จะไปเปลี่ยน...”

“ไม่เอา...ผมจะใส่ชุดของผมนี้และ” ไร้ซึ่งสีสันใดๆเลยนอกจากสีเทากะขาว

“แต่คุณแทมินค่ะ”

“อย่ามา...”

“เดี๋ยว สิครับแทมิน ผมว่าเรามาคุยกันก่อนดีกว่านะ...คุณสไตลิสสุดสวยผมขอรบกวนเพียงเท่านี้นะ ครับ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเองครับ” เจ้าตัวรับเสื้อผ้าของแทมินมาก่อนจะเชิญให้คนตรงหน้าออกจากประตู

ชเว มินโฮสุดหล่อยื่นมือเข้าไปแตะไหล่ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร…เกินไป แทมินเห็นว่าพี่สไตลิสหน้าแดง ก็เลยยิ่งไม่พอใจหนัก เจ้าตัวเบ้หน้าอย่างไม่รู้ตัว

เสียงปิดประตูผ่านไปซักพักก่อนที่ทั้งห้องจะเงียบ และซาตานสุดหล่อจะหันมามองร่างบางตรงหน้าพร้อมเอื้อมมือมาจับแก้มแต่โดนปัด

“หึงหรือ?”

“พูดบ้าอะไรของนายกันเจ้าซาตานบ้า!”

ก่อนจะเดินหนีไปนั่งหลบที่มุมโซฟามุมหนึ่งของห้องพักที่มีเพียงเขาและมินโฮอยู่กันสองคน

“เจ้านายของข้าทำไมไม่มีเหตุผลแบบนี้ละครับ...งานก็คืองานนะ”

“เหตุผลคือฉันไม่ชอบ! ...เข้าใจไหม”

“ไม่เข้าใจ”

...กวนประสาท...

“ฮึๆ แทมินอย่าทำตัวแบบนี้สิครับ เดียวใครๆก็ไม่รักนะ”

“ก็ช่างเขาสิ...ฉันไม่ต้องการ...ไหนบอกว่าทำให้ฉันได้ทุกอย่าง แค่เรื่องแบบนี้ก็ทำไม่ได้...ไหนบอกจะตามใจฉันทุกอย่าง..”
ซาตานถึงกับถอนหายใจ

“ทำไมเป็นเด็กไม่น่ารักเอาเสียเลย”

“ชเวมินโฮ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ!”

“โถ่! อย่าว่าโง้นงี้เลยนะครับ...แทมินเข้าใจหน่อยได้ไหมว่าเรื่องแบบนี้ควรจะ ตัดสินใจและทำเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ใจแบบนี้...ที่ผมทำก็เพราะหวังดี”

“หวัง ดีอะไร...ฉันรู้หรอกนะ คนอย่างนายนะ...ไม่ใช่สิซาตานไม่เคยหวังดีหรอก...นายมันก็หวังผลตอบแทนอยู่ แล้วนิ...อย่ามาทำเป็นคนดี โอะ โอ้ย! มินโฮ ฉันเจ็บนะ”

มินโฮผลักร่างเล็กลงบนลานโซฟาอย่างไวก่อนจะขึ้นคร่อมใช้มือบีบเข้าที่ข้อมือบางจนเจ้าตัวทำหน้าเหยเก

“อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลยครับ!...เจ้านาย” พูดเสียงเย็นสะท้านไปถึงใจของคนฟัง

“มินโฮ..นี้คิดจะทำอะไร”

“ถ้าไม่อยากให้ผมทำอะไรก็หัดฟังกันบ้าง...อย่าหัดแต่เอาแต่ใจนัก”

“มินโฮ!”

“ถ้าไม่หัดฟังคนอื่นบ้างผมก็จะลงโทษท่าน...หรืออยากโดนลงโทษ...ผมก็ไม่ขัดขืนนะ”

“เจ้าซาตานบ้า ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่ฟังใครทั้งนั้นและ ไอ้บ้า ไอ้ซาตานลามก ไอ้หื่นกาม!”

“ผมก็มีขีดจำกัดความอดทนเหมือนกับมนุษย์ทั่วไปนะครับ แทมิน”

“ฉันไม่สน ไอ้ซาตานเฮงซวย ปล่อยฉัน!!!”

เสียง เล็กตะโกนลั่นห้อง แล้วก็เป็นดังความเงียบโดยฉับพลันเสมือนไม่ได้ยินเสียงใดเลยรอบตัว แล้วอยู่ดีๆเสียงเย็นของคนด้านบนก็เอ่ยขึ้นมาจนทำให้คนฟังขนลุกอย่างไม่เคย เป็นมาก่อน ตากลมเบิกกว้างก่อนจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองขยับไม่ได้





“ไม่อยากจะทำให้ท่านต้องเจ็บปวดเยี่ยงนี้เลย”

มือเรียวละออกมาจากข้อมือก่อนจะลูบไล้ไปบนดวงหน้าแล้วเลื้อยลงมา

“แต่ผมโกรธ...ไม่พอใจในคำพูดของท่านเลย...ทำไมไม่ยอมเข้าใจอะไรเลยละครับ”

ร่าง บางเริ่มประหวั่นหายใจไม่คล่องคอจนต้องเผยอปากรับอากาศเข้าคอให้ได้มากที่ สุด อึดอัดขึ้นเรื่อยๆราวกับโดนรัด ราวกับจะขาดใจตาย มือบางพยายามดัน แต่แม้แต่จะออกแรงกำมือยังทำได้ลำบาก

“อย่าพยายามขัดขืนเลยครับ ท่านทำไม่ได้หรอก” มือเรียวไล้ไปเรื่อยๆจนถึงเรียวขาอ่อน บีบเน้นๆลงที่เนื้อขาตรงนั้นทั้งห้านิ้วผ่านผ้ากางเกงสกินนี่มันรัดรูปอยู่ แล้ว ก่อนจะจงใจเลื่อนเข้าไปด้านใน

เสียงหวานครางผ่านลำคออย่างไม่รู้ตน ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดร้องห้าม

“อย่า!”

แต่ก็ยากเหลือเกิน...

ปาก อิ่มฉีกยิ้มอย่างได้ใจก่อนจะเผยอปากกดจูบลงปลายคางมน แล้วเลื่อนจูบไปเรื่อยตามสันกรามของร่างบาง ก่อนอีกมือยะยกขึ้นลูบไล้ร่างไปเรื่อยผ่านเนื้อผ้าบาง

“อ่า...ร่างกายท่านช่างไวต่อสัมผัส”

“ชเว...มิ น ...โฮ ได้โปรด...หยุด” ก่อนมือเล็กจะเลื่อนไปจับมือข้างหนึ่งของมินโฮที่อยู่เหนืออกเค้าก็ร้องห้าม จนไม่เป็นภาษา หน้าหวานหลับตาแน่นด้วยความกลัวเมื่อรู้สึกถึงสัมผัส

“ท่านต้องรับปากก่อนว่าจะลดความเอาแต่ใจ”

“อ่า...อืม” ครางออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจเมื่อมือนั้นกดเข้าบางจุดจนเจ้าตัวรู้สึก

“พูดสิครับ” เสียงทุ้มเรื่อข้างๆหู กระซิบเสียงพร่าช้าๆ ก่อนจะดูดดึงเนื้อคอขาวด้านในจนแทมินต้องเอียงคอหนี

“อ..รับ..รับปาก ...ฉันยอม อ๊ะ! ยอมแล้ว”

…จะไม่ไหวแล้วนะ...อ๊ะ!

“แล้วก็ยอมใส่ชุดนี้ใช่ไหมครับ...เจ้านายของผม...ฮืม?”

ร่างบางได้แต่ยอมจำนอนรับปากทำตามแม้เขาอยากจะปฏิเสธเสียเหลือเกิน แต่ทำไม่ได้

“เข้าใจแล้ว...พอ...หยุดเสียที”

...เขาอึดอัด...

ตากลมที่เรื่อไปด้วยหยาดน้ำค่อยๆปรือตาขึ้นมองดูคนตรงหน้าที่ฉีกยิ้มอย่างที่มินโฮชอบทำ แต่ยิ่งเห็นเขายิ่งเกลียด

“ฮึๆ โอเคครับ”

แล้ว ความรู้สึกอึดอัดที่รุกเร้าเมื่อย่ำแรกก็มลายหายไปฉับพลัน อกบางกระตุกก่อนจะหอบหายใจแรงๆ และเหมือนไม่มีแรงจะทำสิ่งใดต่อไปได้อีกเลย

...เขาเพิ่งเคยโดนบังคับด้วยวิธีแบบนี้...

หัวใจประหวั่นกลัวจนไม่อาจต้านทาน หอบเอาอากาศเข้าร่างกายอย่างรวดเร็วและถี่กระชั้น

...นี้มินโฮจะฆ่าเขารึไง...

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ...ก็เพียงแค่ หายใจยากนิดหน่อย ฮึๆ...”

“คราว หน้าคราวหลังก็คิดก่อนพูดบ้างนะครับ ถึงแม้ผมจะลวนลามคุณจริงๆก็ตาม ฮึฮึ” ยิ้มหวานๆนั้นผุดพรายก่อนก้มหน้าแนบจูบลงบนกลีบปากล่างแล้วขบเล่นอย่างชอบใจ

“อย่าคิดว่าคุณคิดอะไรแล้วผมจะไม่รู้นะครับ เจ้านายที่รัก”


ฉับพลันสิ้นเสียง ร่างบางก็ทำได้เพียงหลับตาแน่นรับสัมผัสนิ่มจากปากอิ่มอย่างมิอาจขัดขืน



.





หลังจากเลิกงานแสดง เจ้าตัวก็ขอตัวกลับทันที และทำเป็นไม่สนใจและเมินอีกคนอย่างเห็นได้ชัด

ตอน นี้เค้าไม่พอใจอย่างมาก แม้แต่หน้าก็ไม่อยากเห็น...คนๆนี้ที่ทำกับเขาได้ขนาดนั้น บังคับกันชัดๆ ทำแบบนั้น มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆซักนิด

ร่างบางเดินห่างนำหน้าผู้จัดการส่วนตัวออกไปอย่างจงใจ มินโฮเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มแต่สายตาก็ยังจับจ้องไม่ห่าง

...ไม่เคยคลาดสายตา...

แต่เจ้าตัวอยู่ดีๆกลับโดนชนเข้าด้านข้างอย่างจังจนเจ้าตัวต้องหันไปสนใจ...


แล้วร่างบางก็หายไป


เจ้า ตัวรีบเดินหา ก็ไม่เจอ ส่งกระแสจิตติดตาม กลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก...เดี๋ยวนี้ร่างบางดูจะต่อต้านเขาขึ้นเรื่อยๆ และดูจะถี่เกินไปจนเขาไม่สามารถเจาะเข้าไปอ่านใจได้ จึงใช้วิธีที่ได้เรียนรู้มาคือโทรตาม....แต่ก็ไม่ติด จึงเดินไปดูที่รถก็ไม่เจอ...
เจ้าตัวร้อนใจ

...นี้อีแทมินจะเล่นอะไรกับเขากันแน่...


.



“ขอบใจนะที่ให้ฉันขึ้นรถมา” ร่างบางหันมาขอบคุณก่อนนั่งนิ่งๆอยู่ในรถสปอร์ตสีแดงคนหรูที่ตอนนี้เตรียมตัวแล่นออก

“ไม่เป็นไรครับ...ผมยินดีที่ได้เป็นสารถีให้กับนักเปียโนชื่อดังแบบคุณ” เจ้าตัวยิ้มหวานก่อนจะเหลือบมองคนข้างๆด้วยสายตาที่แสดงความรู้สึกมากเกิน ไป..แต่แทมินพยายามไม่ใส่ใจ

“ว่าแต่จะไปไหนละครับ?”

“ไปไหนก็ได้ ถ้าคุณจะกรุณา ตอนนี้ผมยังไม่อยากกลับบ้าน”

...ไม่อยากไปเจอใครบางคน...ที่น่า...ขัดใจ

“อ่า...งั้น ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่านะครับ ผมรู้จักร้านหม้อไฟอร่อยๆแถวนี้ เพื่อนผมมันเป็นเจ้าของด้วย... ตอนนี้ก็หนาวแล้วด้วย...”
ตาเรียวเหลือบมองคนด้านข้างที่ดูเหมือนจะไม่สนใจเขาเท่าใดนัก

ดูจากอาการ...นั่งเหม่อมองหิมะที่ตกอยู่ด้านนอก...สงสัยมีเรื่องหนักใจ

...หน้านั้นที่เหม่อลอยไปไกลกำลังคิดอะไรอยู่นะ...

เมื่อ มาถึงร้านพร้อมกับลมหายใจที่ฟุ้งกระจายปะทะอากาศเป็นไอควัน คนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนใหม่ที่มีผ้าพันคอสีแดงพันคออยู่นั้นเห็นคนข้างๆเอา หน้าซุกเสื้อโค๊ทสีเทาคอเต่าอย่างหน้าเอ็นดู มือเล็กซุกลงในกระเป๋าอย่างเร็ว

มือป้อมจึงหยิบจับผ้าพันคอออกจากคอ แล้วพันให้เพื่อนใหม่โดยไม่ได้บอกก่อน...แทมินหันไปมองอย่างตกใจ

“พันไว้เถอะครับ วันนี้อากาศมันเย็นมาก...รีบเข้าข้างในเถอะ”

ปล่อยให้คอตัวเองที่เสื้อโค๊ทไร้สันคอนั้นปะทะลมหนาวเต็มๆ ก่อนจะวิ่งโวยวายเข้าไปอย่างไว...จนแทมินก็ยังพูดอะไรไม่ทัน

“อ๊า~!!! จงฮยอน วันนี้สองที่ มันหนาวค๊อตตต!!!” เจ้าของเสียงใสเดินเร็วๆเข้าไปพร้อมตะโดนสั่งเคาเตอร์ตรงหน้าที่มีคนร่างหนา ไปด้วยเสื้อกันหนาว แต่ตัว”เล็ก”กว่าเขา...แล้วเดินตามเพื่อนใหม่ไป

...อ่า...ไม่เคยเข้ามาก่อนเลยแฮะ

บรรยากาศ แปลกๆสำหรับแทมินผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกมากินอาหารนอกบ้าน แถมร้านอาหารที่มีสไตล์ไม่ค่อยหรูมากนัก โต๊ะที่ต่อเป็นแถวมีเก้าอี้เรียงรายเยอะแยะมากมายก็ยิ่งเป็นที่แปลกตาต่อเขา อีก...ที่เคยไปกินก็มีแต่ห้องส่วนตัวเท่านั้นอะ

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ ผมคิมจงฮยอนเจ้าของร้านอาหาร...คุณอีแทมิน”

“อ่า...คุณรู้จักผมได้ไง”

“คุณ ออกจะดังขนาดนี้ทำไมผมจะไม่รู้จัก...แต่ที่หน้าแปลกใจคือ...จินกิ..แกไปล่อ ลวงไรเขามาวะ” พูดกับเขาแต่ตอนท้ายกลับไปพูดกับอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เจ้าของชื่อทำหน้าทำมือบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น ก่อนจะยิ้มให้เขาอีกรอบ

“อ่า...คือจะยืนอยู่ตรงนี้หรอครับ” จนเจ้าตัวต้องถามออกไปหลังจากเงียบไปซักพัก

“อ๊ะ! ขอโทษครับ ผมจะพาไปห้องพิเศษเดี๋ยวนี้เลย แฮะๆ”

แทมินเดินตามเข้าไปช้าๆอย่างตื่นตากับบรรยากาศสถานที่ จนมาถึงห้องด้านในที่คล้ายกับห้องอาหารญี่ปุ่น มันค่อนข้างอบอุ่นทีเดียวเชียว

“เชิญ ครับ” แล้วทั้งสองก็นั่งลงข้างๆโดยที่อีแทมินนั่งด้านหนึ่งหันหน้าเข้าประตูแบบ ญี่ปุ่น จงฮยอนและจินกิสั่งอาหารก่อนจะหันมาหาแทมินที่ได้แต่ยิ้มให้บางๆแล้วส่าย หน้าว่าไม่สั่งอะไร

“กินเผ็ดได้ไหม?” จินกิถาม

“ได้สิ...แต่ก็ไม่มากนะ”

จินกิฉีกยิ้มให้ก่อนจะสั่งอาหารกับเด็กเสริฟ ก่อนทั้งสามจะนั่งอยู่ด้วยกันตามลำพัง

“อ่า...คือ จะไม่เล่าอะไรให้ฟังหน่อยหรอครับว่ามากับเจ้านักร้องหน้าโหดนี้ได้ยังไง”

จงฮยอนแทรกถามก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปยังต้นตอ...จินกิแยกเขี้ยวจะด่ากลับ แทมินมองอย่างงงๆ

“ก็ตอนหน้ามันนิ่งหน้าอย่างโหดอะครับ ฮ่าๆ”

มุก เพียวๆก็ได้สร้างรอยยิ้มน้อยๆให้กับหน้าหวานนี้ได้อย่างไม่อยากเย็น...เขา รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่หนีเที่ยวมาโดยไม่ได้บอกใคร...ไม่ได้บอกมินโ


มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเขาได้เป็นอิสระจากสายตาของอสูรร้ายนามว่าซาตาน...อย่างตอนนี้




.




“แล้วมากินกันอีกนะครับ”

รอยยิ้มฉีกกว้างให้กับคนด้านข้างที่ยิ้มให้พอเป็นพิธี แล้วมือเรียวก็ค่อยแกะผ้าพันคอนั้นออกแล้วยื่นไปให้คนตรงหน้า

“ขอบคุณนะครับ สำหรับสิ่งนี้...และวันนี้ และการเลี้ยงอาหารเย็น”

เพราะรีบหนีเกินไปเลยลืมกระเป๋าตังค์และทุกสิ่งไว้กับมินโฮ

“ผมดีใจนะครับที่ได้ร่วมโต๊ะอาหารเย็นกะคุณแทมินนะครับ อ่า...งานเทปพิเศษของเคบีเอสคุณก็ได้แสดงใช่ไหม?”

“ครับ...แล้วเจอกันนะครับคุณอนยู”

“แทมินเรียกผมว่าจินกิก็ได้...แต่คุณอายุน้อยกว่าผม เรียกผมว่าจินกิฮยองก็ได้นะครับ”

“อ่า...คือผม...”

“เราจะได้รู้สึกสนิทกันไง...ไม่ต้องเกรงใจผมนักหรอกนะครับ”

“อ่า..ก็ได้ครับ...จินกิฮยอง”

...ก็ตั้งแต่เข้าวงการมา ผมก็เพิ่งเคยมีเพื่อนก็วันนี้...

...แล้วเขาก็ใจดีจนผมวางใจ...


“ขอบคุณนะครับ พี่จินกิ”

รอยยิ้มเป็นมิตรนั้นส่งมาให้อีกรอบก่อนเจ้าตัวจะยื่นผ้าพันคอผืนเดิมมาให้

“พี่เอาให้นะ...ถือว่าเป็นของขวัญสำหรับมิตรภาพใหม่ของเรา”

...กับผ้าพันคอสีแดงที่เขารับมา...



.


เมื่อกลับเข้ามาต้องได้เห็นใครอีกคนยืนอยู่หน้าประตูห้องรับแขกของบ้าน


แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากมอง


เหตุใดเขาจึงรู้สึกไม่พอใจกับบุคคลตรงหน้านี้นักนะ

กลัวงั้นหรือ..ยอมรับว่า กลัว...และควรจะกลัว...แต่เขากลับไม่ได้กลัวจนต้องสั่นกลัวเหมือนกับผู้อื่นที่ได้เจอสิ่งมีชีวิตไร้วิญญาณ

เขาควรจะกลัวตายสิถึงจะถูก...แต่ใจกลับบอกว่าไม่...ไม่ใช่เรื่องนั้น...เขาไม่เข้าใจ

แต่รู้สึกว่าไม่อยากเจอและไม่อยากมอง

แม้แต่หน้าก็ไม่อยากมอง


“สนุกไหมครับหนีเที่ยว?”

ร่างบางได้ยินก็เดินไปอีกฝั่งไม่ตอบคำถาม...ตาคมเหลือบมองบางสิ่งในมือของร่างบางที่มันเด่นตา

...ผ้าพันคอสีแดงสด...

“เจ้านั้นให้มาหรอครับ”

แต่ เจ้าตัวก็ยังไม่หยุดเดิน และก็เหมือนจะเดินเร็วเข้าไปยังห้องๆหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด แทมินรีบเดินเข้าแล้วปิดประตูทันที แต่ลืมคิดไปรึไงว่าเขาไม่ใช่คน

ซาตานผุดยิ้มพรายหวาน..แต่เยียบเย็น

...เงียบให้ได้นานเถอะนะ ผู้อัญเชิญข้าจากขุมนรก...

...เจ้าคิดผิดที่ทำให้ข้านั้นไม่ชอบใจ...




.


ร่าง เล็กยืนพิงประตูเงียบ สีหน้างองั้มจนมันไม่น่าจะบูดบึ้งได้มากกว่านี้อีก ก่อนจะย่อตัวลงนั่งแล้วเอาหน้าซุกเข้าที่เขากอดผ้าพนคอสีแดงไว้แน่น...ใน ห้องไม่ได้มีเครื่องทำความร้อน มันเย็นเสียจนเขารู้สึกว่าสั่น

...แทมินรู้สึกอยากจะไล่ๆไอ้ซาตานบ้าๆนี้ออกไปไกลตัวเสียจริง...

รำคาญใจ ไม่พอใจ ที่สุด!


...หยุดยุ่งกะเขา...

...ไม่ได้หรอกเจ้านายของข้า...


เพียงกระพริบปริบตาเจ้าตัวก็พบหน้าของอีกคนที่อยู่ใกล้จนเขาต้องถดหนี

“ออกไปไกลๆฉันนะ!”

“วัน นี้แทมินเป็นอะไร ทำไมถึงทำตัวแบบนี้” ดวงตากลมนั้นแสร้งเศร้าสร้อย วอนออดอ้อน จ้องเข้าในตากลมใสที่แลดูไร้พิษภัยในตอนนี้ มันดูประหวั่น

“กลัวผมหรือ...ผมขอโทษที่วันนี้ผมทำไม่ดีกับแทมิน” นิ้วเรียวยกเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าออกไป

“ขอโทษจริงๆที่ทำให้ต้องรู้สึกไม่ดีแบบนั้น...แต่เพราะผมก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกเช่นกัน...ผมก็ทนฟังแทมินด่าทอไม่ไหวหรอกนะ”

ร่างบางนั่งฟังอย่างหวั่นไหว เขารู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ปริปาก

“เฮ้อ!...ทำตัวให้ผู้อื่นเป็นห่วงมันไม่ดีนะครับ ครั้งหน้าก็บอกกันก่อนบ้างว่าจะไปไหน...”

...ก็ตอนนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะหนีไปไหน ก็แค่หลบไปแล้วขอติดรถจินกิฮยองออกมาเพราะ...น้อยใจ

“ผมขอโทษที่รุนแรงกับแทมิน แต่ตอนนั้นผมห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ แต่อีกนัยหนึ่งผมก็ไม่อยากให้แทมินนิสัยไม่ดีกับคนอื่น มันไม่ดีต่อตัวแทมินเองรู้ไหม?”

ตอนแรกมินโฮก็เหมือนจะโกรธ กะว่าเข้ามาจะลงโทษเสียหน่อยที่นิ่งเฉยต่อเขาแบบนี้ แต่เมื่อเห็นเจ้าตัวสั่นงันงก และเห็นสายตาของเจ้าตุวแบบนี้ก็รู้สึกทำไม่ลง

“ตกลงวันนี้ถือว่าเราหายกัน...ผมทำตัวไม่ดีต่อแทมิน...แล้วแทมินก็ทำตัวไม่ดีด้วยวันนี้...”

“ถ้างั้นวันนี้แทมินรีบไปอาบน้ำนอนเถอะครับ ผมจะไปเตรียมน้ำให้...ตรงนี้เย็นมากแล้วรีบไปเถอะครับ”

แล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นยืนจะเดินจากไปแต่กลับโดนมือเล็กคว้าจับไว้ ตาโตย้อนกลับมามองก็เห็นแต่หัวสีชาที่นั่งซุกเข่าอยู่

“มินโฮ...ขอโทษนะ”

ถึงแม้จะเบาเพียงใดแต่มันเหมือนดังก้องในจิตใจ

ยิ้มสวยผุดพรายแสนหวานอย่างที่เจ้าตัวชอบทำยามพึงพอใจ

...อย่างน้อยครั้งนี้มั้งที่เขาได้เห็นการยินยอมของร่างบาง...ด้วยใจเจ้าตัว


เพราะเหตุใดไม่ทราบแน่ที่เขาไม่คิดอยากจะตักตวงอาหารหลักอย่างที่ควรจะเป็น


มือเรียววางลูบหัวผมสีชานั้นอย่างเบามือ...


END

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 CRYSTAL OF SNOW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 10:22
    ชอบดูการ์ตูนเรื่ิองนี้มากเลย...............ยิ่งพอมาเปงทูมินยิ่งฟินอ่ะ..............
    #5
    0
  2. #2 pasta2min (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 02:55
    อะไรคือการที่จบแค่นี้คะะะะะะะะะะะ
    กิ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ชอบอะะ รู้สึกไม่ได้อ่านฟิคทูมินนาน ยิ่งฟิคทูมินจากพี่เอ้ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    คือฟิวแบบ วันเก่าๆกลับมาอีกครั้งงี้ ฮาาาาาาาาาาา 
    โอยยย ชอบเรื่องนี้ คุโรบัทซึจิ แต่ฉากแรกนี่สุ่มเสี่ยงกับการโดนแบนมั้ยคะ
    ถ้าแต่งประมาณนี้แล้วไม่โดนแบนคือจะแต่งบ้าง กิ้ดดดดดดดด
    ชอบฟิคพี่เอ้ อ่านสนุกตลอดดดดดดดดดดดด แล้วทำไมจบง่ายๆ
    แล้วสรุปมินโฮรักแทมินจริงปะ หรือหวังผลประโยชน์จากเรือนร่างน้อง?
    ขอสเปด่วนๆค่ะ แบบ บทลงเอยงี้มีมะะะ 
    แล้วคือพี่จินกิออกแค่นี้? เหมือนจะมือที่สาม แต่ไม่ใช่ โถววว
    ดีใจน้ำตาไหลมีพี่จงออกมาติ่งนึง แล้วแบบ เหมือนออกมาบอกให้รุ้ว่ากุเตี้ยกว่าแทมินนะงี้
    ฮาาาา โอยไม่ได้เม้นฟิคนานมาก เพราะไม่ได้อ่านนานมากก งุงุ
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะะะ แต่งอีกๆๆ แอร้วววว
    #2
    0