ปราบพยศร้าย...นายพยศรัก [YUZHOU]

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 18 ปราบพยศแมวแสบ(ยกที่สอง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 ม.ค. 60

ตอนที่ 18 ปราบแมวพยศแมวแสบ(ยกที่สอง)

 

หลังวางสายจากพี่สาวฝาแฝด ผมก็หันไปมองหน้าคนที่นั่งข้างๆ นิดหน่อย หน้านี่บูดเชียว ก็แน่ละสิครับ ถูกแฟนสาวบอกเลิกมาทีเดียวสามคนรวด แถมโดนตบซะแก้มแดงเถือกขนาดนี้ คงเพราะเขาผิวขาว เลยยังเห็นรอยนิ้วมือจางๆ บนแก้มอยู่เลย

 

ส่วนผมได้แต่แอบดีใจที่เขาเลิกกับแฟน โดยที่ผมไม่ต้องรอไปทั้งชาติ บาปไหมเนี่ยหวงจิ่งอวี๋ เล่นดีใจที่คนอื่นเขาเลิกกันจนออกนอกหน้าขนาดนี้ ส่วนที่โดนตบน่ะเหรอครับ แลกกันแล้วโคตรคุ้มเลย

 

มองอยู่นิ่งสักพักก็ไม่มีที่ท่าว่าคนข้างๆ จะหันมาสบตาแต่อย่างใด นอกจากไม่หันมา ยังเอาแต่หันหน้าหนีออกไปมองนอกรถอีก คงโกรธผมไม่น้อยอยู่หรอก

 

                สงสัยที่วันก่อนฉู่เซิงมันเตือนผมแน่ๆ ระวังศึกชิงนายเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน แต่ถ้าชิงกันแล้วผมชนะแบบนี้ ขอให้เกิดอีกสักที แล้วแฟนสาวของไอ้แมวแสบมารวมตัวกันให้ครบเลยเถอะครับ ผมไม่อยากรอให้เขาเลิกกันอีกแล้ว ปากบอกว่ารอได้ แต่รอจริงๆ นี่มันทรมานมากเลยนะครับขอบอก

 

 

 

 

                ถึงคอนโดฯ ผมก็จ่ายเงินและลงจากรถ ส่วนอีกคนเขาเปิดระตูลงอีกข้าง เดินจ้ำอ้าวขึ้นห้องแบบไม่คิดจะรอ ก็ไม่ว่ากันหรอกครับ

 

ขึ้นไปถึงข้างบนผมลองไปเคาะห้องเรียกเบาๆ สองครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลยลองเปิดเข้าไปดู ไม่ได้คิดจะละลาบละล้วงหรอกนะครับ แค่เป็นห่วงเขาเฉยๆ เห็นทำท่าเหมือนจะร้องไห้

 

ในห้องไม่มีคนที่พึ่งเดินนำขึ้นมา ผมเลยถอยไปนั่งรอที่โซฟา

 

ผมก็รู้สึกผิดนะครับที่ทำให้สาวๆ รู้ว่าผมคิดอะไรกับแฟนของพวกเธอแบบเปิดเผยขนาดนี้ แต่ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับได้ผมจะทำไหม ผมก็ทำอยู่ดีนั่นแหละบอกเลย

 

พักเดียวคนที่ผมนั่งรออยู่ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เปียกไปทั้งผมทั้งหน้า ถ้าจะเปียกขนาดนี้ อาบน้ำไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ได้แค่คิดนะครับไม่ได้ออกปากแซว ขืนพูดอะไรตอนนี้นะ คงโดนกัดเข้าจริงๆ แน่

 

                “โจวโจว”

 

                “เงียบไปเลย อย่ามายุ่ง” พูดเสียงโหดมาก แล้วก็เดินเข้าห้องไปเลย ผมนั่งถอนหายใจอยู่ตรงนั้นต่ออีกนาน ก็เอาเถอะครับ เขายังโกรธอยู่ พูดอะไรมากๆ เข้า คนที่ซวยน่ะจะเป็นผม

 

ถอนหายใจเฮือกหนึ่งและลุกขึ้นยืน กำลังจะเดินเข้าห้อง คนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามก็เดินออกมาเสียก่อน เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ไม่ใช่ชุดพร้อมจะนอนนะครับ ชุดพร้อมจะออกไปข้างนอกมากกว่า

 

ยังไม่ทันที่ผมจะถามอะไร มือถือของคู่กรณีก็ดังขึ้น ไอ้แมวแสบกดรับแบบไม่สนใจใยดีผมเลยสักนิด เดินไปคุยไปจนถึงประตูห้อง กำลังเลือกรองเท้าปากก็คุยไปเรื่อย

 

                “ครับ เหม่ยหลินอยู่ที่นั่นแล้วเหรอ”

 

                “โจวกำลังจะออกไปแล้ว ไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมงหรอกครับ”

 

                “เปล่าครับ วันนี้โจวไปคนเดียว ไม่ชวนเพื่อนไปหรอก เดี๋ยวพวกมันทำตาหวานใส่เหม่ยหลิน โจวก็โมโหเพื่อนเอานะสิ” ขนาดอกหักจนแทบจะร้องไห้ ยังจะมีอารมณ์ไปจีบสาว

 

ว่าแต่เหม่ยหลินที่ไหนอีกล่ะ พึ่งจะถูกทิ้งมา..ยังจะหน้าหม้ออีก ผมจะจับเนื้อคู่ตัวเองอยู่ไหมครับนี่ ลื่นซะขนาดนี้

 

                “โอเคครับ เดี๋ยวเจอกันนะ” แล้วเจ้าตัวก็วางสาย และก้มไปหยิบรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สคู่สีดำ ยังไม่ทันได้นั่งลงใส่ผมก็เดินไปดึงแขนไว้ก่อน ก็ไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องหรอก แต่ถ้าเขาจะออกไปคนเดียวแบบนี้ ผมไม่โอเคอ่ะ

 

เพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพและจิตใจเขา แต่หลักๆ ผมยอมรับเลยก็ได้ว่า หวง กลัวเขาไปจีบสาว (และกลัวมีผู้ชายมาจีบเขา)

 

เฮ้อ...ไม่รู้มาก่อนเลยนะ ว่าตัวเองเป็นคนขี้หึงขนาดนี้ ก็เกิดมาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนี่ครับ ขนาดกับแฟนเก่าคนที่ว่ารักมาก ยังไม่เคยหึงบ้าบอคอแตกแบบนี้เลย ถ้าจิ่งเถียนรู้ว่าผมอาการหนักขนาดนี้ละก็..แซวทั้งชาติ

 

“โจวโจวจะไปไหน ดึกแล้วนะครับ”

 

                “......”

 

                “พี่ถามว่าจะไปไหน” เริ่มมีอารมณ์นิดๆ เมื่อเขาไม่ตอบอะไรเลย ทำเหมือนผมไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนี้

 

                “อย่ายุ่งสักเรื่องจะได้ไหม ไอ้ที่ยุ่งมาตอนอยู่ในงานนี่ยังไม่พอใจอีกเหรอ จะออกไปหาเหล้ากิน ชัดไหม...ปล่อย” โห..เจ็บเลยผม เถียงไม่ได้เสียด้วย แต่ปากแบบนี้มันน่านัก..น่าจูบให้หายซ่า

 

                “มันคนละเรื่องกัน พี่แค่เป็นห่วงเพราะนี่มันดึกแล้ว อีกอย่างเพื่อนโจวก็ไม่ได้ไปด้วย” ผมบอกแต่อีกคนไม่ฟัง ยังคงแกะมือผมออก

 

                “อย่าดื้อกับพี่นะ ชอบให้พี่บังคับนักหรือไง”

 

                “ขอเตือนเลยว่าอย่ามายุ่งกับผมตอนนี้ ยังไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกับเกอเกอ ถ้าอยากมีเรื่องจริงๆ ขอทำใจสักอาทิตย์ แล้วเกอเกอได้มีเรื่องเป็นรายต่อไปแน่ ไม่ต้องห่วง” ปากพูดแต่มือยังไม่เลิกพยายามแกะมือผมออกจากแขนตัวเอง

 

                “ขอเตือนเหมือนกันว่าอย่าดื้อกับพี่” ผมบอกและขยับมือให้กระชับรอบข้อมือเล็กนั่นอีกครั้ง ยังไงผมก็ไม่ปล่อยเขาออกไปแน่ครับคืนนี้น่ะ แต่ไอ้ตัวแสบมันกลับจ้องหน้าผมแบบไม่ยอมแพ้ แถมไม่หลบตาด้วย...ทำเป็นเก่ง

 

                “ไม่ปล่อยกูต่อยจริง” มาแล้วครับมึงกับกู

 

                “ต่อยจริงก็จูบจริง เอาสิ พี่เตือนแล้วนะ” เท่านั้นแหละครับ คนชอบใช้กำลังก็อ้าปากค้างไปเลย เขาไม่ได้ต่อยผมอย่างที่ขู่นะครับ สงสัยกลัวโดนจูบ แต่พยายามกระชากแขนตัวเองออกเป็นการใหญ่ คิดว่าจะปล่อยง่ายๆ เหรอ แรงแค่นี้ยังไงก็ไม่หลุดจากผมไปได้หรอก

 

                “โอ๊ย!!!..ปล่อยสิวะ แม่ง” พอไม่ได้อย่างใจก็โวยวาย ใช้มือข้างที่ว่างผลักอกผมอย่างโมโห

 

                “อยากดื่มนักใช่ไหมเหล้าน่ะ พี่มีเยอะ ดื่มให้เมาตายไปเลยยังได้” แล้วก็ลากเข้าห้องผมเลยครับ เว่ยโจวขืนตัวไว้สุดแรง แต่เมื่อต้านแรงของผมไม่ไหว เจ้าตัวก็ทิ้งตัวนั่งลงไปกับพื้นเพื่อถ่วงน้ำหนัก

 

                “หึหึ..ตัวเท่านี้ คิดว่าพี่อุ้มไปไม่ไหวหรือไง” แล้วก็อุ้มพาดบ่าจนคนถูกอุ้มร้องเสียงหลง แหกปากโวยวายทุบหลังผมแรงๆ หลายที

 

ดีที่ว่าผนังห้องหนา ไม่อย่างนั้นข้างห้องคงได้มาเคาะประตูด่าเอาบ้างแหละ เถียงกันเสียงดังเสียขนาดนี้ เข้าห้องตัวเองได้ผมก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเนคไทติดมือมาด้วย แล้วโยนคนตัวเบาลงบนเตียง

 

                “โอ๊ย..แม่ง อย่ามายุ่งกับกู” ยังปากดีอยู่ครับ พูดจาไม่น่าฟังอย่างแรง ซึ่งผมไม่ชอบเอามากๆ เวลาเขาพูดไม่เพราะกับผม

 

เวลาเขาพูดกับเพื่อนเขาผมเฉยๆ นะ แต่ผมชอบให้แฟนพูดกับผมเพราะๆ มากกว่า

 

ถึงอีกฝ่ายจะยังไม่ยอมเป็นแฟนผม แต่อีกหน่อยเขาก็ต้องเป็น คิดว่าผมจะปล่อยไปง่ายๆ หรือไง มาทำให้หลงรักเสียขนาดนี้ ทั้งที่เขาเองก็เป็นผู้ชาย อย่างนี้ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตผมเถอะ แถมฉู๋เซิงยังยืนยันแบบล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเนื้อคู่อีก ผมไม่มีทางปล่อยให้หนีไปไหนได้หรอกครับ

 

                “เฮ๊ย!!! จะทำอะไรวะ” คราวนี้ไอ้แมวแสบแหกปากโวยวายขึ้นมาอีกรอบ เมื่อถูกผมนั่งคร่อมทับกลางลำตัวเขาไว้ แล้วรวบข้อมือทั้งสองข้างของเจ้าตัวไว้ด้วยกันด้านหลัง ก่อนจะใช้สายผ้ายาวที่ผมหยิบติดมือมา มัดเข้าไว้ด้วยกันจนแน่น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหลุดหนีออกไปได้

 

                “จะทำเหี้ยอะไร ปล่อยกูนะโว้ย” ทั้งดิ้นทั้งโวยวาย โดยที่คงจะลืมไปว่าผมกำลังนั่งคร่อมทับเขาอยู่ พอผมโน้มตัวเข้าไปหา คนที่นั่งเหยียดขาอยู่ด้านล่างก็พยายามเอนตัวหนีหน้าผม จนหงายหลังนอนทับแขนตัวเองลงไปทั้งตัว และโดนผมจูบลงโทษแรงๆ ไปทีนึง

 

“พูดไม่เพราะก็จะโดนแบบนี้ แปลกนะครับทั้งที่ปากก็ออกจะหวานจนไม่อยากจะเลิกจูบขนาดนี้แท้ๆ น่าจะพูดจาหวานๆ กับพี่บ้าง แต่ก็ดีแล้วละ เพราะเวลาได้ยินโจวโจวพูดจาหยาบคายใส่แล้วมันอดใจไม่ไหว ฟังแล้วจี๊ดจนอยากจูบทุกที” ทีนี้แหละครับ คนปากจัดก็เลยไม่ยอมพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว หันหน้าหนี ไม่ยอมสบตา แถมหน้าแดงนิดๆ

 

ทำให้เขาเขินได้นี่ผมโคตรมีความสุขเลยให้ตาย โอ๊ย..น่ารักเกินไป ผมจะอดใจไม่ไหวอ่ะ ก้มลงไปอีกรอบ ยังไม่ทันจะได้จูบ ไอ้แมวแสบก็แหกปากร้องลั่น

 

                “จะฟ้องเว่ยหลางเกอเกอ” พอสู้ไม่ได้ก็กลายเป็นเด็กขี้ฟ้องขึ้นมาทันที

 

                “ดีเสียอีก อะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้น” ผมท้า อยากบอกก็บอกไปเลย เว่ยหลางมันรู้มาเป็นชาติแล้ว ว่าผมคิดไม่ซื่อกับน้องคนเล็กของมันน่ะ

 

                “ว่าแต่โจวจะบอกแค่เว่ยหลางคนเดียวเองเหรอ น้อยไปนะครับพี่ว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน พี่พากลับบ้านตอนนี้เลยดีกว่า ให้โจวโจวไปบอกกับทุกคน พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอ” ผมบอกแล้วขยับตัวออกจากคนด้านล่างลุกขึ้นยืน กำลังจะช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้น ไอ้แมวแสบมันก็ยันตัวถอยหลังหนี พลางแหกปากโวยวายด่าผมลั่นห้อง

 

                “อย่ามาอุ้มนะ ไอ้โรคจิต!!!

 

                “ขอเตือนอีกรอบ พูดเพราะๆ กับพี่หน่อย ตอนนี้พี่เริ่มจะหงุดหงิดมากที่โจวดื้อ แล้วมาว่าโรคจิตน่ะ ใครทำให้พี่เป็นแบบนี้ล่ะ คิดว่าอยากเป็นนักหรือไง”

 

                “จะไปรู้ได้ไงวะ ใครทำพี่ก็ไปเอาคืนกับมันสิ จะมายุ่งกับผมทำไม”

 

                “ยังจะมาทำเป็นไม่รู้ตัว ก่อนหน้านี้พี่ก็ชอบผู้หญิงอยู่ดีๆ โจวโจวนั่นแหละทำให้พี่เป็นแบบนี้ แล้วจะทิ้งพี่ให้เป็นอยู่คนเดียวเหรอ รับผิดชอบหน่อยสิ”

 

                “ผมไม่ได้ทำอะไรเกอเกอเลยโว้ย” หึหึ ก็แน่ละสิ พูดอย่างกับผมจะยอมให้ทำอย่างนั้นแหละ

 

                “รู้ตัวหรือเปล่า เราน่ะแค่เกิดมาหน้าตาน่ารักก็ผิดแล้วครับ แล้วยังมาทำตัวน่ารักให้พี่เห็นทุกวันอีก ยั่วกันขนาดนี้ไม่รักก็บ้าแล้ว” ทีนี้คนปากร้ายเลยยิ่งหน้าแดงกว่าเดิมเสียอีก น่ารักชะมัด

 

                “บอกว่าอย่ามาอุ้ม ไม่กลับ ปล่อยนะ” คนที่นั่งชิดขอบเตียงโวยวาย เมื่อผมก้มลงไปทำท่าจะอุ้มอีกครั้ง

 

                “ไม่กลับก็ไม่กลับ แต่ต้องรับปากว่าจะไม่ดื้อกับพี่ แล้วจะแก้มัดให้”

 

                “เรื่อง”

 

                “โจวโจวเสียเปรียบมากรู้ตัวไหม ขนาดพี่ไม่จับมัดไว้แบบนี้ โจวยังสู้แรงพี่ไม่ได้เลย ตอนนี้ถ้าพี่คิดจะทำอะไรขึ้นมา โจวรู้ใช่ไหมว่าไม่มีทางรอด ยิ่งโจวดื้อมันยิ่งทำให้พี่อารมณ์ไม่ดี และอาจจะหน้ามืดขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่อยู่ รู้ตัวใช่ไหมว่าพี่คิดยังไงกับเรา คราวนี้พี่อาจจะไม่พอแค่จูบ” พูดจบผมก็กลับขึ้นไปนั่งบนเตียง ดึงคนที่ขยับหนีไปให้มาอยู่กลางเตียงตามเดิม และนั่งคร่อมทับตัวเขาไว้แน่นไม่ให้ขยับหนีได้

 

ทีนี้แหละคนที่จ้องตาท้าทายอยู่เมื่อครู่เริ่มหน้าถอดสีกับคำขู่แบบยาวเหยียดของผม ก่อนจะกลายเป็นหน้าแดงอีกครั้งเมื่อผมพูดจบ ไม่ได้พูดเล่นนะครับ ถ้าดื้อมากผมเอาจริง

 

                “ว่ายังไงครับ ไม่ดื้อกับพี่แล้วนะ” ผมแกล้งยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ คนเสียเปรียบ เจ้าตัวผงะถอยห่างเล็กน้อย เพราะลุกหนีไม่ได้ ก่อนจะส่ายหน้ารัวๆ

 

                “ตอบด้วย ส่ายหน้าอย่างเดียวพี่ไม่เข้าใจ” แกล้งโง่....เพื่อจะได้หาเรื่องจูบ

 

                “เออ..เรื่องเยอะจริง” ก็พูดแบบนี้มันน่าไหมล่ะครับ แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างที่คิด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำเอาผมได้สติจากการคิดทำมิดีมิร้ายกับน้องชายเพื่อน

 

 

 

 

ไม่ใช่ของผมหรอกครับ ของตัวการที่ทำให้ผมสติแตกต่างหาก ผมหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหลังให้เขา พอเห็นชื่อคนโทรมาก็กดปิดเสียง ก่อนจะพูดกับคนที่เอาแต่มองผมแบบหวาดระแวง จะว่าน่าสงสารก็สงสารอ่ะนะ แต่ก็น่ารักน่าแกล้งเป็นบ้าเลย

 

นอกจากจะกลายเป็นโรคจิตอย่างที่โจวโจวเขาว่า ผมคิดว่าอาการตัวเองคงพ่วงซาดิสต์ บวกเผด็จการขั้นสุดยอดด้วยแล้วล่ะตอนนี้

 

                “รับสายแล้วบอกเขาว่า โจวโจวจะไม่ออกไปแล้วนะครับ”

 

                “ก็มัดมือไว้แบบนี้จะให้รับยังไงวะ ปล่อยสิ”

 

                “พี่ถือให้ อ้อ...บอกว่าไม่ออกนะครับ ถ้าพูดอย่างอื่นพี่จะเอามาคุยเอง แต่รับรองว่าจบไม่สวยแน่ ไม่ได้บังคับนะ พี่ให้โจวโจวเลือกแล้ว ว่าจะคุยกับเขาเองหรือให้พี่คุย เดี๋ยวจะว่าพี่เผด็จการ”

 

                “แล้วไอ้ที่เกอเกอทำอยู่นี่มันไม่เผด็จการตรงไหนวะ!!!” คนตรงหน้าทำหน้าตาแบบว่าขัดใจสุดๆ และโวยผมอย่างลืมตัว

 

                “รับสายก่อน แล้วพี่จะให้โจวเถียงพี่ทั้งคืนเลย” ผมบอกก่อนจะกดเลื่อนรับสาย และเปิดสปีกเกอร์โฟน เว่ยโจวทำท่าขัดใจหงุดหงิดมาก แต่พอเห็นว่าผมจ้องปากเขาอยู่ พลางเลียปากตัวเองยั่วเบาๆ เพื่อเตือนให้รู้ว่าถ้าดื้อจะโดน เจ้าตัวก็เลยยอมคุยสายแต่โดยดี

 

                “เหม่ยหลินครับ ขอโทษนะ โจวออกไปไม่ได้แล้ว พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ” พูดไป ตวงตาคู่โตก็มองผมขวางๆ ไปด้วย

 

                [ตายแล้ว โจวโจวเป็นอะไรมากหรือเปล่าเสียงสวยๆ ถามกลับมาตามสาย

 

                “ไม่เป็นไรมากหรอกครับ พอดีโดนหมาหน้าปากซอยกัดน่ะ เจ็บขาก็เลยออกไปไม่ไหวแล้ว” ดูครับ ปากแบบนี้มันน่าไหมล่ะ มาหลอกด่าผม

 

                [เสียดายจัง งั้นเอาไว้วันหลังก็ได้ อย่าเบี้ยวเหม่ยหลินอีกนะ แล้วก็อย่าลืมไปหาหมอด้วยล่ะ]

 

“ครับ ไว้เจอกันนะ” แล้วผมก็กดวางสายให้เรียบร้อย แอบเคืองนิดๆ ดูพูดกับสาวสิครับเสียงนี่หวานเชียว แถมมีครับทุกประโยค ทีพูดกับผมน่ะอย่างกับจะกัด แล้วยังมาหลอกด่าอีก

 

                “รู้ไหมว่าพี่เป็นหมาดุนะ หมาดุมันไม่เห่า แต่กัดเลย” ผมบอกก่อนจะก้มลงไปหาจนริมฝีปากสัมผัสกัน คนด้านล่างพยายามหันหน้าหนี ผมเลยกดเขานอนแนบลงไปกับเตียง ใช้สองมือประคองใบหน้าเนียนของอีกฝ่ายไม่ให้หันหนีได้

 

 

 

 

จูบไล้ริมฝีปากดูดเม้มหนักสลับเบา ก่อนจะแกล้งกัดเมื่อเขาไม่ยอมเปิดปากให้จูบ ไอ้แมวแสบร้องประท้วงเบาๆ แต่ก็เปิดโอกาสให้ผมได้จังหวะรุกมากขึ้น พอสอดลิ้นเข้าไปได้คนด้านล่างก็นอนตัวแข็งทื่อ

 

เห็นว่ามีแฟนเยอะ ท่าทางน้องเล็กก็น่าจะมีความสามารถไม่เบา แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมใช้มันกับผมเลยสักนิด อุตส่าห์อยากพิสูจน์ว่าเก่งแค่ไหน แต่เว่ยโจวไม่ยอมให้ความร่วมมือ ผมเลยได้แต่แสดงความสามารถของตัวเองอยู่ฝ่ายเดียว

 

มือซ้ายละจากแก้มเนียน เลื่อนลงไปลูบไล้ที่หน้าท้องแบนราบนั้นแผ่วเบา จนคนที่นอนตัวแข็งสะดุ้งเฮือก และพยายามเกร็งตัวหนีมือผม ไล้ฝ่ามือเข้าไปที่แผ่นหลังด้านล่าง ผิวเนียนมือมากให้ตายเหอะ นี่ถ้าบอกว่าเป็นผู้หญิงผมเชื่อจริงๆ เลยนะ

 

ลูบเบาๆ ไปตามแนวสันหลัง จนคนที่แข็งขืนอยู่เมื่อครู่ตัวอ่อนยวบ สลับกับสะดุ้งเป็นครั้งคราว แม้ตอนนี้จะยังไม่ยอมจูบตอบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ยอมให้ผมเรียกร้องเอาแต่ใจอยู่ฝ่ายเดียว

 

                “อย่า..ฮึก..พอแล้ว” เสียงหวานใสนั้นร้องห้าม เมื่อผมไล้ริมฝีปากไปตามข้างแก้ม ขบติ่งหูเบาๆ จนคนถูกกัดสะดุ้งก่อนจะเลื่อนลงมาซอกคอที่มีกลิ่นน้ำหอมจางๆ ไล้จูบเบาๆ ก่อนจะไล่ริมฝีปากซุกลงมาจนถึงหน้าท้องขาวเนียนที่ไร้สิ่งปกปิด เพราะตอนนี้มือผมดันเสื้อร่นขึ้นไปจะถึงหน้าอกเขาอยู่แล้ว

 

                “ไม่เอา..อย่า” คนที่นอนหอบจนตัวโยนร้องห้ามเสียงสั่น และพยายามจะดิ้นหนี เมื่อผมจูบที่ผิวขาวเย็นๆ นั้นซ้ำไปซ้ำมา และเลื่อนลงต่ำเรื่อยๆ ก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงสะอื้น

 

คนเก่งของผมกลัวจนร้องไห้เสียแล้ว ผมจะทำอะไรต่อได้ล่ะครับนอกจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ และขยับขึ้นไปจูบหน้าผาก แล้วกอดเขาไว้เฉยๆ พยายามทำร่างกายและจิตใจตัวเองให้สงบ เพราะก่อนหน้านี้มันเตลิดเปิดเปิงไปแบบกู่ไม่กลับ

 

ถ้าเขาไม่ร้องไห้ ผมคงจะทำอะไรเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหน พรุ่งนี้เตรียมตัวพาเขาไปทำวีซ่าแล้วบินไปแต่งงานที่อเมริกาได้เลย อ้อ..ถ้าผ่านด่านพ่อแม่และพี่ชายอีกสองคนได้อ่ะนะ เพราะกับเว่ยหลางมันบอกแล้วว่า ไม่ขัดขวาง

 

 

 

 

“พอใจหรือยัง ถ้าพอใจแล้วก็ปล่อยสักที แล้วก็ลุกออกไปด้วย ทั้งเจ็บทั้งหนักจะตายอยู่แล้ว” พอเห็นว่าผมยอมหยุดอย่างที่ร้องขอ คนสู้ไม่ได้ก็บอกอย่างประชดประชันทั้งน้ำตา แม้จะหมั่นไส้ในความปากเก่ง แต่ก็เหมือนว่าผมจะเป็นเอามากที่คิดว่า ท่าทางแบบนี้ของไอ้แมวแสบ....มันโคตรน่ารัก

 

ขยับลงไปจูบปากสีแดงนั้นเบาๆ อีกทีก่อนจะลุกขึ้น เพราะนอนทับเขาไปทั้งตัว คงจะหนักจริงๆ นั่นแหละ ก็ผมตัวหนักกว่าเขาตั้งเยอะ

 

“โจวโจวไม่ดื้อกับพี่แล้วนะ ถ้าดื้ออีกพี่สัญญาว่า...จะไม่หยุด” ผมย้ำอีกครั้งให้ฟังชัดๆ ขณะที่จ้องตาคนด้านล่างไปด้วย

 

“ฮึ” เด็กดื้อของผมทำเสียงฮึดฮัดในคอเบาๆ ก่อนจะหันหน้าหนี และไม่ยอมรับปาก แต่จากที่ดูแล้ว เขาคงไม่กล้าดื้อกับผมเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองไปอีกนาน

 

ผมค่อยๆ ประคองคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะแกะเนคไทที่มัดแขนอีกฝ่ายออก เป็นรอยแดงชัดเจน แถมยังถูกนอนทับอีกคงเจ็บอยู่หรอก

 

ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาจูบเบาๆ แต่เจ้าของแขนสะท้านเฮือกไปทั้งตัว เมื่อถูกริมฝีปากของผมสัมผัส ก่อนจะพยายามดึงแขนหนี

 

“หิวไหมครับ พี่ยังไม่เห็นโจวโจวกินอะไรเลยตอนนั่งโต๊ะ” ถึงนั่งอยู่คนละโต๊ะก็เห็นครับ เพราะผมเลือกเก้าอี้ตัวที่มองเห็นเขาชัดเจน จนจิ่งเถียนยังจับได้ว่าผมแอบมองน้อง พี่สาวผมถึงกับออกปากแซวว่า น้องจะท้องไหมจิ่งอวี๋’ เพราะผมมองไม่วางตาเสียขนาดนั้น

 

ยังไม่ได้แนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันอย่างเป็นทางการ ก็ดันมีเรื่องจนต้องกลับกันมาเสียก่อน อีกอย่างที่งานเลี้ยงเมื่อตอนหัวค่ำ ทั้งผมและเขาก็มัวแต่ยุ่งๆ ช่วยงาน

 

“ไม่หิว ใครจะไปมีอารมณ์กิน แฟนสาวพึ่งจะขอเลิกไปตั้งสามคน คนบ้ากามโรคจิตก็จ้องแต่จะจับกด กลัวจนประสาทจะกินตายอยู่แล้ว” นั่นไง หลุดปากออกมาจนได้ว่ากลัว แล้วทำเป็นเก่งนัก ปากไม่เคยจะตรงกับใจเลย

 

พอได้ยินคำสารภาพแบบไม่ได้ตั้งใจนั้น ผมก็หัวเราะออกมาเบาๆ ทำเอาคนที่พึ่งจะหยุดร้องไห้หันมาขึงตาใส่ ก่อนจะถามเสียงเขียว

 

“หัวเราะอะไรวะ ทั้งหมดก็เป็นเพราะเกอเกอคนเดียวนั่นแหละ”

 

“ครับ ยอมรับว่าเป็นความผิดของพี่เอง ดังนั้นพี่จะรับผิดชอบโดยการเป็นแฟนกับโจวโจวไง รับรองจะดูแลเทคแคร์อย่างดี มากกว่าเอาแฟนสาวของโจวโจวทุกคนมารวมตัวกันดูแลเสียอีก ตกลงนะครับ”

 

“จะบ้าเรอะ เกอเกอพึ่งเกือบจะปล้ำผมไปหยกๆ นี่นะ ยังจะมีหน้ามาขอเป็นแฟนอีก”

 

“อ้าว..พี่สมควรจะปล้ำไปก่อน แล้วค่อยมาขอเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นเอาใหม่ได้ไหม พี่ขอแก้ตัวที่ลัดขั้นตอน”ผมพูดก่อนจะขยับเข้าไปหา

 

“โอ๊ย!!! ทำไมเกอเกอเป็นคนหื่นแบบนี้วะแม่ง ถอยไปไกลๆ เลย” คนที่ยังตาแดงๆ โวยวายหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะผลักผมออก ส่วนเขาก็ขยับหนีไปซะจนเกือบจะตกเตียง ดีที่ผมคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะหงายหลังลงไป

 

“ไม่ต้องมายิ้มนะ เกอเกอเป็นโรคจิตหรือไง ทำให้ผมกลัวแล้วมีความสุขมากนักเหรอ”

 

“อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ ก็เห็นทำเป็นเก่งกับพี่นัก ยอมรับแล้วสิว่ากลัวน่ะ”

 

“ลองมาเป็นผมดูบ้างไหม ทำหน้าหื่นใส่เสียขนาดนี้ ใครจะไม่กลัววะ”

 

“ไม่เอาหรอก เป็นฝ่ายแกล้งยังไงก็ดีกว่าถูกแกล้ง” ผมบอกพลางหัวเราะเบาๆ

 

“แม่ง..นิสัยว่ะ เลิกหัวเราะโรคจิตแบบนั้นสักที ผมขนลุก” เจ้าตัวบอกก่อนจะขยับตัวออกแล้วลุกจากเตียง

 

“จะไปไหน”

 

“โอ๊ย..ใครจะกล้าออกไปไหนล่ะสภาพแบบนี้ ยับเยินอย่างกับพึ่งโดนรุมโทรม จะลงไปหาเบียร์กินข้างล่าง ขอเหอะเกอเกอ อย่าพึ่งกวนโมโห ผมไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วยจริงๆ ” เริ่มต่อปากต่อคำมากขึ้น เมื่อเห็นว่าท่าทางจะปลอดภัยแล้ว เขาคงจะไม่รู้ตัว ว่าอยู่กับผมเขาเสี่ยงอันตรายอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ แต่ผมไม่บอกให้รู้น่าจะดีกว่า

 

“ก็จะดื่มเหล้าไม่ใช่เหรอ พี่มีจริงๆ จะโกหกไปทำไมล่ะ เดี๋ยวพี่ดื่มเป็นเพื่อน” พูดจบเจ้าตัวก็ทำท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกปาก

 

“ก็ได้อยู่หรอก แต่ออกไปกินดูทีวีข้างนอกเหอะ อยู่ในห้องนี้แม่งโคตรอันตราย” พูดจบก็รีบชิ่งหนีออกจากห้องผมไปเลย ผมเดินตามออกไปดู เพราะกลัวว่าเขาจะหลอกให้ผมตายใจแล้วหนีออกไป

 

แต่อีกฝ่ายเดินเข้าห้องไปเปลี่ยนเป็นชุดพร้อมจะนอน แล้วออกมานั่งกระดิกเท้าดูทีวีอยู่ที่โซฟา เวลาว่าง่ายก็ง่ายจนน่าตกใจจริงๆ ครับเด็กคนนี้

 

“พี่เปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนะ” ผมบอกก่อนจะกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง และเดินออกไปในส่วนของครัว เปิดตู้ชั้นบนสุดที่มีขวดเหล้าอยู่หลายยี่ห้อ ก่อนจะร้องเรียกคนด้านนอก

 

“โจวโจวครับ มาเลือกสิจะดื่มเหล้าอะไร”

 

“อะไรก็เอามาเหอะ เมาเป็นใช้ได้” เสียงห้าวๆ นั้นตะโกนตอบกลับมา

 

“โจวเมาทีไร พี่ต้องคอยหักห้ามใจตัวเอง ลำบากทุกที” ผมพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วเอื้อมมือหยิบเหล้าออกมาหนึ่งขวด

 

“เกอเกอบ่นอะไร” เสียงถามดังขึ้นข้างตัว ทำเอาผมแทบสะดุ้ง แอบเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเมื่อกี้ได้ยินไหมน่ะ ผมหันกลับไปมองหน้าคนที่มายืนอยู่ข้างตู้เย็น ท่าทางอีกฝ่ายคงจะไม่ได้ยิน เพราะเขามัวแต่เปิดตู้เย็น ไม่ได้สนใจผมสักนิด ค่อยยังชั่ว

 

“เดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กินก่อนแล้วกัน ข้าวก็ไม่กิน ถ้าดื่มเหล้าเข้าไปเดี๋ยวก็แย่กันพอดี”

 

“อือ ผมไปซื้อน้ำแข็งกับเป๊ปซี่ก่อน เกอเกอกินโซดาน้ำใช่ป่ะ เอาอะไรอย่างอื่นอีกไหม” ถามหลังจากปิดตู้เย็นเรียบร้อยแล้ว (หมายเหตุปกติคนจีนเขาไม่ค่อยทานน้ำแข็งนะ ยิ่งหน้าหนาวยิ่งไม่มีขาย และเขาจะงงมากถ้าคนไทยไปทานอาหารแล้วสั่งน้ำแข็ง แต่ผมเขียนแบบนี้ไม่เป็นไรหรอกเนอะ ก็ผมชอบเหล้าใส่น้ำแข็งมากกว่าอ่ะ)

 

“พี่ลงไปช่วยถือดีกว่ามั้ง หนักนะนั่น” ตอนนี้ดีใจจนจะหุบยิ้มไม่ลง ที่อีกฝ่ายจำได้ว่าผมดื่มผสมอะไร แค่นี้ก็ต้องดีใจจนออกนอกหน้า ไม่ไหวเลยหวงจิ่งอวี๋

 

“โอ๊ย ผมถือไหว เกอเกอไม่ต้องไปช่วยหรอก ไม่ได้บอบบางอ่อนแออะไรขนาดนั้น จะทำไรกินก็ทำไปเถอะ” พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ผมก็เดินไปรื้อตู้เย็นต่อ คิดว่าจะทำอะไรแล้วก็หยิบของที่จะใช้ออกมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะลงมือล้างๆ หั่นๆ

 

คนที่บอกจะออกไปซื้อของหายไปนานพอสมควร จนผมเริ่มเอะใจว่าเขาแอบหนีไปหาน้องเหม่ยหลินของเขาหรือเปล่า พอดีกับที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาในครัวพร้อมถุงน้ำแข็ง

 

“แก้วจ๋าๆ ” หลังจากเก็บน้ำแข็งเข้าตู้เย็นไปสองถุง เจ้าตัวก็เดินเข้ามาเปิดตู้ชั้นล่างหาแก้ว พอเลือกแบบที่ถูกใจได้ก็หยิบสองใบ และเดินมามองผมก่อนจะถาม

 

“เกอเกอทำอะไรกินอ่ะ”

 

“ข้าวผัดใส่กุ้ง ไก่ทอด มะเขือเทศผัดไข่ สามอย่างพอไหม”

 

“ทำซะเยอะแยะ”

 

“อย่าพึ่งดื่มเหล้านะ รอกินข้าวก่อน พี่ทำไม่นานหรอก”

 

“อือ..” พูดจบก็ถือแก้วหายออกไปจากห้องครัว แป๊บเดียวก็กลับเข้ามาพร้อมกับแก้วเหล้าส่งให้ผม

 

“อ่ะ เกอเกอจะได้มีกำลังใจทำเสร็จเร็วๆ อยากเมาและ”

 

“มีแน่อยู่แล้วครับ ไม่ใช่เพราะแก้วนี้นะ แต่เพราะคนเอามาให้ต่างหาก ขอบคุณครับ”

 

“อย่าหยอดได้ไหม ผมถามจริงนะ เอาแมนๆ เลย เกอเกอเป็นเกย์จริงเหรอ”

 

“ถามซะพี่ตอบยากเลย”

 

“แค่เป็นหรือไม่เป็นนี่มันยากตรงไหน”

 

“ก็ยากตรงที่ไม่รู้จะตอบว่ายังไงนะสิ พี่ไม่ได้เป็นเกย์แต่พี่ชอบโจวโจว ก็เลยไม่รู้ว่าสรุปแล้วตัวเองเป็นหรือเปล่า โจวโจวคิดว่ายังไงครับ”

 

“ไม่น่าถามเลย” โวยเบาๆ ทั้งที่หน้าแดง ก่อนจะเดินหนีไปเลยครับ ผมเลยได้แต่หัวเราะคนเดียว

 

เขาถามซะผมอึ้งเลยนะ ทุกวันนี้ผมก็ถามตัวเองเหมือนกับที่ถูกเว่ยโจวถามนี่แหละ ผมเป็นเกย์หรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะผมไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วย

 

ถึงตอนนี้ผมจะชอบน้องชายเพื่อนสนิท แต่ก็ชอบแค่เขาคนเดียว กับผู้ชายคนอื่นผมไม่ได้รู้สึกอะไรนะ สรุปว่าผมเป็นไหมก็ยังสงสัยตัวเอง

 

แต่ก็ช่างมันเถอะ เป็นหรือไม่เป็นตอนนี้ก็ไม่สำคัญหรอกครับ เพราะถึงยังไงผมก็เปลี่ยนคนที่ผมชอบให้เป็นผู้หญิงไม่ได้ แต่ถึงเปลี่ยนได้ก็คงไม่เปลี่ยนหรอก เขาเป็นผู้ชายน่ารักน่าแกล้งแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ปราบพยศเจ้าเด็กแสบคนนี้สนุกจะตายไปครับ

 

ถ้าเว่ยโจวเป็นผู้หญิง ผมคงรังแกเขาแบบนี้ไม่ได้ (ผมคงซาดิสต์จริงๆ แล้วแหละ แต่ผมแกล้งเพราะรักเขานะ) ตอนนี้ไม่ว่าจะเรียกผมว่าเกย์หรืออะไร ผมก็ยังชอบเขาอยู่ดีนั่นแหละ

 

TO  BE  CONTINUE…

 

น้องแค่เกือบเสียตัว อิป๋าไม่แน่จริงนี่หว่า

 

 

คนเขียนเริ่มมองเห็นเค้าลางความหวานชื่นของคู่นี้มาแต่ไกล คนอ่านล่ะครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #22 banztzu1b (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 23:47
    แหม~จิ่งเกือบลัดขั้นตอนแล้ว มั้ยล่ะ ฟงแฟนก็ยังไม่ได้เป็น ทำกับน้องซะ!!!! เหอะรีบอ่อจิ่งรีบหรอ?!
    #22
    0