ปราบพยศร้าย...นายพยศรัก [YUZHOU]

ตอนที่ 24 : HAPPY ENDING วาฬจิ่งเหมียวโจว (ตอนจบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 ม.ค. 60

ตอนที่ 24 HAPPY ENDING วาฬจิ่งเหมียวโจว

 

วันศุกร์หลังจากผมส่งงานลูกค้าเสร็จก็ทานข้าวเย็นพร้อมกับเว่ยหลางและๆ น้องที่ออฟฟิศ ฉลองโปรเจ็คใหญ่เสร็จทันกำหนด

 

ซึ่งกว่าจะเสร็จก็ทำเอาอดหลับอดนอนหลายคืนไปตามๆ กัน หลังจากแยกย้ายกันเพื่อนสนิทก็แยกตัวกลับบ้าน เพราะตั้งแต่ลงมาจากปักกิ่งเพื่อนผมยังไม่ได้กลับบ้านเลย ทำงานหามรุ่งหามค่ำอยู่ที่คอนโดฯ กับผมตลอด

 

ส่วนผมก็ตรงกลับคอนโดฯ เพราะรู้สึกไม่ค่อยดีนัก สงสัยจะอดนอนหลายวันมากไป ปกติผมไม่ใช่พวกสมบุกสมบันนอนดึกสักเท่าไหร่ครับ ถึงวันไหนจะนอนดึกแต่จะนอนชดเชยตื่นสายๆ เอาตลอด แต่ช่วงนี้นอนดึกตื่นเช้าติดกันหลายๆ วัน ทำเอาแย่ไปเลย รู้ว่าตัวเองอายุเยอะก็วันนี้แหละ

 

กลับถึงคอนโดฯ ก็คลานไปนอนตายที่โซฟาหน้าทีวีและก็หลับไปแทบจะทันที มารู้สึกตัวก็ตอนที่ถูกเขย่าตัวเบาๆ

 

“เกอเกอ ไหวหรือเปล่าเนี่ย”

 

“ปวดหัวจังเลยครับ” ผมตอบออกไปด้วยเสียงแห้งแหบสนิท รู้สึกระคายคอและลำคอแห้งผากไปหมด

 

“ไปหาหมอดีกว่า รอแป๊บนะ ผมโทรเรียกแท็กซี่ก่อน”

 

“ไม่เอาครับ พี่นอนพักวันสองวันเดี๋ยวก็ดีขึ้น” ผมบอกเบาๆ เพราะตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รู้สึกปวดหัว เหนื่อยและอยากนอนพักก็เท่านั้น

 

“แต่สภาพเกอเกอดู...แย่มากเลยนะ เสียงก็แห้งเชียว”

 

“ไม่เอาอ่ะ พี่ไม่อยากไป ถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นพี่ค่อยไปนะครับ”

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้ งั้นเข้าไปนอนในห้องดีๆ เกอเกอมีไข้สูงเลยนะเนี่ย เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้” แมวน้อยของผมบอกและช่วยพยุงผมให้ลุกขึ้นพาเดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง

 

พอเข้าห้องได้ผมก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที ทั้งที่ถุงเท้าก็ยังไม่ได้ถอดออกด้วยซ้ำ ตอนนี้หมดเรี่ยวแรงแล้วจริงๆ แค่จะพลิกตัวยังไม่อยากทำเลย

 

คนที่พยุงผมเข้ามาช่วยจัดท่าทางให้นอนอย่างสบายตัวมากขึ้น ถุงเท้าถูกถอดออกไป จากนั้นเพียงไม่นานก็มีผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดให้ที่ใบหน้า ผมลืมตาขึ้นมองเล็กน้อย เห็นท่าทางแฟนหนุ่มกำลังตั้งอกตั้งใจเชียวล่ะ น่ารักชะมัด

 

หลังจากเช็ดหน้าและคอเสร็จ เขาก็ช่วยแกะกระดุมเสื้อและเช็ดตัว แม้มันจะไม่ใช่น้ำเย็นแต่ผมกลับรู้สึกหนาว คงเพราะพิษไข้

 

“เกอเกอขยับพลิกตัวไหวไหม ตะแคงไปทางนู้นหน่อย” ปากก็สั่ง แต่มือก็ช่วยพยุงผมให้ขยับตัวพลิกไปทางที่เจ้าตัวต้องการ ก่อนที่เขาจะใช้ผ้าขนหนูลูบไล้ที่แผ่นหลัง และช่วยจับผมนอนหงายเหมือนเดิม

 

“จะฉวยโอกาสทำอะไรพี่ครับ” ผมถามกึ่งแซวเมื่อรู้สึกว่าถูกดึงๆ แกะๆ ที่เข็มขัด พอลืมตาขึ้นดูก็พบว่าเว่ยโจวกำลังปลดมันออก

 

“ทะลึ่งและ ผมไม่ได้ลามกเหมือนเกอเกอเหอะ แค่จะช่วยถอดออกเช็ดตัว จะได้นอนสบายๆ ไง” บอกก่อนจะดึงกางเกงออกจากตัวผม

 

“อุตส่าห์แอบดีใจ นึกว่าโจวโจวจะเริ่มก่อน”

 

“หายป่วยก่อนเถอะค่อยหื่น อืม...แต่ก็เป็นความคิดที่ดีนะเนี่ย นานๆ จะมีโอกาสสักที คราวนี้ผมจะเป็นฝ่ายรุกบ้าง เกอเกอจะได้รู้ว่าผมเจ็บแค่ไหน”

 

“โอย...พี่ล้อเล่นครับ อย่าใจร้ายกับคนป่วยสิ” เห็นท่าทางหยุดใช้ความคิดอย่างเอาจริงเอาจังของอีกฝ่าย ทำเอาผมเสียวสันหลัง ไม่ใช่ว่าคิดจะทำผมจริงๆ หรอกนะ

 

หลังจากถอดกางเกงออกไปจนพ้นตัวแล้ว เขาก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวผม ก่อนจะสอดมือเข้ามาใต้ผ้าห่ม

 

“เฮ๊ย!! จะทำอะไรครับ” ผมร้องถามออกไปอย่างตกใจ

 

“ถอดกางเกงในนะสิ ไม่น่าถาม จะนอนแล้วเกอเกอจะใส่ไปทำไมล่ะ”

 

“เอ่อ...พี่ถอดเองก็ได้ครับ”

 

“แล้วเกอเกอจะมาอายทำบ้าอะไรเนี่ย ผ้าห่มผมก็คลุมให้แล้วไง ทีตัวเองถอดของผมไม่เห็นจะถามความคิดเห็นกันสักคำ จะถอดเองก็เร็วๆ เลย นอนถอดเสื้อนานๆ ก็ปอดบวมตายหรอก” พูดจบเขาก็ลุกไปจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อใส่นอนแบบที่เป็นกระดุมด้านหน้า และกางเกงเข้าชุดกันกลับมา

 

จากนั้นก็เปิดผ้าห่มช่วงขา (แค่ต้นขานะครับไม่ถึงช่วงเอวครับ อย่าคิดว่าเขาจะกล้าขนาดนั้น) ช่วยเช็ดขาให้ผม ก่อนละล้วงลึกเข้ามาจนถึงจุดสำคัญ จากที่ตอนแรกผมเขิน แต่พอเห็นว่าเขาแทบจะไม่กล้ามอง ผมเลยออกปากแซว

 

“ทำไมไม่เปิดให้หมดเลยล่ะครับ จะได้เช็ดได้ถนัดไง ทีเมื่อกี้จะถอดของพี่ ไม่เห็นโจวอายเลย”

 

“ผม..ไม่ได้อายโว้ย แค่กลัวว่าเปิดผ้าห่มแล้วน้องชายเกอเกอมันจะหนาวจนลุกมาชี้หน้าผมเฉยๆ นอนไปเงียบๆ ได้ไหม เสียงไม่มียังอยากจะพูดมากอีก” โวยวายหน้าแดง มือก็ยังคงเช็ดขาให้ผมไปจนถึงปลายเท้า จากนั้นก็ช่วยสวมเสื้อผ้าให้ เสร็จแล้วก็ยกกะละมังน้ำใบเล็กลุกหายไปในห้องน้ำ กลับออกมาเขาก็เดินไปหยิบเสื้อผ้ารวมถึงชั้นในของผมที่พึ่งถอดออกจากตัวไปใส่ตะกร้าผ้า

 

“เกอเกอกินข้าวมาหรือยัง”

 

“เรียบร้อยแล้วครับ”

 

“แล้วตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง”

 

“รู้สึกว่าแฟนพี่น่ารักจังเลย ตกหลุมรักอีกรอบแล้วครับ”

 

“ผมถามถึงอาการป่วย ไอ้คนชีกอเอ๊ย” โวยผมทั้งที่ยังขึงตาใส่ แต่หน้านี่แดงเชียว

 

“ก็ปวดหัว เจ็บคอ ง่วงนอน”

 

“ไม่มีน้ำมูกใช่ไหม ไอหรือเปล่า”

 

“ไม่ไอครับ แค่คัดจมูกนิดหน่อย”

 

“โอเค งั้นเดี๋ยวผมลงไปซื้อยาแป๊บนึงนะ เกอเกออยากกินอะไรไหม เดี๋ยวผมซื้อขึ้นมาให้”

 

“ไม่อยากครับ อย่าไปนานนะ”

 

“อือ ไปแป๊บเดียว นอนไปก่อนนะ” บอกก่อนจะเปิดเครื่องปรับอากาศ ปรับอุณหภูมิจนเขาพอใจแล้วก็เดินหายไป จากนั้นผมก็ผล็อยหลับไป

 

มารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทานยา จากนั้นเขาก็เอาแผ่นเจลลดไข้มาแปะให้ที่หน้าผาก

 

“เดี๋ยวผมเอาผ้าห่มมานอนห้องนี้ด้วยแล้วกัน เผื่อเกอเกอจะเรียกเอาอะไรตอนดึกๆ ผมไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวเข้ามานะ อ้าว...จะไปไหน” เจ้าตัวพูดจบก็ถามเมื่อเห็นว่าผมขยับตัว

 

“ก็ขยับเว้นที่ไว้ให้เรานะสิ”

 

“นอนไปคนเดียวเถอะ ผมจะปูที่นอนบนพื้น ไม่อยากติดหวัดด้วยหรอก” พูดจบก็เดินหายออกไปจากห้อง

 

 

 

 

ตกดึกผมตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกคอแห้งและปวดหัว แค่ขยับตัวเอื้อมลงไปดึงผ้าห่มของคนที่นอนอยู่ด้านล่าง ยังไม่ทันออกปากเรียก อีกฝ่ายก็สะลึมสะลือตื่นอย่างรวดเร็ว ละมือจากหมอนข้างที่ขนเข้ามาด้วย และลุกขึ้นนั่งหันมามองผม

 

“เกอเกอเอาอะไร” ถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ก่อนจะยันกายลุกขึ้นจากที่นอนบนพื้นห้อง

 

“หิวน้ำครับ พี่ปวดหัวจัง” ผมบอกออกไปสั้นๆ เพราะไม่มีเสียงและเจ็บคอเกินกว่าจะพูดอะไรยาวกว่านั้น เพียงพูดจบคนเฝ้าไข้ก็ลุกขึ้น รินน้ำใส่แก้ว และก้าวขึ้นมานั่งบนเตียงประคองผมดื่มน้ำ

 

“เวร ลืมไปเลย อากาศมันแห้งแล้วเปิดแอร์นอน เกอเกอเลยยิ่งคอแห้งไปใหญ่” คนที่พึ่งตื่นสบถเบาๆ จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบเครื่องพ่นความชื้นออกไปตั้งไว้ที่มุมห้อง จัดการเติมน้ำ เสียบปลั๊ก เปิดเครื่องให้เรียบร้อย

 

“ตัวยังร้อนอยู่เลย เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้นะ” หลังจากที่เอายาแก้ปวดให้ผมทานเรียบร้อย คนเฝ้าไข้ก็ยื่นมือมาใช้หลังมือแตะแก้มผมเพื่อวัดไข้ พูดจบก็หายไปสักพัก

 

กลับมาพร้อมอ่างน้ำใบเดิมและผ้าขนหนูสองผืนที่ใช้ไปเมื่อตอนหัวค่ำ เช็ดตัวให้ผมจนทั่ว เปลี่ยนแผ่นเจลลดไข้ ห่มผ้าให้ผมอย่างเรียบร้อย แล้วเขาก็ปิดไฟปล่อยให้ผมได้นอนพัก

 

 

 

 

วันถัดมาผมตื่นขึ้นพร้อมอาการปวดหัวที่ยังมีอยู่บ้าง แต่ไม่มากเหมือนเมื่อวาน คอแห้งและยังเจ็บอยู่เหมือนเดิม คนที่เคยนอนที่พื้นพับผ้าห่มไปวางไว้บนเก้าอี้ทำงานในห้องผมเรียบร้อย แต่เจ้าตัวไม่รู้หายไปไหน

 

ผมลุกไปเข้าห้องน้ำและล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วก็เดินออกมา คนที่หายไปแต่เช้ายืนทำหน้าโหดอยู่หน้าห้องน้ำ

 

“เกอเกอไม่ได้อาบน้ำใช่ไหม” ถามเสียงเข้มมาก

 

“เปล่าครับ พี่แค่ล้างหน้าเฉยๆ เอง” ผมตอบเบาๆ แบบคนเกรงใจภรรยา ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะเป็นโรคนี้กับเขาด้วย ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียงอย่างเดิม ที่โต๊ะข้างเตียงมีถ้วยข้าวต้มวางอยู่

 

“จิ่งอวี๋กินข้าวแล้วเดี๋ยวจะได้กินยา อืม...ยังมีไข้อยู่ อย่าพึ่งอาบน้ำละกัน เดี๋ยวกินข้าวเสร็จผมจะเช็ดตัวให้ ยังปวดหัวอยู่ไหม” หลังจากอังหลังมือกับหน้าผากผมเสร็จ คุณหมอจำเป็นก็สอบถามอาการ

 

“ยังปวดอยู่นิดหน่อยครับ”

 

“พี่ที่ร้านขายยาเขาบอกว่าให้กินต่อถ้ายังปวดอยู่ แต่ถ้าเย็นนี้ไม่ดีขึ้น ผมจะพาเกอเกอไปหาหมอนะ ตกลงไหม” เห็นท่าทางกังวลอย่างจริงจังของเขา ผมเลยพยักหน้าส่งให้ พอเห็นอย่างนั้นเจ้าตัวก็ทำสีหน้าพอใจขึ้น และหันกลับไปใช้มือแตะถ้วยข้าวต้มที่เขาตั้งไว้บนโต๊ะพับตัวเล็กๆ สำหรับวางโน้ตบุ๊กของผมเพื่อวัดอุณหภูมิ

 

“มันร้อนมากเลยนะ ทำเองหรือครับ” ผมถามเบาๆ เมื่อมองไปที่ถ้วยข้าวต้ม ซึ่งควันยังฉุยอยู่เลย

 

“ไปซื้อมา ผมทำอาหารเป็นเสียที่ไหนเล่า” พูดจบก็นั่งคนข้าวต้มให้ และหยิบกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของผมมาพัดไปด้วย

 

“อ่ะ..พอกินได้แล้วมั้ง” จากนั้นเขาก็ขยับโต๊ะให้เข้ามาใกล้ผมมากขึ้น

 

“ป้อนด้วยไม่ได้หรือครับ”

 

“แน่ใจนะเกอเกอว่าอายุสามสิบ ผมนึกว่าเด็กสามขวบ”

 

“รอหายป่วยเดี๋ยวก็รู้ครับว่าสามสิบหรือสามขวบ” ผมแซวกลับไปยิ้มๆ

 

“เข้าเรื่องนี้ได้ตลอด เอ้า..เร็วๆ กินๆ เข้าไปจะได้กินยา” พูดไปมือก็ตักข้าวต้มในถ้วยขึ้นมาเป่าอีกรอบ ก่อนจะป้อนตามที่ผมเรียกร้อง เวลาป่วยนี่มันมีข้อดีก็ตรงนี้แหละครับ

 

ทานไปได้แค่ครึ่งผมก็อิ่มเพราะรู้สึกเจ็บคอ แล้วรสชาติมันก็ไม่ค่อยถูกปากนัก

 

“กินน้อยจัง ไม่อร่อยเหรอ”

 

“พี่เจ็บคอน่ะครับ”

 

“รู้งี้ซื้อโจ๊กมาเสียก็ดีหรอก”

 

“โจวโจวซื้ออะไรมาให้ พี่ก็กินได้หมดแหละครับ แค่ไม่อยากอาหารเฉยๆ น่ะ”

 

“งั้นกินอีกสักสามคำนะ ฝืนกินหน่อย เดี๋ยวกลางวันผมจะหาอะไรที่อร่อยๆ มาให้กิน”

 

“ถ้าพี่ยอมกินอีกสามคำ จะได้อะไรเป็นรางวัลครับ”

 

“เกอเกอนี่มัน!!!” โวยเสียงดุ พลางตั้งท่าจะฟาดฝ่ามืออรหันต์ใส่ผม

 

“พี่ก็แค่ถามเฉยๆ ทำไมคุณหมอใจร้ายกับคนป่วยจังเลยล่ะครับ”

 

“นี่ผมใจดีสุดๆ แล้วนะ ถ้าเกอเกอไม่ป่วย ผมต่อยไปแล้ว เรื่องคิสมาร์คที่ต้นคอผมยังไม่ได้ชำระความเลย มาเร็วๆ อีกสามคำจะได้กินยา” เขารู้ได้ยังไงว่าผมทิ้งรอยเอาไว้ คือก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ แต่มันเผลอตัวไปหน่อย

 

ก็ผิวขาวเนียนน่ากินขนาดนั้นนี่นา ขนาดผมเลือกบริเวณที่เจ้าตัวจะมองไม่เห็นแล้วนะ แสดงความเป็นเจ้าของไว้กันแมลงตัวผู้มาไต่ตอมน่ะครับ

 

 

 

 

“ผมไปข้างนอกนะ แล้วจะรีบกลับมาให้ทันข้าวเที่ยง อยากได้อะไรเกอเกอโทรมานะ” บอกขณะที่ติดแผ่นเจลลดไข้ให้ผม หลังจากที่เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว และเขาก็รีบออกจากห้องไป

 

ไม่รู้ว่าแอบนัดกิ๊กสาวๆ ที่ไหนหรือเปล่า เฮ้อ..ผมนี่ก็คิดเล็กคิดน้อยจริง คิดอะไรให้ไม่สบายใจเปล่าๆ แค่เห็นว่าเขาสวมแหวนติดนิ้วไว้ตลอดเวลา ผมก็ดีใจจะตายอยู่แล้ว

 

อีกอย่างก็ไม่มีทีท่าว่าเขาจะนอกใจหรืออะไรด้วย นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไร้สาระอยู่ไม่นานนักผมก็หลับไป

 

นอนหลับบ้างตื่นบ้างอยู่จนเที่ยงกว่า คนที่บอกว่าจะกลับมาให้ทันมื้อเที่ยงก็กลับเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ เหงื่อซึมเต็มหน้าเชียว

 

“มากินข้าวกัน คราวนี้เกอเกอต้องกินได้เยอะกว่าเมื่อเช้าแน่ๆ ” คนน่ารักของผมนำเสนอสุดฤทธิ์ ซึ่งจากที่ดูเขาก็ขนอะไรมาเยอะแยะ

 

ผลไม้หลายชนิดปอกและหั่นเป็นชิ้นพอคำใส่มาในกล่องทัปเปอร์แวร์แยกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน ซุปไก่และข้าวต้มอยู่ในปิ่นโตเก็บความร้อนอย่างเรียบร้อย และยังมีน้ำส้มคั้นอีก

 

“ไปเสกมาจากที่ไหนครับ หอมน่ากินจัง”

 

“คุณนายสวี่กับป้าหยงเสกให้น่ะ” เทวดาตัวน้อยของผมตอบ ขณะที่มือก็แกะนั่นตักนี่แบ่งใส่ถ้วยให้ผม

 

“.... กลับบ้านมาหรือครับ”

 

“อือ..เมื่อเช้าเห็นเกอเกอกินข้าวได้นิดเดียว เลยโทรไปถามแม่ว่ากินอะไรได้บ้าง แล้วก็ให้แม่ทำไว้น่ะ ตอนป่วยมันก็ต้องอาหารฝีมือแม่แหละนะ อ่ะ..จิ่งอวี๋เกอเกอกินเยอะๆ นะ” ตอบก่อนจะส่งถ้วยซุปไก่ที่ยังอุ่นจัดส่งให้ผม

 

ทำเอารู้สึกผิดเลยครับที่คิดว่าเขานัดกิ๊กสาวไว้ข้างนอกหรือเปล่า นี่เว่ยโจวเขานั่งรถข้ามฝั่งไปผู่ซี เพื่อไปเอาอาหารที่แม่ทำ เพราะคิดว่าน่าจะถูกปากผมมาให้ ขนาดแค่ผมป่วยเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้อ่ะนะ

 

“พี่รักตายเลยแบบนี้”

 

“รักผมก็อย่าพึ่งตายเลย อยู่กวนตีนผมไปนานๆ ดีกว่า กินได้แล้วเดี๋ยวมันเย็นซะก่อน” อีกฝ่ายพูดจบผมก็เลยได้แต่ยิ้ม มีความสุขจังเลยครับ

 

“ตอนเย็นมีต้มยำกุ้งล่ะ แม่บอกว่ากินเผ็ดให้เหงื่อออกเยอะๆ จะได้หายไวๆ ก็เลยทำอาหารไทยมาให้ เห็นว่าเกอเกอชอบอาหารไทย”

 

“มีคนรักดูแลดีขนาดนี้ พี่ต้องหายวันหายคืนอยู่แล้วล่ะครับ ว่าแต่แม่ก็บอกมาว่าถ้าเหงื่อออกเยอะจะหายไวใช่ไหมครับ งั้นเรามา...”

 

“เงียบไปเลย ขนาดป่วยยังไม่วายนะ เดี๋ยวเถอะ” สวนมาทั้งที่ผมพูดยังไม่ทันจบ เล่นเอาผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะว่าอีกฝ่ายรู้ทันว่าผมจะพูดอะไรออกไป พอเห็นว่าผมหัวเราะไอ้แมวแสบก็เงื้อมือทำท่าจะฟาด ผมเลยต้องหุบปาก และตักซุปไก่เข้าปากแทนการหาเรื่องเจ็บตัว

 

“เกอเกอไม่ปวดหัวแล้วใช่หรือเปล่า”

 

“ไม่ปวดแล้วครับ”

 

“ไข้ก็แทบจะไม่มีแล้ว แต่กินยาลดไข้อีกสักเม็ดดีกว่า เอาชัวร์ไว้ก่อน” พูดจบก็แกะยามาส่งให้ผมพร้อมแก้วน้ำอุ่น

 

“อยากอาบน้ำจัง”

 

“ถ้าตอนเย็นไม่มีไข้ค่อยอาบ ตอนนี้อย่าพึ่งอาบเลย เดี๋ยวไข้กลับ” พูดจบก็ดึงผ้าห่มมาคลุมให้ผม แล้วเขาก็เก็บของอย่างระมัดระวัง หลังจากหายออกไปจากห้องสักพักก็เปิดประตูกลับเข้ามาอย่างเบามือ

 

“อ้าว..ผมนึกว่าหลับ”

 

“พี่นอนทั้งวันเลย เบื่อจะแย่อยู่แล้วครับ ขอดูทีวีได้ไหม” ผมพูดจบคนเฝ้าไข้ก็เดินไปเปิดทีวี และหยิบรีโมตมาส่งให้แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

 

“ให้ดูแค่แป๊บเดียวพอนะเกอเกอ ถ้าง่วงต้องนอนเลย แม่บอกว่าให้คนป่วยนอนพักเยอะๆ ” เหมือนว่าผมเป็นเด็กแล้วเว่ยโจวเป็นครูอนุบาลยังไงยังงั้นเลย พอผมพยักหน้ารับ เขาก็ยอมละมือจากรีโมตให้ผมแต่โดยดี

 

 

 

 

ผมหลับไปโดยไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เย็นมากแล้ว กำลังมองหาแฟนหนุ่ม (ที่ช่วงนี้ทำตัวโคตรน่ารัก) อีกฝ่ายก็เปิดประตูเข้ามาพอดี ในมือของเขามีโทรศัพท์มือถือของผมอยู่ด้วย ยังไม่ทันได้ถามอะไรเขาก็รีบบอกมาก่อน

 

“มีคนโทรมา ผมเลยออกไปคุยข้างนอก เพราะถ้าไม่ใช่งานด่วน ผมไม่อยากให้เกอเกอตื่นน่ะ”

 

“พี่ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ขอบคุณนะครับที่ช่วยรับให้”

 

“แล้วก็รูปหน้าจอมือถือนี่คิดได้ไงน่ะ ลบทิ้งไปเลยนะ โรคจิต” ปากบ่นผมเบาๆ แต่หน้าเริ่มจะแดง

 

ก็รูปที่ผมใช้อยู่เป็นรูปเขาตอนนอนหลับน่ะครับ ปกติผมตื่นก่อนประจำ แล้วก็ต้องเข้าไปปลุกเขาบ่อยๆ ก็เลยมีรูปตอนหลับของเขาเยอะมาก

 

“น่ารักจะตาย เรื่องอะไรจะลบ ว่าแต่ใครโทรมาหาพี่ล่ะครับ”

 

“มีแต่สาวๆ คนแรกชื่อพี่เส้าเฟย เขาถามว่าวันนี้เกอเกอไม่เข้าออฟฟิศเหรอ ผมเลยบอกว่าจิ่งอวี๋เกอเกอไม่สบาย พี่เขาฝากบอกว่าให้หายไวๆ อีกคนนึงชื่อพี่วิเวียน เขาถามว่าเกอเกอเป็นอะไรมากไหม อยู่ที่ไหน จะมาเยี่ยม ส่วนล่าสุดคนเมื่อกี้ชื่อพี่เพ่ยเพ่ย ถามเหมือนพี่วิเวียนเป๊ะ แต่ผมบอกทั้งสองคนไปว่าเกอเกอไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวตื่นแล้วจะให้โทรกลับ อ่ะ...จะให้ใครมาที่ไหนยังไงก็บอกเขาเอาเองแล้วกัน” รายงานจบก็ส่งมือถือให้ผม อาการนิ่งๆ แบบนี้คือหึงหรือเปล่าเนี่ย ผมคิดในใจและยิ้มออกมาน้อยๆ

 

“ยิ้มอะไร” ถามเสียงโหดเชียว

 

“ยิ้มดีใจครับ”

 

“ถ้าแค่สาวๆ โทรมายังดีใจออกนอกหน้าขนาดนี้ ให้เขามาเฝ้าด้วยเลยไหม จะได้หายวันหายคืน” ประชดยาว

 

“ไม่ใช่ดีใจที่สาวๆ โทรมาครับ ดีใจที่โจวโจวหึงพี่ต่างหาก” ผมพูดจบคนขี้หึงก็หันมาขึงตาใส่ทันที

 

“ผมไม่หึงให้เสียเวลาและความรู้สึกหรอก ถ้าเกอเกอมีคนอื่นก็บอกผมตรงๆ อย่าโกหก จะได้เลิกกันไป...จบ” โอเคครับ ได้ใจความ แฟนผมนี่ปากไม่เคยตรงกับใจเลย

 

“จะไปมีใครที่ไหนอีกล่ะครับ พี่รักจะตายอยู่แล้วคนนี้น่ะ” พูดพลางดึงคนที่ยืนหน้าหงิกเข้ามากอด

 

“พี่เส้าเฟยเขาเป็นฝ่ายธุรการที่ออฟฟิศครับ แล้วเขาก็มีสามีแล้วด้วย ส่วนคุณวิเวียนกับคุณเพ่ยเพ่ย....ก็อย่างที่โจวโจวคิดนั่นแหละ แต่พี่ไม่ได้คิดอะไรนะ พี่เคยบอกทั้งสองคนไปแล้วว่ามีแฟนแล้ว แต่เขาไม่เคยเห็นพี่ควงใครไปไหนมาไหน เลยคิดว่าพี่โกหกมั้ง”

 

“ให้มันไม่คิดจริงๆ เถอะ”

 

“วันหลังไปออฟฟิศกับด้วยกันสิครับ พี่จะได้เปิดตัวซะเลย” พูดแซวยิ้มๆ แต่นี่คิดจริงนะครับ บางทีผมก็เหนื่อยที่จะปฏิเสธซ้ำซากอ่ะ

 

เว่ยหลางมันยังขำเวลาที่เจอลูกค้าสาวๆ เข้ามาตามงาน แอบยักคิ้วหลิ่วตาอ้าปากกวนประสาท จนผมอยากจะลุกไปเตะเพื่อนสักหลายๆ ที

 

“หึ...วันไหนผมไปจริงๆ ขึ้นมา ทำให้มันได้อย่างที่ปากพูดก็แล้วกัน” พูดจบก็แกะมือผมออกจากเอว แล้วหันหน้ากลับมาหา ก่อนเอื้อมมือมาแตะหน้าผากผมเพื่อวัดไข้

 

“จะอาบน้ำก็อาบได้นะแต่ห้ามนาน วิ่งผ่านๆ น้ำเอาก็พอแล้ว”

 

“อาบให้พี่สิครับ จะได้เร็วๆ ”

 

“หื่นๆ อย่างเกอเกอเนี่ยนะ ถ้าผมเข้าไปอาบให้ จะนานกว่าเดิมละไม่ว่า” เขาพูดจบผมก็อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้ รู้ใจกันจริงๆ นะให้ตายสิ

 

“ผมไปอุ่นกับข้าวรอนะ รีบอาบแล้วรีบออกมาจะได้กินข้าวกัน”

 

“ครับที่รัก”

 

 

 

 

[จิ่งอวี๋เกอเกอ วันนี้ไม่ต้องมารับที่มหาวิทยาลัยนะ]

 

“กลับดึกหรือเปล่าครับ”

 

[น่าจะไม่ดึกอ่ะ จะไปกินวันเกิดถิงถิงกัน ถ้าเกอเกอไม่...โอ๊ย!!...] อีกฝ่ายพูดได้แค่นั้นก็อุทานเสียงดัง ก่อนที่จะมีเสียงใสๆ ดังเข้ามาแทนเสียงของแฟนผม

 

[ถ้าวันนี้จิ่งอวี๋เกอเกอไม่ยุ่ง มาทานข้าวด้วยกันนะคะ ที่ร้าน....ตอนทุ่มนึงค่ะ พวกถิงเคลียร์งานที่คณะเสร็จถึงจะออกไปกัน แต่ตกลงกันไว้ก่อนว่าห้ามจ่ายนะคะ วันนี้ถิงเป็นเจ้ามือเอง]

 

“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวเลิกงานพี่จะตามไปนะ”

 

[ได้ค่ะ อ่ะโจวโจว มึงเอาคืนไป สามีมึงจะคุยด้วยเพื่อนของแฟนผมรับคำเสียงหวาน ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนตัวเอง จากนั้นเสียงเว่ยโจวก็ดังเข้ามาในสาย

 

[ถ้ามาไม่ถูกเกอเกอก็โทรมาแล้วกัน]

 

“ไปถูกอยู่ครับ ว่าแต่เมื่อกี้เป็นอะไรน่ะเรา ร้องเสียงดังเชียว”

 

[ถิงถิงมันผลักหน้าผมอ่ะดิ คอเคล็ดเลยเนี่ย แม่งมือหนักฉิบขณะที่ไอ้แมวแสบพูด ก็มีเสียงบรรดาเพื่อนๆ เขาดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ทำเป็นฟ้องสามีนะมึง ตั้งแต่มีผัวนี่อ่อนแอว่ะ คือสองประโยคชัดๆ ที่พอจะจับใจความได้ ทำเอาผมหัวเราะเบาๆ

 

[แค่นี้ก่อนนะเกอเกอ เจอกันที่ร้านจากนั้นก็ได้ยินคนอ่อนแอของผมหันไปว้ากเพื่อน ก่อนที่สายจะตัดไป

 

 

 

 

ค่ำวันนี้ผมไปทานข้าวกับเพื่อนๆ ของเว่ยโจว เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของน้องถิงถิง งานนี้ผมเลยได้ข้อมูลอะไรดีๆ มาอีกอย่าง

 

ถิงถิงบอกผมว่าเทอมหน้าจะฝึกงาน แล้วน้องๆ ก็กำลังมองหาสถานที่อยู่ ซึ่งก็บังเอิญพอดีว่าที่ตึกสำนักงานผมมีบริษัททัวร์อยู่สองสามบริษัท ถ้าไอ้แมวแสบได้มาฝึกงานที่นี่ก็น่าจะดี เพราะอย่างน้อยเรายังไปและกลับพร้อมกันได้

 

 งานนี้ไม่ต้องติดสินบนสาวๆ เหมือนทริปหลีเป๊ะแต่อย่างใด เพราะถิงถิงเขารีบตกลงว่าจะรีบติดต่อลองยื่นแบบคำร้องเข้าไปขอฝึกงานกับบริษัทสักแห่งที่ตึกนั้น แต่เป็นที่ไหนน้องเขาต้องขอไปดูข้อมูลก่อน

 

“ของขวัญวันเกิดพี่ไม่รู้ว่าจะให้อะไรดี มีอะไรที่ถิงถิงอยากได้ไหมครับ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะจิ่งอวี๋เกอเกอ แค่เกอเกอดูแลสุดที่รักของถิงดีๆ ก็พอแล้วค่ะ” พูดจบก็หันไปจุ๊บแก้มเว่ยโจวเบาๆ คนถูกจูบเอานิ้วชี้จิ้มหน้าเพื่อนสาวของตัวเอง และดันแรงๆ ก่อนจะออกปาก

 

“กับคนจนๆ แบบกูละขูดรีด ทีกับสุดหล่อแถมโคตรรวยของมึงเนี่ย....หมั่นไส้ว่ะ” สุดที่รักของถิงถิงพูดจบก็หันมาทำเสียงจิ๊กจั๊กขัดใจใส่ผม

 

“ทำงอนนะมึง....งั้นถิงไม่เกรงใจก็ได้ค่ะ มีของที่ถิงขูดรีดโจวโจวมันอยู่จริงๆ นั่นแหละ จิ่งอวี๋เกอเกอหารกับมันก็แล้วกันนะคะ”

 

“กูไม่จ่ายหรอก กูจะตามหามาให้ แต่หน้าที่จ่ายเงินเป็นของสุดหล่อของมึงคนเดียว...จบ”

 

“เอาที่มึงสบายใจ กูได้ของที่ต้องการเท่านั้นก็พอ ที่เหลือมึงไปเคลียร์กับสามีมึงเอาเอง...จบ”

 

 

 

 

แล้วผมก็ได้รู้หลังจากวันนั้นว่าของที่ถิงถิงต้องการ คือหนังสือการ์ตูนวาย (เว่ยโจวเขาเรียกอย่างนั้น) ยกเซ็ตเป็นฉบับภาษาญี่ปุ่น ซึ่งต้องสั่งจากญี่ปุ่นหรือพรีออเดอร์เท่านั้น หลังจากตามหาจนเจอว่าจะสั่งซื้อได้ที่ไหน ผมก็มีหน้าที่จ่ายเงินให้ตามระเบียบ ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ

 

“แล้วแฟนพี่ล่ะครับ วันเกิดอยากได้อะไร” ผมถามหลังจากที่กดโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ทำเอาคนที่นั่งคลิกไล่ดูเว็บนั้นเว็บนี้หันขวับกลับมาจ้องหน้า

 

“รู้เหรอว่าวันเกิดผมเมื่อไหร่”

 

“ยี่สิบตุลา” พอผมพูดจบ เขาก็ทำตาโตมองผมแบบอึ้งนิดหน่อย ก่อนจะยักไหล่น้อยๆ ในที่สุด

 

“คืออะไรครับแบบนี้ พี่ตอบผิดเหรอ”

 

“ไม่ผิด ถ้าเกิดเกอเกอตอบผิดนี่ ผมต้องโกรธแน่ๆ อ่ะ ทั้งเพื่อนผมที่พร้อมจะเป็นไส้ศึก แล้วยังจะบรรดาคนในบ้านตระกูลสวี่ของเกอเกออีก ถ้าเกอเกอไม่รู้วันเกิดของผมนี่คือเรื่องแปลก” เจ้าตัวพูดประชดทำเอาผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้ นึกถึงตอนที่เขาเคยบอกประชดว่าผมเป็นลูกชายบ้านเขา แล้วเขาเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง

 

“ว่าไงครับ อยากได้อะไร”

 

“เที่ยวรอบโลกสักรอบสองรอบ” เจ้าตัวหันมาตอบกวนๆ พลางยักคิ้วส่งให้ ถึงเป็นแฟนกันแต่เรื่องกวนประสาทผม เขายังไม่ยอมเลิกง่ายๆ หรอก แต่ไม่เป็นไรครับ เขาเป็นแบบนี้ก็น่ารักดีอยู่แล้ว ถ้าไม่กวนก็ไม่ใช่สวี่เว่ยโจวนะสิครับว่าไหม

 

“มีเวลาเที่ยวรอบโลกด้วยหรือเราน่ะ รอเรียนจบก่อนแล้วกันพี่ค่อยพาไป แต่งงานแล้วก็ฮันนีมูนกันยาวๆ ไปเลย”

 

“เหอะถ้าเว่ยหลางเกอเกอยอมให้แต่งน่ะนะ”

 

“พี่จะไปออดอ้อนกอดแข้งกอดขา ขอร้องให้มันยกน้องชายสุดที่รักให้ ถ้าไม่ใจอ่อน เว่ยหลางมันก็ต้องเลี่ยนตาย ให้มันเลือกเอา ไม่ว่ามันจะเลือกทางไหนพี่ก็ได้แต่งอยู่แล้ว” ผมตอบพลางหัวเราะเมื่อนึกถึงสีหน้าของเพื่อนสนิท ยามที่ผมพร่ำเพ้อถึงน้องคนเล็กของอีกฝ่ายให้เจ้าตัวฟัง

 

“ถ้าให้เลือกว่าอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษสักประเทศ โจวโจวอยากไปที่ไหนครับ”

 

“ถ้าบอกแล้วก็ไม่โชว์รวยต้องพาไปจริงๆ ล่ะ เมื่อกี้ผมแค่ตอบประชดคนรวยเล่นๆ ” คนช่างประชดของผมหันมาดักคอ

 

“ไม่รับปากครับ ไหนครับ แฟนพี่อยากไปที่ไหน ลองบอกมาหน่อยสิ”

 

“ญี่ปุ่นกับอิตาลี”

 

“หืม...สนใจอะไรของประเทศนั้นล่ะครับ ห้ามตอบว่าสาวๆ นะ” ผมดักคอไว้ก่อนบ้าง ทำเอาคนที่กำลังจะตอบหัวเราะเสียงดัง

 

“แหม ถ้าไม่ใช่สาวๆ ผมจะอยากไปทำไมล่ะญี่ปุ่นน่ะ” พูดจบก็เลยถูกผมดึงเข้ามาจูบหนักๆ เสียหนึ่งที โทษฐานพูดจาขัดหู

 

“เกอเกอนี่มัน...” พอเห็นว่าผมยังจ้องหน้าเขาอยู่ เจ้าตัวเลยไม่ยอมด่าต่อ เพราะเขาคงรู้ทันว่าต้องโดนผมลงโทษอีกแน่ๆ

 

พอเห็นว่าเขาไม่กล้าต่อปากต่อคำ ผมเลยอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ ทำเอาคนขี้โมโหหันมาขึงตาใส่

 

“ว่าไงครับ อยากไปดูอะไรที่นั่น”

 

“อยากไปเกอะฮอกไกโก ส่วนอิตาลีผมว่าสถาปัตยกรรมเขาเลิศแถมมีวิหารสวยๆ หลายแห่งด้วย ชายฝั่งกับเนินเขาที่นั่นสวยแปลกตา แล้วก็อยากไปเกาะคาปรีอ่ะ”

 

“งั้นก่อนอื่นพี่ว่าโจวโจวคงต้องหัดว่ายน้ำ ความจริงพี่ดูแลโจวโจวได้นะ แต่ก็เน้นปลอดภัยว่ายเป็นไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวพี่สอนให้เอง” ผมชวนแฟนหนุ่มไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำของคอนโดฯ

 

เคยชวนเขาลงไปฟิตเนสด้วยกันหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่ยอมลงไปเลยสักครั้ง ปล่อยให้ผมไปออกกำลังกายคนเดียวตลอด

 

“ไม่เอาอ่ะ”

 

“เพราะไม่ค่อยออกกำลังกายนี่แหละ ถึงได้หมดแรงเร็วแถมเหนื่อยง่าย พี่ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ โจวโจวก็เหนื่อยแล้ว” ผมพูดยิ้มๆ ทำเอาคนที่กำลังนั่งจิ้มเว็บแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหันมาค้อนอย่างเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร

 

“สาบานว่าที่เกอเกอทำกับผมเรียกนิดๆ หน่อยๆ ” เพียงเท่านั้นผมก็หัวเราะอย่างชอบใจ

 

“ก็น่ารักจนพี่ไม่อยากหยุดทำเองทำไมล่ะครับ” คราวนี้เลยได้ค้อนกลับมาวงโต แถมด้วยทุบไหล่ผมอีกที

 

“ลงไปหัดว่ายน้ำก็ได้ อยู่ในห้องสองต่อสองกับเกอเกอ...แม่งโคตรอันตรายอ่ะ”

 

 

 

 

แล้วผมก็รู้ว่าพลาดมาก ที่ชวนเว่ยโจวลงมาที่สระว่ายน้ำในตอนบ่ายวันหยุดแบบนี้ เพราะมีคนมาใช้บริการเยอะมากพอสมควร จนเก้าอี้ริมสระแทบจะไม่มีที่ว่าง

 

ผมคงจะไม่มีปัญหาถ้าไม่มีคนแอบส่งสายตามองคนของผมบ่อยๆ อย่างเช่น ชายต่างชาติผมทองวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ใกล้ทางเข้า

 

หรือหนุ่มหล่อที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระ (แต่พอเห็นผมจ้องกลับ ทุกคนจึงได้หลบสายตา) ที่นี่มีชาวต่างชาติซื้อหรือเช่าอยู่ไม่น้อยเหมือนกันครับ เกือบจะหนึ่งในสิบของจำนวนผู้อาศัยทั้งหมดได้เลยละมั้ง

 

แต่ที่ทำให้ผมลมหึงขึ้นก็คงไม่พ้นสาวหมวยหน้าตาดี ที่สวยเซ็กซี่ในชุดทูพีชสีฟ้าสด จนทำให้ไอ้แมวแสบจอมเจ้าชู้ของผมเอาแต่มองจนแทบไม่เป็นอันหัดว่ายน้ำ

 

คงจะไม่อารมณ์ขึ้นขนาดนี้ ถ้าเธอไม่ได้ส่งยิ้มให้แฟนผมแบบเสนอไมตรีสุดๆ กลับมา นั่นทำให้ผมหงุดหงิดจนอดใจไม่ไหว จับคนเจ้าชู้กดน้ำเบาๆ พอโผล่ขึ้นมาและหายจากอาการสำลักน้ำแล้ว ไอ้แมวแสบก็หันมาหาผม คงกะจะโวยเต็มที่ แต่พอเห็นว่าผมกำลังโกรธอยู่เจ้าตัวเลยไม่มีปากเสียง และทำท่าจะว่ายน้ำหนีแต่ถูกผมรั้งแขนไว้ ก่อนจะก้มลงไปกระซิบใกล้ๆ หูอีกฝ่าย

 

“ถ้ายังไม่เลิกมองสาวๆ พี่จะจูบโชว์มันตรงนี้เสียเลย นี่เตือนแล้วนะ”

 

“ก็ทั้งขาวทั้งอึ๋มเตะตาขนาดนั้น มองนิดๆ หน่อยๆ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” คนตัวเล็กกว่าบ่นอุบอิบเบาๆ แค่พอให้ได้ยินกันสองคน

 

“นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ได้ครับ ไปว่ายทางนู้นเลย” แล้วผมก็ลากเขาไปว่ายฝั่งน้ำลึก เพราะให้อยู่ตรงนั้นต่อคงไม่ดีแน่

 

 

 

 

“ฉันฝันว่ะ” วันนี้เว่ยโจวเขามีนัดติวหนังสือที่ห้องเสี่ยวหมิงน่าจะเลิกดึกพอสมควร ผมเลยต้องมาหาเพื่อนทานข้าวเย็น เพราะไม่ได้คบเพื่อนมานานแล้ว ก็เลยนัดคุณชายฉู่ไว้ ว่าจะไปทานมื้อค่ำด้วยกัน และผมมีเรื่องสำคัญจะเล่าให้เพื่อนฟัง อย่าสงสัยครับว่าเรื่องอะไร ก็สามคำที่ผมพึ่งพูดออกไปเมื่อกี้นี้แหละ

 

“ฝันอะไรวะ” คนที่ยืนจัดข้าวของในตู้ด้านหลังถาม ทั้งที่ไม่ได้หันกลับมาแต่อย่างใด

 

“ทีแรกก็คิดว่าฝันเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ แต่มันฝันซ้ำมาสองครั้งแล้วในเรื่องเดิมเป๊ะ แล้วภาพมันชัดเจนมากเกินไปจนรู้สึกแปลกๆ ว่ะ”

 

“ไหนว่ามา”

 

“ฉันฝันเห็นผู้หญิงสวยมากคนนึงในชุดโบราณ เขาพูดภาษาสมัยโบราณกับฉันด้วย”

 

“แน่ใจนะว่าในฝันเขาพูดกับนาย”

 

“มีกันแค่สองคน เขาไม่พูดกับฉัน จะไปพูดกับใคร จะว่าไปมันก็ไม่เชิงพูดคุยหรอก เรียกว่าสาปแช่งน่าจะถูกกว่า แล้วฉันก็ดันไปคุยตอบเขาด้วย รับมาเต็มๆ เลยว่ะ”

 

“เหรอ เขาว่าไงล่ะ”

 

“เขาบอกว่า หากชาติหน้ามีจริงฉันท์ใด ขอให้เราสองเกิดห่างไกลกันเสียคนละซีกโลก จะได้ไม่ต้องพบเจอกันอีก ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้ท่านเกิดมาพร้อมทุกสิ่ง ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และสติปัญญาเหมือนดังชาตินี้

 

แต่ว่ารักแรกที่ท่านปรารถนาจะเคียงข้างไปชั่วชีวิต ขอให้มีอันพลัดพรากมิได้ครองคู่

 

ถ้าหากวันใดท่านได้รักใครด้วยหัวใจที่แท้จริง ก็ขอให้คนผู้นั้นทำให้ท่านเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนอย่างที่ท่านทำกับข้า

 

และข้าขอตั้งจิตอธิษฐานให้ตนเองเกิดเป็นบุรุษ จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในเรื่องความหลายใจของชายมากรักเช่นท่านอีก

 

ส่วนกับแม่หญิงทั้งหลายในเมื่อชาตินี้พวกนางรักท่านนัก ชาติหน้าขอให้ท่านและพวกนางต้องแย่งชิงผู้เป็นที่รักของกันและกันเอง

 

หากแม้นกรรมตามสนองพวกท่านทุกคนแล้วไซร้ เมื่อนั้นข้าถึงจะยอมอโหสิกรรม แรกๆ ก็ฟังดูเหมือนจะเป็นคำอวยพรดีอยู่หรอก แต่หลังๆ นี่ยังไงก็สาปแช่งกันชัดๆ ” ผมพูดประโยคยาวเหยียดนั้นให้เพื่อนฟังอย่างไม่ตกหล่น จนน่าแปลกใจตัวเองที่สามารถจดจำคำพูดที่ได้ยินในฝันได้แม่นยำอย่างกับได้ฟังไปแล้วสักร้อยรอบ

 

“เออ ไม่แปลกใจและ เพราะเขาก็พูดกับนายจริงๆ นั่นละ แถมดูเจ้าคิดเจ้าแค้นเชียว แล้วนายตอบไปว่าไงบ้างล่ะ”

 

“ในฝันฉันบอกเขาว่า แม้นจะเกิดห่างไกลกันครึ่งโลกข้าก็จะตามหาท่านจนพบ ข้ายินยอมเสียใจต่อการสูญเสียรักแรกที่ปรารถนาครองคู่ ถ้าคนผู้นั้นมิใช่ท่าน 

 

และต่อให้เกิดเป็นบุรุษเหมือนกัน ข้าก็ไม่ลังเลที่จะรักท่านแม้จะถูกทำให้เสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตามที

 

ถ้าเป็นท่านแล้ว ต่อให้จะต้องแย่งชิงกับใคร ข้าก็ไม่มีวันยอมยกให้ทั้งนั้น

 

ข้ายินดีทนทุกข์ทรมานจนกว่าท่านจะสาแก่ใจ หากมันจะทำให้ท่านยอมให้อภัยในความผิดของข้า

 

และข้าขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้การพลัดพรากกันของเราสิ้นสุดแต่เพียงชาตินี้ หลังจากนี้ทั้งตัวและหัวใจข้าจะเป็นของท่านทุกชาติภพ  แล้วฉันก็ตื่นว่ะ เป็นแบบนี้ทั้งสองรอบเลย คือภาพในฝันที่ฉันเห็นมันดูจริงมาก อย่างกับเคยเกิดขึ้นมาแล้วยังไงยังงั้นเลยว่ะ”

 

“ก็ต้องเคยแหงละสิ คิดว่าทำไมชาตินี้นายถึงได้ผู้ชายมาเป็นเนื้อคู่กันล่ะ ถึงจะเป็นผู้ชายที่น่ารักลืมโลกขนาดนั้นก็เถอะ แล้วที่ได้รู้อีกเรื่องคือนายนี่น้ำเน่ามาแต่ชาติปางก่อนแล้วสินะหวงจิ่งอวี๋ พระเอกนิยายโคตรๆ”

 

“ผู้หญิงในฝันนั่น สวี่เว่ยโจว เหรอวะ.....จริงดิ” ผมถามอย่างอึ้งๆ ปนไม่ค่อยเชื่อ ทำเอาคนที่กำลังจัดเอกสารหันกลับมามองหน้าก่อนจะพูด

 

“อันนี้เชื่อหรือไม่เชื่อขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน แต่ถ้าไม่เชื่อฉันขอถามหน่อยแล้วกันว่า ไอ้ที่เขาแช่งๆ นายมาน่ะ โดนมาบ้างหรือยังล่ะ” จบคำของเพื่อน ผมก็นั่งคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง

 

ถ้าสาวสวยที่ผมฝันถึงคือเว่ยโจวเมื่อชาติที่แล้วจริงๆ ผมก็โดนมาครบทุกดอกแล้วแหละ

 

เริ่มแรกเลยคือเราสองคนเกิดกันคนละซีกโลก เพราะสวี่เว่ยโจวเขาเกิดที่อเมริกา (ถึงพ่อแม่เขาจะเป็นคนจีนก็เถอะ)

 

แถมรักแรกของผมที่วางแผนอนาคตไว้ร่วมกันก็ต้องพลัดพรากจริงๆ เสียด้วย เธอทิ้งผมไปหลังจากคบกันได้ไม่ถึงปี เหตุผลก็เพราะผมมีแค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้นที่เธอจะสามารถเอาไปอวดเพื่อนได้ ส่วนเรื่องฐานะเงินทอง ในตอนนั้นผมไม่มีสิ่งใดที่จะทุ่มเทเพื่อเธอได้นอกจากความรัก

 

คือตอนเรียนผมตั้งใจว่าจะหาเงินเรียนเอง ก็เลยยึดอาชีพนายแบบไปด้วย เรียนไปด้วย แล้วก็ไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยนัก ผมจ่ายทุกอย่างนะครับเวลาเราไปไหนด้วยกัน เพียงแต่ว่าผมไม่ได้ซื้อทุกอย่างให้เธอตามทีอีกฝ่ายร้องขอ

 

และตั้งแต่รู้จักกับน้องชายเพื่อน ผมก็ต้องเสียใจเพราะเขามาจนแทบนับครั้งไม่ถ้วน ศึกชิงนายก็มาเต็มมาก แถมผมยังรักเขาหัวปักหัวปำทั้งที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายโคตรแมนขนาดนั้น ที่เซอร์ไพรส์ตัวเองสุดๆ คือผมไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเป็นคนขี้หึงหนักมาก จนมาเจอเขานี่แหละ

 

“จนถึงตอนนี้แล้ว นายว่าเขาจะยกโทษให้ฉันหรือยังวะ”

 

“ก็แล้วเขารับรักนายหรือยังล่ะ” เพื่อนก็ยังให้คำตอบที่ผมต้องตีความเอาเองเหมือนเดิม เบื่อมันจริงๆ

 

 

 

 

“ยังไม่นอนอีกเหรอเกอเกอ” คนที่พึ่งเปิดประตูบ้านเข้ามาร้องถาม เมื่อเห็นว่าผมนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา

 

“รออยู่ครับ เห็นวันนี้โทรมาบอกว่ากลับดึก พี่เป็นห่วง”

 

“ผมไปฉลองสอบเสร็จกันมาน่ะ ดึกแล้วเกอเกอไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องทำงานไม่ใช่เหรอ”

 

“สอบเสร็จแล้ว งั้นคืนนี้ไปนอนกับพี่นะครับ นอนคนเดียวพี่เหงาจะตายอยู่แล้ว”

 

“เกอเกอจะเว่อร์ไปและ แต่ก็ได้ ผมอาบน้ำก่อนเดี๋ยวตามไป” พูดจบเขาก็เดินเข้าห้องตัวเองไป ผมก็ปิดทีวีแล้วเดินเข้าห้องตัวเองเหมือนกัน

 

วันก่อนหลังจากที่คุยกับฉู่เซิงไป ผมก็มานั่งคิดนอนคิด ถึงเรื่องระหว่างผมกับเว่ยโจว ถ้าเรื่องที่ผมฝันเป็นความจริง (ซึ่งก็คงจะจริง เพราะคุณชายฉู่เขานอนยันมาเสียขนาดนั้น ปกติผมไม่เชื่ออะไรงมงายนะครับ ยกเว้นเรื่องที่หมอนั่นพูด อันนี้ไม่เชื่อไม่ได้อย่างเด็ดขาดจริงๆ ) คนที่ผิดเต็มๆ ก็คงไม่พ้นว่าจะเป็นผมนั่นแหละ

 

เพราะในฝัน ผู้หญิงคนนั้นเอาแต่ร้องไห้ แค่นึกถึงสีหน้าและน้ำเสียงปนสะอื้นของเธอยามพูดกับผม ก็อดรู้สึกแปลบในหัวใจไม่ได้ ผมเคยทำให้เขาเสียใจมากขนาดนั้น

 

แม้ในตอนนี้ผมจะรู้สึกว่า ผมถูกไอ้แมวแสบทำให้เสียใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผมก็ไม่เคยโกรธเขาจริงจังเลยสักครั้ง นี่อาจจะเป็นเพราะจิตสำนึกสั่งมาว่า ผมสมควรจะยอมเขาก็ได้

 

ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะยอมยกโทษให้ผมหรือยัง ถ้าผมถามออกไปจะดีหรือเปล่านะ

 

“เกอเกอเป็นอะไรหรือเปล่า ดูเงียบๆ นะ เครียดเรื่องงานเหรอ” คนที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องถาม ทำเอาผมได้สติหลังจากที่นั่งจมอยู่ในความคิดของตัวเองเพลินๆ มานาน

 

“เปล่าครับ ไม่เมาหรือวันนี้ แปลกจัง” ผมถามคนที่เดินมาทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ

 

“ก็เมานิดหน่อยอ่ะ วันนี้เวรผมไปส่งพวกมัน เลยดื่มมากไม่ได้”

 

“ตอนที่ไปดื่ม นอกใจพี่ไปจีบสาวบ้างหรือเปล่าครับ”

 

“ไม่มีเหอะ ไม่เชื่อก็ไปถามสปายของเกอเกอดูสิ” คงจะหมายถึงถิงถิงกับซื่ออิง

 

“เบื่อไหมครับที่พี่เป็นคนแบบนี้” ผมถามก่อนที่จะดึงให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับขึ้นมานั่งลงบนตักตัวเอง คงเพราะวันนี้เขาดื่มเหล้าเข้าไป เลยไม่ค่อยขัดขืนเท่าไหร่ ปกติเวลาเขาเมา ถ้าผมพูดเอาอกเอาใจแล้วออดอ้อนขออะไรก็จะง่ายเลยละครับ

 

“เบื่อเรื่องไหนล่ะ เรื่องที่ขี้หึง หรือเรื่องที่ลามกบ้ากาม” คนบนตักถามประชดเบาๆ

 

“ทั้งสองอย่าง” ผมตอบพลางหัวเราะอย่างยอมรับข้อกล่าวหา

 

“ถ้าทำเพราะว่ารักกันก็ไม่เบื่อหรอก” พูดจบเจ้าตัวก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาเต็มที่ คงเพราะจะรู้อยู่แล้วว่ายังไงผมคงไม่ปล่อยให้เขาลุกง่ายๆ หรอก

 

ส่วนผมน่ะหรือครับใบ้กินไปเลย คือปกติเว่ยโจวเขาไม่ค่อยยอมรับอะไรแบบนี้ตรงๆ หรอกครับ รู้สึกตั้งแต่เป็นแฟนกันมา แค่บอกรักกันคำผมยังไม่เคยได้ยินเลย

 

“อึ้งอ่ะดิ ฮ่าๆ ” เจ้าแมวแสบยังคงแซวเมื่อเห็นว่าผมเงียบไป เพราะปกติผมจะต้องหยอดอะไรหวานๆ แบบที่เขาบอกว่ามันเลี่ยนกลับไปตลอดเหมือนตอนจีบเขาใหม่ๆ

 

“พี่ขอโทษสำหรับทุกเรื่องนะครับ” ไม่รู้พราะอะไรทำให้ผมพูดออกไปแบบนั้น รู้แต่ว่าผมอยากขอโทษ

 

“หืม เกอเกอไปทำอะไรมาล่ะ นอกใจผมเหรอ ถึงได้มาขอโทษน่ะ”

 

“มีเสียที่ไหนกัน พี่แค่บางทีชาติที่แล้วพี่อาจจะทำผิดต่อโจวโจวไว้เยอะมาก ถ้าโจวจำเรื่องราวในอดีตได้ โจวอาจจะโกรธ หรือเกลียดพี่มากๆ เลยก็ได้ พี่เลยอยากขอโทษน่ะ”

 

“ผมไม่ได้เมาเท่าไหร่นะ แต่ผมว่าเกอเกอน่าจะเมามากกว่า พูดอะไรแปลกๆ ”

 

“พี่ไม่ได้ดื่มสักแก้ว”

 

“งั้นก็เลิกขอโทษอะไรไร้สาระ เรื่องอดีตชาติที่แล้วน่ะมันจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ มีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ คิดมากไปก็ปวดหัว ผมไม่สนหรอก ต่อให้จำได้หรือไม่ได้ เคยเกิดขึ้นหรือไม่เคยเกิดขึ้น ยังไงมันก็เป็นอดีต ผมชอบอยู่กับปัจจุบันมากกว่า เกอเกอจะอยู่กับผมไหมล่ะ”

 

“พี่จะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตเลยครับ”

 

“ก็แค่นั้นแหละ นอนเหอะ ผมง่วงแล้ว” พูดจบเจ้าตัวก็ลุกขึ้นจากตักผมคลานขึ้นเตียง ผมเลยขยับตามขึ้นไปนอนตะแคงกอดเขาไว้หลวมๆ แล้วชวนคุยต่อ

 

“จนถึงตอนนี้ เคยมีสักครั้งไหม ที่โจวโจวรู้สึกว่าเสียใจที่ตกลงเป็นแฟนกับพี่”

 

“ยังไม่เคยอ่ะ ถามทำไม”

 

“เพราะรักนะสิพี่ถึงได้ถาม พี่จะเป็นคนทำให้โจวโจวมีความสุขตลอดไปนะ”

 

“ผมไม่ได้หวังหรอกว่า เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป วันหนึ่งเราอาจจะเลิกกัน หรือเราอาจจะอยู่ด้วยกันจนตายจากกันไปก็ได้ ซึ่งเรายังไม่รู้ในเมื่อวันนั้นมันยังมาไม่ถึง ผมขอแค่วันนี้ ตอนนี้พวกเราก็มีความสุขก็พอแล้ว”

 

“แต่พี่หวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ พี่คงทนไม่ไหวแน่ๆ ถ้าโจวโจวทิ้งพี่ไป พี่รักโจวมาก รู้ใช่ไหมเจ้าแมวแสบ” พูดจบผมก็ก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะเรียกร้องขึ้นเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ขัดขืน

 

ผมอยากทำก็จริงแต่ผมก็ไม่อยากฝืนใจ เพราะรู้ว่าเวลาเรามีอะไรกันเขาคงจะเจ็บมาก เว่ยโจวจูบตอบ แต่เพียงไม่นานเจ้าตัวก็รีบหันหน้าหนี และรั้งมือผมที่เลื่อนเข้าไปลูบไล้ผิวเนียนใต้เสื้อยืดตัวที่เขาใส่

 

“ถ้าไม่ใช่จิ่งอวี๋เกอเกอ ผมไม่ยอมให้ทำแบบนี้หรอกนะโว้ย รู้ไว้เสียด้วย” เจ้าตัวบอกขณะจ้องตาผม

 

“นั่นหมายความว่ารักพี่ใช่หรือเปล่า”

 

“ก็อือผมรักจิ่งอวี๋เกอเกอ ไม่พูดอีกแล้วนะ” เขาพูดเสียงเบา (แต่หน้าแดงหนักมาก) ทว่าผมกลับได้ยินอย่างชัดเจน

 

ตอนนี้หัวใจผมเต้นแรงมากจนมันแทบจะเด้งออกมานอกอก คำบอกรักครั้งแรกที่ได้ยิน เขาคงไม่รู้หรอกว่าคำนี้มันสั่นคลอนความรู้สึก และมีอิทธิพลต่อจิตใจของผมมากมายขนาดไหน

 

แม้ผมจะมั่นใจว่าตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เขาก็คงรู้สึกไม่ต่างจากผม แต่บางทีผมก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ในเมื่อไม่เคยได้ยินคำยืนยันจากปากเขาเลย

 

และในวันนี้ความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี ถูกเติมเต็มแค่คำว่ารักเบาๆ เพียงคำเดียว ต่อให้เขาไม่พูดอีกจริงๆ ก็ไม่เป็นไรแล้วครับ เพราะความรู้สึกรักท่วมท้นที่อัดแน่นในอกตอนนี้ ผมคงจำได้ไปจนวันตาย

 

ผมก้มลงไปจูบอีกครั้ง และตอนนี้คนรักของผมก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรอีกต่อไปแล้ว

 

ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะคำสาปแช่งจากแรงอาฆาตแค้นของเขาตั้งแต่ชาติที่แล้ว

 

เพราะแรงอาฆาตรักที่ผมมีให้เขาตั้งแต่ชาติก่อนจนต้องดิ้นรนตามมารักต่อเขาในชาตินี้

 

เพราะพรหมลิขิต หรือเพราะอะไรก็ตาม ขอบคุณที่ทำให้ผมได้มาเจอและได้รักเขา

 

แม้เนื้อคู่ผมจะเป็นผู้ชาย(แถมปากร้ายมาก)ผมก็ไม่แคร์ เพราะผมสามารถบอกใครๆ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า ผมเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก

 

HAPPY ENDING

 

ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาจนจบเรื่องในที่สุดนะครับ

มีหลายคนขอภาค 2 (แอบขี้เกียจ) ขอภาคพิเศษ (มีแน่ๆ แต่ยังไม่รู้เมื่อไหร่) ถ้ามีจะแวะมาแปะนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #33 ออออ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 15:57
    จบแล้ว ม่ายยยยยยยยยย

    กำลังสนุกเลย ชอบมาตอน ทั้งคุ่ทะเลาะกัน

    และชอบมากอีกตอนเพื่อนแซวทั้งคู่



    ขอบคุณค่า
    #33
    0
  2. #31 banztzu1b (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 23:11
    ละมุนอะไม่รู้ทำไมอ่านพาร์ททพิจิ่งทีไรร้องไห้ตลอดเลยอะ
    ตอนจบนี่ทั้งเขินทั้งน้ำตาซึม เลยจบจริงๆแล้วอะฮื่ออออ ชอบเรื่องนี้มากนะคะเขียนดีอะ
    เข้าใจทั้งสองฝ่ายชัดเจนดี อ่านแล้วอิน เห็นภาพ สัมผัสความรู้สึกของตัวละคร ได้เข้าใจบุคลิก ความคิด อารมณ์ อธิบายดี วางปมดี และแก้ปมได้สมเหตุสมผล
    อ่านแล้วเหมือนเราค่อยๆรู้สึกไปพร้อมๆกับตัวละคร สุดยอดเลยค่ะไรท์ ชอบมากจริงๆเลยเรื่องนี้
    #31
    0
  3. #29 ROSALENE (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 19:55
    ฮืออออ จบแล้ว แต่ยังอยากเห็นพี่จิ่งกับโจวโจวสวีทกันต่อ
    อยากเห็นเขาแต่งงาน อยากเห็นเขาฮันนีมูน อยากเห็นเขามีลูกกก #โจวโจวกระโดดถีบ555
    #29
    0