คัดลอกลิงก์เเล้ว

SMTM4 & Ikon FanFic 'My One' Hanhae x Jaewon ft. DoubleB (Bobby x Hanbin)

โดย Gamefanyy

พี่ไม่ค่อยชอบเด็กฮันบินนั่นเลย// ก็ต้องอยู่ด้วยกันทำไงได้ อิจฉาเด็กเหรอหล่อกว่าอ่ะ// ไม่ได้สนเรื่องนั้นหรอก...สนแค่มันชอบใกล้นายเกินไป...// แล้วไง?// ก็ไม่แล้วไงก็แค่หึง //....

ยอดวิวรวม

1,152

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,152

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


48
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ก.ย. 58 / 17:18 น.
นิยาย SMTM4 & Ikon FanFic 'My One' Hanhae x Jaewon ft. DoubleB (Bobby x Hanbin) SMTM4 & Ikon FanFic 'My One' Hanhae x Jaewon ft. DoubleB (Bobby x Hanbin) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





ความมโนมาเสิร์ฟแล้วค่ะ <3






Fic My One


Hanhae x Jaewon


Bobby x HanBin








CR.SHL



"พี่ไม่ค่อยชอบเด็กฮันบินนั่นเลย"



"ก็ต้องอยู่ด้วยกันทำไงได้ อิจฉาเด็กเหรอหล่อกว่าอ่ะ"



"ไม่ได้สนเรื่องนัั้นหรอก...สนแค่มันชอบใกล้นายเกินไป...พี่หึง"



"หึง...อะไรของพี่วะเนี่ย!!!"










"เราคิมบ๊อบบี้ เดี๋ยวเป็นเพื่อนเล่นให้เอาป่ะ"



"แล้วทำไมต้องเล่นกับนายด้วย"



"ก็พี่แจวอนกับพี่ฮันเฮเค้าจะได้อยู่กันสองคนบ้างไง"



"แล้วทำไมสองคนนั้นต้องอยู่กันสองคน"



"ยอม..." ==


































Fic My One



#Myoneฮันวอน






ฟิคสั้นๆที่สนองนี้ดตัวเองอีกแล้ว ที่แต่งฟิคสั้นเพราะอยากจะให้มันจบจริงๆค่ะแต่แต่งไปแต่งมาก็ออกทะเลอีกเเล้ว ขอบคุณที่อ่านนะคะ >3 บอกว่าอย่าขำรูปใสใสของพี่ฮัน 555555555555555555555



Gamefanyy

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.ย. 58 / 17:18


 










My One...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มองอะไร?" หลังจากรู้ตัวว่าเป็นเป้าสายตาอยู่พักใหญ่ก็อดที่จะถามไม่ได้มันน่าอึดอัดจริงๆนะที่โดนจ้องแบบนี้ จะพูดก็ไม่พูดเหมือนจะมีคำถามก็ไม่ถาม

 

 

 

"ออกไปข้างนอกเดี๋ยวมานะ" คำตอบที่ดูเหมือนจะคนละเรื่องกับคำถาม หรือเขาสำคัญตัวผิดไปเองเพราะเพียงแค่ใช้หางตามองอีกคนคงจะดูโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ล่ะมั้ง

 

 

 

 

"อือ..." ตอบรับแบบเนือยๆแต่มือก็ไม่วายปัดสมาร์ทโฟนไปมาเหมือนไม่ได้ใส่ใจจะตอบเท่าไร่

 

 

 

 

ไร้ซึ่งคำถามอื่นๆเช่นจะไปไหน ไปกับใคร แบบที่ควรจะเป็น ก็มันสิทธิส่วนตัวนี่อยากจะไปไหนเขาจะไปห้ามอะไรได้ ก็ตัวเองเป็นคนบอกเองว่าทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเองเพราะแบบนั้นก็ไม่ควรล้ำเส้นกันจนเกินไป ถ้าถามให้มากความเสียเองก็ไม่ต่างกับคนที่กลืนน้ำลายตัวเอง

 

 

 

ดวงตาคมหันกลับไปมองที่ประตูหลังจากถูกปิดลงโดยฝีมือของคนที่เดินออกไป เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกือบอาทิตย์แล้วที่บรรยากาศแบบนี้มันปกคลุมทุกทีที่อยู่ด้วยกัน

 

 

 

 

พลันสายตาเหลือบไปเห็นสมาร์ทโฟนอีกเครื่องที่วางไว้ไม่ไกลนัก เจ้าของคงจะลืมมันเอาไว้...หรือตั้งใจไม่เอามันไปกันนะ แรงสั่นจากสมาร์ทโฟนทำให้เขาอดที่จะหันไปมองอีกรอบไม่ได้

 

 

 

 

 

 

มือเรียวกำลังจะคว้ามันขึ้นมาแต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องหยุดการกระทำของตัวเองเอาไว้ คำว่าอย่าล้ำเส้นที่เป็นเสียงของตัวเองวิ่งเข้ามาในหัว

 

 

 

 

 

 

 

'เรื่องส่วนตัว'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติ๊งต่อง~

 

 

เสียงสัญญาณแสดงว่ากำลังมีผู้มาเยือนทำให้ร่างบางเลิกคิ้วเล็กน้อย อาจจะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่กำลังสั่นอยู่นี่คงจะนึกได้แล้วกลับมาเอาล่ะสิ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจะกดกริ่งให้เสียเวลาทำไม

 

 

 

คิดได้ก็หยัดตัวขึ้นจากโซฟาก่อนจะเดินไปเปิดประตูคลายความสงสัย ถึงยังไงก็ไม่ลืมที่จะมองผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กสำหรับส่องผู้มาเยือนก่อนจะเปิด

 

 

 

"เหอะ" เขาแค่หัวเราะกับภาพที่ปรากฏชายหนุ่มร่างสูงหน้าตายียวนที่ในมือหิ้วถุงที่อัดแน่ไปด้วยกระป๋องน้ำรสชาติบาดคอของโปรดตัวเอง

 

 

 

 

"ช้าจังวะ" หลังจากเปิดประตูออกก็เจอคิ้วขมวดบนหน้าของแขกผู้มาเยือน ร่างสูงช่วยดันประตูอีกแรงแล้วเดินดุ่มๆเข้าโดยไม่รอให้เชิญ

 

 

 

 

 

"กูคิดว่าใคร..."

 

 

 

 

 

"ใครอ่ะก็กูนี่ไง" วางถุงจากร้านสะดวกซื้อแล้วตามด้วยถอดเสื้อแจ็คเกตด้านนอกออก

 

 

 

"ก็รู้รหัสไม่กดเองวะ"

 

 

 

"กูมีมารยาทพอ" คำพูดคำจาทำเอาเจ้าของห้องเบะปากน้อยๆ ปกติก็เห็นถือวิสาสะเข้ามาออกจะบ่อยไป

 

 

 

 

 

"...หราาา มาโดยไม่โทรมาบอกกูก่อนเนี่ยนะ"

 

 

 

 

"โทรไมอ่ะ ก็มึงไม่ได้ไปไหนหรอกกูรู้" บิปากน้อยๆพลางเปิดกระป๋องเบียร์และกระดกเข้าไปอึกใหญ่

 

 

 

"แล้วถ้ากูไม่อยู่ล่ะ"

 

 

 

 

 

"ช่วงเขียนเพลงแบบนี้อย่างมึงจะไปไหนได้...พี่ฮันเฮไปไหนอ่ะ" เมื่อมองไปรอบๆก็รู้ว่าในห้องนี้น่าจะมีเพื่อนสนิทเขาอยู่เพียงคนเดียวก็เป็นธรรมดาที่ต้องถามหาอีกคนที่อยู่ด้วยกัน

 

 

 

 

"ไม่รู้ดิ"

 

 

 

"เอ้าอยู่ด้วยกันเสือ กไม่รู้..."

 

 

 

"จำเป็นหรอวะ...ก็ชีวิตใครชีวิตมัน" ว่างพลางยกกระป๋องเบียร์ดื่มแต่ก็ต้องหันกลับไปจ้องตาเพื่อนที่กำลังมองอย่างตั้งคำถามอยู่

 

 

 

"ทะเลาะกันอีกแล้วหรอ"

 

 

 

"ทะเลาะเชี่ยอะไร..." กระดกเบียร์เข้าไปแล้วหันหน้าหนีเหมือนจะหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม

 

 

 

"มึงกับพี่ฮันเฮแม่ งเหมือนแฟนกันขึ้นทุกวัน งุ้งงิ้ง้องแง้ง งอนกันไปมา"

 

 

 

" -0-" เบียร์แทบจะพุ่งออกจากปากเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากเพื่อน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบากแล้วพยายามดึงสีหน้าให้ปกติที่สุด

 

 

 

"ไอ้แจวอน"

 

 

 

"อะไร...มองกูแบบนั้นทำไม"

 

 

"มึง...."

 

 

 

"..." หัวใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะเมื่อโดนสอบสวนราวกับเป็นผู้ต้องหา...

 

 

 

"มึง..."

 

 

 

"โว๊ะ!!!! มึงอะไร"

 

 

"มึงเขียนเพลงไปถึงไหนแล้ว"

 

 

พรู่วววว~

เสียงลมที่พ่นออกมาจากปากอย่างโล่งใจ ที่มันไม่ใช่คำถามที่เขาคิดไว้

 

 

"เชี่ย...แอนดัพมึงจะทำให้ตื่นเต้นเพื่อ??"

 

 

"อะไรวะ...." หยิบชิ้นไก่ทอดเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ มืออีกข้างก็ส่องป้อนเพื่อนที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่แต่ก็โดนปัดมือออก ท่าทางแบบนี้แอนดัพขำจนต้องหัวเราะออกมาที่กวนประสาทเพื่อนสำเร็จ

 

 

"แล้วตกลงไปถึงไหนแล้ว?"

 

 

"ก็ยัง..."

 

 

ติ้งต่อง~

เสียงกริ่งหน้าห้องเป็นรอบที่สองของวัน วันนี้มันวันแขกแห่งชาติหรือยังไง แจวอนละกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะก่อนเดินไปเปิดประตูให้แขกผู้มาเยือนอีกรอบ

 

 

 

สายตาเหลือบไปมองหน้าจอที่ประตูห้องชายรูปร่างสูงหน้าตาคุ้นเคยอีกคนที่กำลังยืนเล่นกล้องอยู่ทำเอาเขาแค่นหัวเราะกับความไม่รู้จักโตที่ช่างขัดกับรูปร่างเสียจริง นี่ก็อีกคนที่รู้รหัสเข้าห้องเขาแต่ก็แสร้งทำตัวมารยาทงาม

 

 

เหมือนเขาจะเห็นสิ่งมีชีวิตอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังร่างสูง ถึงจะมองไม่ถนัดนักแต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เพื่อนคนใดคนหนึ่งแน่นอน ไม่รอช้าที่จะเปิดประตู ไปพบรอยยิ้มกว้างพร้อมโบกมือทักทาย

 

 

 

 

"What up mannn!"

 

 

"เออ!" ตอบรับแบบส่งๆเพราะคนที่สนใจคือคนข้างหลังมากกว่าดูเหมือนจะเด็กกว่าเขาหลายปี สายตาเรียวจ้องตากลับแบบไม่ขัดเขิน แถมยังเป็นสายตาที่จะดูเป็นมิตรก็ไม่ใช่

 

"อ่อๆ นี่น้องกูเองๆมาจากเมกาตอนนี้ปิดเทอมป๊ากับม้ามันฝากให้กูดูเล หวัดดีพี่แจวอนดิ" จับไหล่เด็กผู้ชายข้างหลังแล้วผลักมาให้แจวอนได้เห็นถนัดขึ้น มือหนาผลักให้ก้มหัวทักท้ายแบบแต่ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะไม่เต็มใจเสียเท่าไร่

 

 

"..."

 

 

"น้อง?"

 

 

"Yes! ให้กูเข้าไปได้ยัง"

 

 

"เอ่อๆ" เมื่อคิดได้ว่าไม่ควรจะมายืนหน้าห้องแบบนี้แจวอนก็รีบอันเชิญเพื่อนและคนที่มันบอกว่าเป็นน้องชายเข้ามาในห้อง

 

 

"ใครมาวะ" แอนดัพที่เห็นว่าหายไปนานเกินกว่าที่ควรจะเป็นก็ส่งเสียงตะโกนถามแต่ยังไม่ได้คำตอบก็โดนกระโดดกอดคอจากด้านหลังโซฟาพร้อมเสนอหน้ามาใกล้เสียจนต้องผลักออกไป

 

 

"กูเอง"

 

 

"ไอ้เวรมินโฮ"

 

 

"นี่เห็นห้องกูเป็นอะไรร้านนั่งชิวเหรอ" ผู้เป็นเจ้าของห้องที่เดินตามมาเอ่ยขึ้น ก็วันนี้มันวันอะไรกันมาหาโดยไม่มีการบอกล่วงหน้าสักคน

 

 

"กูไม่ได้มามือเปล่า" คนมาเยือนใหม่ว่าพลางหันไปหาเด็กชายที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาแถมยังยกขาขึ้นมาไขว้ห้าง มือกอดอก

 

 

 

"ไหนไม่ได้มามือเปล่าของมึง" แอนดัพเปิดกระป๋องเบียร์อีกกระป๋อง ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ไม่ต้องเดินออกไปซื้ออีก

 

 

"ฮันบิน ถุงล่ะ"

 

 

"ขี้เกียจถือทิ้งไปแล้ว"

 

 

"เห้ย เฮียบอกให้มึงทิ้งตอนไหน"

 

 

"ไม่ต้องบอกคิดเองได้"

 

 

 

 

"..." ไม่เพียงแต่มินโฮที่อึ้งหรอก ทั้งแจวอนและแอนดัพที่มองหน้ากันเหรอหรา กับบทสนทนาของสองพี่น้องนี่

 

 

"กวนตีนดีนะน้องมึง" แจวอนแค่นหัวเราะออกมาดวงตาคมจับจ้องเด็กที่ยังคงสนใจอยู่กับสมาร์ทโฟนและหูฟังของตัวเอง

 

 

"เออกวนตีนชิบหาย" แอนดัพเสริมขึ้นมาอย่างเห็นด้วยมีก็แต่พี่ชายที่ทำตาปริบๆ ไม่แปลกใจหรอกเขาเจอแบบนี้จนชินแล้ว

 

 

 

"เอ่อ...มันเป็นลักษณะแปลกๆของพวกอัจฉริยะมึงนึกภาพออกป่ะ"

 

 

 

"ไม่อ่ะ"

 

 

"ฮันบินน่า...มึงยังไม่ได้แนะนำตัวกับเพื่อนๆเฮียเลยนะ" มือหนาที่จะดึงหูฟังออกก็ต้องโดนเจ้าของฟังจับมือไว้เสียก่อนสายตาเรียวเปล่งรังสีความไม่พอใจออกมา มินโฮกรอกตาก่อนจะดึงมันอีกรอบ

ฮันบินพริ้มตาลงอย่างสกัดกั้นอารมณ์

 

 

"ชื่อฮันบิน...คิม ฮันบิน" คำแนะนำสั้นๆ ที่ไม่สมควรเรียกมันว่าการแนะนำถูกเอ่ยออกมาเรียบๆ

 

 

"วะ!!!" แอนดัพถึงกับตบโต๊ะอย่างชอบใจกับท่าทีเกินเด็ก ถึงจะไม่ชอบพวกอวดดีแต่กับไอ้เด็กคนนี้มันดูมีอะไรจริง

 

 

"เหอะ" แจวอนแค่นหัวเราะพลางมองหน้าเด็กน้อยอย่างพิจารณา

 

 

"น้องมึงจะอยู่รอดถึงวันบรรลุนิติภาวะมั้ยวะนั่น"

หลังจากเห็นเลเวลความกวนประสาทที่ต้องกุมขมับทั้งสามคนก็นั่งดื่มเบียร์สนทนากันไปเรื่อย แจวอนลุกไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นออกมาหลายรอบจนในที่สุดทุกกระป๋องก็กลายเป็นกระป๋องเปล่า รวมทั้งตู้เย็นที่ว่าเปล่าเช่นกัน

 

 

ถึงเขาจะดื่มกันไปมากแค่ไหนแต่ก็ยังรู้สึกไม่เพียงพออยู่ดี ถ้าน้องชายตัวดีของมินโฮไม่ทิ้งถุงเบียร์ไปคงจะไม่ถึงเวลาที่ต้องไปซื้อใหม่หรอก ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันจะทิ้งทำไมก็เถอะจะเอาอะไรแน่นอนกับคนแบบฮันบิน...

 

 

"ไอ้แจวอนในฐานะที่เป็นเจ้าของห้องมึงไปซื้อเบียร์มาเพิ่ม" มินโฮโพล่งขึ้นมาขณะที่กระดกเบียร์กระป๋องอื่นๆไปเรื่อยหวังว่ามันจะพอเหลือติดก้นกระป๋องบ้างแต่ก็ไม่เลย

 

 

"เห้ยอะไรวะ"

 

 

"กูว่าน้องมึงอ่ะสมควรไปมาใช้ไอ้แจวอนทำไม"

 

 

"ก็ใช่ไงให้กูจะให้น้องกูไปกับมึง จะได้รู้จักกันไว้" เหตุผลที่ไม่สมเหตุผลของมินโฮทำเอาแจวอนเบือนหน้าหนี

 

 

"ทำไมกูต้องรู้จักน้องมึงด้วย?"

 

 

"ผมก็ไม่อยากรู้จักพี่หรอก" หน้าบึ้งตึงส่งมาให้ทำเอาแจวอนอ้าปากค้างไอ้เด็กนี่มันอะไรกัน

 

 

"เอาน่า..." พามันไปเดินเล่นแถวนี้หน่อยแช้วก็ซื้อเบียร์มาแค่นั้นกูเลี้ยงเอง มินโฮว่าพลางส่งสายตาให้แอนดัพที่นั่งขมวดคิ้วอย่างตั้งคำถาม ถึงจะไม่รู้ว่าท่าทางส่งซิกจากมินโฮคืออะไรแต่สุดท้ายก็สนับสนุนโดยการผลักไสไล่ส่งแจวอนให้ออกไปกับฮันบินจนได้

มินโฮยืนยิ้มให้กับประตูที่ปิดลง ก่อนจะหันมาพบกับสายตาตั้งข้อสงสัยกับท่าทางเมื่อครู่ของตัวเอง

 

"อะไรของมึงวะ?"

 

 

"มึงมานี่" ร่างสูงลากแขนเพื่อนสนิทให้ตามเขามาโดยไม่ตอบอะไร มินโฮพาเพื่อนมาหยุดที่บริเวณบันได้หนีไฟที่มีกระเป๋าเดินทางใบเขื่องตั้งอยู่

 

 

"ของใคร?"

 

 

 

 

......................

 

 

 

 

 

 

ร่างบางหันไปมองเด็กชายที่ความสูงไล่เลี่ยกับเขาที่ยังคงเดินตามหลังมาไม่ไกลนัก เขาตัดสินใจเดินช้าลงเพื่อให้ได้จังหวะการเดินพร้อมๆกัน

 

 

"มีอะไร"

 

 

"เปล่า.." เมื่ออีกคนทักถามขึ้นก็ไหวไหล่ให้แต่ก็ยังไม่วายมองสำรวจใบหน้าเด็กน้อยข้างๆ

 

 

"พี่ชื่อแจวอนใช่มั้ย" อยู่ดีๆก็เปิดบทสนทนาขึ้นมาเสียอย่างนั้นทำเอาแจวอนแปลกใจนิดๆ ก็เล่นใส่หูฟังเดินเงียบมาทั้งทาง

 

"อ่า...แล้วเราล่ะฮันบินใช่มั้ย" ตอบกลับอย่างไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ ทำไมต้องมารู้สึกเกร็งๆเพราะเด็กคนเดียวด้วย

 

 

"รู้แล้วจะถามทำไม"

 

 

"อายุล่ะ?"

 

 

"สิบหก"

 

 

"เป็นลูกพี่ลูกน้องกับไอ้มินโฮใช่มั้ย"

 

"อืม..."

 

 

"อ่อ..." พยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้ นี่สรุปเขากลายเป็นฝ่ายตั้งคำถามเองเสียอย่างนั้น ฮันบินเดินล้วงกระเป๋านำไปราวกับรู้ทาง จนเขาต้องสาวเท้าให้ไวขึ้นเพื่อให้เดินทัน

 

"..."

 

"รู้ทางหรือไงเดินนำ" เสียงของเขาหยุดฝีเท้าร่างโปร่งได้ ฮันบินหันมาพลางยกนิ้วชี้ไปที่ร้านมินิมาร์ทฝั่งตรงข้ามที่แค่ข้ามถนนก็ถึงแล้ว แจวอนแค่นหัวเราะเพราะเขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าเดินมาจนจะถึงอยู่แล้ว

 

หลังจากหยิบจับทุกอย่างจนครบแจวอนก็เป็นฝ่ายถือถุงทั้งหมดเอง เพราะไม่อยากจะรบกวนการกินนมช็อคโกแลตของเด็กบางคนที่เดินตามหลังอยู่

 

 

"อยู่ห้องคนเดียวเหรอ" คำพูดไม่เป็นทางการของฮันบินไม่ได้ทำให้แจวอนถือสาเท่าไหร่นักก็ดูจะเป็นเด็กแปลกๆแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ท่าทางดูดนมช็อคโกแลตออกจะน่ารักดีด้วยซ้ำ

 

"เปล่าหรอกอยู่สองคน" ลดความเร็วฝีเท้าลงเพื่อจะฟังคำถามได้ถนัดขึ้น

 

"อีกคนไปไหนล่ะ หรือว่าพี่คนนั้น?" ฮันบินหมายถึงแอนดัพเพราะเท่าที่มาก็เห็นแค่สองคนจริงๆ

 

 

"ไม่ใช่หรอก อีกคนออกไปข้างนอกน่ะ" เมื่อพูดถึงอีกคนขึ้นมาก็ไม่รู้จะตอบคำถามยังไงบอกปัดๆไปก็เท่านั้นน่าจะพอ ขอให้เจ้าเด็กนี่ไม่ต้อถามให้มากความเป็นพอ

 

"ไปไหนล่ะ?" แจวอนพริ้มตาลง คิดไว้แล้วว่าต้องถามเขาตอบไม่ได้หรอก

 

"ไม่รู้สิ"

 

"อ่อ...ที่อพาร์ทเม้นพี่มีกี่ห้องน่ะ"

 

"สองก็นอนกันคนละห้อง" ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคำถามของฮันบินเพราะคงคิดว่าถามไปตามความอยากรู้อยากเห็นก็เท่านั้น

 

"ถ้าผมมาอยู่ขอนอนคนเดียวได้มั้ย นอนร่วมกับคนอื่นแล้วไม่ชิน" ยังไม่ทันได้เปิดประตูก็ต้องชะงักกับประโยคนี้ของฮันบิน นี่เขากำลังฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า

 

"อยู่ด้วย??" แจวอนทวนคำถามอีกรอบก่อนจะผลักประตูเข้าไปโดยมีฮันบินเดินตามเข้ามาติดๆ เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เพิ่มขึ้นมาในห้อง กระเป๋าเดินทางใบเขื่องที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจะโซฟานัก

 

 

"แล้วกระเป๋าใครวะ" มองกระเป๋าใบใหญ่อย่างพิจารณา ไม่ได้มีแค่กระเป๋าใบใหญ่แต่ยังมีกระเป๋ากับสัมภาระอีกเล็กน้อย เหมือนคนกำลังจะเดินทาง

 

 

 

"ของน้องไอ้มินโฮไง" แอนดัพพูดด้วยท่าทีเนือยๆ แล้วหยิบบุหรี่ไปที่สูบที่ระเบียง มีเพียงมินโฮที่ส่งยิ้มแห้งๆให้ ร่างบางมองหน้ามินโฮสลับกับฮันบินไปมาแล้วจบด้วยการมองกระเป๋าใบเขื่องและหยุดที่ฮันบิน

สมองเริ่มประมวลผลว่ามันมีความเกี่ยวข้องอะไรกับประโยคที่ฮันบินพูดขึ้นมาเมื่อครู่

 

 

"เดี๋ยวก่อน กูว่ามันต้องมีอะไรที่กูยังไม่เข้าใจ" แจวอนมองหน้ามินโฮที่พยายามทำหน้าตาอ้อนวอนใส่

 

 

"ไม่!!!!!"

 

 

"โถ่!!!! แค่สองอาทิตย์เองนะมึงนะช่วยกูหน่อย" มือสองข้างประกบกันเป็นเชิงอ้อนวอนเต็มที่ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ร่างบางสบัดมือเพื่อนที่เกาะเเขนเขาอย่างรำคาญใจ

 

ก็ไม่ได้อยากแล้งน้ำใจอะไรหรอกแต่จะมาฝากลูกคนอื่นให้เขารับผิดชอบตั้งสามสัปดาห์ มันมากเกินไปแล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะรับผิดชอบไหวได้ยังไง

 

 

"ไม่เอาเว้ยๆ กูรับผิดชอบลูกคนอื่นได้ไง"

 

 

"นี่น้องชายกูนะ กูกลับจากญี่ปุ่นกับนัมเมื่อไหร่จะมารับเลย"

 

 

"มึงก็เอาน้องไปด้วยดิวะ" คิดหาทางออกที่ดีให้เพื่อนแต่กลับโดนตบไหล่ดังอัก

 

 

"มึงเข้าใจมั้ยว่ากูอยากไปกันสองคน"

 

 

"...สองอาทิตย์ผมไปอยู่โรงแรมก็ได้" เสียงเรียบๆที่แทรกขึ้นมาหยุดบทสนทนาได้เล็กน้อย มินโฮเบิกตากว้างก่อนจะกระโดดจับไหล่แจวอน

 

 

"มึงดูสิเด็กตัวเล็กๆต้องมาอยู่ไกลบ้านคนเดียวไม่สงสารเหรอ"

 

 

"ความผิดกูเหรอ"

 

 

"เลิกเถียงกันเถอะ ผมจะไปอยู่โรงแรม"

 

 

"ก็ให้ไปอยู่คอนโดมึงดิ" แจวอนทิ้งตัวลงโซฟาพลางเบือนหน้าหนีทำไมต้องมาโยนภาระให้เขาด้วยล่ะ

 

 

"มึงก็รู้ว่ากูจะย้ายคอนโดใหม่แล้วในห้องตอนนี้ก็ขนกลับบ้านแม่หมดแล้วมันจะอยู่ยังไง"

 

 

"ก็บอกให้เลิกเถียงกัน" ฮันบินส่ายหน้าอย่างระอากับสองคนที่ยังเถียงกันไม่หยุด

 

 

"แอนดัพช่วยกูพูดหน่อย" ขอความช่วยเหลือคนที่เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จเดินกลับเข้ามาจากระเบียง แจวอนได้ทีก็โยนให้อีกคนเช่นกัน

 

 

"ไอ้แอนดัพไงห้องมันอ่ะว่าง"

 

 

"บ้านมึงสิ!!! กูกับไอ้ฮยอนแทแม่ งก็เบียดกันจะตายอยู่ละ ไหนจะไอ้ห่ าจาเมซอีกช่วงนี้มาขอนอนบ่อยชิบหาย" ยกมือปฏิเสธอย่างไว ถ้าขืนมีคนไปเบียดด้วยอีกคนคงแย่งอากาศกันหายใจเป็นแน่

 

 

 

"ทำไม...น่ารำคาญกันแบบนี้!!!!"

 

 

 

"..."

 

 











40%






ทั้งสามมองฮันบินเป็นตาเดียว ไม่มีคำพูดใดๆนอกจากสีหน้านิ่งจนดูหน้ากลัวเกินเด็ก ร่างโปร่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินดุ่มๆไปราวกับเป็นที่ที่คุ้ยเคย และ...



"ปัง!!!" แกร่ก!!




"...." ทั้งสามหันมองหน้ากันก่อนจะรวบรวมสติได้แจวอนก็โพล่งขึ้นมาเสียงดัง




"เห้ย...!!!น้องมึง"




"ให้มันอยู่คนเดียวสักพัก" ยกมือขึ้นปรามเพื่อนที่ทำท่าจะวิ่งตามไป




"..."



"ไอ้เด็กนี่มันไม่ชอบสถานการณ์กดดันน่ะ"




"แต่นั่นมันห้องกู!!!!" ใช่แล้วฮันบินไม่ได้หนีออกไปนอกห้องและที่แจวอนจะตามไปเพราะเป็นห่วงแต่เพราะเขาห่วงห้องตัวเองไง



"แหะ..." ยิ้มแห้งๆจากมินโฮถูกส่งมาให้เจ้าของห้อง ก็จะทำไงได้ล่ะฮันบินมันเข้าไปเองเขาได้ไปสั่งเสียเมื่อไหร่กัน




"เออมันดูแปลกดีเนอะน้องมึง" แอนดัพดึงสีหน้าเหยเกกับท่าทางของน้องชายเพื่อนสนิทที่ดูสี่มิติกว่าที่เขาคิดไว้เลย






"นะ..."






"ไม่!!!"





"เออ...เข้าใจแล้วเดี๋ยวกูพามันไปญี่ปุ่นด้วยจบ!!" อยู่ดีๆก็ถอดใจเสียอย่างนั้น มินโฮยอมรับการคัดค้านของแจวอนโดยไม่ได้ทักท้วง



"เออแค่นี้ก็จบ น้องมึงนะเว้ย" เสียงอ่อนลงทั้งที่ความจริงก็ใจอ่อนไปเยอะเเล้วแต่อยู่ดีๆมินโฮออกปากแบบนี้มันก็เป็นการดีสำหรับเขาอยู่แล้ว



"เดี๋ยวกูไปจัดการเรื่องตั๋วกับที่พักก่อน พรุ่งนี้ก็จะไปแล้ว ความฝันที่จะได้ไปเที่ยวกันสองคน กว่าตารางจะว่าตรงกัน"



"เหอะ" แอนดับแค่นหัวเราะพลางส่ายหัว มาไม้นี้เหรอมันดูน่าสงสารตรงไหนเนี่ยคบกันมากี่ปีรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว...



"...แค่สองอาทิตย์ก็พอใช่มั้ย"




"..." คนหันหลังให้เผยรอยยิ้มกว้างออกมาแต่ก็ต้องแสร้งเก็บอาการไง้ ต้องทำให้ดูน่าสงสารก่อน...เขาคิดผิดถนัดที่แจวอนยอมใจอ่อนเพราะเห็นเพื่อนรักมันพร่ำเพ้อกับทริปญี่ปุ่นมาแรมปีแล้ว แค่ดูเด็กคนเดียวถือว่าช่วยๆเพื่อนไปไม่ได้เห็นใจเพราะท่าทางสตอร์เบอร์รี่ของเพื่อนหรอก




"รางวัลออสก้าป่ะวะเนี่ย" อีกคนที่นั่งกระดกเบียร์บนโซฟาพูดออกมาเบาๆแต่ก็ไม่เบาเกินกว่าหูมินโฮจะได้ยินเขาส่งสารตาคาดโทษไปหนึ่งที




"แค่นั้นแหละกูกลับจากญี่ปุ่นปุ๊บลงจากเครื่องจะตรงดิ่งมารับมันเลยเพื่อนรัก" กระโดดกอดเพื่อนที่ผลักหน้าเขาไปให้พ้อมรทำอะไรหน้าขนลุกแบบนี้ล่ะ




"ไปไกลๆตีนกูเลย"



"จะให้รางวัลมาหอมที >3"



"เข้ามาอีกกูต่อยนะ" หยุดฝีเท้าแล้วก็ส่งรอยยิ้มหวานเยิ้มให้เพื่อนอีกรอบ ถึงจะไม่เต็มใจก็เถอะ



"มึงถามพี่ฮันเฮแล้วเหรอ ไปรับปากมันมึงไม่ได้อยู่คนเดียวนะเว้ย" เสียงแย้งขึ้นมาทำให้มินโฮคิดขึ้นได้พอดี จะว่าไปเขาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักฮันเฮ อย่างน้อยก็น้าจะขออนุญาติรุ่นพี่ผู้เป็นเจ้าของห้องอีกคน



"เออจริงด้วยว่ะ..."




"ช่างเถอะ เด็กคนเดียวจะแล้งน้ำใจก็เกินไปแล้วว่ะ..." ถึงจะตอบไปเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาแต่เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่รู้ว่าจะพูดกับผู้ร่วมห้องอีกคนยังไงเหมือนกัน



"แน่นะ" กระพริบตาปริบๆถามอีกครั้งเพื่อความั่นใจ แจวอนพนักหน้าหงึกหงักให้ทำให้มินโฮกระโดดโลดเต้นดีใจรางกับเด็กน้อย แต่ความน่ารักมันตรงกันข้าม...



"เดี๋ยวก็เปลี่ยนใจแม่ง"




"เห้ยๆๆๆ ไม่ถามเเล้วๆ"






.....................









สถานการณ์จบลงและเมื่อเสียงถกเถียงกันเงียบลงฮันบินก็เดินออกมาจากห้องเอง  เวลาเที่ยงคืนกว่าๆทำให้คิดว่าควรต้องกลับแล้วแอนดัพกระดกน้ำเปล่าล้างคอแล้วสวมเสื้อแจ็คเกตรอมินโฮที่กำลังนั่งอบรมฮันบินไปต่างๆนาๆ




เมื่อเดินมาถึงประตูก็ไม่วายย้ำกับน้องชายตัวดีที่ยืนกอดอกอย่างเบื่อหน่ายอีกรอบ



"ฮันบิน มึงต้องเป็นเด็กดีไม่ดื้อกับพี่แจวอนรู้มั้ย"



"อือ..."



"ดีมากน้องรัก เดี๋ยวเฮียซื้อขนมมาฝากเยอะๆเลย"



"เห็นผมเป็นเด็กหรือไง..." มือปัดมือมือหนาของพี่ชายที่กำลังขยี้ผมพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ต่างกับฮันบินที่ยังคงสีหน้าบึ้งตึงเหมือนเดิม



"เพื่อนรักกูจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย"



"พอๆไม่ต้องมาทำซึ้งเลยมึงรีบๆไปเถอะ" ร่างสูงหันไปเพื่อนทีกคนที่พยักหน้าเห็นด้วย




"เจอกัน..." แอนดัพยกมือลาก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบอะไรบางอย่างออก




"แล้วเจอกันนะมึง" มินโฮที่บอกลาเพื่อนก็อดไม่ได้ที่จะขยี้ผมน้องชายอีกครั้งถึงจะรู้ว่าเขาไม่ชอบก็เถอะ แล้วก็เหมือนเจ้าน้องชายปัดออกพร้อมชักสีหน้าใส่



แจวอนที่ยืนมองจนเพื่อนเดินเลี้ยวไปอีกทางเพื่อขึ้นลิป เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เอาล่ะตอนนี้อยู่กันสองคนจะทำยังไงต่อไปดีกับเด็กคนนี้ล่ะ



ประตูถูกปิดลง ร่างบางหันมาพยักหน้าเป็นเชิงอันเชิญคุณน้องชายเพื่อนที่ยืนยู่ปากให้ ฮันบินมองหน้าเจ้าของห้องอีกครั้งแล้วเดินนำไปนั่งที่โซฟาที่เดิม



ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงของเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่



"โทษทีนะที่เดินเข้าห้องแบบไม่ได้ขอน่ะ" แจวอนละสายตาจากกระป๋องเบียร์เปล่าที่กำลังเก็บลงถุง จะว่าไปเด็กนี่ก็ไม่ได้ไม่รู้ภาษาเสียทีเดียว




"อืม...ช่างมันเถอะ"




"..."



"ไอ้มินโฮมันบอกว่าไม่ชอบสถานการณ์กดดันนี่ เป็นไรอ่ะไมเกรนจะขึ้นประมาณนี้เหรอ"




"เปล่า...ผมแค่เกลียดเสียงดัง เกลียดเวลาคนพูดเสียงดังๆใส่กัน" แจวอนหยุดคิดกับคำพูดของฮันบิน เด็กคนนี้ดูน่าจะมีอะไรในใจจริงๆถึงชอบแสดงออกด้วยท่าทางแบบนั้น



"ปกติก็พูดกันแบบนี้ล่ะไม่มีอะไรหรอก แต่มันเหมือนตะคอกใช่มั้ยล่ะ"



"อือ..." ตอบกลับเรียบๆในขณะที่มือก็ยังกดสมาร์ทโฟนตามเดิม



"หิวมั้ย?" แจวอนลืมไปเสียสนิทว่าเห็นฮันบินกินนมช็อคโกแลตไปขวดเดียวก็อดถามไม่ได้



"ก็นิดหน่อย..."



"เดี๋ยวทำอะไรให้กินแล้วกัน"



"..." ถึงเด็กน้อยจะไม่ได้คอบอะไรแจวอนก็เลือกที่จะเดินเข้าครัวเพื่อทำอะไรสักอย่างให้กินรองท้อง ในตู้เย็นที่มีผักนิดหน่อยกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูเบสิคก็แค่ใส่ทุกอย่างลงไป




"กินเผ็ดได้มั้ย..." โผล่หน้าออกมาถามฮันบินที่กำลังจ้องมองจอโทรทัศน์ที่ฉายการ์ตูนมิกกี้เมาส์ยามดึก



'อายุสิบหกกับท่าทางแบบนั้นก็ชอบการ์ตูนเหรอ'  แจวอนอมยิ้มน้อยพลางส่ายหัวแล้วเลือกที่จะเดินมาใกล้ๆคนที่กำลังจ้องดูการ์ตูนอย่างตั้งอกตั้งใจ



"ชอบมิกกี้เหรอ"



"อือ...มันไม่ปัญญาอ่อนเหมือนพวกหมีพูห์"






ฮัชเช่ย!!!! (เสียงจามของเด็กผู้ชายข้างห้องที่บ้าหมีพูขั้นสุด)





"อ่อ..." แจวอนหัวเราะออกมาน้อยๆก็ไม่เห็นว่ามิกกี้กับหมีพูห์มันจะต่างกันตรงไหน




"ขำหรอ"



"เปล่าๆ เอ่อ...จะถามว่ากินเผ็ดได้มั้ย"



"ไม่ได้...เคยกินแล้วต้องเข้าโรงบาล"



"..." คิดถูกจริงๆที่เขาเลือกที่จะถามก็ไม่รู้อะไรมาดลใจเหมือนกัน ทำไมเรื่องสำคัญแบบนี้มินโฮไม่มีการบอกไว้ก่อนยิ่งคิดก็ยิ่งตำหนิในใจ



ร่างบางเดินกลับเข้าครัวไปเพื่อทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อ ปล่อยให้ฮันบินสนุกกับการดูการ์ตูนต่อไป...






ติ๊งต่อง~




"เดี๋ยวผมไปเปิดให้" พูดกับแจวอนที่โผล่หน้าออกมาจากห้องครัว ร่างบางพยักหน้ารับก่อนจะกลับเข้าไปในครัวต่อ ดึกป่านนี้ใครมาอีก ที่เขาตัดผู้ร่วมห้องอีกคนไปเพราะถ้ามาคงไม่กดกริ่งให้เสียเวลาน่ะสิ





ยังไม่ทันได้จับประตูก็ถูกเปิดออกผู้มาเยือนสีหน้าฉงนเล็กน้อย เมื่อพบว่าคนในห้องคือใครสักคนที่เขาไม่รู้จักก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่ห้องตัวเอง




"ขอโทษครับ...ผมเข้าห้องผิด" เขาก้มโค้งน้อยๆเพื่อขอโทษก่อนจะเดินจากไป ตาเรียวมองตามหลังไปชายร่างสูงเดินไปพลางนวดขมับไล่ความง่วง




"เข้าห้องผิดแล้วรู้รหัสได้ไง" ฮันเลิกคิ้วอย่างสงสัยพร้อมกับแจวอนที่ส่งเสียงถามขึ้นมา




"ใครมาล่ะ"



"จะไปรู้ได้ไง..."



"เอ่อ..." แจวอนก็ไม่น่าถามฮันบินมาครั้งแรกจะรู้จักได้ยังไง เขาชะเง้อมองแต่ก็ไม่พบแขกผู้มาเยือนมีเพียงฮันบินที่เดินกลับมาคนเดียว




"อ่าวเค้าไปไหนแล้วล่ะ?"



"ไม่รู้สิ บอกว่าเข้าห้องผิดแล้วก็เดินไปเลย"




"ห้องผิด?"



"นี่แจกรหัสคนไปทั่วตึกเลยเหรอ" อยู่ดีๆก็ถามอะไรแปลกๆอีกแล้ว แจวอนส่งตะเกียบให้เด็กน้อยที่กำลังพิจารณากับบะหมี่ที่มีควันฟุ้งในชาม



"ขยายความหน่อย พี่งงว่ะ"



"ก็ผู้ชายคนเมื่อกี้อ่ะยังไม่ทันได้เปิดประตูเลยก็เปิดเข้ามาก่อนเเล้ว...ขอส้อมได้มั้ยตะเกียบใช้ยาก"

ติ๊งต่อง~



เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้แจวอนตัดสินใจลุกขึ้นไปเกิดเอง หน้าจอมอร์นิเตอร์ฉายภาพร่างสูงที่สวมหมวกพลางเกาหัวแกร่กๆ ทำให้รู้ทันทีว่าที่ฮันบินหมายถึงคงจะเป็น...




"เอ่อ...ก็ถูกนี่หว่า" ทันทีที่เปิดประตูมาเจอหน้าแจวอนผู้มาเยือนก็เอ่ยขึ้นทันที




"แล้วทำไมไม่เปิดเข้ามา"




"เมื่อกี้เหมือนจะเข้าห้องผิด" เดินดุ่มๆเข้ามาตามปกติเมื่อจมูกได้กลิ่นหอมของอะไรสักอย่างก็พาให้เดินตามมาอย่างเร็ว ใครบางคนที่นั่งหันหลังบนโต๊ะอาหารทำเขาแปลกใจเล็กน้อย



"น้องไอ้มินโฮ..." ไม่รอให้ถามก็ชิงบอกก่อนที่ฮันเฮจะงงไปมากกว่านี้แจวอนยังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้ ยังไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าต้องมีเด็กนี่มาอยู่ด้วยสองสัปดาห์



"อ่อ...แล้วมินโฮไปไหนล่ะ"



"ญี่ปุ่น..." ในที่สุดก็ไม่รอมันละบอกๆให้จบไปเลยแล้วกันแจวอนตัดสินใจว่ารู้เร็วหรือช้าก็เหมือนๆกันนั่นแหละ



"อ่อๆเสร็จธุระก็จะมารับกลับเหรอ"



"อืม"



"เห้ย...ญี่ปุ่น?" เมื่อรวบรวมสติได้ก็พบว่าญี่ปุ่นมันไม่ได้ใกล้แบบมินิมาร์ทหน้าปากซอยก็หันไปมองแจวอนอย่างตั้งคำถาม



"อืม...มันฝากไว้สองอาทิตย์"



"0.o"



"ต้องล้างจานมั้ย" หลังจากกินบะหมี่เข้าไปจนหมดชามเหลือไว้ก็แต่ผักในชามที่แจวอนอุตส่าห์เอาออกมาล้างแล้วหั่นอย่างดีแต่กลับไม่แตะมันเลย รู้อย่างนี้เติมน้ำร้อนในคัพก็จบแล้ว

พอหันหน้ามาก็ชัดเลยไอ้เด็กที่ไปยืนอยู่หน้าประตูเมื่ครู่นี่เองทำฮันเฮรู้สึกเจ็บใจนิดๆที่ทำตัวเองเดินลงไปอีกสองชั้นเพราะคิดว่าเข้าห้องผิด




"เมื่อกี้ไม่บอกล่ะนี่คิดว่าผิดห้องจริงๆ"




"ห้องตัวเองไม่รู้ได้ไง" ถูกแล้วล่ะจะโทษเด็กได้เหรอก็ทำไมไม่คิดว่าถ้าไม่ใช่ห้องตัวเองจะกดรหัสถูกได้ยังไง แล้วลิฟต์ก็มีแต่เลือกที่จะเดินเอง นี่เขากำลังคิดว่าแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นนี่ทำไมตัวเองเออเร่อได้ขนาดนี้



"ไม่ต้องก็ได้เดี๋ยวพี่ทำเอง" แจวอนว่าพลางหยิบชามแต่ก็ไม่วายมองผักในชามกับเด็กน้อยสลับกัน




"มันไม่อร่อยสักอย่าง" เห็นสีหน้าก็พอจะรู้ว่าคงจะโดนสั่งสอนเรื่องไม่กินผักน่ะสิ ก็โดนจนเบื่อแล้ว



"แล้วจะโตมั้ยเนี่ย"



"กินโปรตีนน่า...ยังไงก็โต นี่สิบหกก็จะสูงเท่าพี่เเล้ว"



"..." ยืนกระพริบตาถี่พลางมองสองคนที่กำลังสนทนาเหมือนไม่มีเขาอยู่ตรงนี้ด้วย อะไรกันตัดสินใจเองคนเดียวแถมเด็กนี่ก็ดูไร้มารยาทอีกไม่ทักทายสักคำ ฮันเฮกระแอมน้อยๆพอเป็นสัญญาณว่า มีอะไรจะพูดมั้ยแต่...



"ไปอาบน้ำไปฮันบินมันดึกแล้ว...คืนนี้"



"ขอนอนคนเดียว"



ก็ยังคงคุยกันสองคนเหมือนเดิม เอาล่ะในเมื่อไม่มีใครสนใจฮันเฮก็จะไปอาบน้ำนอนบ้างแล้ว ไม่ทักก็ไม่ต้องทักสิสนใจที่ไหนล่ะ แต่ติดที่ว่าห้องอาบน้ำมีห้องเดียวก็ไอ้เด็กนี่กำลังจะอาบแล้วเขาก็มาทีหลังสินะ



"นอนคนเดียว?"



"ก็บอกแล้วไงว่านอนกับคนอื่นไม่ชิน" ยังคงยืนยันคำเดิมแจวอนวอนโซฟาหน้าโทรทัศน์แทนที่จะมองเจ้าของห้องอีกห้อง...ฮันเฮอ้าปากน้อยๆก่อนจะกลืนคำพูดลงคอไป ก็กำลังจะเสนอให้มานอนด้วยกันแต่แจวอนกลับจะเลือกโซฟาอย่างนั้นหรือ



"นอน...ด้วยดิพี่"




"..."



"ไม่ได้เหรอ"



"เอ่อ...ได้ดิ่ ทำไมล่ะ อ่อๆไอหนูนี่ไม่ชอบนอนกับคนอื่นเหรอ"



"อืม ขอบใจที่เข้าใจนะ"



"อ่า..."



"ชื่อฮันบิน" มือยื่นไปให้ฮันเฮที่ไม่ทันตั้งตัวเขายื่นกลับไปจับแบบเกร็งๆ เดี๋ยวนะนี่เด็กนี่มันอายุเท่าไหร่กัน

แจวอนยืนมองสถานการณ์จนเผลอแอบยิ้มออกมา เขาตลกกับท่าทางเก้ๆกังของฮันเฮจริงๆ คนอะไรชอบทำตัวตลกแบบไม่ตั้งใจหรือยังไง




"พี่ฮันเฮนะ"



"อืม..." ไม่มีคำตอบกลับใดใด้ร่างโปร่งเดินไปดูสัมภาระของตัวเองที่วางอยู่ไม่ไกล ไม่มีทีท่าอะไรต่อจากนี้ คำแนะนนำอย่างไม่เป็นทางการแค่นั้นจริงๆเหรอ



"อายุเท่าไหร่เนี่ย" หันมาดึงหน้าใส่ร่างบางที่ยินไหวไหล่อยู่ใกล้ๆ เขาโดนไปหลายดอกแล้ว ก็ดีกันมีฮันเฮมาช่วยแบ่งเบาไปบ้าง



"สิบหก"



"ฮ้ะ!! สิบหก..."



"อือ"



"ทำไมแก่แดดจังวะ" ใช้มือป้องปากพร้อมทำเสียงให้เบาลงเพื่อไม่ให้เจ้าเด็กที่กำลังรื้ออะไรบางอย่างในกระเป๋าได้ยิน



"เด็กก็คือเด็กอ่ะ" ตอบปัดๆไปแล้วเดินไปช่วยฮันบินจัดแยกสัมภาระอีกแรง เพราะดูท่าเจ้าตัวจะเหมือนหาอะไรบางอย่างไม่เจอ



ฮันเฮได้แต่มองภาพของสองคน ในใจก็รู้สึกแปลกๆที่จะมีใครก็ไม่รู้มาอยู่ด้วยสองสัปดาห์แถมท่าทางนั่นมันเริ่มจะไม่ถูกใจเขาเสียแล้ว มองทำไมหนักหนาทำเป็นเก็กแต่แอบมอง...แจวอนทำไมบ่อยๆล่ะคิดว่าจะรอดพ้นสายตาเขาเหรอ




'สองสัปดาห์....ตอนแรกก็ว่าไม่นอนตอนนี้ทำไมมันถึงนานแบบนี้ล่ะ นี่นับวันนี้เป็วันแรกมั้ยล่ะ? นับสิหลังเที่ยงคืนแล้วนี่ '




'เหลืออีก 13 วัน'







หลังจากฮันบินจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็พาตัวเองเข้าห้องนอนแจวอนราวกับคุ้นเคยกับห้องนี้ เหลือก็เพียงสองชีวิตที่ยังคงนิ่งเงียบ มีเพียงเสียงจากโทรทัศน์เท่านั้น





"พรุ่งนี้ไปไหนมั้ย..." เป็นแจวอนที่ตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาก่อน




"ไม่อ่ะ..." ตอบสั้นๆโดยไม่ละสายตาจากจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายสารคดีสัตว์โลกอยู่ ดูก็รู้ว่าฮันเฮไม่ได้พิศวาสรายการประเภทนี้หรอกแต่แค่ไม่ยอมหันมามองหน้าคนถามก็เท่านั้น




"พรุ่งนี้ผมมีธุระ..."





"อ่า..." 





"ต้องออกไปข้างนอก..."






"อืม..." มือรัวกดรีโมทและยังคงไม่หันไปมองหน้าแจวอนที่กรอกตาใส่อยู่อย่างหมันไส้ นี่อุตส่าห์ชวนคุยแล้วทำแบบนี้อย่างนั้นเหรอ






"ก็พาฮันบินไปด้วยไม่ได้..."





"อืม..."





"พี่ไม่ได้ไปไหนนี่...ฝากหน่อยดิ"





"ฮ้ะ!!"



ในที่สุดก็ยอมละสายตาจากจอโทรทัศน์เสียที ก่อนจะจ้องร่างบางที่ยืนยิ้มแห้งๆส่งให้แทนคำตอบ ดวงตาวาวที่ส่งมาให้ทำเอาฮันเฮต้องเบือนหน้าไปทางอื่น




'ทำไมชอบทำหน้าตาแบบนั้นใส่ด้วย'





เมื่อแจวอนอาบน้ำและจัดการทุกอย่างเสร็จก็เดินเข้าห้องนอนที่ตั้งแต่อยู่มาแทบจะเข้าไปเหยียบนับครั้งได้ และที่สำคัญไม่เคยที่จะมานอนแบบนี้หรอก ถึงจะรู้สึกแปลกๆแต่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้...



ดวงตาคมยืนมองเตียงสีครีมอย่างพิจารณา...เคยมีใครมานอนในวันที่เขาไม่อยู่บ้างหรือเปล่า อยู่ดีๆทำไมต้องมาตั้งคำถามอะไรแบบนี้ว่าแล้วก็พ่นลมออกจากปากไล่ความคิด 




"เดี๋ยวเอาผ้าห่มอีกผืนให้นะ" เสียงเจ้าของห้องที่กำลังเช็ดผมที่แห้งหมาดๆโพล่งขึ้นทำให้แจวอนสะดุ้งน้อยๆ




"อ่า...ผมนอนฝั่งนี้นะ"




"อื้อ..." พยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้ก่อนจะหยิบผ้าห่มสีเทาอ่อนอีกผืนส่งให้ แจวอนรับมันไปก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงฝั่งที่เพิ่งของจับจองเมื่อครู่



ไฟในห้องถูกปิดลงแต่ยังคงมีแสงสว่างนิดๆจากโคมไฟตั้งโต๊ะบนหัวเตียง สองร่างที่นอนติดกันเว้นช่องว่างไว้พอให้ขยับได้สะดวก แจวอนยังคงมองเพดานสีขาวไม่อาจกดเปลือกตาให้หลับลงได้ และคนข้างๆก็ไม่ต่างกัน




"ยังไม่หลับเหรอ" แจวอนเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากรู้สึกได้ว่าคนข้างๆยังคงมีอาการพลิกไปมาอยู่พร้อมเสียงถอนหายใจอีกรอบ




"อ่า...ไม่ค่อยชินอ่ะปกตินอนคนเดียว"





"ผมไปนอนที่โซฟาก็ได้นะ"




"แค่บอกไม่ชินเฉยๆนี่" ถึงจะอยู่ร่วมห้องกันมาเกือบปีแต่ก็ไม่เคยนอนร่วมเตียงกันสักที ฮันเฮพลิกตัวไปหาคนข้างๆเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกคนพลิกมาพอดี 



ดวงตาคมในแสงสว่างอ่อนๆทำให้เขาต้องกลืนบางสิ่งบางอย่างลงคอไปอย่างยากเย็น ก่อนจะพลิกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว




ตึกๆๆๆๆๆ






"เสียงหัวใจพี่เต้นเสียงดังเนอะ"






"อ่อ...เหรอพี่เป็นคนหัวใจเต้นเสียงดัง ฮ่าๆ...ปะ..เป็นตั้งแต่เด็กๆแล้ว ติดแม่มาเวลานอนด้วยกันทีคนข้างห้องมาด่าอ่ะ"





"เหอะ...ตลก แต่ก็ท่าจะจริงดังทีผมได้ยินเลย" มุกตลกโง่ๆของฮันเฮทำแจวอนแค่หัวเราะพลางส่ายหน้า




ทั้งสองร่างเขยิบเข้ามาใกล้กันโดยไม่ได้นัดหมายร่างบางพลิกมาก็พบว่าหน้าเขาใกล้กับอีกคนจนลมหายใจรดหน้า จมูกโด่งเป็นสันสัมผัสกันจนเกิดความรู้สึกร้อนวาบขึ้นมา ฮันเฮผละออกก่อนจะพลิกตัวหนีและเขยิบห่างออกไป...





"..."





"ขยับไปซะไกลเดี๋ยวก็ตกเตียงหรอก" มือเรียวสะกิดที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของอีกคน จนสะดุ้งโหยง ความรู้สึกร้อนวาบเพียงเพราะนิ้วเรียวมาสะกิด 



ถึงจะเป็นความเคยชินที่ฮันเฮชอบที่จะถอดเสื้อนอนเพราะความเป็นคนขี้ร้อน แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้มันรู้สึกหวิวๆแปลกๆ




"เห้อ...ทำไมรู้สึกหนาว" ผละลุกจากเตียงตรงไปยังตู้เสื้อผ้าค้นหาอะไรอยู่พักใหญ่จนเสื้อแขนยาวแบบสวมสีเทาถูกสวมลงบนร่างเขาทิ้งตัวลงข้างๆแจวอนที่ยังคงมองเขาอย่างตั้งคำถามกับท่าทางแปลกๆ





"หนาวเหรอ...ผมว่ามันร้อนจนอยากจะถอดเสื้อเลย" 




"0.0" ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่ตั้งใจก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่





"แต่เกรงใจ ฮ่าๆ" 



"ตามสบาย พี่นอนละ" เลือกที่จะตัดบทสนทนาก่อนที่เขาจะควบคุมอาการแปลกๆอะไรสักอย่างไม่ได้ 



เพราะความง่วงทำให้ทั้งคู่เข้าสู้ห้วงนิทราจนกระทั่งแจวอนสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา เมื่อกลับมาที่เตียงก็พบอีกคนที่ถีบผ้าห่มของตัวเองจนร่างลงไปกองกับพื้น แสงสว่างในห้องพอจะทำให้เห็นน้ำสีใสไหลจนเปียกชุ่ม



"ร้อนแล้วจะใส่เสื้อทำไม" ว่าพลางหยิบรีโมทลดระดับเครื่องปรับอากาศให้อุณหภูมิเย็นลง แจวอนทิ้งตัวลงนอนแต่ก็ไม่สามารถหลับลงได้ง่ายๆ





"ขอโทษนะที่ผมพูดแบบนั้น...ก็ปากมันไวอ่ะทำไงได้ เล่นมาถามผมทุกเรื่องเลยนี่ไม่ใช่ไม่อยากบอกแต่มันแค่ไม่ชินอ่ะพี่เข้าใจป่ะคนเคยใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอด...ความจริงพี่ก็ดูแลผมดี ดีมากๆเลยล่ะ" อยู่ดีๆก็เอ่ยขึ้นมากับคนข้างๆที่ยังคงอยู่ในภวังค์




"อื้อออ" เสียงตอบรับทำเอาแจวอนอ้าปากค้างดวงตาเบิกโตขึ้น นี่เขาพูดเพราะเห็นว่าอีกคนหลับอยู่นี่ไม่ได้ตั้งใจจะมาพูดให้ได้ยินเสียหน่อย...




"ไม่ได้หลับเหรอพี่"



"...ZzzzZ"



"จริงๆเล้ย..." จิปากอย่างขัดใจเมื่อรู้ว่าอีกคนแค่ละเมอออกมาแล้วดันบังเอิญตรงกับคำตอบเท่านั้น ร่างบางหันไปอีกข้างพร้อมยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดหัว



ร่างสูงค่อยๆพลิกตัวอย่างระมัดระวังคนข้างๆจะรู้ตัว รอยยิ้มกว้างเผยขึ้นให้กับร่างบางเขาจ้องมองอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกน้อยใจเหมือนถูกยกออกไปจนหมด ความจริงก็ไม่ได้จะโกรธอะไรหรอกคนเราก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองแต่ก็อดน้อยใจไม่ได้กับคำพูดเชือดเฉือนน้ำใจแบบนั้น ถึงจะไม่ได้ขอโทษกับปาก แต่แค่นี้บรรยากาศตอนอยู่ด้วยกันคงดีขึ้นเยอะเลยล่ะ






บนโต๊ะอาหารในมื้อเช้าวันนี้มีอีกคนเพิ่มขึ้นมาทำให้ทุกอย่างต้องเพิ่มปริมาณเป็นสามทั้งหมด ฮันเฮเหลือบตามองเด็กน้อยผู้ร่วมห้องชั่วคราวที่ใช้ตะเกียบจิ้มข้าวในชามและไม่มีทีท่าจะคีบมันเข้าปากเสียที



"ไม่มีอะไรเผ็ดเลยนะ" แจวอนเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่มองตามสายตาฮันเฮไป




"จริงด้วยอ่ะทำไมล่ะมันจืดชืดหมด"  เมื่อตักคำแรกเข้าปากก็เอ่ยถามคนทำอย่างแจวอนขึ้นมา




"ฮันบินกินเผ็ดไม่ได้ไง"




"..." เข้าใจเหตุผลแล้วล่ะแต่สิ่งที่ฮันบินกินไม่ได้แต่เป็นสิ่งที่เขาชอบนี่ ปากยู่น้อยๆแต่ก็จะพูดอะไรได้มากล่ะ



"อ่ะชิมนี่สิ"  แจวอนคีบชิ้นเต้าหู้ป้อนฮันบินผละหน้าหนีแต่ก็ยอมอ้าปากรับมันแต่โดยดี 



"กินแล้วนะ" ท่าจับตะเกียบเก้ๆกังแล้วคีบไข่ม้วนเข้าปากทำแจวอนอมยิ้ม มีก็แต่คนข้างๆที่นั่งใช้ตะเกียบจิ้มข้าวเล่นแทนเสียเอง





หลังจากแจวอนอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็รีบออกไปธุระข้างนอก เหลือเพียงสองชีวิตที่ยังไม่ได้รู้จักกันเป็นทางการด้วยซ้ำแต่ต้องมาอยู่ด้วยกันแน่นอนว่าบรรยากาศความอึดอัดต้องเข้ามาปกคลุม



ร่างสูงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานสองนานและเขาก็ไม่ได้ยินเสียงจากเด็กน้อยที่ยังคงสนใจอยู่กับสมาร์ทโฟนเเละหูฟัง เขาหยัดตัวขึ้นแล้วเดินไปนั่งข้างๆ ยังไงก็ต้องถามไถ่อะไรเสียหน่อย





"คุยด้วยหน่อยสิ"



"..."



"ถอดหูฟังก่อนได้มั้ย"



"..." เหลือบตามองเล็กน้อยก่อนจะใช้มือดึงหูฟังออกเพียงข้างเดียว"



"อายุสิบหกเหรอ"




"ก็รู้แล้วนี่..." ตอบไปพลางยู่ปากแต่ตาก็ไม่ได้ละสายตาจากจอสมาร์ทโฟน



"ความจริงก็ไม่แปลกอ่ะเนอะที่นายจะดูโตๆที่อเมริกาคงมีอิสระในการใช้ชีวิตสูงสินะ"




"...คนอื่นอาจใช่" หยุดคิดครู่หนึ่งแล้วตอบกลับเบาๆ แววตาฉายความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ฮันเฮรู้สึกได้



"หืม?"



"มีอะไรจะถามอีกมั้ยไม่มีสมาธิเล่นเกมเลย" เมื่อโดนตัดบทก็บิปากใส่น้อยๆ 



"จะไปมินิมาร์ทเอาอะไรมั้ย"



"นมช็อคโกแลต" ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะพาตัวเองออกไปมินิมาร์ทเพื่อซื้อของสำหรับอาหารกลางวัน ฮันบินละจากสมาร์ทโฟนเพื่อเปิดหารายการดูแก้เบื่อ จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นจากฝีมือใครสักคน 


ตาเรียวมองหน้าจอมอร์นิเตอร์เด็กผู้ชายที่น่าจะโตกว่าเขาไม่มากยืนมองโน่นนี่อย่างสบายอารมณ์ในขณะที่รอประตูเปิด เขาเลิกคิ้วอย่างตั้งคำถามว่าควรต้องเปิดดีหรือไม่ แต่แล้วมือเรียวก็ผลักประตูออกจนได้



"..." ใบหน้าเรียบเฉยทำแขกผู้มาเยอะกระพริบตาปริบๆก่อนจะก้มโค้งขอโทษเป็นการใหญ่



"ขอโทษครับผมกดกริ่งผิดห้อง" ดวงตายิ้มเผยให้พร้อมรอยยิ้มถูกส่งให้แก้เขิน เขาเกาหัวแกร่กๆ มีเด็กหน้าตาแบบนี้ร่มอพาร์ทเม้นตั้งแต่เมื่อไหร่





"ถ้ามาหาสองคนนั้นก็ไม่ผิดหรอก"




"หืม..." 





ร่างสูงของแขกผู้มาเยือนเดินตามฮันบินมาอย่างเก้ๆกังๆหลังจากประโยคนั้นก็ทำให้รู้ว่าเขามาถูกห้องแล้วแต่เด็กเจ้าของหน้าตาน่ารักหมดจดคนนี้เป็นผู้มาอาศัยชั่วคราวเท่านั้น



"คิมจีวอนเอ่อคิมบ๊อบบี้นะ อายุสิบแปดคิดว่านายคงเป็นน้องใช่มั้ยล่ะเรียกพี่บ๊อบบี้หรือพี่จีวอนก็ได้" รอยยิ้มที่ส่งให้แต่กลับได้รับใบหน้านิ่งตอบกลับทำเอาเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่



"ชื่อฮันบิน คิมฮันบิน นายแก่กว่าสองปี"



"อ่อ ฮ่าๆๆๆ" แก่กว่าสองปีแล้วทำไมไม่เรียกพี่ถึงจะอยากถามแบบนั้นแต่จีวอนก็แสร้งหัวเรากลบเกลื่อนไปแทน ชวนคุยไปยังไงก็ได้คำตอบกลับมาแค่คำสองคำจนต้องยอมแพ้ ถึงจะมาห้องนี้บ่อยเหมือนห้องตัวเองแต่ทำไมวันนี้ถึงทำให้รู้สึกเกร็งขนาดนี้ก็ไม่รู้



มือหนาหยิบรีโมทขึ้นมาเพื่อจะเปิดโทรทัศน์แต่เมื่อตาเรียวส่งสายตามาเลยทำให้ต้องขออนุญาติแบบอัตโนมัติ ไม่มีคำตอบใดใดเลยทำให้เขาเลือกที่จะกดเปิดมันในที่สุด ช่องรายการถูกกดเปลี่ยนมาจนถึงการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ทำให้หยุดสายตาจีวอนไว้ได้




"ย่าห์...น่ารักจัง" ยิ้มตาหยีให้กับการ์ตูนเรื่องโปรดถึงจะอายุมากขึ้นแต่ความชอบก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง มีเพียงดวงตาเรียวเท่าที่ร้องเหอะอย่างขัดใจ




"ปัญญาอ่อน" เสียงบ่นอุบอิบละความสนใจจากจีวอนได้เขาได้บินไม่ถนัดนักเลยหันไปยิ้มให้แต่ก็ไม่มีรอยยิ้มใดใดตอบกลับ




"ไม่ชอบหมีพูห์เหรอ"





"ไม่!!!"




"-.-;;" ถึงจะน่ารักแต่ก็เป็นคนใจร้ายสินะ




"อ่าวจีวอน" หันไปตามเสียงเรียกของใครบางคนที่หอบของพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง




"หวัดดีพี่"



"ไปดูดิ ทำไปได้เยอะละ" บุ้ยไปทางจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในมุมหนึ่งของห้องเป็นมุมที่ถูกวางด้วยเครื่องดนตรีและสิ่งต่างๆสำหรับการทำเพลงของฮันเฮและแจวอน



ฮันบินที่นั่งเงียบมานานก็แอบชำเลืองมองไปหลายรอบจนฮันเฮต้องถามขึ้นมา



"สนใจเหรอ"





"เห็นมินโฮบอกว่าทำเพลงกันเหรอ"



"อืม...สนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ" ว่าพลางยื่นนมช็อคโกแลตให้ฮันบินรับมันไปก่อนจะเดินไปข้างๆจีวอนที่กำลังใส่หูฟังอยู่พร้อมส่ายหัวไปมาตามจังหวะ




"ตอนอยู่เมกาเคยทำอยู่ช่วงหนึ่งแต่เลิกไปแล้วแหละ"



"เจ้านี่มันก็มาจากเมกา" จีวอนหันมายิ้มให้พร้อมยกหูฟังออกมองไปที่ฮันบินที่ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย


"เราอยู่นิวยอร์กอ่ะ" ดูท่าจะไม่ยอมเรียกพี่จีวอนก็เลยใช้สรรพนามแบบเพื่อนเสียเลยจะว่าไปเขาก็เริ่มอยากจะรู้จักเจ้าของดวงตาเรียวคู่นี้มากขึ้นเสียแล้วล่ะ




"อยู่แอลเอ..."




"โห...เนื้อคู่กันป่ะเนี่ยอยู่อเมริกาที่กว้างใหญ่ไม่เจอกันและสุดท้ายก็ได้มาเจอกันที่ใต้เพดานห้องเล็กๆแบบนี้"




"ประสาท!!" ฮันบินดึงสีหน้าใส่คำพูดจาเพ้อเจ้อของจีวอนนั่งปรบไม้ปรบมืออย่างชอบใจกับท่าทางยิ่งทำให้ฮันบินจิปากอย่างขัดใจ



"แล้วทำไมเลิกล่ะ" 



"เหตุผลส่วนตัว" คำพูดของฮันบินทำเอาจีวอนขำออกมายิ่งบวกท่าทางกระแอมเหมือนโดนอะไรไปทำให้จุกคอของฮันเฮหลังได้ยินคำตอบทำเขาหัวเราะออกมาเสียงดัง ดวงตารีจ้องมองคนที่เด็กกว่าก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง




"จะทำอะไร" เมื่อโดนมือหนาจับไหล่สองข้างพร้อมดันร่างให้มานั่งแทนที่เขาเมื่อครู่ จีวอนหยิบหูฟังใส่ให้ฮันบินจากด้านหลังแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จะเจ้าตัวสะดุ้งน้อยๆ



"เวลารักอะไรแล้วเลิกไม่ได้หรอก" ยิ้มตาหยีส่งให้และมือหนาก็ยังคงจับไหล่ไว้แบบนั้นฮันบินไม่รู้ว่าจีวอนต้องการอะไรแต่ถ้าเป็นประโยคที่เขาพูดมาก็เหมือนสกิดปมได้เล็กน้อย มือเรียวยกหูฟังพร้อมออกจากวงล้อมของคนข้างๆที่ยังคงไม่หยุดยิ้ม




"เลิกก็คือเลิก...จะไม่กลับไปสนใจอีก"




"ทำเพลงแนวฮิปฮอปเหรอ"




"อือ..." ตอบสั้นๆก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องของแจวอน เหลือเพียงสองคนที่ยืนมองหน้ากัน จีวอนไหวไหล่พร้อมส่งยิ้มกวนๆให้ฮันเฮที่ยังคงมองตามฮันบินไป



เวลาบ่ายโมงกว่าๆอาหารกลางวันที่ถูกปรุงโดยฝีมือฮันเฮก็เสร็จเรียบร้อยเป็นจังหวะที่แจวอนกลับมาพอดี วันนี้ธุระของเชาเร็วกว่าที่คาดไว้เลยรีบขอปลีกตัวเพื่อกลับห้องมาเพราะห่วงทั้งเด็กน้อยและผู้ปกครองจำเป็นเลย





"ไปตามเด็กนั่นมากินข้าวดิ"




"ผมไปตามให้ๆ" เจ้าของตายิ้มกระโดดจากโซฟาแล้ววิ่งตรงไปหน้าห้องที่ฮันบินอยู่ แจวอนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามร่างสูงที่กำลังจัดการบางอย่างอยู่




"รู้จักกันแล้วเหรอ"



"อืม...มั้ง"


"พี่แจวอนครับ!!" เสียงตะโกนจากอีกมุมห้องของจีวอนดูตื่นแปลกๆราวกับมีเรื่องอะไรร้ายแรง ร่างบางรีบลุกตามไปยังต้นเสียง 


"ฮันบิน...ทะทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ..." ร่างโปร่งที่เปิดประตูออกมาทำจีวอนตกใจไม่น้อยเมื่อมองสำรวจจนทั่วร่างกาย










.................






"ใช้ครีมอาบน้ำทั่วไปไม่ได้ทำไมไม่บอก"




"ปกติก็ใช้ของตัวเองแหละแต่ลืมเอามามั้ง"




หลังจากกลับจากโรงพยาบาลใกล้ๆก็ได้ถุงยาแก้แพ้กลับบ้านมาทั้งกินทั้งทา แจวอนตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าฮันบินแพ้ครีมอาบน้ำแบบธรรมดาทั่วไป เอาอีกแล้วเพื่อนรักไม่บอกอะไรสักคำ แถมเด็กนี่ก็ยังไม่ยอมบอกอีก



"ไปซื้อใหม่ก็ได้นี่"



"ความจริงคิดว่ามันจะหายแพ้ไปแล้วน่ะ"



"มันจะหายแพ้ได้ยังไงถ้าเคยแพ้แล้ว..."



"แค่อยากลองใช้เหมือนคนปกติ"



ททสนทนาระหว่างเดินกลับห้องหยุดลงเมื่อถึงหน้าประตูห้องแจวอนผลักประตูเข้าไปโดนมีฮันบินเดินนำเข้าไป รอยแดงที่บริเวณหน้าเมื่อครู่ลดลงไปเยอะเพราะฤทธิ์ของยาแก้แพ้ที่คุณหมอให้กิน

แจวอนใจชื่นขึ้นเยอะที่ฮันบินแพ้แค่ผิวหนังภายนอกไม่ได้แพ้จากการรับประทานอะไรเข้าไปไม่อย่างนั้นคงจะเป็นหนักกว่านี้แน่ๆ


"ตกลงเป็นอะไร"





"แพ้สบู่ ฮันบินต้องใช้สูตรอ่อนโยนพวกครีมอาบน้ำเด็กน่ะ" ตอบคำถามเสร็จก็เดินตามฮันบินเข้าไปในห้องนานสองนานจีวอนที่สังเกตเห็นท่าทีแปลกๆของฮันเฮก็เผลอหัวเราะออกมาจนอีกคนต้องเก็บอาการโดยการเดินไปทำอย่างอื่นแทน 







"โอ้ยอย่าโดนตรงนั้นสิ"





"0.0" 




"..."



"ทำอะไรกันอ่ะพี่" จีวอนหน้าตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องของฮันบินออกมาจากห้องแจวอน



"จะไปรู้ได้ไง..." ทำเป็นแสร้งไม่สนใจแต่เสียงดังซี้ดซ้าดก็ยังคงออกมาเป็นระยะจนจีวอนทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวต้องไปแนบหูข้างประตูห้อง ร่างสูงเดินไปสมทบข้างๆก็เขาทนไม่ได้น่ะสิหากจะมาทำอะไรน่าเกลียดโจ่งแจ้งแบบนี้





"ถอดออกก่อนสิจะได้ถนัด"




"แบบนี้ก็ได้นี่"




"ถอดเถอะน่า...ดื้อจริงๆสัญญาว่าจะทำเบาๆ"




"0.0"  ดวงตาของสองชีวิตหน้าห้องกระพริบถี่ๆ จีวอนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะหันไปมองฮันเฮที่ดวงตาเบิกกว้าง



"โอ้ย...สะแสบ"




"ขอโทษทีนะดูสิแดงเลย"




"อือ...เพิ่มเจลอีกสิเย็นๆดีไม่ค่อยแสบ"




"เอางั้นเหรอ..."



"อืม..."



"เคยใช้แบบในถุงมาก่อนมั้ย"




"ถุง!!! 0.0ถุงอะไรกันอ่ะพี่ มีในถุงนอกถุงด้วยเหรอ..."




"ไอ้นี่ลามกจริงๆ" ว่าพลางตบหัวคนจีวอนที่ยังคงแนบหูเข้าไปให้ติดประตูยิ่งกว่าเดิม




"เร็วๆหน่อยสิจะได้เสร็จๆสักที"



"ก็เร่งอยู่นี่ไงทำแรงก็บ่นว่าแสบอีก"





"ลงอีกนิด...นั่นแหละ"




"ไม่ไหวแล้วโว้ย...!!!" ออกเสียงไม่ดังนักแต่ก็สื่อถึงอารมณ์โมโหได้ มือหน้าจับมือพี่ชายที่กำลังจะผลักประตูเข้าไป




"ทำอะไรของพี่เนี่ย" ทำเสียงเบาๆเพื่อไม่ให้คนข้างในได้ยินแต่ก็โดนสบัดมือออกเสียก่อน



"มาทำอะไรกันตรงนี้?" ยังไม่ทันจะเถียงกันจบประตูก็ถูกเปิดออกโดยฝีมือของแจวอน คนที่หูยังคงแนบอยู่เมื่อประตูถูกดึงจากด้านในก็แทบเสียหลัก




"0.0" 




"ทำอะไรล่ะใครกันแน่ทำอะไรกลางวันแสกๆนี่เด็กอายุสิบหกนะ"




"มันทำได้แค่กลางคืนเหรอ" แจวอนเอ่ยถามขึ้นพร้อมเดินออกมาจากห้องโดยมีฮันบินเดินตามมาดวงตาเรียวมองจีวอนที่ยืนยิ้มแห้งๆส่งให้





"จะกลางคืนหรือกลางวันมันก็ไม่สมควรอยู่กันตั้งหลายคนนะ"



"พี่จะอะไรนักหนากับแค่ทาเจลแก้คันให้น้องมันเนี่ยนะ"





"ก็แค่...ฮ้ะ? 0.0 เมื่อกี้ทายากันอยู่เหรอ"




"ก็ใช่น่ะสิ" ฮันบินที่เปลือยท่อนบินทิ้งตัวลงบนโซฟา ดวงตาเรียวส่งสายตาไปมองฮันเฮที่ยืนทำหน้าเหยเกให้ ก็ใครจะไปรู้ละทำเสียงเสียหวาดเสียวชวนให้คิดไปไกลขนาดนั้น...



"คิดว่าทำอะไรล่ะ" ร่างบางว่าพลางหยิบทิชชูมาเช็ดมือที่เปียกหลังจากล้างมือที่เปื้อนจากการทายาให้ฮันบิน




"ก็คิดว่าทายาไง ฮ่าๆๆๆ" ฮันเฮหัวเราะแก้เก้อเรื่องอะไรจะยอมบอกว่าเขาคิดอะไรอกุศลแบบนั้นล่ะ




"อายุสิบหกจริงป่ะเนี่ย กล้ามหน้าท้องโคตรเจ๋ง" จีวอนอุทานออกมาเสียงดังจนฮันเฮต้องละสายตาไปมองเขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเพราะหุ่นของเจ้าเด็กน้อยทำเขาเสียความมั่นใจไปจริงๆ





"ถอดแบบนั้นอ่ะดีแล้วจะได้ไม่อับเดี๋ยวผื่นขึ้นมาอีก"




"เหอะ..." 





"พี่ฮันเฮเนี่ยถ้าพี่ออกกำลังกายซะบ้างนะ"




"เงียบน่าจีวอน" หันไปมองหน้าคาดโทษกับรุ่นน้องที่ยังคงส่งยิ้มตาหยีไปทุกข์ไม่ร้อนให้มันหยามเขาชัดๆ ไม่เห็นว่าพวกมีกล้ามมันจะเท่ห์ตรงไหนเลย...




"โห! พี่ผมเล่นด้วยดิ" ละสายตาจากฮันเฮไปเมื่อเห็นจอยอยู่ในมือของทั้งสองคนจีวอนรีบกระโดดไปนั่งข้างๆพร้อมขอแข่งกับฮันบินเองเขาชอบใจกับท่าทางที่แพ้แล้วหัวเสียของฮันบินเสียจริง




"อย่าโกงน้องดิ่...มาเดี๋ยวพี่ช่วย" ร่างบางอ้อมจากด้านหลังฮันบินจนคางแทบจะเกยไหล่ ดวงตาเรียวหันกลับไปมองเล็กน้อยพร้อมยู่ปากใส่แต่ก็ยอมให้ทำแบบนั้นแต่โดยดี รอยยิ้มของแจวอนส่งให้น้องพลางลูบหัวเบาๆ

จีวอนเหลือบมองก่อนจะส่งยิ้มให้ทั้งสามเล่นเกมกันอย่างสนุกสนานจนลืมสังเกตว่ามีอีกคนหน้ามุ่ยเดินไปมาหลายรอบ




"..."



'ทำไมจะต้องใกล้ขนาดนั้น...'




"สองรุมหนึ่งผมก็แพ้ดิ่" จีวอนที่หัวเราะให้อย่างไม่จริงจังก่อนจะแยกออกมาหาฮันเฮที่หันมาขลุกอยู่กับหน้าจอคอมเหมือนกับไม่ได้สนใจอะไร




"ผมแพ้อ่ะพี่"





"โตแล้วเล่นเป็นเด็กๆไปได้..."





"เป็นไรอ่ะ...ดูอารมณ์ไม่ดีเลยนะพี่เนี่ย" ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนโดนโดนมือตบหัวไปเสียหนึ่งที เจ้าตัวยกมือขึ้นมากุมแต่ก็ยังส่งยิ้มมีเลศนัยย์ให้จนฮันเฮแทบจะหันมาฟาดลงไปอีกรอบ...




"อะไร..."




"ฮั่นแน่...หรือว่าพี่อารมณ์ไม่ดีที่สองคนนั้นใกล้กัน"





"อ่ะแฮ่ม...พูดบ้าอะไร" กระแอมออกมาน้อยๆไล่ความจุกที่ลำคอก่อนจะบอกปัดๆด้วยท่าทางเก็บอาการแต่คิดว่าจีวอนไดูไม่ออกเหรอ




"พูดบ้าอะไร โถ่ๆ" ทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียนพาให้ฮันเฮอารมณ์ขุ่นไปอีก




"ไม่ได้ว่างขนาดนั้น"



"ผมว่าพี่แจวอนนะได้แฟนเด็กก็งานเนี้ย ดูเคมีเข้ากันดี..."



"..." เอาอีกแล้วทำไมจีวอนต้องมาจุดประกายความคิดเขาให้เตลิดไปใหญ่ด้วย มือเช็ดเหงื่อออกก่อนจะทำเป็นสนใจกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ





"ว่าป่ะ...ถึงผมจะเสียดายฮันบินที่น่ารักก็เถอะ"





"...เสียดายก็จะปล่อยไปหรือไง" เสียงเบาๆจากลำคอจนจีวอนต้องให้ทวนอีกรอบแต่คนพูดดันปัดไม้ปัดมือปฏิเสธ





"ความคิดดีนะเนี่ย....ถ้างั้น...เดี๋ยวผมจะแยกฮันบินออกจากพี่แจวอนเอง"






"อยากทำไรก็ทำ..."




"ฮั่นแน่ๆ ดีใจใช่มะที่ผมจะช่วยพี่ทำมาไม่สนใจ"






"บอกว่าไม่ได้สนใจไงเจ้านี่นิ่ -.-;;" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ในใจเขาแทบอยากจะกระโดดกอดจีวอนด้วยซ้ำถ้ามันเป็นแบบที่จีวอนพูดแจวอนเกิดชอบเด็กนั่นขึ้นมา...








ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างปกติคือแจวอนตัวติดกับฮันบินจนออกนอกหน้า แต่ก็โชคดีที่มีจีวอนมาที่ห้องทุกวันบ่อยกว่าปกติแถมชอบพยายามชวนฮันบินคุยโน่นนี่ถึงอีกฝ่ายดูท่าทางจะไม่สนใจเลยในช่วงแรกๆแต่หลังๆก็ยอมออกไปข้างนอกด้วยกันเสียอย่างนั้น สร้างความพอใจให้ฮันเฮเป็นอย่างมาก




ระหว่างทางเดินเล่นริมแม่น้ำฮัน จีวอนเงียบไปตลอดทางเพราะรู้สึกว่าฮันบินมีเรื่องอะไรให้คิดเงียบๆคนเดียวแต่ตอนนี้เขาเลือกที่จะพูดอะไรบางอย่าง...




"ฮันบิน..."




"...มีอะไร" 


"ไม่อยากทำเพลงแล้วจริงๆเหรอ" 


"อืม..." 


"เราจะไม่ซักไซร้ถามเหตุผลหรอกนะแต่ถ้าอยากทำอยู่บอกเราคนแรกเลยนะ...นะๆๆๆสัญญาสิ" มือหนายกนิ้วก้อยยื่นไปตรงหน้าแถมยังพูดจากเซ้าซี้จนฮันบินรำคาญแต่ก็ยอมพยักหน้าตกปากรับคำไป 



"น่ารำคาญจริงๆ"



"แล้วมีอีกเรื่อง....ต่อไปนี้เราจะเป็นเพื่อนเล่นให้เองนะ"



"แล้วทำไมต้องเล่นกับนายด้วย..." ตอบเสียงเรียบแล้วก้าวเท้าเดินนำไปจีวอนวิ่งเหยาะๆเพื่อให้ตามทัน




"ก็พี่แจวอนกับพี่ฮันเฮจะได้อยู่ด้วยกันสองคนไง..."




"แล้วทำไมสองคนนั้นต้องอยู่ด้วยกันสองคนด้วย..." หยุดฝีเท้าก่อนจะหันไปมองคนตัวสูงกว่าข้างๆที่ยืนจีบปากยักหน้าไปมา




"ก็คนใครๆก็อยากอยู่กับคนที่ชอบสองคนทั้งนั้นแหละ...เหมือนที่เราอยากอยู่กับฮันบินไง..." มือที่ไขว้หลังอยู่ยกขึ้นมาเกาหัวเบาๆ




"แล้วมาอยากอยู่ด้วยทำไม...พูดจาเพ้อเจ้อบ่อยไปแล้ว"




"เราคิดว่าเราทำให้ฮันบินยิ้มได้นะ..."





"...จะทำอะไรเนี่ย"




"ยิ้มหน่อยสิเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกไม่กี่วันก็จะไม่เจอหน้ากันแล้วนะ" มือหนาดึงแก้มอีกคนให้ฉีกยิ้มออกมาก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนเปิดกล้องหน้าขึ้นมาถ่าย รอยยิ้มตาหยีกับรอยยิ้มที่ฉีกยิ้มออกมาแปลกไม่ได้ได้ดูไม่เต็มใจแต่แค่เหมือนกับคนที่ไม่รู้จักวิธียิ้มต่างหาก 

จีวอนก็แค่อยากจะเห็นรอยยิ้มสักครั้งอาจจะเป็นเพราะถูกชะตาก็ได้ล่ะมั้ง หน้าตาแบบฮันบินถ้ามีรอยยิ้มประดับบนหน้าคงจะน่ารักไม่น้อย




"ลบออก น่าเกลียด" แย่งสมาร์ทโฟนมาจากมือก่อนจะเข้าเมนูเพื่อกดลบ




"ไม่ได้ๆรูปแรกคือรูปที่บอกความรู้สึกที่แท้จริงไม่รู้เหรอ" 



มือหนาที่ยื้อแย่งโทรศัพท์คืนมาได้เอามาแนบไว้ที่อก จีวอนหัวเราะกับภาพในจอจนท้องแข็งมีเพียงฮันบินที่จิปากอย่างขัดใจ




"ชิ!!!"




"เดี๋ยวเราส่งให้เอาไลน์มา" ฮันบินแค่นหัวเราะออกมากับท่าทางของจีวอน ถึงตอนนี้มันก็ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันก็มีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆได้เหมือนกัน 



อาจจะเป็นเรื่องราวดีๆในชีวิตที่นับครั้งได้ของฮันบินก็ได้...อยากจะขอบคุณเพื่อนใหม่ที่ออกจะไร้สาระไปหน่อยคนนี้จริงๆ






บรรยากาศความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ถ้าจีวอนไม่มาพยายามเข้าหาฮันบินก็จะเห็นฮันบินตัวติดกับแจวอนจนเขาแทบจะคุยกันนับคำได้อยู่แล้ว...




"สองคนนั้นออกไหนกัน"



"จีวอนพาไปเดินเล่น"



"ดึกแล้วนะ"



"อือ...ดูห่วงจังเลยนะ" ยู่ปากน้อยๆออกมาตามอาการน้อยใจมันไม่ได้ดูน่ารักสำหรับคนอายุเท่านี้หรอกนะ



"จะไม่ห่วงได้ไงนี่มันน้องไอ้มินโฮฝากผมดูแลนะ เกิดไปอะไรไปผมจะรับผิดชอบยังไง" ดวงตาคมเหลือบมองอีกคนที่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร



"พี่ไม่ค่อยชอบเด็กนั่น..." 




"อะไรพี่เด็กก็คือเด็กไง...อิจฉาเหรอหล่อกว่าอ่ะ"แค่นหัวเราะกับท่าทางของฮันเฮ ทำไมเขาจะรับรู้ถึงความรู้สึกน้อยใจไม่ได้ล่ะแต่จะให้คิดแบบนั้นก็กลัวว่าจะสำคัญตัวผิดไปอีก





"ไม่ได้สนเรื่องนั้นหรอก..."



"..."


"พี่ก็ไม่รู้ว่าแบบนี้มันเรียกว่า...หึงได้มั้ย"



"อะไรของพี่เนี่ย..."




"กลับมาแล้วคร้าบ..." เสียงทุ้มต่ำแสนร่างเริงสดใสของจีวอนที่เอ่ยขึ้นขัดจังหวะเป็นโอกาสให้ฮันเฮได้จังหวะเดินแยกตัวออกไป ฮันบินที่เดินตามหลังมาเหลือบตาไปมองก่อนจะยู่ปากอย่างไม่ได้ใส่ใจ



"อ่าวพี่ฮันเฮไปเหรอฮ้ะ" 




"...ไม่รู้สิ"




"พรุ่งนี้ไปฟิตเนสกันพี่ฮันบินกับผมอยากออกกำลังกายเหมือนกันเลย ใช่ป่ะฮันบิน"




"อือ"



"ก็เอาสิ พี่ก็เบื่อๆอยากหาอะไรทำ ไปอาบน้ำก่อนนะ"


จีวอนมองฮันบินที่มองตามแจวอนไปก่อนจะตบโซฟาเขาๆเป็นเชิงเรียกมานั่ง ฮันบินเริ่มจะยอมคุยด้วยก็จริงแต่ถึงอย่างนั้นเด็กนี่ก็ยังคงมีกำแพงหนาที่กั้นไว้อยู่










..............





เช้าของอีกวันที่จีวอนพยายามลากฮันเฮออกมาพร้อมพวกเขาแต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธลูกเดียว จนจีวอนใช้ไม้ตายสุดท้ายทำให้ยอมออกมาด้วยกันจนได้



"ฮันบิน เล่นบ่อยเหรอ หุ่นฮันบินเจ๋งมากอ่ะ" จีวอนร้องอุทานเมื่อเห็นคนตัวเล็กกว่ายกบาร์เบลที่ใส่แผ่นน้ำหนักไม่น้อยเลยทีเดียวด้วยท่าทีสบายๆ มีก็แต่ฮันเฮที่บิปากน้อยๆทำเป็นโชว์หรือยังไง




"อืม..."





"พี่ฮันเฮแอบไปเข้าฟิตเนสมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อน"





"พูดมากน่า..." หันมาปรามจีวอนที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวใส่ ฮันเฮแอบมองอีกคนก็ตั้งแต่เห็นหุ่นแบบผู้ชายสุขภาพดีก็ทำให้คิดได้ว่าควรต้องฟิตร่างกายบ้าง แต่ระยะเวลาสั้นๆก็ยังไม่เท่าเด็กบางคนอยู่ดี แม้กระทั่งจีวอนเด็กรุ่นน้องจอมบ้าพลัง




"..."  แจวอนที่ยังคงทำตัวไม่ถูกหลังจากได้ยินประโยคนั้นจากปากคนบางคน ทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงเขาคุยกับฮันเฮจนน่าผิดสังเกต ทั้งๆที่คอยบอกตัวเองว่าไม่ได้คิดอะไรก็ตามที 





"แข่งกันป่ะพี่คนแพ้เลี้ยงพิซซ่า..." 



"ไร้สาระน่า..." ฮันเฮที่อยู่บนเทรดมิลหันมาปรามจีวอนอีกรอบแต่สุดท้ายก็ต้องยอมมาแบ่งทีมแต่โดยดีก็เพราะฮันบินดันยอมตกลงน่ะสิ เรื่องอะไรจะยอมโดนหยามเกียรติ




"โห่...อยากอยู่กับฮันบินอ่ะ" จีวอนหน้ามุ่ยพลางสบัดแขนขาราวกับเด็กน้อยที่ไม่ได้อยู่กับฮันบิน 



"นี่! อยู่กับพี่แล้วมันเป็นไง" ฮันเฮอดหมั่นไส้ไม่ได้ก็ดูสิมาทำท่าทางอยากได้ฮันบินหนักหนา




"ก็ไม่เป็นไง รอเลี้ยงพิซซ่าไง -:- อยู่กับพี่แจวอนยังจะดีกว่า"




"ย่าห์!!!! คิมจีวอน!!!"





ทุกคนลงความเห็นว่าให้แข่งกันโดยการเล่นบาร์เบลใครยกได้น้ำหนักมากสุดก็ชนะไปในรอบแรกจีวอนชนะแจวอนไปทำเขากระโดดโลดเต้นดีใจจนออกนอกหน้า แถมยังคุยโวจนฮันบินรำคาญอีก 




"ตาพี่ละ อย่าแพ้เด็กนะ" ตบหน้าอกฮันเฮที่พยายามดึงหน้าเรียบเฉยว่าเขาไม่ได้หวั่นใจอะไร




"โห 0.0 ฮันบินสุดยอด" 





"เจ้าบ้าแกอยู่ทีมเดียวกับพี่นะ" พูดออกมาอย่างยากลำบากเพราะน้ำหนักที่แบกรับไว้ต่างกับฮันบินที่ยกด้วยท่าทีสบายๆ




"พอเถอะพี่กระดูกพี่มันเสื่อมไปตามอายุแล้ว"




"จี...วอนอยากตายเหรอ ใส่แผ่นเหล็กอีก"




"-0- พอเถอะ!!" 



เมื่อทุกคนพร้อมใจกันห้ามปรามก็ทำฮันเฮหัวเสียขึ้นมาจะว่าไปเขาก็แทบจะยกมันไม่ไหวจริงๆแหละ สุดท้ายก็เหลือฮันบินและจีวอนแข่งกันแต่สุดท้ายจีวอนก็ยอมแพ้ไปเพราะเหตุผลที่ว่าอยากให้ยอมให้ฮันบิน ซึ่งทำเจ้าตัวไม่พอใจอย่างมาก...




"คุณฮันเฮ..." เสียงใสๆของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดออกกำลังกายโชว์หน้าท้องที่มีกล้ามเล็กน้อยเอ่ยทักฮันเฮ จีวอนที่หันไปมองเบิกตากว้างน้อยๆกับหุ่นเซ็กซี่กระชากใจ



"คุณโลวี่..." ทักทายอย่างเป็นทางการกับหญิงสาวที่รู้จักเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนมาเล่นฟิตเนส เจ้าหล่อนคือเทรนเนอร์คนสวยของที่นี่นั่นเอง ที่อาสาสอนและแนะนำเขา


"ไปซาวด์น่ากัน นะฮันบินนะๆๆ" จีวอนดึงแขนคนตัวเล็กกว่าเบาๆที่นั่งจ้องแจวอนที่กำลังยกดัมเบลอย่างไม่ทุกข์ร้อนอยู่


"อืม..."


"ชวนพี่แจวอนด้วยละกัน" 


"อือ..."


"พี่แจวอนฮ้ะ..."


"..." ดวงตาเหม่อลอยไร้เสียงตอบรับจนจีวอนต้องเข้าไปสะกิดใกล้ๆแจวอนสะดุ้งน้อยๆก็จะละจากพันช์ชิ่งแบคแล้วเดินตามเด็กๆไป


ในห้องซาวด์น่าที่ความร้อนระอุทำให้รู้สึกได้ระบายสิ่งที่ตกค้างในร่างกายออกมา จีวอนก็ออกปากชมฮันบินไม่หยุดจนฮันเฮที่ตามเข้ามาทีหลังต้องหลุบตาลงไปมองของตัวเองหลายรอบ มือก็รูปคลื่นหย้าท้องอันน้อยนิดสลับกับมองของฮันบินไป 


หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ต้องมากินพิซซ่าตามสัญญาว่าทีมที่แพ้ต้องเลี้ยง เพราะจีวอนที่สร้างบรรยากาศจนฮันบินเผลอยิ้มน้อยๆออกมาหลายรอบทำให้แจวอนรู้สึกดีที่อย่างน้อยก็ทำให้น้องเพื่อนมีความสุขได้ แต่กับความรู้สึกของตัวเองที่ยังจัดการไม่ได้ก็ทำเขาอึดอัดขึ้นมาอีก


"พี่แจวอนไม่พูดเลยวันนี้"



"ปกติพี่พูดมากเหรอ" หันไปถามจีวอนที่กัดพิซซ่าเข้าปาก



"ฮ่าๆๆก็ไม่อ่ะเนอะ" 


"อ่อแล้วพี่สาวที่ชื่อโลวี่นั่นใครเหรอฮ้ะ" 


"--;;"

"เป็นเทรนเนอร์ที่นั่นแหละรู้จักเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว"


"อ่อๆสเปคพี่มั้ยฮ้ะแบบนี้..."


"กินๆเข้าไปน่าจีวอนไม่ใช่เรื่องของเด็ก"  ว่าพลางยื่นชิ้นไก่ทอดเข้าปากจีวอนที่เกาหัวแกร่กๆแต่ก็รับมันไปเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย



"กินยังไงให้เปื้อน" เมื่อแจวอนหันไปเห็นฮันบินที่ซอสเลอะตรงมุมปากก็หยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดให้หน้ายื่นเข้าไปใกล้แถมยังมองตาฮันบินแล้วส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดู  จีวอนมองตาปริบๆก่อนจะใช้มือคลำที่มุมปากตัวเองบ้าง


"0.0 ฮันบินน่ารักอ่ะ" 



"ประสาท!!" 


มีก็แต่อีกคนที่เห็นแบบนั้นก็เบะปากไปหั่นพิซซ่าไปจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มจาน 




"เล่นของกินมันบาปนะพี่ไม่กินใช่ป่ะ ผมกินเอง" จีวอนใช้มือหยิบพิซซ่าชิเนเล็กชิ้นน้อยในจานฮันเฮเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ โดยเจ้าตัวดันจากไปให้เพราะหมดอารมณ์จะกินแล้ว วันนี้ทุกคนสนุกแต่เขาทำไมทุกข์ใจคนเดียวเนี่ย...



เวลาผ่านไปรวดเร็วจนเหลืออีกสองวันที่ครบกำหนดสองสัปดาห์บรรยากาศก็เหมือนเดิมๆจีวอนมาห้องทุกวันอยู่ทีก็ยันตีสองตีสามแถมโผล่มาเช้าอีกวันก็มสกินข้าวเช้าด้วยเกือบทุกวันถึงจะทำให้บรรยากาศครึกครื้นขึ้นแต่สำหรับเขากับฮันเฮก็เหมือนเดิม...



"พรุ่งนี้ไม่ได้มานะฮันบินไม่ต้องคิดถึงเรานะ" จีวอนเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังนะ่งดูมิกกี้เมาส์ข้างๆฮันบินที่นั่งดูอย่างตั้งใจ




"...จะคิดถึงทำไม"




"อ่าวบอกไว้ไงเราต้องไปธุระกับน้าที่เชจูแหนะ"




"..."



"ค้างคืนด้วย...แต่กลับมาทันส่งฮันบินนะ..." เขาเอ่ยขึ้นหลังจากรู้โปรแกรมการเดินทางไปฮ่องกงต่อของฮันบิน และจะกลับอเมริกาเลยอีกหนึ่งสัปดาห์ คงจะยากที่จะได้เจอกันอีก




"..." ไม่มีคำตอบใดๆจากปากฮันบินเลย ถึงจะรู้สึกแปลกๆที่จะไม่ได้เจอกันอีก...




เช้าวันนี้ห้องดูเงียบผิดปกติเพราะจีวอนไม่ได้มาหาอย่างทุกวัน แจวอนได้รับแมชเสจจากเพื่อนสนิทว่าจะกลับเร็วกว่ากำหนดเขาก็แอบใจหายเล็กน้อย ถึงฮันบินจะดูเป็นเด็กแปลกๆแต่ในบางมุมก็มีความคิดความอ่านที่เขาคาดไม่ถึง น้องชายจำเป็นคนนี้คงจะทำให้เขาคิดถึงไม่น้อย




"จีวอนไม่มาห้องเงียบเลยเนอะ" แจวอนเอ่ยขึ้นขณะรินน้ำเปล่าใส่แก้วก่อนจะยกขึ้นมาดื่ม




"ก็ดี สบายหูดี"



"ฮ่าๆ เหรอ...พรุ่งนี้มินโฮมารับช่วงสายๆนะ"



"ทำไมมาพรุ่งนี้ล่ะ..." เขาเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่ายังไม่ครบกำหนดสองสัปดาห์ ความจริงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกแต่แค่นึกถึงอีกคนที่จะมาวันมะรืนต่างหาก




"ก็กำหนดการเลื่อนนิดหน่อย...ไม่ดีเหรอ"




"ก็ดี..." 



เวลาผ่านไปอย่าเชื่องช้าเพราะวันนี้ฮันบินขลุกอยู่กับห้องแถมไม่มีคนมาตามติดเหมือนทุกวัน จะว่าไปเขาก็เหงาแปลกๆ มินโฮตรงดิ่งมาห้องแจวอนเพื่อมารับน้องชายตัวดีเมื่อรู้ว่าฮันบินเป็นเด็กดีก็โล่งใจไม่น้อย 


"ฮันบินก็เป็นเด็กดีนะ...เอ่อทำไมกลับเร็วกว่ากำหนดวะ"



"ก็กำหนดการเลื่อนนิดหน่อย แทฮยอนมีงานกูก็เลยต้องกลับกันไง"



ของฝากจากญี่ปุ่นของเจ้าของห้องทั้งสองที่หอบหิ้วมาถูกวางลงบนโต๊ะ มีของจีวอนด้วยเพราะแจวอนเล่าให้ฟังผ่านแอพพลิเคชั่นแชทว่าได้จีวอนมาอยู่เป็นเพื่อนฮันบินทุกวัน



"บอกลาแล้วก็ของคุณพี่เขาสิ"



"ขอบคุณนะที่ให้อยู่ด้วย แล้วก็ทำของอร่อยให้กิน"



"จะไปเลยเหรอ..." ฮันเฮที่เดินตามออกมาเอ่ยถามขึ้นเพราะเขาก็เพิ่งรู้ว่ามินโฮจะมารับเร็วกว่ากำหนดเมื่ครู่เอง





"ใช่พี่ ต้องไปฮ่องกงคืนนี้เลย"



"มีอะไรจะคุยด้วยหน่อย..."  ฮันบินมองหน้าฮันเฮที่ยืนทำหน้าเหรอหราตั้งคำถามเจ้าเด็กนี่นะมีอะไรจะคุยกับเขา สุดท้ายก็ยอมเดินตามไปที่ระเบียงแต่โดยดี ทิ้งให้แจวอนและมินโฮที่มองหน้ากันอย่างตั้งคำถามเช่นกัน




"อายุเท่าไหร่แล้วยังไม่รู้เรื่องง่ายๆแค่นี้เหรอ"




"พูดอะไรของนายเนี่ย..."



"ก็ตามนั้น..."



ทิ้งปริศนาก่อนจะกลับแถมยังกระซิบกระซาบข้างหูแจวอนก่อนไป กระเป๋าใบใหญ่และสัมภาระถูกลากออกไปตามทางเดิน มินโฮหันมาโบกไม้โบกมือลาเว้นแต่ฮันบินที่ไม่หันกลับมามองสักนิด


เมื่อทั้งสองคนกลับไปก็เหลือสองที่ถูกทิ้งให้อยู่กับบรรยากาศหนักอึ้ง มันน่าอึดอัดสำหรับแจวอนเป็นอย่างมาก เวลาดำเนินไอย่างเชื่องช้า...จนกระทั้งเช้าอีกวันที่เพิ่งมีเสียงกริ่งดังขึ้น



"หวัดดีฮ้ะ..." รอยยิ้มที่คุ้นเคยกับดวงตาหยีถูกส่งให้แจวอนยิ้มทักทายก่อนจะปล่อยให้จีวอนเดินนำเข้าห้องไป




"เรามาแล้วฮันบิน"



"..."



"พี่ฮันเฮหวัดดีฮ้ะ"




"อือ..." 


จีวอนชะเง้อมองไปรอบห้องก็พบว่าดูบรรยากาศแปลกๆไปทำไมรู้สึกว่าฮันบินไม่ได้อยู่แล้วล่ะ


"ฮันบินกลับตั้งแต่เมื่อวานแล้ว..."



"..."




"เหรอฮ้ะ..." รอยยิ้มบนหน้าค่อยๆจางหายไปมือหนากำบางอย่างไว้แน่นก่อนจะยัดลงในกระเป๋าเสื้อไม่มีคำพูดใดๆ




"กลับก่อนกำหนดน่ะเพราะแทฮยอนมีงานด่วนมินโฮเลยต้องบินกลับ"



"ฮ้ะ..." 



"ไม่ได้ส่งไลน์ไปบอกเลยเหรอ ป่านนี้คงอยู่กันที่ฮ่องกง"



"ส่งฮ้ะ...แต่สติ๊กเกอร์ตัวนี้ผมช่วยน้าอยู่เลยไม่ได้ตอบกลับคิดว่าวันนี้ก็ต้องเจอ..." พูดพลางก้มหน้าปากยู่น้อยๆมองสติ๊กเกอร์ที่ฮันบินส่งมาแต่ไม่ได้ตอบอะไรไป


"เป็นไรไปจีวอน" ฮันเฮที่นั่งเงียบอยู่นานตบไหล่น้องชายเบาๆเมื่อเขาดูเงียบลงผิดปกติ



"เห้ยลืมเลยฮันบินฝากอะไรไว้ให้ด้วย" แจวอนเดินไปหยิบซองสีฟ้าอ่อนที่ปิดผนึกเอาไว้ไม่แน่นนักส่งให้ จีวอนรับมันไปก่อนจะขอตัวกลับห้องก่อน 


เมื่อถึงห้องก็ทิ้งตัวลงนั่งเขาสูดลมหายใจก่อนจะพ่นออกมาเฮือกให้ ซองสีฟ้าถูกมือหนาค่อยๆบรรจงเปิดขึ้น เขาค่อยๆดึงกระดาษข้างในออกมา 


ภาพของใครบางคนปรากฎบนแผ่นฟิล์ม รอยยิ้มเรียบๆที่พยายามจะยิ้มให้มันดูมีชีวิตชีวาทำจีวอนยิ้มออกมา รูปจากกล้องโพลารอยด์ที่ฮันบินพกติดมาแต่ก็ไม่ได้หยิบมันออกมาใช้จนกระทั่งวันกลับ  เขาพลิกอ่านตัวหนังสือที่ด้านหลัง ลายมือภาษาเกาหลีที่เขียนผิดไวยากรณ์แต่ก็ทำเขาเข้าใจมันได้ทั้งหมด


               

          
           รูปนี้ดูดีกว่ารูปนั้นตั้งเยอะ เอาไว้จะฝึกยิ้มให้มันดีกว่านี้แล้วกัน ขอบใจที่ทำให้รู้สึกอยากจะยิ้มมากขึ้น... :)                     เรื่องที่สัญญาไว้น่ะถึงจะไม่ใช่เร็วๆนี้แต่ถ้ารู้สึกอยากจะทำขึ้นมาจะบอกคนแรกเลย... 
                                                                                                                                   
                                                                                                                                                    ฮันบิน 












ภายในห้องของฮันเฮและแจวอนกลับมาปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง จนแจวอนทนความอึดอัดไม่ไหว




"พี่เป็นอะไรของพี่เนี่ย"




"ไม่ได้เป็นอะไร"



"วันนั้นที่พูดหมายความว่าไง" 



"เรื่องไหนล่ะ..." ตอบโดยไม่หันไปสบตาอีกตามเคยแต่คราวนี้แจวอนเป็นฝ่าเข้าไปใกล้เองจนฮันเฮต้องผงะออก




"หึงไง...หึงผมเหรอ" 




"ก็ใช่ไงจะหมายถึงใครล่ะ" หันไปสบตาพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้บ้าง ทุกอย่างหยุดนิ่งราวกับถูกสตาฟไว้




"..."




"มันอึดอัดนะที่พูดในสิ่งที่อยากพูดไม่ได้..."




"..."




"ทำในสิ่งที่อยากจะทำไม่ได้..."




"..." กระพริบตาถี่ๆเมื่ออีกคนยื่นหน้าเข้ามาใกล้เข้าไปอีกลมหายใจอุ่นๆรดลดหน้าแจวอนที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ



"ถ้าไม่รู้สึก...ไม่ต้องรับมันไป" 





"..." จบประโยคริมฝีปากอุ่นๆก็ประกบลงบนริมฝีปากของแจวอนฮันเฮค้างเอาไว้อย่างนั้นครู่หนึ่ง เพราะถ้าเผื่อแจวอนไม่รับมันไปทุกอย่างก็จะจบลงตรงนี้...




'อย่าปฏิเสธความรู้สึกของพี่ได้มั้ย...'




'ได้โปรด..'




ริมฝีปากอุ่นๆเริ่มออกแรงกดลงไปเมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะผละออกไป...ดวงตาคมปิดเปลือกตาลงเพื่อซึมซับสัมผัสอันลึกซึ้ง ความรู้สึกถูกถ่ายทอดออกมาตามแรงกดก่อนฟันจะขบกัดเบาๆที่ริมฝีปากร่างเพื่อตอบรับ

ความหวานแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น รสละไมของจูบที่ไม่ได้ร้อนแรงแต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึก ร่างบางหอบน้อยๆเพราะจูบที่ยาวนานนี้ 



ติ้งต่อง~


"-3-"


"-//-"


เสียงกริ่งหน้าห้องที่มาขัดจังหวะทำให้ฮันเฮต้องละริมฝีปากออก แจวอนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะรีบลุกไปเปิดประตูแก้เขิน ไม่กล้าแม้แต่จะหันหน้ากลับไปมอง นี่เขากำลังทำตัวเป็นสาวน้อยโดนขโมยจูบหรือยังไงกัน


"พี่แจวอน..."



"จีวอนมีอะไรเหรอ..."



"ฮันบินยังไม่ได้ไปฮ้ะยังอยู่ที่สนามบินฮันบินไลน์มาบอกผม..." จีวอนจับแขนคนตรงหน้ากระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ






'จีวอนพี่จะฆ่าแก...ไอ้ตัวขัดจังหวะ'






"ไปส่งฮันบินกันนะฮ้ะ..." สายตาอ้อนวอนทำให้แจวอนส่ายหัวน้อยๆก่อนจะรับปากแต่ขอเวลาแต่งตัวสิบนาทีทำให้จีวอนเข้ามานั่งรอข้างๆ เขาส่งยิ้มให้ฮันเฮที่ถอนหายใจหลายรอบ




"ไปด้วยกันมั้ยพี่"




"ตามสบาย"  





ติ้งต่อง~ 



เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีกรอบ จีวอนอาสาเดินไปเปิดให้อย่างอารมณ์ดี มีก็แต่ฮันเฮที่ยังคงนั่งลูบริมฝีปากตัวเองไปมา


"0.0"



"..."



"จีวอน..." โบกมือทักทายรุ่นน้องก่อนจะส่งยิ้มให้แต่จีวอนไม่ได้สนใจเขาหรอกเวลานี้เขาสนใจคนด้านหลังต่างหาก





"ฮันบิน..."




"ฮ้ะ!!!" ฮันเฮที่ได้ยินไม่ถนัดร้องอุทานขึ้นอย่างสงสัยรวมทั้งแจวอนที่เดินออกมาหลังจากแต่งตัวเตรียมพร้อมไปสนามบินพอดี...





"เย้ๆๆๆๆ ฮันบินจะอยู่ต่ออีกตั้งสามวันเย้ๆๆ" จีวอนกระโดดจับมือฮันบินที่ดึงหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม กระเป๋าใบใหญ่ถูกลากเข้าห้องไว้ตำแหน่งเดิม...




เป็นเพราะมินโฮมีงานสำคัญด่วนเลยต้องยกเลิกการเดินทางในวันนี้ไปทั้งที่ถูกเลื่อนจากเมื่อคืนมาแล้ว 



เขาเลยคิดว่าจะให้ฮันบินไปพร้อมกันเลยเพราะเขาไม่อยากให้น้องชายเดินทางคนเดียวและการจะพาฮันบินไปทำงานด้วยก็คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่




และห้องแจวอนก็คือทางเลือกที่ดีทีเดียว คนที่ดีใจที่สุดเห็นจะเป็นจีวอนส่วนแจวอนก็เคยอยู่กับฮันบินมาแล้วก็รู้ว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร จะมีก็แต่...





'ทำไม...ยังไม่ไปอีกกกกก จะเป็นก้างขวางคอไปถึงไหนเนี่ย...' ถึงจะอยากระเบิดให้ห้องแตกแต่ก็ทำได้แค่เงียบๆอยู่ที่มุมห้องคนเดียวสินะ...  -.- 






ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณเพราะฮันบินก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กล้าทำอะไรแบบนั้น -






'แต่ตอนนี้แค่อยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้อยู่กันสองคน...รีบๆกลับอเมริกาไป ชิ้ว..... 













-End-








น่าสงสารพี่เค้านะครับ 5555555555 



Talk 3/3  

จบแล้วจย้าๆขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ฟิคสั้นๆที่มันไม่เห็นจะสั้นตรงไหนเลย เป็นฟิคเนือยๆที่แต่งเพราะมือลั่นจริงๆค่ะ พยายามตัดเนื้อหาออกก็ได้แค่นี้จีจี  -.- เนื้อเรื่องอาจจะดูเอื่อยๆไปหน่อยนะคะ (ไม่หน่อยล่ะ) อยากจะแต่ตอนพิเศษ พาร์ทของสองคู่แต่ก็นะให้คนอ่านหายเอียนก่อนแล้วกันค่ะ ถถถถถถถถถ ขอบคุณที่อ่านกันมาถึงตรงนี้จนได้นะคะ เลิ้บ -3 

เรื่องตัวละครมันยังดูไม่ค่อยเคลียร์ใช่มั้ยล่ะคะ เราตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเเหละ #โดนตบ 


 























       Talk 2/3


ยังไม่จบอีก โอ่ยยยยยยยฟิคสั้นยากจีจี เราตัดแล้วจริงๆนะT__T คราวนี้จะไม่เขียนว่ากี่เปอร์นะคะแต่เอาเป็นว่าอัพอีกรอบตอนหน้าก็จบเเล้วค่า ขอบคุณคอมเม้นนะคะตอนแรกไม่คิดว่าจะมีคนอ่านแต่พอมีคนเฟบไว้เม้นไว้ก็แบบ T___T ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

#แก้อายุบินเป็น16นะคะ 

55555555พี่หันน่าสงสารจริงๆนะ 














      Talk 40%

#MyOneฮันวอน

มันเริ่มจะไม่ใช่เรื่องสั้นเเล้วนะเนี่ย เริ่มออกทะเล จะลงจบเลยแต่มันยาวไปขอปตัดเรื่องอีกครึ่งก่อนนะคะ555555555

โมเม้นฮันบิน แจวอนเมื่อวานมือลั่นเบาๆค่ะ ถถถถถถถถ 

 

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ #

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Gamefanyy จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 20:55
    ดบบ.น่ารักมากค่ะ สงสารพี่ฮันเฮเบาๆ 5555
    #10
    0
  2. #9 Plastic-bag (@bkmilky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 02:13
    ขำอะ พระเอกเรื่องนี้ทั้งฮาทั้งน่าสงสาร 555555 สู้นะฮันเฮ ดบบน่ารักกกกกก~
    #9
    1
    • #9-1 Fanyfanygame (@fanygame15) (จากตอนที่ 1)
      8 ตุลาคม 2558 / 21:38
      เราเป็นทีมรังแกคนแก่ค่าาา 555555555555
      #9-1
  3. วันที่ 27 กันยายน 2558 / 23:09
    นี่มันวันบิน(แจวอนฮันบิน) นิ555555555555555555 อ่านไปตรงไหนก็มีแต่ฉากวอนบินเต็มไปหมด 5555555555555555555555 #น่าสงสารเขานะครับ

    ตอนฮันบินบอกชอบมิกกี้เมาส์เพราะไม่ปญอ.เท่าหมีพูห์นี่คิดถึงจีวอน ละจีวอนก็โพล่มาคู่กับฮันบินแทบจะทันที5555555555555555555

    พี่ฮันเฮน่าสงสารมากอ่ะจริงๆ 555555555555555555555555555555555
    #8
    0
  4. วันที่ 27 กันยายน 2558 / 23:09
    นี่มันวันบิน(แจวอนฮันบิน) นิ555555555555555555 อ่านไปตรงไหนก็มีแต่ฉากวอนบินเต็มไปหมด 5555555555555555555555 #น่าสงสารเขานะครับ

    ตอนฮันบินบอกชอบมิกกี้เมาส์เพราะไม่ปญอ.เท่าหมีพูห์นี่คิดถึงจีวอน ละจีวอนก็โพล่มาคู่กับฮันบินแทบจะทันที5555555555555555555

    พี่ฮันเฮน่าสงสารมากอ่ะจริงๆ 555555555555555555555555555555555
    #7
    2
    • 27 กันยายน 2558 / 23:57
      55555555555555555555 เรื่องนี้เเต่งเพื่อทำร้ายคนแก่ค่ะ ถถถถถถถถถถถถถ
      #7-1
    • 28 กันยายน 2558 / 00:02
      อุตส่าห์ให้คนแก่เขาได้แต๊ะอั๋งน้องวอนด้วยการจูบนะ 55555555555555555555555555 ถูกแล้วค่ะฟิคนี้มาจาก ฮันบินแจวอน = ฮันวอน #ไม่ใช่แล้วนาจา 555555555555555555
      #7-2
  5. วันที่ 24 กันยายน 2558 / 15:41
    โอยย อ่านไปอ่านมาละอยากเชียร์ ฮันบินแจวอน 555555555555555555555555555555555555555
    #พี่ฮันเฮไม่ร้องนะ

    ขอโมเมนต์แจวอนกับฮันบินเยอะๆ เยอะจนพี่ฮันเฮกระอักเลือดตายไปเลยค่ะ #เดี๋ยวๆ

    รอตอนต่อไปน้าาา
    #6
    1
    • 24 กันยายน 2558 / 16:32
      ทำไมทำกับพี่ฮันแบบนี้คะ 55555555555555555555555555555 // ฮันวอนนี่คือฮันบินแจวอนนะ #ไม่ใช่ละ 555555555555555555555555555
      #6-1
  6. #5 nnnin (@THNINGING) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 01:31
    สนุกอยู่นะ สู้ๆไรต์!!! ฮบ.แบบมาเหนือมากอ่ะ พี่หันของเราไปไม่เปนเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนแจวอนจะรับมือได้ อิอิ
    #5
    1
    • #5-1 Fanyfanygame (@fanygame15) (จากตอนที่ 1)
      23 กันยายน 2558 / 01:48
      ขอบคุณค่าา เราจะรังแกคนแก่ให้ถึงที่สุด 555555555
      #5-1
  7. #4 plenghan (@plenghan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 11:28
    ฮันบินสี่มิติมากมาย55555555สนุกอ่าพี่หันเอาไงงเนี้ยยเด็กมันกวนด้วยแถมแจวอนก็ใจดีไปอีก
    #4
    1
    • #4-1 Fanyfanygame (@fanygame15) (จากตอนที่ 1)
      22 กันยายน 2558 / 11:46
      พี่หันจะสู้ค่ะ //ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้คนแก่ซับน้ำตา 5555555555
      #4-1
  8. #3 smok (@lovelove-sihan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 09:52
    ตอนรูปออกมานี่ ซูมแล้วซูมอีกไม่หรอกกันใช่ไหม น่ายักมากกก
    ในเรื่องฮันบินดูน่ากลัว พูดจาทีนี่จะไม่ยุ่งข่า
    #3
    1
    • #3-1 Fanyfanygame (@fanygame15) (จากตอนที่ 1)
      22 กันยายน 2558 / 11:35
      55555555555หมายถึงรูปพี่หันใช่มั้ยคะ โอยยยยขำซูมเล้วซูมอีก
      /น้องบินเป็นเด็กสี่มิติค่ะ ><
      #3-1
  9. #2 plenghan (@plenghan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 20:58
    กรี้ดดดมันสนุกอ่าคือดีพี่มิโนน่ารักกกแจวอนก็น่ารักแอนดัพก็ดีอร้ายๆๆเอาแล้วสิฮันบินจะมาอยู่ด้วยยพี่หันจะว่าไงคะะ
    #2
    1
    • #2-1 Fanyfanygame (@fanygame15) (จากตอนที่ 1)
      21 กันยายน 2558 / 21:37
      คึคึ ฮันบินมาพี่หันก็ร้องไห้แรงค่ะ 55555555
      #2-1
  10. วันที่ 21 กันยายน 2558 / 18:41
    รอต่อนะ
    #1
    1
    • 21 กันยายน 2558 / 21:36
      >< ขอบคุณนะค้าาเดี๋ยวตัดเรื่องให้กระชับเเล้วจะอัพเลยค่า
      #1-1