[ FIC BLEACH ] ผมนี่แหละเทพมรณะ

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 35

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 786 ครั้ง
    5 พ.ย. 63

วันคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ราเซ็ตสึกำลังนอนกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์ ใกล้กลายเป็นคนเกียจคล้านไม่คิดทำอะไรนอกจากกินและนอน ข้างกายมีฮินาโมริที่กำลังนั่งมองหัวหน้าของตนอย่างเอือมระอา



"พวกเราไม่ทำอะไรแบบนี้จะดีจริงๆหรือคะท่านหัวหน้า ?"



"ไม่ต้องร้อนใจไปหรอกครับ"



"ไม่ให้ร้อนใจได้ยังไงละคะท่านหัวหน้า ตั้งแต่พวกเรามาที่นี่นอกจากเรื่องเบาท์พวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยนะคะ"



"ผมถึงได้บอกยังไงละครับว่าอย่าใจร้อน"



ตอนนี้เรื่องราวการต่อสู้กำลังเข้มข้น พวกอิจิโกะได้ปะทะกับเบาท์แฝด เป้าหมายของพวกเบาท์คือการจับตัวอิชิดะผู้เป็นควินซี่  ทางพวกอิจิโกะและลูเคียจึงตามช่วยเหลืออีกฝ่าย แม้อิชิดะจะเริ่มฟื้นฟูพลังควินซี่กลับมาแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลาสักช่วงในการสะสมพลัง



ทำให้ปัจจุบันอีกฝ่ายอ่อนแอมากผลสุดท้ายชะตากรรมของเจ้าตัวก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือการถูกพวกเบาท์จับตัวไป ทำให้พวกอิจิโกะต้องเคลื่อนไหวอย่างจริงจังกว่าเดิม แม้จะอันตรายไปบ้างแต่ที่นั่นมีลูเคียอยู่ด้วยคงไม่เป็นอะไร



ตื๊ด~ตื้ด



เสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นใต้กิโมโน ชายหนุ่มที่กำลังนอนกระดิกเท้าสบายอารมณ์ ใช้มือล้วงเข้าไปในกิโมโนของตนเองคว้าหยิบมันเปิดฝาพับออก อ่านข้อความที่ถูกส่งมาโดยลูเคีย รอยยิ้มค่อยๆเผยออกมาและหันไปกล่าวกับหญิงสาวที่กำลังมองเขาอย่างเบื่อหน่าย



"ดูเหมือนพวกคุณคุโรซากิจะเจอฐานทัพพวกเบาท์แล้วละครับ"



"จะเคลื่อนไหวแล้วหรอคะ ท่านหัวหน้า ?"



"ครับ แต่ว่าครั้งนี้พวกเราไม่ได้ไปจับเบาท์โดยตรง คนที่เรากำลังจะไปจับเป็นยมทูตหลบหนีต่างหาก"



"ยมทูตหลบหนี ?"



สีหน้าของฮินาโมริไม่สู้ดี การหลบหนีของยมทูตมีความผิดอย่างใหญ่หลวง ถ้าถูกจับได้มีแต่ต้องขังเอาไว้ที่รูหนอนของหน่วยที่สอง แต่มีความคิดชั่วร้ายและเป็นภัยต่อโซลโซไซตี้จะถูกขังลืมไว้ในชั้นพิเศษด้านล่าง



"ครับ ไปกันเถอะ"



ฮินาโมริพยักหน้า ทั้งสองออกจาร้านอุราฮาระโดยมุงหน้าไปยังคฤหาสน์นอกเมืองตามสถานที่ที่ลูเคียทิ้งไว้ อันที่จริงเขาสามารถตามร่องรอยแรงดันวิญญาณของพวกอิจิโกะได้ในทันที แต่มันค่อนข้างช้า



สิบนาทีต่อมาราเซ็ตสึในชุดยมทูตระดับหัวหน้าหน่วยแขวนดาบไว้สองเล่มกับฮินาโมริรองหัวหน้าของเขาก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ที่ด้านในมีแรงดันวิญญาณของอิจิโกะพุ่งพล่านออกมา คลื่นดาบสีฟ้าครามพุ่งออกมาจากหลังคา



"เข้าไปกันเถอะ"



ทั้งสองเดินผ่านประตูรั้วจนถึงหน้าประตูคฤหาสน์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ พวกเบาท์ต่างจ้องมองมายังผู้มาใหม่ด้วยความสงสัย ทางราเซ็ตสึเองก็กวาดตามองทุกคนก่อนจะเผยรอยยิ้มแสนอบอุ่น กวาดมองไปโดยรอบก็พบกับชายผมประบ่าผู้หนึ่งที่ถือดาบฟันวิญญาณอยู่ เจ้าตัวสวนชุดยมทูตแขนสั้นแบบมีฮูดผมสีดำอมม่วงกำลังยืนจ้องมองเขาด้วยท่าที แปลกๆ



"คุณสินะครับอิจิโนเสะ มากิ"



"ระ ระ ดับ หัวหน้าหน่วย"



"โอ้อยู่กันพร้อมหน้าเลยสินะครับ พวกเบาท์น่ะ"



เขาเมินมากิและหันมองพวกเบาท์จำนวนเจ็ดคนที่กำลังหยิบบางสิ่งออกมาเตรียมตัวไว้ สัญชาติญาณการเอาตัวรอดของพวกเขาที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง โดยบอกว่าชายที่มาใหม่เป็นตัวอันตราย



แม้อีกฝ่ายจะมีรอยยิ้มแสนอ่อนโยน แต่กลิ่นอายที่ไหลออกมาจากตัวของชายคนนี้มันคืออสูรร้ายที่กำลังจ้องมองข่มขู่พวกเขาเป็นเพียงแค่เหยื่อที่พร้อมเขมือบได้ทุกเวลา



"ที่ผมมาในวันนี้ก็ไม่อยากยุ่งย่ามกับพวกคุณหรอกนะ แต่ว่า...การที่มียมทูตหลบหนีและเข้าพวกกับฝ่ายศัตรูแบบนี้ เห็นทีถ้าจะไม่ให้ผมเข้ามายุ่งมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วละ"



เลิกสนใจพวกเบาท์ปลายแถวและเหล่มองไปที่ชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่แท่นบันได ชายผมขาวโพลนนัยน์ตาสีแดง มีแผลเป็นที่คางด้านซ้าย ชายคนนี้ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นหนึ่งในศัตรูตัวฉกาจของอิจิโกะ คาริยะ จินหัวหน้ากลุ่มเบาท์คนปัจจุบัน



"คุณหัวหน้าหน่วยสินะ ไม่ได้เห็นยมทูตในระดับนี้มาตั้งนาน ช่วยบอกชื่อเสียงเรียงนามให้ฉันฟังหน่อยได้หรือเปล่า"



คาริยะ จินยิ้มที่มุมปากอย่างไม่หวั่นเกรง เจ้าตัวกล่าวถามโดยไร้ความกังวล ทางราเซ็ตสึเองก็ไม่ได้หวั่นเกรงอีกฝ่ายแม้ปัจจุบันตัวเขาจะถูกตราสัญญาลักษณ์สลายการจำกัดพลังเอาไว้ 80 % แต่ด้วยพลังแค่นี้ก็เพียงพอจะบดขยี้ทุกคนที่นี่ ถึงจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อไปบ้างก็เถอะ



"หัวหน้าหน่วยที่ 5 คุโรกิ ราเซ็ตสึแห่งสิบสามหน่วยพิทักษ์"



"ผู้นำของเบาท์ คาริยะ จิน"



"เอาละครับคุณคาริยะ จิน ถ้าผมจะขอนำตัวยมทูตผู้ผิดกฏไป คุณคงไม่คิดจะขัดขวางผมใช่ไหม ?"



"..."



อิจิโกะตอนนี้ได้แต่ยืนเกาหัว แม้จะอยากพูดอะไรบ้างก็เถอะแต่ออร่าของราเซ็ตสึในตอนนี้เขาตัวดีว่าไม่ควรเข้าไปขัด ส่วนทางอิจิโนเสะ มากิตอนนี้หันไปมองคาริยะ จินที่กำลังยืนกุมคางด้วยสีหน้าคาดหวัง แม้เขาจะมีความมั่นใจ แต่ไม่รู้จะเอาตัวรอดจากชายคนนี้ได้หรือเปล่า



"เห็นทีคงจะไม่ได้ มากิถือเป็นพรรคพวกของทางฉัน ถ้ายอมให้เขาถูกจับตัวไป หัวหน้าอย่างฉันคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จริงไหม"



"คุณปฏิเสธสินะ ?"



"ขอบคุณนะครับท่านคาริยะ ตอนนี้ท่านควรรีบหนีไปชายคนนี้เป็นตัวอันตราย เดี๋ยวผมจะคอย..."



อิจิโนเสะ ที่กำลังซาบซึ้งในน้ำใจของคาริยะรีบกระโดดออกมาอยู่ด้านหน้าขวางการมองของราเซ็ตสึ เจ้าตัวชี้ดาบมาทางเขาแสดงถึงความท้าทาย ซึ่งคาริยะที่ได้ยินแบบนั้นก็เผยสีหน้าเศร้าโศกเจ้าตัวกล่าวและเดินจากไป



"ขอบใจมากมากิ"



"ครับ!"



'สุดท้ายเอ็งก็โดนพวกมันทิ้งไว้อยู่ดีไม่ใช่หรอไอ้เจ้าคนงี่เง่า ?'



ราเซ็ตสึมองไปที่คาริยะที่พากลุ่มเบาท์หลบหนีไป สายตาเหลือบมองไปทางอิจิโนเสะด้วยความเอือมระอา เจ้าหมอนี่มันต้องโง่ขนาดไหนถึงได้เลือกที่จะเสียสละเป็นคนถ่วงเวลา หรือมันไม่ได้ฟังที่เขาพูดเมื่อครู่เลย เขาบอกมาตั้งแต่แรกว่าจะจับอีกฝ่าย แต่แทนที่จะหลบหนีกลับประกาศจะเป็นคนต้านทานเขาเอาไว้



"คุณคุโรซากิ รีบตามคนพวกนั้นไปเถอะครับ"



"เข้าใจแล้ว!"



"คุณฮินาโมริเองก็ไปช่วยพวกเขาทีนะ"



"ค่ะท่านหัวหน้า"



เมื่อเห็นสองคนรีบตามพวกเบาท์ไป ทางราเซ็ตสึก็หันกลับมาสนใจอิจิโนเสะคนโง่ที่โง่ซ้ำโง่ซ้อนไร้ใครเปรียบ ดูก็รู้ว่าเจ้าคาริยะมันจงใจทิ้งเจ้าหมอนี่ตั้งแต่แรกแล้ว แต่เจ้าตัวเองกลับไม่รู้และยังซาบซึ้งไม่เลิกลา



"ฉันจะหยุดนายเอง"



เจ้าตัวขยับหมุนดาบในมือเป็นวงกลม แสงสีขาวจากตัวดาบสาดส่องออกมาพยายามปิดกั้นการมองเป็นของราเซ็ตสึ อิจิโนเสะที่เห็นอีกฝ่ายไม่ระวังตัวถูกแสงเข้าโจมตีดวงตาก็ยิ้มเยาะเย้ย ใช้ก้าวพริบตามาอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มและเตรียมฟาดฟันอีกฝ่าย



"ตายซะ!"



"ช้าจังเลยนะ คุณน่ะ"



ร่างของราเซ็ตสึเคลื่อนที่ผ่านอิจิโนเสะไปพร้อมเสียงกระซิบ อิจิโนเสะสับสนไม่นานเลือดก็สาดพุ่งออกมาจากไหล่ขวาและไหล่ซ้าย กลางหน้าอก บาดแผลเผยออกมาเป็นทางยาวบนร่างของอิจิโนเสะ เจ้าตัวที่ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน



"ทะ ทำไมนายถึงไม่ได้รับผลกระทบ..."



"หมายถึงแสงจากดาบฟันวิญญาณของคุณนั่นน่ะหรอครับ"



"แค่กๆ ใช่ทำไมกัน!"



"แสงอันริบหรี่ดุจหิ่งห้อยของคุณเมื่ออยู่ต่อหน้าดวงอาทิตย์ดวงอย่างผม มันมีค่าให้กล่าวถึงด้วยหรือยังไง ?"



"ดวงอาทิตย์อย่างนั้นหรอ ?"



ตอนนี้อิจิโนเสะถึงกับช็อคในความแตกต่างของตัวเองกับชายคนนี้ ทำไมความต่างมันถึงกว้างขนาดนี้ อีกฝ่ายก็เป็นหัวหน้าหน่วยเหมือนชายคนนั้นแสดงว่าความแข็งแกร่งของชายคนนั้น



วิช



ราเซ็ตสึสะบัดเลือดที่ใบดาบอามาเทราสึออกก่อนจะเก็บดาบเข้าสู่ฝักสีขาว สายตาเหล่มองร่างของอิจิโนเสะที่นอนกระอักเลือดด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายไอ้เราก็ถูกผนึกพลังไปตั้งมากมายแต่อีกฝ่ายกลับมีฝีมือไม่เพียงพอจะต้านดาบของเขาได้เลย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้เห็นราเซ็ตสึออกกระบวนดาบไปกี่ครั้ง แต่ด้วยฝีมือแค่นี้ถ้าไปท้าทายซาราคิถือว่าโง่เขลาสิ้นดี



"แค่กๆ ฉันอยากรู้นายกับซาราคิใครแข็งแกร่งกว่ากัน"



ราเซ็ตสึเหล่มองชายที่กำลังหมดหวังก่อนจะถอนหายใจ ถ้าเป็นไปตามเนื้อเรื่องเจ้าหมอนี่ไม่เข้าใจถึงการเป็นเคมปาจิเลยแม้แต่นิดเดียว คงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะเข้าใจในตัวของซาราคิผิด เอาเถอะคนแบบนี้ถ้าได้ฝึกอีกหน่อยอาจจะช่วยคลายเบื่อให้แก่ซาราคิได้บ้าง



"ผมกับหัวหน้าซาราคิเคยสู้กันอยู่บ้างผลออกมา คือเสมอกัน"












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 786 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #538 Taberong140501 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 18:10
    ช่วงนี้เอาแต่นอนอู่ ไม่คิดจะฝึกดาบต่อมั้งหรอ หรืออีกกี่ร้อยปีละน่ะ กว่าจะฟันทุกสิ่งได้
    #538
    0
  2. #537 Redeye69 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 17:38

    ขอบคุณครับ
    #537
    0
  3. #536 Kinpass (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 10:04
    จะมีภาคเดอะมูฟวี่เข้ามาแจมในเนื้อเรื่องด้วยไหมครับ
    #536
    0
  4. #535 Nicezii114 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 08:45
    รอออออออออ่านนน
    #535
    0
  5. #534 Rnozero (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 06:28

    ดูมันทำไมโง่ขนาดนี้มากิเอ๋ยยยไม่เดี๋ยงด้วยมือของคุโรกิก็คงต้องไปตายคามือหัวหน้าชาราคิแล้วมากิเอ๋ยแกนี่มันฟายเรียกว่าพี่เลยยยยย

    #534
    0
  6. #533 Naret2535 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 06:08
    ขิงมันซะเลย5555
    #533
    0