เทพเจ้าและสิ่งเหนือธรรมชาติ

ตอนที่ 3 : เทพเจ้าไอยคุปต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    21 ก.ย. 59

ตำนานเทพแห่งอียิปต์ เทพเจ้าไอยคุปต์

 

รา-Ra  


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Ra


  
รา เทพแห่งดวงอาทิตย์ กษัตริย์แห่งทวยเทพตามตำนานอียิปต์ ว่ากันว่าพระองค์เป็นผู้สร้างโลกและสิ่งมีชีวิตทั้งหมดขึ้นมา หลักจากเสกสันทุกอย่างพร้อมแล้ว  ภายหลัง พระองค์ได้ทรงแปลงกายเป็นมนุษย์ เพื่อไปทำหน้าที่เป็นฟาโรห์พระองค์แรก และดูแลปกครองอาณาจักรไอยคุปต์จนเติบโตและเจริญรุ่งเรืองสืบมา เวลาผ่านไป เมื่อพระองค์ทรงชราภาพและไม่แข็งแกร่งดังเดิม ทำให้มีประชาชนบางกลุ่มคิดคดทรยศต่อพระองค์ ทำให้พระองค์ตัดสินใจใช้ตาไฟเพื่อลงโทษ และทำลายชีวิตกลุ่มประชาชนดังกล่าวให้มอดไหม้ ทว่า ได้มีบุคคลอื่นๆเสนอความคิดเห็นว่า แม้การกระทำของพระองค์จะสามารถปราบคนชั่วได้ แต่ก็อาจจะมีผลทำให้บุคคลผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เดือดร้อนตามไปด้วยได้ ดังนั้นเทพราจึงเนรมิต เทวีเซคเมต ซึ่งมีเป็นร่างสิงโตเพศเมียตัวใหญ่ และมีนิสัยดุร้าย ให้ออกไปตามล่ากลุ่มมนุษย์ผู้กระทำผิดเหล่านั้น สิงโตตัวนี้ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ มันคอยฉีกเนื้อมนุษย์ผู้กระทำผิด พร้อมทั้งดื่มเลือดเป็นอาหาร จนในที่สุดการกระทำของสิงโตก็ลุกลามไปเป็นการล่าเหยื่อมนุษย์บริสุทธิ์อย่างเมามัน เมื่อเทพเจ้าราทราบเรื่อง พระองค์ก็ทรงเศร้าพระทัยเป็นอย่างมากกับการกระทำที่พระองค์ทำผิดไปเพราะจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงอภัยโทษให้ประชาชนเหล่านั้น และทรงเสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์และได้กลายเป็นดวงดาวต่างๆ ประดับท้องฟ้า ด้วยเหตุนี้ ทำให้สวรรค์กับโลก และเทพเจ้ากับมนุษย์แยกจากกันโดยปริยาย กลายเป็นโลกใหม่นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ส่วนเทพเจ้าราทรงสละตำแหน่งผู้ปกครองโลกให้แก่เทพเจ้าท็อต-เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ ซึ่งได้นำแสงสว่างกลับมาสู่มวลมนุษย์ นี่คือเรื่องราวที่ชาวไอยคุปต์เล่าถึงในชีวิตประจำวัน ช่วงที่ดวงอาทิตย์มืดมิด หรือหายไปในตอนกลางคืน และมีดวงจันทร์กลับมาให้ความสว่างแทน


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Ra
นัยน์ตาแห่งรา สัญลักษณ์แห่งอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์และสูงสุด

นอกจากนี้ยังมีบางตำนานกล่าวว่า ทุกวันเทพราจะเดินทางข้ามขอบฟ้า จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ระหว่างทางที่เดินทางนั้นราจะต้องปราบพยางูนามว่าอโพฟิสด้วย(มีความเชือว่าพยางูดังกล่าวเป็นคู่ปรับขององค์รา) ว่ากันว่ากันว่าทุกครั้งที่เทพราเริ่มต้นเดินทางที่ทิศตะวันออกเวลานั้นก็คือเวลาเช้า หากเทพราไปถึงสุดขอบทิศตะวันตกเมื่อนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นเวลายามเย็น (เพิ่มเติมครับ พยางูอโพฟิสเป็นอมตะถึงแม้จะถูกราฆ่าสักกี่ครั้ง พยางูก็สามารถฟื้นคืนสภาพได้เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งวัน ด้วยเหตุนี้ทุกวันราจึงต้องออกเดินทางทุกวันเพื่อปราบอโพฟิสที่ฟื้นคืนชีพมาเรื่อยๆ และในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดกลางวันกลางคืนไปด้วย  


โอซิริส-Osiris


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Osiris


โอซิริส เทพแห่งผู้วายชนม์ โอซิริสเป็นบุตรแห่งเกบ-เทพผืนดิน กับเทพีนัต-เทพีแห่งท้องฟ้าและดวงดาว ทั้งเป็นน้องชายและภรรยาของเทพีไอซิส-Isis  ชื่อของโอซิริสมีเรียกอีกอย่างว่า "เค็นที-อาเมนทีอู-Khenti-Amentiu”  แปลว่า ที่สุดแห่งชาวตะวันตก ซึ่งหมายถึง การได้ปกครองนรกภูมิ โอซิริสในฐานะมัจจุราชนั้นบางทีได้รับการเรียกขานว่า "เจ้าแห่งชีวิต-king of the living” เพราะชาวอียิปต์โบราณถือว่า วิญญาณที่ได้รับเซ่นสรวงบูชานั้น "เป็นสิ่งมีชีวิต" ว่ากันว่าโอซิริสเป็นเทพเจ้าที่ชาวไอยคุปต์นิยมเคารพบูชามากที่สุดอีกองค์หนึ่งในบรรดาเทพเจ้าไอยคุปต์ทั้งปวง ตามตำนานไอยคุปต์ได้กล่าวว่า เชื่อกันเทพโอซิริสเป็นมนุษย์ที่เป็นฟาโรห์ของชาวอียิปต์ ช่วงก่อนที่เทพเจ้าโอซิริสจะเสด็จขึ้นเถลิงถวัลราชสมบัติเป็นฟาโรห์แห่งอาณาจักรไอยคุปต์นั้นชนเผ่าต่างๆ ในอาณาจักรยังเป็นคนป่าเถื่อน ล่าสัตว์ สู้รบแย่งชิงอำนาจกัน ครั้นพระองค์ได้ดำรงตำแหน่งฟาโรห์ต่อจากเทพเจ้ารา ต่อมาพระองค์และเทพีไอซิส-ชายาของโอซิริส ได้สอนและแนะนำการดำรงชีพแก่ประชาราษฎร์ใหม่ให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ทรงสอนวิธีปลูกพืชไร่ ปลูกองุ่น วิธีทำขนมปังจากการโม่แป้งสาลี และวิธีทำไวน์จากองุ่น ทว่า เทพเซต-เทพแห่งความโกลาหลและความชั่วร้าย และกลุ่มขุนนางผู้ชั่วร้ายก็ได้วางแผนกำจัดฟาโรห์โอซิริสด้วยความอิจฉาริษยาและมักใหญ่ใฝ่สูง จึงได้จัดงานเลี้ยงฉลองโดยอ้างว่าเป็นเกียรติแด่ฟาโรห์โอซิริส (เนื่องจากโอซิริสทรงเห็นว่าเทพเซตคงมีเจตนาดี จึงได้เสด็จไปงานตามลำพัง โดยไม่มีราชองครักษ์คุ้มกัน)  เทพเซตได้จัดงานใหญ่โตมโหฬาร โดยเชิญแขกพิเศษระดับสูง ตลอดจนบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วทั้งอาณาจักรไปร่วมพิธีอย่างคับคั่ง เมื่องานได้ดำเนินไปใกล้ถึงพิธีปิด เซตได้ประกาศว่า ได้จัดของขวัญพิเศษมอบเป็นเกียรติแก่แขกที่มาร่วมงาน ทันใดนั้น ทหารกลุ่มหนึ่งได้แบกหีบไม้ประดับงาช้างทองคำและเพชรพลอยมาวางไว้พร้อมทั้งได้เปิดฝาออก (ที่จริงหีบไม้ใบนี้มีลักษณะคล้ายโลงศพ ซึ่งเทพเซตทรงรับสั่งให้สร้างขึ้น โดยมีสัดส่วนพอเหมาะกับฟาโรห์โอซิริสเท่านั้น) เซตทรงประกาศว่า หากใครลงไปอยู่ในหีบใบนี้ได้พอดีก็จะเป็นผู้โชคดีได้รับไป แขกที่มาร่วมงานหลายคนได้ทดสอบลงไปในหีบ ต่างก็ไม่สามารถเป็นเจ้าของหีบได้ เมื่อฟาโรห์โอซิริสทรงทดสอบดูก็ปรากฏว่าได้สัดส่วนพอดี เมื่อเซตเห็นว่าโอซิริสสามารถเข้าไปในหีบไม้ได้พอดี เซตก็ได้สั่งให้ทหารรีบปิดฝาหีบใบนั้นแล้วมัดเชือกอย่างแน่นหนาท่ามกลางแขกเหรื่อที่ต่างรู้สึกตกใจและคาดไม่ถึง หลังจากนั้นก็ได้นำหีบใบนั้นโยนลงกลางแม่น้ำไนล์เพื่อกำจัดฟาโรห์โอซิริส


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โอซิริส

เทพโอซิริสปรากฏในรูปของมังกรในการ์ดเกมยูกิโอ

ภายหลังเทพีไอซิสมาพบศพของพระองค์เข้า และได้ร่วมมือกับเทพเทพีองค์อื่นในการทำพิธีฟื้นคืนชีพเทพโอซิริส จนในที่สุดเทพเจ้าโอซิริสก็ฟื้นคืนชีพและกลายเป็นเทพแห่งผู้วายชนม์ในที่สุด


ไอซิส-Isis


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ isis goddess


       ไอซิส เทพีแห่งมารดาและความรัก พระนางเป็นธิดาแห่งเกบ-เทพผืนดิน กับเทพีนัต-เทพีแห่งท้องฟ้าและดวงดาว รวมถึงเป็นชายาของเทพโอซิริส และพระนางก็เป็นมารดาของเทพฮอรัส-Horus อีกด้วย ว่ากันว่าเทพีไอซิสและเทพโอซิริสนั้นหลงรักกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของเทพีนัต ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน เทพโอซิริสทรงมีวิสัยผู้นำและเก่งกล้าสามารถ ส่วนเทพีไอซิสเก่งกาจด้านมนตราทั้งหลายและมีสติปัญญาเปรื่องปราดนัก กระทั่งครั้งหนึ่ง เทพีไอซิสคิดอยากให้เทพโอซิริสได้ขึ้นครองบัลลังก์ไอยคุปต์ จึงใช้สติปัญญาของพระนางลวงเทพรา จนเทพราหลงบอกพระนามจริงซึ่งผู้ใดรู้จะมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ พระนางเลยมอบฤทธิ์ให้แก่เทพโอซิริส เพราะเหตุนั้นเทพราจึงสละบัลลังก์ให้แก่เทพโอซิริส เมื่อเทพโอซิริสขึ้นเป็นเทพราชา พระองค์จึงจัดอภิเษกสมรสกับเทพีไอซิสเป็นพระราชินีเคียงคู่กัน อียิปต์รุ่งเรืองอย่างมากในยุคสมัยของเทพโอซิริสและเทพีไอซิส ทั้งสองสั่งสอนประชาชนให้รู้จักอารยธรรม และประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ จนเหล่าราษฏรต่างเคารพนับถือในเทพเทพีทั้งสองเป็นอย่างมาก แต่เรื่องราวต่างๆไม่รอดพ้นสายตาของเทพเซต เทพเซตต้องการเป็นฟาโรห์แทนเทพโอซิริส เซตจึงสังหารเทพโอซิริสใส่โลงลอยตามแม่น้ำไนล์ไป ในขณะนั้นเทพีไอซิสมิได้อยู่ใกล้ชิดสวามี พระนางเศร้าโศกเสียใจเป็นอันมากเทพเซตยึดบัลลังก์และตั้งตัวเป็นใหญ่ แต่ทว่าเส้นทางของเทพผู้ชั่วร้ายไม่ราบรื่นเพราะเทพีไอซิสตั้งครรภ์อยู่ในตอนนั้น พระนางสืบเสาะหาร่องรอยสวามีไปทั่วไอยคุปต์อย่างยากลำบากถึงขนาดต้องประสูติโอรสหรือเทพฮอรัส กลางเส้นทาง เทพีไอซิสมอบโอรสในปกครองของเทพีบูโตทั้งที่ห่วงหาเป็นยิ่งนัก แต่พระนางจำเป็นต้องนำพระศพสวามีมาประกอบตามพิธี ไม่เช่นนั้นเทพโอซิริสก็ไม่สามารถไปยังดินแดนแห่งความตายได้ เทพีไอซิสพบพระศพหลังจากตามหามาแสนนาน พระนางซบพระพักตร์ร่ำไห้กับโลงสวามีและจะนำพระศพไปประกอบพิธี แต่เทพเซตผู้ชั่วร้ายก็ตามหาพระศพเจอ จึงได้ฉีกศพเทพโอซิริสขาดวิ่นและโยนไปทั่วไอยคุปต์ เทพีไอซิสจึงต้องตามหาพระศพของสวามีอีกครั้งอย่างแสนเข็ญยิ่งกว่าเดิม แต่โชคร้ายยังไม่จากพระนางไอซิสไป เมื่อเทพเซตต้องการล้างเสี้ยนหนามขวางทางสู่การเป็นฟาโรห์ จึงได้ส่งงูไปสังหารเทพฮอรัสที่ยังเป็นแค่ทารกจนสิ้นใจในอกขององค์เทพี ไอซิสต้องประสบเคราะห์กรรมสาหัส แต่เหล่าทวยเทพบอกพระนางว่า ฮอรัสจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก แถมจะเก่งกล้าสามารถถึงขั้นสังหารเทพเซตลงได้ ขอให้พระนางติดตามพระศพต่อไปเถิด เทพีไอซิสต้องการแก้เผ็ดเทพเซต จึงแปลงกายเป็นเทพีเนฟธิสมาขอคำสาบานจากเทพเซตว่า จะไม่ทำร้ายโอรสของพระนางจนกว่าโอรสของพระนางจะทำร้ายเทพเซตก่อน ซึ่งจะทำให้เทพฮอรัสฟื้นคืนชีพมาได้สำเร็จและปลอดภัยจนกว่าจะเติบใหญ่ เทพเซตนึกว่าเทพีเนฟธิสเป็นผู้พูดจึงตกปากรับสาบาน ทันใดนั้นเทพีไอซิสก็เผยร่างจริงออกมา ทำให้เทพเซตเดือดดาลเป็นอันมาก


ฮอรัส-Horus


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Horus


ฮอรัส เทพแห่งเหยี่ยวและการล้างแค้น บุตรแห่งโอซิริสกับเทพีไอซิส ว่ากันว่ามีพระองค์มีดวงตาข้างขวาเป็นสีแดงที่ลุกโชนดุจดวงอาทิตย์และมีดวงตาข้างซ้ายเป็นสีของดวงจันทร์ซึ่งแสดงถึงความอ่อนโยน ตามตำนานกล่าวว่าหลังจากเทพโอซิริสสิ้นพระชนม์โดยเทพเซตเป็นผู้ฆ่า เทพฮอรัสก็ได้ตามมาล้างแค้นให้เทพบิดาในภายหลัง มีการกล่าวว่าระหว่างที่พระองค์ทรงทำศึกกับเทพเซต ฮอรัสได้เสียดวงตาไปข้างหนึ่งและตามาตาดวงนั้นก็ถูกบำบัดรักษาจนหายโดยตาข้างที่ถูกรักษานั้นได้เปลี่ยนไปสีของพระจันทร์ดังที่กล่าวมาแล้ว และต่อดวงตาข้างนั้นของพระองค์ก็ถูกเรียกว่า “ดวงตาแห่งฮอรัส-Eye  of  Horus” รูปลักษณ์ของเทพฮอรัสมักปรากฏในรูปของมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นนกเหยี่ยว ทรงสวมมงกุฎสองชั้นหรือ และมักถือแส้ที่แสดงถึงความความจงรักภักดีไว้ในมือด้วย

 

 เซต-Seth


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Seth god


เซตเทพแห่งความโกลาหลและความชั่วร้าย ว่ากันว่าเทพเซตอิจฉาเทพโอซิริสผู้เป็นพี่ หลังจากโอซิริสได้เป็นฟาโรห์แล้ว เซตได้จัดงานฉลองครั้งใหญ่และได้นำหีบมาใบหนึ่ง และเซตประกาศว่าเป็นหีบที่เทพราประทานใครเข้าไปได้คือผู้มีบุญบารมี พอโอซิริสเข้าไปทหารก็หั่นหีบเป็นชิ้นๆและนำโลงไปลอยในแม่น้ำไนล์ จากนั้นเซตก็แกล้งทำเป็นโดนหลอทั้งหมดเป็นไปตามแผนของเทพเซต พระองค์ปลดไอสิสออกจากตำแหน่งมเหสี และ ได้อภิเษกสมรสกับเทพีเนฟทิส พอเทพฮอรัสรู้ความจริงก็มาสู้กับเซต เซตกัดฮอรัสจนตาซ้ายหมองมัว แต่ท้ายที่สุดเซตก็พ่ายแพ้ในสงคราม รูปลักษณ์ของเทพเซตมักปรากฏในรูปของเซตมีตัวเป็นคน หน้าเป็นสัตว์หน้าเกลียด เช่น หนู บ้างก็ว่าเป็นหมาป่าตัวสีขาวตาแดง เซตได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพสงคราม ในสมัยฟาโรห์เซติ  


อานูบิส-Anubis


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Anubis


อานูบิส เทพแห่งงานศพ ทะเลทราย และความตาย บุตรแห่งเทพโอซิริสกับเทพีเนฟทิส เชื่อกันว่า พิธีกรรมการนับถือเทพอานูบิสมีมาอย่างยาวนานมากแล้ว และมีการสร้างรูปปั้นหมาในสีดำหรือสีทอง ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของเทพองค์นี้อยู่บ้างด้วย รูปลักษณ์ของพระองค์มักปรากฏในรูปของเทพเจ้าที่มีหัวเป็นหมาใน มีลำตัวเป็นมนุษย์  ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าการที่ลักษณะของเทพอานูบิสมีใบหน้าเป็นหมาใน ก็เพราะสัตว์ชนิดนี้มักจะหากินในช่วงกลางคืน และพบได้บ่อยแถวๆสุสานของคนตาย ด้วยเหตุนี้ เทพอานูบิสจึงถูกชาวอียิปต์นับถือกันในนามเทพผู้พิทักษ์คนตายและสุสานนั่นเอง ส่วนอาวุธในมือของเทพอานูบิส เป็นคทาได้บ่อยแถวๆสุสานของคนตาย ด้วยเหตุนี้ เทพอานูบิสจึงถูกชาวอียิปต์นับถือกันในนามเทพผู้พิทักษ์คนตายและสุสานนั่นเอง หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของเทพอานูบิสคือ ทรงเป็นผู้ช่วยในการชั่งน้ำหนักความดีชั่วของวิญญาณ โดยเป็นผู้ดูตาชั่งอย่างละเอียดโดยมีขนนกเป็นเครื่องวัดถ้าขนนกเอนขึ้นแปลว่ามีความผิดมาก ถ้าคนนกเอนลงถือว่ามีความดีมาก ส่วนเทพธอทจะเป็นผู้บันทึกการตัดสิน เมื่อถือว่าวิญญาณนั้นบริสุทธิ์แล้ววิญญาณจะไปเข้าเฝ้าเทพโอซิริส เพื่อพิพากษาให้ไปสู่ในโลกแห่งวิญญาณใหม่ หากไม่บริสุทธิ์จะถูกลงโทษอย่างโหดร้าย


บาสต์-Bast    


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Bast


                                                                                                                                                                          
 บาสต์หรือเรียกอีกอย่างว่า ”บาสเตต-Bastet”  เทพีแห่งแมว ธิดาแห่งสุริยเทพรา เป็นเทพเจ้าที่ชาวอียิปต์นับถือ เทพเจ้าองค์นี้มีกายเป็นคน แต่มีศีรษะเป็นแมว และถือเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก และความอุดมสมบูรณ์ ความเชื่อของชาวอียิปต์กล่าวไว้ว่า นอกจากแมวจะเป็นสัตว์ที่มีไว้จับหนูในโรงนาแล้ว แมวยังทำหน้าที่จับหนูบนเรือสินค้าได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นความเชื่อขึ้นมาว่า เมื่อเรือเดินสินค้าเข้าเทียบท่า แมวจึงเดินลงไปจากเรือ และไม่ได้กลับขึ้นเรืออีก ซึ่งเป็นผลให้แมวถูกขนายพันธุ์ไปทั่วโลกได้นั่นเองชาวอียิปต์โบราณนั้นนับถือแมวเป็นอย่างมาก หากผู้ใดฆ่าแมวจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก  และถือว่าแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าของอียิปต์โบราณ หากบ้านใดมีแมวเสียชีวิตในบ้าน จะต้องนำเอาศพแมวเหล่านั้นไปทำมัมมี่ด้วย (ความเชื่อเดิมกล่าวไว้ว่า มัมมี่คนจะทำกับบุคคลที่เป็นราชวงศ์และขุนนางเท่านั้น) ซึ่งหากคุณต้องการเห็นมัมมี่แมว สามารถหาดูได้ตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆในประเทศอังกฤษ ด้วยความเชื่อดังกล่าวนี้ จึงทำให้บุคคลที่ต้องการยึดอำนาจการปกครองอาณาจักรอียิปต์โบราณ ออกอุบาย อุ้มแมวไปรบ” ซึ่งส่งผลให้พวกทหารอียิปต์ไม่สามารถสู้ศัตรูได้ (แมวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรบ แต่อียิปต์ไม่ได้ล่มสลายเพราะแมว) และแม้ว่าอียิปต์โบราณจะหมดยุคไปแล้ว แต่ชาวอียิปต์ในสมัยก่อนก็ยังคงนับถือบูชาแมวเช่นเดิม ถึงขนาดที่หากชาวโรมันคนไหนฆ่าแมว ก็ยังต้องถูกพวกอียิปต์ลงทัณฑ์เลย เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ยุคกลางในยุโรป ก็เกิดมีความเชื่อเรื่องแม่มดและความชั่วร้ายต่างๆเข้ามา ชาวยุโรปในยุคที่ว่านี้กล่าวอ้างว่า แมวโดยเฉพาะแมวดำเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด  เพราะฉะนั้น หากบุคคลใดเลี้ยงแมว ก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดร้าย และหากบุคคลนั้นเป็นคนแก่ด้วยแล้ว บุคคลพวกนี้ก็มักจะโดนทำโทษโดยการเผาทั้งเป็นร่วมกันทั้งคนและแมว เมื่อแมวถูกฆ่าเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้หนูมีปริมาณมากขึ้น และเกิดเป็นโรคระบาดอย่างหนักในยุโรปสมัยนั้น ในช่วงสมัยที่ใกล้เคียงกัน ชาวเอเชียอย่างชาวญี่ปุ่นและชาวจีน ก็เริ่มหันมาเลี้ยงแมวกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน นอกจากนี้ ในประเทศญี่ปุ่น ยังใช้แมวเป็นสัญลักษณ์แห่งการนำโชคอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากตุ๊กตา แมวกวัก” ที่มักวางโชว์กันหน้าร้านค้า เพื่อใช้กวักเรียกลูกค้าหรือกวักเงินให้ไหลมาเทมานั่นเอง ส่วนชาวจีนก็เชื่อกันว่า แมวเป็นสัตว์นำโชคเช่นกัน เนื่องจากเมื่อแมวเข้ามาอยู่ในบ้านของมนุษย์คนใด ก็ต่อเมื่อมันพอใจที่จะอยู่เท่านั้น และเมื่อมันเข้ามาอยู่ในบ้านกับเจ้าของบ้านแล้ว ก็มักจะนำโชคลาภเข้ามาสู่เจ้าของบ้านได้เสมอ

 

เซลเคต-Selket


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Selket


เซลเคตเทพีแห่งแมงป่อง  พระนางเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ เพราะพระนางเป็นหนึ่งในเทวีผู้พิทักษ์ต้นน้ำทั้งสี่แห่งแม่น้ำไนล์ หน้าที่ของเทพีเซลเคตคือ เป็นคนเฝ้าพญางูอโพฟิส ศัตรูของเทพราที่ถูกมัดและขังไว้ใต้พิภพ พระนางเป็นชายาของเทพเน็คเฮ็บคาอู-Nekhebkau-เทพแห่งงูใหญ่ซึ่งบางครั้งก็ถือว่าเป็นหนึ่งในเหล่าปีศาจซึ่งอาศัยอยู่ใต้โลก เนื่องจากทะเลทรายในประเทศอียิปต์มีสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษอยู่มากมาย ชาวอียิปต์โบราณจึงนับถือเทพีองค์นี้มาก เพราะพระนางมีพลังเหนือสัตว์ร้ายทั้งปวง พระนางจึงสามารถช่วยเหลือชาวอียิปต์ให้พ้นจากภัยอันตรายจากสัตว์ร้ายทั้งปวง  


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Selket

เทพีเซลเคตในวัฒนธรรมร่วมสมัย


ฮาเธอร์-Hathor


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Hathor


 เทพีฮาเธอร์ เป็นเทพีแห่งความดีงาม ธิดาของเทพรา และเป็นชายาของเทพฮอรัส สัญลักษณ์ของเทพีฮาเทอร์ คือ วัว ตามตำนานฮาเธอร์เป็นผู้ให้น้ำนมแก่ฮอรัสตอนอยู่ในวัยเด็ก อีกนัยหนึ่งฮาเธอร์หมายถึงเทพีแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร ความอุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงความรักความสุขและความสวยงามเทพีฮาเธอร์ได้ชื่อว่าเทพีแห่งพระมารดาแห่งจักวาล บางยุคชาวไอยคุปต์เรียกพระนางว่า ผู้สร้างจักวาล ทั้งนี้มีเรื่องเล่าว่าเทพีฮาเธอร์เป็นวัวแห่งสรวงสวรรค์ที่เป็นผู้ให้กำเนิดจักวาล และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเขตจักวาล


ธอธ-Thoth


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Thoth


  ธอธ เทพเจ้าแห่งความรู้ ตามตำนานกล่าวว่าธอธได้ช่วยให้เทพีแห่งสรวงสวรรค์นามว่า นัต” ให้มีโอรสและราชธิดา  โดยการไปเล่นหมากรุกกับ คอนชู-เทพแห่งดวงจันทร์”  โดยการเดิมพันเอาแสง  และธอธก็ชนะ  จึงเอาแสงนั้นมาต่อวันได้ถึง 5 วัน  ช่วยให้เทพีนัตมีบุตรได้ถึง 5 องค์  แม้ว่าเทพ “รา” จะสาปไว้ก็ตาม ต่อมาได้ถ่ายทอดวิชาเวทย์มนตร์ให้แก่  โอซิริส  และ  ไอซิสซึ่งเป็นหนึ่งในบุตรทั้ง ด้วย  จึงทำให้ไอซิสกลายเป็นจอมเวทย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอียิปต์ ธอธได้เขียนคัมภีร์เวทมนตร์ขึ้นมา  เป็นคัมภีร์ที่ใครก็ตามที่ได้อ่านเพียงหน้าแรกก็ทำให้ใช้เวทมนตร์ได้ทั้งบนสวรรค์และในโลกมนุษย์  และยังเข้าใจภาษาสัตว์ป่าและภาษานกทั้งหลายได้  และเมื่ออ่านหน้าที่สอง  ก็จะรู้ความลับต่างๆ ของเทพเจ้าและความเล้นลับทั้งมวลของดวงดาวในท้องฟ้าคัมภีร์แห่งธอธวางอยู่กลางแม่น้ำไนล์  อยู่ในหีบเหล็กใบหนา  ซึ่งในนั้นมีหีบสำริด  และในหีบสำริดมีหีบไม้มะเดื่อ  ในหีบไม้มะเดื่อมีหีบงาช้าง  ในหีบงาช้างมีไม้มะเกลือ  ในหีบไม้มะเกลือมีหีบเงิน  ในหีบเงินมีหีบทองคำ  และในหีบทองคำจึงจะมีคัมภีร์แห่งธอธบรรจุอยู่  และรอบๆ หีบมีแมงป่อง  และงูพิษซึ่งไม่มีวันตายคุ้มกันอยู่  มีเจ้าชายองค์หนึ่งของอียิปต์นามว่า “เนเฟรเกปตาฮ์-Nefrekeptah”  สามารถไปชิงเอาคัมภีร์มาได้  และได้อ่านคัมภีร์แห่งธอธ  แต่ท้ายสุดมันก็ทำให้เจ้าชายสิ้นพระชนม์ด้วย  คัมภีร์แห่งธอธจึงถูกฝังไปพร้อมกับร่างของพระองค์พร้อมกับคำสาป ต่อมาหลายร้อยปี  มีเจ้าชายอีกองค์หนึ่งพระนามว่าเจ้าชาย    “เสตนา-Setna    สนใจที่จะค้นหาคัมภีร์แห่งธอธ  และได้เข้ากับไปถึงสุสานของเนเฟรเกปตาฮ์”  และไม่สนใจคำสาปที่ว่าใครก็ตามที่ขโมยคัมภีร์นี้ไปจะต้องประสบกับความโศกเศร้าเช่นเดียวกับ “เนเฟรเกตาฮ์”  แต่เจ้าชายเสตนา”  ต้องมนตร์แห่งการอยากรู้จนสุดท้ายก็ไดครอบครองคัมภีร์แห่งธอธสมใจ  และได้มีพลังเวทที่ยิ่งใหญ่สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองเป็นอย่างยิ่ง  แต่เนื่องจากคำสาปของคัมภีร์แห่งธอธจึงต้องนำคัมภีร์นั้นกลับคืนสู่ที่ที่มันควรอยู่ตามเดิม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น