[BJIN FT MINUM] พี่ใหญ่ไม่ไหวจะเคลียร์

ตอนที่ 3 : CAHPTER I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 เม.ย. 57

พี่ใหญ่ไม่ไหวจะเคลียร์...

CHAPTERI!!!



"เห้ยเร็วดิ"


"จะรีบกันไปไหนเนี่ย" ผมถามอย่างเซ็งจิตโดนปลุกตั้งแต่ตีห้า"นัดกี่โมงเพิ่งจะโผล่หัวกันมา" เสียงเข้มจากลีดเดอร์มันน้องผมนะ


"เมื่อคืนกว่าจะออกตั้งตีสามนะเว้ย" ผมบอก


"ขอโทษพวกฉันตีสี่เว้ย" บ๊อบบี้บอก


"เออซ้อมเร็วจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าอีก" ยุนฮยองบอก


ใช่วันนี้วันประเมินของพวกเรา เมื่อคืนซ้อมกันจนตายไปข้างหนึ่งทั้งเสียงร้องท่อนแร๊ปปรับเพลงปรับโน๊ตท่าเต้นกว่าจะมามิกซ์กันเสร็จตามสภาพขนาดแยกกันทำแล้วนะยังลากเลือดกันขนาดนี้ ไหนจะหาเสื้อผ้ากันอีก แล้วคุณลีดเดอร์คนดียังจะมานัดเร็วซ้อมก่อนอีกสักรอบสองรอบด้วยจนเป็นปกติตั้งแต่สมันซ้อมกันสามคนยันหกคน



ก๊อก ก๊อก ก๊อก



"พอได้แล้วถึงเวลาแล้วโว้ยยยยย" เสียงจากฝ่ายมารเอ้ยทีมพี่อย่างมิโนมาเคาะห้องเรียกพวกผมที่กำลังแต่งตัวกันอยู่


"โหเสียมารยาทคนกำลังแต่งตัวเดินเข้ามาเขาก็อายเป็นนะตัว" ผมพูดก่อนจะคว้ากองเสื้อกางเกงมาบังเอาไว้



ฟิ้ว


ตุบ



วัตถุที่เรียกว่ากางเกงทิ้งดิ่งลงบนหัวผมจากหน้าประตูมากกลางห้องซ้อมพอดิบพอดี ฝีมือซึงยุนโยนมาได้หน้านิ่งสุดไปเลยแล้วตามด้วยเสียงสรรเสริญจากจินวู



"ไอสตอใส่คลุมจะเป็นมัมมี่อยู่แล้วทำมาเป็นปิด"


"กางเกงใครวะแม้งเหม็นอะ" ผมหยิบซากกางเกงบนหัวที่มันส่งกลิ่นออกมา


"เห้ยกางเกงไปไหนวะ" เสียงจากบ๊อบบี้ถาม


"รู้แล้วว่าของใคร" ยุนฮยองพูด


"เน่าตลอด" จุนฮเวตาม


"ซักครั้งสุดท้ายกี่ชาติที่แล้ววะ" ผมถามก่อนจะหยิบด้วยความรักแล้วถีบมันกลับไป


"ไม่นานตั้งแต่มาจากเมกา"


"ยี๋ซกมก" ซึงฮุนพูด



"โคตรสกปรกเลย" อันนี้มิโน


"โสโครกสุดๆๆ" อันนี้ฮันบิน


"ไม่รักกันจริงไม่ชมกันขนาดนี้นะเนี่ยเขินเลย" บ๊อบบี้พูดก่อนจะยิ้มร่าแล้วบิดตัวไปมา พวกนี้ช่างเป็นเเร๊ปเปอร์ไลน์ที่รักกันเสียจริง


"ด่าเว้ย" แทฮยอนบอก


พวกผมทั้งสิบเอ็ดคนทยอยเดินกันไปที่ห้องชั้นใต้ดินที่พวกผมจะใช้ประเมินประจำเดือนกันตามที่ท่านประธานแจ้งมา บางครั้งก็อัดส่งบางครั้งก็สด อัดยังแก้กันได้แต่สดพลาดคือจบ บางคนไม่มีพัฒนาการเลยก็โดนถีบออกจากบริษัทก็มีคืออยู่เป็นเด็กฝึกโคตรเครียดเลยสำหรับคนอื่น แต่สำหรับพวกผมเครียดแต่ก็ทำดีที่สุดคิดไว้ว่ามันเป็นโอกาสทำด้วยใจสนุกไปกับมันก็พอ ไม่รู้ทำไมยังรอดมาถึงทุกวันนี้ได้



"เห้ยหยุดก่อน" เสียงจากนัมแทฮยอน


"ทำไมวะ" จินวูถาม


"พวกเราจะทำให้ดีที่สุดใช่มั้ย" แทฮยอนถาม



ปัก



"ถามไม่คิด" ซึงยุนตบหัวน้องเล็กของมันให้
 

"จะต้องได้ฝึกต่อในเดือนหน้าด้วยกันสัญญานะเว้ย" นัมแทฮยอนเจ้าเก่า


"ฝึกต่อวางมือเลยเร็ว" ผมบอก


"Fighting"



           พวกผมวางมือซ้อนกันไม่แบ่งทีมพี่ทีมน้องเพราะพวกเราคือเพื่อนพี่และน้องไม่แบ่งแยก ก่อนจะกดมือแล้วให้กำลังใจอย่างที่เคยเราทำกันเสมออย่างนี้เสมอตั้งแต่ที่รู้จักกัน ก่อนที่ทีมพี่จะเดินเข้าไปก่อนแล้วพวกผมก็ตามติดๆเข้า นิ่งครับคือกล้องเยอะกว่าปกติมากเป็นสองเท่า



"อันยองนาฮาเซโย" พวกผมก้มหัวให้กับพวกพี่ที่นั่งอยู่ในห้อง


แม้จะสงสัยแต่พวกผมก็ไม่มีใครปริปากถามออกมา ผ่านไปไม่นานท่านประธานก็เดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงตรงหน้าพวกผม พวกผมลุกขึ้นเอ่ยทักทายพร้อมกับก้มหัวให้ เราออกมากยืนเรียวกันข้างหน้าเป็นถามหน้ากระดานเรียงยาวตรงหน้าท่านประธานก่อนที่ประธานจะลุกขึ้นมายืนตรงหน้าพวกผม



"พวกนายเห็นใช่มั้ยว่าวันนี้มีกล้องมากกว่าทุกทีไม่มีใครสงสัยบ้างเหรอว่าพวกเขามาทำไม"


"เอ่อมาถ่ายพวกเราฮะ" หนึ่งพวกเราตอบ


"แล้วถ่ายไปทำไมไม่สงสัยบ้างเหรอ"



เงียบ



"แปดปีที่แล้ว BIGBANG สี่ปีที่ 2NE1 แล้วพวกนายคิดว่าอีกกี่ปีถึงจะได้เดบิวกันฮันบินมาตามความเป็นจริง" ประธานยางพูดก่อนจะฮันไปถามฮันบิน


"ปีถึงสองปีครับ" ฮันบินตอบ


"ดีตอบได้ตรงซึงฮุนหละ" ประธานยางหันไปถามซึงฮุน


"ไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้าครับ" ซึงฮุนตอบ


"เอาหละกล้องที่ถ่ายจะถ่ายพวกนายทั้งหมดจินวู นัมแท ซึงยุน มิโน ซึงฮุนพวกนายคือทีมA ส่วนฮันบิน จินฮวาน บ๊อบบี้ จุนฮเว ดงฮยอกและยุนฮยองพวกนายคือทีมB นับจากนี้ไปอีก 100 วันข้างหน้าจะมีหนึ่งทีมที่จะชนะแล้วทีมที่ชนะจะได้เดบิว" ประธานยางพูด "เอาหละเริ่มประเมินผมประจำเดือนนี้ได้"


ประธานยางทิ้งไว้ก่อนจะเดินไปนั่งที่เดิมพวกผมกลับไปนั่งข้างๆก่อนที่ทีมพี่จะเริ่มเซ็ตตำแหน่งตัวเองก่อนจะส่งสัญญานเพื่อเริ่มแสดงเริ่มจากร้องและปิดด้วยเต้น ใช่พวกเราก็เหมือนกันร้องก่อนแล้วค่อยเเร๊ป ทั้งสองส่วนจะถูกประเมินเเยกกันเราเลยต้องซ้อมแยกกัน เมื่อพวกเราแสดงจบเหล่าทีมงานก็เขียนผมประเมินรวมถึงประธานยางด้วย ก่อนที่จะถูกเรียกให้มายืนเรียวกันเพื่อจะสรุปผลการประเมิน



"พวกนายรู้ใช่มั้ยว่าวันนี้พวกนายทำกันได้มากน้อยแค่ไหน"


"ครับ" พวกเราตอบรับพร้อกัน


"ทีมเอการแสดงของพวกนาย......"



ตึก ตึก ตึก


เสียงเต้นของหัวใจดังออกมาจากความตื่นเต้น ของพวกเราแม้จะบอกว่าเป็นทีมเอแต่มันก็ไม่น่าฟังอยู่ดีเพราะประท่านพูดตรงๆ แทบจะไม่เคยชมพวกเราเลยมีนับครั้งถ้วน ผลการประเมินเครียดกว่าทักครั้งทั้งเรื่องที่ประท่านพูดก่อนการประเมินทั้งตอนประเมินดูเครียดกว่าทึกที



"การแสดงพวกนายน่าเบื่อมาก พวกนายรู้ใช่มั้ย"



ช็อค =[]=


ความรู้สึกที่พวกผมมีเหมือนกันหมดคือช็อค ทุกคนยืนนิ่งเหมือนประหนึ่งถูกเเช่เเข็งเอาไว้ ยืนนิ่งทกว่าเดิมอีกความเครียดเริ่มปกคลุม ไม่มีใครกล้าขยับหรือพูดอะไรออกมา เห็นเสียงเครื่องปรับอากาศดังจนพวกผมได้ยินเต็มสองรูหูก็ว่าได้ซึ่งเป็นผลมาจากความเงียบของห้องกับบรรยากาศแสนตึงเครียด


"จินวูนายรู้ใช่มั้ยว่าแสดงสีหน้ามากไปมันไม่เป็นธรรมชาติ"


"ทราบครับ


"นัมแท"


"ครับ"


"จังหวะต้องจับให้ได้มากกว่านี้"



"ครับ" แทฮยอนตอบรับ


"ส่วนนายซึงฮุนฉันเคยบอกนายตลอดใช่มั้ยว่าให้ปรับสำเนียงนาย"


"ครับ"


"ฉันบอกนายตั้งแต่เดือนที่แล้วฉันจะบอกไปทำไมถ้านายไม่แก้ไขมัน"


"ขอโทษครับผมจะปรับปรุง" ซึงฮุนพูด


"ไม่ใช่จะปรับปรุงแต่นายต้องปรับปรุง"


"ครับ"


"อย่างที่รู้ว่าทีมเอยังขาดความเป็นทีมเวิร์ค”


“ครับ”


“ทีมบีฮันบินเป็นหัวหน้า ต่อไปนี้ทีมเอมิโนนายเป็นหัวหน้า”


“ครับ” ทุกคนตอบรับพร้อมกัน


“การแสดงไม่ใช่แค่ทำๆไปให้มันจบเราต้องสนุกไปกันมันด้วยเข้าใจมั้ย”


“ครับ”


“ผลไม่ได้มาจากฉันคนเดียวแต่มาจากการโหวตของผู้ชม”


“ครับ”


“วันนี้ทีมบีทำได้ดีกว่า”



เงียบ!!!!!!!



                ประธานทิ้งไว้แค่นั้นก่อนที่ประธานยางจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับขบวนทีมงานและตา
กล้องทิ้งพวกผมไว้ที่จุดเดิมของห้อง เมื่อเหล่ากองทัพของท่านประธานออกไปหมดห้องพวกผมที่ยืนเกร็งขาแข็งก็ล้มนั่งกันเป็นแพ บางคนถึงกับหงายหลังนอนราบไปเลยก็ว่าได้ ทั้งกดดันทั้งเหนื่อยทั้งเครียดตีกันไปหมด



                หลังจากนั้นซักพักพวกเราก็กลับไปห้องซ้อมของพวกเราเพื่อซ้อมกันต่อตมปกติยิ่งเวลาโดนตำหนิมามันเหมือนยิ่งเพิ่มพลังให้แก่พวกเรา



“เห้ยๆซ้อมต่อดิวะ”


“อ่าเหนื่อยเป็นบ้าเลย” เสียงคร่ำครวญจากดงฮยอก


“จะบ้าอยู่แล้ว” บ๊อบบี้เสริม


“พรุ้งนี้ได้มั้ยอ่า” ผมถาม


“หึหึหึหึ” เสียงจากจุนฮเวแม้งพอกับทั้งลีดทั้งเน่เนี่ย


“เห้ยร้อยวันนี้ก็ไม่ต้องไปโรงเรียนดิ” ดงฮยอกถาม


“เห้ยจริงด้วยถ้าถ่ายรายการก็ไม่ต้องไป”



โป๊ก



“ไอเด็กพวกนี้คิดได้แค่นี้พวกนายก็ต้องไปบ้างเว้ยไม่อยากจบกันเหรอปีสุดท้ายแล้วนะเว้ย” ผมบอกไปอย่างเป็นห่วงให้ตายคิดจะโดดเรียนแย่ที่สุดแม้สมัยผมเรียนผมจะขยันเหมือนพวกมันก็ตามแต่ความรู้สึกตอนจบออกมาพ้อมเพื่อนมันวิเศษสุดๆไปเลย


“โหยยยยยดุยิ่งกว่าแม่อีก” จุนฮเวบ่น


“เออออออออออ” ผมลากเสียงใส่มัน




ก็อก ก็อก ก๊อก



“ครับ”


“เดี๋ยวเย็นนี้พวกนายจะต้องย้ายของเข้าหอพักที่บริษัทเตรียมให้นะ” เสียงทีมงานเดินเข้ามาบอก


“ฮะย้าย” ยุนฮยองพูด


“หอบริษัท????” ฮันบินถาม


“อือหกโมงจะออกจากที่นี่นะ” ทีมงานบอกก่อนจะเดินออกไป


“เอ่อครับ” พวกผมตอบรับ


“ย้ายไปอยู่รวมกันเนี่ยนะ”


“รกตาย” จุนฮเวมิกเน่ดูมันพูดดิ


“วุ่นวาย” ยุนฮยอง


“เห้ยเลือกห้องๆๆๆ” ผมเสนอ


“มันมีกี่ห้องวะ” บ๊อบบี้ถาม


“จะรู้ปะแปปนะ” ดงฮยอกลุกขึ้นไปถามพวกพี่ๆทีมงานที่อยู่บริเวณรอบๆห้องซ้อมพวกเราเนี่ยหละ “สามห้องนอนนอนแบบสาม สองและหนึ่งคน”


“เอางี้เรามีหกคนชะ”


“เราจะแบ่งตามวิธีสากลที่พวกรุ่นพี่เขาก็ทำกันเคมะ” ฮันบินถาม



                ทุกคนได้แต่มองหน้ากันไปมาถึงวิธีสากล มันจะยุติธรรมก็ยุติกรรมแต่มันก็ขึ้นอยู่กันดวงเป็นส่วนใหญ่นะเอิ่ม ว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายมันมีให้เลือกตั้งสามอย่างค้อน กรรไกร กระดาษ วงโคจรแห่งความตายก็ว่าได้ออกค้อนก็แพ้กระดาษ ออกกระดาษก็แพ้กรรไกร ออกกรรไกรก็แพ้ค้อนอีก วงโคจรอุบาตชัดๆ


“ตีไก่มั้ยดูยุติธรรมกว่า” ผมเสนอ


“แบทเทิ้ลแดนซ์” ดงฮยอกเสนอ


“เอายิ้งฉูบจบ” เสียงอิเน่จบเลยเพราะไม่ได้มาแต่เสียงมาด้วยสายตาด้วยนะผมกับยุนฮยองได้แต่มองหน้าทำตาปริบๆแล้วยอมรับกับชะตากรรมนั้นแต่โดยดี



                ทุกคนต่างคลานกระดึบๆเคลื่อนย้ายก้นอันหนักอึ้งกันมากระจุกอยู่กลางห้อง ก่อนจะเริ่มกันตัดสินอย่างลูกผู้ชายเพื่อแบ่งห้องนอนอันมีค่ากัน สายตาที่มุ่งมันยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด3



“เป้ายีเปายี่ปู๋”



ฟึบ ฟึบ ฟึบ




                สมาชิกคนกับการหาคนชนะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ออกไม่เคยปรึกษากันกว่าจะได้ผู้โชคดีคนแรกที่ได้ห้องเดี่ยวไปนอนก็ล้อไปปวดมือเป็นตามๆกัน



“เห้ยอาจ้าเย่เย่เย่” เสียงฮันบินร้องออกมาลั้นลาจากการที่มันชนะแล้วได้ห้องเดี่ยวไปครอบครอง


“เน่จ๋าลีดมันโกงอะเอาใหม่ๆ” ผมหันไปหาน้องเน่ทันทีคำพูดมันศักดิ์สิทธ์ยิ่งกว่าใครในทีมอีก


“ใช่โกงเว้ยเอาใหม่ๆๆ” ดงฮยอกร่วมด้วยช่วยกัน



ปึก ปึก



                และแล้วมือพระราชทานก็ตกลงบนหัวผมกับดงฮยอกกันคนละทีสองทีผมโดนฮันบินแม้จะเป็นลีดแต่ผมอาวุโสกว่านะเว้ย ส่วนดงฮยอกโดนเพื่อนกันอย่างอิเน่จุนฮเวตบ ให้ตายเถอะทำไมมันอยู่ยากอย่างนี้เกิดเป็นผมไม่เคยมีใครเข้าข้างบ้างเลยมันเข้าหัวตลอด



“ต่อเร็วดิวะ” บ๊อบบี้โวยวาย


“เป้ายีเปายี่ปู๋”



ฟึบ ฟึบ ฟึบ



                จัดไปตามคำขอเลย คนน้อยลงไปหนึ่งมันไม่ช่วยอะไรมากมายเลย แถมมันยังกระโดดไปมารบกวนสมาธิได้ดีอีกด้วย สรุปวันนี้พวกเราไม่ได้ทำอะไรกันเลยนอกจากตัดสินห้องนอนกันแล้วกลับไปเก็บของที่จำเป็นมากัน  โคตรจะไร้สาระเลยพวกผม



                และตามเวลาที่นัดกันไว้ก็มีทีมงามเดินมาตามถึงห้องพวกเราทยอยกันลงไปที่ลานจอดรถมีรถตู้ของบริษัทจอดเอารอพวกเราระหว่างทางพวกทีมพี่ก็เพิ่งจะลงมาเหมือนกัน ธรรมดาเมื่อลิงสองฝูงมาเจอะเจอกันก็ซนไปตลอดทางเสียงนี่ลั่นไปทั่วลานเลยก็ว่าได้แม้จะมีกล้องถ่ายออยู่ก็ไม่แคร์



“เห้ยแบ่งห้องนอนกันยัง” มิโนเดินมาตบไหล่ผม


“ไม่” ผมตอบ


“ช้าหวะ” แทฮยอนขนาบอีกข้าง


“ฟังไม่จบอีกไม่พลาดเว้ยฮ่าๆๆ”


“อ่าไม่ไหวมุขเก่าชิบ” ซึงยุนที่เดินอยู่ข้างหน้าหันมาส่ายหน้าใส่ผม


“ไอ..........”


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” ก่อนที่พวกเราจะระเบิดหัวเราะกันออกมา


“แล้วพวกนายอะ” ฮันบินหันไปถาม


“เสร็จแล้วเหมือนกัน”


“ฉันเน่แล้วก็มิโนนอนห้องเดี่ยวกัน” ซึงฮุนตอบ


“จินวูกับซึงยุนนอนด้วยกัน” แทฮยอนพูด


“แล้วพวกนายอะ”


“ฉันจุนฮเวแล้วก็ฮันบินด้วยกัน” ผมตอบ


“ดงด้งกับยุนอีกห้อง”


"เห้ยบ๊อบบี้มาแท๊กมือกันห้องเดี่ยวเว้ย” มิโนพูดอย่าดีใจ



                ใช่ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมมันได้ห้องเดี่ยวไปก็คุณพ่อพระฮันบินมันสละให้เพราะเห็นว่าบ๊อบบี้มันไม่ญาติหรือครอบครัวอยู่ในเกาหลีเลย



เอางี้ให้มันไปนอนห้องเดี่ยวแล้วฉันไปนอนกับพวกนายเอง ฮันบินบอก


เห้ยไม่ต้องฉันนอนได้หมดเว้ย บ๊อบบี้บอก


ไม่ได้ห่วงนายแต่กลัวหัวระเบิดเว้ย ยุนฮยองบอก



เห้ยฉันไปนอนกับยุนได้มั้ยอะอยู่กับมันสองคนน่ากลัวตายเลย ผมถามหลังจากที่ประมวลผมในหัว


พอเลยอย่าเรื่องมากดิวะ ฮันบินบอก


อีกจุดประสงค์ที่ย้ายห้องให้บ๊อบบี้ได้นอนห้องเดี่ยวคือพวกผมก็อยากจะให้พื้นที่ส่วนตัวกับมันไปเพราะพวกผมจะกลับบ้านก็ได้แต่คือในความเป็นจริงแล้วมันคงไม่แบบสุดสัปดาห์บินไปกลับอเมริกาปะนั่งไปนั่งมาก็หมดเวลาแล้ว


                อีกปัจจัยหนึ่งคือบ๊อบบี้กับผมก็โอเคอยู่แต่เอาผมสองคนไปอยู่กับไปเน่หอแตกแน่นอนปกติก็จะกัดกันด้วยความรักวันละสามรอบสามเวลาหลังอาหารยิ่งนอนด้วยกันนี้ ยิ่งบ๊อบบี้คุณชายสุดชิลออกแนวขี้เกรียจเป็นอาจินมาอยู่กับน้องเน่เจ้าระเบียบมีห้องระเบิดแน่มันเลยย้ายกัน



“เห้ยจินน้อยผู้น่าสงสารต้องไปอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับลีดเดอร์สุดโหดแถมยังมีมักเน่สุดเนียบโอ๋ๆๆๆ”
แทฮยอนจับหัวผมเข้าไปกอดแล้วเอามือลูบผมประหนึ่งผมคือเด็กน้อย


“ใช่มะแงๆๆๆๆๆๆๆๆ” ผมเล่นตามฟิวสุด



โป๊ก



โอ๊ย        



                มือยาวจากสองปีศาจรูมเมดคนใหม่ล่าสุดของผมเองที่ดันหัวผมกับแทฮยอนโขกกัน ไม่เห็นถึงความรักของเราสองคนที่มีให้กันเลย ใจร้ายที่สุด นี่แหละคือความโหดร้ายของสองคนนี้จินน้อยผู้ไร้เดียงสาจะอยู่อย่างไรถ้าต้องมาอยู๋ท่ามกลางมารผจญอย่างสองคนนี้แง



“โอเวอร์เกินไป” จุนฮเวพูด


“อันนี้ก็ช่างมโน” ตามด้วยฮันบิน



ฮ่าๆๆๆๆๆ



                เสียงระเบิดหัวเราะออกมาก่อนที่พวกเราจะทยอยกันขึ้นรถกันไปทีมละคันเราอยู่กันคนละหอ
แบบเศร้าที่สุด แม้แต่ตำแหน่งการนั่งในรถพวกผมยังแย่งกันให้ตายเถอะทีมเอยังดีมีห้าคนมิโนกับซึงยุนนั่งหลังกันสองคนโคตรสบายอะดูแล้วแต่พวกผมสามกับสามข้างหลังจุนฮเวบ๊อบบี้และยุนฮยองส่วนข้างหน้าดงฮยอกผมและฮันบิน



                ไม่นานนักรถก็มาจอดที่หอของพวกผม ก่อนที่จะทยอยกันลงใช่ตั้งแต่ขึ้นรถก็มีกล้องติดเอาไว้บนรถอยู่แล้วเลยมีแค่ทีมงานหนึ่งคนตารมพวกเราไปบนรถ แต่พอถึงหอก็มีแค่พวกเราพวกผมขึ้นมาตามที่ทีมงานบอกเดินเข้ามาก็เจอะเจอกับกล้องติดอยู่สง่าเลยครับ



“เหนื่อ เหนื่อย เหนื่อย” ดงฮยอกบ่นออกมาหลังจากเข้ามาห้องไปเป็นคนแรก


“อ่ากว้างดีจัง” ยุนฮยองบอก



                ก่อนที่พวกผมจะเดินเข้าไปจับจองห้องกัน  ด้วยความไวของผมเอง การครอบครองเตียงเดี่ยว
แล้วที่มีแค่นึงเตียงมันจึงตกเป็นของผมอย่างถูกต้องเป็นไปตามคำนองคลองทำ เหลือเตียงสองชั้นให้คุณนายทั้งสองนั้นไปตกลงกันเองเพื่อความปลอดภัยจากพวกนั้น


“เห้ยๆๆห้องบ๊อบบี้มันใหญ่กว่าห้องของดงด้งกับยุนอีก”


“อาฮะ” มันรับหน้าทะเล้นเลย


“เห้ยนั่นกล้องๆ” มันเห็นกล้องในห้องตัวเองมันก็จัดการเดินเข้าไปเซไฮทันทีอย่างไม่ลังเล



                อีกห้องหนึ่งที่ยุนฮยองอยู่นั้นมีกล้องคุณเธอเลยจัดการเซลก้ากับกล้องทันทีอย่างไม่รีลอโดยมีการเอามือชี้ไปที่กล้องด้วยให้ตายทีมผมสติสตางค์หายไปกันหมดแล้ว


“เห้ยนายไม่ควรเอามือชี้กล้องนะ” ดงฮยอกบอก


“เออใช่” ยุนฮยองนึกได้เลยวิ่งกลับเข้าไปพูดขอโทษกับกล้อง


“เห้ยบ๊อบบี้พวกฉันดูแลนายเองกล้องมันดูแลนายไม่ได้นะเว้ย” ผมแซวไป



                ทำไมนะเหรอก็ตอนเดินเข้าไปในครัวผมได้ยินมันตอนเล่นกล้องประมาณว่าฝากตัวด้วยช่วยดูแลมันด้วยอะไรทำนอนนี้ ฟังแล้วอดแซะไม่ได้เป็นธรรมดา



“นายว่าอะไรนะ.....อืมหวัดดี ดูแลฉันด้วยนะ” ไม่ใช่แค่ผมแล้วที่ได้ยินจุนฮเวมันก็ได้ยิน



ฮ่าๆๆๆๆ



                ทำให้เกิดการระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังไปทั่วเลยหละ ก่อนจะจบลงด้วยกันหาอะไรยัดสู่กระเพาะหลังจากหิวโซมาทั้งวันกัน โดยมีผมกับยุนฮยองและดงฮยอกเป็นพ่อครัวจำเป็นปล่อยให้พวกคุณชายไปอาบน้ำกัน


“เห้ยกินข้าวได้แล้ว” ดงฮอยกตะโกนบอก


“ข้าวๆๆๆ” เสียงที่มาก่อนตัวของบ๊อบบี้


“ไปช่วยยกมาก่อน” ยุนฮยองบอก



                ไม่กินบนโต๊ะใหญ่ขนมากินกันที่โต๊ะญี่ปุ่นชิลไปมั้ยเหล่าบรรดาอาหารที่ไม่อาจตั้งชื่อให้พวกมันได้ถูกวางเรียงรายเอาไว้มากมายกับข้าวและน้ำด้วยจำนวนสมาชิกที่มีอย่างมั่งคั่งก็เต็มโต๊ะด้วยความรวดเร็ว ไม่นานอาหารมากมายก็หดหายกันไปตามสภาพ



“อ่าอิ่มแล้ว” จุนฮเวร้องออกมา



“ไปเก็บเลยทำให้กินแล้ว” ผมบ่น


“ใช่มักเน่ที่น่ารักอย่างผมเหรอ” จุนฮเวถาม



ปึก



“เมื่อตอนเย็นยังตับหัวฉันอยู่เลยมีแค่ศักดิ์แต่ความเป็นจริงไม่นับโว้ย” ผมบอกหลังจากตบลงกลางกระบานน้องรักด้วยความรักอันสุดซึ้ง


“โหยังจำได้อีก”


“ยังไม่แก่เว้ย”


“ไปกันสามคนนั่นแหละไปเลย” ยุนยองไล่ก่อนที่พวกผมสามคนจะลุกไปอาบน้ำบ้างหลังจากเหนื่อยมา
ทั้งวัน ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันเข้านอน เพราะพรุ่งนี้พวกเรายังต้องซ้อม และเวลาก็เริ่มเดินแล้วเดินไปสู่จุดมุ่งหมายของพวกเรา             



                แม้พวกเราจะทะเลาะกันบ้างในบางครั้งทำเหมือนไม่สนิทกัน แต่จริงๆแล้วพวกเราอยู่กันเหมือนบ้านเหมือนครอบครัวพี่น้อง เพื่อน และสิ่งที่ผมแสดงออกอาจจะไม่มากนักแต่ความรู้สึกของพวกเรามันไม่ได้คงที่หรอก ช่วงวัยรุ่นมันก็ทำแต่สิ่งที่คิดว่ามันสนุกและดีที่สุดก็พอแล้ว



 “ฝันดี”


“พรุ้งนี้เราจะเริ่มใหม่กันใช่มั้ย”


“เราจะต้องทำให้ดีขึ้น”


“พวกเราจะต้องใช้ชื่อทีมว่า WINNER



            บทสนทนาสุดท้ายก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อนเตรียมพลังงานสำหรับ
การแข่งขันในวันพรุ้งนี้ที่เราไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง




 

...........................................................

TALK


คิดถึงเค้ามั้ยอิอิหายไปครึ่งเดือนอยากจะบอกว่านั่งดูอีพีหนึ่ง

จนจะจำได้ทุกฉากทุกลายละเอียดแล้ว

ใส่ใจในการแต่งฟิคมากคือเนื้อหาบางท่อนมาจากในรายการจริง

บางท่อนมาจากการมโนส่วนตัวเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นทีมบี

แล้วก็ฟิคเรื่องนี้จะไม่เหมือนอีกเรื่องใครอ่านเรื่องเก่าบ้าง

เเนะนำสนุกมาก (หลบหม้อไหกาลามังแปป)

เรื่องนั้นมันมีปมแต่เรื่องนี้คือแบบเริ่มจากเพื่อนกันอิอิ

ต้องติดตามแล้วก็ขอบคุณที่ยังติดตามเอะโอมีคนอยู่มั้ย

แนะนำพูดคุยกันได้เรื่องนี้ใส่ใจสุดนั่งรีไรต์

ภาษาปวดตาอันนี้คือพยายามรีแล้วนะ T^T







ปล. BTvipat ขอบคุณที่ติดตามนะเป็นเม้นแรก

และเม้นทั้งหมดที่มีในตอนนี้มีแต่คนนี้เม้นให้

เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ได้ยอดมาก



 

3 ความคิดเห็น