นายซาตานตัวร้ายกับยัยสาวใสตัวแสบ

ตอนที่ 54 : ตอนที่ 43 ตอนจบที่แสนยุ่งเหยิง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 มิ.ย. 50

43

จุนเซกำลังนั่งตัวลีบอยู่ที่โฟซาที่อยู่ไกลเตียงคนไข้มากที่สุด โดยมีพี่ชายสองคนของฉันคอยส่งสายตาอาฆาตไปให้เป็นระยะๆ ส่วนคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เขาคือเด็กโข่งจอมเจ้าเล่ห์หรืออีกนัยหนึ่งก็คือพ่อฉันเองนั่นแหละ จะว่าไปสาเหตุที่ทำให้พอต้องมานอนสลบเหมือดที่โรงพยาบาลพร้อมปลอกคอ เอ๊ย เฝือกคอนั้นก็เป็นเพราะแผนการช่วยนายซาตานของจุนเซ

เพราะความหวังดีของจุนเซที่อยากจะช่วยนายซาตาน ทำให้หัวสมองอันฉานฉลาดของเขาคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ และแผนที่ว่านั่นก็คือทำให้ฉันตกใจร้องกรี๊ด เมื่อฉันร้องกรี๊ดพ่อก็ต้องตกใจ และเสียสมาธิในการต่อสู้ และเมื่อพ่อเสียสามธิจากการต่อสู้ นายซาตานก็จะมีโอกาสในการโจมตีพ่อ

ตอนแรกจุนเซบอกว่าแผนการนี้อาจจะไม่สำเร็จก็ได้ ถ้าตอนนั้นนายซาตานไม่ทำอะไรเลย แต่มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญอย่างเหลือเชื่อที่จังหวะนั้นนายซาตานตัดสินใจจะเผด็จศึกพ่อฉันเหมือนกัน เขาจึงรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี หมายจะกระโดดเตะพ่อเต็มแรง และแน่นอนว่าถ้าพ่อฉันไม่เสียสมาธิอย่างมากนายซาตานก็จะทำได้เพียงทำให้พ่อฉันตกใจผงะถอยหลังหนี แต่เพราะพ่อฉันดันเสียสมาธิจึงทำให้ขาของนายซาตานฟาดเข้าก้านคอพ่อฉันเต็มรักเป็นผลทำให้พ่อฉันคอเคล็ดสลบเหมือดกลางอากาศ

นายซาตานเองก็ไม่ได้มีสภาพดีไปกว่าพ่อฉันเท่าไหร่ เพราะใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยผ้าก๊อซไม่ต่างจากเมื่อสามสัปดาห์ก่อน แขนขวาที่เพิ่งจะผ่าเฝือกออกก็ต้องกลับเข้าไปอยู่ในเฝือกเหมือนเดิมเพราะกระดูกที่เพิ่งจะสมานกันเกิดรอยร้าวจนคุณหมอต้องกุมขมับ ฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้านายซาตานกลับบ้านไปสภาพนี้พี่สาวเขาจะทำหน้ายังไง

"เจ้าแผนการมานี่ซิ" พี่จุนซองกวักมือเรียกจุนเซ จุนเซสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาหาพี่จุนซองด้วยท่าทางกลัวๆ

ฉันบอกได้เลยใครก็ตามที่เป็นคู่อริของจุนเซแล้วมาเห็นสภาพตอนนี้ของเขาล่ะก็ คนพวกนั้นต้องเอาไปเล่าต่อเป็นเรื่องตลกไปอีกเจ็ดชาติเลยทีเดียวละ

"เอานี่! ไปซื้อขนมมาไว้ให้นารีกิน แล้วก็ซื้อน้ำมาให้พวกฉันด้วย" พี่จุนซองโยนเงินให้จุนเซจำนวนหนึ่งพร้อมสั่งการเรียบร้อย

จุนเซพยักหน้าก่อนจะรีบออกจากห้องไปด้วยท่าทางน่าสงสาร

"พี่ไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยเหรอค่ะ จุนเซกลัวพี่หัวหดแล้วนะ"

"ไม่หรอก มันอยากเจ้าแผนการดีนัก" พี่จุนซุงพูดเสียงเย็นๆ

"ว่าแต่นาย ดูท่าทางไม่ดีใจเลยนี่ ถึงจะเป็นเพราะแผนของจุนเซแต่นายก็ทำให้พ่อพวกเราล้มได้แล้ว ก็น่าจะดีใจไม่ใช่หรือไง" พี่จุนซองพูดกับนายซาตานที่ทำหน้ามุ่ยมาตั้งแต่อยู่ที่โรงฝึก

"ผมไม่ถือว่าผมชนะในครั้งนี้ เอาไว้รอให้คุณลุงหายดีแล้วผมจะสู้กับคุณลุงอีกครั้ง" นายซาตานตอบ

"นายจะบ้ารึไง!!!" ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ ถึงจะเป็นการชนะแบบไหนก็ช่าง แต่อย่างน้อยการที่นายซาตานไม่ได้ถูกพ่อฆ่า หรือช้ำในตายก็น่าจะดีแล้วนี่

นายซาตานนี่ท่าทางโดนตีจนประสาทกลับ ทำไมชอบหาเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่อยนะ

"แต่การชนะแบบนี้ฉันไม่นับ!" นายซาตานว่ากลับ

"นายอยากตายรึไง ทำไมต้องเรื่องมากด้วย"

"ฉันไม่ได้เรื่องมากนารี และฉันก็ไม่ได้อวดดีด้วย ฉันรู้ตัวดีว่าสู้พ่อเธอไม่ได้ และฉันก็รู้ด้วยว่าการจะทำให้พ่อเธอล้มเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่การชนะเพราะการโกงแบบนี้ฉันไม่ถือว่าฉันชนะหรอก"

"นายไม่ได้โกง จุนเซต่างหากที่โกง" ฉันเถียงอีก

"เธอคิดว่าฉันควรทำให้พ่อเธอยอมรับฉันเพราะฉันชนะแบบนี้เหรอ" นายซาตานถามสีเขาจริงจังมากจนฉันเถียงไม่ออก

ฉันรู้ว่านายซาตานให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้บรรดาผู้ชายในบ้านฉันยอมรับเขาจากใจจริง แต่การจะหาเรื่องเจ็บตัวอีกเป็นสิ่งที่ฉันยอมรับไม่ได้

"ถึงยังไงซะนายก็ชนะ"

"นารี"

"ไม่รู้แหละ ไม่ว่านายจะชนะเพราะอะไรก็ช่าง แต่นายชนะ"

"จะว่าไปอย่างที่แจอินพูดก็ถูกนะนารี เขาไม่ได้ชนะพ่อพวกเราด้วยความสามารถของตัวเอง" พี่จุนซองเริ่มเห็นด้วยอีกคน

"พี่ค่ะ!!!"

"ใช่พี่ก็เห็นด้วย ถ้าแจอินคิดจะให้พวกเรายอมรับเขาก็ไม่ควรรับชะยชนะที่มาจากความบังเอิญแบบนี้" พี่จุนซุงสนับสนุน

"แต่พี่ค่ะ พวกพี่ก็รู้ว่าแจอินไม่มีทางสู้พ่อได้เลย พี่ก็รู้ว่า…"

"แต่ฉันก็ต้องพยายาม ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะต้องทำให้ครอบครัวเธอยอมรับฉันด้วยความสามารถของฉันเอง"

ฉันหันไปมองนายซาตานอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงหาเรื่องเจ็บตัวนัก ทำไมเขาต้องทำให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อย

"นายทำให้พวกฉันต้องยอมแพ้ยูแจอิน" พี่จุนซองพูดด้วยน้ำเสียงที่ชื่ชม

นายซาตานยิ้มรับคำชมนั้นทันที                                          
                
                
"นายมันบ้า" ฉันยอมแพ้ก็ได้ ก็เขามุ่งมั่นซะขนาดนั้นแล้วฉันจะห้ามอะไรเขาได้ละ

"แต่ก่อนที่การต่อสู้ครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้น ฉันคงต้องขอตัวไปรักษาแผลให้หายก่อนนะ เพราะเท่าที่โดนพ่อเธอเล่นงานวันนี้ ฉันก็แทบแย่เหมือนกัน" นายซาตานพูดพลางลูบหัวฉันเบาๆ

ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาจะยอมทำเพื่อฉันอย่างที่นายซาตานทำรึเปล่านะ เขาจะยอมเจ็บตัวครั้งแล้วครั้งเล่าเพียงเพื่อให้ได้การยอมรับจากครอบครัวฉันแบบนี้รึเปล่า

"แล้วตอนนี้วางใจรึยังครับพ่อ" พี่จุนซองพูดขึ้น ทำให้ฉันกับนายซาตานต้องหันไปมองพี่จุนซองอย่างสงสัย ก่อนจะต้องตกใจเพราะคนที่ควรจะนอนดันอ้าปากพูด

"พูดได้ดีนี่ไอ้หนู" เสียงคนป่วยดังขึ้น ทำเอาฉันกับนายซาตานที่กำลังสบตากันหวานซึ้งสะดุ้งก่อนจะรีบหันกลับไปมองคนพูดที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แถมที่คอมีเฝือกใส่เอาไว้ด้วย

"พ่อค่ะ!! พ่อเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า" ฉันรีบถามอาการพ่อทันที ถึงหมอจะบอกว่าพ่อแค่คอเคล็ดแต่ฉันก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี

"แค่เห็นหน้านารีที่น่ารักของพ่อ พ่อก็หายเจ็บแล้วละ" พ่อพูดพร้อมยิ้มให้ฉัน

"ผมต้องขอโทษด้วยนครับที่เตะคุณลุง" นายซาตานพูดพร้อมโค้งให้พ่อ

"ไม่เป็นไร ไม่แรงหรอก แค่คอเคล็ดเอง ไม่ได้คอหักซักหน่อย ใช่มั้ย โฮะ โฮะ" พ่อพูดก่อนจะหัวเราะ แต่ไอ้สายตาที่เหมือนจะอาฆาตนิดๆ เนี่ยไม่ได้เข้ากับเสียงหัวเราะเลยนะ

แต่ก็เกือบหักไม่ใช่รึไง

"แต่ไอ้ที่พูดเมื่อกี้น่ะ พูดจริงรึเปล่า กล้าสู้กับฉันอีกครั้งงั้นเหรอ" พ่อหันไปถามนายซาตาน

"ครับ ถ้าคุณลุงต้องการ" นายซาตานตอบ

"พ่อค่ะ"

"ไม่ต้องแล้วล่ะ ฉันพิสูจน์พอแล้ว อีกอย่างฉันเองก็ไม่อยากขัดความสุขลูกสาวสุดที่รักของฉันด้วย เกิดฉันเผลอฆ่านายขึ้นมาจริงๆ มีหวังนารีคงโกรธจนไม่ยอมพูดกับฉันแน่ๆ แต่อย่าคิดว่าฉันจะไว้ใจนายนะ ถ้าวันไหนที่ลูกสาวฉันร้องไห้เพราะนายละก็ วันนั้นจะเป็นวันตายของนาย" พ่อฉันพูดเสียงเรียบ

"ครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณลุงต้องผิดหวัง ผมจะดูแลอย่างดีที่สุดเลยครับ" นายซาตานตอบพร้อมโค้งให้พ่อ

พอเห็นเรื่องทุกอย่างมันลงตัวแบบนี้ฉันก็รู้สึกโล่งใจจริงๆ อย่างน้อยนายซาตานก็ไม่ต้องเจ็บตัวอีก และพ่อฉันหรือคนในบ้านก็ยอมรับเรื่องนี้ด้วยดีอย่างที่นายซาตานต้องการ

แต่ที่นายซาตานพูดเมื่อกี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกขอแต่งงานเลยแหะ อิอิ

"คิดอะไรพิลึกๆ อีกล่ะซิเราน่ะ" เสียงพี่จุนซุงลอยมากระทบหู ทำเอาฉันที่กำลังฝันหวานต้องรีบหุบยิ้ม

แหมมมม นิดหน่อยเองน่า โฮะ โฮะ

"พ่อแน่ใจนะค่ะว่าไม่เจ็บตรงไหนอีก" ฉันถามเพื่อความใจ เพราะฉันรู้ดีว่าพ่อฉันก็เป็นคนไข้ไม่เจียมตัวพอๆ กับนายซาตานนั่นแหละ

"แน่ซิ ไม่เชื่อลองถอดไอ้นี้ออกก็ได้" พ่อพูดพร้อมทำท่าจะถอดเฝือกที่คออก ทำให้เราสามคนพี่น้องต้องร้องลั่นทันที

"พ่อครับ/ค่ะ!!!"

"ฉันไม่เป็นไรจริงๆ แกสองคนห่วงมากไปแล้วน่า" พ่อพูดอย่างอวดดี

"หนูว่าพ่อใส่มันไว้ก่อนก็ดีค่ะ"

ก่อนที่คอมันจะหักจริงๆ ฉันต่อในใจ

"โธ่ นารีจ๋า แค่นารีเป็นห่วงพ่อก็หายเจ็บแล้วล่ะ" พ่อพูดพร้อมดึงฉันเข้าไปกอด

"พ่อครับ ผมว่าพ่อควรรู้ตัวซะบ้างว่าอายุเท่าไหร่แล้ว อย่าคิดหาเรื่องเจ็บตัวอีกนะครับ พวกผมหัวใจจะวายตาย" พี่จุนซองพูดด้วยเสียงตำหนินิดๆ ทำให้พ่อทำหน้าบึ้งๆ อย่างไม่พอใจ


               "ถ้าตอนนั้นฉันไม่ได้เสียสมาธิ ไอ้หนูนี่ก็ไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก" พ่อเถียง

อ้าวไหนว่ายอมรับฝีมือนายซาตานแล้วไง แล้วไหงมาพูดแบบนี้ล่ะ

"แต่พ่อก็ไม่น่าทำรุนแรงกับเด็กแบบนั้น" พี่จุนซุงว่าอีก

"ฉันไม่ได้เล่นรุนแรง ฉันก็แค่อยากรู้ว่าไอ้หนูนี่มันแน่แค่ไหน พวกแกสามคนถึงเห็นดีเห็นงามให้มันคบกับนารีสุดที่รักของฉัน"

"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่พวกผมก็อธิบายเรื่องที่ทั้งคู่คบกันก่อนหน้านี่แล้วนี่ครับ พ่อก็น่าจะแค่สั่งสอนเขานิดหน่อย ไม่ใช่เล่นเต็มแรงแบบนั้น" พี่จุนซุงยังคงตำหนิต่อ

                 ฉันไม่รู้ว่าเหตุผลที่พี่จุนซุงตำหนิพ่อที่อัดนายซาตานซะสะบักสะบอมแบบนี้เป็นเพราะพี่จุนซุงเห็นว่านายซาตานเจ็บมามากพอแล้ว หรือเพราะกลัวพี่สาวนายซาตานกันแน่ แต่ฉันว่ามันต้องเป็นอย่างหลังแน่ๆ เลย

"เอาล่ะ อย่าโทษกันอีกเลย เรื่องมันผ่านไปแล้ว แล้วผมก็เชื่อว่าแจอินพิสูจน์ความสามารถให้พ่อเห็นแล้ว" พี่จุนซองพูดจบพ่อก็ทำหน้างอ ก่อนจะหันไปมองหน้านายซาตานอย่างโกรธๆ

ตกลงใครเป็นพ่อใครเป็นลูกฝ่ะเนี่ยยยย แล้วดูพ่อฉันมองนายซาตานซิ จ้องซะอย่างกับจะปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาฆ่านาซาตานอย่างนั้นแหละ เมื่อกี้ยังบอกว่ายอมรับอยู่เลยไม่ใช่รึไง

"อืม แต่มันก็แค่เรื่องความสามารถในการต่อสู้ล่ะนะ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ฉันยังไม่วางใจ" พ่อพูดพร้อมหันมายิ้มให้ฉัน

เฮ้อออออ พ่อฉันเนี่ยนะ ยังไงก็ยังจะหาเรื่องนายซาตานต่อไปใช่มั้ยเนี่ย

"ผมยินดีเสมอครับ" นายซาตานตอบ

"อ้าวไอ้หนู แกยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ" พ่อหันไปถามนายซาตานพร้อมด้วยสีหน้าตกใจ อย่างที่คนปัญญาอ่อนก็รู้ว่าพ่อแกล้งทำ

และมันก็ช่างเป็นคำถามที่ต้อนรับกันซะเหลือเกิน

"พ่อค่ะ ทำไมพูดแบบนั้น แจอินเขาเป็นห่วงพ่อมากนะค่ะ แล้วเขาก็รู้สึกผิดมากด้วยที่ทำให้พ่อบาดเจ็บแบบนี้" ฉันรีบบอก หวังว่าพ่ออาจจะรู้สึกชอบนายซาตานบ้าง แต่เปล่าเลย

"ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิด แค่นี้นิดหน่อย กลับไปเถอะ อยู่ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก" พ่อพูดพร้อมยกมือไล่อีก

นายซาตานไม่ได้มีสีหน้าลำบากอย่างที่หลายๆ คนควรจะมี แต่เขากลับนั่งยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับบ้านตามที่พ่อฉันบอกด้วย


                "คุณพ่อตาไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ ไม่อย่างนั้นผมคงจะรู้สึกผิดที่ทำให้คุณพ่อตาต้องบาดเจ็บ" นายซาตานพูดด้วยสีหน้าระรื่นจนน่าแปลกใจ

ฉันหันไปมองนายซาตานอย่างงงๆ นี่นายคิดจะทำอะไร ประชันศึกหน้าด้านกับพ่อฉันรึไง

แต่ไอ้คำว่าคุณพ่อตาเนี่ย มันทำให้ฉันเขินนะเฟ้ยยยยยย

 "ไอ้ ใครเป็นพ่อแก!!!" พ่อตวาดนายซาตานลั่น พร้อมพยายามลุกขึ้นจากเตียงด้วยความทุลักทุเล

"พ่อครับพอเถอะนะครับ เจียมตัวเองซะบ้างว่าบาดเจ็บอยู่" พี่จุนซองเตือนด้วยเสียงรำคาญ

"จุนซอง!!! แกพูดแบบนี้กับฉันได้ไง แกไม่ได้ฟังที่มันพูดเหรอ" พี่หันไปว่าพี่จุนซองอย่างเอาเรื่อง

"แจอินก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่ครับ"

"แต่มันเรียกฉันว่าพ่อตานะ!!!!"

"พ่อค่ะ พอเถอะค่ะ พ่อยังบาดเจ็บอยู่ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมามันจะแย่นะค่ะ" เมื่อเห็นพ่อเริ่มออกอาการเด็กโข่งฉันก็ต้องรีบหาทางแก้ทันที

"โธ่ นารีเป็นห่วงพ่อซินะ ไอ้เด็กนี่มันเล่นงานพ่อซะเจ็บไปหมดเลย นารีที่รักของพ่ออย่าไปให้อภัยมันนะ" พ่อพูดพร้อมทำท่าเหมือนเด็กที่กำลังฟ้องแม่ว่าถูกเพื่อนแกล้ง

ฉันหันไปมองพี่ชายสองคนของฉันอย่างขอความคิดเห็น แต่ทั้งสองคนก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่าระอาใจ

เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่เจ็บ ไม่เป็นอะไร แถมยังบอกนายซาตานไม่ต้องรู้สึกผิดอยู่เรื่อยไม่ใช่เรอะ!!!

"นารีดูซิ คอพ่อเจ็บจะตายอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่พ่อเป็นพ่อของนารี ไอ้เด็กนี่มันยังเล่นงานพ่อซะเป็นแบบนี้เลย" พ่ออ้อนอีก

"พ่อครับพอเถอะน่า อย่างน้อยก็อายเด็กบ้าง" พี่จุนซองเตือนอีกครั้ง

"อายทำไม!!! ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ไอ้เด็กนี่ต่างหากที่เตะก้านคอฉันซะต้องเป็นแบบนี้น่ะ"

"เรื่องนั้นจะโทษแจอินก็ไม่ถูกนะครับ เพราะคนที่ทำให้พ่อเป็นแบบนี้คือจุนเซต่างหาก" พี่จุนซุงพูดขึ้น ทำให้พ่อหันไปมองพี่จุนซุงอย่างงงๆ

"แกหมายความว่ายังไง?"



คำถามของพ่อทำให้ฉันต้องรู้สึกสยอง นี่ถ้าพ่อรู้ว่าสาเหตุที่ฉันกรี๊ดบ้านแทบแตกก็เพราะเป็นแผนการของจุนเซที่คิดจะช่วยนายซาตานล่ะก็ มีหวังจุนเซคงเหลือแค่ชื่อแน่ๆ

ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่จุนเซมันคิดว่าถ้าทำให้พ่อเสียสมาธิ รุ่นพี่ที่มันแอบเชียร์นักหนาคงเอาชนะพ่อได้น่ะครับ พี่จุนซองพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่สายตานั้นเป็นประกายอย่างสนุกสนาน

เฮือกกกกกกก พี่คิดจะฆ่าจุนเซรึไงกันนะ

วะ ว่าไงนะ

จริงๆ นะครับ จุนเซมันก็แค่อยากช่วยให้นารีสมหวังในความรักอันแสนรันทด พี่จุนซองพูดต่ออีก

สีหน้าพ่อเริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดงกลายเป็นเขียวปั๊ดจนน่ากลัว

นี่ถ้ากลายเป็นเหลืองก่อนคงต้องเป็นสัญญาณไฟจราจรแน่ๆ เลยพ่อฉัน

พ่อจะไม่ทำอะไรจุนเซใช่มั้ยค่ะ? ฉันรีบถาม ถึงแม้แผนการของจุนเซจะทำให้พ่อต้องมานอนเข้าเฝือกที่โรงพยาบาลแต่อย่างน้อยเขาก็ทำเพราะอยากช่วยนายซาตาน เพราะฉะนั้นฉันจะปล่อยให้เขาโดนพ่อฆ่าโดยที่ไม่ช่วยอะไรเลยได้ยังไงล่ะ

นั่นซิครับ ถึงยังไงจุนเซก็ทำเพราะผม ถ้าคุณพ่อตาคิดว่าไม่ยุติธรรม เรามาสู้กันใหม่ก็ได้นะครับ นายซาตาช่วยพูดอีกคน

แต่มันช่างเป็นคำพูดที่ไม่เข้าหูฉันซะจริงๆ

ไม่หรอก พ่อไม่ทำอะไรจุนเซมากหรอก นารีไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ พ่อแค่จะลงโทษไอ้ลูกตัวแสบนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น พ่อพูดพร้อมยิ้มให้ฉัน

นั่นซิ ลงโทษนิดๆ หน่อยๆ คงไม่เป็นอะไรหรอก หึหึ พี่จุนซองพูดก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างสนุกสนาน

บางที คนที่เป็นปีศาจตัวจริงอาจจะเป็นพี่จุนซองก็ได้

แกร๊ก

เสียงประตูถูกเปิดออกเรียกความสนใจของพวกเราให้หันไปดู และคนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือน้องชายสุดที่รักของฉันนั่นเอง เขากลับมาพร้อมถุงใหญ่ๆ สองถุง เขาเอาถุงไปวางไว้บนโต๊ะโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง

ว่าไงลูกรัก พ่อฉันร้องเรียกเมื่อเห็นว่าจุนเซไม่ได้สังเกตเลยว่าพ่อตื่นแล้ว

พะ พ่อ จุนเซเรียกพ่อเสียงแผ่ว หน้าจุนเซซีดมากๆ แถมเขายังตัวสั่นอีกต่างหาก

ไปไหนมาน่ะ พ่อตื่นตั้งนานแล้วนะ พ่อพูดเสียงเรียบ

จุนเซทำหน้างงๆ ก่อนจะหันมามองฉันและหันไปมองพี่ชายทั้งสองคนที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ความจริงฉันเองก็อยากจะตะโกนบอกให้จุนเซวิ่งหนีไปเหมือนกันนะ แต่ฉันก็กลัวว่าพี่จุนซองอาจจะไม่สะใจและหันมาเล่นงานฉันแทน ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ไม่ดีเลยซักนิด

พ่ออยากกินอะไรมั้ยครับ ผมซื้อมาเยอะเลย จุนเซเงียบอยู่ซักพักก่อนจะพูดขึ้น สีหน้าเขาดูคลายกังวลลงอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งนั่นไม่ดีเลยนะปาร์คจุนเซ นายควรจะรู้ซิว่าปีศาจไม่ปราณีใครหรอก

อย่านะนารี พี่กำลังสนุก พี่จุนซองกระซิบเสียงต่ำเบา ทำให้ฉันที่คันปากอยากจะบอกจุนเซว่าพ่อรู้เรื่องที่นายทำแล้วต้องตัดสินใจหุบปากถาวร

ขอโทษนะจุนเซ ถึงฉันจะอยากช่วยนาย แต่พี่จุนซองก็น่ากลัวเกินกว่าที่ฉันจะขัดได้

จุนเซผู้โชคร้ายที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะถูกส่งขึ้นลานประหาร เลือกของกินส่งให้ทุกคนด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ก่อนจะหยิบโกโก้กระป๋องและเดินมาทางพ่อที่นอนยิ้มรอรับเขาอยู่บนเตียง

นี่ครับของพ่อ จุนเซพุดพร้อมยื่นโกโก้ให้พ่อ


มีลูกน่ารักอย่างนี่พ่อก็ภูมิใจแย่ พ่อว่าพลางหันไปมองพี่ชายทั้งสองของฉันเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง ซึ่งมันทำให้ฉันกับนายซาตานต้องรีบถอยหลังออกมา ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย

และยังไม่ทันที่จุนเซจะตั้งตัว ขาของพ่อก็เกี่ยวคอจุนเซก่อนจะจัดการกดคอเขาลงกับเตียง จุนเซเองก็ตกใจร้องลั่นอย่างน่าสงสาร

แอ๊ก!! พ่อครับ!!!!”

ลูกที่ดีก็ไม่ควรจะช่วยคนอื่นไม่ใช่เรอะ ไอ้ลูกเวร!!!” พ่อพูดพร้อมเอานิ้วดีดหน้าผากจุนเซ

จุนเซที่ตอนนี้หัวติดอยู่ระหว่างขาพ่อก็แต่ดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากการทรมานสุดโหดของจอมปีศาจทั้งสามคน แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้เลย

แล้วที่สำคัญแกยังช่วยคนที่คิดจะแย่งนารีไปจากฉันด้วย!!!” พ่อพูดพร้อมดีดหน้าผากจุนเซอีกครั้ง

โอ๊ย พ่อครับ ผมผิดไปแล้ว จุนเซร้องอย่างน่าสงสารและน่าขำในเวลาเดียวกัน

แถมยังเป็นตัวการที่สำคัญที่รู้ทุกอย่างด้วยนะครับ พี่จุนซองเสริมด้วยท่าทางสนุกสนาน แล้วเอามือขยี้หัวจุนเซ

พี่จุนซอง! ผมขอโทษครับ ปล่อยผมไปเถอะ แอ๊ก!!!” จุนเซร้องลั่น

ไม่!!!” พ่อพูดเสียงเด็ดขาด

แล้วยังมีเรื่องที่รู้เห็นทุกอย่างแต่ปิดปากเงียบด้วย พี่จุนซุงพูดพร้อมงัดหัวจุนเซให้หงายขึ้น จนจุนเซร้องจ๊ากเลยทีเดียว

ฉันมองพ่อและพี่ชายฉันทรมานจุนเซด้วยสีหน้าสนุกสนานแล้วก็ต้องนึกสยอง และฉันก็จะขอสาบานเอาไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าไม่จำเป็นฉันจะไม่ทำให้ทั้งสามคนต้องรู้สึกเสียใจต่อการกระทำของฉัน หรือรู้สึกอยากจะลงโทษฉันเด็ดขาด เพราะการลงโทษแบบนี้มันฆ่ากันทั้งเป็นชัดๆ

ไปข้างนอกกันเถอะ นายซาตานกระซิบ

ฉันหันไปมองเขาตาโต เห็นจุนเซโดนลงโทษต่อหน้าต่อตาแบบนี้ยังมีอารมณ์ไปไหนอีกล่ะ

ไปข้างนอกกัน เขาตื้ออีก

จะไปทำไม?

ไปเถอะ นายซาตานพูดก่อนจะจูงมือฉันย่องออกจากห้อง

นายไม่กลัวตายรึไง? ฉันถามเมื่อเราออกมายืนนอกห้องกันแล้ว แต่เสียงจุนเซก็ยังดังอย่างโหยหวนต่อไป

ทำไมเธอชอบแช่งสามีเธอนักนะ นายซาตานว่าพร้อมเอานิ้วจิ้มหน้าผากฉัน

ฉันไม่ได้แช่ง นายเห็นมั้ยที่พ่อกับพี่ๆ ฉันทำกับจุนเซน่ะ เห็นรึเปล่า

เห็นซิ แต่อย่าสนใจคนอื่นได้มั้ย ฉันอยากอยู่ตามลำพังกับเธอจะแย่อยู่แล้วนะ นายซาตานพูดพร้อมทำหน้าอ้อนๆ

เฮือกกกก จู่ๆ ก็พูดแบบนี้ฉันก็โดนน็อกเอาท์กลางอากาศน่ะซิ

ไปกันเถอะ

แต่พ่อฉัน... ถึงฉันอยากสวีทกับนายแต่ฉันก็ยังเป็นลูกสาวที่ห่วงพ่อตัวเองน่ะย่ะ

แค่สวนสาธารณะข้างๆ นี่เองนะ แป๊บเดียว นายซาตานพูดพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ฉันอีกครั้ง

อ๊ายยยยย ทำหน้าหล่อแบบนี้ฉันก็ใจอ่อนซิย่ะ

ก็ได้ ฉันตอบ และเราก็เดินจูงมือกันไปที่ลิฟท์

 

เพราะตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว ทำให้ในสวนสาธารณะไม่มีใครอยู่เลยซักคน และอากาศที่ค่อนข้างเย็น ทำให้ฉันออกอาการสั่นนิดๆ

เอาคลุมไว้ซะ นายซาตานถอดเสื้อโค๊ตและผ้าผันคอโยนให้ฉัน ส่วนเขาตอนนี้ก็เหลือเพียงเสื้อยืดแขนเพียงตัวเดียว


                 “นายไม่หนาวรึไง

หนาว

หนาวแล้วจะถอดมาให้ทำไมเล่า!!!

แต่ความจริง ถ้าเป็นพระเอกเขาต้องตอบว่า ไม่หนาว  ไม่ใช่รึไง

งั้นเอาคืนไป ฉันยื่นเสื้อโค๊ตและผ้าผันคอคืนให้เขา

เธอใส่ไปเถอะน่า หนาวไม่ใช่รึไง

งั้นเอาอย่างนี้ ฉันเดินไปหานายซาตาน จัดการเอาปูนขึ้นมาโบกที่หน้า ก่อนจะนั่งตักนายซาตานและเอาเสื้อโค๊ตคลุมเราทั้งสองคน ส่วนผ้าผันคอก็ผันรอบคอเราสองคนไว้ด้วย

แบบนี้จะได้ไม่มีใครหนาว

แต่พอทำแบบนี้ฉันก็รู้สึกเขินๆ เหมือนกันแหะ แถมนายซาตานยังไม่พูดอะไรเลยด้วย เอาแต่นั่งยิ้มแล้วก็จ้องหน้าฉันจนมันทะลุไปไม่รู้กี่รูแล้ว

เลิกจ้องได้มั้ย อายนะ

ก็มองเพราะเธอน่ารัก

อ๊ายยยยย ของมันแน่นอนย่ะ ปาร์คนารีน่ะ น่ารักตั้งเกิดอยู่แล้ว โฮะ โฮะ

แต่คำพูดต่อมาก็ทำให้ฉันแทบจะงับหัวเขา

บ๊อง ติ๊งต๊อง เบ๊อะ ซื่อบื่อ จอมหาเรื่อง ดื้อรั้นก็ที่หนึ่ง

นี่นาย!!!”

แต่ฉันก็รัก

เฮือกกกกกกกก เล่นอารมณ์ไหนเนี่ย ฉันตามไม่ทันแล้วนะ แต่ที่รู้ๆ คือหน้าฉันแดงไปหมดแล้ว อากาศที่แสนจะเย็นก็ไม่สามารถทำอะไรแก้มฉันได้เลยซักนิด เพราะตอนนี้หน้าฉันมันร้อนจนแทบจะไหม้อยู่แล้ว

ฉันรักเธอนะปาร์คนารี นายซาตานพูดขึ้นอีกเมื่อเห็นฉันเงียบ

เออ รู้แล้วว่ารัก

แล้วเธอล่ะ

                อ้าว อยากหน้าด้านก็หน้าด้านไปคนเดียวซิเรื่องอะไรมาชวนคนอื่นหน้าด้านด้วยล่ะ

ว่าไง เธอรักฉันรึเปล่าปาร์คนารี นายซาตานถามอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็กระชับแขนที่โอบเอวฉันให้แน่นขึ้นอีก

               นี่เขากลัวฉันจะวิ่งหนีเขารึไงนะ กอดซะแน่นเชียว

ว่าไง ฉันบอกไปแล้วนะ เธอไม่คิดจะบอกฉันบ้างเหรอ ถ้าไม่บอกฉันก็ไม่รู้น่ะซิว่าที่ฉันเสี่ยงชีวิตแทบตายวันนี้และก่อนหน้านี้ หรืออาจจะหลังจากนี้ มันคุ้มรึเปล่า นายซาตานบ่นพึมพำอย่างน่ารำคาญ

หมอนี่กลายเป็นพวกขี้บ่นอย่างไอ้จุนเซตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย หรือว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันมากเกินไปจนติดนิสัยเสียๆ ของหมอนั่นมานะ

ว่าไง

รัก เพราะโดนตื้อจนทนไม่ไหว ฉันเลยได้แต่อ่อมๆ แอ่มๆ ตอบ

ไม่ได้ยินเลย

รัก!” ฉันพูดดังขึ้นอีกนิด

เธอรักใครล่ะ? นายซาตานทำหน้าฉงนซะเหมือนจริง จนฉันนึกหมั้นไส้จนอยากเอาบาทามาวัดหน้าเขาซักรอบ แต่เห็นใจว่าหน้าเขาไม่มีพื้นที่มากพอจะแปะผ้าก๊อซอีกแล้ว เลยต้องห้ามใจเอาไว้

รักนาย

นาย? นายไหนล่ะ

ฉันรักนายยูแจอิน ปาร์คนารีรักยูแจอิน!!!” ฉันตะโกนลั่นอย่างหมดความอดทน

ทำไมนะ หมอนี่ถึงชอบให้ฉันทำเรื่องน่าอายอยู่เรื่อย

ฉันก็รักเธอปาร์คนารี เสียงนายซาตานดังขึ้นที่ข้างๆ ลมหายใจร้อนๆ ของเขาก็รินรดใบหูจนขนในตัวฉันมันพากันลุกซู่ และก่อนที่ฉันจะทันรู้ตัว ฉันก็รู้สึกถึงความอุ่นจากริมฝีปากเขาซะแล้ว

จูบของนายซาตานไม่ได้ร้อนแรงดุเดือดเหมือนทุกครั้ง แต่มันอ่อนหวานนุ่มนวลจนชวนให้เคลิ้ม แถมการที่เราต้องผ่านเรื่องอะไรมามากมายจนไม่มีเวลาได้สวีทกัน ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกดีกับความรู้สึกนี้ ถ้าไม่เพราะเสียงตะโกนที่ดังราวกับผ่าฟ้าของคนไข้ไม่เจียมสังขาร

แก!!! ปล่อยลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้นะ!!!!!”

นายซาตานถอนริมฝีปากเขาออก ก่อนจะมองขึ้นไปบนตึกและมองเจ้าของเสียงที่กำลังเต้นเร้าอย่างไม่พอใจอยู่บนระเบียง นิ้วชี้มาที่นายซาตานอย่างอาฆาต

แย่จัง มีคนแอบดูซะแล้ว นายซาตานบ่น

แอบดู!! นายจะบ้ารึไง นั่นพ่อฉันนะ คนที่นายว่าแอบดูน่ะ

บอกให้ปล่อยไงเล่า!!!!” พ่อตะโกนอีก

ขอโทษนะครับคุณพ่อตา ผมขอขโมยตัวนารีซักสองสามชั่วโมงนะครับ!!!!!” นายซาตานตะโกนกลับอย่างหน้าด้านสุดๆ

ห๊า!!” ฉันร้องอย่างตกใจกับคำพูดของนายซาตาน

และก่อนที่ฉันจะรู้ตัวนายซาตานก็ลุกขึ้นยืนและฉุดฉันออกวิ่ง โดยมีเสียงพ่อฉันร้องโหยหวนตามหลัง

ไม่น้า!!! นารีของช้านนนนนนนนนนนนนน

 

เฮ้อออออออออ ฉันว่านะ ปัญหาระหว่างนายซาตานกับพ่อฉันคงไม่ได้จบลงแค่นี้แน่ๆ ฉันสังหรณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี่ มันจะต้องมีการเปิดศึกระหว่างนายซาตานกับพ่อฉันอีก แต่อย่างหนึ่งที่ฉันมั่นใจก็คือคนที่กุมมือฉันอยู่ตอนนี้เขาคือคนที่ฉันรักมากที่สุด และฉันก็เชื่อว่าเขาเองก็คิดเหมือนฉัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาจะไม่มีวันปล่อยมือฉันเหมือนอย่างที่ฉันจะไม่มีวันหมดความเชื่อใจในตัวเขา

ต่อให้นายอยากปล่อยมือฉันหรือคิดจะหนีฉันไปมันก็สายไปซะแล้วนะยูแจอิน เพราะไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน ฉันก็จะตามติดนายไปตลอดทุกชาติเลยคอยดูนะ นายไม่มีหนีฉันพ้นหรอก

 

........................................................................................................................................

 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

683 ความคิดเห็น