Love Bloodshed รัก...เปื้อนเลือด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21

    Overall
    21

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
เวลาจะเป็นคนพิสูจน์เอง ว่าความรักที่พวกคุณมีให้กัน เป็นของจริง หรือ ของปลอม


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 




คุณคิดว่าความรักของคุณจะยืนยงหรือไม่

คนที่คุณรักเขารักคุณจริงๆหรือเปล่า

คุณคิดว่าคุณรู้จักคนรักของคุณดีแค่ไหน

ลองคิดดู


...............................................................................................................



เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน

และกำลังจะไปฮันนีมูนกัน

แต่ทุกอย่างกลับผิดพลาด

พวกเขาต้องเจอกับฆาตรกรโรคจิต

ที่โหดเหี้ยม

ความรักของทั้งคู่จะช่วยให้ทั้งคู่รอดชีวิตหรือไม่

ติดตาม




เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 21 ก.ย. 59 / 12:06

บันทึกเป็น Favorite




 







          เรื่องนี้กล่าวถึงคู่รักคู่หนึ่ง คือ มาร์คและลอเร็น วิลสัน พวกเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นานและกำลังจะไปฮันนีมูนกันที่เกาะฮาวาย ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาวาดฝันว่าจะไปตั้งแต่ยังไม่ได้เจอกัน

          พวกเขาซื้อตั๋วและออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรัก หลังจากนี้ต่อไปพวกเขาคิดว่าจะมีลูกหลังจากฮันนีมูน ถ้าเป็นลูกชายจะให้ชื่อปีเตอร์ ถ้าเป็นผู้หญิงจะให้ชื่อ แคทเธอลีน พวกเขาจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าและหากต้องตายจากกันจริงๆ ก็ขอพระเจ้ปรดเมตตาให้พวกเขาตายพร้อมกัน เพื่อที่จะไม่ให้มีใครเสียใจในภายหลัง เมื่อพวกเขาลงจากเครื่องแล้วก็ต่อเรือเล็กที่บรรจุผู้โดยสารจำนวน 6 คน รวมพวกเขาไปที่เกาะ แต่ยังไม่ทันถึงเกาะก็เกิดพายุที่ไม่ทราบสาเหตุพัดเรือที่พวกเขานั่งมาจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทำเอาร่างที่ยังมีลมหายใจของคนในเรื่อดำดิ่งสู่ห้วงทะเลอันอ้างว้าง

                มาร์คตื่นขึ้นมาจากหายนะ ก็พบว่าตัวเองอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งที่ไม่รู้จัก นั่นยังไม่ทำให้เขาตกใจเท่ากับการที่ภรรยาสุดที่รักของเขาหายไป มาร์ครีบตะโกนและเดินหาลอเร็นทันที ไม่นานก็พบเธอนอนสลบไสลอยู่บนผืนทรายสีนวล มาร์ควิ่งเข้าไปหาลอเร็น เขย่าตัวเธอแรงๆจนเธอสำลักน้ำ เมื่อลอเร็นลืมตาขึ้นมาเห็นสามีที่รักก็โผเข้ากอดทันที มารคและลอเร็นเดินสำรวจทั่วเกาะด้วยความหวังที่ว่าจะเธอผู้รอดชีวิต เหมือนพระเจ้ายังเห็นใจพวกเขาอยู่เมื่อมาร์คและลอเร็นอีก 4 คน  คือ แอนนา เจมส์ อเล็กซ์ และเบ็น เจมส์บอกว่าเขาเจอบ้านหลังหนึ่งอยู่ชายป่าฝั่งตะวันออกของเกาะ เหล่าผู้รอดชีวิตที่เหลือจึงตัดสินใจไปทันที เพราะตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว พวกเขาออกเดินทางมายังบ้านหลังนั้นด้วยความเหนื่อยล้า แอนนาสาวอายุยี่สิบต้นๆเดินบ่นมาตลอดทางสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ร่วมชะตากรรมที่เหลือเป็นอย่างมาก เมื่อถึงบ้านพวกเขาก็เดินสำรวจและหาห้องของตัวเองทันที โดยมาร์คและลอเร็นอยู่ชั้นบนห้องเดียวกันถัดจากห้องพวกเขา ด้านขวาเป็นห้องของเจมส์ ด้านซ้ายของแอนนา ส่วนอเล็กซ์นอนโซฟาด้านล่าง

                ลอเร็นตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงประหลาดคล้ายๆเสียงเหล็กหนักลากพื้น เธอไม่กลล้าที่จะออกไปดูจึงปลุกสามีขึ้นมาแทน แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็บอกเธอแค่เพียงว่าเธออาจจะหูแว่วไปเอง มาร์คดึงลอเร็นเข้ามากอดแล้วลูบผมเธอเป็นการปลอม จากนั้นทั้งคู่ก็นอนต่อ แต่ไม่นานพวกเขาก็ต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมีเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านล่าง มาร์คจับมือลอเร็นวิ่งลงไปดูเหตุการณ์ทันทีเพราะเขาจำได้ว่าอเล็กซ์อยู่ด้านล่าง และก็พบเขา แต่ในสภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่ อเล็กซ์นอนอยู่บนโซฟาอย่างนิ่งสงบ หัวของเขาหายไปจากร่าง โซฟาและพรมเช็ดเท้าถูกย้อมจนเป็นสีชาด ด้วยเลือดสดที่เอ่อนองทั่วพื้นส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วห้อง ลอเร็นกอดมาร์คด้วยความกลัว แต่แทนที่จะได้ความอบอุ่นกลับเจอสิ่งที่ช็อกยิ่งกว่า เธอเรียกชื่อมาร์คเสียงดังแล้วชี้ไปที่ด้านหลัง ทุกคนที่อยู่ในห้องหันไปมองทันที หัวของอเล็กซ์ถูกเสียบกับที่แขวนเสื้อโค้ด ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ฝาผนังด้านหลังหัวของอเล็กซ์ถูกเขียนด้วยเลือดว่า


DIE


          เหล่าผู้รอดชีวิตตกลงกันว่าจะทิ้งศพอเล็กซ์ไว้อย่างนี้ก่อน และวันรุ่งค่อยจัดการทีหลัง แต่ก็ถ้ามีศพคนถูกฆ่ามาอยู่ในบ้านคุณ โดยที่ฆาตรกรยังลอยนอลอยู่ ใครจะไปนอนหลับ

          รุ่งเช้า มาร์คและลอเร็นมีอาการของคนที่หลับไม่เต็มตื่นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเดินไปที่ห้องเกิดเห็นแต่กลับพบว่าศพหายไปเสียแล้ว แอนนาอธิบายว่า เจมส์และเบ็นกำลังนำไปฝังในป่า ตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว ลอเร็นอาสาจะเข้าครัวทำอาหารเพื่อยังชีพ แต่ทว่ายังไม่ทันที่ลอเร็นจะเข้าครัวก็มีเสียงร้องของเจมส์จากหน้าบ้านเสียก่อน

          เจมส์วิ่งมาในบ้านด้วยท่าทีตื่นตกใจ ตัวของเขาสั่นสะท้าน ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ มาร์คเข้าไปจับไหล่เขาแล้วบอกให้เขาใจเย็นลง ซึ่งมันได้ผล เจมส์เล่าว่า หลังจากที่เขาฝังอเล็กซ์แล้ว ฆาตรกรก็โผล่ล็อกคอแล้วเอามีดจอคอเขา เบ็นจึงถีบฆาตรกรโรคจิต ทั้งสองต่อสู้กัน แต่เป็นพลาดท่าถูกฆาตรกรแทงเข้าตรงกลางอก จากนั้นฆาตรกรก็ลากมีดจนมาถึงท้อง สำไส้ไหลทะลักออกมาจากท้อง โดยที่ตอนนั้นเบ็นยังหายใจอยู่ เจมส์ตกใจมากจึงวิ่งหนีมา


          หลังจากได้ฟังเหตุการณ์ทุกคนจึงตัดสินใจเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านพัก นอนรวมอยู่ห้องเดียวกับเพื่อความปลอดภัย


          ตกดึกคืนที่สอง แอนนาเกิดปวดปัดสาวะ เธอจึงปลุกเจมส์เพื่อให้ไปเป็นเพื่อน เจมส์ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ เขาเห็นเหมือนเงาใครซักคนอยู่ในครัว ด้วยความสงสัยจึงเดินไปดู แต่ก็ไม่พบใคร เขาคิดว่าตัวเองอาจจะตาฝาดก็เป็นได้ จึงเดินกลับไปรอแอนนาที่หน้าห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันที่จะเดินก็มีมือปริศนาเข้ามาล็อกคอเขา เจมส์พยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะฆาตรกรโรคจิตนั้นแข็งแรงเหลือเกิด ชายหนุ่มร้องไห้ ภาวนาขอให้แอนนาสังเกตเห็นว่าตัวเขานั้นหายไป แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เป็นใจคนอย่างเขา เพราะแอนนาเดินขึ้นห้องไปแล้ว เธอคิดว่าเจมส์คงขึ้นห้องไปก่อน

          ฆาตรกรปล่อยเขาจากพันธนาการ จากนั้นก็เดินไปเปิดไปแล้วล็อกห้อง เจมส์ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เขาได้แต่นั่งสั่นอยู่กับพื้น ฆาตรกรหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แล้วชี้มีดสีเงินแววไปทางเจมส์

          “ทิ้งเพื่อน...เลว...ตาย” ฆาตรกรพูดเสียงแหบพร่า ใช่ เจมส์ยังเล่าไม่หมด เบ็นพยายามจะกล่อมฆาตรกรให้ปล่อยเขา ฆาตรกรพูดกับเขาเบาๆว่า ถ้าส่งตัวเบ็นมาให้จะปล่อยเขาไป จากนั้นก็ผลักตัวเขาไปทางเบ็น ตอนนั้นเขากับเบ็นอาจะหนีไปได้ถ้าวิ่ง แต่ด้วยความกลัวที่จะถูกฆาตรกรฆ่า เจมส์จึงผลักตัวเบ็นไปให้ฆาตรกร จากนั้นฆาตรกรก็แทงเบ็นอย่างที่ว่าไปก่อนหน้านั้น ส่วนเขาก็หนีมา

          “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันกลัวแล้ว” เขาพูดทั้งน้ำตา แต่มีหรือฆาตรกรจะเห็นใจ ฆาตรกรยิ้มสยองทิ้งมีดตัวเองลงบนพื้น แล้วเดินไปหยิบมีดอีโต้ทำครัว เจมส์พยายามจะใช้โอกาสนั้นวิ่งหนี แต่ช้าเกินไป ฆาตรกรดึงผมบนหัวเจมส์จับหัวกดลงกับพื้นทันที แล้วใช้อีโต้สับที่คอเจมส์จนหัวขาดออกจากบ่า จากนั้นฆาตรกรก็เริ่มชำแหละส่วนต่างๆต่อไป


          รุ่งเช้า ลอเร็นตื่นเป็นคนแรก เธอเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำแล้วเดินลงมาเพื่อทำอาหารเช้า ถึงแม้เธอจะไม่มีอารมณ์จะกินก็ตาม แต่เมื่อเธอเปิดประตูห้องครัวเข้าไปถึงกับช็อก แล้วกรี๊ดเสียงดังสนั่น มาร์คและแอนนาเมื่อได้ยินเสียงลอเร็นก็รีบวิ่งมาทันที ด้านในห้องครัว บนพื้นมีแต่เลือดเต็มไปหมด เมื่อเลื่อนสายตาไปบนโต๊ะอาหารก็เจอหม้อและชามต่างๆจัดวางเหมือนโต๊ะดินเนอร์ชุดใหญ่มีแก้วไวท์ที่ด้านในมีของเหลวสีข้นหนืดจนแข็งเป็นเจลลีสีแดงข้น ข้างแก้วมีกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยปากกาแดงว่า ทานให้อร่อย จานหนึ่งบนโต๊ะมีหัวของเจมส์ที่น่าจะถูกอบกับเตาวางอยู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเนื้อที่ใช้มาทำเป็นอาหารที่เหลือเป็นเนื้อคนแน่นอน จานข้างๆหัวอบเป็นเครื่องในลวก ต้มเนื้อคน ผัดมือและเท้าคน แถมฆาตรกรใจดีแถมขนมหวานคือ สมองคนสดๆที่เละจนเหมือนไอศกรีมโดยมีหัวใจ ซึ่งฆาตรกรอาจคิดว่ามันคือสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่วางอยู่ด้านบน ส่วนพวกกระดูกและเสื้อผ้าของเจมส์ถูกทิ้งไว้ที่ซิ้งค์ล้างจาน ทำเอามาร์ค ลอเร็นและแอนนาอ้วกกันแทบไม่ทัน

          เช้านี้ไม่มีใครทานอะไรลงอีกเลย แอนนาเหมือนจะจิตหลุดไปเสียแล้ว เพราะเธอเอาแต่พูดว่า ฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังไม่อยากตาย ซ้ำไปซ้ำมา มาร์คเริ่มค้นบ้านอย่างจริงจังเพื่อหาอาวุธและอุปกรณ์สื่อสารเพื่อจะติดต่อกับคนนอกเกาะ และเหมือนพระเจ้าจะเห็นใจเขา เมื่อเขาเจอโทรศัพท์ แต่ทว่ากลับไม่มีสัญญาณ พวกเขาจึงตัดสินใจออกนอกบ้าน เพียงเพราะความหวังอันริบหรี่

          พวกเขาเดินเข้าป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆแอนนาก็ยืนนิ่งและชี้นิ้วไปที่ด้านหน้ามาร์คและลอเร็น เมื่ออีกสองคนหันไปดูก็พบฒาตรกรกำลังยืนอยู่ไกลจากเขาราวๆ 7 เมตร ทั้งหมดจึงออกตัววิ่งแยกป็นสามทาง ฆาตรกรเลือกที่จะตามแอนนา เธอวิ่งไปเพราะกลัวถูกฆ่า แต่เหมือนโชคร้ายจะเข้าข้างเธอเมื่อแอนนาดันสะดุดรากไม้แถวนั้นจนล้ม ฆาตรกรฉีกยิ้มกว้างเดินเข้ามาเรื่องๆ เธอเองก็พยายามคลานหนีและถ่วงเวลาฆาตรกรให้ได้มากที่สุด

          “แกต้องการอะไร!” เธอตะโกนถาม ฆาตรกรเงียบไปซักครู่ก่อนเอ่ยขึ้น “ชีวิตพวกแกไง”

          “พวกฉันไปทำอะไรให้” คราวนี้ฆาตรกรไม่ตอบ แต่ปักมีดเล่มงามลงไปกลางหน้าผากของแอนนาทันที เธอชักสองสามครั้งก่อนแน่นิ่งไป ฆาตรกรฉีกยิ้มอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้นว่า


พวกแกไม่ได้ทำอะไรให้ เพียงแต่ พระเจ้าประทานพวกแกมาเป็นอาหารฉัน ก็แค่นั้น


          เสียงกรี๊ดดังขึ้นด้านหลังฆาตรกร เขารีบดึงมีดออกจากหัวแอนนาและหันหลังไปดู เสียงนั้นคือ ลอเร็น เธอเริ่งวิ่งหนีทันที แต่ฆาตรกรกลับไปกว่า วิ่งไปดักหน้าเธอเสียก่อน ลอเร็นทรุดลงกับพื้น เพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานเธอต้องตาย ทว่าฆาตรกรกลับยิ้มและโยนมีดให้เธอ “ถ้าเธอฆ่าผัวเธอ เธอก็จะรอด” ลอเร็นถึงกับอึ้ง ภายใน 1 ชั่วโมง ไม่งั้น...แกตายแล้วฆาตรกรก็เดินหายไปในป่า จริงๆแล้วเขาไม่ได้หายไปไหนหรอกเพียงแต่แอบมองลอเร็นอยู่ไกลๆ

          ด้านลอเร็นเธอเก็บมีดไว้ที่เอวด้านหลังด้วยความสับสน แล้วเธอก็เดินหามาร์คต่อไป และพบเขาอยู่ที่หาด

          “มาร์ค!!!” เธอตะโกนชื่อสามีเสียงดัง เขายิ้มเมื่อได้ยินเสียงเธอก่อนจะโผเข้ากอดลอเร็นทันที “ผมรู้ว่าคุณต้องรอด ผมหาสัญญาณโทรศัพท์ได้แล้วอีกสีชั่วโมงเขาน่าจะ...อึก” ลอเร็นหยิบมีดจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบแล้วทงที่ท้องมาร์คทันที ใช่แล้วล่ะ เธอต้องรอด เธอจะไม่ยอมตายอยู่บนเกาะแห่งนี้แน่นอน ต่อให้แลกกับชีวิตสามีเธอก็ตาม

          มาร์คล้มลงกับพื้น พยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาเป็นคำพูด “ทำไม” เขาถาม ตอนนี้หัวใจเขาแหลกสลายไปเสียแล้ว น้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่ใช่เพราะเสียใจที่กำลังจะตาย แต่เสียใจที่ภรรยาเขาเลือกที่จะเอาชีวิตรอดคนเดียวแทนที่จะฝ่าไปด้วยกันไม่นานมาร์คก็สิ้นใจ ด้วยใจที่สิ้นหวัง


          แปะ แปะ แปะ


          เสียงปรบมือดังมากด้านหลัง ลอเร็นหันไปมองด้วยสัญชาตญาณ แน่นอนเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฆาตรกรคนนั้น

          “ฉันฆ่าสามีของฉันแล้ว แกต้องปล่อยฉัน” เธอตะโกนบอก

          “อ๊อหรอ! ฉันพูดแบบนั้นหรอ ไม่เห็นจำได้” ฆาตรกรพูด ทำเอาลอเร็นถึงกับสิ้นหวังอีกครั้ง เธอกำมีดแน่นพยายามที่จะฆ่าไอ้ฆาตรกรนั่น แต่แรงผู้หญิงอย่างเธอจะทำอะไรได้ ฆาตรกรบิดข้อมือเธอให้ปล่อยมีด และมันก็ได้ผล มีดดิ่งสู่พื้นพสุธา ฆาตรกรผลักลอเร็นจนล้มลงไปกับพื้น แล้วหยิบมีดขึ้นมาแทงที่กลางคอของเธอทันที “ไปเคลียกับผัวเธอที่นรกก็แล้วกัน”จากนั้นฆาตรกรก็ดึงมีดออก เลือดพุ่งขึ้นมาเหมือนน้ำที่ไหลออกจากเขือน ย้อมผืนทรายรอบตัวให้กลายเป็นสีแดงฉาน ฆาตรกรยิ้มให้กับผลงานตัวเอง แล้วเดินเข้าป่าไป

 

The End

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ AM FAY (แอมเฟย์) จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น