สาวใช้ตัวป่วนVSก๊วนเจ้านายตัวแสบ

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 ความน่ากลัวของฮวันเซยู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    30 ต.ค. 60

Chapter 5

 

 

บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยเสียงคุยจอแจของนักเรียน และดูเหมือนว่านักเรียนแต่ละคนที่นี่ก็ดูเหมือนไม่ใช่คนธรรมดาซะด้วย ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ต่างดาวนะ แต่เป็นเพราะรัศมีที่ดูเจิดจ้าต่างหากที่ทำให้นักเรียนโรงเรียนนี้ต่างจากโรงเรียนเก่าของฉันอย่างสิ้นเชิง

แต่ไม่ว่านักเรียนคนอื่นจะดูเจิดจ้าหรือดูไฮโซแค่ไหน  พวกนั้นก็ไม่สามารถเทียบรัศมีของเจ้านายเพี้ยนๆ ทั้งสี่ของฉันได้เลย

เฮ้ออออออ โรงเรียนก็ยังคงเป็นโรงเรียนนายยังซุกพึมพำขณะเดินไปยังบริเวณหน้าเวที

แล้วโรงเรียนมันจะกลายเป็นโรงแรมได้ยังไงล่ะไอ้บ้า

เป็นโรงเรียนที่น่าเบื่อเหมือนเดิม นายยังอุกเสริมต่อให้อีก

เฮ้อออออ แล้วโรงเรียนแบบไหนของนายถึงไม่น่าเบื่อล่ะ

เราจะเดินไปถึงไหนกัน ฉันถามสองฝาแฝด เพราะดูเหมือนนายแว่นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดินง่ายๆ แล้วตอนนี้พวกเราก็เดินจนเกือบถึงหน้าเวทีแล้วด้วย

ข้างบน สองฝาแฝดพูดพร้อมชี้ไปบนเวที

ทำไมต้องขึ้นไป ฉันไม่ขึ้นนะ ถ้าพวกนายอยากขึ้นก็ขึ้นไปเถอะ ฉันตอบพร้อมหยุดเดินและเตรียมหันหลังตั้งใจจะไปยืนท้ายๆ หอประชุม

ก็ฉันไม่อยากเด่นนี่

ใครอนุญาตให้เธอไป เสียงกวนๆ ดังขึ้น

ฉันหันไปมองเจ้าเสียงทันที

ฉันถามว่าใครอนุญาตให้เธอไป เขาถามอีก

ชาติที่แล้วฉันฆ่านายนี่ตายรึไงนะ เขาถึงได้จ้องอาฆาตฉันขนาดนี้

แล้วจะให้ฉันขึ้นไปทำอะไรบนนั้น มันเด่นจะตาย ถ้านายอยากเด่นก็เด่นไปคนเดียวสิ

นายหัวทองไม่ตอบ แต่เขาหันไปมองสองฝาแฝดและนายแว่นที่กำลังจะเดินขึ้นบันได ก่อนจะหันกลับมามองฉัน

ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อน มันเด่นเหรอถ้าขึ้นไปบนนั้น นาย      หัวทองถามด้วยหน้าตาซื่อบื่อ

โอ๊ยยยย อยากจะบ้าตาย การขึ้นไปอยู่บนนั้นมันไม่เด่นเลยมั้ง        ไอ้บ้า!!! คนทั้งโรงเรียนจับจ้องไปที่นายแบบนั้นมันไม่เด่นเลยมั้ง!!!

งั้นฉันจะไปนั่งกับเธอ นายหัวทองพูดขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน

หา!!!”

ฉันจะไปนั่งกับเธอ ฉันก็ไม่อยากเด่นเหมือนกัน อีกอย่างนั่งข้างบนมันน่าเบื่อ นายหัวทองพูดจบก็ฉุดฉันเดินไปนั่งข้างหลังท่ามกลางสายตาของนักเรียนทุกคนในห้องประชุม

สองฝาแฝดกระซิบกระซาบกันก่อนจะหัวเราะคิกคัก แล้วเดินหมุนตัวเปลี่ยนทิศเดินตามเราสองคนมานั่งด้านหลัง นายแว่นส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวที

ฉันควรต้องเคาะกระโหลกนายหัวทองนี่หน่อยแล้วมั้ง ข้างบนนั่นมันไม่เด่นเท่ากับการที่นายมานั่งข้างล่างนี่กับฉันหรอกนะ

นายไปนั่งข้างบนสิ เห็นมั้ยว่าคนอื่นเขามองกันหมดแล้วนะ ฉันไล่

ฉันจะนั่งตรงไหนทำไมต้องให้คนใช้อย่างเธอมาออกคำสั่งด้วยหา ยัยเบ๊อะ!”

ฉันบอกตามตรง ฉันไม่เคยเจอใครหน้าด้านขนาดนี้มาก่อนเลย หน้าด้านคนเดียวไม่พอยังมาชวนให้คนอื่นเขาต้องโบกปูนขึ้นมาบังหน้าด้วยอีกนี่สิ

 น่าถีบให้ตกเก้าอี้จริงๆ

ฉันรู้ตัวว่าต่อให้เถียงหรือไล่ยังไงเขาก็คงจะไม่ลุกไปไหนแน่ๆ เพราะฉะนั้นฉันจึงต้องตัดใจให้เขานั่งต่อไป

การปฐมนิเทศน์ไม่ว่าที่ไหนก็ช่างแสนจะน่าเบื่อเหมือนกันหมดจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่โรงเรียนประหลาดแห่งนี้ด้วย หลังจากผู้อำนวยการโรงเรียนขึ้นมาพูดพล่ามถึงประวัติอันยาวนานและความดีเลิศของโรงเรียนแล้ว ก็ต้องมานั่งฟังนักเรียนอัจฉริยะพูดภาษาประหลาด ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถฟังเข้าใจได้สักนิด ทั้งหมดนั่นมันช่างชวนให้ง่วงนอนเสียจริงๆ

แต่ต่อให้ง่วงแค่ไหนฉันก็หลับไม่ลงหรอก เพราะเสียงกรนที่ดังสนั่นของคนที่นั่งข้างๆ เสียงกรนที่ดังชนิดไม่ไว้หน้าใคร

คร่อกกกกกกกกกกกกกกก

นี่ๆ เซยูหลับอีกแล้วล่ะ

ถ่ายรูปเก็บไว้สิ

ไม่เอาหรอก ถ้าเขาตื่นขึ้นมาล่ะ

ไม่ตื่นหรอกน่า ถ่ายเลยสิ เธอคิดว่ารูปของเซยูหาง่ายนักหรือไง    สองสาวที่นั่งอยู่ข้างหน้าเถียงกันหน้าดำหน้าแดงเรื่องจะถ่ายรูปนายหัวทองที่หลับด้วยท่าทางน่ารักดีรึเปล่า

คร่อกกกกกกกกกกกกกกกก

แม้เสียงซุบซิบนินทาจะดังจนแทบจะกลบเสียงอาจารย์ที่พูดอยู่บนเวที แต่ก็ดูเหมือนนายหัวทองจะไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลย แถมยังกรนเสียงดังไม่อายใครอีกต่างหาก ส่วนบรรดานักเรียนหญิงที่นั่งใกล้ๆ ก็ต่างเถียงกันใหญ่เรื่องจะถ่ายรูปนายหัวทองดีมั้ย และใครจะเป็นคนถ่าย

ฉันก็ไม่เข้าใจว่าพวกนี้จะกลัวอะไรกันนักหนา อยากจะถ่ายก็ถ่ายไปเลยสิ มานั่งเถียงกันแบบนี้ก็พอดีนายหัวทองตื่นมาอาละวาดหอประชุมแตก แต่การแอบถ่ายแบบนี้มันไม่เหมือนพวกโรคจิตไปหน่อยหรือไง ขอเจ้าตัวดีๆ ก็ได้นี่หน่า

ถ้าเธอปล่อยให้ยัยพวกนี้ถ่ายรูปเซยูล่ะก็ เธอตายแน่ นายยังซุกที่ฉันคิดว่าเขาหลับไปแล้วกระซิบบอกฉันเบาๆ

อ้าวๆ เดี๋ยวสิ ทำไมฉันต้องตายล่ะ ฉันไม่ได้เป็นคนถ่ายรูปนี่ อีกอย่างฉันไม่ได้ยุให้ยัยพวกนี้ถ่ายสักหน่อยนะ

ตายชัวร์ นายยังอุกที่นั่งถัดจากนายยังซุกยังอุตส่าห์พูดอีกคน

โอ๊ยยย ทำไมพวกนายถึงได้เรื่องมากแบบนี้นะ

ขณะที่ฉันกำลังพยายามคิดหาวิธีไม่ให้บรรดานักเรียนหญิงที่กำลังจดๆ จ้องๆ จะถ่ายรูปนายหัวทองอยู่นั้น จู่ๆ หัวนายหัวทองก็เอียงตุ๊บมาอยู่ที่ไหล่ฉันซะแล้ว

ลุกไปเลยนะ คนอย่างเธอเหมาะจะเป็นหมอนของเซยูรึไง ไม่เจียมตัว ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น

อ้าว พูดอย่างนี้มันหาเรื่องกันนี่หน่า ฉันอยากเป็นหมอนให้หมอนี่ตรงไหนไม่ทราบยะ !!

ลุกไปสิยะ

นั่นสิ เจียมตัวซะบ้างเถอะ

ใช่ เธอเป็นใครกัน ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าก็มาพร้อมพวกเขาด้วยใช่ไหม

ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอจะมาหาเรื่องฉันทำไม แต่ฉันขอบอกว่าฉันไม่ได้เต็มใจเป็นหมอนให้นายนี่สักนิด แล้วที่พวกเธอมาว่าฉันแบบนี้อย่าคิดว่าฉันจะนั่งเฉยๆ นะ พวกเธอเองก็เหมือนกัน ทำตัวเหมือนพวกโรคจิตคิดจะแอบถ่ายรูปคนอื่น!!” ฉันสวนกลับอย่างโมโห

อ๊ายยย นี่แก!”

ปากดีแบบนี้ อยากเจ็บตัวใช่มั้ย

หนวกหู!” เสียงเข้มๆ ดังขึ้น และมันก็เป็นเสียงที่ขโมยลมหายใจของทุกคนได้ดีจริงๆ ยัยพวกผู้หญิงที่ทำท่าเหมือนจะหาเรื่องฉันเมื่อกี้ต่างรีบกลับไปนั่งที่ตัวเองเหมือนเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนต่างเก็บโทรศัพท์ของตัวเองอย่างมิดชิด

มันอะไรกันเนี่ย

ตุ๊บ

เฮ้ยยยยยย ฉันร้องลั่นเมื่อนายหัวทองทิ้งหัวหนักๆ ของเขาลงที่ตักฉัน

ง่วง เขาพูดคำเดียวแล้วก็หลับต่ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

เดี๋ยวสิ!! ง่วงแล้วทำไมต้องนอนตักฉันล่ะ

เฮือกกกกกกก

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่โอบล้อมอยู่รอบตัว ฉันเงยหน้าและมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าบรรดาผู้หญิงที่หาเรื่องฉันเมื่อกี้กำลังส่งสายตาเชือดเฉือนมาให้

อ๊ากกกกกกกกก นี่ฉันจะต้องกลายเป็นศัตรูกับผู้หญิงทั้งโรงเรียงเพียงเพราะนายหัวทองนอนตักฉันเนี่ยนะ

ไม่ยุติธรรม ฉันไม่ได้ไปกระชากหัวนายนี่ลงมานอนที่ตักฉันสักหน่อย! ฉันได้แต่โอดครวญในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย บ้าจริง!!

 

หลังจากการปฐมนิเทศน์อันยาวนานและน่าเบื่อจบลง นายแว่นก็บอกว่าพวกเราต้องไปรับตารางเรียนจากอาจารย์ที่ปรึกษา และรับฟังโฮมรูมถึงจะกลับบ้านได้ ก่อนที่จะเริ่มเรียนกันจริงๆ วันพรุ่งนี้  ฉันจึงต้องตามทั้งสี่คนไปที่ห้องเรียน

เดินกันมาสักพักเราก็มาหยุดที่หน้าห้องๆ หนึ่งที่ประตูแปลกกว่าทุกห้องที่ฉันเห็น ห้องเรียนอื่นมีป้ายหน้าห้องเขียนว่า ห้อง 3-1 จนถึง 3-4 แต่ห้องที่อยู่ตรงหน้าฉันกลับมีป้ายที่เขียนด้วยอักษรภาษาอังกฤษตัวเดียวนั่นก็คือ A

เรามาทำอะไรที่ห้องนี้? ฉันถามทันที

ที่นี่เป็นห้องเรียนของพวกเรา เข้าไปสิ แล้วฉันจะแนะนำทุกคนให้เธอรู้จัก นายแว่นพูดก่อนจะเปิดประตู

ทันทีที่ประตูเปิดออก ฉันก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น เพราะห้องนี้มันไม่น่าจะเป็นห้องเรียนเลยด้วยซ้ำ ถึงมันจะดูคล้ายมากๆ ก็เถอะ

โต๊ะเรียนที่ควรจะเป็นไม้หรือไม่ก็เหล็ก กลับเป็นโซฟาคู่สีแดง ที่โต๊ะมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คตั้งอยู่บนโต๊ะ โต๊ะละสองเครื่อง หน้าห้องแทนที่จะมีกระดานดำหรือบอร์ด มันกลับเป็นเครื่องโปรเจคเตอร์ พูดง่ายๆ ก็คือ ทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้มันดูทันสมัยเกินกว่าจะเป็นห้องเรียนปกติ

มากันแล้วเหรอ เอ๊ะ ใครน่ะ? ผู้ชายคนหนึ่งถามขึ้นทันที

ฉันจะแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่...

ใครกล้าพูดกับยัยนี่ล่ะก็ฉันจะฆ่ามันซะ ก่อนที่นายแว่นจะทันได้แนะนำฉันให้ทุกคนรู้จัก นายหัวทองก็พูดขัดขึ้นซะก่อน

และคนทั้งห้องหันมามองฉันอย่างสนใจทันที ผู้ชายที่ร้องทักพวกเราเดินตรงเข้ามาหาฉันพร้อมรอยยิ้มแสนเท่

ห้องนี้เป็นห้องเรียนของพวกท็อปโมเดลรึไงนะ คนในห้องถึงสวย เท่ทุกคนแบบนี้

ฉันปาร์คอินซา ยินดีที่ได้รู้จัก ไม่ทราบคุณเป็นคุณหนูบ้านไหน?

ปาร์คอินซา ถ้านายฟังภาษาเกาหลีไม่รู้เรื่องฉันก็ยินดีจะสอนให้นาย นายหัวทองพูดเสียงกร้าว

ฮวันเซยู ฉันก็แค่อยากทำความรู้จักเพื่อนใหม่เท่านั้น คนที่ชื่อ      ปาร์คอินซาจ้องนายหัวทองอย่างไม่หวาดกลัว แถมดูเหมือนสองคนนี้จะไม่ถูกกันซะด้วยแหะ

พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอเป็นใคร ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมกับก้าวออกมายืนข้างๆ นายปาร์คอินซา ผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอดัดเป็นลอนใหญ่ๆ ดูสวยน่ารักเข้ากับผิวขาวใส ตากลม ริมฝีปากเล็กๆ ของเธอซะจริงๆ ยิ่งมองเธอฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอเหมือนตุ๊กตาน่ารักน่าทะนุถนอม ถ้าไม่ติดว่าตากลมๆ ของเธอกำลังเพ่งเล็งมาทางฉัน

บอกตามตรงว่าฉันคงต้องรีบปรับสายตาตัวเองให้สามารถต้านทานแสงวิ้งๆ ที่ออกจากตัวคนพวกนี้ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นฉันต้องตาบอดแน่ๆ   ให้ตายสิ

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ แชซูฮี ยัยนี่จะเป็นใครเกี่ยวกับเธอตรงไหน หลีกไปเกะกะ นายหัวทองพูดด้วยเสียงรำคาญ ทำให้หน้าสวยๆ ของผู้หญิงที่ชื่อแชซูรีบึ้งตึงขึ้นทันที

เซยูอย่าเสียมารยาทสิ พวกเราควรแนะนำยอลเซให้ทุกคนรู้จักนะ นายแว่นพูดบ้าง

นายหัวทองหันมามองหน้าแว่นตาขวาง แต่นายแว่นก็ไม่ได้หลบตา

ก็ได้! น่ารำคาญจริงโว้ยยยยย นายหัวทองบ่นก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะหลังสุดของห้อง

เอาล่ะ นี่คือยูยอลเซ เธอจะมาเป็นสมาชิกห้องเรา และยอลเซ อย่างที่เธอเห็นห้องเรามีนักเรียนทั้งหมดสิบสองคน ถ้านับเธอด้วยก็เป็นสิบสามส่วนใครชื่ออะไรบ้างเดี๋ยวอยู่ๆ ไปเธอก็รู้เองแหละ และที่นั่งของเธอคือข้างๆ เซยู

เนี่ยนะการแนะนำของนาย!!!

ฉันมองไปรอบห้องก็เห็นมีคนอยู่แค่สิบคนเท่านั้น และห้าในสิบก็คือพวกเราเอง แต่ที่สำคัญห้องเรียนที่ไหนเขามีนักเรียนทั้งห้องแค่สิบสามคนกันบ้างล่ะเนี่ย

เดี๋ยวสิ!! ทำไมต้องนั่งข้างเซยูล่ะ ผู้หญิงที่ชื่อแชซูฮีร้องลั่นอย่างไม่พอใจ

นั่นสิ ซูฮีขอนั่งตรงนั้นมาตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่พวกนายก็ไม่ยอม แล้วทำไมถึงให้ยัยหน้าจืดนี่นั่งข้างเซยู ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยท่าทางเอาเรื่องไม่แพ้กัน

ไปถามเซยูเอาเองสิ นายแว่นสวนกลับอย่างไม่ค่อยจะใส่ใจ ก่อนจะลากฉันไปหานายหัวทองที่นั่งอยู่ห้องหลัง สองฝาแฝดหันไปแลบลิ้นให้สองสาวก่อนจะเดินตามมา

ให้ตายสิ แม้แต่พวกในห้องก็ยังไม่ชอบหน้าฉัน แบบนี้ฉันจะมีชีวิตรอดในโรงเรียนพิลึกๆ นี่มั้ยเนี่ย

ทำไมยัยนี่ถึงได้นั่งข้างนาย ทั้งๆ ที่ฉันไม่เคยได้นั่ง!” แชซูฮีเดินตามมาถามนายหัวทอง

แต่แทนที่นายหัวทองจะสนใจเธอ เขากลับหยิบหูฟังขึ้นมาสวม และเอนตัวหลับซะอย่างนั้น

นายนี่ช่างไม่มีมารยาทเอาซะเลย ให้ตายสิ ถ้ามันเป็นปัญหามากนักกับการที่ฉันนั่งข้างนายนี่ ฉันก็ยินดีจะเปลี่ยนที่เอง

ถ้าเธอลุกฉันจะฆ่าเธอ เสียงเข้มๆ ดังขึ้น ทั้งๆ ที่ตาเขายังปิดอยู่ เสียงที่บอกได้เป็นอย่างดีว่า เขาฆ่าฉันจริงๆ แน่

ฉันเลยต้องจำใจหย่อนก้นนั่งลงอย่างเดิม พร้อมหลบสายตาอาฆาตของตุ๊กตาสุดสวย

ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ ที่ตรงนี้ควรเป็นของฉัน!!!!” แชซูฮียังไม่ยอมเลิกเธอร้องลั่นพร้อมเข้ามาดึงแขนฉันให้ลุกขึ้น

ใช่ ลุกเดี๋ยวนี้นะ ตรงนี้เป็นที่นั่งของซูฮี!!!” ผู้หญิงอีกคนก็เข้ามาช่วยดึงฉัน

ฉันหันไปมองนายหัวทองที่ยังคงฟังเพลงอย่างสบายใจ ไม่รับรู้โลกภายนอกอย่างอารมณ์เสีย ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากเพราะนายนี่ด้วยนะ

ลุกสิ!!!!”

ลุกก็ตาย ไม่ลุกก็ตาย แล้วจะให้ฉันยังไงล่ะ

จะปล่อยมั้ย เสียงนายหัวทองดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาถอดหูฟังออกด้วย สองฝาแฝดก็มายืนด้านหลังนายหัวทอง ส่วนนายแว่นยังคงนั่งอ่านหนังสือต่อไป

ฉันถามว่าจะปล่อยมั้ย!!!!!” นายหัวทองตะโกนถามเสียงดังลั่น ทำให้สองสาวต้องรีบปล่อยมือจากฉันทันที

คนอื่นในห้องก็ได้แต่ยืนมองพวกเรา ไม่มีใครสักคนที่คิดจะเข้ามายุ่งในเหตุการณ์น่าอึดอัดนี้

ถ้าเธออยากนั่ง...

หุบปาก!!!!” นายหัวทองด่าฉันลั่นทันทีที่ฉันอ้าปากจะบอกว่า ฉันยินดียกที่นั่งให้แชซูฮี

แชซูฮี คังจองมี ถ้าพวกเธอยังไม่กลับไปนั่งที่ของพวกเธอล่ะก็จะหาว่าฉันไม่เตือน นายหัวทองพูดเสียงต่ำ

ท่าทางของนายหัวทองตอนนี้ไม่ได้ต่างจากตอนที่เขาจัดการกับพวก     มาเฟียเลย ต่างกันที่คนตรงหน้าไม่ใช่มาเฟีย แต่เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เท่านั้น

ผู้หญิงที่ชื่อคังจองมีถอยหลังไปยืนข้างๆ แชซูฮี สีหน้าเธอดูหวาดกลัวมากๆ ซึ่งก็ไม่ต่างจากแชซูฮีที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด

ทะ ทำไม เธอได้นั่งข้างนาย

ทำไมฉันต้องตอบเธอ

ถ้านายไม่บอกเหตุผล ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น

ชิบ!!! เรื่องมากชะมัด อยากรู้นักใช่มั้ย ยัยนี่เป็นคนของฉัน พอใจหรือยัง กลับไปนั่งที่เลยไป รำคาญ!!!!!” นายหัวทองตะโกนใส่หน้าแชซูฮีเสียงดังลั่น

แชซูฮีมองฉันที นายหัวทองที น้ำใสๆ ไหลจากดวงตาสวยๆ ของเธอทำเอาหัวใจฉันหล่นตุ๊บ

เกินไปแล้วฮวันเซยู ปาร์คอินซาพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ คนอื่นๆ ในห้องก็เริ่มมองนายหัวทองด้วยสายตาตำหนิ

ไปตายซะ!!!” ไม่ต้องบอกก็รู้ ประโยคสิ้นคิดแบบนี้จะเป็นของใครไปได้นอกจากนายหัวทอง

นาย!”

พอเถอะนะ ฉันขอร้อง ฉันรีบลุกขึ้นอย่างหมดความอดทน แค่เรื่องใครนั่งข้างใครเนี่ย มันเป็นเรื่องสำคัญนักรึไง

นายรีบขอโทษเธอสิ เธอร้องไห้ใหญ่แล้วเห็นมั้ย ฉันหันไปว่านาย   หัวทอง

นายหัวทองถลึงตามองฉันอย่างจะเอาเรื่อง แต่ฉันไม่สน ก็นายผิดจริงๆ นี่ที่ไปตวาดเธอแบบนั้น

เร็วสิ นายผิดนะ นายบอกเธอดีๆ ก็ได้นี่ และไอ้เหตุผลที่ว่าฉันเป็นของนายน่ะ พูดให้มันเคลียร์ๆ หน่อยได้มั้ย เดี๋ยวแฟนนายจะเข้าใจผิด ฉันพูดด้วยเสียงอ่อนๆ หวังว่านายหัวทองจะพอเข้าใจบ้าง แต่มันกลับตรงกันข้าม เพราะแทนที่นายหัวทองจะขอโทษแชซูฮี เขากลับลุกขึ้นและเตะโต๊ะจนล้มโครม

โครม!!!

ทุกคนที่ยืนรอบนายหัวทองแตกกระจายทันที สองฝาแฝดกระโดดหลบไปยืนหลังนายแว่นที่ตอนนี้เริ่มสนใจโลกแห่งความจริงแล้ว

เซยู นายแว่นเรียกชื่อนายหัวทองเสียงเรียบ

หน้าไหนที่เธอบอกว่าเป็นแฟนฉัน!!!!” นายหัวทองกระชากตัวฉันอย่างแรงจนตัวฉันไปแปะกับอกเขา

ตอนนี้ฉันบอกได้เลยว่าฉันอยากจะร้องไห้บ้างแล้วอะ ฉันพูดอะไรผิด

กะ ก็ ฉะ ฉันนึกว่าเธอเป็นแฟนนายนี่

ยัยนี่เหรอแฟนฉัน เธอมองตรงไหนว่ายัยนี่เป็นแฟนฉัน!”

ง่า จะไปรู้เหรอวะ ไอ้บ้า ก็แค่เข้าใจผิดทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย

เซยูนายทำเธอกลัว เสียงนายแว่นดังขึ้นอีก

ถ้าเธอยัดเหยียดผู้หญิงคนไหนให้เป็นแฟนฉันอีกล่ะก็ ฉันฆ่าเธอแน่ นายหัวทองพูดก่อนจะผลักฉันออกห่างอย่างแรง ดีที่นายแว่นมารับฉันไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นหัวฉันต้องฟาดพื้นแน่

นายหัวทองมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมด้วยเสียงปิดประตูดังสนั่น

คำต้องห้าม

จำเอาไว้ด้วยล่ะยัยบ๊อง สองฝาแฝดพูดขึ้นพร้อมเดินเข้ามาปลอบฉัน

เธอเองก็น่าจะรู้นิสัยเซยู นายแว่นหันไปพูดกับแชซูฮีที่ยังยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ

บ้าอำนาจ กวนประสาท หาเรื่องคนอื่นไปทั่วน่ะเหรอ คิดว่าตัวใหญ่ขนาดไหนเชียว ปาร์คอินซาพูดด้วยเสียงเหยียดๆ

ถ้าแน่จริงก็พูดประโยคนั้นต่อหน้าเซยูสิ นายแว่นว่า ซึ่งมันก็ทำให้ปาร์คอินซามองเขาอย่างไม่พอใจก่อนจะกลับไปนั่งที่นั่งของตัวเอง นักเรียนคนอื่นๆ ก็ด้วย

กลัวล่ะสิ นายแว่นพูดเมื่อคนอื่นกลับไปนั่งที่กันหมดแล้ว

อืม ฉันยอมรับตามตรง ฉันไม่รู้เพราอะไรเขาถึงโกรธขนาดนั้น เขาดูน่ากลัวมากจริงๆ น่ากลัวกว่าตอนที่เขาอัดชองโฮอินซะอีก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

358 ความคิดเห็น

  1. #356 0878947128 (@0878947128) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:49
    ทำไมตอนอื่นอ่านไม่ได้อะ
    #356
    0