[ FIC BLEACH ] ผมนี่แหละเทพมรณะ

ตอนที่ 47 : ตอนที่ 47

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 577 ครั้ง
    19 พ.ย. 63

แกร๊กกก



เพล้งงงงง!



ไม่ไกลจากจุดที่ราเซ็ตสึและอิโนอุเอะอยู่ ณ บนที่นั่งแห่งผู้นำอากาศเริ่มเผยให้เห็นรอยแตกร้าวราวแผ่นกระจก มีบางสิ่งทะลวงรอยแตกนั่นออกมา สิ่งนั้นก็คือฝ่ามือขาวซีดเป็นมือที่คล้ายกับมนุษย์ แต่แรงดันวิญญาณของเจ้าของมือที่กำลังแผ่ออกมาแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นอารันคาร์ในระดับเอสปาด้า



ร่างของชายหนุ่มผมดำค่อนข้างเตี้ยในชุดขาวค่อยๆย่างเท้าเดินออกมาจากรอยแตกอย่างสงบไร้อารมณ์ สติ๊กม่าบนใบหน้าคล้ายกับหยดน้ำตาที่หลั่งรินออกมาอยู่ตลอด



"เลิกเล่นซ่อนหาอย่างไร้ประโยชน์เถอะ แม้ท่านไอเซ็นจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงฉันจะยอมรับมัน"



"สมกับเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ อุลคิโอร่า"



ราเซ็ตสึเดินออกมาพร้อมกับอิโนอุเนะจากเงามืด ในมือของชายหนุ่มยังคงถือดาบเอาไว้อยู่ตลอดเวลา ที่ปากยังคงเผยรอยยิ้มแสนลึกลับ แม้แต่อุลคิโอร่ายังแอบรู้สึกตึงเครียดยิ่งสัมผัสได้ถึงแรงดันวิญญาณของเขาก็ยิ่งทำให้อุลคิโอร่าเข้าใจถึงระดับที่แท้จริงของชายคนนี้



'แรงดันวิญญาณของชายคนนี้คือตัวแอันตราย'



"ไม่ต้องเกร็งนักหรอกอุลคิโอร่า เพราะต่อให้คุณจะระมัดระวังตัวมากแค่ไหน เมื่ออยู่ต่อหน้าผมแล้วการระมัดระวังตัวของคุณมันไร้ความหมาย"



ร่างที่เคยอยู่ข้างกายอิโนะอุเอะโผล่มายืนที่ด้านข้างของอุลคิโอร่า มือของชายหนุ่มตบลงที่ไหล่ขวาของอีกฝ่ายเบาๆ สีหน้าของอุลคิโอร่าเปลี่ยนไปในทันที แม้แต่เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายมาประชิดตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่



"ต้องการอะไรกันแน่ ?"



"สิ่งที่ผมต้องการหรอ อืมมม?"



ราเซ็ตสึแสร้งทำท่าทีกุมคาง ความต้องการของเขาก็แค่อยากสู้กับคนเก่งๆ แต่ว่าตอนนี้สถานการณ์ในปัจจุบันมันไม่ค่อยเอื้ออำนวย แม้จะแอบทิ้งของขวัญสุดพิเศษไว้ในร่างของไอเซ็นโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ คิดว่าหลังกำหราบพวกเอสปาด้าได้แล้วเขาจะไปร่วมแบทเทิ้ลรอยัลที่เมืองคาราคุระต่อ



"ช่างเถอะอีกเดี๋ยวคนที่จะสู้กับคุณก็มาแล้ว ส่วนคู่ต่อสู้ของผมก็มาแล้วเช่นกัน ทำไมไม่ออกมาพบกันหน่อยละครับ เหล่าเอสปาด้าผู้ซื่อสัตย์ยิ่งชีพ"



"อย่าปากดีต่อหน้าท่านฮาริเบลนะเจ้ายมทูต"



เหนือหัวของราเซ็ตสึมีเอสปาด้าชายหญิงยืนอยู่ ข้างตัวของทั้งสองมีฟราเซี่ยนยืนอยู่ด้วยและเจ้าของเสียงที่โวยวายอยู่เมื่อสักครู่คือหนึ่งในสามฟราเซี่ยนของฮาริเบล ราเซ็ตสึเงยหน้าและเผยยิ้มให้อีกฝ่าย



"ทำไมถึงไม่ลงมายืนคุยข้างล่างกันดีๆละครับ"



"ทำไมฉันต้องฟังแกด้วยเจ้ายมมะ..."



สีหน้าของหญิงสาวร่างเล็กหนึ่งในฟราเซี่ยนของฮาริเบลถึงกับหน้าซีด ดวงตาของเธอเบิกกว้างคล้ายคนกำลังขาดอากาศหายใจ แรงดันวิญญาณที่หนักหน่วงกดขี่เธอจนเสียงของเธอหายทำให้เธอไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้



"ทำตามที่ชายคนนี้บอก เพราะเขาไม่ใช่คนที่พวกเธอจะรับมือได้"



หญิงสาวผิวสีแทนผมสีเหลืองทองหันไปกล่าวกับเหล่าฟราเซี่ยนของตนเองและพาทั้งสามลงสู่พื้น ราเซ็ตสึปลดแรงดันวิญญาณกดขี่อีกฝ่าย สายตาเหล่มองไปทางชายวัยกลางคนที่ยังยืนหาวราวกับคนขี้เกียจ ข้างกายของชายคนนี้มีเด็กหญิงน่ารักเธอเป็นฟราเซี่ยนและดาบฟันวิญญาณของอีกฝ่าย



"พวกเราเองก็ลงไปกันเถอะลิลิเน็ต"



"นายกลัวเจ้ายมทูตนั่นหรือยังไงสตาร์ค!"



สตาร์คเกาศีรษะสายตาเหล่มองไปที่ชายหนุ่มยมทูต เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่น่ากลัวของอีกฝ่ายได้ดีมันราวกับระเบิดที่พร้อมจะถูกปลดปล่อยออกมาได้ทุกเมื่อ ถ้าอีกฝ่ายปลดปล่อยมันออกมาในต้อนนี้บอกได้เลยว่าเหล่าฟราเซี่ยนคงหายวับไปในชั่วพริบตาเดียว



"เธอนี่ช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ"



เมื่อเห็นเหล่าเอสปาด้าและฟราเซี่ยนที่เหลือรอดพากันลงมาข้างล่างราเซ็ตสึก็เก็บกลิ่นอายข่มขู่ของตนเองและปล่อยมืออกจากไหล่ของอุลคิโอร่าและเดินไปประชันหน้ากลับเอสปาด้าทั้งสองคน เขาเก็บสึคุโยมิลงสู่ฝัก ตัวดาบปล่อยควันสีดำออกมาและกลายสภาพเป็นเด็กหญิงเข้าไปคุ้มครองอิโนอุเอะตามคำขอของเขา



"พวกคุณจะเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้นะครับ"



"ไม่คิดเลยว่าเอสปาด้าอย่างพวกเราจะถูกพวกยมทูตเหยียดหยามถึงเพียงนี้ นายยังไม่ต้องเข้ามายุ่ง"



ฮาริเบลกล่าวและหันไปบอกสตาร์ค ซึ่งฝ่ายชายก็ยักไหล่และอ้าปากหาวอย่างขี้เกียจหญิงสาวชักดาบและปลดซิบที่เสื้อส่วนบนออกเผยให้เห็นหมายเลขที่สลักเอาไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายข้างกระดูกขาวที่ถูกใช้แทนชั้นในและส่วนหน้าครึ่งปากถูกปกคลุมไว้ด้วยหน้ากาก



"เอสปาด้าหมายเลข 3 เทียร์ ฮาริเบล"



"หัวหน้าหน่วยที่ 5 คุโรกิ ราเซ็ตสึ แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์"



"เนื่องจากที่นี่มีกฎ เอสปาด้าตั้งแต่หมายเลข 4 ขึ้นไปไม่สามารถต่อสู้ที่ลาส์นอเช่ได้ ดังนั้นพวกเราจะไปสู้กันด้านบน"



"เอาแบบนั้นก็ได้"



ราเซ็ตสึและฮาริเบลดีดตัวพุ่งขึ้นผ่านรูแยกที่ถูกเปิดไว้ด้วยเก็ตสึกะ เท็นโชของราเซ็ตสึ ทั้งสองโผล่ออกมายืนอยู่บนหอคอย เพียงไม่นานเสียงการเคลื่อนไหวจำนวนสิบกว่าคน ก็พุ่งตามขึ้นมา 3 ในแปดเป็นฟราเซี่ยนของฮาริเบล สตาร์คและลิลิเน็ต อุลคิโอร่าและอิจิโกะที่พึ่งมาถึง



"จงสาดแสงอุษาเป็นเจ้าเหนือหัวแห่งสุริยา จงแผดเผาและขจัดสิ่งมืดดำเพื่อตัวข้า อามาเทราสึ โนะ มิโคโตะ"



ร่ายบทขับขานชื่อของดาบเสร็จสิ้นตัวดาบก็ส่องแสงเปร่งประกายสีผมและสีนัยน์ตาก็ผันเปลี่ยน ชายหนุ่มถอดแว่นทรงกลมโบราณที่สวมออกและพับเก็บลงในฮาโอริประจำหัวหน้าหน่วย



"ก็ยังคงคิดดูถูกกันอยู่สินะ ?"



เห็นอีกฝ่ายไม่ใช้ขั้นบังไค ฮาริเบลก็รู้สึกไม่พอใจราวกับกำลังถูกอีกฝ่ายหยามเกียรติ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เพราะคิดว่าด้วยการกระทำอันแสนประมาทในครั้งนี้จะกลายเป็นบทเรียนสอนสั่งอีกฝ่ายเอง



"คุณเองก็เถอะ ถ้าไม่ปลดปล่อยดาบในตอนนี้ระวังจะไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกเลยนะ"



"นั่นมันก็เรื่องของฉัน"



เมื่อเห็นคำเตือนของตนเองไม่ถูกรับฟังก็ได้แต่ถอนหายใจตัวดาบในมือของชายหนุ่มเริ่มมีเปลวเพลิงสีดำอมส้มแผ่ขยายออกมาครอบคลุมไปที่ตัวดาบไว้อย่างหมดจน ความร้อนแผ่ขยายออกมาจนอณูวิญญาณโดยรอบเหือดแห้งลงในทันที เขาปักดาบลงสู่ดาดฟ้าของลาส์นอเช่



"Tenrō Kaken(ดาบเพลิงคุกสวรรค์)"



นัยน์ตาของฮาริเบลหรี่แคบลงดูจริงจังเธอรีบกระโดดทิ้งระยะห่างออกจากจุดที่ยืนอยู่หลายร้อยเมตรในชั่วพริบตา ตรงจุดที่เธอเคยยืนเมื่อครู่ มีเสาเพลิงสีดำอมส้มขนาดใหญ่พวยพุ่งออกหมายแผดเผาเธอทั้งเป็น



'ไม่น่าจะมีเพียงแค่นี้'



เธอรีบเคลื่อนไหวโยกย้ายร่างด้วยทักษะโซนีดทักษะโยกย้ายร่างของเหล่าอารันคาร์และทันทีที่เธอเคลื่อนย้ายออกไปจากจุดที่เคยยืนเมื่อสักครู่ ก็จะมีเสาเพลิงแบบเดิมพวยพุ่งออกมาอีกครั้ง



ฮาริเบลพยายามเคลื่อนย้ายเปลี่ยนจุดยืนเพื่อหลีกหนีเสาเพลิง โดยพยายามเข้าใกล้และประชิดตัวชายหนุ่มให้ได้มากที่สุด ยิ่งนานเข้าในใจของเธอก็เริ่มเกิดข้อสงสัย



'ชายคนนี้มีเป้าหมายอะไรกันแน่ ในเมื่ออีกฝ่ายก็น่าจะรู้ว่าเราหลบพวกมันได้แต่ทำไมยังโจมตีไม่หยุดแบบนี้ ไม่สินี่มัน!'



ฮาริเบลตื่นตะหนักหลังเข้าใจถึงเป้าหมายที่แม้จริงของชายหนุ่ม แต่ทว่ากว่าจะรู้ตัวมันก็มันสายเกินไป ตอนนี้เสาเพลิงที่สูงเสียดฟ้าหลายสิบต้นเข้าล้อมกังขังเธอไว้โดยไม่หลงเหลือทางออกเอาไว้ให้เธอเลย



'มันเคลื่อนที่ได้แถมยังปิดล้อมเรา ชายคนนี้'



ทางราเซ็ตสึที่เห็นอีกฝ่ายติดกับดักอย่างง่ายดายก็เกาหัว ไอ้เราก็นึกว่าอีกฝ่ายจะจับไต๋ของเขาได้ ดูเหมือนจะไม่ใช่ ดูแล้วไม่น่าจะไหวละมั้งๅ แต่เอาเถอะเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะแก้สถานการณ์นี้ได้ยังไง ถึงเวลาแล้วที่จะลองวิชาของโซเคียคุที่ติดตัวหลังถูกอามะคุงกลืนกินเสียหน่อย



"Kikōō(ราชันย์เพชรฆาต)"



กรี๊ซซซซ



เสียงกรีดร้องออกมาจากตัวดาบเพลิงที่ใบดาบเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มแผ่ขยายพุ่งสู่ท้องฟ้าราตรีอันมืดมิด เพลิงขนาดใหญ่ก่อตัวเป็นนกเพลิงอมตะในตำนาน มันจ้องมองที่ราเซ็ตสึอย่างภักดีและกรีดร้องออกมาราวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตและมีจิตนึกคิดเป็นของตนเอง



"ไปเล่นกับเธอหน่อยแล้วกันนะคิโคโอ!"



คิโคโอผงกหัวของมันและกรีดร้องคำรามดังสนั่น เสาเพลิงที่ล้อมกรอบฮาริเบลขยายตัวอย่างฉับพลัน ร่างนกเพลิงอมตะกระพือปีกบินทะยานพุ่งไปที่นั่นหมายสังหารเป้าหมายในคราวเดียว



ทางฮาริเบลที่ถูกความร้อนเล่นงานเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ความร้อนที่แผดเผาชั้นอากาศจนถึงบรรยากาศทำให้อณูวิญญาณรอบตัวเธอในระยะหลายกิโลเมตรที่ใช้ดำลงชีพสูญสลายไป ถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปมีหวังเธอไม่ถูกแผดเผาจนตายก็ขาดอากาศหายใจตายก่อนแน่



"ชายคนนี้ร้ายกาจมากแต่ว่าเขาเป็นพวกสายเพลิงมาเจอกับสายวารีอย่างฉันสุดท้ายสายเพลิงก็ย่อมพ่ายแพ้ จงโรมรัน-ทีบูรอน(ราชินีฉลาม)"





























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 577 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #728 Rnozero (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 21:57

    ปราบให้ราบคาบแล้วเอาเข้าฮาเร็มโลด5555555

    #728
    1
    • #728-1 KenKrk(จากตอนที่ 47)
      30 พฤศจิกายน 2563 / 11:32
      ไม่ฮาเร็มไม่ใช้หรอ
      #728-1
  2. #727 Prime win (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 14:58

    แล้วใครเป็นคนบัญญัติไว้ละว่าไฟต้องแพ้น้ำ กลายเป็นฉลามตากแห้งแน่ๆ

    #727
    0
  3. #726 Redeye69 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 13:11
    ขอบคุณครับ
    #726
    0
  4. #725 tingtingg4213 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 12:19
    คิดได้ไง เอาน้ำสู้พระอาทิตย์? โดนความร้อนเผาสมองไปหมดแล้วเรอะ 5555555
    #725
    0
  5. #724 ChampGmaer7 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 10:33
    ดวงอาทิตย์ vs ฉลาม มาดูกันว่าใครจะตายก่อน
    #724
    0
  6. #723 Taberong140501 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 09:03
    ไอพวกเอสคิวโด้จะแข็งแกร่งระดับโม้เหม็นไหมเนี่ย
    #723
    1
    • #723-1 ผมนี่แหละโลลิค่อน(จากตอนที่ 47)
      19 พฤศจิกายน 2563 / 09:10
      ตัวละครที่ถูกสร้างมาเพื่อรับตีนแทนตัวละครในเรื่อง
      #723-1
  7. #722 Wolf25701 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 08:50
    บอกได้คำเดียวเลยว่า โง่ โง่มาก คิดจะใช้น้ำหยดเล็กๆนั้นต่อกรกับพระอาทิตย์ เฮ่อ ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ
    #722
    0
  8. #721 ถ้วยชาดำ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 08:39
    ฉลามที่อยู่ในทะเลกับพระอาทิตย์เหรอ แง แพ้ไวแน่ๆเลย
    #721
    0
  9. #720 DragoonSpirit (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 08:22
    เทียร์ ทำไมต้องปลดซิบลงมาให้เห็นเลขนะ
    ข้องใจ แต่ก็ชอบนะ วับๆแวมๆดี
    #720
    1
    • #720-1 ผมนี่แหละโลลิค่อน(จากตอนที่ 47)
      19 พฤศจิกายน 2563 / 08:24
      เห็นด้วยอย่างยิ่ง รูดเสร็จเด้งขึ้นเด้งลงเล็กน้อยเป็นอันจบพิธี
      #720-1
  10. #719 God_FAST (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 06:50

    น้องฉลามจะตายแบบตัวประกอบสินะT_T

    #719
    0
  11. #718 Sebastian8845 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 06:34
    น้ำน้อยย่อมเเพ้ไฟล่ะนะ
    #718
    0
  12. #717 rosaryrune (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 06:08

    เอาเทียร์ไปเป็นทาสเหอะดีกว่าเชือดไปเฉยๆ
    #717
    2
    • #717-1 mikiu2(จากตอนที่ 47)
      19 พฤศจิกายน 2563 / 08:22
      เด้วโดนลูเคียโกรธเอาอะจิ
      #717-1
    • #717-2 rosaryrune(จากตอนที่ 47)
      19 พฤศจิกายน 2563 / 14:49
      ไม่รู้จิ มันเสียดายเทียร์อ่ะอยากให้ไปโผล่ในสงครามเลือดพันปีด้วยอ่ะ
      #717-2
  13. #716 ThisIsMy1Tab (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 05:58
    อ่าาา..แม่นางคงต้องตายแบบตัวประกอบแล้วล่ะ
    #716
    0
  14. #714 Nicezii114 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 05:42
    รอออออ่านนนนน
    #714
    0